ความล้มเหลวของการศึกษาทั้งโลก คือไม่มี บวร บ้าน วัด โรงเรียน.docx
เนื้อหาในไฟล์
ความล้มเหลวของการศึกษาทั้งโลก คือไม่มี บวร บ้าน วัด โรงเรียน _กราบเรียนรายงานพ่อครู ถึงบรรยากาศเด็กๆ และทีมงานครูสันติฯ มาอยู่ที่นี่ครบ 1 สัปดาห์ ทีมงานครู และเด็กๆ ได้มาอยู่กับพ่อครู ท่านสมณะ สิกขมาตุ และพี่น้องชาวบ้านราช ตั้งใจปฏิบัติบูชาหลวงปู่ เนื่องในวาระปีใหม่นี้ และในวาระที่หลวงปู่จะมีอายุครบ 90 ปี เด็กๆ ตื่นตัวได้มานอกสถานที่ บอกง่ายมากขึ้น พยายามและพร้อมปรับตัว เพราะถ้าทำเสียหายคนเดียว ก็จะเสียหายกันทั้งโรงเรียน ทำให้ทีมงานครูมีความอบอุ่นใจที่อยู่กับเด็กๆ อาเดชวัยทอง เวลางานเข้าสิงก็จะแว๊ดโวยวายยย เมื่อครูและเด็กเข้าไปขัดจังหวะ พอโวยวายเสร็จก็จะใจอ่อน มีใจเห็นแก่เด็กและทีมงาน ... เป็นแบบนี้เรื่อยมา .... ทำให้พวกเราทิ้งท่านเมืองร้าง (อาเดช) ไม่ลง (อาเดชเสนอชื่อตนเองกับดิฉัน ว่าเป็นเจ้าเมืองร้างแห่งคลอง 13 ... เพราะคลอง13 มีบ้านร้างเป็นจำนวนมาก และอาเดชก็เป็นใหญ่เป็นโตที่นั่นอยู่คนเดียว ดิฉันก็เห็นด้วย จากนั้นก็เรียกอาเดชอีกชื่อว่า เจ้าเมืองร้าง หรือ ท่านเมืองร้าง ค่ะ) อาพลอย ยายน้ำดี ยายใหม่ อาปุ้ย นอนกับนักเรียนหญิงทั้งหมด ครูและเด็กต้องปรับรสนิยมให้ไปกันได้ เด็กๆ วัยรุ่น ฮอร์โมนกำลังทำงาน ร้อนง่าย ต้องเปิดพัดลมเบอร์แรงๆ ส่วนอากับยายวัยทอง ฮอร์โมนกำลังลดลง เจอพัดลมไม่ได้ มันหนาว ก็หาจังหวะ โอกาส ประมาณในคำพูดบอกเด็ก เด็กก็ยินดีให้ความร่วมมือ อาขวัญคุณพ่อป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลและดูแลแม่อยู่ที่เพชรบูรณ์ ก็ช่วยดิฉันจัด ตารางลงงาน ตารางเรียน ตารางวิถีชีวิตที่ใช้ร่วมกับนักเรียนบ้านราช-สันติ .... ทุกอย่างใหม่หมด .. ตั้งแต่นักบวช คุรุ ฐานงาน ห้องเรียน ฯลฯ .... คนจัดตารางหัวฟูเลยค่ะ (งานยาก ผัสสะนี้ได้เห็นและตัดกิเลส เกิดประโยชน์มาก) เหมือน conductor ที่ควบคุม จั
อ่านต่อ
ดระเบียบ การแสดงดนตรีลูกทุ่ง คณะ ส.ไพรเมือง-สันติ เลยค่ะ ทีมงานคุรุและเด็กๆ มีบทฝึกอันเดียวกันคือ ปฏิบัติบูชาพ่อครู การมานอกสถานที่เป็นงานท้าทายว่าครูและเด็กๆ จะสามารถปรับตัว ลดกิเลส ทำประโยชน์และมีความผาสุกใด้ในทุกๆ สถานการณ์มากน้อยเพียงใด มีกิเลสตัวไหนที่ถูกผัสสะกระแทกออกมาให้เห็น ที่เราต้องกำจัด และได้เพิ่มสมรรถนะในการทำงานให้เชี่ยวชาญมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การพึ่งตนเอง และเป็นที่พึ่งให้กับผู้อื่นได้มากยิ่งขึ้น ค่ะ กราบนมัสการมาด้วยความเคารพบูชายิ่ง อาตั๋ง ทีมงานครู และเด็กๆ นักเรียน 15 ธันวาคม 2566 พ่อครูว่า... อาตมาฟังรายงานแล้วยิ่งซาบซึ้งใจในธรรมะพระพุทธเจ้าที่อาตมานำมาสอน เป็นการเรียนแบบพุทธ ซึ่งมีบวร การเรียนแบบพุทธที่มีความเป็นบ้าน วัด โรงเรียน ไม่ได้แยกบ้าน ไม่ได้แยกวัด ไม่ได้แยกโรงเรียน ซึ่งเขาไม่ทำอย่างนี้กันมา การศึกษาเขานำมาจากทางตะวันตก ระบบแบบตะวันตก แยกโรงเรียนอยู่ในกล่อง แล้วก็แยกวัดหรือธรรมะต่างหาก เพราะฉะนั้น โรงเรียนของเขาก็คือเรียนในกล่อง เพราะฉะนั้นอยู่ในกล่องนี่มันห่างจากบ้าน มันไม่ได้เป็นบ้าน มันไม่รู้เรื่องของบ้าน ธรรมะก็ไม่ได้เรียน ก็เลยแยกบ้าน แยกวัด แยกโรงเรียน หรือแยกบ้าน แยกธรรมะ แยกโรงเรียน ก็ไปเรียนแต่ เรียนๆๆๆ อยู่ในกล่อง ขาดจากความเป็นสังคมหรือบ้าน ขาดจากความเป็นธรรมะอันเป็นคุณธรรมประจำมนุษย์ นี่คือความล้มเหลวของการศึกษาของโลก ลึกซึ้งนะอันนี้มันกินลึก เลยเอาแต่ปริญญา เอาแต่ประกาศนียบัตร เอาแต่จากไอ้ที่จะได้ในกล่องเท่านั้น สังคมไม่รู้ ธรรมะไม่รู้ เอาแต่กล่องได้ใบ เป็นดอกเตอร์ เป็นปริญญาตรีโทเอกหรือ Post Doctor อะไรก็แล้วแต่ แล้วก็ปูนบำเหน็จกันเอาอันนั้นแหละเป็นเครื่องชี้บ่งว่า นี่คือคนเจริญ นี่คือความล้มเหลวของสังคมทั้งโลก เพราะการศึกษาผิด การศึกษาขาด แยกบ้าน วัด โรงเรียน นี่เป็นความเห็นของอาตมานะ ทีนี้พวกเราชาวอโศกนั้น ชื่อว่าได้ธรรมะของพระพุทธเจ้า และปฏิบัติกัน มีอปัณณกปฏิปทา 3 น้อยหรือมากพวกเราก็มี ที่พูดมารายงานมา เด็กๆเล็กๆก็คงเกิดความรู้สึกจากสำรวมอินทรีย์ 6 แล้วก็ทั้งทำงาน ทั้งกินทั้งใช้เป็นการปฏิบัติธรรมอยู่ทั้งหมดเลย โภชเนมัตตัญญุตา มันเป็นชีวิตทั้งหมด แล้วก็ตื่นรู้ ชาคริยานุโยคะ แล้วปฏิบัติธรรมกันนี่ จรณะ 15 สัทธรรม 7 เป็นเครื่องชี้บ่ง ว่า คุณมีความเป็นจริง ของจิตของปฏิภาณปัญญาหรือไม่ ถ้าคนมีปฏิภาณปัญญาอยู่ในจิต คุณจะเกิดเจริญศรัทธา ถ้าคุณมีปัญญาปฏิภาณอยู่ในจิต คุณจะเจริญศรัทธา ที่เป็นตัวที่ 1 ของสัทธรรม 7 สัจธรรม 7 ตัวศรัทธาเป็นตัวต้น ตัวปัญญาเป็นตัวปลาย เพราะฉะนั้นผู้ที่เกิดศรัทธานี่ มีแต่ศรัทธาก็คือมีแต่ความซื่อบื้อ แต่ถ้ามีปัญญาเข้ามาร่วมในศรัทธาก็จะเกิดปฏิภาณไหวพริบ จะรู้ตนรู้โลก การเริ่มรู้โลก การเริ่มรู้ตนว่า ปัดโธ่เอ๋ย ตนเองขายขี้เท่อ ขี้เท่อที่ขายคืออะไร คือกิเลส แสดงกิเลสออก แสดงกิเลสโลภ แสดงกิเลสรักหรือโลภ แสดงกิเลสชัง แสดงกิเลสผลักหรือดูด ยิ่งเหมือนเราเองเป็นนักรู้ความรู้ว่าเออ ผลักคนนี้ เหมือนอย่างอาตมานี่ถูกท่านปราชญ์ทั้งหลายแหล่เขาผลัก ผลักอย่างแรงเลย ผู้ที่รู้สึกตัวสำนึกว่าตายๆๆ เราไปแสดงขี้เท่อผลักหรือดูดต่อผู้ที่เขาถูกต้อง จะมีหิริ จะมีโอตตัปปะ ลึกซึ้งนะ ธรรมะไม่ได้อยู่ในสัตว์ ธรรมะไม่ได้อยู่ในดินน้ำไฟลม ธรรมะไม่ได้อยู่ในพืช ธรรมะอยู่ในคน เพราะฉะนั้นเมื่อไปเพ่งคนผู้ใดที่มีพฤติกรรม แล้วไปมองพฤติกรรมของเขาว่าผิด หรือดูถูกว่าต่ำด้วย จะทำลายด้วย ผู้ที่รู้ว่าตัวเองผิดพลาดตรงนี้ จะรู้สึกไหม ถ้าเกิดปฏิภาณปัญญารู้ว่าโอ้โหตัวเองผิดจะรู้สึกไหม นี่แหละหิริจะเกิด สัจจะอันนี้เกิดจริง คนนี้จะเจริญ ถ้าสัจจะอันนี้ไม่เกิดจริงคนนี้ไม่มีวันเจริญ เพราะเขาจะไม่รู้ว่าตนเองมีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้น คนที่รู้ว่าตัวเองผิดคนนั้นกำลังเจริญ แต่ก็แล้วแต่ คนที่รู้ว่าตัวเองผิด คนนั้นกำลังเจริญ จนกระทั่งแก้ไขที่ผิด ยอมรับความผิด แล้วเราก็ไม่ทำอีกแล้ว เราก็รู้จริง แล้วเราก็รู้ผู้อื่นว่าท่านไม่ได้ผิด เราก็ไม่ได้ผิด เราไม่ได้ทำผิด และจะเคารพที่ท่านทำถูก แต่ก่อนนี้เรานึกว่าท่านผิด ทั้งๆที่เรานั่นแหละผิด จนเราต้องมาทำตนเองเลิกผิด ก็เหมือนกับที่ท่านถูก เมื่อนี้คนนี้จะเคารพผู้ที่เคยเข้าใจผิด ฟังทันมั้ย นี่คือสัจจะที่วันนี้สาธยายสู่ฟัง อันนึง 661218 ชำแหละลากไส้อัตตาของพญาครุฑและพญานาค รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #49 ราชธานีอโศก