580206_สรรค่าสร้างคน (๒๖) ทฤษฎีงาน ๑๙ ข้อให้รอพิสูจน์.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
580206 สรรค่าสร้างคน ( 26 ) ทฤษฎีงาน 19 ข้อให้รอพิสูจน์
พ่อครูว่า...วันนี้วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 แรม 3 ค่ำ เดือน 3 ที่ บวรราชธานีอโศก วันนี้สรรค่าสร้างคน เราสร้างคนให้เป็นคนดีเป็นคนอาริยะ ในรายการก่อนหน้านี้อาตมาก็เอาคำว่าอาริยะคืออะไรมาขยายความไปก่อนหน้านี้แล้ว เรื่องสำคัญคือเรื่องสร้างคนให้เจริญอย่างเดียว ยิ่งเข้าใกล้กลียุค ยิ่งจำเป็นให้คนได้ศึกษาฝึกฝนเพื่อตนจะได้เป็นอาริยะ เป็นคนดีคนประเสริฐ ถ้าบ้านเมืองมีแต่คนดีจะไปได้ดีทั้งนั้น พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ศึกษาเรื่องอะไรท่านศึกษาเรื่องคน เรื่องสังคมคน นี่คือเรื่องหลัก แล้วคนก็ไปเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ไฟ ลม และทุกอย่างแม้แต่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสัตว์โลก มนุษย์ มนุษย์จะต้องรู้ถึง จิต มโน วิญญาณ สามคำนี้เป็นคำหลัก ถ้าคนดีแล้วก็จะมาทำงาน ถ้าคนดีจะทำงานได้ดี สำคัญที่คน ไม่ต้องคำนึงถึงอื่นเลย อาตมาก็เคยเอาทฤษฎีงาน มาอธิบาย ในหลวงตรัสไว้ใน 4 พ.ย. 2518 ว่า “เมื่อจะทำงาน อย่าหยิบยกเอาความขาดแคลนเป็นข้ออ้าง จงทำงานท่ามกลางความขาดแคลนให้บรรุผล จงทำงานด้วความเต็มใจและซื่อสัตย์” ไม่ว่าจะขาดแคลนทุน ที่เขามักอ้างกัน ขาดแรงงาน ขาดแคลนที่ดิน ขาดแคลน ต่างๆ นานา ไปโทษอันอื่นหมดเลย ซึ่งมันไม่มีความจำเป็นอะไร อาตมาว่าเราศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าแล้ว เราเป็นคนอาริยะทวนกระแสโลกเลย เรามามุ่งเอาแบบคนจน ที่ในหลวงตรัสไว้ แบบคนจน ที่คนสามัญฟังแล้วก็คิดไม่ถึงหรอก ท่านเป็นพระมหากษัตริย์นะ ตรัสแล้วเป็นคำที่ยิ่งใหญ่นะ ถ้าสามารถทำแบบคนจนสำเร็จ แล้วเศรษฐกิจพอเพียงพระองค์ก็ตรัส เขาก็เฉโกว่า คนรวยก็พอเพียงได้ ผู้พูดเช่นนี้เป็นคนใหญ่โตด้วย และข้อสำคัญ อาตมาพูดบรรยายแล้ว คนก็เข้าใจกันน้อย มาเป็นคนจนร่วมกัน มีชีวิตทำงานร่วมกัน เราพูดอย่างไรก
อ่านต่อ
็ทำได้อย่างนั้น แบบคนจนแล้วเราทำได้จริง แล้วแบบคนจนก็มีประสิทธิภาพด้วย อย่างเราสร้างพืชผักไร้สารพิษให้มีคุณภาพดี สร้างแล้วเผื่อแผ่ให้คนอื่นได้ แต่ไม่ได้แพร่หลายแบบพวกทุนนิยม ที่เอานิสัยไม่ดีมาใช้ ทฤษฎีไม่ดีมาใช้กับสังคม เราต้องเอาทฤษฎีบุญนิยมมาเป็นคนจนแบบเศรษฐกิจพอเพียงหรือขาดทุนของเราคือกำไรของเรา
ทฤษฎีงาน 19 ข้อ ข้อ 1 ถึง 3 คือทุนแท้ 1 . มีคนที่ดี 2 . มีงานที่ดี 3 . ความรู้ความสามารถที่ดี นี่คือทุนแท้
4 . เวลา โอกาส เราต้องดู กาลัญญุตา อันควร ถ้าทำผิดกาละก็พังได้ง่ายๆ 5 . ทุนที่เหมาะควร เป็นวัตถุ เป็นทุนแถม
6 . สุขภาพร่างกายกำลังกายดี 7 . มีความขยัน อุตสาหบากบั่น เป็นทุนเสริม
8 . มีหลักเกณฑ์ มีระเบียบ มีเป้าหมาย 9 . มีการจัดสรรและจัดโครงการ 10 . มีการแบ่งงานและประสานเนื่องหนุน
11 . มีกระจิตกระใจใส่ใจขวนขวายไม่ดูดาย 12 . มีการปรับใจกันให้เกิดความเข้าใจกันเสมอ 13 . มีการปฏิบัติขัดเกลากิเลสเสมอ คือตำหนิติติงกัน พยายามมีศิลปะ ให้อีกคนเขาเปลี่ยนแปลง พฤติกรรม กาย วาจา ใจ 14 . มีความเห็นดี ยินดี จะมีความเข้าใจว่าดีอย่างไร 15 . มีความเห็นจริง ซาบซึ้งเชื่อมั่น 16 . มีสติ ปฏิภาณ ปัญญา 17 . มีฌาน สมาธิ อุเบกขา 18 . มีความเสียสละแท้ 19 . มีพลังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน(เอกีภาวะ ที่มีวิมุติเป็นพลัง) มีการขัดกันบ้างในตัว แต่รวมแล้วเป็นตัวเสริมให้เจริญ ไม่ได้ขัดแตก ขัดแยก แต่ขัดเพื่อเจริญ เป็นปฏิกิริยาซ้อน ทั้งวัตถุและพลังงาน ทั้งนอกและใน มีความเป็นเอกีภาวะ สามัคคียะ ความสามัคคีคือความขัดแย้งอันพอเหมาะ อย่างชาวอโศกนี่เป็นพลังรวมของสังคม เป็นแบบคนจน ไม่กักตุน ทฤษฎีงาน 19 ข้อ เป็นทฤษฎีที่รอการพิสูจน์ เท่าที่อาตมาทำงานมาก็เกิดผลได้อย่างที่เป็นจริงปัจจุบันนี้ อาตมาเขียนไว้นานแล้ว ให้มาปฏิบัติให้ลึกซึ้งเป็นจริง ยืนยันว่าดีจริงยั่งยืนถาวรไหม แล้วดีจริงที่ว่านี้ดีอย่างไร ดีจริงก็ดีเพราะคนเป็นอาริยะ คือคนดี คนเจริญ คนประเสริฐ ที่ต่างจากอารยะหรืออริยะ ประเทศไหนๆ เขาก็สร้างคนให้เป็นอารยะกัน หรือบางที่ก็ให้เป็นอริยะ เราก็เห็นว่าอารยะที่เจริญกันนี้เจริญแต่ทางวัตถุ มอมเมาในโลกธรรม เขาก็ก้าวหน้ามาก เช่น เขามีความสุขกับกามคุณ 5 จัดจ้านมาก แล้วเจริญกันด้วยอัตตา อัตตาใหญ่สูง ซ่อนเร้น พยายามสร้างอัตตาไม่ให้คนจับได้ เป็นมโนมยอัตตา เขาไม่รู้ตัวว่าเขาสร้าง เขาเป็นมนุษย์ pretender อาตมาแปลว่า จอมโจรบัณฑิต พูดง่ายคือ โจรใส่เสื้อนอก สำนวนไทยๆนะ ดูเป็นคนชั้นสูง มีวาสนาบารมี ไปไหนใส่เสื้อนอก พวกอริยะ บางพวกเขาก็มักน้อยมาก ไม่นุ่งห่มเสื้อผ้าเลยก็มี มีชีวิตพยายามไม่เบียดเบียนใครเลย มีบาตรใบเดียว บิณฑบาตได้แค่บาตรเดียวพอกินพอใช้แค่นั้น เขามักน้อยได้จริงแล้วอดทน จะหนาวเย็น หรือที่พักแดดร้อน ฝนตกเขาไม่กลัวเลย อยู่ป่าเขาถ้ำได้เขามักน้อยจริงๆ เลย คุณสมบัติมักน้อยนี้เห็นได้แต่เขาสุดโต่งไม่เกิดประโยชน์สูง แม้จะประหยัดสุดได้ก็ตาม สู้สัตว์เดรัจฉาน ไม่ได้เลย ยังมีประโยชน์บ้าง เขาไม่ผิดแต่ไม่สมบูรณ์ แต่ของพุทธนี้พิสูจน์เลยว่ามีไม่หนี สร้างด้วยแล้วไม่หวงแหนให้คนอื่นจริง จิตไม่เอาเหมือนกันเลย แต่มีปัญญาเข้าใจความมักน้อย ไม่เอา จิตกล้าให้แล้วรู้ว่าจิตเราไม่ต้องการเอาเป็นเราเป็นของเรา พระพุทธเจ้าให้ศึกษา อัตตา อัตตนียา จริงแล้วจิตก็ไม่มีความต้องการอยากได้มาเป็นเราเป็นของเราจริง มีพอกินเหลือกินเหลือใช้แจกจ่ายมีประโยชน์สูงประหยัดสุดสุดยอดเลย เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ไม่สุดโต่ง พระพุทธเจ้าเรียนรู้ว่ามีสุดโต่งสองด้าน คือด้านโลกีย์กับด้านอาตมันหรืออัตตา พวกมักน้อยสุดโต่งคือเห็นแก่ตัวเต็มบ้องเลย จะเอาคุณภาพคุณลักษณะว่ามักน้อยอย่างเดียวมาเป็นข้อยืนยันอาริยะหรือโลกุตระไม่ได้ เอาแค่ความมักน้อยมิติเดียวที่ไม่เกี่ยวกับมิติทางจิต ซึ่งทางที่เขามักน้อยมากๆ เขามีมิติทางจิตนะ แต่ไม่มีทฤษฎีแบบพระพุทธเจ้า เขาเห็นว่าน้อยลงนี่ดี แต่ไม่คำนึงถึงมนุษยชาติ เขาหนีโลก เป็นทฤษฎีโลกันต์ คือหนีโลก คำว่าโลกันต์คือนรก ความคิดที่เสื่อมต่ำที่สุด หรืออบายนั่นเอง ของพุทธมีแล้วไม่ติดยึด แจกจ่ายให้เขาช่วยเขานี่คือยิ่งใหญ่กว่าไม่มีเลย แบบนั้น หวังอยู่ว่าในโลกที่มีปัญญากัน ก็ยังมีอาริยบุคคลได้ ที่อยู่กับสังคมโลกแต่อยู่เหนือโลกได้ ไม่ใช่เป็นพวกหนีโลก หรือพวกที่โลกีย์ จมอยู่ในโลกีย์ไม่ได้ลดละกิเลสเลย ส่วนอาริยบุคคลของพระพุทธเจ้านั้น สามารถอยู่กับสังคมที่มี ลาภ ยศ สรรเสริญโลกียสุข มีกาม มีอัตตาได้ อย่างปกติไม่ติดแล้วใช้สิ่งที่มนุษย์เขาพึงมีกันไม่ว่าจะเป็นกามหรือโลกธรรมหรืออัตตานี่เราได้พิสูจน์เรียนรู้ จิตที่มันหลงติด จนทำให้ไม่ยึดติดเลย สมบูรณ์แบบ ให้จิตเป็นกลาง คือมัชฌิมา จากเดิมที่โน้มเอนไปทางกาม วัตถุสมบัติโลก กับฝ่ายอัตตา หรือเขาแยกเป็นจิตนิยมกับวัตถุนิยม แต่รู้จักวัตถุ รู้จักจิต แล้วสร้างสรรวัตถุและจิตอยู่กับสังคมอย่างพอดี มีโลกวิทู มีจิตเหนือโลกเหนือสังคม มีประโยชน์คุณค่าต่อสังคม โลกานุกัมปายะอย่างแท้จริง การเรียนรู้เรื่องกามแล้วหลงว่าเป็นสุข มันคือสุขเท็จ ถ้าเรียนรู้สุขเท็จให้หมด เหลือแต่ความลำบากเป็นอัตกิลมถะ อย่างอนาคามีพ้นกามแล้วอยู่กับโลกธรรมอย่างได้ไม่แย่งชิงมีวรรณะ 9 มีสาราณียธรรม 6 มีพุทธพจน์ 8 แต่ทุกวันนี้คำว่ามัชฌิมาปฏิปทา เขาก็แปลเพี้ยนไป เขาแปลว่า ทางสายกลาง มันไม่ผิด แต่ผิดที่เอาคำว่าทางไปใส่ แต่ถ้าแปลว่าทางไปสู่ความเป็นกลางนี่ถูก คือมีข้อปฏิบัติให้จิตเป็นกลาง ไม่โต่งไปทางไหน ที่เป็นอันตา(ส่วนเกิน) เอียงไปทางไหนก็มีเศษ จนมันไม่เหลือเลย จิตเป็นกลางจะอยู่กับทั้งกามและอัตตาได้อย่างไม่เสพติด ไม่มีความอยากได้มาเป็นตนเป็นของตน เหลือแต่รูป นามขันธ์ 5 ที่สะอาดจาก กามโลก เหลือแต่จิตที่เป็นรูปภพ อรูปภพ แล้วจะรู้ว่าลำบากเป็นภาระ ภาราหเว ปัญจขันธา เป็นเศษเหลือส่วนตัว แต่ท่านอยู่กับสังคมจะไม่มีพฤติกรรมทำร้ายสังคม ไม่แย่งไม่ชิง เป็นอนาคามีมีประโยชน์รับใช้สังคม คนอย่างนี้ให้เป็นนักการเมือง นักธุรกิจได้มีกิจการทรัพย์สินมากมายได้ แต่จิตใจไม่ยึดติด เอาไปทำงานต่อช่วยสังคมได้ อย่างพล.อ.ประยุทธ อาตมาเห็นว่าแสดงออกได้อย่างสมสัดส่วน สมสมัยนะ ทั้งกายวิญญัติ วจีวิญญัติ ท่าทีลีลา สุ้มเสียงสำเนียงการแสดงออก ซึ่งมาจากจิตเป็นประธาน แล้วมีสัปปุริสธรรม จัดสรร ซึ่งมีมหาปเทส 4 อีก มหาปเทสนี่เหนือกว่าสัปปุริสธรรม 7 อีก เราตรวจสอบแล้วไม่มีทั้งสิ่งที่พระพุทธเจ้าอนุญาตหรือห้าม เช่นพระพุทธเจ้าไม่มีคำว่าการเมือง เราก็ต้องใช้วิจารณญาณ สรุปว่าสรรค่าสร้างคนให้มีประโยชน์คุณค่าไม่โต่งเกินไปในทางมักน้อยเกิน อาตมาเห็นว่าทฤษฎีพระพุทธเจ้าสมบูรณ์แบบสุด ไม่ว่าจะทฤษฎีไหนๆ เท่าที่อาตมามีภูมิปัญญารู้ มีคนให้ข้อมูลมาว่า เงิน ซื้อบ้านได้ แต่ซื้อความอบอุ่นไม่ได้ เงิน ซื้อเตียงได้ แต่ซื้อการนอนหลับไม่ได้ เงิน ซื้อยาได้ แต่ซื้อสุขภาพไม่ได้ เงิน ซื้อหนังสือได้ แต่ซื้อความรู้ไม่ได้ เงิน ซื้อตำแหน่งได้ แต่ซื้อความนับถือไม่ได้ เงิน ซื้อ SEX ได้ แต่ซื้อความรักไม่ได้ เงิน ซื้อกระดาษปากกาได้ แต่ซื้อความเป็นกวีไม่ได้ เงิน ซื้ออาหารดีๆได้ แต่ซื้อความอยากรับทานไม่ได้ เงิน ซื้อความประจบสอพลอได้ แต่ซื้อความจริงใจไม่ได้ เงิน ซื้อการตามใจได้ แต่ซื้อความจงรักภักดีไม่ได้ เงิน ซื้อเพชรนิลจิลดาได้ แต่ซื้อความงามไม่ได้ เงิน ซื้อความสนุกชั่วครู่ได้ แต่ซื้อความสุขไม่ได้ เงิน ซื้อเพื่อนร่วมเดินทางได้ แต่ซื้อเพื่อนแท้ไม่ได้ เงิน ซื้ออำนาจราชศักดิ์ได้ แต่ซื้อปัญญาไม่ได้ เงิน ซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์ได้ แต่ซื้อสันติสุขไม่ได้ เงิน ซื้อเมียที่สวยได้ แต่ซื้อแม่ที่ดีให้ลูกไม่ได้ เงิน ซื้อของทำทานได้ แต่ซื้อบุญไม่ได้ พ่อครูว่าอันนี้ดี หรื อ “ เงินทำทานได้ แต่ซื้อบุญไม่ได้” ก็จะสั้น กว่า
ต่อไปเป็นการตอบประเด็น
_การที่เราจะบอกตำหนิแล้วเขาไม่ชอบใจ เราจะบอกดีหรือไม่ ? ถ้าจะไม่บอกเลยจะดีไหม? ตอบ. ..ผลเสียคือ คุณอยากพูดอยากบอก แต่ไม่พูด เช่นถ้าเห็นว่าอันนี้ไม่ดี จะเสียหายมากหากไม่บอกก็เสียแน่ เราจริงใจ เห็นว่าอันนี้จะเสียก็ต้องห้ามต้องบอก การไม่แสดงออกมีผลเสียแน่ก็ต้องประมาณตามควร ศาสนาพระพุทธเจ้าให้รีบบอก รีบตำหนิ บางทีเลยเหมือนด่า เช่นแม่จะห้ามลูกไม่ให้ทำอะไรด่วนๆ ก็เลยเหมือนคำตะหวาด พระพุทธเจ้าสอนให้ตำหนิได้ นิคคัณเห นิคหารหัง ไม่ใช่ว่าไม่ดูดำดูดี ศาสนาพุทธไม่เอียงโต่งไปทางใดเลย พระพุทธเจ้าบอกว่าสิ่งที่จะเจริญ เป็นการให้เป็นสังคหะ พระพุทธเจ้าว่าทานบารมีนี่สุดยอดเลย ทานบารมีในบารมี 10 ทัศ เป็นข้อที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ ชีวิตนี้เราเป็นทานให้แก่มนุษยชาติเลย แล้วทานให้มีปัญญาด้วย การตำหนิคือทานชนิดหนึ่ง ต้องการให้เขาดี ก็ต้องศึกษาศิลปะ ทุกวันนี้โลกมีความผิดมากกว่าถูก จึงต้องตำหนิมากกว่าชมเชยด้วย
_การที่จะเกิดมาเป็นมนุษย์ได้ต้องมีศีล 5 ให้ครบใช่ไหม? แต่ทำไมมนุษย์จึงเกิดมามากมายจะล้นโลกแล้ว สัตว์ก็ลดจำนวนลงเรื่อยๆ ตอบ ...มนุษย์นี่จะเป็นได้ก็เอาที่ใจสูงเป็นที่ตั้ง ไม่ได้เอาที่ว่ามีร่างเนื้อครบ 32 ก็เป็นมนุษย์ เพราะสัตว์ชนิดหนึ่งที่เขาว่ามีใจสูงก็คือมนุสโส ก็เอาศีล 5 เป็นเครื่องวัดที่ใจ ว่า 1 ศีล 5 ใจเขาไม่ต้องการทำร้ายสัตว์ฆ่าสัตว์จริง และ เขาไม่ได้อยากได้ของคนอื่นที่ไม่ใช่ของตนจริง และสามเรื่องเพศเขาไม่นอกใจคู่คน ไม่ต้องพูดถึงนอกกายเลย หรือกามคุณ 5 ไม่จัดจ้าน เทียบเคียงเอาเองนะ ไม่พูดปด ไม่ติดอบายมุข จิตมันไม่มีอาการอยากทำร้ายหรือฆ่าเขาเลย แม้เขาทำร้ายเราเรายังไม่ตอบโต้เลยหรือโสดาบันอาจป้องกันตัวแต่ไม่แรง ราคะก็แค่นั้น กามก็แค่นั้น ซื่อสัตย์ไม่พูดปด อบายมุขไม่เอาแล้ว มีปัญญารู้ว่านี่คืออบาย จิตคนนี้คือมนุสโส แต่ภาพที่เราเห็นตอนโหวตโน ภาพนี้สื่อความเป็นสัตว์ในร่างคน คนที่เกิดมาได้ร่างกาย ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์มาเกิด แต่อาศัยร่างนี้ที่เป็นคนแต่ใจเลวกว่าเดรัจฉานอีกเยอะในยุคนี้มีเยอะ จะเอาหมายที่ร่างนี้มาตัดสินความเป็นมนุษย์ไม่ได้
_ดิฉันเคยได้ยินพวกเราบางคนเปรยๆว่า “เงินเดือน 0 บาท จะทำอะไรมากมายนัก” อันนี้เขาจะพูดเล่นหรือว่าพูดจริงก็ไม่รู้นะ องค์กรเราจะเร่งรีบมากไปไหน ถ้าจิตเช่นนี้จะหนักเหนื่อยไหม? ตอบ. ..ก็หมายความว่า จิตของเราให้ระวังว่าบางอย่างไม่ควรพูด ทักท้วงออกไป เช่น เขาพูดว่าทำงานเงินเดือน 0 บาท จะทำอะไรนักหนา เราได้ฟังก็คิดว่า อยากจะบอกเขาอยากอวดของดีเขา อันนี้เป็นสาเฐยจิต เราก็ประมาณดูว่า น่าบอกไหม ควรไหม ในเวลานี้ ถ้าควรก็บอก ถ้าไม่ควรก็อย่าทำ การที่แค่ว่ามันน่าบอกเขา จะบอกว่าอยากเสียทีเดียว ก็ไม่ใช่ แต่ที่คุณไม่พูดออกไปนี่ก็ดีแล้ว