220826 ผู้บรรลุจริงอวดได้หรือไม่-พ่อท่าน-พุทธสมาคมแห่งปทท.-ฬ020.txt

โฟลเดอร์2522 TXT  ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์172 KB
วันที่แก้ไข5 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

เมื่อเวลา 14:00 น ของวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านเทพธิดาได้แสดงธรรมที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยถนนพระอาทิตย์การแสดงธรรมครั้งนี้ในการแสดงธรรมครั้งสุดท้ายคือครั้งที่ 3 [ไม่สามารถถอดข้อความได้] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] สอน [ไม่สามารถถอดข้อความได้] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] การเจริญธรรมญาติโยมทั้งหลาย ตอนนี้เป็นโอกาสหรือโอกาสหนึ่งที่อาตมาจะได้บรรยายหรือว่าแสดงแล้วทีนี้อีกหากซึ่งเจตนาที่ได้ตั้งเอาไว้ว่าเราจะบรรยายคือจะบรรยายพระสูตรที่เราได้นำมาซึ่งตอนแรกนี่ก็ได้นำเอาพระสูตรที่หยิบขึ้นมาก่อนเพื่อนก็คือธรรมจักรกัปปวัตนสูตรและเราก็ได้ว่ากันไปแล้วถึง 2 ครั้งเรามีเงินเดือนละครั้งแล้วก็ว่ากันไปแล้ว 2 ครั้ง 2 เดือนแต่เดือนนี้เดือนที่ 3 แล้วก็จะว่า ว่างั้นตั้งใจว่าจะว่าให้จบแล้วก็เอาว่าให้จบก็ว่าให้จบอาตมาว่าแล้วตั้งแต่เดือนแรกได้สาธยายหรือว่าได้เน้นส่วนสำคัญของจับทำมาจากสภาวะธรรมซึ่งเป็นเรื่องของเนื้อหาสาระเพราะว่าแล้วอาตมาบอกแล้วว่าเรื่องธรรมชาติกับพระรัตนสูตรเนี่ยเป็นธรรมะที่สุขุมวิทซึ้งรวมสารัตถะเอาไว้ในสูตรนี้แทบจะเรียกว่าสูตรนี้สูตรเดียวเหมือนกับสูตรอื่นๆทั้งหมดอาตมากล่าวอย่างนี้ถ้าท่านผู้ฟังบางท่านที่ฟังอาตมากล่าวนี้ก็หาว่า พูดผิดอาตมาอาตมาว่าอาตมาพูดถูกแต่ถ้าว่ามันไม่ใช่มีสูตรเดียวอาตมาก็ไม่ได้บอกว่าสูตรนี้สูตรเดียวอาตมาว่าธรรมจักรกัปปวัตนสูตรเนี่ยสำคัญมากแทบจะมีแต่ต้นจนสุดท้ายสุดท้ายอยู่ในนี้ท่านมาบอกว่าไม่ใช่ถ้ามาจากคำว่

อ่านต่อ

าคณะสงฆ์ไม่ใช่สูตรสูตรเดียวที่สุดสุดท้ายสุดสุดท้ายมาหาปรินิพพานสูตรก็พูดอย่างนั้นก็ถูกแต่ว่าอาตมาไม่ได้พูดอย่างนั้นสักหน่อยอันนี้แหละคือความอาการฟังหรือว่าทางความที่มันไม่ได้กลับแล้วก็กลับไปเป็นเมียก็เลยเป็นการพูดย้อนแย้งทางจะไปถ้าที่อาตมายกขึ้นมาพูดนี้ก็ไม่ใช่เพื่อจะถกเถียง แต่เพื่อที่จะแสดงให้ฟังว่าการฟังธรรมนั้นต้องฟังด้วยดีฟังด้วยใจไม่ใช่เพื่อที่จะจับเอาข้อผิดมาตีโต้กันแต่ฟังแล้วก็ฟังให้ละเอียดละออถ้าเผื่อว่าจะเอาข้อผิดที่มันย้อนแย้งอะไรก็พลาดเป้าหมายมันเลยกลายเป็นฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียดแล้วเสียเวลาแล้วเราเองเราก็ว่าความรู้ด้วยมันก็เลยกลายเป็นคนๆเป็นอาตมาว่ากันจริงแล้วอาตมาภาพซึ่งในพระธรรมจักรกัปปวัตนสูตรนี้เหลือหลายจึงรู้ลึกรู้ซึ่งปฏิบัติเข้าไปเห็นจริงว่าในเนื้อหาสาระสำคัญ เหลือที่จัดปฏิบัติกันอย่างทะลุถึงกันได้แล้วเพราะฉะนั้นมีสูตรอื่นอีกถ้าเผื่อว่าเราเองเราไม่มีปัญญาเพียงพออ่านพระธรรมจักรกัปปวัตตนสูตรสูตรสูตรเดียวก็ยังแทงไม่ทะลุรู้อะไรๆก็ยังไม่ได้ถึงจุดถึงที่จะเอาสูตรอื่นอีกมาคุณศึกษาคุณทำความเข้าใจเพิ่มเติมเข้าไปให้พิสดารให้ละเอียดละออลึกซึ้งเข้าไปเสริมเข้าไปอีกเสริมเข้าไปอีกก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่ก็ได้เอาเถิดแต่ถ้าเผื่อว่าผู้ที่รู้ลึกซึ้งแล้วอย่าว่าแต่ทำมาจากกัปปวัตนสูตรทั้งสูตรเลยถ้าผ่าตัดกิริยาระดับฟังธรรมจากพระพุทธเจ้ากี่ประโยคก็บรรลุ อรหันต์แล้วรู้ลึกรู้จริงรู้ถึงฉันได้ทันทีไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ต้องไปถึงจะฟังทั้งสูตรหรอกพระอาตมาว่าอาตมาฟังสูตรนี้ก็รู้ลึกซึ้งนี่ก็เป็นเรื่องจริงของอาตมาเองที่อาตมาออกจะเป็นคนที่ลาวตรงที่อาตมากล่าวตรงนี้อาตมาบอกทุกครั้งแล้วอาตมาประกาศยิ่งขึ้นประกาศทุกครั้งประกาศเสมอบ่อยขึ้นเพราะอาตมาถูกโจมตีมากขึ้นอาตมาก็ยิ่งจะต้องประกาศมากขึ้นว่าอาตมากล่าวตรงอาตมาเปิดเผยอาตมาบอกความจริงอาตมาไม่ได้เสแสร้งอาตมาไม่ได้อวดตัวอวดตนอา รู้จริงๆรู้ได้เองรู้ได้ด้วยตนรู้ได้ด้วยการปฏิบัติธรรมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็เกิดเป็นจะยังอภิญญาเกิดการรู้ได้ด้วยตนเองแต่ยังเป็นยารู้ยิ่งขึ้นมาได้เองของตัวเองไม่ใช่ไปเอาที่ปากใครมารู้มันมีสภาวะธรรมที่รู้เองเป็นปัจจัตตังเป็นจะเป็นยาอยู่ที่ของเราแล้วอาตมาก็เอาความจริงนั้นมันยืนยันเป็นสว่างหากระทำเป็นเอหิปัสสิโกรับประกาศให้เป็นการเหมือนกระต่ายให้มาพิสูจน์เรียกร้องให้มันดูสิมันดูสิมันเป็นของที่ควรจะปฏิบัติได้เองนะท่านทั้งหลายเอ๋ยเป็นสันติโกลด์ฐิติโกหมายความว่าควรจะปฏิบัติได้โดยตนเองและท่านทั้งหลายเอ๋ย อกาลิโกมันเป็นธรรมะที่ไม่จำกัดการสมัยร้อยกว่าปีก็ปฏิบัติได้เดี๋ยวนี้ก็ปฏิบัติได้ดังเดียวกันได้จริงนะได้จริงๆใครเราได้จริงจากใครยังไม่ได้เรานี่แหละได้แต่ยังกับภิญญาปัจจัตตังเราเองได้เรารู้ยิ่งแล้วเรารู้ยิ่งแล้วมาสิมาติดตามกันดูมากที่สุดดูจริงไหมที่ถูกกันเรียกร้องให้มาดูมาชมมันเป็นของสูงจริงๆแต่ควรเลือกเอามาให้ได้นะมันออกไปในนิโกปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญู พอรู้ได้ดิต้นเป็นบัณฑิตเขียนด้วยตนไม่ใช่คนไหนจะต้องมาแต่งมาตั้งเพราะการกล่าวความจริงหรือเปล่าทำจริงยังเปิดเผยโดยภาษาบาลีท่านบอกว่ามันเป็นสภาพของยถากรรมมิตรภาพของสิ่งที่มันเป็นความจริงตามความเป็นจริงแล้วผู้นั้นท่านก็ทำตนให้เปิดเผยออกมาตามความเป็นจริงเองไม่ได้หมายความว่าเป็นการอวดการอ้างการคุยโม้คุยโตอะไรไม่ใช่ไม่ใช่เลยเราฟังใจเป็นกลางๆยินดีนะรับบอกว่าเราเป็นเราได้เรามี หมายความว่าเราอวดอ้างอวดโอแล้วอยากให้คนอื่นเขารู้ว่าพี่มันจำเป็นต้องอวดอ้างอวดรวยเช่นเดียวกันกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระตรัสรู้เองเสร็จปั๊บท่านก็บอกโอ้ไอ้นี่ดีจริงหนออยากกระนั้นเลยเราไปประกาศให้คนอื่นดูเพราะว่าสิ่งนี้เป็นจริงนะเป็นสิ่งที่ตรัสรู้ได้ในตนนะควรจะรู้ได้เด็กจนแล้วมันก็เป็นอาการภายมาพิสูจน์ได้นะเพราะว่าเพราะท่านออกมาตัดสินใจว่าจะออกไปประกาศเผยแพร่พอเดินมาพบอุปสรรคมีอุปสรรคคนแรกท่านก็ตรัสบอกว่าเราเป็นขยำปูนเราเป็นผู้ตรัสรู้ชอบด้วยตนเองไม่มีใครเตรียมเท่ากับชีวก แลบลิ้นไม่เชื่อถือนั้นเองผู้ประกาศที่ประกาศแลบลิ้นไม่เชื่อถือแล้วก็จากไปอย่างนี้เป็นต้นมันก็เป็นจริงคือคนใดที่จิตใจไม่ไม่เข้าถึงจิตใจนึกว่าไปเพ่งโทษแต่ผู้อื่นก็จะเกิดการหมั่นไส้อย่างนี้จริงๆเพราะฉะนั้นถ้าใครมีจิตใจอย่างอุปสรรคชีวการก็ฟังสิ่งที่เป็นยถาภูตังอัตตานังอะวิทยาฟังไม่ได้ฟังไม่ได้จะต้องเป็นอย่างอุปสรรคที่ต้องการแน่ๆคือต้องรอบแรกไม่เชื่อถือหรือไม่ศรัทธาแต่แท้จริงพระพุทธเจ้านั้นท่านเป็นยถากรรมไม่ใช่เป็นผู้ที่อวดโอ้ Hotel a May rov ไม่ได้อวดอ้างมายาวีไม่ได้มีการเสแสร้งมารยาอะไรเลยถ้าเป็นเรื่องจริงใจเป็นเรื่องจริงๆเป็นเรื่องควรบอกอาตมาเห็นใจเห็นพระทัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากๆที่ท่านพ่อออกมาถึงเจออุปสรรคที่ต้องการก็ต้องรีบบอกแหมมันดีนะเรานี่เป็นพุทธะเราเป็นผู้ที่ตรัสรู้เองชอบแล้วด้วยตนสอนแต่ใครเทวดามารพรหมไม่เท่าเทียมอ่ะมาสิแต่ว่าเขาก็จะไม่รับสักทีพอออกจากที่นั่นไปพบกับปัญจวัคคีย์ก็บอกเช่นเดียวกันบอกเราตรัสรู้เองแล้วประชาชน ผมตั้งใจว่าจะไม่รุกรับพอลุกรับแล้วท่านก็บอกว่าตรัสรู้แล้วเข้าใจว่าพี่ก็ทำเน้นๆหน่อยๆพระพุทธเจ้าก็บอกว่าเราเคยพูดกับเธอหรือว่าเราตรัสรู้ปัญจวัคคีด้วยนะแต่ก่อนท่านก็ไม่เคยกัดถ้าไม่เคยบอกว่าท่านตรัสรู้แต่ตอนนี้ท่านทำไมตรัสว่าอย่างนี้ท่านเป็นนักโทษนะท่านเป็นนักศาสนานะท่านจะต้องกล่าวถึงแม้แต่โกหกฉันจะโกหกคือเพราะฉะนั้นแค่คำนี้แกจะไปตัดสินเอาว่าท่านโกหกไม่ได้อย่างนี้เป็นต้นเพราะจะมาก็พระพุทธเจ้าท่านตรัสเป็นเรื่องจริงทำตนให้เป็นที่เปิดเผยง่ายๆอาตมาเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าอาตมาก็ดำเนินรอยตามพระยุคลบาทอาตมาก็กล่าวตามภูมิตามปัญญาตามจริงใจของอาตมาอา อยากจะยืนยันเดี๋ยวนี้ไม่มีใครกล้ายืนยันแล้วว่าศาสนามีมรรคมีผลหรือไม่เพราะถูกถามเข้าพบเจอยากๆเรียกว่ามังกุเป็นไปโดยอย่างนั้นพระพุทธเจ้าตรัสว่าอย่าก็ยากจะต้องเป็นผู้ที่ถ้าใครถามแล้วจะต้องไม่สู้ยากสุดพอมันผุจะต้องไม่หลุดพ้นทุกข์จะต้องเมื่อถูกใจถามแล้วก็ไม่ต้องเจอญาติเธอจะมีอิทธิฤทธิ์มนุษย์ทำมาอุตริมนุษยธรรมหรือไม่มีองค์สุริยุป ถ้ามีแล้วก็ตอบได้เมื่อคนถามในการชายไหนก็ตามการภายหลังภายหน้าถ้าเขาถามก็ตอบได้ไม่ต้องเจอไม่ต้องเขินเดี๋ยวนี้ท่านให้พิจารณาเนืองๆนะตถาคตเอยให้พิจารณาแล้วให้เป็นจริงเตรียมพร้อมที่จะตอบไม่ใช่ว่าตอบไม่ได้บอกไม่ได้เปิดเผยไม่ได้ไม่ใช่เลยเปิดเผยในเวลาอันควรและมันก็เปิดเผยเมื่อถึงสาระเราต้องรู้สาระที่ควรจะเปิดเผยเพราะฉะนั้นการกล่าวว่าอาตมารู้เองได้เข้าใจด้วยยิ่งปัญญาอันยิ่งเป็นอภิญญาได้รับอภิญญานี้จริงแล้วก็เปิดเผยอภิญญานี้จริงตอบความจริง มันมีอภิญญาปลอมมันมีอภิญญาที่มันแทรกแซงหรือว่ามันไม่ถูกต้องเราก็บอกกันหมู่สหธรรมิกที่เป็นพุทธศาสนิกชนด้วยกันเราก็กล่าวสิ่งถูกบอกสิ่งผิดอันนี้ไม่ใช่นะถ้ากูได้ปฏิบัติอย่างนี้ไม่ใช่การกล่าวอย่างนี้ไม่ใช่เป็นการกล่าวว่าเป็นโจรคือใครเราจะไม่ว่าศาสนาคริสต์เพราะเป็นอย่างนั้นเขาไม่ถูกอย่างนี้เราไม่ไปโจมตีศาสนาอื่นเราเป็นผู้ที่มีอนุบาลเราไม่ไปกล่าวโจมตีใครแต่เราบอกเพื่อนจะทำนิสัยของเรานะนี่คือที่นี่มานั่งฟังนี่เชื่อแน่ว่าเป็นพุทธศาสนิกชนเป็นพุทธ บริษัทแล้วก็บอกว่าถ้าใครปฏิบัติอย่างนี้ในพุทธบริษัทอย่างนี้ผิดนะเราไม่ได้โจมตีอย่างนี้ถูกนะเราก็บอกผิดบอกถูกที่สัจธรรมที่เป็นสัจธรรมชี้สิ่งที่ไม่ใช่สัจธรรมสิ่งนี้ไม่จริงสิ่งนี้จริงเราก็ต้องพูดอย่างนั้นเพราะการบอกว่าไอ้นี่ไม่ถูกไอ้นี่ถูกไอ้นี่คนใดปฏิบัติอย่างนี้มันผิดนะคนในปฏิบัตินี้ถูกนะจะบอกว่าอย่างนี้ไปโจมตีฟังให้ดีนะถ้าผู้ใดหมายว่าไอ้โจมตีอย่างนี้ก็ไม่ต้องพูดสัจธรรมกันถูกก็ไม่ต้องพูดผิดก็ไม่ต้องพูดกล่าวทุจริตก็ไม่ต้องกล่าวเจตนาจะให้กล่าวแต่สุจริตอย่างเดียวเป็นการชมเชยยกย่องเท่านั้นไม่ใช่พระพุทธเจ้าบอกให้กล่าว เพลงลาวได้ทั้งสิ่งที่เป็นสิ่งถูกสิ่งที่ควรข่มสิ่งที่ควรปราบควรกำราบในวันนี้ฉันเห็นพระอรหังนั่นแหละสิ่งใดที่ควรยกย่องเชิดชูชมเชยกันเป็นปักคันนี้ก็ยกย่องสิ่งใดควรตราบเพราะคนบาปคนทำร้ายกำราบกันผู้ใดมีมรรคผลจึงจะทนอยู่ได้ไม่ได้หมายความว่าเป็นการบริหารอย่างเดียวเป็นการกระทำตลอดไปเป็นการสั่งสอนตลอดไปผู้ใดเห็นจริงผู้นั้นก็จะเชื่อถือคนนั้นก็จะแน่นแฟ้นผู้ใดทนต่อคำสอนไม่ได้พระพุทธเจ้าสอนไว้แต่ต้นแล้วสอนพระนวกะเลยวันต่อคำสอนไม่ได้บอกไอ้นี่ถูกไอ้ ให้ทำอย่างนี้อย่าทำอย่างนั้นคนแค่นี้ไม่ได้ก็ต้องหลุดออกไปนั้นสิ่งที่แสนสิ่งแรกคนอยู่ไม่ได้คนอยู่ไม่ได้ต่อในการบวชหรือต่อในการบำเพ็ญดีไม่ดีจะหลุดออกจากศาสนาไปเลยก็ได้เพราะไม่ได้นะแต่ผู้ใดมีมรรคผลจะทนอยู่ได้ดังที่กล่าวนี้แหละเจตนาต้องขอกล่าววันนี้เพราะว่าอาตมาเข้าใจในผู้ที่เจตนาดีข่าวดีแนะนำดีพูดถูกเกินจริงให้รู้สึกว่าให้ระมัดระวังนะในการกล่าวนี้มีการกล่าวให้มันถูกต้องถูกลอยเราอย่าไปโจมตีใครแต่เราจะต้องรู้กันบอกกันให้ถูกสัจจะมีเจตนาที่เมตตาปราณ ตระกูลบอกให้ถูกบอกให้ปิดทีนี้ทำเวลาคำกล่าวทุจริตให้มันรุนแรงถ้ากล่าวทุจริตบอกว่าสิ่งผิดนี่มารุนแรงคนมีกิเลสสะเทือนมีตัวอย่างเสมอเพราะฉะนั้นพอข่าวทำทุจริตแล้วจะสะเทือนสะเทือนใจจนกระทั่งไม่ชอบใจจนกระทั่งจะต้องออกโตออกแจ้งออกรู้สึกว่าเดือดร้อนอะไรมันเป็นจริงเพราะถูกกล่าวคำทุจริตและตนเองยิ่งมีส่วนทุจริตนั้นด้วยแล้วแหมมันถ้ามีกิเลสมันก็จะโทรศัพท์พยาบาทโกรธแค้นขึ้นได้ทีเดียวแต่ถ้าผู้ใดไม่มีโทรศัพท์ไม่มีกิเลสพวกนั้นพวกนั้นก็จะมีอะไรเท่าไหร่นะจะฟังก็ฟังด้วยความเป็นกลางไม่ค่อยเดือดร้อนเพราะฉะนั้นฟังธรรมที่ไม่มีกิเลสมันก็จึงฟังได้ ใครติดเซียนเราผู้นั้นก็หนึ่งจะชี้ขุมทรัพย์ให้แก่เราก็เอามาแก้ไขตัวเองเอามาทำให้ตนเองดีขึ้นแล้วมันก็ดีขึ้นน่ะสิเพราะใครจะมานินทาว่าร้ายใครจะมาตำหนิติเตียนไม่มีปัญหาอะไรไม่มีปัญหาเราแก้ไขเราปรับปรุงไปเถอะเราก็จะได้ประโยชน์ในการฟังธรรมและทีนี้เรื่องทุจริตนี่พระพุทธเจ้าท่านเคยตรัสอยู่ในพญาราชกุมารเราสูงท่านมีคนมาถามนี่แหละพระอภัยมณีกุมารนี่แหละมามาทูลถามพระพุทธเจ้าว่าพระพุทธเจ้าท่านกล่าว แรงหรือเปล่าสัตว์รุนแรงหรือเปล่าคำว่าลุงแดงนี่ก็แปลมาเป็นภาษาไทยที่จริงก็คือว่าท่านพูดชัดๆแรงๆหรือเปล่าเปล่าเปล่าแรงคืออย่างไรท่านอภัยคือการกล่าวทุจริตหรือกล่าวส่วนผิดเมื่อกล่าวส่วนผิดนั้นมันแรงท่านบอกแต่เราก็ต้องกล่าวเพราะว่าเราเองเราเป็นผู้ที่จะช่วยซึ่งเราก็จำเป็นต้องกล่าวแล้วกล่าวเพราะว่าเราจะช่วยช่วยผู้ที่ยังไม่แข็งแรงและช่วยผู้ที่ยังไม่รู้เหมือนคนไม่เย็นสาให้ก็เปรียบเหมือนว่าเราเหมือนที่เลี้ยงที่เลี้ยงเด็กเมื่อเด็กอ่อนไม่รู้เรื่องทำอะไรผิดๆ วันหนึ่งถ้าเด็กไม่รู้ไปอมกระเบื้องเก่าไปโอนกระเบื้องแตกเพราะคนกระเบื้องแตกเข้าไปเราเห็นอยู่รู้อยู่เราก็จะต้องรีบบีบคอมันว่างั้นนะรีบบีบขอบเพราะว่าเดี๋ยวแกจะกลืนกระเบื้องเข้าไปดักไว้ก่อนบีบพอแล้วก็เอามือล้วงเข้าไปในปากรีบเอามือล้วงเข้าไปในปากเหยี่ยวเอากระเบื้องแตกภาพออกมาแม้เลือดจะติดมือออกมาก็ตามเราก็จำเป็นจะต้องดึงกระเบื้องนั้นออกมาให้ได้ดังนี้เราต้องทำรีบทำถ้าไม่ได้นี่เป็นนัยยะที่พัฒนาจากพระพุทธเจ้าท่านตรัส สอนการตัดกล่าวเพื่อที่จะให้ผู้ที่ไม่รู้ได้รู้ผู้ที่ไม่เข้าใจไม่เข้าใจว่าการเรียนธรรมะหรือว่าการสอนธรรมะหรือว่าการบอกธรรมะนั้นมันมีเรื่องรุนแรงมันมีเรื่องข่าวทุจริตแต่เราก็ต้องกล่าวถึงทุจริตและสุจริตนั่นแหละแต่การทุจริตทีไรมันก็จะเป็นอย่างนี้แล้วเราก็ต้องทำอย่างนี้จะเกิดการเด็กก็จะร้องร้องไม่อยากให้เอากระเบื้องออกจากปากฉันใดแม้มันจะต้องรุนแรงบ้างเลือดต้องติดมือออกมาบ้างก็จำเป็นอยู่เองที่จะต้องกระทำที่นัยยะของศาสนาพระพุทธเจ้าท่านทรงสอนหรือว่าทรงทำงานศาสนามาก็อย่างนั้นอาตมาบอกตรงๆว่าจะมาเองอาตมาเนี่ยตัดเศียรถวายพระพุทธเจ้า เพราะอาตมาเองอาตมาได้ประโยชน์เหลือเกินในศาสนาและอาตมาเห็นว่าอาตมาเป็นคนเป็นมนุษย์โสเป็นมนุษย์แล้วเพราะได้ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าเข้าใจเข้าถึงจึงได้มีการได้รับรสพระธรรมเพราะการไม่เข้าใจและปฏิบัติเข้าถึงอาตมายืนยันเปิดเผยตามความจริงว่าอาตมาเข้าถึงธรรมอาตมาพูดอย่างนี้ก็เป็นยถากรรมอัตตานังอิตาคือเป็นการกล่าวความจริงตามความเป็นจริงเป็นการทำตนให้เปิดเผยออกมาเป็นการทำตนให้เปิดเผยออกมาตามจริงไม่ใช่อวดโง่ไม่ใช่อวดอ้างอวดโง่ ยาวีไม่มีมารยาไม่มีเสแสร้งอะไรจริงใจจริงใจอาตมามีสิทธิ์ที่จะพูดความจริงอย่างนี้แต่ใครไม่เชื่อก็อาตมาบังคับการเชื่อถือของคนไม่ได้ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่ออาตมาไปบังคับได้อย่างไรอาตมามีสิทธิ์ที่จะพูดความจริงใจตามความซื่อภาษาซื่อๆก็ว่าจะมาไม่มีใครไม่เข้าใจอาตมาอาตมาก็พูดได้แค่นี้อย่างนี้เพราะฉะนั้นการแสดงธรรมของอาตมาอาตมาจึงอ้างหรือบอกเสมอว่าอาตมากล่าวนี้เพราะอาตมามีอาตมาเป็นอาตมารู้อาตมาได้ไม่ใช่ว่าอาตมาไปเอาแบบมาจากของใครไม่จำเป็นตามอย่างเขาอาตมากล่าวว่านี่อาตมาเป็นนี่เป็นความเห็นของอาตมานี่เป็นความถึงต้องอาตมาเป็นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ จะบอกว่าอาตมาเป็นคนคลำช้างอาตมาว่าเนี่ยช้างทั้งตัวอาตมาบอกดวงเป็นอย่างนี้ขาเป็นอย่างนี้ผนังเป็นอย่างนี้หางเป็นอย่างนี้บอกหูเป็นอย่างนี้อาตมาก็บอกหมดทั้งตัวเท่าที่อาตมาว่าช้างตัวนี้อาตมาเห็นอย่างนี้แต่อาตมายืนยันว่าอาตมาไม่ใช่เห็นขาข้างเดียวหรือเห็นผนังข้างนึงหรือเห็นเฉพาะห่วงไม่อาตมาว่าอาตมาเห็นช้างแล้วรู้ทางทั้งตัวแล้วแต่ช้างอาตมาอาจจะตัวไม่เหมือนของคุณก็ได้อาตมาบอกว่าขายช้างเป็นอย่างนี้ผนังช้างเป็นอย่างนี้ควรจะไปยึดหาทางตามที่ตัวเป็นคำก็อาจจะไม่เหมือนกันขาช้างของคุณทำไมมันต้นอย่างนั้นแล้วฉันทำนี่ขายช้างของฉันก็เหมือนยังเอาไม้กวาดของคุณอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้มัน เหมือนกันไปทีเดียวเพราะฉะนั้นความไม่เหมือนกันก็เป็นความเหมือนอาตมานี่ยอมยอมทุกอย่างมันคือยอมเคารพนับถือความเห็นของแต่ละบุคคลใครจะเห็นอย่างไรก็ไม่ว่าเพราะฉะนั้นใครจะเห็นหาช้างเหมือนกับไม้กวาดของคนนั้นก็เห็นด้วยเถิดอาตมาก็ว่านี่ไม่ใช่นะอาตมาก็จะขอแย้งบ้างอาตมาว่าขาช้างมันควรจะเป็นอย่างนี้นะเหมือนต้นตาลเหมือนต้นเสาอย่างนี้นะแล้วก็บอกว่าไม่ใช่หาเช้ามันก็เหมือนไม้กวาดที่อาตมาก็จะแย้งบ้างพอสมควรก็แย้งแล้วส่วนจะยึดความเห็นของใครนะอาตมาก็มีหลักสุดท้ายว่าก็เมื่อยแย้งกันพอสมควรแล้วก็ต้องสั่งคนต่างเห็นต่างคนต่างเดินต่างคนต่างเชื่อถือต่างคนต่างยึดก็แล้วกันอาตมาก็ไม่ทะเลาะด้วยอีกแต่ว่าเรา ที่จะแสดงความเห็นแก่กันและกันส่วนชัยยุทธประยุทธ์ไปอาตมาก็ยึดยึดส่วนที่อาตมาเห็นจริงอย่างมั่นใจอย่างเด็ดเดี่ยวยศจริงๆเย็ดจริงๆด้วยยึดมั่นในศาสนธรรมของพระพุทธเจ้าท่านจะบอกว่าเนี่ยเราเข้าสูตรเลยความสำคัญในธัมมจักกัปปวัตตนสูตรที่ท่านบอกว่าสิ่งสุดตรง 2 อย่างเนี่ยอย่าไปติดต่อ 2 อย่างนั่นน่ะมันมีอยู่ให้ศึกษาให้ดีอาตมาก็ศึกษา 2 อย่างตามมาตรฐานพอดีอัตชีวประวัติก็ดีอาตมาก็เห็นเห็นจริงอาตมาก็ยึดถือปฏิบัติตามเออไปส่งส่งไปตามกรรมอย่างมากเพราะรถมาจนกระทั่งไม่ต้องมีการท่านก็บอกว่าไม่ใช่ไม่ใช่แค่ว่าไม่มี หรือว่ามีการน้อยๆนะแม้จะไม่ต้องมีการจะหมดตามเลยได้อาตมาก็ว่าดี๊ดีรถมาจนกระทั่งว่าไม่มีกามมันก็ดีดีพอบอกว่าไม่มีการดี้ดีอาตมาก็มาเปิดเผยว่าเออไม่มีกรรมดีนะไอ้ตามนี่มันเป็นมายามันหลอกลวงอย่างวันแรกที่อาตมาอธิบายแล้วก็มีคนเขียนถามขึ้นมาว่าทำไมท่านบอกว่าคนมีการหรือว่าคนไปเสพติดตามและเป็นคนหลอกลวงว่าเรื่องการเป็นของหลอกลวงถ้าว่ามาได้ยังไงอาตมาก็บอกว่าจะว่าได้ที่อาตมาปฏิบัติเองแล้วเห็นจริงว่าไอ้กล้ามันเป็นมายาอาตมาไม่มีกามแล้วอาตมาหมดกรรมแล้วอาตมาจึงเห็นว่าไอ้สิ่งนั้นเป็นมายาและสมาชิก อาตมาก็เปิดเผยความจริงความจริงก็ถามก็บอกอาตมาไม่เก้อเขินก็บอกแล้วว่าจะช่วยทหารอาตมาก็จะตอบแล้วถ้ามาก็ตอบไปอย่างนี้นี่ก็รื้อฟื้นความเก่ากินเหล้าที่พูดที่นี่เองนั่นแหละให้ฟังทางนี้ทางผู้ที่มีความเห็นอีกอย่างหนึ่งก็หาว่าอาตมาอวดอุตริมนุษยธรรมอ้าวพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนก็ไม่ให้อวดนะก็บอกแล้วว่าถึงแม้แต่ในปัจจุบันเวทนา 10 ข้อนั้นท่านก็บอกว่าหัวใจและจอมอวดกรรมเมื่อเขาถามน่ะเพื่อจะทำให้ถามอย่าไปก็เขินนะก็ตอบจริงๆแล้วก็อาตมาก็บอกจริงๆแล้วก็บอกว่าการได้อย่างนี้ไม่ใช่ของตื้นนะถามอาตมาอาตมาก็บอกแล้วไม่ใช่ของเล่นนะของจริงนะเพราะลูกได้บรรลุถึงนะแล้วไม่ใช่ของที่ว่าเป็นของชุมชนเล็กๆอย่าไปพูดกันเล่นๆถ้าไม่มีจริงอย่าไปกล่าว อาตมาอวดไปอย่างนี้ก็มีการผ่านแยกอาตมาว่าตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นให้เปิดเผยได้นะถ้าไม่มีในตนจริงไม่เป็นจริงสิอย่างนั้นเปิดเผยไม่ได้ถ้าเป็นพระและหัวขาดเลยเหลือเป็นฆราวาสก็ไม่ควรกล่าวอย่างยิ่งเพราะว่าฆราวาสเองเนี่ยอย่าไปกล่าวอะไรกันนักหนาเล่าตัวเองแม้จะเป็นพระก็ไม่ได้เป็นน่ะให้พระท่านอวดอุตริมันทำท่านเป็นผู้ที่ควรสมควรอย่างยิ่งในรายการคนอุษณีย์อวดไม่ได้ถ้ามีจริงเป็นจริงอวดได้แต่ต้องดูต้องประมาณบ้างมันกล่าวไว้ถ้าอนุสรณ์หรือว่าเป็นไปเพื่อ พูดที่ฟังแล้วจะฟังแล้วไม่รู้เรื่องงงๆหรือฟังแล้วก็ไม่เลื่อมใสก็อยากอวดแต่ถ้าเกิดว่าบวชไปแล้วมีผลดีแล้วก็อวดตามฐานะตามกาลอันควรมันก็จะเกิดการบรรลุจากสมัยพระพุทธเจ้าในพระสูตรต่างๆการอวดอุตริมนุษยธรรมสำหรับพระนะไม่ต้องห่วงหรอกอวดเยอะอย่าเพราะถ้าคุณรักอย่างนี้ประกวดให้ท่านทำไมท่านเอ่อยังมีคนไปถามแล้วไปถามพระกุลาอย่างนี้บอกว่าท่านบวชเป็นพระแล้วมากี่ปีท่านก็บอกว่าเราบวชมาแล้ว 50 ปี เธอทำไมถามเราอย่างนั้นไม่ควรถามเราอย่างนั้นเลยควรจะถามเราว่าเราบวชมา 50 ปีนี้มีกามมาสัญญาอย่างไรกี่ครั้งหรือถ้าถามอย่างนี้เราก็ควรตอบเราก็ตอบได้ว่าเราไม่มีกามสัญญานเลยบวชมา 50 ปีคนที่เขานั้นบอกกูประหลาดอัศจรรย์จริงหรอไม่เคยเจอพระถามว่าไม่มีการหมดสัญญาบวชมา 50 ปีไม่มีการสัญญานเลยเอ๊ะถ้าไม่มีได้ยังไงไม่เคยได้ยินอัศจรรย์จริงยังไม่ตอบอย่างนี้ใช่เพราะเราบวชมา 50 ปีพอเราบวชได้แค่บำเพ็ญเพียรอยู่เคียง 7 วันเราก็บรรลุอรหันต์แล้วเราก็เลยตั้งแต่นั้นมาเราก็ไม่เคยมีกามมาสัญญาอีกเลยเป็นพระมา เราก็ไม่มีการหมดสัญญาเลยถ้าคุณเล่ากันอย่างนี้ดื้อกับพฤหัสบดีคนนั้นหรือแม้แต่คฤหัสถ์เองแม้แต่พฤหัสเองก็ยังอวดอุตริมืดซ้ำตั้งเยอะตั้งแยะนายสถาบันดีอย่างนี้เป็นต้นตะกวดกับหรือว่าใครอีกหลายสูตรเยอะแยะไปแล้วก็ไปอ่านดูก็จะรู้จะเห็นว่าการอวดอุตริมันทำไม่ใช่เรื่องอวดไม่ได้เดี๋ยวนี้อำพรางกันไปหมดแล้วอาตมาพูดอย่างนี้ก็อย่าว่าอาตมาไปว่าคนอื่นนะอาตมากำลังกล่าวถูกอาตมาว่าอาตมากำลังกล่าวการกล่าวอย่างนั้นผิดกล่าวว่าอวดอุตริมนุษยธรรมไม่ได้นั้น อาตมาว่าสอนอย่างนั้นคือเกิดการอำพรางขึ้นแล้วว่าอวดไม่ได้แล้วก็หลงเชื่อกันว่าอวดไม่ได้มาอวดอุตริมนุษยธรรมไม่ได้ศาสนาจึงบกพร่องแต่อวดเดรัจฉานวิชาอวดได้ศาสนาจึงเดรัจฉานวิชาเฟื่องฟูอุตริมนุษยธรรมหมายคำว่าคุณน่ะวิเศษที่สามารถเป็นไปได้เป็นไปถึงของผู้ที่ปฏิบัติธรรมบอกกันไม่ได้ในกาลอันควรเพื่อจะทำให้จิตควรจะใส่ใจควรจะศึกษาก็แจ้งจากกันไม่ได้เมื่ออวดไม่ได้มีแต่อวดเดรัจฉานวิชาเดรัจฉานวิชาจึงเฟื่องฟูอุตริมนุษยธรรมซึ่งเป็นธรรมะที่ควรรู้ควรเห็นควรยืนยันจึงตกลงหายไปศาสนาพุทธจึง เนี่ยถ้ามาถือว่าเป็นเหตุแห่งการเสื่อมของศาสนาอย่างหนึ่งแต่ไม่ใช่ของเล่นของกำชับคำภาอุตริมนุษยธรรมไม่ใช่ของเล่นถ้าพระผู้ใดไม่มีในตนอวดผมปลัดขิกหรือแม้มีในตนก็ต้องให้อวดให้ระวังแก่ถึงแม้ว่ามีในส่วนขวดระวังแม้ผิดพลาดไปบ้างอนุบาลที่ไม่ค่อยถูกเลี้ยงถูกครูบ้างก็เอาบัตรประชาชนตีไม่ใช่หัวขาดหัวขุดอะไรหรอกถ้าท่านมีจริงเป็นจริงและวินัยข้อนี้ก็ยืนยันอยู่แล้วว่าอวดได้ถ้าโอนไม่ได้เลยปฏิทินข้อนี้จะมีไว้ทำไมมีไว้สำหรับบอกว่าผู้ที่ควรทำฟันแล้วมันผิดพลาดไปบ้างรับโทษแค่ 80 ปีถ้าโอนไม่ได้เลยก็ปาราชิกข้อเดียวจะไม่มี นี่เราก็ลองคิดดูดีๆสิเพราะฉะนั้นการอำพรางการสอนไม่เต็มความการพูดไม่ลึกซึ้งพูดเหินๆผิวๆจึงทำให้ศาสนาเสื่อมอย่างนี้จริงๆเออที่ท่านกรรมการพุทธสมาคมดังกล่าวนั้นอาตมาเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าศาสนาพระพุทธเจ้านี้เป็นศาสนาที่คัมภีรภาพลึกซึ้งเพราะฉะนั้นการกล่าวหยาบกล่าวถึงจึงเป็นการทำลายศาสนาได้ด้วยเข้าใจผิดเข้าใจเผลอเข้าใจขาดขาดเข้าใจไม่ลึกซึ้งก็เป็นการกระทำอย่างขาดๆเพลินๆเป็นการทำลายศาสนาได้ด้วยเพราะจะต้องพยายามลึกซึ้งนะถ้าอาตมาจะผ่านเรื่องอัตชีวประวัติได้กล่าวมาแล้วทีนี้ก็มีความสำคัญอีกอันนึงก็คือ ที่เป็นประเด็นสำคัญนอกจากทรุดโทรม 2 อย่างแล้วอีกอันนึงก็คือท่านกล่าวว่าเมื่อสุดโต่ง 2 อย่างนั้นไม่เหมาะสมและมีอะไรเล่าสิ่งที่สำคัญที่ไม่ใช่สุดโต่ง 2 อย่างของพระพุทธเจ้าท่านก็ยืนยันว่าข้อปฏิบัติที่เป็นสายกลาง 10 ไม่เข้าไปหาที่สุดแห่งการกระทำ 2 อย่างนั้นนั่นแหละมีอยู่อันนี้แหละเป็นความสำคัญที่เราจะต้องศึกษาให้ออกแล้วก็จะต้องพึงปฏิบัติถึงอันนี้คืออะไรเล่าเป็นอย่างไรเล่าอันนี้ก็คือมรรคมีองค์ 8 มรรคมีองค์ 8 นี่แหละเป็นทางสายกลางสัมมาอะระหังนี้แหละเป็นทางสายกลางเราจะต้องเรียน ทำมาอริยมรรคองค์ 8 ในวันนั้นอาตมาก็ได้กล่าวบ้างแล้วถึงสัมมารีมรรคองค์ 8 นี้เป็นเรื่องที่เราศึกษากันอยู่อย่างเผินๆเหมือนกันโดยไม่คิดที่ว่าเมื่อผู้ใดเข้าใจศาสนาด้วยภาษาแล้วแล้วก็เฉยๆปฏิบัติไม่เข้าร่วมเท่าไรเมื่อปฏิบัติไม่เข้าร่องรอยก็ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ถูกต้องเพราะเข้าใจแต่ว่าต้นๆว่าทิฐิมีความเห็นสัมมาความเห็นเห็นแต่ว่าความรู้แล้วก็ไม่มีหลักปฏิบัติจริงหลักปฏิบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นหลักศีลสมาธิปัญญาหรือเรียนปริยัตินี่แหละแล้วก็มาดำเนินรอให้ถูกต้องตามปริยัติโดยปฏิบัติผลของปริยัติกับปฏิบัติเกิดผลจริงลงตัวลงชนกันอย่างถูก เรียนประหยัดมาเป็นปริยัติที่ถูกนะไม่ใช่เรียนปริยัติแบบหลายๆอย่างผมพุทธเจ้าสอนปริยัติแบบแบบกำมือที่ขนดหางแล้วมันก็แว้งมากัดเรียกว่าอัครราชอย่างนี้เป็นต้นก็ไม่ได้นะแล้วเรียนปริยัติแต่เพียงอย่างโน้นอย่างนี้หลายๆประการก็ต้องเรียนกันให้ดีๆเพราะบางคนเรียนปริยัติได้แค่เหมือนกันจับหางงูและมาขัดตัวเอาหางเป็นหัวเอาหัวเป็นปลายอะไรอย่างนี้ก็ไปขออนุญาตที่ไม่ดีต้องตรวจสอบปริยัติให้ดีศาสนาผ่านมาตั้ง 2,500 กว่าปีแล้วการอธิบายนี้ได้เบี้ยวบาลีเบี้ยวไปจนหัวเป็นหางๆเป็นหัวจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ปฏิบัติกันศีลก็แยกไปซะชิ้นนึงสมาธิแยก ปัญญาแยกเป็นชิ้นนึงศรีเงินแทบจะโยนทิ้งแล้วเดี๋ยวนี้ไม่ศึกษากันอาตมาเอาสีมาเผยแพร่เอาสีมาเขียนขยายความเอาศีลมาอธิบายบรรยายว่ามันสำคัญอย่างนั้นสำคัญอย่างนี้นะแล้วเอาสีมาสีนั่นแหละจะก่อให้เจริญเป็นสีเลนะสุคะติงยันติสีนั่นแหละจะทำให้เราเกิดประกอบขึ้นพร้อมขึ้นสะสมขึ้นเรียกว่าโภคะสัมปะทาศีลนั่นแหละจะสร้างให้เราเจริญมีพ่อกับสัมปทาและสิ่งที่นั่นแหละจะถึงนิทานก็พูดกันว่าให้ทิ้งทีไรก็ชี้เลยนะนี่พูดจริงยันติและก็มาสอนคำว่าศีลนั่นน่ะบริสุทธิ์แตกต่างระหว่าง กายกรรมวจียังไม่เรียกว่าถึงนิพพานแต่บริสุทธิ์ก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน