พระอรหันต์ก็แพ้บางโจทย์(ทางโลก).docx
เนื้อหาในไฟล์
พระอรหันต์ก็แพ้บางโจทย์(ทางโลก) ประชุมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศก พ่อท่านได้เทศน์ว่า พระพุทธเจ้าคือบุคคลที่ชนะทุกโจทย์ พระอรหันต์ลงมา ก็อาจแพ้บางโจทย์ ผมก็จะมีคำถามตรงนี้ว่า ที่ว่าแพ้บางโจทย์เป็นอย่างไรเรื่องของคดีความ หรือเป็นเรื่องภาวะทางจิตใจ พ่อครูว่า…ภาวะจิตใจของพระอรหันต์ไม่มีปัญหาแล้ว ถือว่า พระอรหันต์เป็นผู้ที่สามารถทำจิตใจของตนเองมีปัญญา รู้การเกิดการดับอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ติดใจ ไม่ขึ้นไม่ลงไม่บวกไม่ลบ กลางๆ แล้วก็จะเป็นผู้ที่ศึกษาโลก ศึกษาสิ่งที่มันปรุงแต่งขึ้นมาต่างๆ อีกเยอะแยะ ซึ่งมันประกอบด้วยองค์ประกอบของทางวัตถุทางชีวะสัตว์โลกหรือคน โดยเฉพาะคนนี่แหละ แล้วคนก็มีความติดยึดความกำหนดหมายต่างกันไปมากมายนับไม่ถ้วน พระอรหันต์ก็จะเรียนรู้สิ่งเหล่านั้นของแต่ละคน ที่มีความต่างกันยึดถือต่างกัน ความยึดถือต่างกัน พวกนี่แหละทำให้เกิดความขัดแย้ง ทางโลกก็ขัดแย้งกันไป พระอรหันต์ท่านไม่มีตัวตน ใครจะขัดแย้งกันอย่างไรก็ไม่มีปัญหา แม้ที่สุดเอาท่านไปฆ่าเอาท่านไปติดคุก เอาท่านไปทำอะไรท่านก็ไม่มีปัญหา ในที่สุดการตายการเกิด พระอรหันต์เข้าใจแล้วว่า การตายการเกิดคือการหมุนเวียนในการที่จะใช้สรีระแต่ละชาติๆเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นจึงไม่มีปัญหา จะตายจากชาตินี้ก็ตาย และพระอรหันต์ก็สามารถที่จะตายแบบ ปรินิพพานเป็นปริโยสานจบสุดท้ายเลย ก็พระอรหันต์ทำได้ทุกองค์ ทำได้แล้วก็อยู่ที่ว่าท่านจะตายอย่างนิพพาน 3 ตายอย่างสูญไปเลย ปรินิพพานเป็นปริโยสานไปเลยหรือไม่ หรือยังตั้งจิตเติมอยู่ต่อ ยังไม่ยอมปรินิพพานเป็นปริโยสาน ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของพระอรหันต์แต่ละองค์ ความเป็นหนึ่งของพระอรหันต์ตรงกันหมดทุกองค์ มีความรู้ความจบตรงนี้ พระพุทธเจ้าท่านตรัสอันนี้ว่า สัจจะมีหนึ่งเดียวคือนิพพาน แล้วก็มีความรู้คว
อ่านต่อ
ามจริงที่พระอรหันต์รู้เทวะ 2 ความรู้ความจริงอันนี้ตรงกันหมดไม่แย้งกันเลย นอกนั้นไม่ใช่พระอรหันต์แย้งกันหมด หรือทางโลกเขาแย้งกันพระอรหันต์ก็รู้ ท่านมีปัญญาเข้าใจ และอันใดที่ท่านไม่เข้าใจของเขาไม่ใช่ของท่าน ท่านก็ยังตัดสินไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นพระอรหันต์จึงต้องเรียนรู้ว่า ที่เขาคิดอย่างนี้เขายึดถืออย่างนี้ ท่านก็จะต้องศึกษาผู้อื่นต่อไป สิ่งนั้นสิ่งนี้ยึดว่าเหตุมาอันนี้ก็รู้เหตุที่เขายึดติดกัน แต่ละคนแต่ละคน เพราะพระอรหันต์แต่ละองค์ก็ไม่ใช่จะเป็นอย่างที่คนอื่นเป็น ยึดอย่างที่คนอื่นยึด มาแต่ไหนแต่ไรไม่มี หลายอย่างพระอรหันต์ก็ยังฟื้นความจำไม่ได้ ก็จะรู้ทีหลัง ว่า.. อ๋อ! อันนี้เราก็เคยผ่านมาแล้วตอนนี้เราลืมไป คนนี้เหมือนเรา เราเหมือนเขา อะไรอย่างนี้เป็นต้น ก็จะรู้เติมไปอย่างนี้เรื่อยๆ เพราะฉะนั้นพระอรหันต์ท่านจะอยู่ในโลกนี้ เวียนว่ายตายเกิดอีกหรือไม่อยู่ที่ท่าน เพราะท่านเกิดอีกก็ไม่มีปัญหาอะไร แล้วท่านมีแต่ปัญญา มันไม่สุขไม่ทุกข์ ไม่ผลักไม่ดูด แล้วก็รู้คนอื่นรู้เขารู้เราก็จบ เพราะฉะนั้นท่านก็เหลือแต่มีประโยชน์ เพราะประโยชน์ตนคือ รู้สุข รู้ทุกข์ รู้ตาย รู้เกิด ท่านจะอยู่กินข้าวเขาเปล่าๆ อยู่ไปเฉยๆ มันก็ไม่มีสาระอะไร ไม่มีประโยชน์อะไร มันก็ถ่วงคนอื่นเปล่าๆ หรือท่านจะอยู่เพื่อเป็นคนปลูกข้าวปลูกพืชปลูกผักอะไรให้แก่เขาไปเฉยๆ ท่านก็เป็นการใช้แรงงาน เป็นสมรรถนะความรู้ความสามารถในการทำงาน เป็นประโยชน์ ถ้าอย่างนั้นมันเป็นงานที่ท่านผ่านมาเหมือนกัน ทุกคนผ่านมาที่จะสร้างที่จะทำอะไร หลายคนก็ชอบงานอย่างนี้ๆ แม้เป็นพระอรหันต์แล้วท่านก็ยังพัฒนาให้เกิดสมรรถนะความรู้ความสามารถในงานนั้น งานที่ผลิตสิ่งที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะทางวิศวกรรมหรือทางกสิกรรม หรือการบริหารมนุษยชาติ ส่วนมากทางพระอรหันต์จะมาเอาดีทางบริหารมนุษยชาติ เป็นเรื่องเป็นราว ส่วนเรื่องทางวิศวกรรมและกสิกรรม จะแยกเป็น 2 ทางใหญ่ๆ ท่านก็จะไม่ค่อยจะไป แต่บางท่านบางองค์ท่านก็ชอบก็จะไปบ้าง แต่สุดท้ายก็จะมาลงที่บริหารหรือมาเป็นคนที่จะช่วยคนบริหารโดยการให้ความรู้ เพราะมาอยู่ในตำแหน่งช่วยบริหารโดยการให้ความรู้ แล้วก็มีผู้รับความรู้นั้นไปจัดการ ช่วยกันหลายคนมากมายขึ้น ชื่อนี้คือปุโรหิต (ปุโรหิตา) เป็นผู้ที่จะเป็นครูเป็นอาจารย์เป็นผู้ให้เป็นที่ปรึกษา ก็จะมีหน้าที่อย่างนั้นๆ นี่คือนัยยะของความเป็นมนุษยชาติคร่าวๆ จะขยายความไปอีกมากมายกว่านี้ก็ได้ ก็ขยายความอยู่ผู้อยากรู้ก็ติดตามไปก็แล้วกัน สมณะบินบน…ที่ว่าแพ้บางโจทย์หมายถึงไม่ใช่เรื่องโลกุตระใช่ไหมครับ พ่อครูว่า…1. เป็นโลกะวิทู 2. เป็นโลกานุกัมปายะ เป็นวิธีรู้โลกรู้ทั่วๆช่วยโลกช่วยอื่น ช่วยคนอื่นอย่างไร แล้วโลกุตรจิตของท่านไม่มีปัญหาอะไร สมณะบินบน…บางท่านก็ไปไม่ถึงพุทธภูมิขอถอยก่อน พ่อครูว่า…ใช่ เป็นส่วนตัวของท่าน แต่ปรินิพพานกลางทางเยอะ จะไปพุทธภูมิตลอดไม่ค่อยไหวหรอก มันยากเย็น ท่านก็พยายามเอา เพราะฉะนั้นในผู้ที่เป็นโพธิสัตว์ระดับที่ 4 เป็นอรหันต์แล้ว ท่านจะจบก็จบกันไป ส่วนมากก็เคยพูดเคยบอกว่าจะไม่จบหรอกแต่อยากต่อ เมื่อลองไปสักพักหนึ่ง อนิยตะ นี่จะยาว เยอะนาน หลายขั้นหลายระดับมาก ก็ลองหนึ่งชาติ สองชาติ ห้าชาติ สิบชาติ ร้อยชาติ มันชักจะไม่ไหว แม้ว่าเป็นพระอรหันต์แล้วก็ไม่ไหว ท่านก็ปรินิพพานไปเป็นลำดับๆๆ ว่าจะคัดขึ้นมาเป็นผู้ที่เอาจนสามารถที่จะเที่ยงแท้ เข้ารอบ นิยตโพธิสัตว์ ไม่ใช่เล่น อนิยตโพธิสัตว์จึงมีเยอะมากยาวนาน _สู่แดนธรรม... คือ คนทั่วไปที่เขามองพระอรหันต์ด้วยความรู้ของเขา จะต้องเห็นว่าพระอรหันต์ท่านจะต้องเป็นที่สุดยอด แต่ทำไมพระอรหันต์ในสายตาของพ่อท่านว่าทำไมท่านต้องแพ้ด้วยล่ะ พระอรหันต์ควรจะชนะเพราะเก่งที่สุดในโลก พ่อครูว่า…ผู้ที่แพ้ได้เด็ดขาดอย่างไม่มีปัญหา แพ้อย่างสุขสบายแท้ ไม่ได้เดือดร้อนแท้ การแพ้คือการถอดตัวตน การไม่มีตัวตนไม่เหลือตัวตนเลย แพ้ชนะก็อันเดียวกันคือ 0 เพราะฉะนั้นท่านแพ้ได้นั่นแหละคือท่านชนะได้สุดยอด เป็นสัจจะที่เป็นสิริมหามายา ผู้แพ้คือผู้ชนะ นี่คือ นี่นักเล่นกลนะ นี่เขียวหรือแดง นี่เขียวหรือแดง นี่เขียวหรือแดง นักเล่นกลจะเร็วมากจนไม่รู้ว่าเขียวหรือแดง _สู่แดนธรรม...ที่แพ้ เป็นเรื่องที่โลกสมมุติกัน พ่อครูว่า…แล้วก็ยึดถือกัน โลกก็มีมายาเป็นเหลี่ยมคู ส่วนผู้ที่เป็นสิริมหามายาไม่มีเหลี่ยมคู แต่จับเหลี่ยมอะไรที่ดีที่สุด เป็นสัจจะหนึ่งเดียวได้แล้วก็ยืนยันสัจจะนั้นได้ ส่วนคนที่ไม่รู้ก็จะเห็นเหลี่ยมมุมต่างๆ ผู้ที่ยืนยันสัจจะมีหนึ่งเดียวก็จะเป็นผู้ที่ยืนยัน แล้วก็อนุโลมรู้จักอนุโลม คนนี้เขาเอาขั้นนี้คนเอาถูกต้องได้แค่นี้ก็สูงไปกว่านี้ไม่ได้ท่านก็ว่าถูกต้อง เพราะฉะนั้นไม่ใช่ว่าเป็นผู้ที่โกหกว่าอันนี้ไม่ใช่ดีที่สุด แล้วบอกว่าดีที่สุดและมีดีกว่านี้ มันก็มีระดับขั้น
640215_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 28