191028-A ตัณหาวรรค ตอน1-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์201 KB
วันที่แก้ไข22 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นเช้าวันที่ 28 ตุลาคมพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระพุทธที่รักได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกวันนี้เราก็มาทำวัดกันช่วงนี้เหนื่อยมากขึ้นสำหรับวันนี้แห่งทั่วประเทศมาก็ดีถ้าจะได้เอาคาถาธรรมบทเรื่องสำคัญโดยตรงมาบรรยายหรือว่ามาแจกแจงให้เข้าใจได้ดีขึ้นสักทีจะสามารถทำให้ได้ เปิดคาถาธรรมบทที่จะอธิบายในขณะนี้นั้นคือปัญหาเรื่องตัณหาวรรคปัญหาวัดที่ 14 ถ้าลองฟังดูปัญหาย่อมเจริญแก่มนุษย์ผู้ประพฤติสมาสเครือเถาย่านทรายฉะนั้นอันนี้ก็ท่านปรับตรงๆเทียบเคียงขึ้นมาด้วยจิตใจที่เรียกว่าตัณหานั้นมันมีอยู่จริงมันมีอยู่ในจิตมนุษย์มันเจริญย่อมเจริญแก่มนุษย์ผู้ คลิปประมาทถ้าเราไม่มีสติสัมปชัญญะอย่างแท้จริงเราจับจิตไม่ได้เราประมาทอยู่เราไม่พยายามลดละวางโดยที่เราจับจิตไม่เป็นเราก็ไม่มีศีลไม่มีหลักเกาะหลักยึดกระทำตนให้อยู่ในจุดที่มันจะไม่ไปเสพติดใจมันไม่เป็นงอกจิตใจมันเป็นเศษมันไปเสพคุณนี่แหละมันเป็นคุณเคยกับสิ่งที่เป็นกิเลสตัณหามันก็ตีเรื่อยติดอยู่ติดอยู่อาบอยู่อาบอยู่มันก็มาเข้าเปียกข้าวแฉะเข้าหนาเข้าพอกข้าวเป็นธรรมดาทีนี้ถ้าเผื่อว่าแม้แต่เราพลาดออกมาไม่ สัมผัสไม่ไปแตะต้องเราพยายามหาออกมาไกลออกมามันก็ไม่เปียกไม่สัมผัสไม่แฉะไม่พอกไม่หุงไม่มีเนื้อเนื้อหาสิ่งนั้นนี่เราเห็นง่ายๆเพราะฉะนั้นแม้แต่ว่าจิตใจของเราเนี่ยมันไม่ได้สัมผัสตามไม่เห็นหูไม่ได้ยินจมูกลิ้นกายไม่ได้ไปสัมผัสแต่ใจของเราเองนี่มันยังมันจะออกเดินทางมันยังออกไปออกไปไกลๆมันไปได้อย่างลอยนวลยังไม่มีใคร จะเห็นได้ไปของมันเดี่ยวๆๆแทรกซ้อนไปหมดแทรกซ้อนอยู่ได้ทุกถิ่นทุกที่แต่ก็จะดังมันลอยนวลผมไม่รู้จะแปลภาษาคำว่าเอกก็จะรันแปลว่าอะไรดีก็แปลว่ามันลอยนวลคือมันร้อยเดียวมันมันไม่เกี่ยวกับใครมันอิสระของมันโดยที่เรียกว่ามันจะไปทำชั่

อ่านต่อ

วทำเลวอะไรมันไม่เกรงใจใครทั้งนั้นน่ะถ้าลงโง่ให้กับมันนะแล้วก็มันไม่เกรงใจใครแล้วไปทำของมันเพราะมันไม่มีมันช่วยแม่ว่าไม่มีใครเห็นมันเชื่ออย่างนั้นมันคิดว่ามีใครเห็นมันนึกว่ามันรับมันเป็นตัวเดียวมันไม่มีอันอื่นจะรังมันก็ไปของมันร่อนเร่ไปทำชั่วมันไม่กลัวใครรู้ ฉันไปได้ไกลจริงๆทูลังกะมังถ้าเผื่อว่าเรารู้ความจริงสิว่าจิตมันก็อยู่ที่คูหาจะยังอยู่ที่เราจิตมันอยู่ที่ตัวเราถ้าเราปล่อยให้ออกมันคิดมันฟุ้งแล้วเรียกด้วยภาษาว่ามันไปแล้วมันเป็นไปถ้าให้จิตมันหยุดจิตมันสงบไม่คิดไม่ฟุ้งเขาเรียกว่าให้มันพังเพราะงั้นถ้าเราจะให้มันพักแล้วก็ไม่ให้ตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัสพยายามสงบจิตพยายามเอาจิตให้มันหยุดหยุดหยุดหยุดหยุดหยุดหยุดตามที่เราเคยทำมาแล้วในตอนนอนทุกคนทำมา นอนก็คือคนที่ทำให้จิตหยุดหยุดทวารทั้ง 5 ได้ก็เรียกว่าหยุดดียุทธทวารจิตด้วยแค่นี้ก็หัดยุคทวารผิดด้วยก็ให้มันหยุดดีเพราะในเบื้องต้นเหตุการปฏิบัติธรรมที่สุดเขาก็พยายามที่จะให้จิตของเราอยู่กับสิ่งที่มันไม่มีเรื่องมากเรียกว่าตัดสินเรียกว่าเครื่องเจาะเครื่องยึดแล้วถ้ามันหยุดอยู่อย่างนั้นแหละแต่ขนาดที่บอกว่าจะให้มันหยุดดูไอ้นั่นเพลงนิ่งอยู่ให้นิ่งให้ได้บางคนก็ยังยากเลยในการที่จะให้มันหยุดแต่เสร็จแล้วมันไม่หยุดทีเดียวหรอกมันหลับ ส่งอะไรเข้าแล้วมันก็ดีเข้าแล้วก็หลับไปเลยลืมแข้งกระสินธ์นอกข้างนอกฉันว่ามีสีมีดินมีน้ำอะไรให้เพ่งข้างนอกก็เคยติดวันหยุดอยู่ที่นี่ไม่ต้องไปปรุงไม่ต้องไปคิดอะไรอื่นให้จิตมันนิ่งอยู่กับรูปนี้เรื่องนี้จิตมันก็ได้ห่างมาจากตัณหาห่างมาจากความปรุงและสังขารหามาจากเรื่องราวที่มันจะถูกรังขมังที่มันจะเอก็จะรันที่มันจะไม่อยู่ในคูหาซะอย่างที่มันจะไม่อยู่ในที่ที่เดียวมันเป็น a กับก็ตามอารมณ์มันจะได้ไปวุ่นวายอะไรถ้ายังมีอุบายในการที่จะให้คนเกาะไว้และเรียกว่าตัดสิน ศิณะเมื่อคนผู้ใดได้ฝึกอย่างนี้อยู่บ้างแล้วก็รู้จุดเป้าหมายว่าเราจะประพฤติการนั่งหลับตาก็ดีหรือว่านั่งจ้องนั่งเพ่งอยู่กับสิ่งเดียวที่เรียกว่าเอาเครื่องกสิณเอาดินน้ำไฟลมหรือเอาอะไรก็ได้มาจดจ่อนั้นเพื่อให้จิตใจสงบให้จิตเราหยุดอยู่ให้จิตเราระงับอยู่ไม่เป็นที่ดินวุ่นวายปรุงคิดทำอะไรต่ออะไรมากมายแล้วมันสงบนั่นเหมือนพรากไม้ที่ชุ่มในยางออกจากน้ำไม่ให้มันเป็นเศษคุณมันให้แม่มันไปอาบอบไม่ให้มันเป็นพ่อเป็นปีอ่ะไปแชร์ที่เราจะต้องจิตมันฟุ้งไปจุดจอดออกไปเพราะการนั่งหลับตา หลับแล้วอย่าให้หลับหลับแล้วให้เรารู้ว่าเราอยู่กับมันถ้าเราจะหลับถึงเวลาเราไม่ค่อยหลับน่ะเวลานอนก็อันเดียวกันนั่นแหละถ้ายังไม่หลับผู้ใหม่ๆนี่นะนั่งหลับตาแล้วถ้าหลับแล้วต้องให้คนอื่นจบให้ปลุกออกมาถ้าหลับแล้วจิตมันจะเป็นตัวมันเองแหละแต่นี้พอตาหูจมูกลิ้นกายมันรู้ควบคุมไม่ได้สติตกปั๊บจิตมันจะเป็นของมันเองกิเลสมีเท่าไหร่ไปเลยทีนี้คงเป็นเพราะเป็นชาติดีอยู่ว่าตาไม่ไปเพิ่มขึ้นหูไม่ได้เพิ่มขึ้นจมูกลิ้นกายไม่ไปเพิ่มแต่รับเอาเพิ่มได้หยาบแต่ใจก็เพิ่ม ฝันพบปั้นชาติปั้นเรื่องปั้นดาวฟุ้งไปเองอยากได้อะไรอยากมีอะไรอยากจะสมใจอะไรก็ปั้นขึ้นมาเสพมาเป็นอะไรก็ได้เอาเองมันก็ยังมีภาวะตัณหายังอาบยังเปลี่ยนพ่ออยู่ในใจเหมือนกันแต่พ่อยังมีนี่ไอ้เรื่องราวที่มันฟุ้งมันเป็นรูปเป็นร่างบางทีเป็นรูปชัดบางทีเป็นรูปเลอะเลอะเทอะๆเพราะมันเรื่องเยอะกิเลสตัณหามันเยอะเพราะฉะนั้นเมื่อเรากิเลสตัณหามันเยอะมันก็ฟุ้งไปมากมันก็เป็นเรื่องนั้นเรื่องนี้เรื่องโน้นเรื่องนั้นอะไรเยอะแยะฝันถึงมากหลายเรื่องหลายราวแล้วก็มาประกอบกันบางทีกิเลสอันนี้ก็อยากได้กิเลสอันนี้ก็อยากได้ตัณหานี้ก็อยากได้มันหลายๆอันก็เลยมา ผสมผสานกันได้กลายเป็นปนกันไม่รู้ว่าไอ้ที่เราต้องการไอ้ที่เราอยากได้อะไรแท้จริงมันอยากได้หนึ่งก็อยากได้ 2 ก็อยากได้ 3 ก็อยากได้ 4 ก็อยากได้ 5 ก็อยากได้เป็นเรื่องๆๆๆอยู่ก็เลยเอามาปนกันเละเลยเป็นหัวมงกุฎท้ายมังกรดูยากเรียกได้ว่าผู้ที่อยู่ในสายของพวกที่ไม่เกาะจันทร์ถ้าจิตก็จะมุ่งจับแล้วจะมีฝันเก่งแล้วฝันเป็นเรื่องเป็นชิ้นเป็นอันฝันเก่งฝันเป็นเรื่องเกิดเป็นชิ้นเป็นอันด้วยเป็นรูปชัดเป็นร่างชัดเป็นอะไรๆด้วยแล้วก็นั่นแหละคือกินเลยของเราเป็นเพราะว่าปัญหาก่อปัญหามีสาเหตุยาแล้วก็คิดฟุ้ง เรื่องนี้มากแล้วเพราะฉะนั้นจิตที่มันฝันหรือว่าจิตที่มันเป็นนิมิตแล้วมันจะเป็นหัวมงกุฎท้ายมังกรเยอะแล้วก็ไม่ค่อยชัดไม่ใช่ภาพที่ชัดเพราะว่าไม่เกาะจับยึดจับไม่ปั้นจั่นมันจะเบื่อๆมันจะไม่ค่อยจะเต็มรูปเต็มร่างอะไรนะส่วนเหล่านี้สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของปัญหาหรือกิเลสที่มันมาปรุงอยู่ทั้งสิ้นนะมันจะไปยุ่งยากยุ่งยากไปเรื่อยๆไม่มีหยุดแต่ถ้าถึงเรียกว่าเครือเถาย่านตายทั้งแหล่ทั้งยาวทั้งมากเม็ดทรายนี้มากเม็ดและแหลกละเอียดเยอะแยะย่อยไล่ระดับไม่ได้มีตั้งถึงละเอียดเป็นผุยผงในทรายมี ก่อนเป็นเม็ดแล้วเม็ดเล็กแล้วด้วยเล็กละเอียดหยาบปัญหามันเป็นเรื่องเล็กเป็นเรื่องละเอียดเรื่องยาวเหมือนเครือเถาญาติเครือเถาย่านก็คือไปเรื่อยเครือเถายาวยืดออกไปเรื่อยทูลังธัมมังนั่นเองแล้วก็แหลกละเอียดยิบด้วยเหมือนทรายเกลือเผาย่านตายมันมีทั้งลูกมันมีทั้งร่างอะไรอยู่ในนี้เครือเขาย่านทรายนี่ก็คงจะเป็นคืออะไรอย่างนึงแล้วก็มีลักษณะอย่างที่ว่าหน่วยหรือแม่ไม่เอางั้นเราเอาจากภาษาอะไรก็เข้าใจไม่มีปัญหาอะไรปัญหามันจะเกิดได้หมดตลอดเวลาทีนี้เราก็จะต้องฝึกกันต่อไปดูก่อนในนี้แหละมีบทสวดมีบทประมาณมีบททำความละเอียดละออ นี้ด้วยถ้าบุคคลนั้นย่อมเร่ร่อนไปสู่ภพน้อยใหญ่ตัณหาย่อมเจริญแก่มนุษย์ผู้ประพฤติสมาสเครือเถาย่านสายฉะนั้นบุคคลนั้นย่อมร่อนเร่ร่อนไปสู่ภพน้อยใหญ่ดังวาฬนอนปราถนาผลไม้เร่ร่อนในป่าและร่อนไปในป่าฉะนั้นนักท่องเที่ยวลงมาอีกถ้าเทียบก็ไม่ชัดขึ้นไปอีกบุคคลผู้นั้นย่อมได้ร้อนไปสู่ภพน้อยใหญ่ก็คือคนผู้นั้นเขาบอกว่าปัญหามันผ่าแล้วอย่างหยาบมันก็จะพาเราไปเลยสู่ที่นั่นสู่แดนนั้นแดนนี้สู่แห่งนั้นแห่งนี้ เพื่อที่จะไปแสวงเสพแสวงที่สิ่งที่ตนเองคิดว่าควรได้ควรมีควรเป็นความสุขก็ไปหาเอามาให้มันได้รับว่าเป็นความสุขเหมือนกันกับวานรปรารถนาผลไม้เร่ร่อนไปในป่าเหมือนกับลิงจะได้ไปซุกซ่อนหาในสิ่งที่เขาต้องการเนี่ยเป็นเรื่องของลูกมันก็ตัวเราทั้งตัวบุคคลก็ไปนะปัญหานี้ลามกสร้างไปในอารมณ์ต่างๆในโลกอันนั้นมันเป็นบุคคลที่นี่เป็นปัญหาปัญหานี้มันก็ลามกมันลามกมันหยาบมันตามมันไม่ มันจะได้แทรกซ้อนไปวุ่นไปดีดดิ้นไปมันไม่รู้ถ้าจิตพูดได้ไม่มีอะไรแล้วมันไม่มีอะไรมานั่งก็นั่งอยู่ถ้าไม่หลงในรูปลบสิ่งเสียงสัมผัสแล้วมันก็จะเป็นปัญหาด้านทีนี้ถ้ามันยังมีเศษผงอยู่มันก็จะมีอุปสรรคอุปสรรคเสร็จปุ๊บสิ่งเหล่านั้นกันยึดถือไอ้สิ่งที่เราไปรับมาแล้วแล้วก็มาคิดมาปรุงมาอึดอัดขัดเคืองในใจมาหาแพรหาชนะมันจะทำตามใจเราอีกอยู่ถ้าเราไปยึดถ้าเราไปไม่ปลดปล่อยหรือไม่วางขายไม่กำหนดไม้ลงไปให้ว่าเอออันนี้เป็นอย่างนั้นแหละแล้วก็พอถ้ามันต้องอยู่อย่างนี้แล้วก็สิ่งนั้นก็จะเอามาขึ้นมาคิดมาปรุงอาหาร หาไม่รู้จบแค่นั้นเองถ้าปัญหานิลกสร้างไปในอารมณ์คือมันเป็นอยู่ในจิตต่างๆในโลกโลกของจิตตัณหาเนี่ยมันสร้างอยู่ในอารมณ์ต่างๆในความวนในโลกอย่าเข้าใจว่าตัณหาทั้งอธิบายและบุคคลไปเหมือนลิงมันวิ่งหาต้นผลไม้ส่วนตัณหานั้นมันลามกสั้นไปในอารมณ์มันไม่ได้วิ่งไปเป็นตัวๆเหมือนลิงแต่มันก็ไปเหมือนลิงนั่นแหละถ้ารู้บุคคลอุปกรณ์อธิษฐานมันก็หยาบมันก็ไปเหมือนอย่างนั้นแหละจิตมันก็ไปเหมือนกับลิงนั่นแหละแต่มันก็ไม่ได้มีรูปร่างเหมือนลิงหรอกแต่มันก็คือสร้างอยู่ในอารมณ์อยู่ในจิตของเราเองในโลกคือ เมืองกะหรี่มันไปป่าไหนเคยมันก็ไปหมดป่านี้แล้วมันรู้ด้วยปัญญาของมันมันก็ไปหาป่าใหม่มันก็ไปยอมคลอดงานบุคคลใดศาสนานิลามกสร้างไปในอารมณ์ต่างๆในโลกย่อมครอบงำบุคคลใดความโศกทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลนั้นมันก็เกิดปัญหาพวกนี้ก็จะส่งคำว่าโศกถ้าแปลมากมายของวันเสาร์หมายความว่าทุกข์เศร้าถ้าแปลเอาอย่างหยาบๆแปลว่าทุกข์เศร้าโศกยาก็ร้องไห้ปริเทวดาการเรียกว่าร้องไห้คร่ำครวญโอดโอย แล้วแต่หยาบๆอย่างยาวไม่หยาบกว่าปริเทวะนากามิคือเห็นได้ชัดเลยว่าเศร้าสร้อยขนาดว่าร้องไห้ร่ำไห้คร่ำครวญอย่างนี้เรามาสอบว่าเราว่าปริเทวะนากานะเราว่าอยากโศกและเห็นชัดขนาดนั้นเห็นชัดขนาดมนมองอับเฉาหม่นหมองอับเฉาเห็นสีหน้าสีตาท่าทางเนื้อตัวเพราะฉะนั้นแม้แต่ร้องไห้มันก็เป็นโศกที่เราเห็นรู้ชัดแล้วก็ยังอยากส่งยิ่งกว่านั้นยิ่งเห็นชัดใหญ่เลยหม่นหมองคล้ำดำคล้ำหรือเป็นไปยังไงก็แล้วแต่ที่คุณจะพึ่งนึกคิดเอาตามที่อธิบายนี้นะไม่ได้ โจ๊กยังอยากทีนี้ส่งอย่างละเอียดอโศกทางใจมันแปลว่าหมอหรือหม่นหรือมัว 2 มันแปลว่าหมอหรือหม่นหรือมั่วสิ่งนั้นยังไม่บริสุทธิ์สิ่งนั้นยังไม่สะอาดโดยเฉพาะจิตจิตมันไม่ลงบริสุทธิ์จิตมันไม่สะอาดจิตมันยังเอาอะไรให้มันอยู่อย่างนั้นแหละแล้วเราก็ปล่อยให้มันติดอยู่อย่างนั้นแหละแทนที่จะเอาเรื่องนั้นเช็ดออกหรือล้างหรือปล่อยทิ้งไปเลยไม่ต้องไปนำพาไม่ต้องไปเอามาขึ้นไม่ต้องมาเอาพริกที่ไรไม่ต้องเป็นเทวดาเทวดาการไม่ต้องเอามาซ้ำแซะไม่ต้องเอามาวุ่นวายแทนที่ อย่างนั้นก็คือยังเอามาอยู่นั่นแหละถึงอยู่นั่นแหละถึงเรียกว่าอาวรณ์หรือนิวรณ์จึงเรียกว่ายังผูกพันไว้อยู่ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้แล้วก็กระทำกับจิตของเราอย่างนี้ด้วยเรื่องใดๆก็ตามเรื่องใดๆที่เราเห็นว่าเรื่องนี้ถ้าเราจะคิดก็คิดคิดเพื่อรู้ความดีความชั่วก็เกิดปัญญาแล้วเราจะได้เข้าใจแจ้งแล้วเราจะได้วางถ้าเราคิดแล้วคิดไม่ออกคิดยังไงคิดไม่ออกก็ไปถามผู้ใหญ่ผู้ใหญ่บอกแล้วอ๋อแล้วก็คือเราได้วางแล้วก็ตัดสินเพราะสิ่งใดที่มันแทนทะลุแล้วปล่อยมันก็เลิกเลยทีนี้ถ้าเผื่อว่าเราเองเราเข้าใจแล้วแต่เราก็ยังผูกพันอยู่นั่นเองถือสาอยู่นั่นเองทั้งที่เข้าใจแล้วเราก็ยังยึดถูกต่อตอนนี้เรียกว่าอาฆาต อาวรณ์นึกอะไรนั่นที่มันยังอยู่นั่นน่ะตอนนี้แม้จะเข้าใจแล้วก็ยังอาฆาตก็ไม่เป็นมานะใหญ่เลยแม้เราจะถูกเราก็ไม่ควรที่จะไปผูกพันกับอะไรไม่ควรไปถือโกรธถือสาแม้เราจะผิดเราก็ยิ่งจะต้องไม่โกรธไม่ถือสาแน่นอนเรายิ่งจะต้องรีบไปรีบวางถ้ารู้ว่าผิดแม้เราจะถูกเราก็รู้สิว่าเออก็เป็นเราถูกอีกสิ่งหนึ่งคือถ้าผู้ใหญ่ตัดสินให้แล้วก็แล้วกันไปแต่ไม่ใช่ว่าไปยกตนของเขาด้วยรู้แล้วก็รู้ถ้าไม่เห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไปทำอะไรร่วมกับเขาเป็นประโยชน์อะไรได้เราก็ปล่อยทิ้งไว้อย่างนี้ถ้าจิตไม่มีอย่างนี้แล้วเราก็จิตนั้นก็ปล่อยก็วางก็ล้างก็สะอาดก็ไม่ มีวัวไม่มีหมองไม่มีอะไรแปลกๆนั่นแหละคือพ่อคือเปียกคือหุ้มเข้าไปคือหนาเข้าไปอีกพอเริ่มแตะเราจะไม่รู้ว่ามันมีอะไรเพราะจิตนี่มันของลึกแล้วมันเหมือนแก้วใสที่ถูกอะไรที่ถูกความหมายของอะไรลูกถูกความเปื้อนอะไรเข้าไปแตกแล้วมันก็มองมันก็มัวเริ่มต้นเริ่มต้นมันจะว่าจะอะไรมาปิดบังจนมืดจนมิดฉันไม่เห็นแก้วเห็นความใสนั่นแหละนี่หมายถึงขนาดนั้นหรอกก็เรียกว่าโสกะเรียกว่าโสดความโสดทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลนั้นเพราะฉะนั้นเมื่อมีความหมายมันเจริญในทีนี้มันก็หนาขึ้นหนาขึ้น บอกหน่อยนึงแล้วมันก็มองหนาขึ้นหนาขึ้นความหมองหนาขึ้นหนาขึ้นหนาขึ้นสุดท้ายมันก็จะเป็นพ่อข้าวหนามืดเลยทีนี้ไม่ใช่มองมืดมืดเลยนะหยุดหญ้าคมบางน่ะหลุดยากคมแล้วก็บางอันฝนตกเชยแล้วงอกงามอยู่ในป่านี่คือความเจริญของโซ่ความเจริญของความมัวความหมองในตัณหาที่ลามกที่ศาลไปในอารมณ์ต่างๆอยู่วนเวียนอยู่ซ้ำแซะอยู่เป็นไปอยู่มันจะเป็นอย่างนี้เหมือนยาที่คมบางอันฝนตกเชยแล้ว ฝนตกที่ชมเชยคือหมายความว่ายกขึ้นยกฐานะขึ้นเยาวชนหมายคำว่าช้อนหรือเชยเชยขึ้นหมายความว่าให้มันขึ้นมาเฉยเพราะปัญญาไม่ได้รับผลมันก็ถูกเชยขึ้นและท่านก็บอกเอาชัดๆมีพยายามใช้คำเหลือเกินนะเชิญขึ้นเชิญแล้วงอกงามอยู่ในป่าแล้วก็เจริญเพราะปัญหาที่ลาพวกนี้จะพาให้ที่มันวุ่นอยู่ในอารมณ์ของเราที่มันเกิดอยู่ไม่ระงับปัญหานี้ไม่พยายามที่จะทำให้มันอ่อนมันเบาหรือว่ามันมีอุบายอะไรที่จะให้มันหยุดมันพักมันก็จะงอกเงยๆก็ยังยากที่มันได้รับผลเชยขึ้นแล้วก็งอกขึ้นเรื่อยๆ Hyundai แหล่ย่อมครอบงำตัณหาอันลามกเพราะถ้าผู้ใดพยายามครอบงำปัญหามุกนี้ได้หยุดหรือหาทางที่จะปิดกั้นที่จะไม่ให้เกิดแม้มัวแม้มองขึ้นมาได้ล่วงไปได้โดยยากในโลกทำได้ยากเหมือนกันร่วมไปได้โดยยากในโลกความโศกทั้งหลายย่อมตกไปจากบุคคลนั้นเพราะถ้าผู้ใดครอบงำตัณหาได้ความมัวความหมองก็ไม่มีย่อมตกไปในจากบุคคลนั้นเหมือนหยาดน้ำตกไปจากใบบัวฉะนั้นเหมือนน้ำออกไปแล้วไอ้น้ำที่มันตกอยู่ใบบัวนี่นา มันก็มีลักษณะของมันที่สูงส่งอยู่แล้วว่าน้ำนี่ไม่ชื้นไม่เปียกไม่แฉะใบบัวถ้าผู้ใดรู้ตัณหาด้วยปัญญาแล้วก็ล้างออกแล้วเนี่ยมันจะกลิ้งหลุดออกไปพรับจับปัญหาของเราได้แล้วก็รู้ชัดเจนเลยว่าอย่าไปทำให้มันสุขคุณจะทำได้อย่างไรก็ตามใจถ้าคุณรู้หยาบก็อย่าให้มันมองให้เห็นหน้าตาให้เห็นร้องห่มร้องไห้แม้สีหน้าสีตาก็ต้องรู้สีหน้าสีตาของเรานะมองท่าทางของเราอย่างคนหม่นหมองหดหู่อ่าสีได้สีตาทุกสิ่งทุกอย่างหรือแม้จับจิตใจของเราใจของเรามันหม่นหมองมันเป็นอย่างนี้มันไม่เบิกบานแจ่มใสอันนี้ก็เลือกภาษาของอารมณ์บริบาลแจ่มใสนี่ภาษาอารมณ์ ถ้าเราเข้าใจภาษาอารมณ์อันนี้แล้วเราก็ทำอาการของจิตของเราให้ตามภาษาอารมณ์ภาษานี่ที่บอกอารมณ์เบิกบานแจ่มใสและเราทำจิตใจของเราเป็นเบิกบานแจ่มใสเป็นอย่างนี้เรื่องอะไรจะไปคุณข้องอับเพราะอธิบายถึงตรงนี้แล้วมันก็ไปถึงขั้นสุดท้ายญาติโทรมานัดส่งตอนนี้มันไปถึงพระญาติโทรมานัดลักษณะเดียวกันแต่อ่อนบางติดกันเท่านั้นเองเพราะถ้าเกิดว่าเรายังอุปสรรคแค้นอึดอัดอยู่เนี่ยมันมองแล้วโทรมานัดใจทุกข์ร้อนรนเดือดพล่านนึกว่ามันติดๆๆอยู่นั่นแล้วมันไม่มันไม่ว่างง่ายสบายเบอร์บ้าน อะไรต่ออะไรได้เบิกบานนี่หมายความว่ารับอะไรต่ออะไรได้แก่ได้ไม่ใช่เป็นหดไปหูไปรู้ไปนี้ไปขุดไปครูไปเป็นอะไรอยู่ในลักษณะของมันพระผู้ปฏิบัติที่สงบนี่ก็ต้องพยายามอ่านอีกข้อแม้จิตของเราอยู่คนเดียวนี่เราไม่รับนอกจากเราเวลาและไม่ฟุ้งซ่านออกไปตามตัณหาราคะต่างๆที่กล่าวแล้วเมื่อกี้นี้มันฟุ้งออกไปไม่ถูกรังขมังไม่เอกก็จะรั้งไปรู้จิตอยู่ว่าเรากำลังอยู่กับเรื่องอะไรกำลังพิจารณาธรรมะกำลังอ่านเรื่องนั้นแม้มันกำลังรู้จักพิจารณาเรื่องเก่าเป็นบุพเพนิวาสานุสติญาณ ไปตกเป็นรถเป็นชาติเป็นเรื่องที่จะถูกย้อมเข้าไปอีกเปียกเข้าไปอีกพ่อเข้าไปอีกเราไม่ถูกอย่างนั้นนี่ใช้ภาษาอธิบายแล้วว่าคุณต้องทำความเข้าใจเองว่าจริงของคุณในขณะที่มีอารมณ์อย่างมีคิดอย่างนี้มันปรุงอย่างนี้แล้วมันเป็นอย่างนี้แหละมันปรุงอะไรปรุงเอารสชาติแสบหรือว่ามันปรุงเพื่อรู้มันย้อนไปหาของเก่าความเก่าเพื่อที่จะเข้าใจวันนี้เราเคยเป็นมาผ่านมันแล้วก็เคยอาบอบมาเรื่อยหรือว่ายังเป็นทุกข์เป็นร้อนอยู่ด้วยแล้วก็พาให้เราติดแน่นแล้วก็เป็นไปอยู่เดือดร้อนอยู่เทียบกับจิตก็เทียบกับเดี๋ยวนี้เราเป็นยังไงผ่านจิตที่บอกว่าง่ายสบายเฉยไม่สมบูรณ์ต้องยากอะไรที่มันตัดได้แล้วปล่อยได้แล้วรู้รูปผิดรู้สภาวะจิตอย่างนั้นให้ได้ ถ้าบุคคลใดจะอยู่ในที่สงัดได้จึงเป็นอันธนาคารมีนางเข้าไปจับจิตไม่เป็นอนาคามีคือผู้ที่จับผิดไม่เป็นไปอยู่ในที่สงัดอยู่ในที่สงบเข้าป่าอยู่คนเดียวยากกว่ายากเพราะฉะนั้นจะต้องให้ถ้าอยู่คนเดียวอยู่ในป่าอยู่อะไรก็ต้องให้จดจ่ออยู่ที่หนังสือนั้นหาหรือว่าประหยัดต่างๆพิจารณาแพ่งให้ดีจริงๆแล้วก็รู้จิตของเราด้วยว่าพออ่านหนังสือไปหน่อยนึงไปละเรื่องต้องพิจารณาวิเคราะห์ใส่ใจฉันพระลงไปกับมันให้ชัดเจนตั้งความเพียรอยู่กับมันจะให้หลับถ้าหลับแล้วบอกเลย เป็นฝันแล้วก็ถูกครอบงำเข้าไปอีกอย่างเก่าเป็นเพราะว่าปัญหาเพราะมันยากในการที่จะอยู่คนเดียวสำหรับวันอังคารสำหรับผู้ที่ยังไม่ถึงอนาคายากเจ้าจริงๆแต่ถึงตอนนั้นก็ตามเราก็ต้องหาอุบายซ้อนลงไปสอนลงไปซ้อนลงไปไม่ฟรีๆออกไปอยู่เปลี่ยวซะจนเกินไปจะต้องคอยสอดส่องกันอ้าวแม่มาอยู่เป็นพระก็ต้องคอยดูแลกันมาบวชแล้วถ้าพูดได้ที่จะปล่อยเป็นเดี่ยวไม่ได้ให้เป็นอยู่ในป่าในเขาในถ้ำโดดเดี่ยวยังเรียกว่ายังพูดที่ยังไม่ควรปล่อยออกจากคอกใครทำมึงก็คือผู้ที่ยัง นาฬิกามงคลในทวารทั้งหมดยังจีวรบิณฑบาตยารักษาโรคหรือดำเนินการทั้ง 4 ในการทั้ง 5 เรายังเดือดร้อนดิ้นรนอยู่ในปัจจัย 4 กับในกามถึงดิ้นรนในการอยู่มากอยู่ยังไม่ควรปล่อยต้องพูดได้เบาบางในกามแล้วกลับปัจจัยเรื่องอาหารก็ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่แสวงหามากมายเป็นผู้เบาบางเป็นผู้ยังอยู่ด้วยดินจะบาปหรือว่ายังอยู่ด้วยอาหารอันไม่จัดจ้านเรื่องที่อยู่ที่พักและเครื่องนึงผมอะไรก็ไม่ ไม่หลงมากมายแม้แต่เรื่องยาเสน่ห์ยุ่งยากเรื่องอยู่ยุ่งยากและกามตัณหาไม่รุนแรงเบาบางพูดอย่างนี้ปล่อยออกจากคอกให้ไปเดี่ยวไปอะไรพอได้แต่ถ้าประกาศยังจัดจ้านอยู่ปล่อยออกไปยากต้องให้อยู่ในสายตาต้องให้อยู่ในอุปกรณ์การควบคุมดูแลต้องให้กรรมฐานมีการให้ทำอย่างโน้นทำอย่างนี้ให้อยู่อย่างโน้นอย่างนี้ตามที่เราต้องกำหนดดูแลช่วยกันนะอาจารย์จะไม่ปล่อยออกจากข้อหาถ้าปล่อยไปเดี่ยวและก็หวานเลยทูรังกะมังเองก็จะดังยิ่งไปเดี๋ยวทั้งรูปทั้งนามมันก็เละเลยไม่มีคอกควบคุมไม่มีคอกกั้นไม่มีขีดคั่นไม่มีอะไรก็จะแย่ นี่มันเป็นอย่างนั้นเพราะผู้ที่จะปล่อยออกจากคอกได้มีลักษณะ 5 ดังที่ว่านี้แล้วหมายความว่าพวกอาหารพวกปัจจัย 4 เรียกว่าสบายง่ายแล้วและตามมาราคะบางเบากามราคะบางเบาก็ปล่อยไปได้ไปเดี๋ยวได้น่าจะออกไปจาริกธุดงค์เข้าวัดไปธุดงค์จาริกธุดงค์จะไปจรไปเยอะเข้าหาที่ป่าที่เขาที่สงบที่เงียบอะไรก็ได้นะแต่ถ้าผู้ใดอย่างแล้วเราก็อย่าเพิ่งออกจากหมู่ถ้าผู้ใดราคะอย่างแรงเรื่องกินเรื่องใช้เรื่องที่อยู่ที่พักที่อะไรก็ยังไม่สบายง่ายมันก็ยังนกน้อยปีกแข็งอยู่ทุกวันนี้พวกเราบางคนเนี่ย ไม่อนาทรร้อนใจฤกษ์สบายไม่อนาทรร้อนใจเรื่องที่อยู่ที่พักนอนขอนไม้คนได้ก็สบายง่ายอาจจะมีไม่ถึงกระเทยว่ายังเป็นทุกข์อยู่บ้างเล็กๆน้อยๆก็จะไปเบาบางได้ไม่อึดยึดถือแล้วก็ไม่ยุ่งแล้วไม่อยากไปจะลำบากตลอดๆไอ้เรื่องกินเรื่องอยู่ไอ้เรื่องผ้านุ่งผ้าห่มแม้แต่อยู่ยาก็พบเป็นกระพรวนอะไรเลยอย่างนั้นก็ยังไปไหนไม่รอดและโดยเฉพาะเรื่องกามราคะอย่างมากไปแล้วก็ฟุ้งซ่านใหญ่ไม่ได้หรอกต้องอยู่ในขอบเขตซึ่งอยู่ในเขตคันนะเพราะผู้ใดที่มันเกลี้ยงที่ท่านอธิบายเหมือนอยากน้ำกลิ้งออกจากใบบอนมันมีลักษณะในตัวของธรรมะเองมันละเอียด น้ำที่มันไม่เปียกแฉะกับใบบอนนี่มันกลิ้งลงไปมันล้างด้วยปัญหามันถูกล้างในปัญญาแล้วมันถูกร่อนไม่จะไม่มีอะไรเป็นส่วนสำคัญกันอยู่ไม่แตะไม่ซึมกันอยู่แม้แต่ไม่ซึมเหมือนกับปัญญาไม่เห็นแจ้งแล้วก็ไม่รู้ตัณหาไม่จัดสรรหาได้ไม่รู้จิตได้แล้วก็ยังตัณหาครอบงำอยู่แล้วอยากที่จะเหมือนหยาดน้ำตกไปจากใบบัวอยากนะแต่นี่ก็อธิบายตัวหลักตัวยาวไว้ไอ้ต้นอธิบายก็ว่ามันงอกเงยเหมือนเขาจ้างอะไรเนี่ยพอมาถึงตอนจบแล้วก็อธิบายให้ละเอียดสุดเป็นน้ำจากใบบอนมันเก็บเสียงอย่างนั้นของที่เทียบเคียงแม้แต่ อธิษฐานอะไรที่พระพุทธเจ้ายกเทียบเคียงมีขั้นตอนทุกอันเลยแล้วมีไปเพราะอธิบายไม่ไหวอาตมาอธิบายละเอียดละออไม่ไหวมันมากนะพูดให้ฟังตามก็พยายามค่อยๆแทรกซ้อนนึกว่าค่อยๆถามไถก็ค่อยๆแยกละเอียดเอาไปในข่าวคราวต่อๆไปก็แล้วกันถ้ามันพูดทีเดียวหมดไม่ไหวก็เพราะเหตุนั้นเราจึงกล่าวกับท่านทั้งหลายผู้มาประชุมกันในที่นี้ท่านทั้งหลายจงขุดรากแห่งปัญหาเสียพระพุทธเจ้าท่านบอกให้คุณทราบเหตุปัญหานั้นน่ะโคตรมันออกมาด้วยปัญญาอันรู้แจ้งแทงทะลุถึง 10 ของเรามันเป็นปัญหาที่จุดเดียว ดุจบุรุษต้องการแฝดขนานเหมือนกับคนต้องการสิ่งที่ต้องการถ้าสมมุติว่าแฝดต้องการแฝดเอาสิ่งที่บางแคไปขุดแฝดเอาสิ่งที่วางมือง่ายไปขุนหาญแล้วให้ขุดหาสิ่งที่เราต้องการตรงจงเอาตัณหาไปล้างปัญหาจนต้องอยากจะทำสิ่งนี้เพื่อให้หลุดสิ่งนี้แต่ไม่ใช่หยาบจะได้สิ่งนี้มาบำบัดสิ่งนี้ ฟังปัญหาฟังฟังภาษาตรงนี้ถ้าเราอยากได้สิ่งนี้เพื่อมาบำบัดสิ่งนี้อันนั้นเป็นภัยเหมือนแฝดมือเจ็บปวดและยาขาวไม่สำเร็จต้องทำอาการอย่างละเอียดแต่ต้องเบาบางต้องค่อยๆทำแรงไม่ได้หักคุณแฝดแล้วจะได้รับตรงได้รับสิ่งที่เราต้องการนั้นคือความรู้เราต้องเอาความรู้ไปหาความรู้นะออกแบบไปขุนแผนก็เอาปัญหาล้างปัญหาคือต้องอยากจะ ประพฤติธรรมต้องอยากจะให้กิเลสหมดก็แต่เรามันย่อหย่อนไม่อยากให้กิเลสหมดกิเลสมันก็ไม่หมดเพราะเราไม่พยายามที่จะอยากให้กิเลสหมดกิเลสมันก็ไม่หมดไม่เอาจริงพยายามให้กิเลสหมดเราก็ต้องพากเพียรขับเราต้องรู้ทิศทางว่าเราจะต้องออกแบบเอาปัญหาล้างปัญหาหรือเอารู้เข้าไปขุดรู้หาลูกให้สอบตอนเข้าไปละเอียดถ้าเผื่อว่าไม่รู้มันก็จะเหมือนเอาแปลกๆบาดมือได้เป็นภัยต่อตัวเองเพราะฉะนั้นแม่เราคิดนี่ก็คิดอะไรปรุงอะไรหาแล้วกำลังพิจารณาอะไรเนี่ยและพิจารณายังไงจิตของเรากำลังคิดหรือ ถูกครอบงำจิตขณะใดกำลังคิดอยู่นี่คิดไปแล้วเผลอพับเป็นถูกครอบงำและเป็นอารมณ์อารมณ์เสพด้วยระวังนะยังอยู่คนเดียวยิ่งระวังพิจารณาคนเดียวที่ต้องระวังให้มากผู้หญิงที่ไม่แข็งหรือว่ายังมีจิตที่พิจารณาไม่ไม่ได้เรียบร้อยอย่าเพิ่งไปนั่งอยู่คนเดียวแล้วคิดต้องหางานอะไรอื่นทำไม่ดีพิจารณาให้ดีจับที่ดีพิจารณาเรื่องของเราบุพเพสันนิวาสนะอย่าให้มันครอบงำอย่าให้มันไปจมกับรสชาติอย่าให้มันไปจมกับสิ่งที่เราอยากเสพอยู่แล้วแล้วก็เลยมีเรื่องมีราวนั้นเป็นภพเป็นชาติแล้วเปียแชร์และถูกอุ้มถูกพ่อเข้าไป อย่างนั้นระวังแตกอธิบายความรักฉันนั้นมันอย่าระรานท่านทั้งหลายบ่อยๆคำว่ามาที่จริงวันนี้ตั้งใจว่าจะอธิบายเรื่องมารแยกแยะให้ฟังแต่นี่เอาตัวปฏิบัติซะก่อนแล้วเดี๋ยวก็ไปแยกมารยาระรานท่านทั้งหลายบ่อยๆมานี่คือตัวร้ายคือจิตนั้นเองแหละจิตฟังให้ดีนะจิตนั่นแหละมานี่มันจะคืออะไรหรอกคิดของเราเองที่มารุกรานเราที่มันระรานเราที่มันทำให้ตัวเรานี่แหละสมองไปส่งไปเฝ้าไปมัวไปหรือมี ครอบงำใส่เข้าไปแทนที่จะกลายเป็นปัญญาแทงทะลุเป็นปัญญารู้แจ้งเป็นจิตที่ระงับได้ทำจิตให้เบาบางลงทำจิตให้อ่อนลงได้วิราคะได้จางคลายได้ผิดมันจะลดลงได้แทนที่จะเป็นอย่างนั้นมันก็ถูกมารหรือว่าถูกผิดถูกแปรเปลี่ยนไปในทางเข้าไปหาความเร็วความร้ายหลุดกระแสน้ำระรานไม้อ้อฉะนั้นเหมือนน้ำเนี่ยพระไม้อ่อนแล้วก็ถูกพัฒนาที่จริงมันจะดีดกลับนะอ้อนมันจะดีดกลับนะแต่ถ้าน้ำมันถูกพัดอยู่เรื่อย สักวันหนึ่งมันดีดกลับไม่ได้หรอกเหมือนเราเองเรายังนึกว่าเหมือนเราเองเนี่ยเราจะต้องกลับมาสู่ตรงนี้ได้แม่อ้อนี่มันจะดีดกลับได้นะฟังดีๆนะลักษณะของไม้อ่อยมันจะดีดกลับเสมอมันดีดกลับมาหาของมันแต่มันโอนเอนไปตามได้ดูเหมือนว่ามันยังอยู่ที่จริงน่ะมันผิดแนวแล้วธรรมดาก็ขึ้นตรงนี้สิจะได้ถูกน้ำระรานถูกน้ำพัดไปอยู่อย่างนี้มันก็เอนมีเงินที่จริงไม่ใช่สิ่งนั้นไม่ใช่แนวนั้นไม่ใช่อย่างนั้นที่มันต้องการมันต้องการก็คือตัวลำพังที่โดดเดี่ยวที่สบายแล้วมันก็คืออยู่ของมันตามแนวที่มันเป็นไปอยู่แต่มันจะตรงอยู่เยอะมันจะเองอยู่ขนาดไหนก็ตามแต่มันก็อยู่กันแต่เวลามันถูกน้ำพัดแล้วมันก็กลับกลายเป็นอย่างนี้ ระลึกดีๆนะถูกน้ำพัดอยู่

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน