191225-G มหาจัตตารีสกสูตร ตอน7-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ 25 ธันวาคมพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระพุทธที่รักด้วยนะโมพวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกรับสมัครวันนี้ยังคงต่อ พูดมาหลายวันเรื่องในสูตรสูตรนี้ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ยืนยันว่าท่านจะตรัสเรื่องสมาธิหรือจะสอนเรื่องสมาธิให้แก่สาวกเราก็เป็นพระสาวกเราก็จะต้องพึงทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งสูตรนี้ผมได้ยืนยันให้ฟังแล้วว่าไม่ใช่ของตื้นเป็นของลึกละเอียดเป็นสิ่งที่จะต้องพากเพียรพยายามทำความเข้าใจอย่างยิ่งมันจึงจะเข้าใจได้ลึกซึ้งผมพยายามอธิบายโดยหลายนัยยะหมุนเวียนวนแล้ววนอีกเพื่อที่จะช้อน ไทยก็ไปเหมือนก้นหอยเป็นชั้นๆเป็นชั้นๆเข้าไปเข้าไปกลับไปต้นแล้วก็ไปถึงปลายก็วนกลับมาเหมือนอย่างกับมาหาต้นอีกแล้วก็ใช้ภาษาบางทีซ้อนซ้ำกล่าวถ้าเราไม่มีสภาวะหรือเราไม่มีความรู้ลึกซ้อนเข้าไปซ้อนเข้าไปตามชั้นเชิงนั้นเราก็จะวนและเบื่อหน่ายซ้ำซากแต่ถ้าเรารู้ลึกแม้ย้อนเข้ามาเหมือนกับจะมาพูดที่กล่าวอันเก่าแต่เปล่าเป็นเรื่องที่พรชัยลึกชั้นเข้าไปอีกเป็นเหนือชั้นขึ้นไปอีกซ้อนช้ำขึ้นไปอีกเป็นเชิงซ้อนเป็นสภาพ รอบเชิงซ้อนเป็นเกลียวเหมือนปลายเกลียวที่ลึกแหลมสูงใช้ละเอียดเล็กเข้าไปอีกเป็นระดับๆๆผู้ได้จับไม่ติดผู้ใดเข้าใจไม่ได้ก็จะยากแล้วก็เบื่อหน่ายแล้วรู้สึกว่ามันซ้ำซากซ้ำแซะมันวนเวียนไปมากำหนดหมายตามที่ผมกำหนดให้ผมพยายามที่จะจูงให้เข้าใจกำหนดหมายตามไม่ได้มันตามไม่ได้มันก็ไม่ติดก็หลุดจนเกินไปสมาธิที่ลาวในมหาวิทยาลัยนี้เป็นสมาธิโดยเฉพาะ เนื้อหาเป้าหมายของศาสนาพุทธเรียกว่าสัมมาสมาธิและสัมมาสมาธินี้มีคำกำชับลงไปด้วยว่าของพระอริยะสัมมาสมาธิของพระอริยะไม่ใช่สมาชิกธรรมดาที่เขาอธิบายใครก็อธิบายสมาธิตามภูมิตามสัญญาใครๆก็อธิบายไปหมดแล้วแต่สัมมาสมาธิของพระอริยะนี้มีความหมายเกิดจากกระจ่างเน้นชี้เอ
อ่านต่อ
าเป้าตรงเป้าที่สำคัญรับรอบเอาเท่านั้นเท่านี้เริ่มต้นท่านก็บอกว่าสัมมาสมาธิหรือสมาธิที่ถือว่าเป็นสัมมาถือว่าเหมาะควรชอบดี เนี่ยขั้นของคนที่ใช้ปัญญาเป็นสมาธิขั้นที่จะต้องมีองค์ประกอบ 7 จึงจะเรียกว่าสัมมาสมาธิมีองค์ประกอบ 7 มีเหตุบ้างมีองค์ประกอบบ้างบางทีก็อาจจะมีอย่างละเอียดประกอบอยู่โยงใยกันอยู่หรือบางทีก็มีอย่างหยาบเต็มรูปทั้งอยากทั้งกลางทั้งปลายประกอบอยู่ครบแต่สมาธิของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเริ่มต้นเราก็รู้แล้วพระพุทธเจ้าท่านตรัสต้องประกอบไปด้วยองค์ 7 องค์ประกอบไปด้วยองค์ 7 ของมรรคองค์ 8 ที่เราอธิบายกันอยู่เนี่ยมักองค์ 8 สัมมาสมาธิ LINE เนี่ยก็ย้อนกลับมาเอาตัว 7 ต้นนี่แหละต้องประกอบกันเป็นสมาธิร่วมแทรกซ้อนทำงานร่วมกันอยู่เสมอมีอาณัติอันนี้อยู่ครบซึ่งเราก็ได้สปปหรือว่าได้วิเคราะห์กันออกมาแล้วว่าพิสูจน์ออกมาแล้วสมาธิของพระพุทธเจ้านั้นไม่ได้หมายเอานั่งหลับตายิ่งได้หมายความว่าสันดีนั่งหลับดับไม่มีสติในที่ได้ชี้ให้ฟังแล้วไปถึงตอนตอนนั้นตอนนั้นยิ่งไม่มีสติเลยนั้นพระพุทธเจ้าไม่ได้เรียกว่าสมาธิเลยเป็นอัสสัมชัญเป็นพวกไม่รู้เรื่องไม่มีสติไม่ได้ต้องสติให้เต็มต้องมีสติให้เต็ม สติให้เต็มแล้วสติแล้วเราจะต้องเป็นสัมมาสติด้วยคือเป็นสติที่จะต้องรู้ถึงมิจฉาและสัมมาอยู่ตลอดเวลาเลยแล้วก็มิจฉาได้บรรลุสัมมาอยู่ตลอดทุกองค์ทุกองค์เลยตั้งแต่องค์สัมมาทิฐิในก็เป็นรู้ตั้งแต่องค์สัมมาทิฏฐิก็จะเน้นลงไปว่าภิกษุมีสตินั้นก็คือละมิจฉาทิฏฐิได้มีสติบรรลุสัมมาทิฏฐิอยู่อย่างนี้ตั้งแต่ต้นเลยสติของเธอนั้นเป็นสัมมาสติหรือเรียกว่าสัมมาสติ ลลิษาทิฐิได้ละความเห็นผิดได้ละความเห็นผิดได้แม้มาในอันอื่นก็เหมือนกันที่จะมีสติเข้าไปทำงานร่วมพร้อมอยู่กับทุกๆองค์เลยอยู่ทุกๆองค์ที่เป็นสัมมาสัมมาสติก็คือละมิจฉาได้ทุกอันแล้วก็บรรลุสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นสมาธิก็ไม่ว่าจะเป็นทิฏฐิไม่ว่าจะเป็นสัจธรรมไม่ว่าจะเป็นวาจาหรือกัมมันตะหาชีวะ 2 ละอันที่ว่าเรียกว่าอันนี้เป็นมิจฉาอะไรคือมิจฉารู้ไปหมดอะไรคือมิจฉามิจฉาตั้งแต่ที่ คือไม่มีกรรมการยาน 10 ข้อไม่มีกรรมสิทธิ์ตายายไปหลงผิดใน 10 ข้อที่กล่าวแล้วอะไรคือมิจฉาสังกัปปะมิจฉาก็คือไปดำริในการดำริในพยาบาลวิชาสังคมมีเชื้อมันมีเศษของการพยาบาลหรือว่าเบียดเบียนอยู่มันก็ล้วนเป็นมิจฉาทั้งสิ้นต้องรู้ต้องอ่านให้ชัดพระให้ได้ถึงจะเป็นสัมมาและให้ได้และได้ ละได้แล้วยังมีเชื้ออะไรอยู่เป็นเจตนาเต็มอยู่หรือว่าเกิดผลอะไรอยู่เป็นบางชั้นบางเชิงก็ยังเป็นสายสวาทยังเหลืออนุสัยอยู่บ้างหรืออาสวะอยู่บ้างจะพ้นก็จะต้องเป็นเจตนาอาจจะต้องเป็นสภาพที่ตรงเต็มตามที่ท่านอธิบายว่าเป็นอนาถมีสภาวะอย่างไรซึ่งเราได้อธิบายเน้นเป็นชั้นชั้นชั้นชั้นชั้นเป็นระดับๆมาเรื่อยมิจฉาฉันกับปะเอาหมายเอาอย่างนั้นมิจฉาวาจาหมายเอาอกุศลเรียกว่าจีหรือทุจริตไม่มี 4 อย่างนี้เป็นต้นวิชากรรมมันก็เอาอกุศลกรรมมาหมด 3 วิชาการมิจฉาอาชีวะก็เอาทุจริตแท้ที่เป็นการโกงการล่อลวงการตลกตะแลงการยอมตนการยอมตนกับไปตามทางผิดยอมตนให้ยอมตนไปในทางผิดยอมมอบตนไปในทางผิดหรือแม้แต่การเอาราบต่อร่างสำคัญมากนะถ้าใครเองใครใครฟังแล้วว่าการเอาราบต่อหน้ารู้สึกเผินๆรู้สึกไม่เห็นมีอะไรคนนั้นยังมีละเอียดเลยแต่ถ้าใครได้ฟังแล้วว่าการเอาราบต่อล่านี่เป็นมิจฉาอาชีวะ เลี้ยงตนอยู่ในลาบต่อร่างถ้าใครรู้สึกติดใจเลยว่าเอาล่าต่อล่าอย่างหยาบอยู่จริงๆด้วยอำนาจต่อราบนี่ยังรู้สึกว่าแม้เรายังมีเศษของโลภะเรายังมีความต้องการความอยากได้เราจะมีอะไรต่ออะไรอยู่จริงๆถ้าใครมีความรู้สึกสัมผัสและภาพพอฟังคำว่าการเอาลาบต่อร่างเป็นมิจฉาชีพจริงจังเลยจริงๆแล้วมันมันน่ารังเกียจมันน่าขยะแขยงทำไมเราจะต้องเอาลาบต่อรากทำไมเราไม่มีศักดิ์ศรีในการที่จะให้เขาได้เพราะถ้าเป็นพระแล้วมันไม่มีหรอกเราจะให้อะไรใครให้เลยมันจะเอาว่าไปต่อรากไปเอาสิ่งที่เราได้อธิบายคำว่าลาไปฟังแล้ว ที่เราสร้างสิ่งที่เราผลิตเนี่ยเป็นรากสิ่งที่เราทำขึ้นมาเป็นรากและเอาราบเป็นต่อล่าเอาไปแลกคนอื่นเอาไปเปลี่ยนทำอย่างนี้ขึ้นเพื่อที่จะได้อันนั้นมายิ่งหยาบๆเลยยิ่งไม่เห็นจะน่าจะทำอะไรท่านพระจึงไม่มีการแลกเปลี่ยนวัตถุต่อวัตถุเป็นวินัยเลยและวัตถุรุ่นแรกเข้าของคฤหัสถ์ไม่ได้และก็ขอกลับคืนรหัสผิดวินัยวันยิ่งไม่ต้องแลกกับของหรอกทำงานเนี่ยเอานำมาทำเอารูปไปแลกเอาอะไรก็ตามแต่แรกถ้ามีจิตใจในคำที่ต้องการมีจิตใจต้องการทำเพื่อมีความต้องการตอบแทนแลกเปลี่ยนอยู่มันยังมีโทร มีโรงพักมันละเอียดแล้วถ้าใครอ่านสะดุดจะรู้สึกไงเนี่ยคนที่เขาหยาบๆสิ่งละเอียดพวกนี้เนี่ยเขาไม่รู้สึกหรอกเพลินผ่านไปงั้นแหละนี่มันละเอียดเป็นชั้นเป็นเชิงไหมอย่างนี้ท่านก็เรียกว่ามิจฉาเป็นชุด Siri เป็นกำหรือเป็นบทบาทที่เกิดขึ้นแล้วมันหยาบยังเป็นไปตามชั้นตอนถ้าพูดถึงการโกงก็อธิบายให้ฟังแล้วไปจนกระทั่งถึงอธิบายในลักษณะว่ามันโกงมันโค้งมันตรงมันผิดกันยังไงคิดว่าจะเข้าใจความหมายได้เพราะถ้าจิตนี่แหละสำคัญที่สุดถ้ามันไม่มีอะไรโค้งโก่งเลี้ยวนิดๆโค้งนิดไม่มีโค้งมีโกงมีโกงมันก็ไม่มีโกงเลยไอ้เรื่องยากๆแค่ แบบคนโกงโกงกันชอบกันอย่างนี้มึงไม่ต้องพูดหรอกว่าอย่างนั้นพวกเราอธิบายไม่ยากเข้าใจกันแล้วขี้โกงอธิบายถึงลักษณะนามมาทำให้ฟังนี่ไม่จิตของเรานี่แหละมันเลี้ยวรถนิดเดียวโค้งนิดนึงเพื่อที่จะโค้งมีความโค้งนิดนึงแต่เรารู้ไม่ได้แสดงว่าเราไม่รู้แต่ถ้าจิตจะลงมาหลายแล้วก็คือสภาพที่จะต้องวัฏฏะมันอาจจะวนไปไกลเราเองก็ยังไม่รู้แล้วมันวนมาหาเรานะแล้วเราก็เลยรู้ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงวนมาหาเราก็เราไม่มีโค้งไว้ที่มันถึงวนมาหาเราถ้าเราไม่โค้งจิตใจเราไม่โค้งตรงไปซื้อทุกอย่างออกก็ออกเข้าก็เข้าโดยปัญญาไปก็ไปมาก็มาเป็นลักษณะแท้ตรงเป้าไม่เบี้ยวไม่เบี่ยงไม่หลบไปหลบมา เลี้ยวรถไปเลี้ยวรถมาแล้วก็นั่นแหละตรงนั้นแหละคือไม่โกงอย่างนี้เป็นต้นและอธิบายสอนซ้ำย้อนไปวนมาให้ฟังหลายชั้นเชิงมันเรารู้มิจฉาคืออย่างไรสัมมาคืออย่างไรและแม่สัมมาท่านก็แบ่งเป็น 2 ทั้งสิ้นสัมมาที่เป็นสาระสำคัญอยู่เราก็พึงทำได้บ้างแต่ถ้าเราทำจนกระทั่งถึงอนาคตแล้วมันขาดในตัวท่านของอาณาจักรทุกท่านทุกท่านทุกท่านทุกท่านก็บอกเอาไว้ท่านก็บอกเอาไว้ทุกท่านทุกท่านทุกท่านเจตนางดเจตนากระทำ มิจฉาให้มันร่อนอยู่นั่นน่ะเป็นสัมมาทิฏฐิแล้วและจะสุดเป็นสัมมาสติก็คือเต็มรอบก็คือลลิษาได้บรรลุสัมมาทุกข้อวันละบรรลุมีวาระมิจฉาได้บรรลุสัมมาในขณะใดที่พยายามอยู่พยายามเพื่อรักอิจฉาเพื่อบรรลุสัมมาความพยายามนั้นๆอยู่นั้นเรียกว่าสัมมาวายามะพยายามอยู่เสมอนั่นแหละเรียกว่าสัมมาวายามะเป็นพยายามทุกข้อทุกตอนที่เราจะรู้ตั้งแต่สังกัป วาจากัมมันตะอาชีวะจะเห็นเด่นชัดเลยทวนให้ฟังอย่างนี้จะเห็นเด่นชัดเลยว่าทิจึงเป็นประธานจริงๆถ้าเราเริ่มต้นตั้งแต่ทิศที่เราแยกมิจฉากับสัมมานี้ไม่ออกไม่เด่นชัดไม่เข้าใจเราก็จะทำผิดเป็นมิจฉานี่แหละเราไปหลงมิจฉาเราไปหลงในสิ่งที่ไม่ควรเป็นควรเป็นเราก็สิ่งไม่ถูกเป็นถูกไปยึดเอาสิ่งที่ไม่ไม่ควรจะทำเป็นจะต้องทำอยู่จิตนะจิตมันยึดมันเห็นจิตมันยึดถ้าจิตมันเห็นอย่างนั้นเข้าใจอย่างนั้นแล้วมันก็ยึดอย่างนั้นแล้วก็พาทำอย่างนั้นอยู่พระพุทธเจ้าท่านถึงบอกว่าถ้าจิตที่เขาไปยึดด้วยก็ไปตั้งจิตไม่ผิดอย่างนั้นด้วย อาทิตย์เสาร์ที่ 3 ยันตังวิญญาณพุทธภาษิตบทเรียนซึ่งความหมายไทยๆตั้งจิตไว้ผิดแล้วนี่มันซวยยิ่งกว่าไอ้โจรฆ่ากันโจรฆ่าโจรโจรฆ่าโจรเอามันไหลแหลกลานเพราะความโหดร้ายทารุณความไม่มีกะจิตกะใจอะไรแล้วมิจฉายิ่งทำลายเราได้ลึกซึ้งซึมซาบแน่นอนทำลายอย่างละเอียดเป็นผุยผงยิ่งกว่าไอ้โจรที่โหดร้ายทำลายกันทำลายเรานะมิจฉาคนที่ผิดทางตั้งจิตไว้ผิดไงต่อให้ก่อนที่จะตั้งจิตไว้ตั้งจิตแล้วก็เดินพอจะตั้งจิตแล้วเดินเนี่ยก่อนจะสตาร์ทและก่อนจะรู้เห็นให้ชัดเจนเป็นความเข้าใจเป็นปัญญาญาณอย่าง ถ้าบอกว่ายังไม่มีแล้วล่ะก็ยังไม่มีเริ่มต้นที่ถูกต้องแล้วล่ะก็ปัญญาญาณไม่เข้าถึงปัญญาญาณแล้วมิจฉาปะริตตังจิตตังเจ๊งเลยวันไอ้ที่จะเป็นอันนาสวาทของทิฐิหรือสัมมาทิฏฐิมันจะต้องเกิดปัญญาเกิดปัญญาเกิดปัญญาพละมันมีปัญญาจะมีความรู้และมีความรู้อย่างแข็งแรงอินทรีย์ก็แข็งแรงขึ้นมาปัญญาพละมีความรู้ที่มีกำลังเลยทีเดียวแน่วแน่เลยมีปัญญาพละมีธรรมะส่งมีตรัสรู้มีองค์แห่งการตรัสรู้แยกออกที่ทำวิริยะทำมาวิจัยแยกออกมีความเห็น ดีแล้วชอบมีความเห็นชอบนะดีแล้วเห็นชอบจริงๆเห็นชัดจริงๆแยกออกว่าอย่างนี้เสียอย่างนี้เป็นมิจฉาอย่างนี้เป็นสัมมามี 2 ประเด็นความเห็นของสมมุติจะต้องมี 2 ประเด็นเสมอมีถูกมีผิดเคมีมีเห็นรูปรอยของความถูกความผิดชัดไม่ใช่เห็นแต่มุมถูกมุมเดียวมุมผิดเราไม่เห็นไม่ใช่เห็นน่ะคู่เคียงกันเลยจึงเรียกว่ามีธรรมะเป็นปัญญาเป็นปัญญาจะเห็นชัดจึงเรียกว่าคนอนาถายังไม่ถึงขั้นเห็นผิดเห็นถูกอย่างคู่เคียงอย่างแจ่มแจ้งแล้วก็มีกำลังของปัญญามีปัญญาพละอย่างเต็มที่และแล้วก็มันยังเป็นสาระอยู่ยังเป็นแต่เพียงสัมมาทิฏฐิ ศึกษาอาชีวะเชียงใหม่เห็นว่าสิ่งที่เป็นเห็นแต่สิ่งที่เกิดที่เป็นอย่างกัมมัสชะตาต่างๆว่ายังมีผลแค่นั้นเองแต่เรายังแยกออกว่าผลดีผลชั่วหรือผลร้ายผลดีอะไรยังไม่ได้เห็นได้ว่ามีผลก็ไม่เข้าใจรายละเอียดก็เป็นสายสวาทอยู่เท่านั้นเองมันต้องแยกแยะออกเข้าใจจริงจึงจะเป็นอนาคตอย่างนี้เป็นต้นแล้วท็อปทรูมันก็จะทบทวนอีกก็จะเสียเวลาเพิ่มขึ้นไปอีกมากมันก็จะต่ออันนี้ให้จบซะก่อนแล้วจะทบทวนให้ครบเนี่ยอธิบายย้อนไปยกตัวอย่างให้ฟังก็จะได้เข้าใจบางอย่างบางแง่ชัดขึ้นความหมายอะไรเพราะเมื่อมีสัมมาทิฏฐิเป็นประธานมีสัมมาวายามะ มีการพยายามเพื่อลลิสามีความพยายามคนละมิจฉาและมีความพยายามเพื่อบรรลุสัมมาอยู่เรียกว่าพยายามที่เป็นสัมมาหรือสัมมาวายามะและเมื่อได้ใช้สติหรือว่ามีสติหรือว่ามีการระลึกรู้ได้ชัดเลยว่าเราละมิจฉาได้แล้วเราบรรลุสัมมาอยู่เห็นรู้ตนรู้ตัวชัดๆเลยในแง่ในประเด็นประเด็นของทิฐิมาประเด็นของฉันกับปากประเด็นของวาจาประเด็นของกัมมันตะประเด็นของอาชีวะเห็นอยู่รู้อยู่แจ้งอยู่ทีเดียวอิจฉาตามความเห็นของเรา เราเห็นตอบเป็นประธานว่าเห็นว่าอ๋ออย่างนี้แหละเป็นมิจฉาอย่างนี้เป็นสัมมาเราทำได้แล้วละได้แล้วบรรลุถึงอยู่ถึงอยู่เป็นอยู่ขณะนี้แม้ว่าวาจาที่ออกก็ยังเป็นวาจาที่เป็นสัมมาไม่มิจฉาระลึกซ้อนไปอยู่กรรมมันต่างก็เป็นกรรมมันต่างที่เป็นสัมมาไม่ใช่อาชีวะก็เป็นอาชีวะสัมมาไม่ใช่มิจฉาเห็นอยู่รู้อยู่เป็นปัจจุบันนั้นเชียวอย่างนี้เรียกว่าสัมมาสติเห็นสติไม่ว่าจะไม่ใช่สติเล่นๆเลยสัมมาสติที่องค์มรรคที่หมายเนี่ยมันเป็นผลได้ผลนะไม่ใช่สติเล่นๆเลยที่อย่างยกตัวอย่างพูดก็ขอย้อนไปอีกนิด เล็งปืนยิงเบ้าตาคนหรือกำลังมีสติเห็นอยู่ว่านี่เป็ดย่างนี่มันน่ากินจริงแหมกลิ่นก็หอมนี่ตาก็เห็นสีเหลืองอ๋อยกรอบดูสัมผัสด้วยแล้วมันอยากจริงๆแล้วก็วันนี้มีสตินะมันจะไม่มีสติเขาว่าเขามีสติแต่จริงๆก็ถูกครอบงำไว้ด้วยกามคุณแล้วเขาก็อยากได้และลึกดูตัวในกระเป๋าก็มีสตางค์อะไรต่างๆนานาทุกอย่างแล้วแล้วเราควรจะลดละหรือไม่มีจิตใจอย่างไรไม่รู้จิตใจและเขาก็ทำตามที่เราคิดเห็นที่เรามีสัมมาของเราว่างั้นเถอะเราคิดว่าเราสามารถเราไม่ได้เบียดเบียนใคร เราไม่ได้ทำแก้แค้นใครแต่เราหาคิดไม่ว่าเรากำลังมีกามวิตกนี่ดำรินั้นใครอยากแล้วนี่มันยามเป็นธาตุตาหูจมูกลิ้นกายก็ไม่รู้เพราะถ้าพิจารณาละเอียดไปหมดแล้วไม่มีผลหรอกไม่มีผลมันจะต้องเจอทุจริตต่างๆได้ทั้งนั้นพิจารณาซ้อนซ้ำถ้าเข้าใจหมดเป็นพวงร้อยกินกันไปทั้งหมดแล้วเราจะเข้าใจดีไปจนถึงอาชีวะจิตของเรายิ่งจิตของเรามีความรู้จิตของเรามีความสำเร็จบรรลุผลได้ตามขั้นตามตอนหลุดพ้นสนิทเขาเรียกว่าสัมมาสมาธิแท้มันมีปัญญาจึงเกิดต้น มันรู้ละเอียดละออรู้ชัดเจนแล้วก็มีวิมุติที่รู้ชัดแล้วว่าหลุดแล้วหนอพ้นแล้วหนอเป็นสัมมาและหน่อบรรลุถึงสัมมาแล้วหนอเห็นจริงเห็นจังนี่คือสภาพของธรรมะท่านละเอียดละออที่เรียกว่าองค์แห่งมรรคที่เป็นสัมมาอะระหังมาของพระอริยะมาองค์ 8 นี่เป็นของพระอริยะมันจะมีบรรดาองค์ 7 นิ้วล้อมครบอยู่เพราะเมื่อมันร้อนมันก็จะพอเหมาะพอดีเป็นขั้นตอนเริ่มต้นตั้งแต่สมัยอยุธยาจึงเกิดสัมมาสังกัปปะสังกัปปะ ที่ผมบอกพอดีไม่หนักไม่หนาไม่เหล็กไม่เหนื่อยแล้วมันก็พอเหมาะไล่เรียงกันไปจนถึงสัมมาสมาธิจนถึงสมัยญาณะและสมาธิรวมเป็น 10 เลยเพราะสัมมาสมาธิเมื่อมีสัมมาสมาธิดังกล่าวนี้ก็ร่วมสนุกเลยก็คือองค์ 7 ทั้ง 7 ให้มันพอเหมาะกันมาแล้วจึงมีสมาธิจะเกิดได้สมาชิกที่เกิดแรงพอเหมาะแล้วสำหรับเกิดแล้วพอเหมาะแล้วตายดีและสมาชิกของพระพุทธเจ้าจะมีสมาธิเนี่ยจะมีสัมมาสมาธิสัมมาวาจาเหมาะแล้วสัมมากัมมันตะเหมาะแล้วเป็นประโยชน์ บอกแล้วสัมมาสติหมอกแล้วจึงเป็นสมาธิที่เรียกว่าสัมมาสมาธิของพระอริยะเพราะเมื่อเกิดสัมมาสมาธิเป็นของพระอริยะแล้วอริยตัวนี้แหละจึงคือสัมมาญาณะพอเหมาะพอควรเพราะสมัยนั้นคือยานคือปัญญาปัญญาเกิดฉลาดรู้ฉลาดแท้รู้จะแจ้งในทุกอย่างหมดนี่แหละจิตอย่างนี้แหละถึงเรียกสมาธิไม่ใช่เป็นดับหลับหูหลับตาที่ไหนมันมีญาณมีปัญญาอยู่แจ้งสว่างเต็มมีความรู้สึกเต็ม YouTube อยู่ที่เดียวและก็รู้ในวิมุติอย่างนี้แหละสภาพนี้เลยจบคำว่าพี่มดเอามาพูดเท่านั้นเองไม่ต้องพูดให้มีสัมมาญาณท้วนแท้เลยว่า บรรลุอยู่ในสัมมาเป็นสัมมาสติถึงที่สุดในสัมมาสติแล้วนี่แหละจิตสัมมาสตินี้ก็จิตนี่แหละเรียกว่าจิตอันยิ่งสมาธิพิจิตรอันยิ่งพยายามอธิบายไปด้วยภาษายายยุ้ยญาติออกไปก็มีตัวเดียวตัวเก่าเพราะฉะนั้นองค์ 7 สังขารพระองค์ 7 บรรลุแล้วแม่มาอธิบายตัวสัมมาสมาธิต่อมาอธิบายเข้ามาญาณต่อมามันก็ไม่มีอื่นมันขยายความรู้ที่รู้รู้จริงที่จิตเราจริงเท่านั้นเองรวมหมดแล้วนี่แหละคือวิมุติที่เป็นวิมุตสัมมาไม่ใช่มิจฉาวิมุตินี่แหละไม่ใช่มิจฉาชีพเพราะมันตัดเด็ดเอาวิธีไหนอะไรอย่างไรแล้วก็ไม่เข้าใจสภาพทางนี้มันไม่ใช่วิมุติเลยมีมดที่เขาเอา เขาจะบอกให้เขาหลุดพ้นความหลุดพ้นมันเข้าหมายเอาอย่างนี้กันได้แต่ความรู้พระพุทธเจ้าของฉันพระอริยะจริงแล้วจะต้องมีองค์อย่างนี้สอบผ่านเข้าไปแม้รายละเอียดที่เราเข้าใจแล้วเอาไปสอบเข้าสอบเข้าเป็นได้เพราะผลบอลผลย้ำเข้าไปอีกในบรรดาองค์ทั้ง 7 ทั้ง 8 นี่ยามเข้าไปจนถึงความบริบูรณ์นั้นเพราะสมาธิเป็นปัจจัยทั้งนั้นซ้ำอีกสมาชิกสมาชิกได้ เป็นปัจจัยใหญ่เป็นประธานใหญ่ถ้าสัมมาทิฏฐิความเห็นต้องเห็นไม่แจ้งแล้วไปเห็นอย่างนี้มันควรจะเป็นอย่างนี้คือความมันรู้หรือความเป็นสุดยอดแล้วก็ไปตามผิดที่เรามาเพราะคนนั้นจะเอาแค่นั้นนั่งหลับตาอยู่เย็นได้แล้วก็วันนี้ความรู้เขาก็เอาแค่นั้นน่ะดิไปทำไมเข้าป่าเข้าเขาก็ทำก็สบายได้แล้วสบายอยู่อย่างนั้นได้สบายไม่ต้องดิ้นต้องโดนอะไรอีกเขาก็เอาเท่านั้นแต่ก็พูดไม่ต้องเข้ามาดูก็เข้ามามีวาจาเข้ามาสัมผัสดูต้องทนต่อผัสสะทนต่อสัมผัสอะไรได้หมดคิดสตางค์ปฏิเสธพุทธศาสนากับโลกกระทำทั้งหลายแหล่ เยาวราช 7 สรรเสริญสุขด้วยประการใดๆพระสมเด็จประการใดๆสัมผัสแล้วจิตใจไม่ได้หวั่นไหวจริงๆตาหูจมูกลิ้นกายลืมโพรงจึงอยู่กับเขาได้นี่เรียกว่าพิสูจน์ได้ยืนยันว่าหลุดหลุดโดนแตกอยู่รถโดยที่ยังคลุกคลีกันอยู่รถเหมือนกันน้ำกันบ่อยๆหุ้มกันไปด้วยกันมาด้วยกันแนบชิดติดกันอยู่ก็หลุดน้ำก็ไปบอลมันหลุดกันจริงๆน้ำก็ไปบอลมันไม่ได้ติดกันเลยหลุดร่อนเกลี้ยงไม่มีอะไรดูดซึมอย่างไรอย่างนั้นก็เรียกว่าโหลดไอ้ห่างกันไปต้องรอยอดพันยอดแล้วบอกว่าหลุดจากกันโดยที่ไม่เคยสัมผัสกันไม่ได้มีความรู้สึกใกล้เคียงกันเลย รู้สึกอยู่แต่ก็ไม่อาจจะหาไม่อาจสามารถจะเดินมาถึงกันได้ด้วยซ้ำไปแล้วเรียกว่าหลุดปัดโธ่ไม่ต้องพูดหรอกอย่างนั้นน่ะขนาดตั้งใจจะมาแปะกันมาติดกันยังมาไม่ได้เลยไม่หลุดยังไงไอ้พันนั้นน่ะไม่ใช่หลุดจริงไม่ใช่หลุดอย่างเก่งขาดสามารถเลยจิตของเราไม่ได้ดูดซึมไม่ได้ติดไม่ได้เกาะไม่ได้ชอบไม่ได้ผลักไม่ได้ชังหมดแม้แต่ต้องฝากไว้ดันไว้ก็ไม่ต้องปรับต้องดันด้วยแรงใดไม่ต้องพักต้องดันด้วยแรงใดรถทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากอะไรไม่ต้องใช้แรงอะไรเพิ่มก็มีความเห็นชัดหมดอย่าง ร้านทุกสิ่งทุกอย่างจะสลัดได้ก็มีสมาชิกมาเป็นต้นดีแล้วก็สัมมาสังกัปปะบ่มีสัมมาสังกัปปะมีสัมมาทิฏฐิมีสมาธิสั้นกัปปะก็จะสลัดลงไปได้สัมมาวาจาก็สลับมิจฉาลงไปได้สลับมิจฉาลงไปได้หมดสลัดมิจฉาฉันก็ปากสลัดเช้าวาจาสลัดสลัดมิจฉาอาชีวะฉลาดวิชาวายามะสลัดมิจฉาสติที่ว่าสลัดมิจฉาวายามะก็เพราะว่าความพยายามที่มันไม่เข้าทางความพยายามอย่างอื่นที่ไม่ใช่เป็นไปเพื่อความเป็นคนมีความพยายามขณะใดที่กำลังจะสลับมิจฉาได้อยู่พยายามอยู่ก็เป็นฝ่ายอย่างมากสลับได้แล้วก็เป็นอนาคต ก็เป็นสติเต็มเพราะฉะนั้นวายามะนั้นต้องไม่ต้องพยายามแล้วก็สลัดได้แล้วเก่งแล้วตั้งมั่นแล้วด้วยได้ทำเป็นสมาธิสักทีติดด้วยสมาธิทำจิตสมาธิสาวพุทธฐานจิตสมาธิและจิตอันยิ่งนั้นวุฒิฐานะตั้งมั่นแล้วอันนี้ไม่ยึดอันนี้ได้แล้วเลิกกันแล้วก็ไปทางอื่นอีกก็ไม่ห่วงลูกเป็นไปจริงได้อยู่มั่นคงอาตมาสมาธิทั้งหมดได้ไม่ใช่สมาธิมิจฉาทั้งหมดรู้ชัดแล้วก็มีไล่กันมาทั้งกับปากเสียกับปักถ้ามาวาจาก็จึงสละวิชาวาจาสัมมากัมมันตะจึงสละมิจฉากัมมันตะสัมมาอาชีวะจึงสลับมิจฉาอาชีวะสัมมาวายามะ สลัดมิจฉาวายามะสัมมาสติจึงสลับสัมมาสติสัมมาสมาธิจึงสลักมิจฉาสมาธิไปได้หมดแค่เธอจะเข้าใจสมาธิให้ได้อย่างนี้ผมแจกมาโดยไม่รู้นัยยะอะไรพูดมาหลายปีแล้วนะวันนี้ก็มันแน่นๆๆจุดนี้ก็มันเหมือนกันพูดไอ้สมาธิที่ว่าเนี่ยมาหลายปีแล้วนะปีนี้ก็เอาสูตรมายืนยันตั้งใจจะพูดให้ยืนให้เห็นเลยเห็นชัดว่าสมัครสมาชิกเพราะเคยมีปัญญาเคยเข้าใจว่าอย่างโน้นอย่างโน้นอะไรมาตั้งแต่อะไรอะไรตั้งแต่สมาชิกไปจนกระทั่งยันที่ผิดต่างๆที่ไม่เห็นจะเข้าใจดังกล่าวนั่นแหละนั่นแหละคือปัญญาแต่ก่อนยังมีฐานอยู่ เป็นสมาชิกอันเดียวกันสัมมาทิฏฐิสัมมาญาณน่ะอันเดียวกันเพราะความเห็นแจ้งความเข้าใจแจ้งชนกันแล้วสัมมาทิฏฐิกับสมายานะนี่ตัวถึงกันแล้วอันเดียวกันและสัมมาทิฏฐิกับสัมมาญาณนะเนี่ยมันครบถ้วนก็คือนี่แหละจุดถูกมันตรงกันหมดเลยมันอันเดียวกันจริงๆภาษาเปลี่ยนขึ้นมาอีกเท่านั้นเองให้รอบๆนะต้นเข้าใจแล้วปลายก็เข้าใจเหมือนกันตรงกันถูกเลยนะทั้งหมดและทำให้ตามที่เรารู้นี้ได้ครบบริบูรณ์ก็เป็นสมาคมพระมิจฉาทั้งหลายแหล่หมดเกลี้ยงสิ้นก็เป็นวิมุติเสด็จหมดอนาคตเปลี่ยนเป็นไปโดย ค้นหาสาระทั้งหลายแหล่เที่ยงสิ้นสภาพต่างๆพวกนี้แหละรวมแล้วเป็น 10 สัมมาเมื่อ 13 มานี้ก็มีฝ่ายมิจฉาอยู่กับฝ่ายสัมมาอยู่รวมแล้วก็เป็น 20 สมัยก็เป็น 20 อันเรียกว่าฝ่ายกุศลกับฝ่ายอกุศล 20 มันตรงเต็มเลยฝ่ายกุศลฝ่ายกุศล 20 บาทกุศล 20 ที่ 20 กุศล 20 อกุศล 20 ก็เพราะว่าย้อนกลับไปกลับมา ทวนกลับไปกลับมารวมแล้วเป็น 40 รวมแล้วเป็น 40 อย่างนี้แหละชื่อธรรมะบรรยายมหาจัตตารีสกอันเราให้เป็นไปแล้วสมณะหรือพราหมณ์หรือเทวดาหรือมารหรือพรมหรือใครๆในโลกจะให้เป็นไปไม่ได้คล้ายๆจะให้เป็นไปไม่ได้มีเพื่อนสมาชิกพระพุทธเจ้าให้เป็นไปยืนยันสูตรนี้ละเอียดอ่อนจริงๆเรียบเรียงเป็นขั้นเป็นตอนเป็นระบบเป็นยอดแห่งทฤษฎีเห็นจริงๆผมเห็นเหลือเกินว่าเป็นสูตรที่เป็นทฤษฎีที่สูงเหลือ ผมเองรู้เลยพอสัมผัสแล้วผ่านมาหาจับตาดูจากกระสุนโอ้โหคนชั้นไหนมาผูกสูตรนี้ไว้ลึกซึ้งจะตามประมาทไม่ได้ค่อยๆเข้าใจค่อยๆทำความเข้าใจและรู้อยู่ว่าเราจะต้องเรียนรู้สูตรนี้อีกตั้งนานแม้ขณะที่ผมอธิบายสู่คุณฟังผมก็อยากจะต้องเรียนอีกในสูตรนี้อย่าว่าจะควบคุมเลยเพราะอธิบายสู่คุณฟังนี่โดยความรู้ของผมเท่านี้และผมขอบอกคุณด้วยว่าผมยังจะต้องเรียนมหาวิทยาลัยจัดการส่วนนี้อีกอยู่ผมจะต้องเรียนอยู่อยากจะต้องเข้าใจให้ละเอียดแทนทะลุให้รอบเรียงร้อยก็ไปให้ถึงยังจำแจ้งสายแจ๋วมองภาพ มหาจัตตารีสกสูตรบอกสัมมารีผลพงษ์สิทธิ์ประกอบไปด้วยมิจฉาและสัมมาทั้งหมดเท่ากับมันจะแจ้งทุกขั้นตอนขั้นปรับเลยผมจะต้องทำให้เข้าใจอย่างนั้นจริงๆและมันจะเข้าใจเพราะทุกวันนี้ผมก็เข้าใจมากขึ้นมาหาจากตาที่สุดเพราะว่าอธิบายไปสู่คุณฟังได้ขนาดนี้ขณะนี้ต่อไปอีกผมจะอธิบายได้กระจ่างกว่านี้อีกผมมั่นใจอย่างนั้นขณะนี้ผมก็ว่าผมทำให้คุณกระจ่างได้พอสมควรแต่ยังยังผมยังรู้สึกว่ามันยังไม่เรียงร้อยที่เรียบง่ายชั้นเชิงที่ดีมันจะรู้สึกว่ามันยังกระปูดกระเป๋าอยู่มันจะเป็นปมเป็นปล้องมันยังไม่ เรียบรื่นที่ดีเท่าไหร่เพราะความเข้าใจว่าเข้าใจแต่เข้าใจแล้วมันก็ยังมันไม่เรียงร้อยที่ว่าเรียงแล้วล่ะเลี้ยงได้ขนาดนี้ก็ว่าเก่งแล้วล่ะสำหรับผมผมว่าผมเก่งแล้วผมทำเก่งที่สุดกับคุณเสมอผมไม่ไม่ย่อหย่อนไม่ควรที่ไม่ย่อยอดที่จะทำให้ได้ขนาดนี้ก็ต้องทำให้เก่งที่สุดแต่สิ่งที่รู้ๆอีกอยู่ก็มีบางครั้งไม่ได้ออกมาหมดก็เอามาตามฐานะตามเวลาตามขั้นตอนที่จะต้องออกมาใช้ว่าเอามาหมดเอามาหมดทุกทีไม่ใช่แต่ว่าขนาดนี้ก็ขนาดนี้แหละพระพุทธเจ้าท้าทายคล้ายๆกับท้าทายสมณะหรือพราหมณ์เทวดามารพรหมหรือแก้ไขในโลกจะให้เป็นไปไม่ได้ทำเองเป็นคน เราให้เป็นไปแล้วมีแต่ท่านให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมาบอกยืนยันได้สูตรนี้อาจจะติดต่อดูกระพริบทั้งหลายสมณะหรือพราหมณ์ผู้ใดผู้หนึ่งพึงสำคัญที่จะติเตียนคัดค้านธรรมะบรรยายมหาจัตตารีสกนี้การกล่าวก่อนและการกล่าวตามกัน 10 ประการอันชอบด้วยเหตุของสมณะหรือพราหมณ์ผู้นั้นการกล่าวก่อนและการกล่าวตามกัน 10 ประการอันชอบด้วยเหตุของสมณะหรือพราหมณ์ผู้นั้นย่อมถึงฐานะหน้าตำหนิในปัจจุบันทีเดียวในปัจจุบันเชียวถ้าใคร เทียนสัมมาทิฏฐิเขาก็ต้องบูชาสรรเสริญท่านสมณพราหมณ์ผู้มีทิฐิคือมิจฉาทิฐิถ้าใครติดเปลี่ยนสัมมาสังกัปปะเขาก็ต้องบูชาสรรเสริญท่านสมณพราหมณ์ผู้มีสังกัปปะผิดถ้าใครติดฟิล์มสัมมาวาจาเขาก็ต้องบูชาสรรเสริญท่านสมณพราหมณ์ผู้มีวาจาผิดถ้าใครติดเกมสัมมากัมมันตะเขาก็ต้องบูชาสรรเสริญท่านสมณพราหมณ์ผู้มีการงานที่ถ้าใครติดเกมสัมมาอาชีวะเขาก็ต้องบูชาสรรเสริญท่านสมณพราหมณ์ผู้มีอาชีวะถ้าใครติดเกณฑ์สัมมาวายามะเขาก็ต้องบูชาสรรเสริญท่านสมณพราหมณ์ผู้มีความพยายาม พากย์ไทยติดจีนสัมมาสติเขาก็ต้องบูชาสรรเสริญท่านสมณพราหมณ์ผู้มีสติคิดถ้าใครติดเกมสัมมาสมาธิเขาก็ต้องบูชาสรรเสริญท่านสมณพราหมณ์ผู้มีสมาธิผิดถ้าใครติดเกมสัมมนาเขาก็ต้องบูชาสรรเสริญท่านสมณพราหมณ์ผู้มีญาณญาณผิดถ้าใครติดเตียงสัมมาวิมุติเขาก็ต้องบูชาสรรเสริญท่านสมณพราหมณ์ผู้มีวิมุตผิดจากเอาแค่นี้ก่อนและขออธิบายสอนไปจริงๆก็พูดแล้วอธิบายแล้วทีนี้ก็ขออธิบายเน้นยืนยันอีกที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสนี่ก็ผมได้พูดมาแล้วล่ะ ท่านยืนยันว่าผู้ใดผู้หนึ่งพึงสำคัญจะเป็นสมณะหรือพราหมณ์ก็ตามพระพุทธเจ้าท่านตรัส 2 คำนี้เป็นคำเรียกนักบวชสมัยพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้กำหนดแต่สมัยเราเนี่ยศาสนาเราเราเรียกนักบวชนี่ไม่ได้สมณะไม่ได้เรียกพราหมณ์เป็นธรรมซึ่งๆอะไรนะเราเรียกคำว่าพระก็อันเดียวกันเราเรียกคำว่าพระเลยพระผู้ใดผู้หนึ่งพึงสำคัญที่จะติเตียนหมายความว่าตัวกำหนดที่จะหมายจะปิดเจตนาจะติด 7 จงใจจะเกิดขึ้นมากำหนดขึ้นมาเลยว่าจะผิดเพี้ยนธรรมดาถ้าใครจะคัดค้านทั้งการกล่าวก่อนการกล่าวกัน เช้านี้ก่อนแล้วก็ทำตามกันมาด้วย
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive