191220-C มหาจัตตารีสกสูตร ตอน3-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์226 KB
วันที่แก้ไข23 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นเช้าวันที่ 20 ธันวาคมพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกสำหรับวันนี้ยังคงต่อมหาจัตตารีสกสูตรเราก็มาทำวัดกันต่อให้เราได้อธิบายมาหาจะตายโสดอธิบายมาในข้อ 255 ยังไม่จบอธิบายถึงเรื่องธรรมชาติ 10 ประการซึ่งจะต้องเป็นยานกับวัด คือต้องเป็นยาที่ได้รู้บทบาทแห่งกรรมหรือการกระทำต้องรู้บทบาทแห่งกรรมหรือบทบาทในการกระทำที่ได้กระทำแล้วเป็นแล้วต้องรู้ในเนื้อของกรรมนั้นผู้รู้เรื่องของกรรมผู้รู้ชีวิตของกรรมจึงจะเป็นผู้เข้าใจสภาพของมิจฉาทิฏฐิเหล่านี้ได้ทะลุแต่แม้ผู้ใดไม่รู้เนื้อไม่รู้เนื้อของกรรมทะลุแต่ถ้ามีจิตถ้ามีความเห็นมีความเข้าใจเป็นดั่งที่ว่านี้ก็เป็นมิจฉาทิฐิแท้ๆเพราะ มีสัมมาทิฏฐินั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องไปเห็นเนื้อของกรรมทะลุทั้งหมดซึ่งเป็นอจินไตยเป็นกรรมวิบากหรือว่าเป็นเนื้อของกรรมที่แทงทะลุหมดไม่จำเป็นสัมมาทิฏฐิเป็นแต่เพียงว่าผู้ที่เห็นไม่เป็นอย่างนี้ผมก็จะเห็นเป็นศาสดาทิฐิบ้างก็ยังเรียกว่าไม่มิจฉาทิฐิที่เดียวให้เป็นสารสกัดทิฐิบริบาลกรณีหรือเห็นเป็นอุบัติเหตุในบางกรณีก็ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นมิจฉาทิฐิทีเดียวเพราะงั้นเราจะเอาไปตอบแต่ในนี้เป็นเชิงของตัดเป็นเชิงของพุทธซะส่วนใหญ่ บอกว่าทานที่ให้แล้วไม่ใช้คำว่าไม่เป็นเชิงตัดคือเชษฐาไม่มีผลเพราะจะมีความเห็นตัดเลยทีเดียวเลยว่ามันก็ยังเป็นความคิดเห็นของอุทยานท้าให้แล้วไม่มีผลยันให้ยันที่บูชาแล้วไม่มีผลสังเวชที่บวงสรวงแล้วไม่มีผลผลวิบากของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้วไม่มีโรคนี้ไม่มีโลกหน้าไม่มีอย่างนี้เป็นต้นคือปฏิเสธปฏิเสธอย่างไม่มีรายละเอียดปฏิเสธอย่างไม่มีเหตุผลเป็นความเชื่อเป็นความเห็นอยู่ไปเท่านั้นว่ามันไม่มีมันไม่มีอะไรจุดตัด หมดเลยว่าไม่มีศูนย์ตัดไปเลยว่าไม่มีเป็น 0 ไปซึ่งเป็นสภาพเศ

อ่านต่อ

รษฐกิจอย่างนี้เป็นมิจฉาทิฐิในจุดที่ว่าอุทยานแห่งชาติที่นี่เรามาต่อเราได้อธิบายมาถึงโลกหน้าโลกนี้ไม่มีก็อธิบายแล้วโลกหน้าไม่มีงานอาทิตย์ต่อไปก็ว่ามันด่าไม่มีอันนี้เป็นอันที่ 7 และอาทิตย์ที่ 7 ข้อที่ 7 ประมาณด่าไม่มีมารดาคือเชิงผู้ให้ เป็นความหมายของคำว่าเป็นความหมายของเชิงผู้ให้กำเนิดเชิงของผู้ให้กำเนิดจะเป็นพวกกำเนิดด้วยแง่ดีแง่ใดๆในแง่ใดๆก็ตามเป็นแง่ร้ายชิดติดเนื้อหรือว่าเป็นแง่ของผู้ที่ร่วมให้เกิดเป็นการร่วมสังเคราะห์ให้เกิดเช่นว่าบิดาและมีต่อไปว่าบิดาไม่มีก็จะขออธิบายทั้งมารดากับบิดาในร่มร่วมกันไปคือทั้งสองนี่ว่ามารดาและบิดาเนี่ยหมายถึงผู้ที่จะเป็นต้นไม้ที่เป็นต้น เป็นตัวที่มาก่อนที่จะให้กำเนิดทั้งคู่แต่ว่ามารดากับบิดาที่มีแง่มีเชิงที่เป็นต้นเหตุการณ์ให้กำเนิดทว่ามีชั้นเชิงที่ผิดกันมีความหมายที่ผิดกันหรือมีความจริงที่เป็นคนละชิ้นถ้าโดยแท่นก่อนเราก็เห็นอยู่แล้วดูง่ายๆของความเป็นมนุษย์เราก็เห็นอยู่แล้วรู้อยู่แล้วชัดๆเลยว่าเป็นคนละชิ้นเป็นคนละอันเป็นคนละคนแต่เรารู้ว่าเป็นเจ้าของของผู้ที่ให้กำเนิดพระเจ้าของของส่วนที่ถูกสังเคราะห์ออกมาเป็นเจ้าของเจ้าของก็ส่วนที่ถูกสังเคราะห์ออกมา ที่สังขารออกมาเป็นเจ้าของทีเดียวเป็นต้นเป็นตัวต้นเป็นเท้าเป็นข้าวของของสิ่งที่สำคัญออกมาเป็นข่าวของสิ่งที่สังเคราะห์ออกมาแท้ๆเหมือนกันเดี๋ยวเจอในตัวบุคคลแต่ก่อนก็ใช้แต่นั่นแหละแม้แต่ในตัวบุคคลแต่ก่อนเราก็อธิบายลงไปได้อีกชี้ให้เห็นชัดในอีกว่าที่แนบชิดติดเนื้อยิ่งกว่านั้นน่ะอยู่ที่แม่อยู่ที่แม่ถ้าแม่ไม่มีอีกสิ่งหนึ่งก็ไม่มีการที่จะทำให้เกิดได้หรือถ้าพ่อ ไม่มีอีกสิ่งหนึ่งก็ไม่สามารถที่จะทำให้เกิดได้นิยามความหมายหยาบหยาบว่าการเกิดลักษณะที่หยาบนี้จะต้องมีถึง 2 สิ่งที่จะอยากชัดๆอย่างนี้ไกลกันแม่น่ะชิ้นนึงพ่อชิ้นนึงไกลกันเป็นแท่งก้อนจะต้องมีเหตุปัจจัยต้องหลายอย่างกว่าจะมาสังเคราะห์กันได้จึงจะเกิดอีกสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้ไกลอย่างนี้ก็เรียกว่าเป็นผู้ให้ความเกิดทั้งคู่เราจะนับเป็นชิ้นนึงก็ให้เขาเกิดชิ้นนึงเป็นผู้ให้ความเกิดได้ทั้งคู่แต่มีแง่ต่างกันเป็นชิ้นที่ต่างกันลักษณะต่างกันแนบชิด หรือว่าไกลพ่อว่าไกลกว่าพ่อว่าไกลกว่าแม่แต่พ่อกับแม่เนี่ยยังอยู่ในลักษณะที่เรียกว่าในเชิงของทำแล้วเป็นผู้ที่จะติดเกินไปยังเป็นอุบะเกินไปก็ใกล้เกินไปเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าใครที่ยังเป็นผู้ที่ยังมีตัวติดยังมีตัวใกล้ยังมีตัวชีสไม่มีการตัดสันติไม่มีอะไรขั้นไม่มีอะไรขั้นสิ่งนี้เรียกว่าคนนั้นยังมีอุปสรรคจะเอาอุปกรณ์อันนี้จึงมีภาษาบาลีเรียกว่า ผู้มีลักษณะนี้จึงมีภาษาบาลีเรียกว่าอุปาทานภาษาบาลีเรียกว่าอุปาทานอุปาทานอุบัติอาทรอาทรแปลว่าสวยเอาไว้ยึดเอาไว้ติดไว้ยังติดไว้อยู่ยึดติดติดอยู่การติดนี้ไม่ใช่การขาดไม่ใช่การแย่ยังไม่หลุดยังมีอะไรติดแท้ๆเพราะฉะนั้นการเกิดการให้ความเกิดอย่างแม่เป็นบุตรแม่ธรรมดาเนี่ยแม่ไปหมดกับแม่ธรรมดาของมนุษย์เนี่ยแม่จะมีความรู้สึกผูกพันลูกอย่างมากกว่ามากกว่าพ่อผูกพันใจที่ร่อนใจ หรือว่าความชนิดใดความสนิทชิดเชื้อในธรรมดาธรรมดาธรรมชาติของรูปแบบก็ตามแม้แต่จิตใจไม่ๆไม่นับว่าจิตใจก็ตามเห็นง่ายๆชัดๆการสนิทชิดเชื้ออยู่ติดเนี่ยทำตั้งแต่เกิดจนกระทั่งต้องเลี้ยงดูต้องรักษาทุกอย่างธรรมชาติบอกหมดแล้วแล้วทำไว้หมดแล้วว่าจะหยุดติดชิดแม่นี่มากกว่าสิ่งเหล่านี้คือจึงไม่ใช่สภาพของสันติที่ขาดในสภาพที่ยังติดแต่ติดอยู่นี่ไม่ใช่สภาพของนิพพานไม่ใช่สภาพของการหลุดพ้นไปสภาพของการที่ยังติดจึงเรียกว่าอุปาทานมีอธิบายอุปาทานนะอธิบายคำว่าอุปทานโดยเอารูปมาชี้ ได้แต่ตัวเกิดตัวต้นขาวมโนปุพพังแม่เรียกว่ามโนปุพพังคมาธัมมาเป็นตัวต้นเค้าไม่มีแม่ไม่มีลูกไม่มีต้นเขาอันนี้ไม่มีการเกิดไม่มีต้นเขาอันนี้ไม่มีแม่พิมพ์อันนี้ไม่มีการเกิดมีต้นเขามีแม่พิมพ์จึงมีการเกิดเพราะฉะนั้นการเกิดนี้ที่ติดอยู่อย่างนี้ลักษณะอย่างนี้เรียกว่าผู้ให้เกิดเหมือนกันแต่มีความหมายและมีความจริงมีความหมายและมีความจริงเพราะอย่างแม่ลักษณะแม่จึงยังไม่ใช่ลักษณะที่เด่นชัดแม่จริงๆจะให้ความเกิดก็ไม่เต็ม พ่อจริงๆจะให้ความเกิดก็ไม่เต็มสำคัญความสำคัญของผู้ให้การเกิดเท่ากันทั้งคู่แต่ทีนี้ความสำคัญความสำคัญว่าการเกิดเท่ากันทั้งคู่ทั้งพ่อทั้งแม่น่ะทั้งคู่แต่ว่าลักษณะของความอิสระลักษณะของความร่อนลักษณะของความที่ไม่มีเยื่อใยไม่มีเลือดติดไม่มียางเหนียวลักษณะของแม่ยังมีมากลักษณะของพ่อไม่มีลักษณะของพ่อไม่มีเพราะฉะนั้นลักษณะของสิ่งที่ติดอยู่ยังมีเยื่อใยยังมีความเกี่ยวผูกอยู่อย่างนี้แหละเราเรียกว่ายังไม่เด็ดขาดและยังไม่ดีจริงในสภาพของนิพพานแต่สภาพของ รู้ที่รู้ที่สุดเพราะฉะนั้นถ้าจะตัดสินใจหรือว่าถ้าจะตัดจุดสูงสุดแล้วก็ต้องตัดจุดสูงสุดอยู่ที่ลักษณะเด็ดขาดของนิพพานสิทธิพรว่าเป็นผู้ที่มีถ้าจะเอาคำว่าวิมุตมาใช้พ่อคืออุปโภคพ่อนี่คือตัวสุดอุปถากเข้าไปหมดเพราะเป็นผู้ที่มีปัญญาและเป็นผู้ที่มีเจโตที่ร่อนและก็มีปัญญาและมีเจโตที่ร่อนไม่มีเยื่อใยของวิญญาณตัวปัญญาเนี่ยเป็นตัวที่วิญญาณเป็นตัวที่เข้าเคลียร์เป็นตัวที่จะมีนามธรรมเหลือเชื้อมิน่ามาทำเลยเชื่อ แค่ตัวแม่ก็แยกเป็นส่วนๆถ้าแยกบอกว่าถ้าแยกให้ชัดโดยภาษาที่เคยอธิบายนางมาทำให้ฟังว่าพ่อนี่เหมือนเจโตแม่นี่เหมือนปัญญาถ้าเจอร่อนสนิทแล้วเจ๊โตที่เป็นจริงแล้วเด็ดขาดแล้วเป็นส่วนเป็นชิ้น ago แล้วพ่อเด็ดขาดปัญญานี่มีอันเดียวไม่ได้ปัญญาต้องมี 2 ปัญญาจะต้องรู้คู่จะรู้คนเดียวนั้นไม่ใช่ปัญญาปัญญาจะต้องมี 2 มีรู้ดีรู้ชั่วรู้ต่ำรู้สูงรู้สิ่งที่เทียบเคียงไม่เทียบเคียงกับอะไรก็เทียบเคียงกับตนตนมีอันหนึ่งและอีกอันหนึ่งมีอีกสิ่งหนึ่งมี อย่างน้อยที่สุดที่จะเกิดปัญญานี้ต้องเกิดที่ผู้ที่มีจิตวิญญาณหรือมีธาตุรู้ถ้าดับถ้ารู้เสียไม่มีอะไรเลย 1 ก็ไม่มีจะดับธาตุรู้เสียเงินก็ไม่มีเป็นศูนย์ไปเลยแต่ถ้าให้มีธาตุรู้ขึ้นมามี 2 ทันทีถ้ามีธาตุรู้ขึ้นมามี 2 ทันทีคือตัวทาบรู้นั่นแหละและมันจะมีสิ่งที่ถูกรู้จะต้องมีรูปและนามทันทีมิกซ์สิ่งที่มีธาตุรู้กับสิ่งที่ถูกรู้ถ้ามีธาตุรู้โดยไม่มีสิ่งที่ถูกรู้ก็เรียกว่าศูนย์เรียกว่าไม่มีอะไรเป็นสภาพที่ดับไม่มีอะไร อันนั้นไม่เรียกว่าวิญญาณอันนั้นไม่เรียกว่าวิญญาณเรียกว่าอสัญญีเรียกว่าเลือกภาษาด้วยชื่อว่าอสัญญีเป็นตัวแท่งหินแท่งก้อนอยู่ในปัจจุบันอย่างนั้นเป็นตัวความไม่มีอะไรไม่รู้เรื่องอะไรไม่มีเกิดไม่มีดับอะไรของเขาและไม่มีอะไรทั้งนั้นน่ะอยู่อย่างนั้นน่ะแต่ไม่ใช่สิ่งที่หมดเชื้ออสัญญีไม่ใช่สิ่งที่หมดเชื้อแต่ไม่มีภาพรู้ไม่ใช่สิ่งที่หมดเชื่อแต่ไม่มีธาตุรู้ไม่มีความรู้ไม่รู้อะไรในความเป็นอสัญญีมีสภาพอาศัยอยู่จนตราบใดไม่รู้อะไรไม่รู้อะไรเป็นดินน้ำไฟลมจะเรียกว่าดินก็อาจจะเรียกว่าน้ำประดับจะเรียกว่าลมก็ได้ จะเรียกอะไรก็ได้เพราะสิ่งที่เรียกว่าอสัญญีนั่นน่ะมีลักษณะเหมือนทุกอย่างมีลักษณะเหมือนดินแน่นสนิทแข็งนิ่งอยู่อย่างนั้นแหละมีลักษณะเหมือนน้ำไหลเร็วไปกับอะไรง่ายที่สุดมีลักษณะเหมาว่าเหมือนลมถ้าเอาไปส่วนผสมเป็นอุณหภูมิเป็นอุณหภูมิอะไรก็เป็นอุณหภูมิวันนั้นได้หมดเวลาผมอันนั้นได้หมดไอ้สัตว์คือเป็นอันนู้นที่เล็กที่สุดที่พร้อมที่จะเป็นทุกอย่างพร้อมที่จะเป็นทุกอย่างเพราะฉะนั้นจึงเป็นทั้งดินน้ำไฟลมได้หมดเป็นได้หมดถ้าไป เท่านั้นเองและไม่มีค่าอะไรมีค่าไม่มีค่าอะไรเพราะมันน้อยที่สุดที่จะมีค่ามันไม่ให้ฤทธิ์มันไม่ให้มันไม่ให้น้ำหนักมันไม่ให้มวลอะไรมันเอียดมันเบาบางเพราะมันไม่มีการถ้าจะให้เป็นทาสให้เป็นมวลที่อาศัยให้เป็นมวลที่อาศัยว่าเอาอาศัยเพิ่มหน่อยก็ไม่ได้เป็นรถหน่อยก็แทบจะไม่มีค่าทั้งรถทั้งเพิ่มเลยจะเรียกว่าแทบก็ไม่ได้เรียกว่าไม่เลยได้เลยมันไม่มีค่าทางรถไม่มีค่าทั้งเพิ่มแต่มันก็เป็นตัวอย่างนั่นแหละเป็นสภาพนั้นแหละมันเล็กละเอียดซะจน ไม่รู้จะเอาอ่ะมิเตอร์อะไรมาวัดค่าเท่านั้นเองเพราะเมื่อมีธาตุรู้ขึ้นมาจึงมี 2 สภาพ 2 จึงไม่ใช่สภาพเอโกธัมโมจะไม่ใช่สภาพทรุดเพราะฉะนั้นปัญญานี่หมายถึงผู้หญิงหมายถึงหญิงจึงต้องมี 2 อยู่เสมอเพราะมีส่วนมีสิ่งติดบอกแล้วว่าช่วยเอาความติดไว้มีสิ่งใกล้มีสิ่งผิดเพราะฉะนั้นตัวหญิงหรือตัวปัญญาต้องมีอุปาทานจึงมีสิ่งรู้กับถูกรู้เสมอถ้าไม่มีสิ่งรู้กับถูกรู้เราไม่เรียกอันนั้นว่าปัญญาไม่มีรู้แล้วมันจะไปปัญญาได้ยังไง แล้วไม่มีสิ่งที่ถูกรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เขารู้ก็ไม่เป็นปัญญาไม่เป็นปัญญาปัญญามีไม่ได้ในสิ่งที่ไม่มีสิ่งที่รู้กับตัวที่ไม่มีสิ่งที่รู้กับตัวที่ถูกรู้ถ้าไม่มีสิ่งที่ถูกรู้กับตัวที่รู้ไม่มีปัญญาตัวปัญญาหายเกลี้ยงไม่มีเลยเพราะฉะนั้นปัญญามี 1 ไม่ได้ปัญญามีหนึ่งไม่ได้หญิงจึงมี 2 หญิงจึงไม่ใช่ข้อความบริบูรณ์จริงๆไม่ใช่ความบริบูรณ์ฟังดูดีเพราะฉะนั้นสภาพของ ต้นรากหรือต้นเขาแห่งความเกิดนี้แต่ต้นข้าวของความเกิดนี้เราจะเป็นพระเจ้าเราจะเป็นผู้สร้างเราจะเป็นผู้บรรยายให้เกิดเราจะเป็นพระเจ้าเราจะเป็นผู้บัญชาให้เกิดเราจึงจะต้องเป็นผู้บรรยายให้เกิดอย่างพ่อเป็นปิตะมากไม่บันดาลให้เกิดอย่างแม่แม้จะเป็นผู้บรรยายให้เกิดอย่างชั้นดีที่สุดแค่โพธิสัตว์แม่งเป็นแม่แค่เป็นโพธิสัตว์ก็ยังไม่รอดเพราะนิสัยเหมือนผู้ให้เกิดแต่ให้เกิดอย่างแม่โพธิสัตว์ถ้าเกิดอย่างแม่ยังไม่ยอดที่สุด ยังไม่สุดยอดยังไม่ยอดยังพุทธะเป็นพระเจ้าอยู่ยังเป็นพระเจ้ายังมีตัวตนยังไม่อาจทำมันมีตัวตนอยู่มิอาจทำมันเพราะผู้ที่เรียกว่าเป็นโพธิสัตว์จึงเป็นผู้ที่ยังรู้ตัวก็ตัวอย่างหลงกันยารู้ว่าตัวอย่างเอาปัญญายึดปัญญาลงปัญญาตอนผู้ที่ไม่เอาโพธิสัตว์แล้วพูดที่ไม่เอาโพธิสัตว์แล้วแล้วรู้ปล่อยความเป็นโพธิสัตว์แล้วรู้ความจริงอันสูงสุดอีกทีหนึ่งไม่เอาปัญญานั้นแล้วก็ไม่เพิ่มสิ่งนั้น จริงอยากให้เป็นไปเฉยๆจริงๆมีความเข้าใจยังสุดยอดวางปล่อยแท้ผู้นั้นก็พ้นโพธิสัตว์เรียกว่าพุทธแท้เอาภาษามาดีกว่าพุทธะพระพุทธจะมีภูมิปัญญายังมีเด่นชัดอยู่ว่ามีภูมิปัญญาน้อยกว่าผู้ที่มีภูมิปัญญาที่เหนือกว่าใดๆเขาเรียกว่าหาเรียกว่าอนุพุทธถ้ามีอะไรเชื่อมโยงเชื่อมต่ออยู่ว่าเรารับอันนั้นเป็นสิ่งสูงกว่าก็ยังเรียกว่าอนุกรมไม่เรียกว่าสัมมาสัมพุทธเท่านั้นเองไม่ได้ว่าสัมมาสัมพุทธะเพราะเป็นเชิงภาษาหรือเป็นเชิงลักษณะที่เราพวกนี้เป็นอรหันต์ในตัวเป็นอรหันต์ในตัวแล้วไม่เอาโพธิสัตว์ผู้เอาโพธิสัตว์โดยจิตของเขารู้ เขาจะเป็นบริษัทหรือเขาจะเป็นพุทธะเขาจะเป็นอรหันต์หรือเขาจะเป็นโพธิสัตว์อยู่ในใจของเขานั้นเขารู้แล้วจิตของเขารู้แต่ด้วยกรรมนั้นน่ะพระอรหันต์กับพระโพธิสัตว์ทำงานเท่ากันโดยกริยาลดกิริยากายและวจีซึ่งออกมาจากใจที่เป็นใจจริงๆของผู้นั้นผู้นั้นรู้ตัวเองมนุษย์ตัวเองแท้ๆเลยว่าตัวเองเอียงไปทางด้านอาหารหรือโพธิสัตว์เพียงในลักษณะและลักษณะว่าโพธิสัตว์หรืออะไรพวกนั้นรู้ผลแล้วจะจบหรือไม่จบพวกนั้นรู้มีปัญญารู้จริงๆเพราะกรรมหรือการ ทำออกมานั่นแหละการกระทำออกมานั้นจะมีชั้นเชิงอาจจะมีชั้นเชิงอย่างเดียวกันอรหันต์กับบริษัทนี้ชั้นเชิงอย่างเดียวกันโดยดูด้วยรูปรูปกายกรรมรูปว่าตีกลับชัดเจนอย่างเดียวกันแต่ใจที่พูดนั้นรู้นั้นน่ะรู้ของตัวเองดูจิตใจของตัวเองว่าตัวเองสิ้นซากหรือว่าไม่สิ้นซากจะสูงสุดอันนี้เป็นของผู้ที่มีนั้นเท่านั้นเป็นประจำเป็นความเป็นความเข้าใจเองเห็นเองรู้เองรู้แท้ๆรู้อย่างชัดเจนหมดสงสัยและคำตอบสุดท้ายบอกให้ก็ได้ ไม่เป็นอะไรสักอย่างไม่เป็นพระอรหันต์และไม่เป็นพระโพธิสัตว์ที่เป็นคำตอบที่เป็นภาษาบ้าๆเป็นภาษาที่ฟังแล้วงงแล้วเหมาถ้าพูดไม่มีสภาพแบบนี้เพราะคือสูญญากาศนั่นเองไม่ได้มีความหวังไม่มีโลกหน้าไม่มีเลยไม่มีว่าจะเป็นโพธิสัตว์ไม่มีมีแต่ปัจจุบันที่รู้ดีที่เข้าใจดีทำอะไรรู้ดีที่สุดมีหรือไม่มีรู้ถ้ามีรู้ถ้าไม่มีไม่มีไม่มีมีมีมีมีมีอยู่ในตัวเสร็จไม่มีภาษาพูดเพราะมีมี รู้ไม่มีไม่มีชาร์จแต่ไม่ขัดแย้งเลยในใจไม่สงสัยเลยในใจเขาบอกว่ามีมีเขาบอกว่าไม่มีไม่มีไม่มีรู้จักแบ่งในใจไม่สงสัยเลยเพราะฉะนั้นผู้ที่มีสภาวะนี้ด้วยกันเท่านั้นถึงจะรู้สภาวะนี้ด้วยกันถ้าผู้ไม่มีสภาวะนี้แล้วไม่เข้าใจสงสัยข้องอยู่ยังสงสัยอยู่จะเป็นอะไรเมาๆอยู่อะไรว่าไม่มีแต่ว่าไม่มีก็ดูมีเชิงรับว่ามีชาวบ้านมีหรือก็มีเชิงรับก็ไม่มีแล้วก็เป็นจริงอย่างนั้นเป็นที่สุดไม่สงสารความสงสัยที่สุดหมดมีจิตอิจฉาเป็นที่สุดเท่านั้นเองเพราะฉะนั้นไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ อะไรใครจะบอกว่าเรายังมีนี่ก็ไม่สงสัยเขาจะบอกว่าเราไม่มีนี่ก็ไม่สงสัยตัวเราจะพูดด้วยเพราะฉะนั้นคำพูดนี้ไปสมมุติจะพูดออกมาว่ามีคนนี้ก็มีตามที่หมายนั้นคนนี้ว่าไม่มีก็ไม่มีตามที่หมายนั้นแล้วก็จบในตัวของมันเองที่ปัจจุบันอันนั้นจบในตัวของมันเองมีแต่ภาษามีแต่กายกรรมเป็นกิริยาจิตไม่ได้ยึดเอากับมีจิตไม่ได้ยึดเอากับไม่มีไม่ได้ฉวยเอาอะไรไว้ไม่ได้ช่วยอะไรไว้ไม่ฉวยเอาทั้งสภาพที่บอกว่ามีสภาพที่ทั้งที่ไม่มีไม่ช่วยอะไรวะหมดสิ้นเปลืองเลยจึงไม่มีโรคหน้าอย่างสนิท ไม่มีและไม่มีสิ่งที่ช่วยไว้ไม่มีอุปทานเราจะพ้นสิ้นเปลืองโลกหน้าและพ้นสิ้นเปลืองถึงสิ่งที่ฉวยเอาไว้หมดอุปทานไม่มีอะไรเลยแม้แต่สิ่งใกล้ก็ไม่ได้ช่วยไว้เพราะหลุดออกไปก็ปล่อยเลยพูดออกไปก็ปล่อยเลยมีลักษณะของการเกิดหรือต้นขาวผู้ให้เกิดของมารดาหรือบิดาต่างกันในนัยยะอย่างนี้ต่างกันในระยะหนึ่งอธิบายผู้ให้เกิดและสิ่งที่มาก่อนสิ่งที่มีต้นเขาทุกอย่างต้องมาจากเหตุต้องมาจากต้นขาวและจึงมีสิ่งต่อมา เม็ดมาจากต้นขาวจึงมีสิ่งต่อมาถ้าใครบอกว่ามารดาเขาบอกว่ามารดาไม่มีเขาไม่พูดหมายเอาท่าไม้เอาแค่โลกๆคนนั้นก็บอดมืดบอดมืดจนกระทั่งเกิดมาจากโครงไม้หรือบิดาไม่มีเพราะถ้าเกิดมาจากอะไรจากพวกศาสนาคริสต์นี่บอกว่าพระเยซูนี่ไม่ได้เกิดจากการสมสู่หรอกไม่มีบิดาเอาให้ดีนะมันมีมิจฉาเห็นชัดๆอยู่แล้วหมู่นึงอ่ะเขาบอกว่าพระเยซูนี่ไม่ได้เกิดมาจากการสมสู่ทั้งที่สมัยนั้นไม่มีวิทยาศาสตร์กรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่จะสมสู่เทียม เข้าสู่โดยใช้น้ำเชื้อจากสมัยนี้ยังไม่มีวิทยาศาสตร์อันนี้เลยสมัยโน้นเขาก็บอกว่าแม่ของพระเยซูเนี่ยไม่ได้เกิดมาจากสมสู่เลยเกิดเองท้องเองออกมาเองไม่มีพ่อไม่มีการสมสู่ด้วยใจความหมายว่าต้องการสมส่วนเป็นเรื่องตามเรื่อง 3 เป็นเรื่องลามกเขามีปัญญารู้เพราะถ้าเกิดจากการสมสู่นี่มันลามกเขาจึงอธิบายว่าเขาจึงตั้งสมมติฐานเลยว่าพระเยซูเกิดมาจากแม่เท่านั้นก็ไม่ได้เกิดการจัดการศพแม่บริสุทธิ์แม่เขานี่เป็นคนบริสุทธิ์และพระเยซูในบริบทนี่ก็คือผู้ปฏิเสธบิดาไม่มีมีแต่แบบเนื้อแข็ง ฉันเป็นคนมืดเป็นคนที่บอกมืดชัดๆบอกชัดๆซึ่งเป็นเรื่องที่พระศาสนาพุทธเราไม่ปฏิเสธศาสนาพุทธของเราเป็นธรรมชาติแต่เรื่องธรรมดาเป็นเรื่องไม่ได้ขัดเขินอะไรมีพ่อมีแม่และเราอธิบายด้วยภาษาด้วยถ้าจะเอาสภาพของนามมาทำหรือทำอธิษฐานก็เราก็เอาอย่างนั้นแต่ส่วนทางด้านความอยากเป็นลักษณะธรรมดามีพ่อมีแม่เป็นเรื่องธรรมดาไม่ได้ขัดกับไอ้คำสอนหรือคำกล่าวใดๆอื่นๆหรือธรรมชาติธรรมดาไม่ได้ไปเด็ดขาดเพราะใครจะบอกว่าตัวเองไม่มีแม่หรือแม่ไม่มีคำว่าแม่ไม่มีก็ไม่ได้หมายใครก็ไม่หมายถ้าเป็น ดาษดาหรือเป็นป่าคำว่ามารดาไม่มีจะไม่หมายถ้าปราชญ์จะไม่หมายเอาว่าแม่ที่มาคลอดออกมานี่บิดาไม่มีเขาจะไม่หมายเอาว่าพ่อที่ผ่าคลอดออกมานี่ไม่มีเขาจะไม่มาเลยทับหลังเขาพูดนะเขาจะไม่หมายความคิดความนึกความหมายก็อยู่ในใจเขาก็ไม่มาอะไรงี้แน่นอนแต่ถ้าความไม่ฉลาดของเขาใจมันก็ไม่หมายเอาพ่อแม่ที่เป็นแท่งก้อนแต่ความไม่ฉลาดก็ไปอธิบายไปพูดไปทำให้คนอื่นเข้าใจว่าพ่อแม่นี่คือสิ่งที่เป็นแท่งเป็นก้อนแล้วหมายว่าพ่อแม่เป็นสิ่งที่เป็นแพทย์เป็นก้อนไม่มีก็เป็นความไม่ฉลาดของปราชญ์พวกนั้นอธิบายไม่ถ้วนทั่วทำให้คนอื่นเข้าใจผิดผิดไปจากที่ตัวเข้าใจด้วย คนเล็กก็ยังเป็นป่าที่ไม่เก่งจะโง่อยู่ไปพูดเป็นเชิงยังไงให้คนอื่นก็เข้าใจว่าพ่อแม่ที่ให้คลอดออกมาเป็นของหยาบๆนี่เป็นแท่งเป็นก้อนไม่มีแต่พูดยังไงคำพูดของตัวเองก็ไม่รู้รู้ตัวไม่รู้ว่าคำพูดของตัวเองจะให้เขาไหมว่าอะไรพูดไปแล้วคนอื่นก็ไปจำไปคิดแล้วก็ไปหมายเอาผิดตามที่ตัวเองก็ไม่ได้มาอย่างนี้เข้าใจอีกอย่างนึงแล้วไปให้เขาหมายเอาเข้าใจผิดว่าพ่อคือผู้ที่ให้กำเนิดเนี่ยคือผู้ให้กำเนิดด้วยใจไว้ก่อนเป็นตัวตนหยาบๆที่ออกมาเนี่ยแล้วบอกว่าไอ้อย่างนี้ไม่มีเขาก็เลยตีทิ้งเลยไม่มีพ่อแม่ไม่มีคนโง่ที่สุด คนโง่ๆที่สุดก็เชื่อได้เชื่อได้แต่คนไม่โง่ที่สุดก็บอกว่าอะไรกันพ่อไม่มีแม่ไม่มีมันผิดมิจฉาทิฏฐิแล้วคนมีปัญญาขึ้นมาหน่อยแค่นั้นก็รู้แล้วก็มีปัญญาขึ้นมาธรรมดาก็รู้แล้วอะไรไม่มีพ่อมีแม่ไม่มีแม่ความเข้าใจผิดๆเนี่ยบอกว่าไม่มีพ่อไม่มีแม่มีแล้วหมายความว่าไม่มีมันก็ไม่เอาแล้วตอนนั้นใครไปบอกว่าพ่อไม่มีแม่ไม่มีแกพูดงี้เดี๋ยวไปทำความเข้าใจปฏิเสธอย่างนี้เขามีปัญญาธรรมดาก็บอกไอ้นี่ศาสนาหลักไม่มีพ่อไม่มีแม่ขี้เก๊กที่สุดแล้วไม่ใช่แกมันไม่อยากที่ไหนไม่มีพ่อไม่มีแม่ทีนี้ถ้าหมาย ความหมายเอาว่าพ่อแม่นี่ไม่ได้หมายเอาแท่งก้อนไม่ได้ไม้เอามนุษย์ตัวตนนี่สมสู่กันออกมาแล้วก็เกิดลูกไม่ได้หมายเอาอย่างนี้คำว่าพ่อคำว่าแม่แต่หมายความเอาเป็นนามธรรมหรือเป็นอรูปไปแล้วเป็นของที่ซ้อนขึ้นมาอีกความเป็นพ่อความเป็นแม่ไม่ได้หมายความสูงสุดแล้วก็คลอดปุ๊บออกมาเหมือนอย่างสัตว์โลกทั้งหลายไอ้นั่นเขาเข้าใจแล้วว่ามีแต่ทีนี้บอกว่าไม่มีอันนี้ไม่ได้หมายเอาตัวสมสู่กับครอบครัวออกมาแต่ไม้เอาความเป็นพ่อความเป็นแม่เป็นนามธรรมเป็นคุณธรรมมีคุณธรรมของพ่อหรือเปล่ามีคุณธรรมของแม่หรือเปล่ามีคุณธรรมของพ่อหรือเปล่ามีคุณธรรมของแม่หรือเปล่าถ้าพูดไม่ เป็นนามธรรมความเป็นลักษณะของความเป็นพ่อลักษณะของความเป็นแม่ถ้าเกิดได้ก็รับแล้วมีแล้วมีแล้วแต่ความอย่างนี้เป็นนามธรรมความเป็นพ่อจะมีความหมายอย่างไรกับลูกความเป็นแม่มีความหมายอย่างไรก็รู้มีจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องมีจิตใจเข้ามาผูกพันให้เกิดโดยรู้ว่านี่เป็นลูกมีการกำหนดรู้ด้วยว่าตัวเองนี่เป็นผู้ให้เกิดเป็นผู้ให้กำเนิดต้องเลี้ยงต้องดูต้องอุ้มชูแม่ก็จะต้องฟูมฟักอย่างนี้อย่างอ่อนแอยังไม่เดียงสายังจะต้องคอยระมัดระวังภัยโทษภัยคอยระวังอะไรคอยสอนให้เพื่อจะให้อยู่ในโลกขึ้นไปเป็นลูก เพราะว่าจะต้องสอนจะต้องบอกจะต้องปั้นเป็นแม่เป็นพ่อเป็นตัวต้นเขาที่จะปั้นสิ่งนี้ให้เหมือนเราเอาไว้เป็นตัวแทนเอาไว้เป็นทายาทเป็นทายาทด้วยเป็นตัวเป็นตัวเราอีกชิ้นนึงเมื่อเรา 0 ชิ้นนี้ก็จะเหลือต่อคนนี้ก็จะไปทำอีกต่อไปเมื่อตัวคนนี้ทำต่อลูกคนนี้ทำต่อไอ้สิ่งใหม่ที่เป็นลูกของคนนี้อีกก็จะต่อไปอีกเป็นทายาทต่อๆๆไปยังจะเหลือเชื้อนั้นต่อๆๆไปเพราะฉะนั้นหมายเอาความหมายเอาความเป็นพ่อความเป็นแม่อย่างนี้แล้วแยกคำว่าพ่อมีลักษณะนามมาทำอย่างที่ว่าแล้วเมื่อกี้ว่าเป็นตัวที่จะให้เกิดอย่างชัดเลยว่า จะต้องมีทั้งบรรยายจะต้องมีทั้งเจโตพ่อก็จะพยายามที่จะปั้นลูกหรือสร้างลูกให้มีปัญญาและเจโตแม่ก็จะปั้นลูกให้มีปัญญาเท่านั้นเป็นเอดส์เน้นปัญญาหลวงปัญญาเองส่วนใหญ่โตยังยังไม่ถึงยังจับไม่ติดยังไม่เก่งในเรื่องจริงแต่จะเน้นปัญญาสักทีนี่เป็นลักษณะของนามธรรมขึ้นมาแล้วถ้าอย่างนี้แล้วเราก็ใครปฏิเสธว่าไม่มีอีกก็มิจฉาทิฐิแม้จะรับมาแล้วก็พ่อแม่ที่เคยคลอดปุ๊บออกมาเป็นตัว โง่มืดปอดมีอย่างที่ไหนคนไม่มีพ่อไม่มีแม่สมสู่ครอบครัวออกมามีที่ไหนในโลกคนนะไม่มีอ่ะแล้วทีนี้นอกจากว่าพ่อแม่ไม่ได้มาเอาครอบครัวจงออกมาแล้วเนี่ยตัดเลยเอาแต่หน้ามาทำผู้ใดที่จะให้การเกิดทีนี้เกิดเกิดโดยไม่ต้องคลอดบุตรไม่ต้องสมสู่แต่ให้เกิดเป็นนามธรรมคนนี้แหละลูกหรือคนเล็กคนน้อยคนโตก็ตามไม่เดียงสาหมายคำว่ายังไม่รู้เรื่องยังไม่มีปัญญายังไม่เข้าใจเพราะฉะนั้นเฉยๆงงๆอยู่นั่นแหละจะมีสภาพสะอาดหรือว่ามีสุขภาพไม่รู้ รู้อย่างที่เขาไม่รู้เราจะมาถูกเปลี่ยนเขาเรียกว่าเป็นผู้ที่ถูกเปลี่ยนให้มารู้เด็กสาวหรือเป็นสัตว์หมายความว่าให้เกิดไตรลักษณ์คบพร้อมรู้ว่ามีปัญญามีเจโตมีสังขารมีปัญญาใจโตสังขารธาตุตัวนั้นเป็นวิสังขารก็เป็นมิจฉาถ้าตอนนั้นเป็นสังขารที่เป็นสังขารโดยที่เราไม่รู้เรื่องของสังขารไม่รู้ตัวสังขารไม่รู้ในสังขารไม่แทงทะลุในสังขารตัวนั้นก็เป็นวิชามีนามรูปวิชาสำหรับเมื่อพูดได้จะให้กำหนดให้กำหนดโดยที่เรียกว่า ไม่เกี่ยวกับการผสมสู่ท่านก่อนไม่เกี่ยวข้องกับรูปประธรรมเกี่ยวข้องกับนามธรรมเกี่ยวข้องกับความเกิดรู้ความเกิดร่อนความเกิดดับของจิตเกิดปัญญาเกิดการตัดกิเลสเกิดความรู้ชัดเกิดความดีซึ่งมาจากจิตกล่อมเกลาจิตทำจิตทำให้จิตเกิดใหม่ทำให้จิตเกิดใหม่อุบัติใหม่อุบัติใหม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนรูปจิตไปเปลี่ยนนามของจิตเองด้วยไปเปลี่ยนรูปธุรกิจเปลี่ยนมาของจิตให้เกิดใหม่เป็นตัวใหม่แท่งใหม่ไม่เหมือนอันเก่าไม่เหลือเชื้อเก่าเลยเป็นอุบัติเหตุเป็นวิสุทธิเทพขึ้นไปเรื่อยๆนั่นแหละยิ่งเป็นผู้ให้ความเกิด อิจฉาอีกอย่างนึงครับเพราะถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วท่านก็อาศัยการสมสู่จากรูปประธรรมแต่มีดินน้ำไฟลมเท่านั้นเพราะฉะนั้นดินน้ำไฟลมแท่งนี้ก็ไปของแท่งนี้แต่จิตวิญญาณสายอันนี้แหละแต่เราให้จิตวิญญาณที่เกิดใหม่เปลี่ยนใหม่ได้เปลี่ยนใหม่ได้ผู้นี้ก็ชื่อว่าแม่ชื่อว่าพ่อจะไปทำให้วิญญาณจิตวิญญาณที่อยู่ในตัวคนเกิดใหม่เกิดใหม่ไม่เอาเป็นอย่างที่เกิดมาแต่ก่อนนี้แล้วก็เป็นอยู่อย่างนั้นไม่เอาเปลี่ยนมาใหม่เพราะเป็นตัวใหม่จิตวิญญาณอันใหม่หลุดจากอันเก่าไม่เป็นไปอย่างเก่าไม่มีกรรมไม่มี ตัวอย่างเก่าตัดขามันเลื่อนสูงขึ้นมาเรื่อยตัดขาดมาเรื่อยสูงขึ้นมาเรื่อยจิตวิญญาณก็เกิดมาใหม่ด้วยอุบัติเหตุเป็นอุบัติเหตุคือจิตสูงขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆจริงๆขาดชั่วคราวเออขาดได้บางขนาดขาดได้ชั่วคราวขาดได้นานนานขาดได้สนิทไม่เป็นอย่างนั้นไม่มีอย่างนั้นไม่เกิดอย่างนั้นอีกเป็นจิตที่เกิดใหม่แล้วแต่ก่อนนี้ยังวนเวียนวุ่นวายยังเป็นอย่างนั้นคลุกคลีเกี่ยวข้องเกิดอยู่ในภพภูมิในฐานะที่เป็นของไม่ละเอียดเป็นของต่ำตัดแล้วเลิกแล้วขาดแล้วหลุดพ้นแล้วเกิดใหม่แล้วเป็นจิตวิญญาณสะอาดขึ้นมากขึ้นแต่จิตวิญญาณ ดีขึ้นแล้วจดหมายจริงๆความรู้รู้ชัดเจโตขาดขาดหลุดติดที่ขาดขาดลูกชิ้นสนิทขาดเด็ดขาดอย่างเด็ดขาดขาดสนิทจริงปัญญาก็รู้รอบชัดหาไปกาญจนบุรีแท้เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆอย่างนี้เรียกว่าสร้างความเกิดให้แก่จิตวิญญาณผู้ใดสามารถทำอย่างนี้ได้พวกนั้นดีกว่าแม่หรือพ่อก็ได้มีจริงๆคุณเห็นไหมอย่างนี้มีไหมคนที่เป็นอย่างนี้มีไหมอย่าพวกเราง่ายที่จะเข้าใจผมเชื่อได้ว่าไม่สงสารแต่ทีนี้คุณจะรู้ ผู้ที่จะให้เกิดที่เรียกผมว่าทั้งแม่ทั้งพ่อเนี่ยให้ตัวอย่างนี้นี่นะไม่ใช่คลอดมาจากท้องพ่อท้องแม่ไม่ใช่ตัวพ่อแม่ของคุณเนี่ยผมรู้ว่ามีนะผมรู้ว่ามีให้เขาเกิดของคุณมาแล้วแล้วก็เป็นไปตามชิ้นนี้ถ้าพ่อแม่ของคุณจะให้ความรู้ในทางจิตวิญญาณคุณอีกพ่อแม่ของคุณก็เป็นการให้ความเกิดทางจิตวิญญาณอีกเหมือนกันเท่าไหร่ล่ะเท่าที่ท่านมีแน่ถ้ามีภูมิจะกล่อมเกลาความเกิดให้สูงในด้านจิตวิญญาณเท่าไหร่ก็ต้องมีเท่าเทียมกันมีทีนี้ผู้อื่นอีกที่สามารถให้ความเกิดในจิตวิญญาณของคุณเนี่ยมันจะแทงก่อ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน