141204 ทำอย่างไรจึงจะเป็นพุทธะ-พ่อท่าน-วัดนรนาถสุนทริการาม-r043

โฟลเดอร์2514 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.google-apps.document)
ขนาดไฟล์18 KB
วันที่แก้ไข16 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

รอบที่ 2 นี้ก็ต้องอธิบายหรือว่าชี้แจงกันเป็นความสำคัญที่จะต้องพูดถึงเมื่อกี้ที่เราพูดถึงเรื่องตำนานหรือว่าเรื่องชาดกหรือว่าเรื่องเป็นอันดีก็บอกไว้แล้วว่าจะต้องปรึกษาเราเรื่องขึ้นไปเป็นของเก่าซะก่อนซึ่งจะพูดไปแล้วว่าพุทธะอย่างที่คุณไพบูลย์เนี่ยพูดไปแล้วนั่นแหละพระพุทธท่านนึงไม่เกิดที่พระพุทธเจ้าหรือว่าพระพุทธเจ้าองค์นั้นเป็นผู้เป็นเจ้าของพุทธอีกอันนึงมันอยู่ในโลกไม่ต้องไปทำอะไรมันหรอกมันอยู่ในโลกมันมีอยู่ในโลกแล้วอันนั้นเราไม่ต้องพูดถึงแล้วมันมีมาสั่งมันก็อีกอันนึงมีอยู่ที่ตัวเรามีอยู่แล้วที่ตัวเรานี่สิแต่เราไม่มีเพราะว่าโมหะทำมันปิดบังหมดเลยเราไม่เห็นตัวนี้แหละสำคัญ จุดที่เราควรจะรู้มันให้ได้มันจึงจะหยิบตัวพุทธะขึ้นมาได้เอาแต่พูดไปก็ทำให้เร็วทำให้เร็วทำอย่างโน้นอย่างนี้แล้วทำอย่างไรตอนนี้เราก็จะพูดถึงว่าเราจะพูดว่าทำอย่างไรเราจะหยิบตัวพุทธขึ้นมาได้ก็โดยการกระทำจะไปเอาพูดเฉยๆฟังเฉยๆอะไรเฉยๆไม่มีทางไม่มีทางต้องทำจริงๆลงมือทำจึงจะเกิดผลอันนั้นขึ้นมาได้เอาแต่คิดก็ไม่ได้เอาแต่ฟังเอาแต่คิดก็ยังไม่ได้ต้องลงมือทำจริงๆจะได้นี่จำเอาไว้ทีเดียวไม่มีอย่างอื่นอีกเลยไม่มีจริงๆเพราะฉะนั้น เผื่อว่าบุคคลใดเป็นหลงผิดจับผิดซะก่อนแล้วว่านั่งฟังอยู่คนเดียวเข้าใจตามทบทวนไปรู้ตัวคำภาษาพูดเป็นตรรกะร้อยเรียงมีเหตุและผลถ้วนๆไอ้โน่นหมายความว่าอย่างนี้ไอ้นี่มันถึงเป็นอย่างนี้ไอ้นี่มันถึงเป็นอย่างนั้นเหตุและผลที่ฟังไปนั่งฟังคิดตามมาให้ดีเท่านั้นแล้วจับบรรลุธรรมนั้นไม่ใช่ของเป็นไปได้ว่าที่ใช้คำว่าไม่ใช่ของเป็นไปได้ง่ายก็เพราะเหตุว่าเป็นไปได้ทั้งนั้นสำหรับผู้ที่เป็นไปแล้วและคำที่ใช้ว่าสำหรับผู้ที่เป็นไปแล้วคืออะไรคือผู้ที่ได้เคยมีมาแล้วในตัวในตนเกิดแล้วอุบัติแล้วมีพุทธะอุบัติแล้วในตนเพราะฉะนั้นพวกนั้นจึงเรี

อ่านต่อ

ยกว่าผู้พบ มีบารมีพอเราจะไปปฏิเสธบารมีไม่ได้ด้วยเหตุนี้แหละจึงมีคนดูถูกตู่พระพุทธเจ้าว่าพระพุทธเจ้าสอนแค่นั้นเองใครก็ได้นั่งอยู่เนี่ยเป็นได้หมดทุกคนไม่จริงไม่จริงจะเป็นได้หมดทุกคนไม่ได้ต้องเป็นได้เฉพาะผู้ที่ฟังเอาแค่นั้นแล้วก็คิดจะเป็นได้สำหรับผู้ที่มีบารมีแต่เดิมคือเคยพ้นมาแล้วมันมีของอยู่เก่าแล้วเพราะมันถูกลมพัดนิดเดียวไอ้ที่มันปกปิดอยู่เปิดออกไปมันก็โผล่ขึ้นมาคุณพระก็บานเก่งขึ้นมาได้สำหรับคนอย่างนั้นไม่ต้องใช้อาศัยว่าต้องขุดต้องย่ำต้องเปิดออกไปนะต้องพูดก็ต้องเบิกกันนะถึงจะไปถึงไอ้พุทธออกมาเพราะงั้นคำพูดอันนี้คือเป็นคำพูดสักแต่ว่าพูดเฉยๆ แล้วก็ยืนยันกันอยู่ว่าเป็นไปได้หมดแล้วพร้อมกันเนี่ยก็นั่งฟังไม่ต้องไปเอาที่ไหนไม่จริงหรอกพระพุทธเจ้าท่านถึงมาให้ดูถูกตัวเองพร้อมกันนั้นไม่ให้ประมาทด้วยนอกจากไม่ให้ดูถูกตัวเองแล้วก็ไม่ให้ประมาทไม่ให้ดูถูกตัวเองคืออะไรไม่ให้ดูถูกตัวเองก็คือว่าเราเองจะมีสิทธิ์บรรลุฮือนี่หมายความว่าผู้ที่คิดอีกอย่างหนึ่งไม่ใช่คิดอย่างที่อาตมาพูดเมื่อกี้นี้คืออย่างบางคนที่พูดว่าโอ๊ยเดี๋ยวนี้สำเร็จก็ได้ที่กระทรวงต่างๆเพราะผมคิดว่าโอ้น้องชาตินี้ก็ไม่มีทางจะบรรลุหรอกมีพวกพระพุทธเจ้าท่านว่าอย่าดูถูกตัวเองอีกพวกหนึ่งก็คือพวกที่อยากประมาทนะคือพวกที่บอกเออนั่งฟังเดี๋ยวเดียวก็ได้พวกประมาณ และต้องไม่ทั้งดูถูกตัวเองแต่ลงมือสัก 40 ลงมือสักทีสิทำซะทีสิเอาแต่ฟังอยู่นั่นก็ไม่ได้แล้วเอาแต่บอกว่าไม่ทำแล้วชาตินี้ฉันไม่ได้ก็ไม่ได้ต้องลงมือทำเท่านั้นจึงจะรู้จึงจะโผล่จึงจะโกรธจึงจะขึ้นมาพุทธะที่อยู่ในตัวของคนทุกคนนั้นมันถูกปกปิดด้วยโมหะจริงๆโมหะตัวนี้เป็นภาษาเรียกแต่โดยสภาวะธรรมมันมีเนื้อมีตัวมันมีจริงๆโทรหาตัวนี้มันมีจริงๆผู้ที่พูดค่อยๆว่าฟังประเดี๋ยวก็สำเร็จพวกนั้นมีมานะโมหะมาณที่เหลือเป็นตัว ปิดบังอย่างมากๆๆแล้วอวดดีซะด้วยพวกนี้ก็ไม่บรรลุนายไม่ยอมฟังคนไม่ยอมเข้าใจเพราะอะไรเพราะรู้ของง่ายคือรู้เหตุและผลที่เป็นร้อยเรียงเป็นภาษาเป็นตรรกะเป็นนิรุตติสบายๆก็ฟังไม่เข้าใจเดี๋ยวนี้เข้าใจจริงๆพวกที่ไปเรียนในมหาวิทยาลัยก็ตามไปเรียนกขกกามาก็ตามเขาเรียนแต่ภาษาเรียนแต่ตัวหนังสือก็ได้กไก่มาเต็มหมดเลยเขาก็ได้จริงไงทำไมจะไม่ได้ตอบได้ใบประกาศนียบัตรมาเก็บด้วยแต่ไม่ใช่เขาผู้นั้นมันรู้จริงเช่นเดียวกันกับการเรียนชั้นสูงขึ้นมาจึงมีเรียนทั้งทฤษฎีและมีทั้งภาพปัจจุบันเรียนรู้กขกกาก่อนแล้วก็กลับไปลงมือฝึกเช่นเรียนวิศวะเรียนตัวชื่อตัวไอ้ เรียนรู้ให้หมดเลยว่ามันอยู่ตรงนี้ตรงนี้ตรงนี้ตรงนี้พร้อมกันหมดแล้วเมื่อรู้หมดแล้วแม้กระทั่งจะเขียนภาพประกอบด้วยนะว่าลูกสูบเป็นรูปร่างอย่างนี้นี่เขียนชื่อปักเข้าไปหมดแล้วรู้ให้หมดให้ทั่วแล้วก็ยังจะต้องลงไปจับตัวมันจริงๆประกอบจริงๆมันยัดเข้ายากยังไงมันยัดออกยากยังไงมันถอดไอ้นี่ออกยากนะไปถึงตรงนี้มันมีความเล็กความร้อนความละเอียดอะไรต่างๆเยอะเลยยกตัวอย่างเฉพาะแค่วัตถุนะมันจะต้องสวมตรงนี้เข้ายังไงมันง่ายมันยากยังไงมันไม่ใช่ของธรรมดานะพูดเอาได้แต่ว่าเวลาไปสวมเข้าจริงๆไปใส่ต่อตรงนั้นปะตรงนี้ก็มันไม่ใช่คนธรรมดานะเพราะงั้นถ้าลงไม่ได้ปฏิบัติและลงไม่ได้มือฝึกแล้วเราก็เอาแต่ฟังเอาแต่คิดเฉยๆไม่มีทางด้วยเหตุดังนี้แหละ เมื่อลงมือฝึกดูแล้วถ้าผู้ใดมีบารมีอยู่ในตนมันก็ไม่ช้านี่ฝึกหัดเดียวมันก็หวานมันมีปฏิภาณเรียกว่ามีไหวพริบมีไหวยานยานิมิตรไหวรู้มันมันรู้ถ้าคนที่มีอยู่แล้วมันชัดๆประเดี๋ยวมันไปแต่ถ้าคนไม่มีไหวนะปล้ำกันไปแล้วทั้งๆที่ตัวเองเคยอ่านตำรามาอย่างคลองแล้วมันทำอย่างนี้อย่างนี้นะเปล่าหรอกมันยังลงไม่ได้จริงๆมันยังถอดก็ไม่ได้ยังเอาเข้าก็ไม่ได้ตามที่เรียนมาไม่ได้ง่ายๆเพราะฉะนั้นจึงลงมือทำดูเมื่อรู้มาแล้วตามประสาลองดูสิลองสักทีสิแล้วจะรู้ถ้าไม่ร้องก็บอกโอ้ยไอ้นี่ไม่ใช่เราคิดไปมองๆเล่นแต่เขาคนอื่นเขาไปมองเล็งแต่เขาคนอื่นเขาบอกว่าเขาผิดไม่ใช่เรายังไม่ใช่ผิดแล้ว ยอมลงมือทำสักทีมันไม่ได้เพราะงั้นจึงจะมีมานะทิฐิอย่าไปเพ่งเล็งอย่าไปยึดถือเราถือเขาอย่าไปตีข้าวของเราสูงของเขาต่ำอะไรต่ำสูงไม่รู้ว่าลองดูมันซะก่อนเถอะถ้าเราเข้าใจด้วยเหตุผลอย่างนี้แล้วท่านรองของเราแล้วมันมารู้จริงไม่เป็นไรนั่นแหละกูแล้วใช้ได้แล้วแต่ถ้าลองของเราแล้วมันก็ยังไม่ได้ลองของคนอื่นคือลองทำดูสินี่เป็นส่วนซะก่อนว่าเราจะทำอย่างไรทีนี้วิธีทำจะให้เกิดพุทธะขึ้นมาวิธีทำจะให้เกิดพุทธะขึ้นมานั้นพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้เสมอสอนไว้ว่ามีหลักอยู่เท่านั้นเองมีหลักศีลสมาธิปัญญานี่รับเท่านี้แหละสีสมาธิปัญญาปริญญาปฏิบัติ ปฏิบัติคือสมาธิปฏิเวธคือปัญญามีอยู่เท่านี้จนกระทั่งเกิดมาเป็นตำราในโลกนี้เรียกว่าตำราวินัยตำราพระสูตรตำราพระปิดตาปริยัติคือตำราแห่งพระวินัยหรือศีลขณะนี้กำลังเข้าใจผิดกันอยู่มากเดี๋ยวจะผิดยังไงเดี๋ยวอาตมาจะบอกปริยายคือศีลมีเป็นตัวตนเบื้องต้นท่ามกลางบ้านปลายเหมือนอย่างท่านจะถือว่าโชกุนเมื่อคืนก็ต้องประพฤติด้วยเบื้องต้นภาคกลางศีลเป็นเบื้องต้นสมาธิเป็นเรื่องต่อมาปัญญาเป็นตัวเกิดอันสุดท้ายบรรลุปริยัติเป็นตัวต้น พี่บัติเป็นขั้นต่อมาและปฏิเวธธรรมเป็นตัวเกิดตัวตายตัวสุดท้ายเกิดเป็นตำราเรียนขึ้นมาแล้วเขียนรวมกันไปลงหมดเลยแยกออกมาเป็น 3 หมู่เรียกว่าไตรปิวินัยก็เป็นตัวตนเพราะสูตรเป็นตัวปฏิบัติหรือเป็นตัวท่ามกลางทำไมเรียกว่าท่ามกลางก็เพราะว่าพระสูตรคือการบันทึกเอาชาดกหรือนิทานหรือเรื่องเล่าที่พระสาวกต่างๆประพฤติแบบอย่างมาแล้วเอาไว้ให้เรารู้เพราะฉะนั้นถ้าท่านบันทึกการปฏิบัติเอาไว้หรือบันทึกสมาธิเอาไว้ให้เรารู้ได้เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีหนังสือเราก็เอามาทดสอบตามทบทวนไปโดยใช้วินัยเป็นหลักก่อนถ้าไม่มีวินัยก็ปฏิบัติไม่ได้แล้วก็ ปฏิบัติเอาพระสูตรตามส่วนพระอภิธรรมนั้นไม่ต้องไปเรียนเป็นของเกิดเป็นปฏิเวธธรรมเป็นธรรมอย่างยิ่งที่มันจะบรรลุเป็นตัวปัญญาไม่ต้องไปเรียนแยกให้ดีนะอันนี้แหละถ้าอาจารย์ต่างๆเกจิอาจารย์สมัยก่อนแยกว่าปริยัติคือพระวินัยพระสูตรพระอภิธรรมอย่างนี้ส่วนปฏิบัติคือศีลสมาธิปัญญาส่วนปฏิเวธคือมรรคผลนิพพานถ้าแบ่งอย่างนี้แล้วก็ได้เหมือนกันเป็นไปได้เหมือนกันไม่ใช่เป็นไปไม่ได้นะเพราะทุกอย่างในโลกนี้เป็นไปได้ทุกอย่างแต่มันเป็นทุกขาปฏิปทาด้วยอันขาดเป็นไปได้ดัง ยังไม่สะดวกและเพราะอะไรมันจับหนูไม่ถูกมาจัดหมู่ไม่ถูกเพราะไปหลงยกเอาตำราทั้งหมดมาเป็นปริยัติอย่างเดียวโดยเป็นหลงเอาพระอภิธรรมอันเป็นของยากมาเป็นตำราด้วยเพราะทำเป็นตัวเกิดไม่ใช่ตัวเรียนไม่ใช่ตัวไปแตะต้องมามันเป็นตัวกลมๆขึ้นมาของเราเช่นเดียวกันกับตัวที่ผ่านไม่ต้องไปเรียนหรือนิพพานไม่ต้องไปเรียนรู้เหมือนกันมันเป็นตัวเกิดของมันเองปฏิเวธก็ไม่ต้องไปเรียนไปเรียนมันทำไมปฏิเวธแต่เราต้องเรียนสำคัญที่สุดคือศีลหรือวินัยที่สำคัญเตรียมตัวนี้เมื่อเรียนรู้แล้วว่าศีลให้ทำอย่างนี้อย่างนี้นะให้ลงมือทำสมาธิแปลว่าทำฟังให้ดีนะสมาธิแปลว่าทำแล้วไม่ใช่ สมาธิคือปฏิบัติธรรมะบอกอธิบายคำว่าให้มันเกิดอย่างนี้อยู่เสมอๆคือกระทำอย่างนี้ให้มันพร้อมธรรมะแปลว่า 1 เมืองอาทิแปลว่าอย่างยิ่งธรรมะดวงอาทิตย์ก็คือสมาธิทำให้มันเกิดจากนี้เนืองๆเรื่อยๆหมายความว่ามีวิริยะมีขันติมีสัจจะอะไรทำมันผิดทำอย่างนั้นลงไปลงมือสักทีเรียกว่าสมาธิเมื่อปฏิบัติแล้วมันจะเกิดเกิดเป็นปัญญาในขั้นแรกเมื่อจีนเมื่อดำรงสมาธิเมื่อมีศีลคือมีครอบมีแผนที่ศีลคือแผนที่มีข้อมูลวิเคราะห์หรือมาทำมาปฏิบัติแล้วปัญญาจะเกิดหรือปฏิเสธโตขึ้นมาหรืออภิธรรมจะโผล่ขึ้น ตัวธรรมะอันที่เยี่ยมยอดมันจะเกิดขึ้นมาเองไม่ต้องไปเรียนมันเลยด้วยเหตุนั้นถ้าใครไปเผลอไปนั่งเรียนไปนั่งเรียนวินัยแล้วก็ไปนั่งเรียนประสูตินั่งเรือไปยุติธรรมจบซะก่อนแล้วค่อยจะมาปฏิบัติคือจะมาทำศีลสมาธิปัญญาโอ้โหอีกชาติแล้วชาติเล่าอย่างเดียวไม่ได้ทำเลี้ยงชาตินี้ยังไม่จบง่ายๆเลยพ่อไปทำไปเรียนให้จบจริงๆอย่าว่าเรียนถึงแต่ท่านพระวินัยแล้วก็เรียนวัตถุด้วยแล้วก็เรียนภาคอีสานด้วยชาตินี้อย่าไปทำอย่างเดียวยังไม่จบไอ้ที่เขียนเอาไว้เนี่ยคือหมายความว่า 40,000 บาท 40,000 บาทก็ทำประกันไม่จบง่ายๆนะเพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าช้าโน่นช้าเสียเวลาที่จุดของมันผิดรูปรอยสักปริญญา เราเรียนกไก่ซะก่อนสิเรียนกไก่ขไข่แล้วเราก็ค่อยเอาไปทำไปผสมตัวไม่ใช่ว่าเราเรียนไปเลยนะเรียนอะไรต่ออะไรไปหมดเลยเรียนกไก่เรียนวิชาปรมาณูเรียนโลกเรียนอะไรทุกอย่างพร้อมกันหมดเลยแล้วค่อยเอากไก่ไปผสมตัวไม่เสียเวลาทำไมอย่างนั้นน่ะอภิธรรมหรือเปล่าเปรียบอย่างโลกอย่างเมื่อกี้นี้เหมือนวิชาปรมาณูอย่าเพิ่งเอามาเรียนของสูงเอาไว้ก่อนต้องให้เป็นระดับท่านมีศีลหรือมีวินัยรู้แค่นี้รู้แค่วินัยพอแล้วแล้วเอาสีเอาวินัยอันนั้นหรือเอาแผนที่อันนั้นไปลงมือทำศีลหรือวินัยอันนี้เราเรียกมันว่ามาสุดทางคือแผนที่ เราก็มีมรรคแล้วคือมีทางเดินแล้วมีทางเดินแล้วนี่เป็นการกระทำธรรมดาธรรมดาสำหรับคนปุถุชนด้วยพระด้วยทุกคนแหละมาพูดอย่างนี้เมื่อเรามีมรรคคือมีศีลท่านบอกไว้ว่าให้ทำอย่างนี้นะอย่าฆ่าสัตว์นะอย่าไปรักของเค้านะอย่าไปผิดผัวเขาเมียเขานะอะไรเป็นต้นหรือแม้แต่ว่าอย่าไปมีผัวมีเมียเขานะปาติโมกข์ศิลป์อันที่ 1 อย่าไปทำสัตว์ให้มันตายนะปาฏิโมกข์ศีลข้อต่อไปอะไรต่อไปพวกนี้แม้แต่วินัยทั้งหมดปาฏิโมกข์ศีลหรือเปล่าวินัยปาติโมกข์ทั้งหลายแหล่ก็เรียนอย่างนี้ด้วยเหมือนกัน เอาสีหรือเอาทางเอามรรคนี่แหละเอาหลักฐานมาประพฤติมาลงมือมาทำสมาธิหรือมาทำให้มันได้อย่างยิ่งตามถึงถ้าเราทำให้ได้อย่างยิ่งตามศีลเป็นของแท้ไม่ทะลุไม่ด่างน้อยศีลท่านบอกว่าอย่าฆ่าสัตว์อย่าขโมยอย่าฝึกประพฤติผิดในการอย่าไปพูดอะไรอย่าไปกินสุรายาเมาถ้าเราศีลอย่างนี้มาทำได้อย่างบริสุทธิ์ปั๊บบริสุทธิ์จริงๆเลยตัวเราเองรู้ว่าบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์เราไม่แตะต้องไม่ไปปรามาสไม่เป็นรูปธรรมในสิ่งที่ผิดศีลทักษะหมายความว่าประพฤติศีลหมายความว่าข้อที่เราจะเอาประพฤติถ้าเราทำถูกต้องคือมีทักษะถูกต้องตามศี ไม่มีด่างพร้อยไม่ใช่เป็นหลงลูบๆคลำๆเสียงดังมั่งเลอะมั่งไปมัวลูกทำให้สิ่งที่ไม่ใช่สิ่งที่จะกระทำจึงเรียกว่ายังหลงยังหลงยังมีศิลปกรรมมากยังไม่บริบูรณ์บริสุทธิ์ให้เราทำศีลให้บริสุทธิ์เกิดแล้วตัวสมาธิก็เป็นตัวเกิดได้เหมือนกันเกิดอะไรเราเรียกว่ามันเกิดอภิสิทธิ์จิตมันจะเกิดบริสุทธิ์ขึ้นมาเลยเรียกว่าอธิษฐานเมื่อสีมันบริสุทธิ์มันจะให้สมาชิกเรียกว่าอธิษฐานจิตมันจะเกิดผ่องใสบริสุทธิ์ขึ้นมาเป็นตัวเกิดตัวแรกแล้วเป็นผลดังนี้เราเรียกมันว่าเป็นผลแต่มันยังไม่ถึงนิพพานนะการปฏิบัติแค่นี้ยังไม่ถึงนิพพานการปฏิบัติตามมรรคอันแรกตามศีลเนี่ยปฏิบัติแล้วมันจะเกิดเป็น ขึ้นมาเป็นอภิสิทธิ์แต่ยังไม่ถึงนิพพานมันจะสูงขึ้นเรื่อยๆเมื่อศีล 5 เราทำบริสุทธิ์แล้วทำศีล 8 ไป 4 ศอกสูงขึ้นให้มันบริสุทธิ์ขึ้นอีกทำตามศีลกำหนดนี่แหละเมื่อบริสุทธิ์สูงขึ้นอีกตามศีล 8 อาทิตย์ติดตัวใหม่มันก็สูงขึ้นไปอีกเป็นผลที่สูงขึ้นไปอีกตัวผลสูงขึ้นทุกตัวนี่แหละเราเรียกมันว่าเป็นปฏิเวธทำเป็นปัญญาเป็นแต่ว่ายังไม่ถึงที่ผ่านเท่านั้นอย่าเพิ่งหรือเป็นอภิธรรมเป็นตัวทำสูงขึ้นที่มันจะส่งเป็นตัวปัญญาเยี่ยมที่มันสูงขึ้นมันจะสนับสนุนให้เราไปเพิ่มสินขึ้นเรื่อยๆพอปัญญาเพิ่มขึ้นด้วยเราก็ไปเพิ่มสินเส้นเลือดเข้มงวดกับตัวเราเองเพิ่มขึ้นศีล 8 ก็บริสุทธิ์ได้ 40 บริสุทธิ์ได้ขึ้นมาอีกเอาศีล 227 มาทำเอาสี 311 มาทำเอาสี 84,000 พระขรรค์มาทำเอา 18,000 บาทมาทำเสร็จเรียบร้อยนิพพานมันก็โผล่ขึ้นมาไม่เห็นมีอะไรเพราะฉะนั้นการประพฤตินั้นจึงต้องประพฤติให้ถูกหมู่ถูกเราแยกแยะให้ถูกอย่าไปหลงให้มันช้าโดยที่เราไปเสียเวลาอันยังไม่ถึงวาระยังไม่ถึงเวลาควรแล้วอย่าไปทำโดยเฉพาะคนไปหลงเรียนอภิธรรมนั้นเป็นคนหลงเรียนผิดๆเลยไปแยกแยะมันทำไมจิตมันจะเกิดกี่ดวงกี่ดวงก็ช่างมันเถอะมันจะเกิดจริงสภาวะมันเกิดแล้วเราเห็นเองเห็นสภาวะของจิตมันเกิดเป็นกี่ดวงกี่ดวงดวงนั้นเรียกว่ามันมาถ่วงดวงนี้เรียกมันว่ามันบ่ดีดอกนี้เรียกว่ากุสลาธัมมาดวงนี้เรียกว่าทำกุสลาธัมมามันเกิดที่จิตเรานี่เรารู้มันเองโดยไม่ต้อง ฟ้ามาใส่ก็ได้ส่วนประเด็นนักเรียนภาษาที่เขาสร้างยาเหมือนคนปรุงยาปรุงได้เรียบร้อยแล้วตัวยามาแล้วแล้วเขาก็เอามาป้ายมาติดยาไว้หมดเลยพวกนี้เพราะพี่ทำคือไปเอาตัวป้ายาถอดเอาแต่ตัวป้าอย่ามาท่องเพราะๆเอาตัวป้ายามาซ่อมหมดแล้วค่อยไปดูว่าไอ้ขวดไหนมันของเราทีหลังโอ้ยป้ายามันเยอะเสียเวลามากบางอันยังไม่จำเป็นเรายังไม่เป็นโรคอันนั้นอันนี้เรายังไม่ต้องใช้เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าไปนั่งเรียนกับป้ายามันก่อนมันไม่เกิดประโยชน์เราเป็นโรคอันนี้เรามีกิเลสตัวนี้ก็ลองเอายานี้มาใช้สิเราเป็นโรคอันนี้อย่าเพิ่งไปอ่านมันอย่าเพิ่งไปศึกษามันโยกวันนั้นเพราะฉะนั้นใครเจ็บป่วยด้วยโรคอะไรก็ไปหาเอายาอันนั้นมาใช้ให้มันถูกต้อง ตามฐานะจึงเรียกว่าถูกตามกรรมฐานกรรมฐานคือพระธรรมต้องตรงตามฐานะฐานะก็คือตัวเรามีอะไรเป็นอะไรแล้วก็ธรรมะลงไปพระทำให้มันถูกฐานะของเราที่เป็นจริงแท้จริงถ้าไปทำผิดฐานะของเรามันช้ามันเลอะมันเสียเวลาเปลืองเปล่าไปกับไอ้ที่มันไม่ถูกเวลาไม่ใช่เวลาของมันเหมือนหลงเอายาอื่นมาที่ได้เอ่อใส่มันไม่ถูกตัวยาเพราะเราไม่ไปรู้ตัวยาอย่างหนึ่งและอีกอย่างนึงเพราะหลงไปเอาชื่อยาวมาช่องเฉยๆแต่ไม่มีตัวยามารักษาตัวเลยสักทีนึงมันก็ไม่บรรลุได้มันก็ไม่เกิดผลได้อยู่ตลอดเวลาเพราะฉะนั้นหลักการง่ายๆคือพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้แล้วเลอะหมดเดี๋ยวนี้ศีลสมาธิปัญญาไปศึกษาเลอะหมดไม่พยายาม ทำตามไม่เรียนศีลไม่เรียนวินัยเมื่อไม่เรียนสีไม่เรียนวินัยก็ไม่มีแผนที่ไม่มีทางเดินที่จะเดินไม่รู้ทางไม่มีมรรคจึงไม่ถึงผลจึงไม่เกิดผลแม้แต่เล็กน้อยผลขั้นต่ำด้วยซ้ำไปอย่าเพิ่งเห็นผลนิพพานผลอันสูงสุดเป็นนิพพานผลขั้นเล็กน้อยก็ยังไม่เกิดเพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีทางไม่มีมรรคไม่มีศีลไม่รู้วินัยจึงไม่รู้ว่าจะทำอะไรตัวสมาธิไม่ใช่ว่าเป็นตัวอะไรมากมายไม่ใช่นั่งหลับตาอยู่ท่าเดียวหรือไม่ใช่ลืมตาตรงๆแล้วก็เล่นอยู่กับการศึกษาต่างๆให้มันเป็นผู้ที่มีพฤติการณ์ละเลงเล่นก็ตามอยู่สุขอยู่กับการต่างๆไม่ใช่หรือไม่ได้นั่งหลับตาบนเป็นอัตตะตัวเองให้มันไม่มีสร้างตัวให้มันมี มาเป็นอัตราตัวตนไอ้ของไม่มีก็ไปก่อขึ้นมาอยู่อย่างนั้นไม่ใช่พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เป็นหลงตามสถานการณ์ไปหลงละเลงอยู่ก็ตามหาอยู่ในการมีความสุขกับมันเสพมันและทำใจบ้างบ้างก็ไม่ใช่เอาตัดกางออกเอาแต่ใจเข้าไประดับหนึ่งก็ไปทำตามสบายขึ้นไปสร้างอัตราตัวตนขึ้นมาอีกก็ไม่ใช่พระพุทธเจ้าท่านว่าไม่ใช่ทั้ง 2 ส่วนมันต้องติดต่อทำไปตามฐานะมักที่มาปฏิปทาเรารู้ตัวเองของเราไม่ได้ว่าเหล่านี้ขณะนี้เราอยู่ในฐานะอะไรเราหลงสามารถหรือหลงอัตตามากถ้าเราหลงตามมากถ้าตามที่ถ้าเราหลงอัตรามากถ้าอัตราสิ้นอันไหนมันมากกว่านั้นลงในอีกคนนึงมันมีการประกาศปรับเท่านั้น 2 อย่างเพราะฉะนั้นเราต้องตรวจดูตัวเองให้ได้ว่า ตามันมากเลิกเล่นๆค่าตามมึงไปให้มันมาเท่ากับความยึดถือตัวเพราะสร้างพอเวลากลางมันลดลงไปจนกระทั่งเรืออัตตะยึดถือโดยอัตตะมากแล้วก็ลดอัตลงมาเรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆนี่เรียกว่ากรรมฐานเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามฐานะความจริงๆอย่างนี้รถอย่างนี้เพราะฉะนั้นถามตัวเองดูซิว่าขณะนี้ใครไปหลงสร้างอัตราคือเป็นนั่งบำเพ็ญทานหรือบำเพ็ญสมาธิแล้วก็ไปสร้างสิ่งที่ไม่ใช่ลูกไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนให้มาเป็นลูกใครไปหลงสร้างอยู่บ้างถ้าใครไปหลงสร้างฤกษ์รถคันนั้นลงมาใช้ไม่ได้นะขับไม่ได้ต้องมารีบยางออกจากเนื้อไม้ทำให้ไม้มันแห้งกรอบซะก่อนจึงจะขัดไปได้เช่นเดียวกันเมื่อตัวเราพลาดมาจากกามแล้วเหมือนเอาตัวเราออกมาจากวัตถุตาม บวชแล้วเหมือนเอาภาพมาจากน้ำแต่ใจเราหรือยังข้างในมันยังเยื่อใยอยู่นะมันยังมีการติดต้อยต้อยจึงยึดถือกับไอ้รถของกามคุณทั้งหลายอยู่นะให้มารีบอันนี้อีกมารีดจิตที่มันไปเที่ยวใหญ่อยู่ภาษาอังกฤษจึงให้มาฆ่าอันนี้บุคคลที่เป็นอยู่ในสมัยนี้ให้ควรทำอย่างนี้เพราะเรากำลังหลงตามกันเราผู้ที่พยายามทั้งนั้นแหละเราไม่ได้ไปนั่งหลับตาสร้างอัตตาเหมือนในสมัยพระพุทธเจ้าน้อยนักที่จะไปนั่งสร้างหลงสร้างอัตตาอยู่ทำไมพระพุทธเจ้ามีฝั่งธนวัดปากน้ำเท่านั้นแหละที่เขาสร้างกันอย่างเป็นงานเป็นการสร้างอัตราสร้างดวงแก้วเอยสร้างพระพุทธพระพุทธเจ้าเนี่ยเค้าสร้างนะเป็นดวงพระพุทธเจ้าเป็นดวงพระอรหันต์เป็นหลวงพ่ออาคม ศรัทธาธรรมมีดวงพระโดนด่าเค้าสร้างเป็นดวงๆกันเลยสร้างนรกสร้างสวรรค์สร้างกันใหญ่วัดปากน้ำอย่างนั้นน่ะพวกไปนั่งพวกนั้นต้องมาแก้กันแก้อัตราแต่พวกเราที่ไม่ได้ไปนั่งแบบนั้นนะอยู่กับการมาล้างตามรู้ให้ได้รู้ให้ได้ก็ตามคืออะไรมันล้างออกและการล้างตาไม่คืออะไรก็คือศีลที่พระพุทธเจ้าท่านประทานไปแล้วศีล 5 ล้านบาทก็ให้ล้างกรามอาทิตย์หน้าก็ไม่ล้างกามีคือไม่ใช่ตัวกลางพัดก็บอกอยู่แล้วว่ากามียิ่งชัดแต่มุสาก็ตามสุราก็ตามการทั้งนั้นแหละมาทำพรุ่งนี้สิ ทำไปเรื่อยปุถุชนธรรมดานี่ควรจะยกศีล 5 ขึ้นมาบริสุทธิ์เอามาให้ทำให้บริสุทธิ์ตราบใดที่ผู้ใดยังมีศีล 5 ยังไม่บริสุทธิ์ยังไม่ได้ขึ้นชื่อว่าอริยสัจรักษาศีล 5 บริสุทธิ์ไม่ด่างพร้อยเลยเป็นอริยสัจโสดาทันทีทันทีทันทีทันควันเลยกลายเป็นอริยะโสดามีอยู่ 2 อย่างง่ายๆนะที่จะมี 4 อย่างแต่อาตมาจะไม่พูดถึง 4 อย่างเอา 2 อย่างสด 1 ทำทานให้เป็นมหาทานคือมีแต่ให้สิ่งที่จะให้ได้ก็คือวัตถุเพราะฉะนั้นเรามีวัตถุอยู่มากจงบริจาควัตถุออกไปให้มากๆๆเมื่อมีการให้มากกว่าการเอาไว้ก็คือการเอาไปไม่เอาไม่ยึดเอาไว้ไปยึดถือเอาไว้เอาไปเลย วัตถุให้ไปมากเหมือนอย่างกะนางสุขวิสาขานางวิสาขาคนถามว่าทำไมท่านถึงได้เป็นอริยสัจโสดาพระพุทธเจ้าได้เป็นตั้งแต่อายุ 7 ขวบแล้วมีปัญญาอะไรกันมากมายนักหนาเปล่าเลยนางวิสาขามีปัญญาในทางทางมีอานิสงส์มีศรัทธาในทางผ่านผ่านสิ่งมีแต่อยากให้อยากให้อยากให้ตลอดเวลาในชีวิตทำทานจนเป็นมหาทานจึงเรียกว่าเป็นผู้ให้เป็นอย่างยิ่งเป็นอริยะโสดาเป็นผู้จะไม่เอาจะไม่เอาแล้วแต่ยังไม่เนื่องมาถึงตัวตนแค่แต่สมบัติที่เป็นวัตถุที่มีผู้ที่ให้ขั้นที่ 2 คือถือศีลก็เป็นการให้เราจะไม่ไปรังควานใครไม่ไปฆ่าใครปาณาติบาตแต่จะไม่เบียดเบียนใคร เบียดเบียนกายเขาจนตายเรียกว่าปาณาติบาตไม่ทำเบียดเบียนเขาจนกระทั่งใจเขาเจ็บปวดอทินนาทานไม่ทำฟังให้ดีนะอาทิตย์หน้าทานหมายความว่าอย่าไปบีบเย็นใจก็ให้เจ็บปวดนะเราไปขโมยของเขาเนี่ยเขาเจ็บปวดหัวใจแล้วอย่าไปทำแม้เขาไม่ฆ่าเขาก็ดีถ้าเราไปฆ่าเขาเป็นปาณาติบาตเค้าทำให้เขาตายตายแต่อาทิตย์หน้าทำให้ใจเขาตายอย่าไปทำกายก็อย่าไปทำกายก็ตายใจก็อย่าไปทำใจก็ตายเรียกว่าละหมาดเสียโดยเฉพาะตัวเองอยากฆ่าตัวเองตายคืออยากฆ่าตัวเองถ้าตัวเองคืออะไรไปลงเสพติดไอ้เรื่องลูกก็สวยอยากได้ไอ้นู้นก็อยากได้ยึดเอาไว้อยู่เสมอๆแล้วมันก็เหนื่อยพออยากได้ลูกก็ต้องหาสตางค์ไปซื้ออยากได้รถก็หาแต่ตังค์ไปซื้อยาได้กลิ่นหาสตางค์ อยากได้เสียงหาสตางค์ไปซื้ออยากได้ฉันอยากได้สัมผัสหาสตางค์ไปซื้อตัวเองก็เหนื่อยคือฆ่าตัวเองลงไปนั่นเองอย่าไปยึดอย่าไปฆ่าตัวเองแบบนั้นเมื่อไม่เบียดเบียนผู้อื่นเมื่อไม่เบียดเบียนทางกายไม่เบียดเบียนทางกายยาเบียดเบียนตนเองด้วยกาเมสุมิจฉาจารและเบียดเบียนตนเองเมื่อไม่เบียดเบียนดังนั้นแล้วทำตัวเองให้บริสุทธิ์เมื่อเราไม่กระทำการเบียดเบียนทั้งหมดได้แล้วถือว่าเป็นกายสุจริตกายหรือกายสุจริตวจีมุสาก็อย่าไปทำให้มันเป็นทุจริตจึงเรียกว่าถือศีลมุสาด้วยคำว่าจีบทุจริตไม่ได้ต้องทำวัคซีนให้มันเป็นสุจริตเสมอสุดท้ายเหลือจุฬามีระยะประมาณสถานะ เยอรมนีนี่คือทำใจให้ศีลข้อนี้เป็นยอดแห่งศีลทั้งหมดข้อ 5 ตุลาคมฟังนี่แหม่บอกว่าโอ๊ยอะไรกันเลิกไม่กินเหล้าแค่นั้นไปกินข้าวยอดเปล่าเลยโดยความเป็นจริงที่แท้จริงและสุรินทร์คือข้อที่ทำถึงขั้นมโนเลยทีเดียวมโนกรรมเลยทีเดียวคือการมีสติสัมปชัญญะให้ได้พร้อมครบถ้วนเป็นพุทธะเพราะฉะนั้นเมื่อกายเราก็เรียบร้อยบำเพ็ญมาด้วยศีล 3 ข้อข้างบนวัดจีนเราก็เรียบร้อยด้วยศีลข้อที่ 4 รักษาจิตของเราข้อที่ 5 ตุลาคมมีก็จงทำให้จิตของเรามันเรียบร้อยให้มันมีสติสัมปชัญญะอย่างดีอย่าไปกระทำตนให้มันเลวแม้กระทั่งคนธรรมดาลืม ตรงๆนี่ฟังให้ดีนะคนธรรมดาลืมตาโพลงๆนี่ท่านยังเรียกว่ามืดบอดท่านยังเรียกว่ามืดเลยถ้าเรียกว่าหลับลืมตาอยู่นี่ถ้าเรียกว่าหลับมืดยังหลับตาอยู่เลยลืมตาอยู่เนี่ยคือคนหลับคือคนมืดไม่เห็นอะไรเลยไม่เห็นผลเพราะฉะนั้นตัวเองลืมตาดีๆยังเรียกว่าคนหลับคือคนไม่มีสติไม่มีสติหลับไหลขนาดลืมตาตรงๆยังไม่มีสติยังอุตส่าห์จะไปกินเหล้าเข้ามาแล้วก็ให้มากดประสาทกดส่วนต่างๆให้มันสติเดินไม่ได้แม้แต่กระทั่งจะกระทำให้ตัวเองเดินไม่ตรงก็ตรงไม่ได้อย่าเลวถึงขนาดนั้นเลยคนเอ๋ยพระพุทธเจ้าท่านบอกถึงขนาดนี้อย่าลืมนะขนาดนั้นเลย เขาบอกธรรมดาคนก็ไม่มีสติอยู่แล้วยังไปกินเหล้าไม่ให้มันมีสติหรือเอาใจไปเสพติดในยาเสพติดเรียกว่าเมรัยต่างๆของเศรษฐกิจที่เป็นน้ำเหล้าน้ำมีอะไรต่างๆหรือเป็นของที่ไม่มีอะไรไม่เป็นน้ำก็ตามแต่เป็นของเสพติดอื่นๆจนกระทั่งเป็นยาเสพติดทั้งหลายแหล่เป็นมอร์ฟีนเป็นกัญชาเป็นสิ่งเป็นบุหรี่เป็นหมากพลูหรือทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งยาปวดหายยาทันใจก็เป็นยาเสพติดทั้งนั้นอย่าไปกินข้าวเพราะยาพวกนั้นแล้วแต่ล้วนแต่เป็นปฏิกะวรรณะคือเป็นพวกที่ทำปฏิกิริยากับไอ้ตัวเกิดภาวะเป็นตัวเกิดคือตัวไอ้ปราสาททั้งหลายแหล่ที่มันจะเกิดทั้งนั้นอย่าไปกินมันเท่าถ้าไม่จำเป็นถ้าจำเป็นเพื่อคลายก็ทำ แต่โดยแท้จริงพระพุทธเจ้าบอกว่ายาปฏิชีวนะพวกนี้ท่านไม่ให้ทำถ้าไม่งั้นไปแตะต้องเพราะฉะนั้นศีลข้อ 5 จึงเป็นยอดแห่งศีลทั้งหมดเลยนอกจากจะโดยวัตถุธรรมดาไม่ให้กินเหล้าเมายาไม่ให้กินยาเสพติดหรือไม่ทำของผิดเอาวัตถุมาติดแล้วล่ะก็ต้องทำจิตให้มีสติสัมปชัญญะโดยกินขึ้นมาด้วยลืมตาโพลงๆก็อย่าหลับลืมตาตรงๆก็อย่ามืดลืมตากลมๆก็ให้สว่างให้เบิกบานขึ้นมาให้ตื่นขึ้นมาให้มันรู้ชัดๆเต็มๆจริงๆจึงเรียกว่าคุณพระจึงเรียกว่าเป็นพุทธที่แท้เบิกบานขึ้นมาตื่นขึ้นมาให้มันรู้เป็นผู้รู้เป็นพุทธะให้ได้อย่าไปหลับไหลอยากเป็นหนี้ก่อนศีล 5 เท่านั้นแหละที่จริงจะทำให้ เพราะฉะนั้นถ้าใครยึดถือศีล 5 ประพฤติแล้วเราจะแทง 4 ที่ 5 นี่ละเอียดๆเข้าละเอียดเข้าละเอียดเข้าความละเอียดของศีลมันก็จะแตกเป็น 8 ข้อเป็น 10 ข้อเป็น 220 2007 ข้อเป็น 311 ข้อเป็น 84,000 พระธรรมขันธ์เองมันจะแตกไปเองศีล 5 ข้อนี่แหละแล้วไอ้ที่ตัวมันแตกไปได้เพราะอำนาจของศีลข้อเดียวคือมีสติสัมปชัญญะอย่างแท้ในข้อที่ 5 และศีลข้อนั้นแหละจะอำนวยการให้เราเองเนี่ยทะลุรู้ทุกอย่างหินแตกเป็น 5 แต่เป็น 8 แตกเป็น 10 แต่เป็น 227 แตกเป็น 311 แต่เป็น 84000 ก็เรียกว่า เป็นพุทธพระแท้เมื่อรู้แจ้งโลกทั่วๆก็เหยียบโลกไว้ใต้ฝ่าเท้าเท่านั้นเองอยู่เหนือโลกไม่อยู่ใต้อำนาจลงหลังการประพฤติสรุปแล้วก็คือจงพยายามทำศีลให้บริสุทธิ์ไม่ใช่อื่นแต่ถ้าใครยังทำไม่ได้ยังเป็นปุถุชนอยู่ให้ทำทานเป็นมหาทานไปด้วยเพราะว่าทำทานก็เป็นทางอ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน