141026A จุลสุญญตสูตร ตอน1-พ่อท่าน-วัดธาตุทอง-r003

โฟลเดอร์2514 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.google-apps.document)
ขนาดไฟล์35 KB
วันที่แก้ไข16 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

แต่ว่าจะเอาจะเอาเสื้อสูทมาอ่านเลยทีเดียวใครออกมาจากพระไตรปิฎกเลยทีเดียวมาอ่านแล้วก็ขยายความกันพอที่จะขยายได้เข้าถึงจะได้ฟังความเข้าใจกันที่จริงก็ตามนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นเรื่องที่ลึกเป็นเรื่องสุดปลายแต่ว่าเราเองก็พูดกันมานะเพราะว่าแม้กระทั้งเลยแม้กระทั่งการตายของพระอรหันต์ตายอย่างไรอย่างไรเราก็พูดถึงขนาดนั้น ตรวจสลากกันไปแต่ว่าไอ้ที่จะสูงหรือจะต่ำอะไรก็ตามแต่มันก็ไม่มีอะไรมากนอกจากว่าเราเองเราจะสมมติเอาหรือว่าประยุทธ์ถือเอาว่าไอ้นั่นมันสูงหยาบหรือละเอียดเราจะดำเนินจากระเบียบมหายานก็ได้ดำเนินการอย่างปัญหาละเอียดก็ได้มันได้ทั้ง 2 ส่วนทั้งสองด้านแต่ว่าโดยถูกโดยต้องแล้วมันก็ควรจะเป็นจากหยาบไปหาละเอียดแต่ทำจากระเบียบมหายานมันก็ได้แต่ว่ามันมันนานมันใช้เวลานานพระพุทธเจ้าท่านเองท่านไม่พยายามให้พาทำอย่างที่ท่านไม่เคยจัดเอาไว้แล้วในเรื่องปฏิบัติการ ซึ่งมันบางอย่างก็ปฏิบัติได้เรียกว่าสะดวกแต่ว่านานบางอย่างสะดวกเร็วด้วยวันนี้เป็นต้นแต่ส่วนอีกบางอย่างนั้นน่ะเค้าเรียกยากตั้งนานนึกว่ายากแต่เร็วก็ดีขึ้นเหล่านั้นเราก็แยกแยะให้ออกตามที่พระพุทธเจ้าท่านได้แยกแยะให้ฟังแล้วเราก็เลือกให้เป็นพยายามจัดให้ไม่ใช่ว่ามันไม่ได้ปฏิบัติละเอียดมาหาอยากก็ได้แต่ควรจะปฏิบัติอย่างไรก็คือที่อาตมาจะอ่านนี้หรือว่าจะเอามาเล่าสู่กันฟังแล้วถึงจะถึงจะตาย อยู่ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 21 ซึ่งอาตมาเองได้พระไตรปิฎกมาแล้วนี่ยังไม่ค่อยมีเวลาได้อ่านเลยแต่ว่าเปิดอันไหนอันไหนก็รู้สึกหมายดีทั้งนั้นเลยเปิดเจอตรงไหนอ่านเอาไว้แล้วก็มาร์คเอาไว้อ่ะแล้วก็มาคุยคุยกันฟังจริงๆสุญญากาศอาตมาก็เคยพูดกันมาแล้วตั้งหลายทีแม้กระทั่งโลกศิลปะวิหารเราก็เคยได้อธิบายถึงขนาดนั้นด้วยความเป็นจริงแล้วท่านที่เรามาพูดถูกกันฟังเนี่ยเป็นขั้นอริยะนะ

อ่านต่อ

ที่พูดกันถึงคุณย่าคุณยายหรือแม้จะพูดถึงอันนี้นิดนึงมันเป็นชื่อของพระอริยะที่รู้อารมณ์ของ การรู้อารมณ์ของสุญญตาได้แล้วแล้วก็มาพูดไม่ใช่ของต่ำๆนะที่เราพูดกันอยู่เนี่ยเพราะมันถึงบอกว่าแหมฟังดูแล้วก็ออกหมั่นไส้เราเองพูดไปออกหมั่นไส้ตัวเองมีแต่นมแม่เอาเรื่องที่มันไม่น่าพูดมาพูดจริงๆมันเป็นเรื่องของสิ่งที่จะรู้ได้โดยสภาวะไม่ใช่เรื่องที่จะพูดเอาเท่านั้นเพราะฉะนั้นพูดให้ฟังก็ฟังกันไปได้เฉยๆฟังกันไปได้เฉยๆสำหรับผู้ที่มีความนิพพานลูบคลำถึงชะตาจริงๆแท้ๆด้วยกันจะขอหรือว่าจะเข้าใจหรือว่าจะเป็นไปได้แต่ถ้าผู้ที่ยังไม่ได้ลูกความและอารมณ์นิพพานเป็นยังไงอารมณ์ถึงชะตาเป็นยังไงจริงๆรู้แต่สภาวะตัวหนังสือที่บรรยายออกมาเป็นบัญญัติ ภาษาเป็นหนี้ลูกศิษย์เป็นคำพูดคำพ้องคำอ่านอะไรก็ตามแต่เราก็จะรู้แต่เพียงเหตุผลของภาษาเหตุผลของคำพูดนั้นๆที่มันเป็นเหตุเป็นผลคล้องจองกันไปเท่านั้นเองมันก็ไม่ทราบถึงหรือไม่ถึงถึงขั้นอะไรฟังฟังไปจำได้ก็ดีถ้าจำไม่ได้เลิกกันเลยหมายความว่าไม่ได้เรื่องอะไรที่ฟังไปถ้าจำได้ก็ยังดีมันติดไว้ในสมองแต่ถ้าผู้ที่เข้าใจเจอแต่สภาพหรือสภาวะของนิพพานจริงๆเจอสภาวะของสูญญากาศจริงๆแล้วเป็นเป็นสภาวะเป็นสิ่งที่มันเกิดในจิตในใจจริงๆพวกโจรอันนั้นแล้วพออธิบายให้ฟังไม่จำเป็นจะต้องใช้คำว่าจำเลยมันซึ้งทันทีไม่ต้องจำ เรียกว่าเข้าใจอย่างซาบซึ้งเลยจะไม่ลืมอีกเลยยิ่งซาบซึ้งมากยิ่งมีสภาวะมากยิ่งซาบซึ้งมากแล้วยิ่งจะจำติดใจไปเลยไม่มีถอดถอนนี่แหละไม่ว่าสภาวะกับของของจริงมันมาสำคัญมันชอบมันก็ดูเป็นจุดเลยถ้ามีสภาวะพอสาวชื่อมันสั้นมันดูมันติดเลยแต่ถ้าเราไม่มีสภาวะตามชื่อมันก็มีแต่ชื่อถ้าเราไม่มีสภาวะถ้าเราไม่มีชื่อมีแต่สภาวะมันก็ไม่มีอะไรเหมือนกันมันก็มีแต่ตัวตนเป็นประโยชน์ตนเท่านั้นทีนี้ถ้าเกิดว่าเอาชื่อมาพูดด้วยเป็นสภาวะด้วยดูก็ติดทีนี้เราก็เป็นประโยชน์ที่จะเอาสภาวะนั้นมาอธิบายหรือเปล่าที่กล่าวมาให้คนอื่นก็ได้มันก็เป็นประโยชน์ส่วนตนเป็นประโยชน์ขึ้นไปเรียกว่าปฏิกิริยา เจอผู้ที่มีสภาวะแล้วมีอักขระแล้วมีธรรมะแล้วในตัวต้องมาเรียนรู้นิลูกศิษย์ครูมาเรียนรู้ภาษาให้มันประกอบกันเมื่อประกอบกันแล้วก็เป็นปฏิปทาญาณ 2 3 4 ขึ้นไปแล้วก็เอามาพูดคุยกันฟังจะตัดสูทดูซิสมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ปราสาทของอุบาสิกาวิสาขาวิภาดาในพระวิหารนครสวรรค์ เป็นเอกอยู่ในวัดนั้นซึ่งโลหะปราสาทยังมีตั้ง 1,000 ห้องคิดดูซิว่าความเจริญรุ่งเรืองในสมัยนั้นจะความเจริญรุ่งเรืองในประเทศไทยเดี๋ยวนี้เดี๋ยวนี้มีไหมอาคารที่ไหนมีห้องที่ผ่านห้องดุสิตธานีที่เก่งที่สุดเดี๋ยวนี้นะมีถึงฐานข้อมูล 500 ห้องแล้วมันถึงบอกว่าความเจริญของประเทศไทยเดี๋ยวนี้เลยว่าเจริญยิ่งกว่าสมัยพระพุทธเจ้าไม่มีทางเลยไม่มีทางเจริญเท่าสมัยพระพุทธเจ้าเลยแต่เราก็อวดดีว่าเราเจริญยิ่งกว่าสมัยพระพุทธเจ้าแล้วจะไปว่าสมัยโน้นคนไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรต่ออะไรมีการงมงายมีอะไรต่ออะไรไม่จริงเลยฉลาดกว่าเราเยอะแยะแต่เราว่าเราไม่รู้ว่าความฉลาดแต่ว่าถ้าไปพูดถึงความฉลาดทางโลก เดี๋ยวนี้เราฉลาดทางโลกมากกว่าสมัยพระพุทธเจ้าเพราะอะไรโลกคืออะไรโลกหรือโลกีย์คือกิเลสคือกามเพราะฉะนั้นบอกว่าเราฉลาดทางโลกมากกว่าสมัยนู้นเลยเพราะเรามีกิเลสกามหรือกิเลสโลกิยะมากกว่าสมัยโน้นซึ่งไม่เพียงแต่ความเจริญทางโลกบุตรสมัยพระพุทธเจ้าเจริญกว่ามากกว่ามากนี่แหละเพราะฉะนั้นต้องทำความเข้าใจแม้ว่าสิ่งที่ท่านตรัสเอาไว้คำกล่าวต่างๆนานาเราต้องมาวิจัยให้ออกว่ามันมีเหตุผลที่จะฟ้องหรือว่าที่จะแสดงอะไรก็ได้ให้เราเข้าใจได้ด้วยเช่นเราวิหารอารามซึ่งมีโลหะปราสาทที่พันเท่านี้มันก็แสดงผลให้เราเข้าใจได้ว่าความเจริญสมัยโน้นยิ่งกว่าสมัยนี้ทั้งนั้นแหละ ท่านพระอานนท์ออกจากสถานที่หลีเป๊ะอยู่ในเวลาเย็นแล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคอย่างที่ประทับครั้นแล้วถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคนั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งนี่เป็นสำนวนของอ่าทางบาลีไปที่ไหนแล้วก็นะส่วนที่ควรนั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งสถาบันคดีก็หมายความว่าไปถึงแล้วก็หาที่นั่งเหมาะสมควรแล้วก็นั่นแหละสำนวนนี้เข้าใจให้ได้แล้วก็มีเสมอๆแปลทีไรก็เป็นอย่างนี้แหละตำรวจก็ถูกในสำนวนเรียบร้อยแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคไม่ว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญสมัยหนึ่งพระผู้มีสภาพบังคับอยู่ที่ตักขยะนิคมชื่อละครในสัจจะชนบท ณที่นั้นข้าพระองค์ได้ประดับได้รับทำได้รับพระดำรัสนี้เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคว่าดูกรกฎาคมบัดนี้เราอยู่มากด้วยสุริยจักรวิหารธรรมฟังดีนะเริ่มต้นแล้วนะบัดนี้เราอยู่มากด้วยสุญญตาวิหารพระวิหารธรรมถ้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้อนี้ข้าพระองค์ได้ประดับดีแล้วรับมาดีแล้วใส่ใจดีแล้วทรงจำไว้ดีแล้วหรือให้ที่แล้วๆๆยังไม่แน่ใจนะยัง ประวัติยังถามพระพุทธองค์ทูลถามพระพุทธองค์ต่อไปอีกว่าดีแล้วนะดีแล้วเพราะฉะนั้นแม่ค้าก็ยังฟังเพลงตัวเองอยู่ว่าพระองค์จะตามแฟนตัวเองว่าตัวเองเนี่ยจะเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ดีแล้วทุกอย่างแล้วหรือถ้าผู้มีพระภาครับสั่งว่าดูการเล่นเธอจะดับดีแล้วระดับที่หมายความว่าฟังนะเอาแค่ฟังนะระดับดีแล้วรับมาดีแล้วแล้วก็รับเอามาจากฝั่งใส่ใจดีแล้วเอามาคิดทบทวนกำหนดสัญญาลงไปในใจใส่ใจจงจำไว้ดีแล้วผนึกลงไปเลยสัญญามันมีกำหนดกำหนดแล้วก็ฝัง ทรงจำไว้ดีแล้วท่านยังไม่ได้บอกเลยถ้ามันยังไม่ได้บอกมากกว่านี้เลยฟังให้ดีนะอานนท์น่ะแน่นอนนั่นเธอจะกลับมาดีแล้วฟังรับมาดีแล้วคือรับเอามาจากฝั่งใส่ใจดีแล้วเอามาคิดดีแล้วจงจำไว้ดีแล้วแล้วก็จำผนึกลงไว้ในใจฟังให้ดีนะมีอยู่แค่นี้เพราะพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ไม่ได้บอกว่าอานนท์ไม่ได้รับอะไรไว้เลยแต่รับไว้เพราะแน่นอนพระพุทธเจ้าท่านขยับเอาไว้นิดนึงเท่านั้นเองถ้าโดนเข้าใจถึงจะเก่าวิหารได้ดีมากคุ้มแล้วพระอานนท์ย่อมเป็นอรหันต์ย่อมเกิดปัญญาวิทย์แต่นี่พระอานนท์ยังไม่มีบุตรยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์เพราะเหตุนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสไว้แค่นี้ก็แค่ได้แค่สัญญาจำไว้แค่นั้นยังไม่ดีไปกว่านี้ดูการอนนท์ทั้งเมื่อก่อนและบัดนี้เราอยู่มากด้วยถึงจะตามวิหารทำไมอาตมาอธิบายตอนนั้นว่าพระอานนท์ท่านได้แค่จำได้แค่รู้เฉยๆแต่ยังไม่แจ้งยังไม่สว่างถึงที่ก็เพราะเหตุว่าถ้าแจ้งถ้าสว่างถึงที่แล้วพระพุทธเจ้าจะไม่ต้องอธิบายต่อเพราะเท่านี้เองเพชรพระพุทธเจ้าจะอธิบายต่อว่าคนรู้แล้วเดี๋ยวจะอธิบายเสียเวลาทำไมแต่ทีนี้พระพุทธเจ้าท่านอธิบายต่อแสดงว่ายังไม่แจ้งต่อรองพระพุทธเจ้าจะต้องสอนกันอีกท่านจึงได้สอนต่อไปดูคณะอนนท์ทั้งเมื่อก่อนและบัดนี้เราอยู่มาก ซื้อกระเป๋าวิหารธรรมเปรียบเหมือนปราสาทของวิชามารหลังนี้ในขณะนั้นอย่าลืมนะเมื่อกี้เราขึ้นต้นด้วยว่าขณะนี้เรากำลังอยู่ที่ปราสาทประสาทของนางวิสาขานางวิสาขานี่มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่ามีพระนามมารดาคือพ่อผัวของนางวิสาขาในชื่อวิภาดาแล้วก็มีภาระเนี่ยเกิดร่วมสายยกตำแหน่งวิสาขาให้เป็นแม่จึงเรียกว่าเป็นแม่ของนิทานที่ชื่อหนึ่งว่าผมยาวนานอันนึงของนักศึกษาสาขาในขณะนี้กำลังนั่งอยู่ในตึกโลหะปราสาทครั้งนี้แล้วพระพุทธศาสนามารดาหลังนี้ว่างเปล่า โทรมายะลาว่างเปล่าจากทองและเงินว่างเปล่าจากการชุมนุมของสตรีบุรุษเหมือนกันเลยกับที่อาตมาเคยเปรียบเทียบที่นี่ว่าที่นี่ว่างเปล่าจะค้างแต่ไม่ได้ว่างเปล่าจากคนซึ่งอาตมาเคยยกตัวอย่างถึงจะตายตั้งแต่ก่อนโน้นน่ะตั้งแต่ยังไม่เคยได้พระไตรปิฎกมานี่พอดีมาหาพระไตรปิฎกเข้าใจเหมือนกันเลยนะก็เลยว่าดีเหมือนกันเนื่องจากสิ่งเหล่านั้นเราว่างจากช้างจากเธอจากมาจากลาจากทองเงินจากท่านท่านอธิบายแต่ มีไม่ว่างอยู่ก็คือสิ่งเดียวเฉพาะภิกษุสงฆ์เท่านั้นฟังให้ดีแต่มีไม่ว่างอยู่สิ่งเดียวคือภิกษุสงฆ์เท่านั้นคำอธิบายอันนี้ของพระพุทธองค์นี่ละเอียดกว่าที่อาตมาไม่เคยยกตัวอย่างว่าที่นี่ว่างจากทางแต่ไม่ว่างจากคนละเอียดตรงไหนละเอียดตรงที่เรียกว่าของท่านนอกจากไม่ว่างจากทางแล้วก็ไม่ว่างจากมาเอ้ยที่ว่าจะช้าแล้วก็ยังว่างจากมาว่างจากครูว่างจากลาแล้วยังว่างจากบุรุษสตรีด้วยแต่ไม่ว่างอยู่อย่างเดียวของท่านเหลืออย่างเดียวไม่ว่างจากพระสงฆ์ความคดี แต่ที่อาตมายกตัวอย่างคราวก่อนนี้ไม่ว่าจะว่างจากทางแต่ไม่ว่างจากคนและไม่ว่างจากมานั่นไม่ว่างจากต้นอโศกสุดท้ายขอเพียงทางเดียวเท่านั้นจากมาว่าจากคนหมายความว่าตัดกิเลสทั้งมวลออกไปร่างจากอะไรต่ออะไรต่างๆที่เรียกว่าเป็นกิเลสเป็นเครื่องลบเป็นเครื่องรบกวนเพราะงั้นถ้าถึงบอกว่าสิ่งที่รบกวนทั้งหลายแหล่หาออกไม่หมดแต่มันยังมีสิ่งหนึ่งที่อาศัยอยู่มีสิ่งหนึ่งที่อาศัยอยู่เพราะฉะนั้นท่านบอกว่าว่างจากทางโทรมาลาจากเงินจากทองแม้กระทั่งชุมนุมสตรีบุรุษอะไรต่างๆว่าหมดมีไม่ว่างอยู่คือสิ่งเดียวเฉพาะภิกษุสงฆ์แสดงว่าสิ่งที่ไอ้นั่นอยู่อย่างเดียว อย่างเดียวเท่านั้นที่ยึดถืออยู่นี่แหละฉันใดดูกระดาษอานนท์ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกันเหมือนกันแหละไม่ใส่ใจไม่ใส่ใจสัญญาว่าบ้านไม่ใส่ใจสัญญาว่ามนุษย์ใส่ใจแต่สิ่งเดียวเฉพาะสัญญาว่าฝากจิตของเธอย่อมเล่นไปเลื่อมใสตั้งมั่นและนึกน้องอยู่ในสัญญาว่าป่าเธอจึงรู้ชัดอย่างนี้ว่าในสัญญาว่าป่านี้ไม่มีความกระวนกระวายชนิดที่อาศัยสัญญาว่าบ้านและชนิดที่อาศัยสัญญาว่ามนุษย์เลยไอ้ที่ว่าป่าที่ว่าบ้านที่ว่ามนุษย์ รวมลงไปหมดเลยรวมลงไปหมดเป็นสิ่งเดียวใส่ใจแต่สิ่งเดียวมีพระพุทธบอกว่าพระพุทธเจ้าท่านรวมลงไปให้ไม่ใส่ใจสัญญาว่าบาปไม่ใส่ใจสัญญาว่ามนุษย์ใส่ใจแต่สิ่งเดียวเฉพาะสัญญาว่าป่ารวมลงไปหมดสิทธิ์ของเธอย่อมแล่นไปเลื่อมใสตั้งมั่นและลูกน้องอยู่ในสัญญาว่าเธอจึงรู้ชัดอย่างนี้ว่าในสัญญาว่าป่านี้ไม่มีความกระวนกระวายชนิดที่อาศัยสัญญาว่าบ้าไม่แบ่งไม่แย่นะและชนิดที่อาศัยสัญญาว่ามนุษย์เลยมีอยู่ก็แต่เพียงความกระวนกระวายคือภาวะเดียว ฟังดีๆนะท่านลุงบอกว่ามีอยู่แต่เพียงความกระวนกระวายคือภาวะเดียวยังมีความกระวนกระวายนะยังมีมีภาวะเดียวด้วยเฉพาะสัญญาว่าป่าเท่านั้นคืออันหนึ่งที่เรายึดอยู่ก็ขออธิบายนิดนึงซะก่อนก่อนจะตอบเพราะฉะนั้นถ้าเราสมมุติอะไรรวมลงมาเป็นหนึ่งเราก็ต้องว่างจากสิ่งอื่นหมดเราไม่แก่แต่ก็นึกว่าอยู่ในบริเวณนี้ขณะนี้มีอะไรอันตรายเยอะแยะเลยถ้าเราจะแบ่งแยกบอกว่ามีคนมีส่วนผสมอะไรแยกแยกกันหมดเลยตามสมมติโลกโลกทั้งสิ้น 5 เราก็จะมีการแบ่งแยกออกไปหมดเลยไม่รวมลงเป็นหนึ่งเพราะฉะนั้นเมื่อเราจะรวมลงเป็นหนึ่งเราก็ต้องเห็นว่าสิ่งพวกนี้คือสมมุติโลกที่มันจึงเกิดพึงเป็นตามเหตุของโลกถ้าใครจะบอกว่าไอ้นี่มีค่าเพราะมันเป็นขวดถ้าใครเอาเพชรมาวางไว้ตรงนี้ไอ้นี่เป็นเพชรแล้วก็เดือดร้อนนะไม่เอาสักหวั่นไหวในเพชรเอาเพชรมาวางไว้ตรงนี้ชักไม่พอดีถ้าเอาแบงค์ร้อยมาวางเผื่ออยู่บนโต๊ะนี้สักวันไว้แล้วไม่อาเมนทาแล้วแกจะมีอกุศลจิตหรือกุศลกิจจะเกิดขึ้นไปแล้วคนลึกดีก็บอกว่าของใครนี่เก็บสิไอ้คนที่มึงนึกดีมีอกุศลก็บอกว่าไม่ต้องไปบอกต้องเปลี่ยนแปลงเผลอๆเราค่อยไปกินมันก็เป็นได้เพราะอะไรเพราะจิตมันไม่นิ่งแล้วมันเดินช้า หวั่นไหวไปแล้วแล้วก็จะรับความกระทบกระเทือนเฟื่องฟูออกมาคิดไปในทางต่ำหรือทางสูงได้คิดไปได้แต่ถ้าเผื่อว่าเราไม่สำคัญมั่นหมายมันเลยไม่ไปตีค่าอะไรเข้ามาเลยเงินก็เงินที่แบงค์ๆกองอยู่บนโต๊ะต่อเฉยเออเฮ็ดวางอยู่บนนี้ก่อนเฉยแก้วน้ำขวดน้ำก็เฉยเหมือนกันกับแก้วน้ำวางอยู่เพชรเม็ดนึงก็เหมือนกับแก้วน้ำเฉยๆไม่สะดุ้งสะเทือนอะไรเห็นแล้วก็เฉยมีเงินทองวันนี้ร้านนึงเห็นแล้วก็เฮ้ยมันก็เห็นกาน้ำใบนี้วางอยู่บนนี้เธอไม่ไปสำคัญมั่นหมายอะไรด้วยไม่ไปกำหนดไม่ไปสมมุติด้วยใครจะถึงนี้ก็เพชรมีค่าเงินมีค่าไม่สมมติด้วยใครจะสมมติว่าแก้วมีค่าหรือน้อยค่ากว่าเพชรน้อยมากกว่าเงินไม่สมมติด้วยเห็นอยู่ในนี้สักแต่ว่าเป็นสภา รักเดียวเฉยๆอยู่ไม่ไปแยกไม่ไปสมมุติอะไรด้วยเลยรู้แต่ว่าเราอยู่ณที่นี้ที่หนึ่งที่เดียวแล้วก็อยู่เสมอว่าแค่สำคัญว่าตรงนี้ที่เราอยู่เท่านั้นเองไม่ไปสมมุติอะไรเพิ่มขึ้นเลยนี่คือความคำอธิบายของพระพุทธองค์ที่หมายถึงเมื่อกี้นี้เธอรู้ชัดว่าสัญญานี้ว่างจากสัญญาว่าบ้ามีท่านอธิบายเหมือนกับที่อาตมาอธิบายแล้วอาตมายังไม่ได้อ่านต่อตรงนี้เธอรู้ชัดว่าสัญญานี้ว่าจากสัญญาว่าบ้านสัญญานี้ว่าจากสัญญาว่ามนุษย์และรู้ชัดว่ามีไม่ว่างอยู่ก็คือสิ่งเดียวเฉพาะสัญญาว่าป่าเท่านั้นที่ท่านแยกแยะแค่บ้านแต่มนุษย์อาตมาแยกแยะมาก จนกระทั่งถึงเพชรสีเงินให้ฟังเพื่อที่จะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกันและเราก็สัญญาเราก็เป็นแต่เพียงกำหนดลงไปได้แค่ว่าไอ้นี่คือสภาวะหนึ่งอยู่ในแดนหนึ่งอยู่ในโลกโลกหนึ่งมีความว่างเปล่าถึงแม้จะมีสิ่งพวกนี้พวกนี้พวกนี้อยู่เท่าไหร่เท่าไหร่ก็ตามแต่มีคนอยู่มีต้นไม้อยู่มีเทพอยู่มีขวดอยู่หรือสมมุติจนกระทั่งแม้เอาเพชรมาวางไว้ตรงนี้เอาแบงค์ร้อยมากองไว้บนโต๊ะนี้ก็เหมือนกันเราไม่มีความหวั่นไหวเราไม่มีความไปสมมุติอะไรตามเลยสมมุติแต่เพียงว่าอย่างเดียวแต่ว่าเรายืนอยู่ในโลกหรือว่าอยู่นะนั่งอยู่ที่นี่ว่างๆเฉยๆคนอื่นไว้ตามก็เห็นว่าของเหล่านี้มีอะไรแปลกๆต่างกันไปแต่เราไม่ เราเฉยๆเป็นอาการอย่างนั้นและรู้ชัดว่าไม่มีไม่ว่าอยู่สิ่งเดียวคือเฉพาะสัญญาว่าฝากเท่านั้นด้วยอาการนี้แหละเธอจงพิจารณาเห็นความว่างนั้นด้วยสิ่งที่ไม่มีอยู่ในสัญญานั้นเลยเธอจึงพิจารณาเห็นความว่างนั้นด้วยสิ่งที่ไม่มีอยู่ในสัญญานั้นเลยท่านให้พิจารณาสิ่งที่เราไปยึดถือสิ่งที่เราเตรียมไปยอมสมมุติอยู่ในนั้นด้วยแล้วสัญญาเหล่านั้นอย่าไปยึดถือจงเห็นว่าสิ่งที่ไม่มีอยู่ในสัญญานั้นด้วยหมายความว่าจงเห็นให้ได้ว่ามันมีอยู่ก็ช่างมันไกลเราไม่มีเราไม่เกี่ยวข้องมันจะเป็นของเรา กระเป๋าหรือของใครก็ไม่เกี่ยวไม่แตะต้องความหมายอย่างนั้นไม่เกี่ยวข้องเลยจะเป็นของเราหรือของใครก็ไม่เกี่ยวมีอยู่ก็พยายามเห็นความว่านั้นด้วยสิ่งที่ไม่มีอยู่ในสัญญานั้นหมายความว่าเห็นความว่างนั้นเป็นว่างจริงๆแม้จะมีสิ่งที่มีอยู่สิ่งที่ไม่มีอยู่ก็เหมือนจะมีสิ่งที่ไม่มีอยู่เท่านั้นเองฟังให้ดีนะเหมือนกับสิ่งที่ไม่มีอยู่เงินมันมีก็ช่างมันเหมือนมันไม่มีเพชรมันมีก็ช่างมันเหมือนมันไม่มีคนมีก็ช่างมันเหมือนมันไม่มีเหมือนกับสิ่งไม่มีอยู่ในสัญญาคือในความรู้สึกเท่านั้นเองท่านหมายความว่าอย่างนี้และรู้ชัดสิ่งที่เหลืออยู่ในสัญญานั้นอันยังมีอยู่ว่ามีและ ให้รู้ด้วยนอกจากเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีแล้วก็รู้ชัดลงไปอีกด้วยว่าไอ้นี่โง่เขาเรียกว่าเงินไอ้นี่โลกเขาเรียกว่าเพชรไอ้โลกเค้าเรียกว่าขวดนี่ก็โรคเขาเรียกว่าเทปนี้โลกเขาเรียกว่าคนมีโลกเขาเรียกว่าต้นอโศกให้รู้ชัดอย่างนั้นให้ได้ด้วยแต่สำหรับเราไม่เกี่ยวเราโลกนี้จะมีขวดมีกระดาษโรคนี้จะมีต้นผสมนี้ก็ได้โลกนี้จะมีเทปนี้ก็ได้โลกนี้จะมีเพชรนี้ก็ด่าโลกนี้จะมีเงินแบงค์ร้อยของอยู่ตรงนี้ก็ได้หรือไม่มีก็ตามมีความหมายของท่านดูแม้อย่างนี้ก็เป็นการก้าวลงสู่ความว่างตามความเป็นจริงไม่คลาดเคลื่อนบริสุทธิ์ของทุกสิ่งนั้นผู้ใดที่พิจารณาอย่างนี้ ยาที่อาตมาว่ามาแล้วนี่ก็เป็นการอยู่ในหรือว่าต้องเป็นการก้าวลงสู่สุคติวิหารหรือก้าวลงสู่ความว่าตามความเป็นจริงไม่กล้าไม่คิดค่าเคลื่อนบริสุทธิ์ของทุกสิ่งนั้นท่านยืนยันว่านี่แหละคืออาการของการทำสัญญาเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดจะถึงศิลปะวิหารได้ก็ต้องพยายามให้มันหลุดพ้นคือเรียกว่าให้รู้ให้ได้ก่อนแล้วทิ้งให้ได้ด้วยเดี๋ยวบอกถึงจะตัดรีโมทถึงจะต่อวีโว่หมายความว่ารู้ความจำเป็นของความรู้หมายความว่าความรู้ในการหลุดพ้นด้วย คือความรู้ในการที่จะหลุดพ้นอันนั้นถ้าใครรู้ในสุญญากาศวิโมกข์ได้แล้วก็ทิ้งให้ได้ถึงไม่ได้ทิ้งสิ่งที่ควรทิ้งอย่างเมื่อกี้เนี่ยเรารู้ให้ได้ว่าไอ้นี่มันเป็นสมมตินะเพชรที่วางอยู่บนนี้ก็เป็นสมมุติแบงค์ร้อยจะเอามากระจายอยู่บนโต๊ะนี้ก็เป็นสมุดเขตนี้ก็เป็นสมมุติคนนี้ก็เป็นสมมติเทพนี่ก็เป็นสมมติต้นอโศกนี่ก็เป็นสมมุติรู้ให้ได้ว่ามันเป็นสมมติเมื่อรู้ได้แจ้งแท้ในใจแล้วถึงจะถึงถึงจะตัดรีโมทถ้ารู้ยังไม่ได้ไม่เสร็จถึงจะสามารถเป็นสมมติแล้วใจเราอย่าไปยึดถือยาวไปนำทางด้วยให้รู้มันเป็นสิ่งที่เราเป็นสมมติจริงๆแต่โลกเขาเองโลกเขายึดถือเป็น โลกเขายึดถือนี่เขาเรียกว่าคนถ้ามีผู้หญิงกับผู้หญิงหรือผู้ชายแตกต่างกันก็ยึดถือไปหมดเลยมีความแตกต่างมีการเทียบค่ามีการสร้างค่าสร้างไอ้ติดตามไม่ได้สูงไอ้นี่จะต้องบวกไอ้นี่ไอ้นี่จะต้องลบไอ้นี่ตลอดเวลาเลยเพราะฉะนั้นถ้าเรารู้อย่างนี้ได้แล้วด้วยแล้วเราก็วางจะได้จึงเรียกว่าสุริยุปราคานั่น เป็นเพื่อนอยู่เป็นเครื่องที่อยู่ในตนสบายเปล่าว่างได้ไม่ยึดถือเห็นศัตรูเห็นรู้สักแต่ว่ารู้แต่เหมือนกับไม่มีเหมือนกับไม่รู้เหมือนไม่มีเหมือนไม่มีภาษาพูดภาษาพูดแต่ทีนี้ถ้าใครมีอารมณ์นะรู้ว่าคุณก็ตัดเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นเข้าใจอย่างนั้นนะเข้าใจซึ้งเลยไม่ต้องไปพูดอะไรกันมากฟังเดี๋ยวนี้แค่นี้ก็จำได้ตลอดกาลเวลานี้จำได้เดี๋ยวนี้ไปเลยไม่ต้องไปท่องด้วยทันทีแต่คนไหนที่ยังไม่รู้แล้วก็มานั่งเฝ้ารอถึงเจ้าสาวถึงบอกมันแตกต่างกันถึงจะตายยังไงก็ต้องเป็นระดับไปอะไรต่อไปที่ท่านอธิบายละเอียดแต่ภาษาของท่านพระพุทธเจ้าท่านอธิบายให้ผมฟังแค่นี้นะท่านเข้าใจกันแล้วเพราะมันไม่มีเรื่องมากเพชรมันก็ไม่มีแบงค์มันก็ไม่ มันเป็นเจ้าเป็นนายเลยมีอำนาจเหนือหัวคนเหลือเกินมันมีอำนาจเหนือหัวคนจริงๆเพราะคนนี่โอ้โหสู่ภพมันเหลือขนาดเลยมันจึงลำบากลำบากต้องอธิบายเน้นแล้วเน้นอีกย้ำแล้วย้ำอีกให้เห็นเป็นสมมติให้ได้ก็ไม่เชื่อบอกเอามาหน่อยสัก 100 ไม่ได้หรอกแหมเอาไปได้ไงเราต้องรออย่างนั้นเพราะฉะนั้นจึงบอกว่ามันยึดอยู่นั่นแหละมันไม่รู้จักวางมันมีค่าอะไรถ้าเราไม่ไปไอ้นั่นมันไม่ไปหลงผิดมันไม่มีค่าหรอกมันเป็นการสมมติในโลกเท่านั้นเองเห็นว่าเราจำเป็นต้องเดินผ่านแบงค์ร้อยจะตายขาดเพชรจะตายไม่ได้ทั้งๆที่ไม่มีเพชรก็มีเงินหาเงินยังไม่พอจะไปผ่อนส่งกับเพชรมาวันหนึ่งหมื่น เป็นบัตรเป็นอย่างนี้โดยเฉพาะผู้หญิงถ้าผู้ชายยังไม่เท่าไหร่พูดถึงเรื่องเซตยังไม่ค่อยเท่าไหร่พวกผู้หญิงแหมไม่มีเพชรไม่มีต้องไปผ่อนส่งมาให้ได้เงินจะใส่ก็ไม่เคยจนเงินจะไปให้เขายังไม่พอเลยจะต้องเป็นของสำคัญอย่างนั้นน่ะถึงเรียกว่าไปยึดไปถือมันมากแล้วมันก็ทุกข์ไปนั่งผ่อนส่งก็สงัดๆๆเอาไปทุกข์แต่เพียงแต่เพียงเพื่อจะได้เช็คมาไว้ในมือผมใช้ของเพชรไปซื้อก็เดินซื้อไปใส่มันจะไปกินเลยมันไม่มีค่าอะไรกันนักหนาโดนเข้าไปในไก่ไม่ติดอย่าไปกินเม็ดข้าวเปลือกทุเรียนก็ไม่ได้มันจะมีค่าอะไรกันนักหนาปฏิบัติก็ไม่สนใจอะไรนะผมจะต่อวิหารเท่านั้นในขณะนั้น ผู้ที่ปฏิบัติและผู้ที่รับแล้วก็แน่นอนก็ต้องเห็นมันถึงจะต่ำวิหารเป็นของสูงที่สุดแต่ก่อนจะเป็นศิลปะวิหารได้มันต้องมีศิลปินโมกและมีสูญญากาศวิมุตซะก่อนเมื่อมีศัลยกรรมปาฏิหาริย์มันก็ไม่มีมันก็เป็นแต่เพียงสักแต่ว่ารู้จักแต่ว่าเห็นตาไม่บอดใจไม่ใจไม่หลับทุกอย่างรู้ทุกอย่างเห็นแต่ทุกอย่างไม่รู้ทุกอย่างไม่เห็นมีสภาวะฟังเพลงฟังให้ฟังทุกอย่างรู้ทุกอย่างเห็นแต่ทุกอย่างก็ไม่รู้ทุกอย่างก็มีฉันไม่เคยคุยแล้วสภาวะไม่ใช่พูดเพราะเป็นสภาวะไม่ใช่พูดแต่ภาษาพูดก็พูดอย่างนี้ฟังแล้วบ้าเพราะว่าที่รู้ก็เห็นทุกอย่างรู้ทุกอย่างแต่ทุกอย่างไม่รู้ทุกอย่างไม่เห็น คือภาษาพูดที่มันบ้าๆแต่สภาวะมันไม่บ้าหรอกมันรู้มันเห็นจริงแต่ไม่เอาด้วยแต่ไม่เอาด้วยมันก็เหมือนว่าเราไม่รู้เราไม่เห็นเหมือนกันกับไก่มันบอกว่าเอาเพชรไปโยนให้มันมันบอกว่ามันไม่รู้มันไม่เห็นด้วยเดี๋ยวเพชรเหรอหรือไม่เห็นเข้าท่าอะไรเลยมันก็เหยียบไปเลยพี่เพชรก็จะเหยียบเลยเอาแบงค์ร้อยไปโยนให้มันเหลือสิ้นถ้าเกิดเม็ดนึงก็ไม่ได้มันไม่เอาด้วยเพราะมันไม่สมุดด้วยแต่ขณะนี้เวลานั้นก็มีไก่มันก็เป็นสมุดภาพไก่มันไม่ยึดติดคราบเปลือกด้วยนะไก่มันก็สูญเสียตาเหมือนกันทีนี้จ่ายมันก็ยังยึดติดสิ่งที่มันยังกินอยู่อย่างหนึ่งและสิ่งที่มันยังเสพยังหลงอยู่อีกอย่างนึงเหมือนกันแต่มันไม่มีปัญญาที่จะมาอธิบายถึงชะตาให้มันฟัง ไม่ได้มีปัญญาแน่คนนี่แหละมีปัญญาที่จะรู้ได้เพราะฉะนั้นพยายามเข้านอกจากจะไปรู้ด้วยฟังไปแล้วต้องพยายามไปค้นหาสภาวะที่ว่านี้ให้เจอด้วยจะมาโมเมโมเมเอาไม่ได้จะค้นได้ยังไงคนได้ที่ทำสิบอกแล้วว่าอย่าติดสมมุติแสดงว่าอยู่ในกระเป๋าเนี่ยเขาบอกว่าเราไม่ถือสมุดด้วยอ่าวันนี้มีแบงค์ร้อย 5 6 ใบเอาไปทำทานทั้งหมดเลยดูซิจ่ายมันจะวิมุตออกไปได้ด้วยไหมเออก็ดีกระเป๋าเมื่อกี้นี้มีตั้ง 500 บาทตอนนี้มีบูทจาก 500 บาทซะแล้วหลุดพ้นจาก 500 บาทแล้วมีว่างเปล่ามีแต่กระเป๋าว่างเปล่าเงิน 500 บาทมีวุฒิไปแล้วลองทำดูสิแล้วใจมันจะเป็นยังไงวัตถุดิบไปแล้ว 500 บาทเอาไปทำทานหมดหรือเอาไปทำประโยชน์ที่มัน เอาไปทำหมดแล้วไม่มีแบงค์ร้อย 5 ใบอยู่ในกระเป๋าแบงค์ร้อยจึงสูญญากาศไม่มีแบงค์ 100 จึงว่างเปล่าจริงๆไม่มีแบงค์ร้อยในกระเป๋ากระเป๋าจึงว่างเปล่าจากแบงค์ร้อยแต่ทีนี้เมื่อเวลานั้นแหละมาดูใจตัวเองที่เป็นยังไงใจก็ยังเป็นยังไงยังรอนๆคิดถึงแบงค์ 105 ใบนั้นยังร้อนๆมั้ยบางคนไม่ลอนดอนธรรมดานะเจ็บปวดเอาด้วยกว่าจะหามาได้ 500 กว่าจะออกไปเจ็บปวดแล้วด้วยแต่คนไหนไม่เจ็บปวดแต่ยังร้อนๆอยู่คนนั้นก็ยังมีปฏิทินว่างเปล่าแต่ประยุทธ์อะไร ดีแล้วเราทำบุญไปตั้ง 500 บาทเราได้บุญไว้แล้วเป็นรูปเป็นร่างวาดบุญไว้เป็นรูปเป็นร่างเลยไม่ร้อนๆหรอกแต่ดีใจกับคุณผู้ที่ยังมีอารมณ์ดีใจอย่างนั้นอยู่นั่นแหละจึงเรียกว่าพรหมเรียกว่าพรหมเรื่องก็พูดอย่างนึงที่สร้างไว้เป็นลมๆเป็นลมลอยลูกแล้วก็ยังหลงดีใจกันอยู่ยังมีสิ่งที่ยึดถืออยู่แต่ถ้าพรุ่งนี้เงิน 500 บาทก็สูญเสียไปแล้วหายไปแล้วไม่มีแล้วให้เขาไปหมดจริงๆทำประโยชน์กับโลกไปหมดแล้วใจก็ไม่ร้อนๆดินก็ไม่นึกถึงอะไรก็ไม่นึกถึงอยู่จ่ายคนกลับลงไม่มีคำว่าแบงค์ ไม่มีอะไรเลยในใจว่างเปล่าใจก็ว่างเปล่าแบงค์ร้อยก็หายไปจริงๆด้วยผู้นั้นแหละจึงวิมุติทั้งสภาวะมีบุตรทั้งของจริงๆแล้วพี่ไม่เข้าใจด้วยนี่แหละอาการที่เราจะทำเพราะฉะนั้นถ้าใครยังไม่เคยเลยที่จะควักแม้แต่ 100 บาท 10 บาท 20 บาทให้คนอื่นไปดูซิไม่มีเคยไม่เคยมีผ่านเลยคิดดูซิว่าเราจะได้เราจะเจอสภาวะไหมมันก็ได้แต่หลักการที่อาตมาอธิบายให้ฟังเนี่ยแล้วก็อาจจะมีหลักการอะไรมาให้ฉันดูแล้วเข้าใจซาบซึ้งแล้วใครมาถามอธิบาย ขอแค่เงิน 5 บาท 10 บาทแล้วมันจะรีบูทลงไปได้ยังไงไม่ให้มันไม่ได้เพราะฉะนั้นแม้กระทั่งของหวานของคาวของอร่อยก็ยังอยากได้ไอ้นี่เมียฉันไอ้นี่ลูกฉันไอ้นี่ข้าวของฉันไอ้นี่ยศฉันไอ้นี่ฐานะฉันแหมไอ้นี่สรรเสริญของฉันเขาบอกว่าฉันเป็นอาจารย์เออฉันยกฉันเป็นอาจารย์ยังยึดแม้กระทั่งคำว่าอาจารย์ไว้คือยกคำว่าแหมฉันเป็นรัฐมนตรีติดอยู่ที่รัฐมนตรีมันก็ไม่มีรีโมทได้มันก็ไปติดติงๆไม่จริงจากตรงนี้แล้วแต่ตรงนี้ได้แล้วเป็นสิ่งที่อยู่ตรงนี้มันจะหลุดได้จริงๆต้องตัดอกตัดใจแล้วก็ตกกระทำในวาระนั้นสิ่งนั้นลองดูสิถ้าไม่ได้ลอง ภาพพระพุทธเจ้าไม่ลองไปนั่งแม้กระทั่งโอ้โหต้องเป็นทุกข์ของสุริยาจับนิดนึงพอจะลูกหนังขนก็ติดมือขึ้นมาถึงอยากจะอธิบายไว้นะถ้าท่านไม่เป็นรองอย่างนั้นท่านก็ไม่รู้หรอกว่าสภาวะสุดโต่งอีกอย่างนึงมันถึงขนาดไหนแล้วท่านประธานด้วยว่าจะไม่

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน