โลกุตระมีจุดสำคัญอยู่ที่จัดการเวทนาให้เป็น 0.docx
เนื้อหาในไฟล์
โลกุตระมีจุดสำคัญอยู่ที่จัดการเวทนาให้เป็น 0 (๑๒) รู้แบบนี้คือโลกียะ นั่นคือ ยังเป็น“ความรู้่-ความฉลาด”ที่ไม่มี“นิพพาน” ไม่มี“สุญญตา” ไม่มี“อนัตตา” ไม่สามารถรู้จักรู้แจ้งรู้จริงความเป็น“วิญญาณ” หรือความเป็น“เทฺว”อย่างบริบูรณ์สัมบูรณ์ ยังเชื่อว่า“วิญญาณ”หรือ“อัตตา-อาตมัน”มีอยู่นิรันดร
(๑๓) แต่รู้แบบนี้คือโลกุตระ จึงไม่สามารถจัดการความเป็น“วิญญาณ”หรือ“เทฺว” จนกระทั่งรู้จักรู้แจ้งรู้จริงใน“ความรู้สึก(เวทนา)”ของตนว่า“ไม่มีสุข-ไม่มีทุกข์ในจิต” พิสูจน์ได้ว่า มันคือ“มายา”ที่เราหลงเป็นทาสมัน เราสามารถ หมดสิ้น“สุข-ทุกข์”ในความ“กิเลสกาม”ได้แท้ๆ นั่นคือ จิตเป็น“เนกขัมมสิตอุเบกขา”ได้จริง เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดคือไม่สามารถ“สิ้นสุด“วิญญาณ”ของตน ถึงขั้น“ปรินิพพานเป็นปริโยสาน”ได้สำเร็จ ความรู้“โลกุตระ”ของพระพุทธเจ้าซึ่งชื่อว่า ศาสนาที่รู้จักรู้แจ้งรู้จริง“เทฺว” จนกระทั่งสามารถทำให้เป็น“อเทฺว”ได้สำเร็จ พ่อครูว่า…สุดยอดเลยความรู้ของพุทธเจ้า รู้ว่าจุดสำคัญอยู่ที่เวทนา ถ้าเรียนรู้เวทนาตีแตกสุขทุกข์ได้ แล้วเปิดเผยเลยว่าเจ้าสุขทุกข์ เอ็งเป็นมารยา อย่ามาเสนอหน้า ข้ารู้ทันเจ้าแล้ว เจ้ามายาวิ่งตูดแป้นหนีไปเลย อันนี้เรื่องจริง เพราะฉะนั้นคนใดที่ชัดเจนในความสุขความทุกข์ แล้วไม่ติดในความสุขความทุกข์ จบเลยเรื่องจิตวิญญาณ ไม่ใช่ภาษาพูดเล่นเท่านั้น ต้องรู้จักอาการ ลิงค นิมิต ของอาการสุขอาการทุกข์ รู้ลักษณะของบวกกับลบ ถ้าสุขเหมือนบวก ทุกข์เหมือนลบ แต่ที่จริงซับซ้อนกันเป็นสิริมหามายา ทุกข์นั้นเป็นบวก สุขนั้นเป็นลบ เห็นว่าเอ็งโผล่แต่หน้าสุขมาหลอกข้า จับได้ ที่แท้เอ็งแท้ๆคือทุกข์ หน้าจริงๆของเอ็งคือทุกข์ แต่หน้าที่เอามาหลอกข้าคือหน้าหลอกว่าสุข เอ็งอย่ามาหลอกข้าเลย เอ็งไม่มีตัวต
อ่านต่อ
นหรอก อย่ามาทำให้ข้าหลงว่าจะต้องเป็นสุข มีสุข อย่ามาหลอก สุขทุกข์ไม่มีตัวตน ผู้ที่ชัดเจนเข้าใจอย่างนี้จริงๆ ก็เรียนรู้อารมณ์ของตัวเองที่เป็นเวทนา ว่ามันยังติดในความสุขความทุกข์ คุณก็ไม่จบ ถ้าหมดจริงๆอ่านอาการแล้วทำอาการของจิตให้ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ได้จริงๆเลย เป็นสภาวะธรรมที่ละเอียดลออบางเบาสูงสุด ทำได้แล้วมันก็จบในความเป็นจริงของสัตว์โลก คนที่ไม่มีติดสุขติดทุกข์เท่านั้นแหละ จะเป็นคนที่มีปัญญาเปิดโลก เปิดเอกภพ เปิดมหาจักรวาลเลย จะรู้ทุกอย่างเลย จะเข้าใจว่ามนุษย์อยู่ด้วยกันปรุงแต่งตั้งแต่ 2 หน่วย 3 หน่วย 4 หน่วย 5 หน่วยเป็นสังขาร เป็นวิญญาณ เป็นนามรูป เป็นอายตนะ เป็นผัสสะ เป็นตัณหา ตัวแส่หาทั้งหลายแหล่ ไม่เคยหยุดหย่อนเลย เสร็จแล้วพักหยุดบ้าง แต่เวลาพักก็ไม่ได้หยุดสนิท พักก็ยังปรุงอยู่นั่นแหละเป็นอุปาทาน สุดท้ายก็เลย ศัพท์เรียก ภพ ชาติ ภพคือแดน ชาติคือตัวเกิด เป็นคู่สุดท้าย ดับภพก็ดับชาติ ดับชาติก็ดับภพ ดับอุปทานก็ดับตัณหา ดับตัณหาก็ดับอุปาทาน 640613_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เปิดยุคบุญนิยมเล่ม 2 ตอน 2