หลับตาปฏิบัติไม่ได้ปัญญาแต่ได้เฉกา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.10 KB
วันที่แก้ไข13 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

หลับตาปฏิบัติไม่ได้ปัญญาแต่ได้เฉกา (๑) บุญต้อง “ทำเป็น” คืออย่างไร ฉบับนี้เราจะสาธยายเรื่อง“ภพ”กันให้ละเอียดยิ่งๆขึ้น โดยเฉพาะคำว่า“บุญ”ตามชื่อหนังสือเล่มนี้นี่แลที่สำคัญนัก “บุญ”คือ พลังงานของจิตใจที่ผู้เรียนรู้จะต้อง“ทำ”ให้เป็น “ทำเป็น”คือ เริ่มทำให้มีพลังงาน“ฌาน”ที่เกิดจากการปฏิบัติตามกระบวนการ“จรณะ ๑๕ วิชชา ๘”อย่าง“สัมมาทิฏฐิ” (๒) บุญถ้าทำไม่เป็นคืออย่างไร? หากทำไม่เป็น หรือทำอย่าง“มิจฉาทิฏฐิ” ก็ไม่เป็น“พลังฌาน”แบบพุทธแน่นอน ซึ่งมีก็แต่“ฌาน”โลกีย์สามัญทั่วไป นั่นคือ ส่วนมากคนโลกีย์สามัญก็จะทำเป็นแต่“ฌาน”ที่เกิดจาก“หลับตา”ปฏิบัติกัน ตามแบบเดียรถีย์ทั่วไปรู้กันปกติ พ่อครูว่า…ทุกวันนี้แทบจะไม่มีฌานแบบพุทธที่สัมมาทิฏฐิเลยในยุค 2,500 กว่าปีนี้ อาตมาก็มาเปิดเผยยืนยันเตือนสติให้ตรวจสอบ ว่าทำฌานกันนั้น จะลืมตาทำหรือหลับตาทำก็ตาม แต่ส่วนมากจะหลับตาทำ ลืมตาทำ เขาก็ไม่มั่นใจว่าจะเป็นฌานแบบพูดหรอก อย่างท่านติชนัทฮันห์ หรืออย่างท่านพุทธทาส จะไปเรียกว่าลืมตาสมาธิ ไม่ใช่เรียกฌาน ซึ่งฌานกับสมาธิก็ต่างกันไกล เพราะสมาธิเป็นผลของการทำใจกับการทำฌาน ฌานเป็นตัวกลางเท่านั้นเอง (๓) ปฏิบัติธรรมแบบหลับตาจะไม่มีวันเกิดธาตุรู้ที่เป็นโลกุตระ! เพราะการปฏิบัติธรรมแบบ“หลับตา”นั้น ไม่มี“สัมผัสด้วยทวาร ๕ ภายนอก” จะไม่ทำให้เกิด“อัญญธาตุ(ธาตุรู้ชนิดอื่น)”ที่เป็นธาตุรู้ของสัตวโลกหรือ‘จิตนิยาม’ อันเป็น“ความรู้-ความฉลาด”ที่แตกต่างกันคนละโลก คนละตระกูลกับ‘ความรู้-ความฉลาด’แบบ“คนโลกียะ”เกิดในจิตของคนผู้นั้นได้เป็นอันขาด พ่อครูว่า…เพราะไปหลงว่านั่งหลับตาแล้วจะเกิดปัญญาขึ้นปึ๊งเลย ฌาน ของพระพุทธเจ้าต้องมีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ เพราะว่าฌานของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ไปหลับตา ฌานของพระพุทธเจ้าต้องปฏิบัต

อ่านต่อ

ิมรรคมีองค์ 8 ในขณะทำงานอาชีพขณะทำการงานทุกอย่างขณะพูดอยู่กำลังคิดอยู่ เป็นการงานที่อยู่ในปัจจุบันตื่นเต็ม มีสติเต็มตื่นทั้งนอกทั้งใน แล้วก็เรียนรู้จัดการ เมื่อเกิดจิตสังขารอยู่ข้างในแล้วก็ต้องมาแยกธัมมวิจัย แยกกิเลสออกจากจิต แล้วก็จัดการใช้ปัญญาอันยิ่ง จนกิเลสมันสู้ไม่ได้ไม่อยู่เลย จนมีพลังงานของปัญญาทำให้กิเลสไม่กล้าเข้าใกล้และไม่เกิดอีกในจิต นั่นคือผลสูงสุด ศัพท์เรียกความรู้ความฉลาดเฉลียวทางโลกรู้ถึงขั้นเป็นศาสดาองค์ใดองค์หนึ่งก็ตาม ก็มีธาตุรู้ชนิด เฉโก ทั้งนั้น ภาษาเฉโก ไม่ใช่เป็นคำว่า แต่เป็นความฉลาดที่ไม่ใช่ความสะอาดบริสุทธิ์ เป็นความฉลาดที่มีกิเลสเข้าไปผสมหรือไปควบคุม เข้าไปบัญชาการอยู่ เป็นความฉลาดอย่างนั้น ซึ่งไม่ใช่ความฉลาดแบบปัญญา ปัญญานั้นพอรู้ตัวแล้วฝึกออก เป็นความฉลาดแบบใหม่และมีวิธีแบบใหม่ สามารถที่จะเรียนรู้จิต เมื่อจิตเกิดความฉลาด เฉโก รู้ทัน มีกิเลส จับกิเลสออกได้ เอากิเลสออก ก็เกิดปัญญาเกิดความฉลาดที่ไม่มีกิเลสไปตามลำดับ จนเด็ดขาดทำให้จิต ไม่มีกิเลสเข้ามาร่วมปรุงเลย จิตจึงเป็นปัญญาเต็มรูปบริสุทธิ์สะอาด ถาวรด้วย เป็นพระอรหันต์ขึ้นไปก็ถือว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถในการทำจิตของตนให้สะอาด แล้วก็แข็งแรง จนกิเลสใดๆก็ไม่กล้ามารอหน้า ไม่กล้าเข้าใกล้ อย่าว่าแต่เข้ามาในจิตเลย มาแต่ไกลโน่น พอเห็นเรามา รังสีของปัญญารังสีของพระอรหันต์ กิเลสมันเห็นพระอรหันต์มาปั๊บ เข้ามารัศมีที่มันรับได้ มันวิ่งหนีตูดแป้นเลย นี่อธิบายเป็นภาษาให้ฟังสนุกๆง่ายๆแต่จริงนะ ที่อาตมาพูดนี้มันจริง มันมีฤทธิ์มีอำนาจถึงขนาดนั้นนะ พระอรหันต์ที่แข็งแรงจริงๆ ยิ่งเป็นโพธิสัตว์นี้ยิ่งรู้ดี ก็พูดไปตามที่อาตมาเป็นโพธิสัตว์ ตามที่รู้ อธิบายพูดให้ฟังอย่างนี้ ถ้ายังไม่มีอัญญธาตุ ก็จะไม่มีพวกนี้เลย อัญญธาตุ เป็นสิ่งที่มนุษย์สามัญไม่เคยมีมาก่อน โกณฑัญญะเป็นคนแรกที่มี อัญญธาตุ อันเป็น“ความรู้-ความฉลาด”ที่แตกต่างกันคนละโลก คนละตระกูลกับ‘ความรู้-ความฉลาด’แบบ“คนโลกียะ”เกิดในจิตของคนผู้นั้นได้เป็นอันขาด พ่อครูว่า…ธรรมดาในโลกจะไม่มีทางเกิดปัญญาในคนโลกียะได้เป็นอันขาด ถ้าไม่ได้ยินโลกุตรธรรมจากผู้รู้ผู้ที่มีสัมมาทิฐิในโลกุตรธรรมแล้ว หรือจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า เกิดเองไม่ได้ ความรู้ปัญญา แต่เดี๋ยวนี้คำว่าปัญญาไปใช้เละเลยไปเรียก ไปเรียกเฉโกเป็นปัญญาไปหมดเลย ความรู้ขี้หมูขี้หมาก็เรียกตัวปัญญาไปหมดเลย ความฉลาดหมายถึงปัญญาด้วย ไม่นึกถึงคำว่าเฉโกนะ เขาว่าเป็นปัญญาหมดที่จริงแล้วมันเป็น เฉโกเท่านั้น เพราะปัญญาจริงๆคือจิตต้องรู้จักกิเลส รู้กิเลสจริงๆแล้วลดกิเลสได้ ถ้าคุณไม่มีความสามารถรู้จักกิเลส แยกแยะกิเลสได้แล้ว ทำให้ลดกิเลสได้ คุณก็ยังไม่มีธาตุรู้ตัวที่ทำได้อย่างนั้นจริงๆที่เรียกว่าเป็นธาตุ รู้ปัญญาคุณจะไม่มีธาตุรู้ตัวนั้นเลย 640613_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เปิดยุคบุญนิยมเล่ม 2 ตอน 2

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน