อายะ 3 ของพุทธสุดประเสริฐ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข13 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

อายะ 3 ของพุทธสุดประเสริฐ เรียนรู้ตัว 2 ได้จากเวทนา ดับได้ ทั้งสุขทั้งทุกข์ในเวทนา จบ แล้วคุณจะเป็นผู้รู้โลกหมด โลกวิทู เพราะรู้อัตตา ทำลายอัตตา จบ โลกวิทูก็รู้ด้วย สุดท้ายมีชีวิตอยู่ด้วยโลกานุกัมปายะ อยู่ด้วย อายะ 3 พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) อยู่กับมวลชน ทำประโยชน์ให้เขาทำให้คนเขาอยู่กันอย่างสงบสุข เขาติดในความสุขก็ทำให้สงบให้ได้ จนไม่ต้องติดในความสุขความทุกข์เลยสูงสุด เราก็มีหน้าที่รับใช้โลก โลกานุกัมปายะ ผู้ที่รู้ตัวแล้วว่าตัวเองไม่มีตัวตนคือผู้รับใช้โลกจริงๆ เป็นนักการเมืองตัวยิ่งใหญ่จริงๆ

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเรา ทรงงานตลอดพระชนม์ชีพ รับใช้มนุษยชาติ มีความรู้ความพากเพียรความขยัน ทรงงานด้วยความขยันอุตสาหะตลอดพระชนม์ชีพ ตั้งแต่รับเป็นพระเจ้าแผ่นดิน 70 ปี ทรงงานตลอด 70 ปีรับใช้ประชาชน จนรู้กันทั่วโลก เป็น King of Kings เป็นพระเจ้าแผ่นดินจริงๆ เป็นพระเจ้าที่อยู่บนแผ่นดิน ทำงานให้แก่โลก สร้างสรรให้แก่ทุกสิ่งทุกอย่างให้มวลมนุษย์โลก พระเจ้าแห่งแผ่นดิน แต่ก็ไปละลาบละล้วงประเทศอื่นไม่ได้ก็ทำอยู่ในประเทศไทย จนได้รับความยอมรับ เป็นความยอมรับว่า พระองค์เป็นผู้ที่เป็นผู้รับใช้มวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง เป็นนักการเมืองตัวอย่างที่สูงสุดไม่ถือองค์ ไม่ถือตัว พูดไปแล้วพวกนักการเมืองทั้งหลายแหล่ก็ฟังไป ในหลวงนี่ มีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์บอกว่า มาบริหารประเทศโดยมาสอนให้คนมาจนกัน อย่าไปแข่งอย่างอย่างโลกๆ บ้าๆบอๆ (แต่ท่านไม่ได้ตรัสบ้าๆบอๆนะ ท่านเป็นผู้ดีอาตมาพูดเติม) แต่พูดพวกนี้มั่นใจว่าให้พวกเราเข้าใจง่ายเพิ่มขึ้น ก็ยอมที่จะพูดอย่างนี้ อาตมาอยู่ในฐานะพูดได้ แต่ในหลวงท่านตรัสอย่างที่อาต

อ่านต่อ

มาพูดไม่ได้หรอก ท่านตรัสว่าต้องมาบริหารประเทศแบบคนจน สู่แดนธรรม...พ่อท่านกำลังอ่านหนังสือเปิดยุคบุญนิยม เล่ม 2 ก็มีคนถามมาบ่อยว่า ทำไมเขายังไม่ได้รับหนังสือ ทางสำนักพิมพ์กลั่นแก่นว่ากำลังทยอยจัดส่ง พ่อครูว่า…ในหลวงท่านตรัส ท่านเป็นโพธิสัตว์ที่แท้จริง ถ้าท่านไม่เป็นโพธิสัตว์จะไม่มาตรัสอย่างนี้หรอก ไม่มีหรอกในโลก พระเจ้าแผ่นดิน ประธานาธิบดีหรือนายกที่ไหนในโลก ที่จะมาบอกว่า ให้เรามาบริหารประเทศด้วยความจน จะต้องพาให้มาเป็นคนจน ต้องทำตนให้รู้จักความจนแล้วมาเป็นคนจนให้ได้จริงๆ จนคืออะไร จนคือไม่มีทรัพย์มาก ไอ้ที่ไม่มากที่สุดก็คือเป็น 0 ที่นี้จะเป็น 0 ได้ก็คือจะต้องมีคณะ มีกลุ่มหมู่ มีสาธารณโภคี เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ในสังคมสาธารณโภคีไม่ต้องสะสมอะไรเป็นของตัวเองเลย 0 มีอยู่ มีกิน มีใช้กับของส่วนกลาง ซึ่งโลกทั้งโลกเขาก็แสวงหาระบบที่จะทำให้เป็นสาธารณโภคี ประชาธิปไตยก็ตาม คอมมิวนิสต์ก็ตาม ต้องการให้เป็นสาธารณโภคีให้ส่วนกลางเป็นของส่วนกลางจริงๆ แล้วส่วนกลางนี่แหละ คุณอาศัยกินใช้ ในแต่ละคนไม่ต้องห่วงเลย อาศัยส่วนกลางมีกินมีใช้พอกินพอใช้ในชีวิต ส่วนกลางก็ช่วยกันบริหารส่วนกลางจนอย่าให้มันขาดมือสะดุดขาดแคลน ไม่มีกินไม่มีใช้ไม่อิ่มไม่เต็มไม่มีความอุดมสมบูรณ์ ไม่โง่ที่จะเอาแรงงานไปใช้กับสิ่งไม่เป็นสาระ ผู้สามารถจัดสรรให้รู้จักสร้างปัจจัยของชีวิตได้สมบูรณ์พอ มีทั้งเครื่องอาศัยทั้ง 4 มีทั้งบริขารองค์ประกอบให้สมยุคสมัยสมฐานะ เอามาใช้ทำงานได้เจริญช่วยอยู่ ไม่ได้เป็นคนถ่วงโลกไม่ได้เป็นคนมาเป็นภาระและเป็นคนมีพลังงานมีความสามารถสร้างสรรค์อยู่ในโลก แล้วเราก็อาศัยกินอาศัยใช้โดยไม่ต้องยึดว่าเป็นของเรา อาศัยใช้อาศัยกินกับของส่วนกลางนี่แหละ โดยไม่ต้องไปกังวลเลยว่าจะต้องมีเงินสะสมหรือไม่สะสมขาดมือหรือไม่ขาดมือ มีกินมีใช้อยู่อย่างสมบูรณ์ มันเป็นเศรษฐศาสตร์ที่สมบูรณ์ที่สุด ดีที่สุด เพราะต้องเข้าใจว่าทุกคนจะต้องอย่าสะสมให้แก่ตัวเอง มาเป็นคนที่จน แต่เป็นคนขยันเป็นคนที่ทำงานการสร้างสรรค์ แล้วรู้ว่าจะขยันใช้แรงงานไปสร้างอะไร อย่าไปสุ่มเสี่ยงในสิ่งไร้สาระให้เอาสิ่งที่เป็นสาระแท้ มันบังคับไม่ได้หรอกคนโง่มีเยอะ ไปใช้เวลาพลังงานกับสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ส่วนคนที่รู้สาระก็เอาพลังงานแรงงานไปสร้างสิ่งที่เป็นสาระที่จำเป็นแก่ชีวิตและสังคม เพราะฉะนั้นจึงเป็นการสงวนสิ่งที่สูญเสีย เป็นการได้พลังงาน ได้การกระทำ ทั้งความรู้ทั้งลงมือกระทำสิ่งที่เป็นเนื้อหาสาระแท้ แล้วก็มีกินมีใช้อย่างอุดมสมบูรณ์และไม่ต้องแย่งชิงกัน ใครจะกินจะใช้ก็กินใช้เต็มที่ แต่ก็ต้องรู้ว่าเรากินมากๆตะกละตะกลามมากๆมันก็เฟ้อเปล่าๆ เป็นกิเลสในตัว ก็หัดเรียนรู้ลดลงมาให้กินพอเหมาะพอดีชีวิตก็จะเท่านี้เอง กินเท่านี้อาศัยอยู่อย่างนี้ชีวิตก็สบายแล้ว ชีวิตก็จบความดิ้นรน จบปัญหา จบความเสียหายทั้งหลาย ก็เป็นชีวิตที่สงบสบายอบอุ่นอยู่กับหมู่ พูดไปแล้วมองเห็นสังคมชาวอโศก มีสาราณียธรรม 6 ดีจริง มันเป็นจริง อาตมาพูดแล้วไม่ได้ไปหลงงมงาย เป็นสังคมสาราณียธรรม 6 อยู่ด้วย สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ให้เจริญเป็นพระอรหันต์ให้ได้ แล้วจะเป็นคนมีวรรณะ 9 เต็ม เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) วรรณะ 9 คือคนจนที่ได้ระดับ ยอดขยันและก็ไม่สะสม ยอดขยันวิริยารัมภะ วันๆก็ทำงานไปไม่พักเราก็เพียร แล้วเอามารวมกันกับกองกลาง กินใช้ร่วมกันเสมอ คนไม่สะสม และขยัน ก็มีอาการที่น่าเลื่อมใส อาการของกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม น่าเคารพน่าเลื่อมใส น่าบูชา เป็นอาการของความเป็นคนที่มี ปาสาทิโก เป็นคนที่ยังมีอะไรบกพร่องก็ ขจัด จนหมดกิเลส หมดกิเลสแล้ว ก็ยังมีกายกรรม วจีกรรม ที่ยังเข้ากับใครคนอื่นยังไม่ดี ก็มาขัดเกลากายวาจาที่ยังบกพร่องของตน เป็นพระอรหันต์แล้วก็ตาม ต้องมาขัดเกลากายวาจาของตนให้เข้ากับหมู่กลุ่มให้ดีมี สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 โดยมีความพอ ใจรู้จักจุดพอดี พอเพียง ใจพอ กายพอ วจีพอ พอจุดปโหติ เหมาะควรที่สุดแล้ว สันโดษ สู่แดนธรรม...ตรงนี้ยืดหยุ่นได้ไม่เที่ยงใช่ไหมครับ พ่อครูว่า…ไม่เที่ยง ตรงสันโดษนี้ไม่เที่ยง ใจของเราเองเที่ยง ใจของเราเองพอ และใจของเรามีสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 อยู่กับสังคม อนุโลมปฏิโลมอยู่กับเขา ใครขาดเราเติม ใครเกินเราช่วยตัด อยู่กันอย่างมีปัญญา แล้วจุดยืนของตัวเองคือเป็นคนมักน้อย เป็นคนจน นี่แหละจุดสำคัญ เป็นคนมักน้อย กล้าจน บักน้อยยืนหยัดอยู่ในฐานจน เป็นคนจน พระโพธิสัตว์จะรู้ว่า ถ้าเข้าใจจุดปฏิบัติของมนุษย์ มาเป็นคนจนดีกว่าเป็นคนรวย มันก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาของเศรษฐกิจได้ อย่างเช่น ชาวอโศกเรา แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จบ จบเลยสบายแล้ว ทุกวันนี้ชาวอโศกปัญหาเศรษฐกิจไม่มี แม้แต่คุณไม่มีเงินเลยสักบาทอยู่ในนี้ คุณเดือดร้อนเรื่องเงินไหม ...ไม่ ถ้าจำเป็นต้องใช้เงิน คุณก็ไปเบิกส่วนกลาง เป็นสมาชิกของที่นี่แล้วมีสิทธิ์เบิกได้ คุณมีหน้าที่ทำงานไป รายได้ก็เข้าส่วนกลาง ไม่ต้องคำนวณ ไม่ต้องลงบัญชี ไม่ต้องไปจำ คนคิดดูแลบัญชีดูแลเงินวัตถุสมบัติ ถ้าเราจะทำโดยไม่ต้องไปดูแลพวกนั้น จัดสรร คุณก็ทำหน้าที่สร้างเท่านั้นเอง สร้างสิ่งที่ที่นี่เขาพากันสร้าง สิ่งใดเขาไม่พากันสร้างอย่ามาสร้าง อย่ามาสร้างสิ่งที่ไม่ควรสร้างในที่นี่ ไม่เอา เช่น ไปสร้างน้ำเหล้า เป็นต้น ที่ไม่เข้าเรื่องเข้าราว หรือแม้แต่ว่าสร้างกลายเป็นเรื่องมอมเมาในสังคมเราไม่เอา เราจะรู้จักสาระที่แท้จริง ชีวิตมนุษย์ที่มาเป็นคนจนและรู้จักความจนและมาเป็นคนจนสำเร็จ เป็นผู้แก้ไขปัญหาทุกอย่างจบหมดเลย ทั้งปัญหาการเมืองทั้งปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาสังคม มาเป็นคนจนให้สำเร็จ ชาวอโศกเข้าใจและทำได้ 640613_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เปิดยุคบุญนิยมเล่ม 2 ตอน 2

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน