230901-2-210 ทางเอกภาค2-ตอน210(หน้า463)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท054.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันจันทร์ที่ 1 กันยายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 ต่อที่พุทธสถานปฐมอโศกถ้าเรามาเรียนกันต่อนะฮาโลวีนไปทุกวันทุกวันทุกวันเนี่ยเราก็จะต้องฟังฟังแล้วก็จะต้องเอามาตรวจตรวจไปด้วยไอ้ที่พูดนี่ให้ตรวจไปด้วยแล้วก็เราก็เอามาตรวจในเวลาที่เราว่างเมื่อใดก็เอามาทบทวนอัตราตัวเองอยู่เสมอ อย่างที่เคยแนะแล้วว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณสามัญแล้วมันไม่ได้ตรวจตัวเองหรอกคนทั่วๆไปในโลกวันหนึ่งวันหนึ่งก็เขาพาเป็นพาไปแล้วก็ไปตามเรื่องตามราวถึงเวลาเปรียบเทียบเปรียบเทียบแล้วก็นอนหลับฝันเลอะเทอะไปตามกิเลสที่มันสั่งสมดองไว้ในใจซะอีกไปกันเลอะตื่นเช้าขึ้นมาก็ไปตามจิตที่ต้องการเป็นไปไปไม่ค่อยพอเลยนะวันๆนึงเนี่ยไปไม่ได้พอตามที่จิตต้องการหรอกนะไปกัน อย่างงี้ฟุ้งซ่านแน่นอนเดี๋ยวนี้ไปวันทั้งวันทั้งวันเปรียบเทียบหลับอีกนอนนอนตื่นเช้าขึ้นมาอีกก็ไปตามที่ใจตัวเองมันมีอะไรต่ออะไรสั่งสมเอาไว้ที่จะไปจะไปไปไปไปจะเป็นตลอดเวลาเป็นแต่อย่างนั้นมาเป็นตัวอย่างนั้นมาเราไม่เคยควบคุมให้ตัวเองนี่อยู่กับเนื้ออยู่กับตัวเราไม่เคยไม่เคยควบคุมคำว่าอยู่กับเนื้อกับตัวนี้มันมากกว่าที่พูดนี่อยู่กับเนื้อกับตัวนี่คือตัวเราเองอยู่กับตัวเราเองมีความนึกคิดตรวจว่าเออเราเป็นใครเราเป็นใครเรากำลังมีกรรมอะไรบ้างการกระทำ ใจของเรานี่เรากำลังมีการกระทำอะไรบ้างวันหนึ่งคืนหนึ่งเนี่ยเราทำอะไรบ้างตั้งแต่เช้าไปจนกระทั่งจบถึงเวลาที่เรากำลังนึกอยู่เนี่ยกำลังจะนอนหรือว่านอนตื่นขึ้นใหม่ๆหรือว่าว่างตอนใดก็แล้วแต่จะมาถึงตอนนี้เนี่ยแล้วกลัวมันจริงๆเราทำอะไรมาบ้างค่อยๆไล่มาทีเดียวอย่างน้อยวันหนึ่งคืนหนึ่งเราก็ไล่ของเรามาให้ละเอียดดูเออชั่วโมงนั้นเนี่ยกายกรรมของเรามันเลวนะก็จริงของเรามันบอกพร่องไปนะโทรตอนนั้นตอนนั้นไม่ค่อยดีตรวจมโน
อ่านต่อ
กรรมของเราชักไม่ดีแล้วตอนนั้นตอนนั้นชัดเจนเลยจำได้เลยจิตของเราขี้โรคก็ปานนั้นขี้โกรธก็ป่านนี้มีอารมณ์มีคนมีอารมณ์อย่างนี้กลัวจริงๆเราจะได้เห็นจริงสวยจริงๆเราจะได้เห็นจิตใจของเราอารมณ์ของเรากายก็ดีว่าดีก็ดีเป็นการแก้ไขทุจริต 3 ทุจริต 3 เป็นอาหารของนิวรณ์ฟังไม่ขึ้นใจจำไม่ขึ้นใจถ้าเราทำไม่ทำให้มันดีไม่ให้มันเป็นสุจริตให้เป็นทุจริตอยู่ตลอดกักกันตลอดเมื่อไรเมื่อไรเมื่อไรมันก็เป็นอาหารของนิวรณ์นิวรณ์ก็ยิ่งแก่กล้าวันนี้วอนแก่ อวิชชาก็ยิ่งใหญ่ยิ่งเราจะดับอวิชชาเราจะเลิกอวิชชาถ้าเราไม่แก้ตั้งแต่ต้นเหตุไปเราก็ไม่ได้แก่เพราะงั้นการตรวจนี่เราจะตรวจกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมตัวจริงๆถ้าไม่ตรวจไม่รู้เราไม่รู้ไม่มีใครไม่รู้ว่าเรานี่แหละมันไม่รู้แล้วเราก็จะไม่เข้าใจเลยว่าเอออย่างนี้เป็นกายกรรมทุจริตอย่างนี้เป็นวจีกรรมทุจริตอย่างนี้เป็นมโนกรรมทุจริตเราจะไม่รู้ถ้าเรายิ่งตรวจเรายิ่งรู้ยิ่งตรวจยิ่งรู้ยิ่งรู้ยิ่งแก้ไขทีนี้พอตรวจรู้แล้วก็เราก็จะได้สำรวมอินทรีย์ 6 อินทรีย์ 6 เนี่ยถ้าเราไม่ได้สำรวม การไม่สำรวมอินทรีย์ 6 เป็นอาหารของทุจริต 3 การไม่สำรวมอินทรีย์ 6 เป็นอาหารของทุจริต 3 ถ้าเราได้รู้แล้วอย่างนี้เองนะกายทุจริตอย่างนี้เองวจีทุจริตอย่างนี้เองมโนทุจริตได้รู้พอได้รู้เข้าไปใส่ใส่ปัญญาของตัวเองแล้วเราก็จะต้องมาทำสำเร็จหมดเวลาใดๆที่ไม่ใช่เวลาที่นั่งตรวจเราก็จะมีสติสัมปชัญญะจะสำรวมอินทรีย์ 6 เมื่อเราสำรวมอินทรีย์ 6 เรื่อยๆสติสัมปชัญญะของเราก็จะดีขึ้นเพราะเราไม่มีสติสัมปชัญญะเป็นอาหารของการไม่ได้สำรวมอินทรีย์ 6 เราไม่มีสติสัมปชัญญะเป็นอาหารของการไม่ได้สำรวมอินทรีย์ 6 ก็เมื่อมันไม่มีสติสัมปชัญญะมันจะได้ไปสำรวมอะไรอินทรีย์ 6 มันก็ไปตามเคยอย่างเก่าตาหูจมูกลิ้นกายใจก็ถูกกิเลสครอบงำตัวกิเลสเอาไปกินตามเคยตามชินนั่นแหละแล้วเราเคยชินมากินนานนับชาติแล้วล่ะมันก็ไปตามแรงกิเลสมันมาปรับปรุงมันตัดรัดกั้นมันพยายามปรับเปลี่ยนมันมันจะสัมผัสปิดตาได้หูและจมูกด้วยลิ้นด้วยกายด้วยใจเองก็ตามอย่างไรอย่างไรเราก็ไม่ได้กลั่นมันไม่ได้ควบคุมมันไม่ได้ มันไม่ได้เปลี่ยนไม่ได้ปรับไม่ได้ปรุงมันเพราะเราไม่มีสติสัมปชัญญะเมื่อเราไม่มีสติสัมปชัญญะอะไรจะไปเอาอะไรกันหรือไม่ได้เรื่องเลยเพราะก่อนจะมีสติสัมปชัญญะเราจะต้องกำหนดเข้าไปที่จิตให้มีความแยบคายต่อตนการไม่มีจิตอันแยบคายไม่มีจิตอันแยบคายปล่อยจิตให้มันหยาบไปตามโลกียะอย่าไปตามเคยเคยปล่อยให้จิตมันเปล่าได้ไม่ได้มีการกำหนดลงไปที่จิตไม่ได้มีการกำหนดลงไปที่จิตจะต้องพยายามในตัวเราเองเลยปฏิบัติธรรมที่เราต้องพยายามกำหนดเข้าไปที่จิตอย่างน้อยให้มันรู้จิต กายรู้จิตรู้กายรู้จิตรู้กายรู้จิตรู้กายรู้จิตแทรกจากกายเข้าไปอีกหรือแทรกเข้าไปถึงจิตจึงต้องรู้เวทนานอกจากเวทนาว่าเป็นสุขเป็นทุกข์หยาบๆใหญ่ๆแล้วแทรกลงไปอยู่ในธรรมารมณ์แม้ว่าไม่สุขไม่ทุกข์แล้วตอนนี้อุเบกขาแล้วขนาดอุเบกขาที่เราว่าเราอุเบกขาเนี่ยมันทรงไว้ซึ่งอารมณ์อะไรเดี๋ยวจะต้องอ่านอารมณ์นั้นให้ละเอียดเข้าไปอีกที่จริงเป็นอารมณ์ฟุ้งเผด็จการอยู่ในระหว่างเราเฉยนะตอนนี้เราว่าเราไม่ได้มีแรงอะไรจะให้ตาหูจมูกลิ้นกายมันก็ไปแสวงเสพอะไรด้วยซ้ำแต่มันยังมีอารมณ์แหมยังมีอารมณ์กลางๆหน่อยๆ อารมณ์เคืองๆอยู่นิดๆนะขนาดเราว่าเราไม่เอากำปั้นไปตีหัวใครเราไม่ไปแยกเขี้ยวยิงฟันใส่ใครแล้วมันยังมีอารมณ์อย่างเคืองๆขุ่นๆพยาบาทน้อยๆมันยังมีอารมณ์อะไรอยู่ในใจต้องดูที่ทำอารมณ์ของเราจริงๆเป็นนิ้ววอนเป็นนี่วอนเป็นอาการที่ยังมีอารยธรรมมีอาวรมีจะทำแต่ยังมีอารมณ์ที่เป็นส่วนเป็นสัตว์เป็นเศษเป็นเสี้ยวเป็นอะไรอยู่ก็แล้วแต่อยากฟังละเอียดคุณจะรู้ของคุณเองถ้ายิ่งมีปัญญาอันแหลมลึกผู้ใดยิ่งทำมากยิ่งมีปัญญาอันแยบคายมีจิตอันแยบคายจิตเป็นญาติขาดหมายความว่า ระลึกรู้แล้วก็มีจิตที่ละเอียดละเอียดมันจะละเอียดขึ้นเรื่อยๆจะเก่งขึ้นเรื่อยๆถ้าเราได้ฝึกจริงอย่าฟังแต่ภาษาหลักการใหญ่ๆหลักการสำคัญๆที่ได้พบได้เห็นแล้วก็เก็บเอามาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนเป็นทฤษฎีเอาไว้ดีแสนดีเอามาให้เณรแล้วเณรอีกทีแล้วชี้อีกกำชับกัมพูชาอย่าฟังแต่จำได้รู้แต่ภาษาเข้าใจดีเหมือนกันจำก็แม่นภาษาแต่ไม่ได้เอาออกมาใช้ไม่ได้งัดออกมาใช้ไม่ได้เอามาฝึกมาหัดมากำกับให้มันถูกตามหลัก เราได้รู้ได้เรียนมันก็เปล่าได้จะไม่ได้เรื่องอะไรเราร่ำรวยทฤษฎีร่ำรวยความรู้ร่ำรวยความเข้าใจแต่ว่าเราไม่ได้ประพฤติปฏิบัติเราไม่ได้เอาออกมาทำจริงเอามาใช้จริงมันเลวเลวทั้งเพลงได้ฟังสัจธรรมได้ฟังได้ใกล้สัตบุรุษเกิดศรัทธาโอ๊ยไอ้สัตว์ถ้าไม่ไปไหนตายขอถวายชีวิตตายอยู่ด้วยนี่แหละก็มีแต่คำว่าตายอยู่ด้วยถวายชีวิตแม้คุณจะเกิดศรัทธาแม้คุณจะได้เข้าฟังได้อยู่ใกล้สัตบุรุษภาพเผื่อว่าเราไม่พยายามเริ่มปฏิบัติ ทำจิตให้แยบคายมีสติสัมปชัญญะสำรวมอินทรีย์ 6 มันไล่ต่อๆกันไปเรื่อยๆมันไล่ไล่กันขึ้นไปเรื่อยๆถ้าคุณไม่ช่วยตนเองตั้งแต่บัตรเริ่มต้นตอนนั้นคุณจะศรัทธาเฉยๆมันก็ได้ศรัทธางมงายศรัทธาต่อได้เปล่าเปล่าศรัทธาอย่างเกาะๆอยู่เฉยๆไม่ได้เคลื่อนย้ายอะไรมันเมื่อเราได้ฟังสัจธรรมในรายสัปดาห์ได้เกิดศรัทธาก็ดีแล้วเพราะฉะนั้นก็พยายามให้มันเป็นไปจริงพระพุทธเจ้าท่านว่าถ้ามีศรัทธาแล้วมันก็จะจิตจะแยบคายมันติดแยกขายมันก็ไม่พอเราต้องวิริยะ มีวิริยะมีอิทธิบาทที่จะให้จิตแจ่มใสที่จะให้มีสติเพราะเราเองเรารู้สึกตัวเพราะเราเองเรารู้ว่าเออนี่เหมือนนี้เราพยายามมีระลึกถึงจิตนะให้มีการระลึกถึงจิตนาทำให้ระลึกถึงจิตไม่พยายามควบคุมไม่พยายามที่จะปรับเข้าไปถึงจิตตายเมื่อกี้อย่าก่อนกลายเป็นจีนกายวจีจิตกายวจีจิตนี่หยาบก่อนแล้วก็เราก็ไล่กลับไปละเอียดอีกกลายว่าจีนจิตมีสติรู้เท่าทันกายว่ามีจิตแล้วในจากกายมีอีก 6 ทวารอีก 5 ทวารผู้จัดการแล้วยังกรรมการแล้ว มีอีก 5 ทวารที่เราจะต้องแตกออกไปอีกตานี่หูจมูกลิ้นกายนี่รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเราก็จะได้ควบคุมจริงๆน่าจะรู้ว่าของตายก็ดีสุ่มเสียงภาษาคดีเราก็จะได้ควบคุมไปด้วยตาสัมผัสไอ้นี่มันจะเอาก่อนนี้แหละปากพูดเอาเลยตาโอ้โหได้ยินเสียงตอบเลยตอบก่อนดิระมัดระวังเลยตอบก่อนมีสติเลยมันก็เสียเสียงง่ายเพราะว่าเราเคยเสียมันเก่าเราจะเห็นว่าความแยกขายด้วยความประณีตมันจะเกิดต่อเมื่อเราได้ฝึกจริงๆเราจะเห็นก่อนเรา เรามีสติสัมปชัญญะยับยั้งกลั่นกรองและปรับปรุงนะนานเข้านานเข้าเราเก่งเข้าเราจะเห็นมันมีจังหวะจากคนมันมีสติที่แววไวมันเกิดชาญเกิดชาญเกิดมุทุภูเตเกิดจิตแววไวเกิดกรรมมันแยอะพอเวลาจิตมันแววแววมันเหมาะที่จะทำกรรมอะไรขึ้นมาหรือการงานกรรมมันยิ่งแย่จะเกิดการนำการกระทำงานอะไรขึ้นมาการกระทำอะไรจะเกิดกรรมกรรมจะเป็นวจีกรรมจะเป็นกายกรรมมันจะเกิดมันเหมาะแล้วเพราะว่าคิดว่าไวมองแต่การงานเหมาะที่เดียวมันเออมันดีมันจะรู้เลยว่ากรรมมันมีเยนี้เกิดมาแต่มุทุพูดแต่ เกิดมาแต่จิตมันแววไวไม่ใช่จุดอ่อนป้อแป้อย่างที่เดิมพยายามแก้ไขปรับปรุงภาษาอยู่คิดก่อนไปในแง่ร้ายเกินไปนักพยายามมองนี่ยกมันในแง่ดีปอนด์ก็คือมันดัดง่ายจิตอ่อนนี่ก็คือมันดัดง่ายมันควบคุมได้แล้วมันจับติดแล้วจับจิตติดแล้วพอจับจิตติดแล้วก็จิตนี้ไม่แข็งกระด้างด้วยจิตนี้อ่อนดัดได้มันก็จะใช้จิตนี่แหละโดยเฉพาะระดับที่จิตนี่แหละจนกระทั่งจิตมันมีกำลังเอามาดัดที่วจีเอามาดัดที่กายกรรม จิตมันจะเอามาดัดมาดัดที่บัญชีของเราไม่ดีอย่างนี้เราก็จะดัดมันจะแก้ไขมันปรับปรุงมันทั้งๆที่ใจถ้ากิเลสมันมีกิเลสมันบังคับใจเราไม่ได้เราไม่ได้โกรธเดี๋ยวต้องพูดอย่างนี้จะไม่พูดอย่างนี้ใช้ไม่ได้หรือว่าต้องพูดให้ก้าวร้าวนี้ให้แข็งกระด้างงี้ต้องพูดอย่างนี้ไม่พูดอย่างนี้มันไม่ได้หรอกกิเลสมันก็จะบังคับอย่างนั้นเมื่อเราเองเรามีจิตที่มันอ่อนอ่อนนี่หมายความว่าจิตของเรามันอยู่เหนือกิเลสขึ้นมาดัดได้ควบคุมได้และจิตมีกำลังด้วยมีกำลังที่จะแข็งขืนฝืนไม่ให้มันไปในทุจริตไม่ให้มันไปตามกำลังอำนาจกิเลสกิเลสมันจะดันจะพามันจะอยากจะเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้อยู่แต่มันอยากจะง่วงเนี่ยจิตมันมีกิเลสเข้าครอบงำมันอยากจะง่วงภารกิจของเราแวววายรู้ด้วยแล้วก็มีกำลังด้วยรู้เท่าทันแล้วนี่ง่วงแล้วก็มีกำลังแก้กลับมาแก้กลับมามันก็แก้กายกรรมมันไม่ดีเพราะว่าง่วงก็ง่วงครอบงำพวกแกกายกรรมได้พอดีคำพูดก็ยังไม่รู้เรื่องเบลอๆเพราะง่วงมันครอบงำพูดไม่มีสัมปชัญญะพูดไม่มีปัญญาพูดไม่มีอะไรเข้ามาควบคุมมันก็จะได้พูดดีๆสดใสแจ่มใสแข็งแรงมีสติมีปฏิภาณจะพูดได้เพราะว่าจิตเป็นครูแต่จิตเป็นมนุษย์ทุกผู้ตาย [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] มีโภชนามัสยิดตาวิชานุ้ยโยคะ 3 อันนี้แหละคือผู้ปฏิบัติไม่ผิด 3 หลักนี่แหละเป็นเครื่องชี้ชัดว่าเราปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าอยู่มีไหมเราตรวจตัวเองรู้ตัวเองตลอดเวลาเรามีไหมเราได้สำรวมอินทรีย์ 6 อยู่ไหมเราได้โภชนาการยุทธตาประมาณเครื่องกินเครื่องใช้ประมาณเครื่องอุปโภคเครื่องบริโภคเครื่องที่มันเกี่ยวข้องกับตัวเราเราจะใช้จะทำจะเป็นแล้วเราได้ประมาณมันได้กำหนดขายไม่มักมากมักน้อยลงไปจนถึงขีดที่ สมควรที่สุดพอดีที่สุดแล้วเราได้จัดแจงตัวเองลดลงไปปรับปรุงไปปรับปรุงไปเรื่อยๆไหมตอนนี้เราได้เท่านี้มักน้อยลงไปอีกได้ไหมถ้าเราจะใช้ของใช้เข้าวันนี้ให้ประหยัดมัธยัสถ์ลงไปอีกได้ไหมได้ก็เอาถ้าเห็นว่าอ่านี่สูงสุดแล้วประหยัดกว่านี้ไม่ได้แล้วคือประหยัดกว่านี้เป็นการเก็บเกษียณทรมานตนและก็ไม่ได้ประโยชน์สูงเราก็พอคาราโอเกะละเอียดเราก็จะลดลงได้อีกไม่ว่าจะใช้วัสดุไม่ว่าจะใช้ของไม่ว่าจะใช้กริยากายไม่ว่าจะใช้ แคลอรี่หรือว่าพลังงานจะใช้กำลังอะไรที่จะเอามาใช้มันก็จะใช้อ่อนลงไปอีกเครื่องนึงจะกินน้ำมันน้อยลงไปอีกเครื่องยนต์นี่ว่าจะกินน้ำมันน้อยชีวิตร่างกายของเราก็ยิ่งจะใช้จ่ายน้อยลงไปอีกประหารเราก็จะกินได้น้อยลงไปอีกมันซ้อนๆๆลงไปอย่างนั้นมันจะปรับปรับปรับปรับปรับเราให้ละเอียดขึ้นบางขึ้นเบาขึ้นง่ายขึ้นเบาขึ้นเป็นผู้ที่เข้าหาไปหาสุญญตาหรือน้อยน้อยไม่เปลืองไม่ผลาญแต่เข้าคลอง 9 คลองมีกำลังไม่ใช่ว่ายิ่งกินน้อยยิ่งไม่มีกำลังเปล่ายิ่งกินน้อยยิ่งมีกำลัง ทิศทางตามธรรมะทิศทางตามธรรมยิ่งกินน้อยยิ่งมีกำลังอยากกินมื้อเดียวนี่แหละยิ่งพลังพลังมันก็จะพิสูจน์หลักของพระพุทธเจ้าเพราะคนทุกวันนี้ผมก็บอกว่ากินมื้อเดียวตายจะมีกำลังทำอะไรภวังค์ที่ไหนน่าจะปฏิบัติถูกหลักของพระพุทธเจ้าอย่างที่กล่าวนี้เรายิ่งพิสูจน์ก็ยิ่งจีนเข้าจีนเข้าจีนเข้ายิ่งสุขุมยิ่งแยบคายมันก็ยิ่งจ่ายน้อยลงยิ่งมัธยัสถ์ยิ่งมักน้อยเพราะมักน้อยมักจะยัดเข้าไปเราก็ยิ่งลดยิ่งแยกขายยิ่งเกลียดไอ้สิ่งที่เฟ้อออกออกมันก็ไม่ต้องเอามาเปลืองพลังงานก็ไม่ต้องเอามาเปลืองแคลอรี่ก็ไม่ต้องใช้ไอ้ที่ไม่ต้องโทรไม่ต้องฟุ้งไปมันต้องทำอย่างนี้ไม่ต้องทำตัดออกมันก็ยิ่งลดลง องค์หญิงเป็นรถที่แยบคายเป็นรถที่ละเอียดสุขุมประณีตไม่ต้องใช้พลังอะไรมากยิ่งเร็วยิ่งคล่องเพราะไม่มีอะไรที่มาคลุกๆขัดๆไม่มีอะไรที่มาคลุกๆขาดๆไปเร็วๆเถอะๆในชีวิตเยอะมากลูกค้าเราก็ทำไม่ถูกหักเพราะมันมีอะไรต่ออะไรอยู่ในความนึกคิดแต่ความนึกคิดไอ้วาจามันก็จะพูดเพ้อเจ้อไวๆอะไรเรื่องไม่เข้าเรื่องราวอะไรก็มีเรื่องเยอะที่จะพูดพูดไม่ค่อยรู้เรื่องแล้วนะพูดมาเอาอะไรให้ตัวพูดจีบพูดเพราะพูดเอาพูดโค้งโค้งไกลๆพูดเล้าประ ไอ้โน่นไอ้นี่อะไรแล้วพูดออกให้มันปากอะไรไปก็พูดกายกรรมก็เหมือนกันฟ้าเกินไปจนกระทั่งวางก็ไม่ได้หยุดนิ่งก็ไม่ได้จะต้องเป็นสันนิบาตกระตุกจนงั้นเดี๋ยวก็ตกอย่างนี้เป็นอย่างนู้นเป็นอย่างนี้อยู่ด้วยอะไรสงบพอ 10 นาที 20 นาทีสงบไม่ได้ยิ่งกว่าเด็กๆมันก็เปลืองสิแคลอรี่เท่าไหร่จะพอกิน 2 มื้อ 3 มื้อ 4 มื้อ 5 มื้อกินเข้าไปก็ได้ไม่พอยิ่งกินเครื่องยิ่งร้อนยิ่งกินก็แบตเตอรี่ยิ่งจ่ายแล้วยิ่งสนับสนุนแบบพูดก็มากกายก็ไม่รู้จักหยุดดินพลาดๆอยู่ตลอดเวลาดิ้นตอนนี้ยังไม่พอไปถูกเขาหลอกให้ดิ้นมากๆอีกมัน อะไรอีกไหมเขาบอกว่าหยุดสุดสิ้นสุดมันอะไรมันเข้าไปเรื่อยตามเรื่องตามประสาจิ๊กโก๋แล้วก็สุดดิ้นสุดมันก็ไปสิมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆแต่ถ้าเราได้เรียนรู้แยกขายได้เห็นจริงแล้วจะเห็นโอ้สัจธรรมพระพุทธเจ้านี่สอนให้คนมามีสาระแก่นสารแม้ที่สุดเราเองเราเป็นผู้ที่กินน้อยลงไปแล้วกายกรรมก็น้อยวจีกรรมก็น้อยไม่เฟ้อไม่ฟุ้งไม่รั่วซึมไม่จ่ายไม่ได้เข้าประโยชน์อะไรไม่ใช่แล้วทีนี้ไอ้ส่วนไม่เป็นประโยชน์ไม่อยากจ่ายแล้วกายกรรมก็ไม่ไปที่นี่ออกแรงเล่นเพราะจีกรรมก็ไม่ใช่พูดฝอยเพ้อเจ้อไปเข้าเรื่องพูดก็มีอาจมีคำพูดมีประโยชน์จะใช้ กำลังงานให้เกิดกายวจีกรรมเก่าจะมีค่ามีคุณใช้พลังงานให้เกิดกายกรรมออกมาก็มีค่ามีคุณถ้าไม่พยายามใช้กำลังออกมาจ่ายกายกรรมมันก็ได้พักได้พักก็กินน้ำมันน้อยมันก็ไม่ไปจ่ายอะไรออกมาถ้าจะจ่ายพร้อมกับมีค่ามีคุณแต่ตอนนี้จะจ่ายมากๆมากๆก็จ่ายไปสิมีค่ามีคุณในโลกจ่ายไปจนกระทั่งมันเมื่อยแล้วก็พักได้กำลังมาใหม่ก็เอามาจ่ายในที่เป็นค่าเป็นคุณจะเห็นว่าคนน่ะจะมีสาระเป็นปรมาณูประโยชน์ยิ่งเป็นสารัตถะยิ่งปรมัตถธรรมแปลว่าประโยชน์สูงประโยชน์ยิ่งปรมัตถ์ ประโยชน์สูงประโยชน์ยิ่งเรียกว่าปรมัตถ์สุนทราก็แปลว่าประหยัดสุดประหยัดอะไรก็ไม่สูญมันก็ไม่เท่าศูนย์จะตาประหยัดสุดปรมัตถประโยชน์ยิ่งอัตถะบกปรมะเนี่ยปรมาพรพรหมแปลว่ายิ่งแปลว่าสูงแต่ว่ายอดบรมตัวยิ่งแปลว่าสูงไปว่ายอดอัตถะแปลว่าประโยชน์แปลว่าสาระแปลว่าแก่นสารมันได้ประโยชน์ยิ่งมันได้แก่นสารยิ่งเป็นได้แก่นสารสูงมันได้สารัตถะที่แท้สาระบวกอัฏก็เหมือนกันแหละก็แก่นสารเหมือนกันแหละ เพราะเราประหยัดเพราะเราได้สุญญตาต่อกิเลสแบบประหยัดไปอย่างสำคัญในสิ่งเพ้อสิ่งกวนใน LINE สิ่งที่มันเป็นของที่มันรั่วมันซึมของที่มันพาให้เปลืองเปล่าเผาผลาญออกไปแต่ประหยัดของนอกของไม่ได้ของเสียๆหายๆออกไปได้มันจึงเกิดการสะอาดจิตมันสะอาด อ่านมันมีปัญญารู้สว่างจิตสะอาดเพราะเราสว่างเพราะเรามีปัญญารู้รู้ไอ้นี่ไม่เข้าท่าๆๆมีการชำระล้างจริงๆแล้วมันก็สะอาดสะอาดยิ่งสะอาดก็ยิ่งสว่างเหมือนกระจกยิ่งขัดยิ่งใสเหมือนกันยิ่งสะอาดยิ่งสว่างยิ่งสว่างก็ยิ่งสะอาดยิ่งสะอาดจิตก็ยิ่งสงบมันสงบจากกิเลสไม่ใช่สงบเพราะนอนเก่งสงบเพราะดับจิตให้มันดู YouTube ไม่สงบจริงหรอกคุณหลับนี่ไม่สงบจริง การปฏิบัติธรรมหลับมันไม่ได้ปฏิบัติธรรมเพราะมันไม่มีสติสัมปชัญญะเมื่อไม่ได้มีสติสัมปชัญญะและคุณได้สำรวมตรงไหนสำรวมอะไรขนาดจนโตมีตาหูจมูกลิ้นกายก็มีไม่ได้สำรวมกายก็ไม่สำรวมตาหูจมูกลิ้นไม่ได้สำรวมหรอกเราเองสำรวมสังวรตาเรามันหนีหลับนี่มันก็สำรวมสังวรมันสังวรจะเป็นหลับสิทำไมล่ะตอนนี้เขาลืมตากันก็ลืมตากันสังวรหูก็ฟังหูเขาก็ฟังตาเขาก็ลืมดูลืมขึ้นมาเห็น เบิกเบิกขึ้นมาเห็นเบอร์ขึ้นมาสัมผัสเพื่อที่จะรู้จะเห็นแล้วเราก็จะได้กลั่นกรองและกันกรองสังวรสำรวมด้วยวิธีทำมาวิจัยสติมีเต็มธรรมวิจัยใช้ต่อแล้วก็จะได้วิจัยตามมันเห็นรูปอย่างนี้รูปดีเอออันนี้ได้เข้าใจรูปอย่างนี้มันบอกแจ้งเราเข้าใจเสียงอย่างนี้เข้าใจก็จะได้ใช้เป็นประโยชน์ถ้ามาวิจัยเข้าไปก็ยิ่งพากเพียรเข้าพากเพียรเข้ามันจะไม่ทำอย่างนี้ก็ทำอย่างนี้แหละให้รู้ว่าเราจะต้องทำอย่างนี้เข้าถ้าไม่ทำอย่างนี้เราจะทำยังไงนี่เป็นการเดินโพชฌงค์ 3 โพชฌงค์ 7 เป็นทิศทางใน เดินเดินไปสู่ความเป็นพุทธะพระพุทธเจ้า 979 อย่างนี้ก้าวของพระพุทธเจ้า 9 อย่างนี้ไม่มีเจ้าอื่นการเกิดเป็นพุทธะถึง 9 โพชฌงค์ถ้าการเกิดวันพุธถ้าไม่กล้าโพชฌงค์ไม่มีไม่มีการด้วยเกล้าในเรื่องโดยสติธรรมะวิจัยวิริยะและก็ไม่ได้กล่าวไม่ได้ต้องวิจัยทำไม่ว่าจะเป็นธรรมหยาบหรือทำละเอียดวิจัยให้รู้ว่ากุศลอกุศลอย่างนี้กุศลธรรมอย่างนี้อกุศลธรรมแยกให้ออกทุกอันทุกอย่างไม่ว่าตั้งแต่วัตถุไปจนกรรมกิริยาจนกระทั่งถึง แยกทุกอันอันนี้วัตถุอกุศลวัตถุทุจริตอนิจกรรมกายกรรมวจีกรรมทุจริตแยกให้ออกอันนี้สุจริตอันนี้อารมณ์นี้อกุศลอารมณ์นี้ทุจริตอารมณ์นี้กุศลอารมณ์นี้สุจริตทำมาวิจัยแยกออกไปจนถึงธรรมารมณ์อย่างนั้นมันจึงจะได้รู้ได้เห็นอภิธรรมและเราก็ทำให้อยู่ในสู่จุดดีจุดดีจะเนียนเข้าเนียนเข้าแล้วมันก็จะเป็นสภาพที่อุเบกขาอัธยากันจะทำหมายความว่าทำไม่ต้องวิจัยอีกแล้ว ไม่แปลไม่กวนแล้วมันเป็นกลางหมดแล้วมันดีที่สุดดีจนกระทั่งมันไม่มีชั่วอีกแล้วมันไม่ดีไม่ชั่วถ้าเราจะมีกรรมมีการกระทำเมื่อไหร่มันมีแต่ดีจะทำกรรมเมื่อไหร่มีแต่กรรมดีเป็นที่ตั้งแม้แต่จะไม่ทำอะไรเลยก็ดีอย่างสมส่วนควรพักแล้วจึงพักไม่ทำอะไรเลยก็พักแม้ทำการพรรคนั้นก็ไปทำอย่างเหมาะสมผลัดกันพอเหมาะพอสมท่านนึกว่าไม่พักพักอย่างพอเหมาะพอสมควรเรียกว่าไม่พักแล้วก็ถึงเพียรอย่างเหมาะอย่างสมจึงเรียกว่า เพียงอย่างเหมาะสมก็ไม่เพี้ยนถึงเวลาไม่เพี้ยนก็ไม่เพี้ยนถึงเวลาไม่พักก็ไม่พักฟังภาษาดีๆมาฟังฟังภาษาดีๆแล้วเราก็เข้าใจจีนเข้าไปให้ละเอียดเพราะตอนไม่เพี้ยนเราก็รู้ว่านี่สมควรแล้วที่จะไม่เปลี่ยนแล้วเมื่อนั้นก็เราก็รู้ล่ะแท้จริงจะต้องเดินเพียงอยู่ตลอดเวลาเพราะเวลาถึงเวลาพักเราเราจะเพียรต่อไปอีกมันก็จะเกินการนักก็พักที่พูดหรือภาษาที่อธิบายแจกแจงซ้ำซ้อนเหมือนกับภาษาแหยงๆอยู่อย่างนี้มันต้องมีปัญญามีปัญญาเข้าไปรู้จริงๆอ๋ออย่างนี้นะ ดาวเข้าข้างตัวนี้มาเคยเอาแต่เข้าข้างตัวเห็นแต่แก่ตัวมันเห็นมันลากจูงมาแต่ที่ตัวต้องการใจที่มันต้องการใจที่มันจะเอาอย่างนี้จะเป็นอย่างนี้ทั้งๆที่มันพอแล้วนะซื้อแล้วนะมากไปแล้วนะไม่ฟังเสียงมันดื้อดื้อไม่เคยดื้อมันนักหนาดูมาแต่ปางไหนไม่รู้เกิดมาก็ดีแล้วไอ้เด็กๆนี่ไม่มีใครเลยจะบอกว่าไม่ดีมันแต่ปางไหนคุณคิดดูสิใครสอนให้มันดื้อพอโตมาแล้วฆ่าเลยนะไม่ใช่ดูเหมือนเด็กๆนะเด็กๆมันก็ดูอย่างนึงพอ มันดื้อมากมันต้องดูทั้งด้านพอโตแล้วไอ้เด็กเดิมมันก็ดื้ออย่างนึงอ่ะแล้วมันดื้อดื้อดื้อมันเอามาจากไหนอ่ะคุณคิดดูซิมันสั่งสมมากี่หน้านับกับกันนะใครสอนมันดื้อพอเกิดมามันก็เป็นแล้วมันน่าจะพูดว่าอาจารย์ว่าง่ายนะปัดโธ่ก็เพิ่งเกิดมาขอร้องไห้ก็บ่เคยหยุดมันก็น่าจะหยุดเปล่ามันไม่หยุดนะมันก็ร้อนตามใจอยากของมันน่ะมันจะยากอะไรล่ะมันจะอยากกินนมแล้วมันอยากโน่นอยากนี่อะไรมันก็ร้องจะเอาเงินให้มันหยุดไม่มีหยุดที่ไหนใครสอน ใครสอนมันตามใจมันให้สอนมันเอาแต่ใจตัวมาอย่างนั้นอุ้ยมันเอาแต่ใจตัวมานานแล้วกลับกันไม่รู้ปางไหนแต่ปางไหนเสือกมันเกิดมายังไม่ทันอะไรเลยตามใจตัวเองแหละกูแล้วออกมาเอาแล้วพูดไม่รู้เรื่องแล้วใช้ปัญญาใช้วิญญาณจิตวิญญาณนี้เข้าไปวิญญาณมันควรจะแจ่มใสวิญญาณเราเนี่ยมันปรุงมันสร้างคำพูดมันสร้างความหมายโน้มน้าวส่งวิญญาณถ้าวิญญาณทั้งปากพูดทั้งกายกรรมทำให้ให้ไปบอกมันก็น่าจะรู้เพราะว่าวิญญาณเด็กมันบอกว่าบริสุทธิ์ผุดผ่องเนี่ยมันก็น่าจะรับได้แล้วมันก็น่าจะรู้เรื่องที่เราสื่อความหมายไปแล้วมันก็น่าจะหยุดไม่ดูไม่เอาตามใจมันน่ะ ห้ามมันอยู่ที่ไหนง่ายๆเด็กตั้งแต่ออกมาใหม่ๆก็เริ่มต้นได้เลยทดสอบได้ที่สุดทุกรายเลยมันก็จะตามใจมันน่ะเป็นใหญ่การตามใจตัวเอาแต่ใจตัวตามที่เราต้องการโดยไม่ฟังคนอื่นโดยหยุดไม่ได้ไม่เห็นมีเพ้นท์ฎีกาอะไรเลยนั่นแหละมันเป็นความเห็นแก่ตัวมันเป็นกิเลสมันอันตรายแล้วเราก็มาดูเราจะทำอะไรที่จะเป็นประโยชน์ทำอะไรที่จะมีคุณค่าทั้งหมดกลุ่มผมก็พากันทำหรือว่าเราจะทำเราจะมีความดำริมีสังกัปปะมีสัมมาสัมพุทโธอันใดเราเป็นคนสมาธิแล้ว สุจริตอันถูกต้องรู้ทุจริตอันถูกต้องเราก็ดำริสิ่งสุจริตลูกกุศลนั้นถูกต้องรู้อกุศลนั้นถูกต้องแล้วก็ดำริกุศลเราจะมีกรรมไม่ได้แย่จะทำงานการอะไรขึ้นไปอีกมากกว่านั้นนอกจากงานที่ปฏิบัติธรรมจิตของเราอ่อนดัดง่ายมันก็ให้มันเป็นไปมันก็เป็นไปให้มันมีกำลังมาบรรดาลกายบันดาลใจบันดาลวจีมันก็บรรดาลมาให้มันจิตนั่นแหละมันด่าในกำลังที่มันเรามีนี่แหละอำนาจที่เรามีเนี่ยมันก็บรรดาให้เกิดการเกิดพฤติกรรมตามที่เรามีกำลังมันก็ทำกรรมนั้นได้ตามต้องการกรรมมันก็ดี เราทำอย่างนี้จนกระทั่งเกิดความตั้งมั่นชี้แจงปัจจัยจนองอาจแข็งกล้าองอาจแคล่วกล้าแข็งแรงแข็งกล้าองอาจแล้วอาจหารแล้วแข็งกล้าอาจหาญแล้วอย่างพอตัวทีเดียวแข็งกล้าจริงๆนะเมื่อเวลามันแข็งแรงแข็งแกร่งกล้าแล้วมันองอาจไม่มีกำลังจะบอกว่าอันนี้ชอบปัตตานีไม่อื่นหรอกมันตั้งมั่นนี่หมายความว่ามันส่งได้ตามที่เราต้องการอันเณรชอบปัจจัยนั้นเรียกว่า ไหวหวั่นมันไม่ยันใครไม่ว่าจะเป็นกิเลสตัวไหนมันไม่ย่านไอ้กลัวคนนอกๆไม่เท่าไหร่หรอกไอ้กลัวคนนอกๆตัวคนตัวตนบุคคลเราเขานี่มันไม่มันไม่เท่าไหร่หรอกไม่ช้าไม่นานมันก็ไม่กลัวหรอกไอ้คนเนี้ยแต่ไอ้ที่เลทนี้สิมันไม่กลัวกิเลสตัวไหนนี่หมายความว่ามันเหนือกิเลสอันเณรชอบปัจจัยมันไม่ได้หวั่นไหวก็กิเลสตัวไหนเลยมาหน้ายักษ์หน้ามันยัดร้อยเคี่ยวโง่มาขนาดไหนไม่ได้กลัวยัดมาเนี่ยน่ากลัวกว่าไอ้คนคนนี้มันจะมีอะไรนักหนาแล้วก็เลยมันก็มากับคนนั่นแหละมันก็มากับยักษ์ยักษ์ ตัดกิเลสจักรมากับคนนั้นก็มากับคนใหญ่มายังไงยังไงก็อยู่กับเราไม่ได้โยนเราไม่ได้บังคับเราให้โกรธบังคับให้เราโลภไม่ได้ชอบปัจจัยมันคงอาจแข็งกล้าองอาจแล้วยังพอตัวอาจหารกล้าแข็งแรงเจ้ากล้าองอาจพอตัวเลยทีเดียวไม่ว่าจะคนผู้หญิงไม่ว่าจะคนผู้ชายทำมันแข็งกล้าและแข็งแรงแล้วมันเป็นผู้หญิงที่จะเอาร่างกายเรี่ยวแรงไปตีอะไรเขาจะไปตีเขาไว้ตีไม่ไหวหรอกอันนี้เราไปสู้ การแข็งกล้านี้ไม่ใช่เอาร่างกายไปตีกับเขาแต่เราไม่ได้เป็นไปตามอำนาจกิเลสที่ใครเขาจะเอามามาแยกเขี้ยวยิงฟันเป็นหน้ายักษ์หน้าม้าหรือว่าเป็นใจยักษ์ใจมาหรือเป็นอำนาจยากอำนาจมารอะไรอำนาจยักษ์อํานาจงานเหล่านั้นจะมาล้มล้างเราไม่ได้แม้เราจะเป็นผู้หญิงผู้ที่มีคะแนนชอบปัจจัยแล้วเนี่ยไม่มีการล้มล้างได้เพราะเราจะเป็นผู้ที่มีวิชาคุมตัวบางทีก็เราบอกเหตุการณ์งานแล้วเราก็สั่งสมเข้าไปตั้งมั่นจะตั้งมั่นมันก็ซับซ้อนเอาวิชาเข้ามาชาญก็จะแข็งแรงจนกระทั่ง วิมุตอย่างดีตั้งแต่ตัวเองมีกรรมวิธีของวิชาแต่ญาณทัศนะเกิดมโนมยิทธิเกิดจริงๆสั่งสัญญาณทัศนะสั่งสมมโนมยิทธินี่แหละเป็นที่สุดมโนมยิทธิก็คือมีอิทธิอยากถึงที่จิตมีกำลังเก่งถึงที่มโนมยิทธิเก่งที่สุดก็คือหมดอัศวัตถะสรุปขยายหยาดนั่นแหละจิตถึงที่เก่งถึงที่มโนมยิทธิเกิดความเก่งไอ้กายกรรมไม่เป็นไม่มีวิชาป้องกันตัวก็ไม่เห็นแปลกตรงไหนหรอก กายกรรมวจีกรรมพูดก็ไม่ค่อยเก่งก็ไม่แปลกแต่มโนมยิทธิเรามีจิตของเราเก่งจิตของเรานี่กิเลสเข้าไม่ได้ยั่วยวนไม่ได้จะมาเป็นพาหุงสะหัสสำนักพิมพ์มิสเตอร์สาวุธันตังน่าจะเป็นพวกมันมีมือตั้งพันเป็นกลุ่มใหญ่ขอร้องกันมาขี่รถเมล์ขี่เมฆครังอุทิศตะโกและกระแสน้ำมารังเนี่ยมันเป็นมารที่ขี่เมฆมันเลยมาเหนือเมฆเลยอย่างไหนมาก็แล้วแต่มันพันมือ สหัสนี่แปลว่าพันหูสหัสสะมากันเป็นหมู่ใหญ่เลยผ้าหุงพาผมไปเอาแขนไปเอามึงผ้าห่มสหัสสะมาพันมีพันมือเป็นมารใหญ่มาขี่เมฆมาเหนือเมฆเลยมาจะมาเล่นงานเราไอ้หมานอย่างนั้นก็ยังทำร้ายเราไม่ได้แม้เราจะเป็นผู้หญิงด้วยซ้ำอย่างนี้เลยว่ามีมโนมายึดที่ชนะมารชนะยักชนะเดรั
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive