230805-2-195 ทางเอกภาค2-ตอน195(หน้า400)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท054.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์178 KB
วันที่แก้ไข9 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 5 สิงหาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์โดยอบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานประถมศึกษาถ้าได้ขยายอธิบายให้พิสดารไม่เข้าใจถึงสภาพการประพฤติปฏิบัติทางจิตที่จะเข้าแนวจิตวิญญาณของเราที่เราจะทำกับจิตวิญญาณของเราจนจิตวิญญาณของเราขยับขึ้นสูงขึ้นเรียกว่าเพศเป็นเพศไม่ใช่เรามาแต่งเครื่องทรงเครื่องสมมุติว่าเราเป็นเทพหรือว่า เสพติดจิตของเราไปบำบัดสุขบำบัดสุขเป็นกามเรียกว่าสมมติเทพอยู่แล้วแล้วเวียนเวียนวนๆอยู่กับสุขก็ทุกข์นรกสวรรค์ปนปนๆๆอยู่นั่นเองไม่ใช่อย่างนั้นแต่เราเป็นเทพหรือเป็นเทวดาหรือเป็นผู้ที่มีจิตได้ปรับได้เปลี่ยนและทำให้สะอาดขึ้นสูงขึ้นจริงดีขึ้นจริงเพราะได้รถกิเลสลงลดลงลดลงเป็นอุบัติเหตุเป็นเทวดาที่ไม่เสพกามเป็นเทวดาที่ไม่หลงโลกียไล่ขึ้นมาไล่ขึ้นมาจิตของเราเป็นจิตที่ ดีขึ้นเป็นจิตที่สูงขึ้นเรียกว่าเรียกว่าหมดทุกข์แต่เป็นจิตที่ทั้งรู้ทั้งเห็นหมดทุกตัวรู้อยู่เห็นอยู่ยินดีอยู่เป็นจิตที่ได้ดีแท้แล้วก็ทำกับกิจการงานที่เราจะทำกับจิตของเรากำลังแย่แล้วก็ทำให้มันแข็งแรงตั้งมั่นขึ้นเต้สถิตเสถียรขึ้นจนกระทั่งสุดท้ายมันแข็งแรงองอาจเจ้ากล้าแข็งกล้าองอาจพอตัวแล้วจริงอ่ะเณรชอบปัจจัยและทำไปเรื่อยๆแล้วก็เสริมสารขึ้นไป ทำแล้วแล้วเสร็จแล้วก็รู้แล้วแล้วก็ทำใหม่ทำอีกทำเพิ่มขึ้นทำเติมขึ้นอีกรู้อีกมีปฏิภาณมีหมดทุกข์ปูเตาไวรู้ใจจริงรู้จิตของเราจริงๆรู้ใจของเราจริงๆว่านี่เรากำลังทำอยู่จริงๆกิเลสของเรามีจริงแล้วเราล้างรถออกจริงๆเป็นสัจจะแล้วก็ทำเป็นจิตรู้เห็นเป็นยานมันมีสัจจะยามีกิจการมีจักรยานมีปัญญาอย่างรู้ว่าอันนี้เราทำเสร็จแล้วสำเร็จต้องแล้วเด็ดขาดแล้วแล้วเราก็เพิ่มใหม่รู้ความจริง เรายังมีอีกหมดแล้วไม่ใช่ว่าเราหมดเป็นพระอรหันต์เลยตรวจดูอีกแน่ไม่มีเศษเหลืออีกเป็นจริงสัจจะเกิดญาณในสัจจะเกิดรู

อ่านต่อ

้จริงเห็นจริงมีอีกจริงๆยังเหลืออยู่เท่านั้นเท่านี้ทำอีกเกิดกี่เดือนหรือเกิดการงานให้เกิดการกระทำอีกเป็นอีกอย่างมีญาณหยั่งรู้ว่าเราได้ทำผิดนั้นเราทำจริงเป็นกรรมอะไรมันเย็นมันคงขึ้นแข็งแรงขึ้นจนแข็งแรงแล้วจึงเสร็จแล้วจึงเป็นกัลยาณีกลัว แล้วอยากรู้ตนก็ทำให้เสร็จแล้วจริงแล้วก็ตรวจอีกตรวจดูสัจจะในตนเองตัวเราเองเราหมดแล้วจริงหรือเปล่าเรื่องจริงหรือเปล่าตรวจแล้วมีสัจจะยานกิตติญาณกตญาณแล้วก็หมุนมาดูสัจจะของตนเองอีกเกิดมุทุพูดแต่พูดแต่ก็คือจิตวิญญาณก็คือรู้อย่างมีปฏิภาณแวววายฉับไวที่ว่าใช้ภาษาอังกฤษว่าเกิด sensitive รู้สึกรู้ทีเดียวรู้ตัวรู้ตนเลยรู้ได้ยังมีกิเลสนั้นยังมีส่วนเหลือยังมีหรือหมดแล้วจริงๆเอาหมดแล้วเราจะสูงอีกอย่างไรจะทำอย่างไรเราจะยิ่งยิ่งขึ้นไปอีกเจริญขึ้นไปอีกพระพุทธเจ้าท่านใหม่สนับสนุนคนที่ อยู่หรือหยุดอยู่เท่าเดิมเท่าเก่าท่านสรรเสริญคนที่เจริญยิ่งเจริญยิ่งเป็นวุฒิวุฒิวุฒิอยู่เสมอทำไมสรรเสริญคนหยุดอยู่กับที่หรือคนเสื่อมไม่ต้องพูดถึงป่วยการกล่าวบรรยายถึงคนเสื่อมพูดจริงมีความเสื่อมไม่พูดถึงละท่านให้ฉันสวยแน่แม้แต่ศพไม่สรรเสริญฉันใดเราก็จะต้องรู้ทิศทางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่สรรเสริญในทิศทางอย่างนั้นอย่างนั้นแม้แต่ได้ขยายความหมายของจิตที่อุบัติแล้วเป็นเทวะเป็นอุบัติเหตุพอดีที่สุดที่เทพก็คือหมายถึงจิตที่เราสะอาด จดเจริญขึ้นในเหตุปัจจัยนั้นหรือเรื่องใดเรื่องนั้นมันบริสุทธิ์แล้วเป็นวิสุทธิเทพแล้วเราก็หาเรื่องใหม่ตรวจสัจจะใหม่พบกับเราอีกเรื่องขึ้นจนกระทั่งเราหมดสังโยชน์ต่ำได้เรื่อยๆหมดสกายยักษ์ใหญ่หยาบจนกระทั่งละเอียดหรืออัตราเหลือเศษเป็นอัตตานุทิฏฐิเราก็ไล่เรียงจนกระทั่งหมดอัตราแห่งกิเลสนั้นๆแห่งโลกนั้นๆแห่งรถยนต์ลูกโลกอย่างนั้นอย่างนั้นไปเรื่อยๆๆซับซ้อนขึ้นซับซ้อนขึ้นจนหมดสังโยชน์กามราคะสังโยชน์ปฏิกะสังโยชน์ได้ขึ้นมาเห็นจิตรู้จิตของเราว่าไม่มีกามนะไม่มีความลำบาก ตำบลไม่มีความขัดเคืองในเรื่องของกามแล้วเราก็รู้ว่าเราสูงยิ่งขึ้นไปจริงมีจิตวิญญาณเป็นพรหมจริงเรายึดได้เป็นพรหมบริสุทธิ์ชายุทธได้อย่างแข็งแรงอย่างมากพอสมควรจะเผื่อแผ่เหมือนเศรษฐีเป็นเศรษฐีที่มีอริยสัจไม่ใช่วัตถุสมบัติเราก็ออกแจกเป็นพรมปุโรหิตตาเพื่อแพ้เขาเพราะเรามีปุโรหิตมีสิ่งที่ได้มาก่อนเขาแล้วเราได้มาก่อนเขาจริงๆไม่ใช่ว่าไปปลอมแปลงไปโมเม้นหลงตนเราไม่มีจริงเราก็ไปว่าเรามีไปแจกเขาทั้งๆที่เราไม่มีเศรษฐีไม่มีสตางค์ไปแจกเขามันก็เป็นเศรษฐีปลอมปลอม แม่ไปเซ็นเช็คให้เขาเช็คเด้งทั้งนั้นเศรษฐีซีเจเท่านั้นเองถ้าเรามีจริงเซ็นเช็คให้เขาก็ได้มีจริงเราเป็นผู้ที่สามารถจะช่วยช่วยตบคนว่าช่วยคนตกน้ำเราก็จะต้องว่ายน้ำเป็นแข็งแรงพอสมควรแล้วค่อยไปช่วยเขาว่าตกน้ำชั่วคราวตกน้ำแล้วไหว้เป็นแล้วจริงแข็งแรงแล้วจริงแต่เราก็ไม่ช่วยเขาว่าถ้าไม่ช่วยเขาตกคนตกน้ำไม่ช่วยเขาเราว่ายน้ำเป็นแข็งแรงได้จริงเราก็ไม่ถูกเรื่องประโยชน์ตนประโยชน์ท่านที่พระพุทธเจ้าท่านหมายในศาสนาของท่านมันก็ไม่ถูกเพราะงั้นเราจึงจะต้องมีระดับสูงขึ้นสูงขึ้นเป็นลำดับเป็นเพราะรู้สึกชาสามารถได้ ของตนเป็นโลหิตตาสูงขึ้นสามารถช่วยผู้อื่นได้เป็นครูเขาเป็นอาจารย์เขาเป็นที่ปรึกษาแก่เขาเป็นที่พึ่งเป็นหลักยึดให้แก่เขาเราต้องให้เขาแจกออกได้แล้วก็แจกจ่ายออกไปจึงจะเป็นฐานเป็นสภาวะธรรมที่หมุนที่เดินที่เยื้องย่างก้าวหน้าเป็นระดับๆเป็นสัตว์ส่วนที่ถูกต้องเราทำอะไรได้เท่าไหร่หรือสามารถยึดเอาถือเอาหรือว่าประพฤติเอาไขว่คว้าเอาเกิดสูงขึ้นสูงขึ้นเป็นปาริสาสูงขึ้นเราก็จะเป็นครูเขาใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นสูงขึ้นได้จริงๆจึงเรียกว่ามหาพรหม มีอะไรมากก็เป็นมหาพรหมอย่างนั้นมากมีผมบริษัทชามากก็เป็นมหาพรหมปรีชามากมีพรหมโลกตามากก็เป็นพรหมโปรยตามมาบางคนมีลักษณะมีมากได้มากแต่สอนไม่ค่อยเก่งก็มีลักษณะของพรหมประสิทธิ์ช้ามากบางคนซ้อนเก่งทั้งๆที่ได้มานี่มาหน่อยก็ถ่ายเทได้เก่งเศร้าจังรู้จักถ่ายทอดรู้จักให้ผู้อื่นได้เก่งมีนิสัยมีจริตให้เขาเก่งก็เป็นโฮมโปรปิดตาเก่งมีเชิงความเจริญตาเด่นเป็นมหาพรหมในเชิงโปโลมีตาเป็นมหาพรหมในเชิงปริสาแล้วแต่รัศมีเราก็มีจริงใหญ่ขึ้นจริงยิ่งขึ้นจริงก็เป็นมหาพรหมจริง นี่ต้องรู้ความเป็นพรหมไม่ใช่พรหมแล้วเลอะเทอะๆทรงเป็นสัตว์เป็นตัวตนบุคคลเราเขาเป็นร่างเป็นโฉมแล้วก็มาถามไถ่กันโอเคมั้ยเห็นมั้ยร่างฉันไหมพากันไปดูเป็นเพลงเป็นแหล่งไปเห็นแบบรูปแบบโฉมมีสรีระมีอัตตาตัวตนอยู่อย่างนั้นนั่นเรียกว่ายังไม่เข้าใจธรรมะยังไม่รู้ธรรมะที่หมายว่าจิตนั้นน่ะท่านสอนอยู่ว่าไม่มีตัวตนไม่มีรูปร่างไม่มีโฉมกายไม่มีรูปไม่มีโฉมไม่มีไม่มีตัวไม่มีต้นอนัตตาท่านก็ตรัสอยู่ชัดๆแต่ไม่เข้าใจเพราะว่ามันมีนะมันมีกิริยามันมีสภาวะมันมีอาการเจ็บเนี่ยมีตัวที่เราจะสัมผัสติด ผู้ที่สัมผัสจิตติดรู้อาการหรือยารู้สภาพของจิตไม่ใช่เป็นลมปั้นรูปเป็นมโนมติตาอัตราที่เป็นรูปเป็นโฉมดังกล่าวแล้วอย่างที่เขาหลงกันอย่างที่เอาตัวอย่างของเขาที่สอนกันแล้วก็บอกว่าโอ๊ยนี่อะไรจิตเก่งเป็นมโนมยิทธิคำว่ามโนยิทธิกับคำว่ามโนอัตรามันก็เป็นคำอธิบายลักษณะซึ่งเขาไม่รู้มโนอัตราหรือมโนผู้ที่ถึงซึ่งมโนมัยอัตตะปฏิลาโภก็บอกอยู่แล้วว่าอัตตะหรืออัตตาเป็นอัตตาชนิดหนึ่งที่ตนทำของตนเองจนกระทั่งเกิดจนกระทั่งเกิดแล้วก็หลงว่าตนมีลาภแล้วหนอปฏิลาโภเพราะทำทวนแล้วทวนเล่าเอาจนอยากจะได้ตามความเข้าใจผิดจนได้สมใจปั้นรูปเป็นสำเร็จโดยจิต เป็นรูปที่สำเร็จด้วยจิตของเราปั้นจนเสร็จจนเป็นจนมีแล้วเขาก็หลงว่าไอ้นั่นเป็นมโนมยิทธิเป็นความเก่งมโนมยิทธิบอกอิทธิแปลว่าความเก่งทางจิตและเขาก็นึกว่าจะเป็นความเก่งทางจิตถึงขนาดลั่นวาจาว่านี่เป็นความจริงเห็นไหมนี่เป็นได้ไม่ได้สำเร็จได้แล้วเขาก็จะพยายามสร้างพระที่มีอิทธิวิธีที่มีมโนมยิทธิที่สามารถเก่งอย่างนี้แล้วก็ถึงขนาดประกาศว่าจะไม่ได้หรอกศาสนานี้มันจะต้องจริงจังอย่างนี้น่าสงสารน่าสงสารที่เข้าใจผิดซึ่งเขาทำอย่างนั้นเป็นบาปเป็นบาปเป็นกรรมของเขาที่เขาเองก็พาคนหลงทางแต่ก็เป็นเจตนาบริสุทธิ์นะมันบาปโดยโมหะโดยความหลง วิชาบาปผู้จัดตั้งอกตั้งใจมีเจตนาดีเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแต่เขาก็ไม่รู้ซ้อนลงไปว่าในการทำอย่างนั้นของเขานั้นเขาได้รับลาภได้รับยศได้รับสรรเสริญยิ่งใหญ่มีคนนับถือมีคนหลงผิดตามมีคนเชื่อถือตามถึงขั้นเคารพบูชาทีเดียวแล้วเขาก็ได้สิ่งนั้นมาเสพสมสุขสมไม่เข้าใจว่าตนเองยังหลงในลาภที่ได้ยศที่ได้สรรเสริญที่ได้และก็ยังเป็นโลกียสุขที่ตนได้ความสุขความพอใจความชื่นใจในรถของการสมลาภสมยศสมสรรเสริญ สมโลกียสุขที่ตนติดอยู่โดยไม่รู้นี่แหละเรียกว่าอวิชชาไม่รู้ตนพวกคุณต้องตรวจจิตวิญญาณของตนเองให้ดีๆรู้เห็นจิตวิญญาณของเราเองว่าเรานี่หลงสุขที่เป็นโลกียเป็นโลกธรรมได้ประสมรากก็รักก็พอใจตื่นสดชื่นใจมีชีวิตชีวามีความเป็นอยู่อันนึกว่าเป็นชีวิตที่ดีเป็นชีวิตที่อยู่ได้เรื่อยๆบันเทิงเบิกบานด้วยการสมรสสมยศสมสรรเสริญสมโลกียสุขแล้วก็ตัวเองให้ยิ่งเกิดมานะใหญ่เกิดความถือดีชื้นดิบที่เราได้ลงตัวลงตนจนกระทั่งฟังดูแล้วมาพูดก็กษัตริย์ก็พูดอย่างง่าย เพราะว่าได้รับค่าคุณว่ากษัตริย์นับถือกษัตริย์บูชาเคารพอะไรอย่างนี้ก็เลยยิ่งเกิดมานะใหญ่แล้วก็ดูตัวเองก็รู้สึกตัวเหมือนกันนะไม่ใช่ไม่รู้สึกตัวมีไหวพริบมีปฏิภาณร่วมกันในผู้นี้ถ้าไม่ค่อยดีดูไม่เคยบอกว่าสมแต่มันก็อดใจไม่ได้ห้ามห้ามปากไม่ได้อะไรก็พูดสารภาพมาแล้วก็กระทำอย่างนั้นอย่างนั้นโดยไม่มีสัมมาคารวะไม่รู้จักฐานะอันควรในอะไรก็ได้นี่มันเกิดมานะอย่างนี้นี่เอามาพูดเอามาวิเคราะห์ให้ฟังพิจารณาดีๆมันจะถือดีอะไรต่ออะไรขึ้นไปจนเผยจนแพร่จนแพ้ออกมาให้เรารู้เราเห็นกันเราก็ให้ระมัดระวัง เราจะเป็นมหาพรหมที่ยิ่งใหญ่ก็เป็นให้เด็กถูกต้องเป็นให้ได้อย่างเข้าสัมมาทิฏฐิรู้จิตรู้วิญญาณอะไรเป็นเครื่องหมายอะไรเป็นเงื่อนไขอะไรเป็นสิ่งที่บอกเป็นข้อแม้ว่าต้องเป็นอย่างนี้อย่างนี้จึงจะเรียกว่าพรหมต้องสามารถจับจิตของตนเองอ่านรู้ว่านี่เป็นกิเลสกิเลสลักษณะอย่างนี้มีศักยะของขั้นระดับนี้ลดได้เป็นเทวดาจะต้องตรวจตราการให้รู้จริงๆจับไม่ถูกมีปัญญาเข้าใจในความหมายในเงื่อนไขในข้อแม้ ลักษณะกิริยาอาการรู้จิตวิญญาณที่แท้ๆจับจิตวิญญาณถูกตัวถูกอาการกิริยามันไม่มีตัวมันไม่มีตนมันไม่มีลูกไม่มีโฉมไม่ค้านแย้งคำสอนพระพุทธเจ้าน่ะไม่ขาดแย่งเราเห็นกิริยาจิตเราเห็นอาการจิตก็เห็นอารมณ์ของจิตวิญญาณแท้ๆมีเป็นอย่างไรอย่างไรและก็มีความหนาความเบามีคุณลักษณะโทษลักษณะเป็นอย่างไรอย่างไรเรารู้เลยนี่อย่างนี้เรียกว่าอารมณ์กามอย่างนี้เรียกว่าอารมณ์สิ้นกามเกี่ยวข้องกับเหตุนั้นเหตุนี้จึงเรียกว่ากามไม่เกี่ยวข้องกับเหตุนั้นเหตุนี้ไม่เรียกว่าการรู้ชัดอันนี้ปราศจากแล้วอันนี้ยังหยาบอยู่ยังหนาอยู่ยัง อย่างยิ่งยังแข็งแรงอยู่นี่กลางและปานกลางหินอ่อนละเอียดอันนี้เหลือเล็กเหลือน้อยเศษเล็กเศษน้อยจนเข้าใจว่านี่เป็นรูปราคะอรูปราคะแม้เศษเล็กเศษน้อยหรือเศษเป็นรูปลายๆพอจับได้ยิ่งเป็นรูปยิ่งละเอียดลออเป็นราคะเศษเหลือเราก็เข้าใจลูกเข้าใจอ่ะรูปมันไม่ค่อยมีรูปแล้วไม่ค่อยมีสภาพดูฟังไม่ใช่รูปไม่ใช่โฉมหรอกแต่ว่าเป็นสิ่งที่กำหนดรู้ได้เป็นสิ่งที่ถูกรู้ได้ถูกรู้ได้อย่างละเอียดลออเป็นรูปของราคาเท่านั้นเป็นรูปของสิ่งที่เป็นเศษๆคือพลิ้วอยู่จะเรียกชื่อกำหนดลงไปตายตัวมาเป็นกามมันก็อ่อนละเอียดแล้วแต่ก็รู้ได้เมื่อเรามีปัญญาสูงขึ้นแล้วก็ แม่ตรวจภัยอันมีประมาณน้อยยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นเท่าใดแล้วก็เก็บละเอียดให้หมดไปเรื่อยๆเพราะส่วนเหลือก็จะถูกเก็บพร้อมกันนั้นเราก็จะไม่มีมานะสังโยชน์แต่จะไม่มีการถือดีได้ดิบได้ดีขึ้นมาเท่าใดก็ตามเราก็จะไม่หลงการได้ดิบได้ดีนั้นๆไม่เอาเด็กเอาดีนั้นๆไปเป็นกิเลสซ้อนลงไปอีกแต่ที่ได้กำชับกัญชามาแล้วเป็นครูเขาเป็นพรมปูโลหิตตาแม้จะเป็นครูใหญ่เป็นพรมที่ยิ่งใหญ่เป็นมหาพรหมขึ้นเท่าใดๆเราก็จะไม่หลงตัวหลงตนสร้างกิเลสซ้อนซ้ำเข้ามาว่าเราได้เป็นครูเขาแล้วเราก็หลงตัวหลงตนเป็นมหาพรหมเป็นพรหมอันเร่งอันใหญ่ถือศักดิ์อำนาจ ใหญ่ซื้อสักถือสีทำสีทำผมทำเป็นอำนาจเบ่งยศศักดิ์แบ่งความใหญ่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ไม่เอาลักษณะนี้ไม่ใช่คุณงามความดีเราจะต้องรู้ละเอียดละออแล้วก็เข้าใจเอากับกิริยาอาการทั้งนอกทั้งในจิตทั้งออกมาทั้งกายทั้งวาจาข้างนอกแล้วเราจะต้องรู้ว่าอย่างนี้เราใช้กายกรรมอำนาจบาตรใหญ่แล้วอย่างนี้เราใช้สำเนียงวาจาคารมโวหารเป็นอำนาจบาตรใหญ่และไม่สมควรในการละไม่สมควรในบุคคลประมาณให้ดีเป็นพร้อมแล้วจะต้องละเอียดสุดคุ้มกว่านี้งามขึ้นเรื่อยๆสำคัญความหมาย ได้กำชับกัมพูชาได้อธิบายลักษณะต่างๆแม้แต่ได้เพิ่มพูนเพิ่มฐานที่ได้บรรยายอยู่ที่สันติอโศกก็ดีบรรยายที่นี่ก็ดีขยับขยายองค์ชานมพุทธภูมิปัญญาขยายความแม้แต่เอาเรื่องของยาน 3 สัจจานเข้ามาอธิบายพวกอธิบายสัมพันธ์ให้เห็นว่ามันมีลักษณะคล้ายกันเป็นเรื่องที่จะต้องตรวจสัจจะและก็กระทำจริงมีกรรมไม่มีเยหรือมีจิตวิญญาณมีการรู้ว่าเราจะต้องทำการงานนั้นการงานของเราที่สำคัญของพระโยคาวจรหรือผู้ปฏิบัตินี้ก็ งานตัดกิเลสการงานอื่นเราเข้าใจแล้วว่าเราจะทำตามสัตว์ตามส่วนตามมีตามเป็นการงานทางลูกโลกการงานทางสร้างสรรค์แบบโลกๆถึงจะช่วยตนช่วยทันอะไรธรรมดานั่นแหละก็เป็นการงานที่เราจะต้องแยกออกแยกชัดอย่างนั้นส่วนการงานที่เราจะทำกับจิตที่ดำเนินการไม่ได้เยเป็นฌานเพราะจิตเป็นฌานเหมาะแก่การงานไม่ได้หมายความว่าจิตเป็นทานเหมาะแก่การงานที่จะไปเพ่งเอางานทางโลกที่จริงงานทางโลกมีทานก็ดีเหมือนกันงานทางธรรมนี่แหละสำคัญต้องเป็นชาญถ้าจิตมันไม่เป็นชาแล้วมันทำกิจกรรมการงานอะไรไม่ได้ 7 จะต้องมีปัญญามีสติ ทำเอาวิจัยมีวิริยะมีความเพียรมีสติระลึกรู้สึกตัวเป็นเป็นฐานแรกเป็นโพชฌงค์องค์แรกเป็นหลักธรรมองค์แรกมีธรรมะวิจัยวิจัยวิจัยวิจัยวิจัยวิจารณ์อยู่รู้แง่รู้เงื่อนรู้รักคุณลักษณะโทษส่วนลักษณะและรู้สภาพมันจริงๆนะแม้จะเป็นสิ่งละเอียดถึงขั้นเราเรียนรู้ปรมาภิไธยคือสิ่งที่ถูกรู้ได้ที่สูงขึ้นไปกว่า 7 อีกจิตนั่นแหละที่จริงก็จิตนั่นแหละแต่ละเอียดลออจึงเรียกว่าจิตเจตสิกเจตสิกก็เป็นสภาพที่เป็นเครื่องประกอบอยู่ที่จิตเป็นอาการของจิตที่เราจับได้จิตเป็นสภาพ คำว่ารวมๆอยากเป็นสภาพถ่ายรูปของเราในตัวของเราเนี่ยมันรวมๆอยู่เจตสิกก็เป็นอาการที่ร่วมอยู่กับจิตนั่นแหละแบ่งออกมาได้อธิบายลักษณะโดยบัญญัติโดยปริยัติโดยสิ่งภาษาที่จะเอามาเรียกมันก็ควบคู่อยู่ในน้ำแดงออกมาแบ่งส่วนออกมาเรียกเป็นระดับกิริยาอาการเป็นนั่นเป็นนี่เราก็รู้เป็นเจตสิกเศษเหลือหรือว่าสิ่งที่จะรู้ต่อไปอีกเรียกว่าลูกรูปเป็นรูปพระจิตแม้จะไม่มีภาษาเรียกแล้วแต่ก็เข้าใจอาการเข้าใจความหมายของมันเป็นแนวโน้มไปเป็นเศษส่วนที่เหลือว่าอันนี้เป็นอกุศลอันนี้เป็นกุศลรู้ว่าส่วนนี้เป็นกุศลเป็นอกุศลแล้วจะต้องรู้จะต้องมีวิชาเป็นอุปการะไม่ใช่มีอวิชชาเป็น อันตรายเราจะต้องรู้แม้กระทั่งจิตของเราจะอยู่ในสภาพดีเป็นประมุขชัดไม่ใช่เป็นอลาสก้าเป็นความไม่ดีไม่ยินดีเราจะต้องยินดีอย่าจะต้องเห็นดีเข้าใจตัวดีเห็นตัวดียิ้มตัวดีรู้ตัวดีดีเป็นอารมณ์ยินดีสบายสบายด้วยปลอดโปร่งเราจะต้องเห็นชัดเจนของเราและสุดท้ายเราจะต้องแยกออกมาเป็นกุศลเป็นอกุศลท่านกุศลก็เป็นอุปการะพระอกุศลก็เป็นอันตรายไม่ดีเป็นนิวรณ์ละเอียดเข้าไปอีกละเอียดจากนิวรณ์ 5 และขึ้นนิวรณ์ 8 จะต้องรู้ซึ่งวิชา รู้สึกอวิชชาเป็นนิวรณ์อวิชชาเป็นนิวรณ์อติเป็นนิวรณ์อกุศลเป็นนิวรณ์เราจะต้องรู้อุปการะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าเราจะเป็นคนอยู่เราก็ต้องเป็นผู้ที่มีอุปการะเป็นผู้ที่อยู่กับการอุปการะอุปะแปลว่าเข้าใกล้แปลว่าอยู่ใกล้กาละแปลว่าการแปลว่างานการเนี่ยงานหรือการเนี่ยมีการอย่างนั้นมีกิจอย่างนั้นมีการมีอาการจะเรียกอะไรก็แล้วแต่การแม้แต่อาการของจิตก็มีเป็นอย่างนั้นอาการของจิตของเราแม่มันเกิดอยู่ก็ให้มันเป็นกุศลก็ให้มันเป็นความยินดีเป็นประมุขช้าก็ให้มันเป็นวิชาเป็นผู้รู้อยู่เห็นอยู่ชัดแจ้งไม่ใช่งมงายไม่ใช่ ดับดินไม่ใช่ไม่รู้เรื่องนี่เป็นสัจธรรมพระพุทธเจ้ายืนยันอย่างนี้อาทิตย์นี้ก็ลองต่อต่อเข้าไปที่หน้า 400 วรรคต้นไม้รอบที่ 2 ไม่ใช่ว่าต้นฮา 400 วรรคที่ 2 อาจจงทำความเพ่งพินิจพิจารณารู้ตัวรู้ตนมีสติตรวจอารมณ์ตรวจใจตนเองให้มากมากเธอความหลงในภาวะตัณหาเหล่านี้มันเป็นความหลงยึดหลงเสพซับซ้อนเอาทำมาอารมณ์เอาสภาวะอารมณ์ของจิตที่มันเป็นเพียงอนัตตา จิตนี่มันเป็นอนัตตาเอาอารมณ์จิตที่มันเป็นเพียงอนัตตาแต่เราแต่แล้วก็มาปั้นขึ้นมาหลงเสพหลงติดมาหลงเสพติดหลงชื่นชมสมใจสมเด็จเป็นรถเป็นรูปเสกดูเอาเถอะความหลงเป็นอารมณ์สุขสมเพราะเราไปหลงผิดว่ามันเป็นตัวเป็นตนเราก็ไปปั่นเป็นตัวเป็นตนตามคำบอกเล่าหรือคำที่เคยได้ยินมาเป็นกิเลสกิเลสแปลว่าสิ่งที่ได้ยินได้ฟังตามๆเข้ามาแล้วก็เชื่อตามเขาอย่างไม่มีปัญญาไงกิเลสอ่ะมันสอนถ่ายทอดมันเชื่อตามๆเข้ามาเชื่อตำราเชื่อเดิมๆเก่าๆบุรีรัมย์โบราณสืบทอดกันมาอะไรก็แล้วแต่ ปล่อยให้พูดอีกอย่างติดเป็นความรู้สมัยเก่าเป็นความรู้เดิมๆโบร่ำโบราณที่ยังไม่ใช่ความรู้ของพระพุทธเจ้าเป็นความรู้ของฤาษีเดิมเขาก็สอนอย่างฤาษีเดิมมันก็เป็นความรู้ดูสีเดียวกับผีเก่าๆยึดติดความเห็นจิตเป็นอัตตาดวงนี้เขาก็เป็นอัตตาอยู่อย่างนั้นเป็นการหลงทางถ้าบ้านปั้นรูปขึ้น Message เป็นอารมณ์สุขสมก็รีบตัดเรียกว่าอัตราเป็นได้ถึงขนาดริกะอัตราและเป็นมโนมยิทธิอัตราเป็นอนุบาลอยู่ทั้งสิ้นเป็นได้ถึงขนาดโอฬารคือเป็นอัตตาที่มันใหญ่เป็นถึงอัตราขนาดใหญ่ขนาดยาวลืมตาขึ้นมาก็เห็น บ้านจนสำเร็จแล้วอย่างนี้เป็นมโนมัยอัตตาคือปั้นให้สำเร็จด้วยจิตสามารถปั้นจนเป็นเรื่องใหญ่เรื่องยิงเป็นโอฬารเป็นความที่เป็นได้สำเร็จอย่างโอฬารนะบางทีเราก็ใช้คำว่ามหะบวกโอฬารมมโบราณก็เป็นมโหฬารถ้าคำว่ามโหฬารอะไรจะเข้าใจมากกว่าเพราะเราเคยพูดภาษาไทยมโหฬารผู้ใหญ่ยายยิ่งโมโหมากโอฬารโอฬารก็แปลว่าใหญ่โอฬาริกบรรยายเป็นสภาพที่หยาบใหญ่แล้วบางทีลืมตาโพลงๆนี่ก็เห็นเทวดาลอยฟ่องงูเต็มไปหมดอะไรก็ได้ลืมตาก็เห็นมากเห็นมายด์เป็นความเห็นที่เขาเองเขาสมมุติให้ตัวเอง ปั่นจนเป็นจนเก่งจนหยาบจนใหญ่จนสามารถเห็นได้อย่างเก่งอย่างใหญ่ก็ได้เป็นอุปทานเกิดขึ้นสร้างเกิดขึ้นเขาก็สามารถเป็นได้หรือจะเป็นแค่อรูปไม่อยากอัตราเป็นแต่เพียงไม่มีรูปไม่มีโฉมแต่เขาก็เป็นความรู้สึกว่าเขาเข้าใจเอาอ่ะเข้าใจว่าเทวดายังเป็นตัวเป็นตนอย่างนี้อยู่ฟากนั้นฟ้านี้เป็นอะไรอื่นๆซึ่งไม่ใช่เป็นธาตุรู้ที่อยู่ที่ตัวธาตุรู้รับผิดชอบของตนไม่ใช่ได้ไปวุ่นวายไอ้จิตวิญญาณเป็นตัวตนของคนอื่นๆพระพุทธเจ้าหรือเปล่าบอกว่าอาหารอเมริกาเราเองเราไม่รู้ไม่เห็น ไม่เอาของใครของใครก็ของมันถ้าเราจะประมาณจะหยั่งรู้คนอื่นเราก็อยากรู้ได้ด้วยอภิญญาเหมือนกันพอรู้หยั่งรู้วัดรู้คำนวณคำนึงคะเนหรือว่าเปรียบรู้เทียบรู้โดยหาข้อมูลมีองค์ประกอบอะไรอาศัยแล้วก็เข้าไปรู้จิตแต่ตัวจิตนั้นไม่มีใครรู้ใครเห็นของใครอาหารมีตังค์นะชาวนามีอาหารเมตตังนะภาษามีติไม่รู้ไม่มีใครรู้ใครเห็นของใครภาษาอังกฤษแปลว่าตัวเราเองอันเป็นตัวเราอาหารมีอาหารมีตังค์ ณัชชาแปลว่าไม่รู้นชานาในชานามิน้าชานามิเป็นความไม่รู้ชานี่แปลว่ารู้ไม่ได้รู้ของเราว่าเป็นของเราเราไม่รู้ไม่มีใครมารู้ของเราถ้ามีตังค์นะชานามิอะหะเมตตังนะปัสสะติไม่มีใครมาเห็นมารู้ได้ของใครของเราก็เห็นของเราไม่มีใครมารู้มาเห็นของเราอาหารมีตังค์และชานามิชาแปลว่ารู้ผัสสะปัดสามีติมีแปลว่าเห็นนะไม่ต้องไปเอาไม่นับประสานมิตรไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นของใครของใครจิตใครก็จิตมันมีตะเมตตาของใครเมตตาเมตตาของมันไม่ต่างก็จิตของเรามีตังค์ถ้าไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นในจิตใน ขายของขายในวิญญาณของใครเรารู้เราเห็นของเราเราจะรู้เราจะเห็นของคนอื่นเราก็อาศัยองค์ประกอบต่างๆเป็นเครื่องวัดเหมือนเรามีเครื่องมือมิเตอร์เรามีอภิญญาเรามีความสามารถเข้าใจอะไรต่อได้ละเอียดอ่อนแล้วก็ประกอบไปด้วยกายโดยวิธีโดยมโนประกอบกันและเราก็อยู่รู้กันได้ด้วยความเสพคุณด้วยความขอบคุณท่านยิ่งคบคนเราก็ยิ่งรู้ในกายในวัยจีนในมโนของผู้นี้เราก็ยิ่งรู้ได้ถ้าไม่รู้เราจะไปที่ดินนั่งอย่างรู้ประเภทที่เดาๆโดนๆนั้นน่ะพระพุทธเจ้าท่านไม่ยืนยันท่านว่าอย่างนั้นมันเป็นของดาวดึงเป็นของยากแม้แต่เป็นรูปภาษาเรียกว่าหารูปแปลว่าไม่ใช่รูปแล้วที่จริงก็เป็นสิ่งที่ถูกรู้นั่นแหละ จะดูปังนั่นแหละรูปปังเป็นสิ่งที่ถูกรู้แต่สิ่งที่ถูกรู้นี้ยิ่งละเอียดเพราะว่าจิตวิญญาณขั้นละเอียดขึ้นไปแล้วยิ่งละเอียดจนเราเรียกว่าภาษามาเรียกบัญญัติมาเรียกว่าไม่ใช่รูปมันเกือบจะไม่เห็นรูปแล้วจึงเรียกว่าไม่ใช่รูปตามที่เราเคยเห็นรูปปะอรูปไม่ใช่รูปที่เราเคยเห็นแล้วมันละเอียดกว่านั้นต้องมีตาที่เป็นทิพย์ต้องมีตาที่เป็นความรู้ความเห็นที่ละเอียดแทรกลึกเป็นไปอีกแม้เราจะปั้นอัตราแบบโลกๆอย่างที่เราเข้าใจไม่เห็นรูปเห็นโฉมหรอกแต่ก็มีสัญญาณมีอะไรต่ออะไรสักอย่างนึงแต่เราก็ยังมีปัญญาเข้าใจผิดๆอยู่ ผิดๆสัญญาวิปลาสว่าจะเป็นอย่างนั้นเทวดาก็เป็นอย่างที่เราเข้าใจแต่ว่าไม่เห็นรู้ว่าแต่อย่างที่เขาใช้คำว่ารู้สึกเอาแต่ความรู้สึกรู้สึกนะรู้สึกรู้สึกที่อธิบายไม่เห็นรูปนะไม่เห็นรูปพอเห็นรูปแล้วนั่นน่ะสายแล้วนั่นน่ะคุณยังทานไม่เก่งยังสมาธิไม่เก่งคุณได้ใหม่ๆคันนี้ก็เก่งมากแล้วต้องเห็นเก่งจริงๆถึงจะเห็นรูปทำไม่เก่งจริงๆก็ขนาดนี้เอาแต่เพลงรู้สึกรู้สึกก็ได้รู้สึกนั่นคืออะไรรู้สึกรู้สึกยังไม่เห็นรูปยังไม่เห็นโฉมยังไม่ปั้นรูปมาใช้ๆชัดๆเหมือนฝันเหมือนนิมิตในฝันเหมือนรูปในฝันชัดๆ เป็นตัวเป็นตนเป็นรูปเป็นร่างเป็นสรีระเอาแม้แต่อารมณ์ไม่อัตตาก็เราก็เห็นได้ในนัยยะที่เขาพากันเล่นแล้วเขาก็เข้าใจไปอย่างนั้นรู้สึกๆเห็นเป็นสียังยังไม่เป็นสีเอาแบบรู้สึกรู้สึกเอารู้สึกก่อนอ่านดูดีๆเถอะเขาก็เล่นก็หลงกันอยู่อย่างนั้นนั่นแหละเรียกว่าอะไรแบบที่เขาตั้งมุ่งหมายไว้ผิดจิตเขากำหนดไว้ผิดแล้วเขาก็จะทำอย่างนั้นให้สำเร็จโดยจิตก็สำเร็จได้เป็นอรูปอะตะปฏิลาโภพูดที่มีลาภแล้วหนอที่ฉันทำทุนแล้วทนอีกจนสำเร็จปั้นขึ้นมาสำเร็จโดยจิตเป็นอุปทานที่เป็นตัวเป็นตนเขาก็ได้อัตรานั้นเป็นอัตภาพแต่ของเรานี้เราต้องเรียนรู้ที่แท้ อย่าให้เป็นโรคผิดอย่างนั้นนี่ก็กำชับขณะนี้กำลังพูดถึงเพราะว่าตัณหาที่เขาหลงในอัตราที่เขาปั้นเขาสร้างเป็นจิตเป็นวิญญาณที่ยึดเสพยึดสร้างมัวเมาในตัวตนสร้างสิ่งที่ไม่มีให้มันมีเป็นตัวเป็นตนอยู่อย่างไม่รู้ในวงเล็บอวิชชานั่นแหละสร้างไม่มีตัวไม่มีตนจะปั้นจนเป็นจนมีอย่างไม่รู้ตัวไม่มีความรู้เป็นอวิชชานี่ทำอย่างอิจฉาแล้วมันก็คงมีสร้างก็คงมีแล้วมันก็คงมีตามอวิชชาของตนที่ยังไปหลงยึดหลงสร้างอยู่เป็นตัวตนอย่างนั้นก็เป็นมีสุขมีทุกข์นั้นๆอยู่จริงๆพลอยเป็นสุขพลอยเป็นทุกข์เราก็ถาม เป็นไงดีใจไหมดีใจไหมดีใจครับดีใจชื่นใจไหมชื่นใจก็ไม่เห็นมาได้มั่นใจนะมั่นใจนะที่นี่มั่นใจนะที่เอามาอ่านนะฟังดีๆเอามาอ่านเพื่อที่จะได้ให้พิสูจน์เพื่อที่จะให้สอบทานว่าเขาเป็นจริงเขามีจริงสิ่งไม่จริงก็เคยพยายามหาโวหารหาสิ่งที่มาเทียบเคียงให้ฟังที่สุดว่าคำโกหกนี้มีจริงไหมคำโกหกมีจริงในโลกคำโกหกเป็นความไม่จริงใช่ไหมไม่จริงขนาดคำโกหกก็คือคำว่าไม่จริงไม่จริงยังมีจริงอะไรอีกก็จะไม่มีอาการอื่นๆมันก็ไม่จริงแต่มันก็มีจริงเพราะความมี จริงในสิ่งที่ถูกที่ผิดนี่จะต้องกำหนดให้สำคัญต้องสัญญาให้สำคัญกำหนดหมายรู้ให้ละเอียดลออเพราะในเรื่องอรูปในเรื่องอุปทานจิตในเรื่องจิตวิญญาณเป็นด้ายสารพัดไปตั้งมันขึ้นมาไปปั้นมันขึ้นมาเป็นกำหนดมันขึ้นมาแล้วก็พากเพียรทำเอาทวนแล้วทวนเล่าปฏิปฏิปัตติตัวแล้วๆทำก็จนกระทั่งปฏิลาโภเป็นลาภเป็นสิ่งที่ได้มาสมที่เรามุ่งหมายประสิทธิภาพประสิทธิภาพควรทำจนกระทั่งสำเร็จโดยจิตจึงเรียกว่ามโนอัตราจนกระทั่งใหญ่เป็นโอฬารหรือแม้ยังไม่สำเร็จโดยจิตอย่างชัดแจ้ง เราเรียกว่าอรูปไมยราอัตตาก็มีจริงอย่างนี้เพราะงั้นเขาก็สุขเขาก็ทุกข์กันอยู่อย่างนี้เป็นผู้มีผู้มีความมีในนี้ใส่เครื่องหมายคำพูดคำว่าความมีมีสุขมีทุกข์นั้นๆอยู่จริงๆเป็นผู้มีความมีนานๆจริงเป็นผู้มีความมีนั้นจริงแต่ตนไม่อาจสามารถจะรู้ตัวนั้นๆได้รู้ตัวความมีที่ตัวเองมีไม่รู้ว่ามันผิดมันถูกไม่รู้ตัวความมีในนั้นได้เพราะว่าหลงผิดว่าตนไม่มีสิ่งที่มีคือมีความผิดมีอวิชชามีความหลงมีภาวะปัญหาไปตัณหาในภพในชาติสร้างพบสร้างชาติขึ้นไปเรื่อยเป็นสังขารก่อเพิ่มมันไม่มีจริงก็ เกาะไปเพิ่มมีจริงในพบในจิตมีนะไม่ใช่สภาพแบบรูปแบบของแบบกามปั้นเป็นตัวเป็นสีเป็นรูปเป็นกลิ่นเป็นรสในโลกนี่ไม่ใช่แล้วนะนี่ปั้นจิตในจิตเป็นภาวะภวตัณหาปั้นมาเป็นตัวเทวดาเทวดาอะไรเองแหมจะปั้นให้มี 4 หน้า 8 เสียงมีสีมีรูปอะไรก็ปั้นเข้าไปตามที่ตัวเองว่าตัวเองนึกตัวเองคิดที่จริงเขาไม่เป็นอันนั้นจิตมันก็เป็นอารมณ์จิตมันก็เป็นอาการที่มันทำบาปทำกรรมทำทุกธาตุรู้ที่มันทำทุกทำฝ่ายให้แก่เราก็ไม่รู้ตัวไปปั้นอัตราอย่างนี้เขามีความมีแต่เขาไม่รู้ว่าเขามีความมีภาวะต

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน