230821-2-203 ทางเอกภาค2-ตอน203(หน้า438)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท054.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระพุทธชินราชอบรมทำวัตรเช้าอธิบายทางเอกภาค 2 ที่ปรึกษาเรามาทำวัตรกันต่อตอนนี้เราถึงหน้า 47 438 3438 เรื่องของรายละเอียดต่อๆไปให้เห็นถึงแม้แต่กินเลยต่างๆที่มันก็เอาเข้าไปไว้ในจิตนั่นแหละหรือจิตนั่นแหละมันปรุงเศษจนกระทั่งมันปนมันวนกันไม่รู้ เครื่องแยกไม่ออกเลยที่จริงกิเลสหลักมันมีกิเลสกามจับกิเลสพบคือกิเลสภายนอกและภายในเราจะไหลว่างั้นมันมีเป็นกิเลสภายนอกและภายในอย่างกามและถือว่าภายนอกพบก็ถือว่าภายในเสร็จแล้วมันก็ไปปนกันซ้ำซ้อนกันก็ไปตามอารมณ์ก็ดีทำอารมณ์ก็ดีปนกันไปหมดเป็นอารมณ์ในการเป็นอารมณ์ในภพเป็นอารมณ์ในธรรมที่ทรงอยู่อยู่ในจิตในใจสุดท้ายมันก็ไม่ส่งไม่ผิดนี่แหละแต่มันก็ปนกันไปหมดจะเรียกว่ากามมาตัณหาภวตัณหาเต็มไปหมดอยู่ในภพและยังมีวิเคราะห์ปัญหาอีกนะในปัญหาทั้งหลาย กามตัณหาและก็ว่าอย่าภวตัณหาและก็ว่าหยาบก็มีพระวาสนาหยาบแต่ว่าเป็นตัณหาอีกแบบนึงมันเป็นเรื่องของจิตใจแท้ๆทีเดียวเช่นการมีมานะถือตัวไม่ใช่ว่าเราจะมีมานะถือตัวตอนที่มันเป็นพระอนาคามีจึงจะมีมานะเปล่าที่กะโหลกก็มีมานะขนาดต่ำเตี้ยต่ำต้อยเป็นยาจกขอทานเป็นคนเลวขนาดหนักๆมึงก็ยังหยิ่งในความเลวของตนถือตนถือตัวในความเลวของตนนึกว่ามันดิบมันดีนักหนาภาคภูมิยึดสิ่งที่ตนเป็นตนมีอยู่ 1 อย่างยิ่ง ได้เรียกว่ามานะหรือกิเลสแห่งภพแห่งจิตจิตมันถือมันไม่มีอะไรมันยึดของตัวของตนมานะนี่มันเป็นอัตตาแท้ๆน่ะเป็นโรคแห่งอัตภาพตาถือตัวถือตนเป็นได้แม้กระทั่งหยาบหยาบต่ำๆไม่ว่ากามาตัณหาหรือภวตัณหาจะจัดเข้าไปอันนึงน่ะถือเอาเรื่องของจิตโดยตรงอีกอันหนึ่งมีลูกมีรถมีกลิ่นมีเสียงมีสัมผัสมีวัตถุอะไรเกี่ยวโยงอยู่ด้วยส่วนเพราะว่าปัญหานั้นไม่ต้องมีวัตถุไม่ต้องมีอะไรเกี่ยวโยงจิตของตัวเองเลยพอปั่นเอาความเห็นความรู้ส
อ่านต่อ
ึกของตัวเองเลยโมเมเอาเอง เรียกว่าภวตัณหาส่วนวิภาวะตัณหานั้นเป็นทั้งนั้นแหละลึกซึ้งเข้าไปอีกละเอียดลออเข้าไปอีกถ้าตามหลักจริงแล้วล่ะก็เป็นเรื่องของสิ่งที่สูงส่งเป็นเรื่องของสิ่งที่ลึกขึ้นไปซึ้งขึ้นไปสูงขึ้นไปแล้วก็เรายังเหลือตัณหาเหล่านั้นเหล่านั้นอยู่ยังไม่หมดยังเป็นเศษเป็นเหลือเรียกว่าตัดวิภาวะตัณหาคือมันยังเหลืออยู่ในภพอันยิ่งมันแทบจะไม่รู้แทบจะไม่เห็นแทบจะไม่เข้าใจเป็นปัญหาที่อยู่ในภพอันยิ่ง นั่นมันเป็นความหมายหยาบเป็นเรื่องวาสนามีความหมายหนึ่งก็คือมีพระวจนะหมายความว่ามันไม่ใช่ตัณหาตัณหาอะไรหรอกมันเป็นความปรารถนาดีเป็นความอยากให้อยากให้ผู้อื่นได้ดีไม่ใช่เป็นของตัวของตนไม่ใช่อัตตาไม่ใช่อัตภาพอะไรไม่ใช่เรื่องของตัวของตนอะไรหรอกแต่เป็นความปรารถนาดีถ้าใครอ่านหนังสือคนคืออะไรทำไมสำคัญนักก็จะได้เข้าใจอันนี้บ้างเพราะว่าในนั้นอธิบายไว้เหมือนกันว่าเป็นปัญหาให้อุดมการณ์ศาสนาแห่ง เพลงอุดมคติในเรื่องลึกซึ้งได้ยกตัวอย่างในนั้นว่ามันเป็นปัญหาของพระโพธิสัตว์เป็นตัณหาของพระอรหันต์มีประวัติตัณหาจะเรียกว่าตัณหาก็เรียกโดยชื่อที่จริงไม่ใช่ของท่านท่านไม่ใช่เอามาให้ท่านแก่ท่านเองหรือปัญหาของพระพุทธเจ้านี้เป็นต้นเราพูดอย่างนี้แล้วคนก็จะหาว่าเราว่าพระพุทธเจ้าว่าพระพุทธเจ้าจะมีปัญหาหรือพระพุทธเจ้าท่านไม่มีปัญหาเราไม่เรียกว่าตัณหาแต่อธิบายเป็นเชิงให้ฟังว่ามันเป็นขาวไว้จอนหรือว่าเป็นอิจฉาว่าจรเป็นความ ปรารถนาดีเป็นความอยากให้เกิดดีต้องการให้ได้ดีเป็นเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเป็นพระกรุณาธิคุณพระกรุณาธิคุณเป็นความกรุณาทีเด็ดปรารถนาดีสร้างสรรค์ให้เมืองพระเจ้าเป็นผู้ที่มีความรักระหว่างนั้นที่จริงพระเจ้าไม่ได้มีความรักความรักอะไรหรอกความรักทำมาอธิบายภาษาแบบพุทธและความเป็นทุกข์เป็นความอยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีอย่างนี้ก็เรียกว่าเป็นขั้นสูงสุดในความหมายของศาสนาเราจะเรียกว่าเป็นตัณหา ก็ต้องเข้าใจว่ามันเป็นภาษาอนุโลมถ้าไม่เข้าใจแล้วก็จะไปติดยึดแล้วก็ถือสาว่ามันเป็นปัญหามันเป็นสิ่งที่เป็นกิเลสแล้วก็ตามใจถ้าใครพูดกันไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจไม่มีที่ตัดสินไม่มีที่จบก็เถียงกันไปแต่ถ้าใครเข้าใจแล้วตัดสินได้แล้วมีที่จบแล้วก็ไม่มีปัญหาอันนี้ก็อธิบายคร่าวๆอธิบายกันอีกก็ได้ในเรื่องของความแบ่งเพราะว่ารายละเอียดมันมีเยอะตามมาตัณหาก็ตามเพราะว่าตัณหาก็ตามวิภาวะตัณหาก็ตามทีนี้คนที่ไม่รู้นี่คนที่โง่หรือว่าคนที่ทำจัดจ้างอย่างเรายกตัวอย่างฮิปปี้อย่างนี้เป็นต้นเขาไม่รู้หรอกการพัฒนาก็ไม่รู้เพราะว่าตัณหาก็ วิภาวาสนาเขาก็ไม่เข้าใจก็กลับไปมีทั้งกามทั้งภวตัณหาอะไรก็ตามแต่ปนเปกันอยู่ในตัวเขาน่ะเป็นก้อนชัดๆอะไรที่จัดจ้านเขาก็แสดงออกอะไรไม่จัดจ้างเขาก็ไม่รู้มันยังไม่แสดงออกมันก็อยู่ในตัวเขาสิ่งใดที่เขาแสดงออกเขาอยากเสพไอ้นู่นเขาอยากเสพไอ้นี่เขาอยากมีอันนู้นอันนี้เขาก็แสดงออกอย่างนี้ปีจะไปบอกว่าเป็นพวกเดียวกันกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่มันเป็นไปไม่ได้มึงอยากกินก็กินอยากเสพก็เสพจากสมสู่ก็สมสู่อย่าแก้ผ้าก็แก้อยากจะร้องเพลงมันก็ร้องมันดับโลกมันไม่เอานิยายโลกเขาจะเป็นยังไงเขาจะรู้สึกยังไงเขาจะรู้ใครจะกำหนดยังไงมันไม่ฟังเสียงมันเป็นตัวกิเลสหาทางทนๆเลยถามมันยัง อะไรเหลือเชื่อมึงก็เอาอะไรมาดับเข้าไปอีกก็ดับไม่สนิทเป็นอาศัยอยู่ตัวเองมันยังมีอะไรที่ยังรู้สึกยังไม่อยู่ในภพในภูมิที่ตนต้องการอย่าไปเอายาเสพติดมากินเพื่อดับประสาทลงไปเพื่อให้อยู่ในภพภูมิตัวเองแล้วก็อยู่ในภูมิภาคของตัวเองอยู่ในเพราะว่าตาหูจมูกลิ้นกายมันยังเป็นที่ได้รับสัมผัสนอกเอามายึดมือถือกินยาสูบยาเอายามาเสพเข้าไปเพื่อให้ตัวเองมีอยู่ในภพภูมิของตนไม่ให้มันออกไปเอาเพราะเอาตามเอาไอ้อะไรที่มันหูตาจมูกลิ้นกายมันไปสัมผัสเอามาได้เอามาวุ่นวายตัดสิน ดับประสาทด้วยยาได้อยู่ก็ได้เข้าไปอีกกี่ปีเขาก็ทำว่าก็ไปตามเรื่องตามราวลูกกัญชาสูบกลิ่นอะไรไปตามเรื่องกินยาเสพติดอะไรไปตามเรื่องอีกเขาก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรมันเป็นกิเลสเป็นปัญหาอย่างไรเขาก็ไม่รู้ไม่ว่าอะไรทำอะไรหยาบอะไรเขาก็ไม่รู้เรื่องไอ้นั่นเยอะแยะให้ฟังเพราะงั้นพวกที่ชาวฮิปปี้เกี่ยวข้องกับทำอยู่ก็ยังไม่อาจรู้ไม่อาจเห็นแจ้งไม่อาจเข้าใจได้ว่านั่นคืออกุศลก็ทำต่ำๆหยาบๆแท้ๆเป็นเบื้องต้นเบื้องต้นจริงๆครับเพราะวันจันทร์ท่านต้นพื้นฐานแท้ๆอย่างละไม่ได้ไม่เบื่อไม่ลดแล้ว เป็นพุทธซึ่งเป็นศาสนาแห่งโลกุตระได้อย่างไรกันอย่างนี้ก็วิเคราะห์ให้ฟังถ้าแท้จริงแล้วบ่อเกิดหรือรากเหง้าของสัตว์โลกที่ไม่รู้จักจบลงได้นั้นมันคือกาเมถุนนี่แหละมันเป็นเรื่องที่จะต้องเลิกให้ได้เป็นเรื่องต้นและเป็นที่สุดซึ่งจะต้องเข้าใจคำว่าเมถุนได้ทะลุรอบจนถึงขั้นสิ้นสุดแท้ๆคือหมายถึงสังขารธรรมแม้ขั้นอาสวะขั้นรูปจริงๆมันเป็นสิ่งไม่พึงกลัวไม่พึงบังควรประกอบอยู่หรือไม่พึงบางควรจะกระทำอีกเลย ในชีวิตของผู้จะเดินตรงไปสู่ความเป็นผู้เจริญแท้ในวงเล็บอริยบุคคลเป็นผู้จะไปสู่ที่สูงจึงยิ่งสุดคือนิพพานมันเป็นเบื้องต้นอย่างพรหมจรรย์ที่ควรรู้อย่างสำคัญดังนั้นคนผู้ใดไม่ผ่านเรื่องนี้ในวงเล็บไม่เคยผ่านกามะมีทุนจึงเรียกว่าเป็นผู้มีพรหมจรรย์แล้วโดยจริงโดยธรรมเป็นเบื้องต้นอันงามพร้อมยิ่งแล้วโดยยังไม่ต้องไปเรียนรู้ทำก็เป็นผู้มีธรรมพร้อมแล้วท่านหนึ่งจริงๆตามที่ชาวโลกเขาเอาไปเรียกขานกันซึ่งก็ถูกต้องที่สุดยิ่งทุกวันนี้ผู้ใดรักษาพรหม ได้ยิ่งมีค่าสูงยิ่งๆเรื่องที่มันเป็นกิเลสในเรื่องที่เรายังเรียกในที่นี้ก็อธิบายใช้ภาษาในกระจายและคำว่าที่จริงรากนอกของสัตว์โลกก็คือเมถุนคำว่าเมถุนคือมันยังผสมผสานมันยังมีสังขารจะมี 2 สิ่งเมถุนๆแปลว่าคู่หมายถึงความเป็นคนก็เป็นคนคู่มันก็คนเป็นคู่แล้วก็ทำปฏิกิริยากันสังขารกันทั้งวาดกันแล้วแต่จะเรียกอะไรมันก็เป็นคู่แล้วก็เกิดปฏิกิริยา ไม่อยู่หนึ่งอยู่เดียวไม่เป็นเอกเป็นเดี่ยวอันดับที่ได้ยกเมถุนสังโยคมาให้ฟังแล้วแล้วก็อธิบายถึงความหมายตั้งแต่หยาบต่ำเมถุนสังโยคจนยังไม่นับเพราะว่ามันเรื่องหยาบเลยตั้งแต่ชราผู้ชายโยนี้แม่ไม่ฉลาดวิทยุนี้ไม่ปรุงกันออกมาไม่สมสู่กันจนกระทั่งเป็นปฏิกิริยาที่จะให้เกิดการผสมพันธุ์กันแล้วก็ก่อเกิดอยู่ในมดลูกเรียกว่าชราผู้ชายโยนนี้ไม่อย่างนั้นมันก็ยังมีอยู่ในตัวของมันเองแม้แต่อยู่ในคนก็ยังเกิดอันตรายนี้มีโรงงานนั่นเองเดินเครื่องอยู่ ผู้ชายก็มีอัณฑะผู้หญิงก็มีโรงงานสร้างไข่แล้วก็ไหลวนอะไรของตัวเองเป็นรอบเป็นวัดป่าของตัวเองอยู่เกิดเป็นวงวนแต่ละเดือนแต่ละเดือนที่เราเรียกกันอยู่มีประจำแต่ละเดือนมีประจำวงวนไหลเวียนไหลวนไหลเวียนอยู่อย่างนั้นแหละเกิดขึ้นแล้วก็ตั้งอยู่แล้วก็ดับไปเป็นอันชัดๆโยนนี้เป็นการเกิดที่หมุนวนไหลเวียนอยู่ให้เห็นถ้าผู้ใดเรียนรู้เอาแค่นี้ก็เรียนรู้ได้ผู้ชายก็มีของตัวเองหลายคนไร้เวียนเต็มแล้วก็ไล่ออกผู้หญิงก็มีของตนเองหลายวันไหลเวียนไหลออกจริงๆก็ไหลออกมาแล้วนะเป็นสังเสทชะโยนนี้ รวมทั้งหมดเรียกว่าอัณฑชะโยนนี้โรงงานทั้งหมดอ่านช้าๆอัณฑะของชายหรือวงวนของอัณฑชะโยนิของผู้หญิงทั้งรังไข่ทั้งการหมุนเวียนไหลเวียนอยู่นั่นน่ะเป็นโรงงานทั้งหมดแต่ว่าอาจจะใช้เดี๋ยวนี้สำหรับเน้นก็ไปซ้อนลงไปหาน้ำเอาเฉพาะน้ำเราก็เรียกสรรเสริญพระเจ้าอยู่นี้น้ำอสุจิของชายเรียกว่าน้ำบ่อยๆเดี๋ยวนี้น้ำฤดูของหญิงเรียกว่าสามเสนจะชนะโยนนี้แต่ว่าน้ำไม่บริสุทธิ์เรียกว่าสั่งซื้อจะใช้ อธิบายไปแล้วนะไม่ซ้ำแล้วก็เหลือโอปปาติกะโยนิโอปปาติกะโยนิก็เกิดการเกิดของวิญญาณโดยตรงใครเกิดของจิตวิญญาณโดยตรงเป็นอารมณ์แท้แม้ในโอปปาติกะมีที่สุดก็คือน้ำมีน้ำเป็นที่สุดน่ะน้ำเป็นที่สุดนั้นที่จริงในสังเสทชะไม่มีน้ำที่เหนือกว่านั้นอีกซึ่งที่จริงมันก็ละเอียดเป็นน้ำบริสุทธิ์เขาเรียกน้ำบริสุทธิ์ด้วยซ้ำในภาษาบาลีเขาเรียกว่าอาจจะเป็นกิเลสเป็นน้ำกิเลสแท้สุขกาย เปลี่ยนเป็นภาษาไทยเรียกว่าน้ำใสหรือน้ำรักอะไรแล้วแต่ผู้หญิงก็มีผู้ชายก็มีแม้ได้อธิบายซ้ำซ้อนให้ฟังและแม้แต่ผู้ชายหรือผู้หญิงที่หมดแล้วไม่มีไม่มีสิ่งเรียกว่าน้ำไม่บริสุทธิ์ไม่มีน้ำอสุจิไม่มีน้ำฤดูแล้วก็ตามก็ยังหาอาจเกิดก็ยังอาจเกิดถ้ายังไม่หมดกิเลสถ้ายังมีการปรุงอยู่ก็เกิดน้ำนี้ได้เกิดน้ำสุกกะนี้ได้ยังมีนักศึกษานี้ได้เรียกว่าน้ำสกปรกโดยภาษาพม่าเรียกว่าน้ำสกปรกภาษาของโลกเขาแปลว่าน้ำบริสุทธิ์หรือสดใสซะด้วยซ้ำไปนี่ เป็นสิ่งที่ซ้อนกันอยู่อีกในน้ำสกปรกนั้นยังมีน้ำที่สกปรกยิ่งกว่าอันละเอียดอยู่ข้างในอีกละเอียดหรือว่าแม้แต่องค์ประกอบอยู่นี้ก็มีที่สุดแห่งความสกปรกคือน้ำสกปรกเป็นสารเสพติดชนิดเหมือนกันคนมีน้ำเหนือน้ำใครเขาเรียกสรรเสริญชัดๆเหมือนกันเสธโทเป็นวันน้ำเงินสังเสทชะน้ำเงินน้ำใครน้ำคำน้ำเน่าอะไรงี้เขาเรียกว่าสังเสทชะนี้เป็นการเกิดการเกิดอย่างที่อธิบายไปเชิงหนึ่งที่มีทุนสังโยคเกิดแม้กระทั่งอย่างนี้เราก็เข้าใจ เทอมนึงแล้วนัยยะ 1 แง่หนึ่งอธิบายละเอียดไปถึงไปถึงโอปปาติกะหรือไปถึงอารมณ์อาทิตย์นี้ก็ในแง่ของการอธิบายอย่างเมถุนสังโยคเมื่อไม่มีเชื้อราผู้ชายโยมนี้ไม่ก่อเกิดขึ้นอย่างหยาบนั่นแล้วเรายังมีการสัมผัสกันอีกด้วยบุคคลไม่สมสู่กันแล้วไม่สร้างเชื้อให้สืบพันธุ์แต่เราก็ยังไปหลงเป็นอารมณ์เดี๋ยวนี้ยังได้สัมผัสเสียดสีนวดเส้นนวดฟันกันสัมผัสเสียดสีเนื้อถูตัวถูกเนื้อถูกตัวเรานวดแฟนนวดฟันก็ยังอยากตำไปก็ได้อีกลงไปอยากทำแค่เสียดสีสัมผัสนวดเส้นก็ได้ เป็นเมียถึงสังโยคชนิดหยาบที่สุดระดับที่ 1 เมทัลโยกระดับต่อมาได้ยินเสียงเอาเสียงเนี่ยเป็นสิ่งสัมผัสสอนพูดจากเกี้ยวพาราสีพูดฟังธรรมฟังความชื่นอกชื่นใจเป็นสุขสำเร็จความใคร่ได้เสียงต่อมาเป็นระดับที่ 3 ใช้แสงใช้ตราสบตากันก็เกิดสำเร็จความใคร่ได้เห็นไม่สัมผัสตาต่อตาหรือตาสัมผัสรูปหยาบสมใจถึงใจสมความใคร่ได้แต่เป็นเมถุนสังโยคระดับที่ 3 ระดับที่ 4 ระดับ 4 ได้ยินเสียงแม้แต่ไม่ใช่เสียงหัวเราะอะไรแล้วเสียงผ่านม่านผ่านหรือผ่านที่กำบังได้ยินแต่เสียงหรือเป็นเสียงนี่แม้แต่เสียงเธอจะเป็นเสียงร้องไห้ก็ยังชื่นใจสำเร็จความใคร่ได้อย่าว่าแต่เสียงธรรมดาเสียงที่น่าหยวนๆหน้ายาวเร่งราคะเลยเสียงร้องไห้ก็ยังอุตส่าห์ชื่นใจได้สำเร็จความใคร่ได้เสียงซ้อนลงไปอีกเสียงที่ไม่เป็นการไม่ได้เป็นช่อเลาะตรงเร่งเราอะไรแท้ๆเสียงผ่านทีมหมูที่บางที่กันอะไรก็ยัง ผ่านมาก็ยังเกิดรถเกิดชาติเกิดสำเร็จความใคร่ได้เดี๋ยวเข้าไปอีกเรียกว่าห่างจากเมถุนลักลอบเสพสมสุขสมได้แต่สิ่งอย่างนี้ก็ยังเอามีดเป็นต้นและระดับที่ 4 ถึงลึกขึ้นไปอีกระดับที่ 5 ตอนนี้เลิกกันไปเลยถึงจิตนั่งคิดถึงอดีตนางฟ้าภาพวาดพบอยู่ในจิตในใจปั่นสร้างขึ้นมาเจ็บเองเป็นเมถุนจึงได้จิตในใจเองเลยสร้างภพสร้างชาติสร้างเรื่องเก่าเรื่องใหม่อะไรแล้วแต่นึกคิดเอาเองปั่นเอาเองไม่เกี่ยวกับใครแล้วเมียถุนแบบนี้มันไม่คู่ไม่เป็นไม่เป็นสิ่งอื่นอีกสิ่งหนึ่งมาเป็นคู่แล้วจิต เพลงแท้ๆบ้าพบว่าภูมิตัวเองเลยแต่เป็นเมียทุกระดับที่ 5 ระดับที่ 6 ซับซ้อนออกมาอีก 7 ละเอียดแล้วแต่ก็ยังถูกเร่งเราด้วยนะเกิดแน่นว่าตัวเองแน่นตัวเองมั่นคงแต่ก็ยังเกิดเมถุนได้โดยเมื่อเห็นข่าวว่าดีหมดคหบดีบำเรอกามบำเรอด้วยกามอยู่ก็เกิดรถเกิดอารมณ์ได้หมายความว่าบุตรข้าก็ดีหรือข้าก็ดีนี่เขาปรุงด้วยการอำเภอกามเขามีเงินมีทองเขาก็ปรุงด้วยความหลงไปตามประสาคนดำคนรวยหรือคนที่ยัง โลกโลกอยู่ก็ว่าไปตามความเห็นของเค้าความเข้าใจของเขามากจัดจ้านยั่วยวนจัดจ้านตามประสาคนโลกยั่วยวนจัดจ้างอย่างนั้นเราไปสัมผัสมันแรงมันยั่วจัดยวนจัดมันแรงมากถึงก็เกิดอารมณ์ผู้นี้ที่จริงมั่นคงธรรมดาเล็กๆน้อยๆหรือธรรมดาขนาดใดขนาดหนึ่งขนาดใดขนาดหนึ่งได้แล้วแน่แล้วไม่เกิดอารมณ์หรอกคนนี้มั่นคงแต่ต้องแรงต้องมีฤทธิ์ต้องมีสิ่งยั่วมีสิ่งที่ปลุกเร้าสัมผัสทางตาทางหูเป็นของจริงๆเลยสัมผัสแล้วก็แรงด้วยยาว ประกวดวอกแป๊บมีทุนชนิดชั้นที่ 6 เดือนที่ชั้นที่ 6 อย่าว่าจะแรงตามแรงภพแรงเรื่องอื่นใดๆก็ตามแต่เกิดสภาวะที่เป็นปัจจุบันในธรรมและปัจจุบันธรรมนั้นเกิดรุนแรงมีความเร่งเร้ามีความสุขเร้าแรงก็เกิดได้เป็นได้เกิดผลได้นี่เป็นเมถุนชนิดที่ 6 ระดับที่ 6 ไปทีเดียวระดับสุดท้ายระดับที่ 7 เป็นความยึดติดเป็นอัตตาเป็นโรคแห่งอัตตาโดยตรงไม่ได้เป็นเมียคุณไม่ได้เป็นอะไรหรอก ตนเองตนเองไปฝากไปฝังอะไรไว้ก็แล้วแต่เรียกว่าการทำการยังมีจิตทำอะไรก็ยังหมายเป็นเทวดาองค์ใดองค์หนึ่งอยู่ก็ยังเป็นเมถุนสุดท้ายยังเกิดนายจะเป็นสภาพเกิดยังมีคู่ยังไม่จบสิ้นยังไม่สลายยังไม่สูญยังไม่สูญในตัวมันเองยังเป็นเพราะเป็นภูมิเกิดทำอะไรต่ออะไรหรือมีปฏิกิริยาอะไรหรือว่ามีบทบาทอะไรก็ตามแต่ยังเหลือฝากฝังไว้ทิ้งรอยทิ้งลูกหรือว่ามันจะทิ้งอ่ะของตัวเองเกาะไว้ทีเดียวไม่จะทิ้งไม่ใช่ปล่อยไม่ใช่วางเกาะไว้ติดไว้ยังไม่ยังไม่สะอาดหมด หลุดร่อนยังเป็นอะไรอีกอันใดอันหนึ่งแม้แต่ขั้นจะมุ่งหมายเป็นเทพเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งองค์หนึ่งเป็นวิญญาณชั้นสูงสุดคันกอดคันเจ้าบ่ฮู้ว่ากันอยู่กับพระพรหมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระพรหมไปร่วมไปกับพระพรหมหรือแม้แต่ศาสนาพุทธก็อธิบายกันแบบเชิงมหายานก็บอกว่าไปเป็นพุทธะอยู่ในพุทธเกษตรแบ่งกันไปแบ่งกันเองเลยเป็นพุทธเป็นพุทธะของตัวเองก็ตามใจเป็นองค์ใดองค์หนึ่งหรือเป็นองค์ที่สำคัญก็สมุดกันว่าเป็นพระอวโลกิเตศวรบ้างเป็นพระอมิตตาพาบังอะไรแล้วแต่มหายานก็สร้างมีอะไรก็ ทำตัวเป็นพระโพธิสัตว์ใหญ่ทำอะไรแล้วก็ถึงจะสุดท้ายบริสุทธิ์บริบูรณ์ด้วยพรหมจรรย์อื่นทุกอย่างแต่เสียแล้วตัวก็จะไปเกิดเป็นโพธิสัตว์พุทธอยู่ในพุทธเกษตรสุดท้ายหรือขนสัตว์ไม่รู้จักจบจักสิ้นแบบนั้นก็มันมีความหมายเดียวกันกับสัตตะมีความหมายเดียวกันคือคอร์ดก็เทวนิยมกลายเป็นศาสนาแห่งอัตตาเป็นเทวนิยมศาสดาทิฏฐิอย่างหนึ่งขึ้นมาเธอก็เป็นอย่างนั้นจริงๆอย่างมหายานก็ยานโตงเตงเข้าก็ไม่รู้ก็กลายเป็นศาสนาแห่งอัตตาไปแท้จริงเราจะต้องรู้ว่ามันยังเหลือคือมันมีสัจจะมันไม่จบก็รู้แล้วมันจบมันก็จบเพราะในศาสนาที่แท้จริงของพระพุทธเจ้าแล้วอธิบายจบก็จบจะนิพพานก็นิพพาน อรหันต์ขนนิพพานไม่เป็นอรหันต์จะเป็นโพธิสัตว์จะต่อไปเป็นนิพพานหรือปรินิพพานเอาเมื่อเป็นพระพุทธเจ้าหรือถึงซึ่งอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณบรรลุเป็นอนุตรสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วจากนั้นไปไม่มีอีกอย่างนั้นไม่จบศาสนาพุทธมีจบมีต่ออย่างชัดแจ้งอธิบายเป็นวิพัฒน์ชวาทีอธิบายจบก็มีในตัวอธิบายต่อก็มีในตัวมีทั้งจบมีทั้งต่อโดยไม่สงสัยไม่แปลกศาสนาก็มีอุตรเถระก็มีมีความเห็นชัดเจนในความสูงมีความเห็นชัดเจนในสัตตะรอบใดรอบใดก็มีระยะมี 9 มีขั้นมีตอนมีชั้นมีเชิงไม่ใช่ว่ามีอย่างลัดอย่างสั้นไม่มีความเห็นผิด ตายแล้วสูญชาติเดียวรอบเดียวสั้นๆความเกิดดับขนาดไหนมาอธิบายหมายเอากันเกิดมันทำให้รู้ให้เห็นอยู่เดี๋ยวนี้มันมีเท่านี้มันไม่มีหรอกที่จริงมันมีแต่เกิดจะดับของจิตเกิดขณะหนึ่งขณะหนึ่งคือจิตวิญญาณแล้วมันก็ดับแต่มันก็ต่อเดี๋ยวมันก็รู้สึกต่อจำได้ก็มีเวทนามีแล้วมันก็ดับดับแล้วมันก็สัญญาสัญญามันก็ยังมีจากสัญญาแล้วมันก็เป็นสังขารมันก็ปรุงได้อีกแล้วก็นับเป็นวิญญาณวิญญาณก็เป็นธาตุรู้รวมแล้วก็คือธาตุรู้ลักษณะธาตุรู้เออมันมีคุณลักษณะรู้สึกสุขทุกข์รู้สึกมีรถมีค่ารู้สึกชอบรู้สึกไม่ชอบรู้สึกเฉยๆเป็นแบบแยกออกง่ายๆเป็น 3 เรียกว่าเวทนาหรือว่าจำได้อยู่กำหนดหมายก็ไปก็ได้ที่กำหนดอย่างนี้หรือว่าจะยังจำขึ้นมานึกได้ก็ได้หรือว่าจะปรุงใหม่เป็นสังขารก็ได้กรุณาจะเป็นเรื่องของความวิจิตรของจิตด้วยความเก่งของจิตเรารู้ว่ามันเกิดมันดับมันก็จิตอย่างนี้แหละแล้วมันก็มีคุณภาพอย่างนี้แหละมันจะสืบต่อไปอีกมันก็มีนัยยะของมันได้เป็นสืบต่อแต่มันก็ไม่ได้เกิดเป็นอย่างที่เราคิดง่ายๆเพราะมันหมุนเวียนหลายโดยไม่เปลี่ยนไม่แปรงไม่มีอะไรเสื่อมไม่มีอะไรเพิ่มไม่ใช่มันมีความเสื่อมมันมีความเพิ่มจิตวิญญาณของเราในขณะนี้ตัวเราเองเป็นอย่างนี้ จะตายปุ๊บเราเกิดปั๊บเป็นจิตวิญญาณใหม่จิตวิญญาณใหม่ของเรามันก็เกิดใหม่เพิ่มอะไรต่ออะไรขึ้นมาใหม่เปลี่ยนตัวใหม่ไอ้ที่สำรอกสะอาดไปใหม่ก็มีถ้าเราเป็นบุญนะเป็นเทวะถ้าเราไม่เป็นเทวดาตายปุ๊บก็เกิดปั๊บเน่ากว่าๆเป็นสัตว์นรกเดรัจฉานเป็นอะไรก็ไปก็ได้อันนี้เราไม่ต้องดาวน์ถ้าเรารู้เราจะเข้าใจมีจิตวิญญาณเราจะเป็นเทวะองค์ใดองค์หนึ่งเป็นที่สุดเป็นโพธิสัตว์มันก็ยังเป็นวิภาวะตัณหายังเป็นเมถุนยังเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกสิ่งหนึ่งเป็นเวรถึงสังโยคชั้นสูงสุดอย่างนี้เป็นต้นอันนี้ก็ถ้าชอบทัวร์แล้วก็อธิบายในระยะต่างๆให้ฟังแล้วก็ใจ ถ้าเราจบจริงแล้วเป็นพระอรหันต์เป็นผู้ที่เรียนจบศาสนาแล้วเรียกว่าจบอรหันต์และอันตะเป็นที่ปลายเป็นสันตะเรียบร้อยเป็นปลายสันติอยากจะจบตัวเองก็รู้ของตัวจะจบก็จบได้เป็นทหารตายชาตินี้ไม่ต้องต่อแล้วเลิกถอนพุทธภูมิเสร็จแล้วก็ตาย 0 ก็เป็นอุตรดิตถ์ได้สมุดเสียถ้าแม่เดี๋ยวนี้เราก็ไม่มีปัญหาจบในตัวผู้ที่เป็นอาหารมีสมุดเขตในตัวเสร็จทำไม่ได้ถึงเมื่อไหร่ก็ได้จบแล้วเราก็ตายอย่างสูงเด็ดขาดเป็นอุทิศไม่เกิดอีกไม่มีอีกทั้งเป็นอนุปริญญานิพพานธาตุหมดรูปนามขันธ์ 5 ด้วยวิญญาณก็สูญสลายไปด้วยแน่ใจไม่มีสงสัย หรือจะเกิดอีกมันก็ไม่เป็นปัญหาถ้าเราจะเกิดเราทำได้เราจะเป็นโพธิสัตว์ต่อก็เรื่องของท่านก่อนอื่นเราต้องรู้ขั้นตอนว่าเราต้องทำอรหันต์ทำอรหัตผลแน่นอนเด็ดขาดจนรู้แจ้งอยากจะสั่งสมตัวเองจะมีจิตมีใจที่จะเป็นพระโพธิสัตว์อีกสู่อุปสรรคบางพระโพธิสัตว์นี่นะตั้งใจสู้อุปสรรคต่างๆสั่งสมบุญบารมีทำต่อไปอีกสู้ไปสู้ไปก็เจอก็วิบากเจอกับอุปสรรคเจอกับอะไรๆปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าเป็นโพธิสัตว์ไปได้สักชาติสองชาติยก 2 ยก 3 ยก 5 ยกตกม้าตายไม่เอาแล้วนิพพานมาดีกว่าไม่ต่อแล้วโว้ยยากเหลือเกินจะได้บำเพ็ญพระพุทธเจ้าเนี่ยโอ้โห สู้ไม่ไหววิบากซับซ้อนมากมายทุกข์แสนทุกข์ลำบากแสนลำบากจะรู้ทุกข์อีกเยอะแยะรู้ทุกข์ที่พระโพธิสัตว์ทั้งๆที่สู้ทุกข์ได้แล้วนะสำหรับตัวเองไม่มีปัญหารู้เหลี่ยมรูปคู่ที่ 700 เมื่อไหร่ก็สูญได้สู้กับวิบากทำอะไรก็ได้โอ้ยนักหนาอุปสรรคไม่ขอเอาไปพระพุทธเจ้าแล้วก็จริงมากมายก่ายกองที่ร่วงหล่นกลางทางไม่ติดต่อไปเป็นพระพุทธเจ้าหรอกก็มีอยู่ส่วนใครจะต่อทุนต่อพบไปตามเรื่องตามราวสมควรที่พอเป็นไปได้สู้ได้ก็ทำไปตามควรพระอรหันต์ให้เป็นอรหันต์ไม่ได้และจะรู้ว่าเราจะตอบพบตอบผมของเราเราไม่ตอบก็ไม่ตอบภูมิก็ของเราจะจบก็จบได้จะดับดับได้จะต่อ ต่อได้หรือเรียกว่าเป็นผู้พระเจ้าเป็นผู้กำหนดเกิดกำหนดตายเป็นพระเจ้าตัวเองเป็นผู้สร้างเป็นผู้หยุดเป็นผู้ดับเป็นผู้มีจุดตัวประปาตามเป็นผู้เกิดเป็นผู้ตายเป็นผู้รู้เกิดรู้ดับทำเกิดทำดับได้เองถอนรากถอนโคนได้แล้วจริงๆแล้วต่อก็ต่อได้มีตัดมีต่อได้จริงพูดใดที่ไม่ไปวุ่นวายเรื่องเมถุนเพราะงั้นเมื่ออธิบายกันมาอย่างละเอียดละออจนกระทั่งลบกลับตัวหมุนกลับเข้าไปหาหยาบผู้ใดไม่มีผลไม่เป็นไม่มีการมีทุนอย่างหยาบๆต่ำๆได้ผ่านเรื่องนี้มาแล้วไอ้คนรอบๆเขาก็เรียกว่าเป็น มีพรหมจรรย์โดยจริงคือไม่ไปวุ่นวายในเรื่องเมถุนธรรมหยาบๆต่ำๆยังผู้หญิงพรหมจรรย์เรียกว่าผู้หญิงที่ไม่ต้องไปวุ่นวายกับการแต่งงานไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับใครมาเป็นผู้หญิงพรหมจรรย์เป็นสาวพรหมจรรย์จังหวัดได้ผู้ชายแล้วก็เรียกพรหมอาจารย์ได้แต่ผู้ชายเราเราไม่เรียกกันแต่เราก็เข้าใจเราไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เลยเป็นผู้ชายพรหมจรรย์ก็ได้ผู้หญิงก็เป็นผู้หญิงพรหมจรรย์ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวมาก็บริสุทธิ์บริบูรณ์มาโดยธรรมเรียกว่าพรหมจรรย์มีพฤติกรรมมันเป็นพรหมมะเป็นผู้บริสุทธิ์มาคันนึงไม่ต้องไปรู้วุ่นวายเรื่องการเรื่องมีทุนเรื่องนี้เป็นต้นสำหรับหยาบๆนะสำหรับคนหรือมีสิ่งที่จะละเอียด ไปอยู่อย่างกว่านั้นเราไม่ไม่มีทางรูปนอกและรูปในใจแล้วก็ไม่มีใจเราไม่มีเราก็บริสุทธิ์ที่ใจขึ้นไปเรื่อยๆตามขั้นไม่มีมีพรหมจรรย์ในเรื่องของลูกพรหมจรรย์ในเรื่องของเสียงพรหมจรรย์ในเรื่องของกลิ่นพรหมจรรย์ในเรื่องของรถเราไม่เคยติดเลยลูกเลิกลูกสีสันอะไรเราไม่เคยติดแล้วก็มีพรหมจรรย์มาแต่เดิมเราไม่ติดน่ะเสียงเสริมเราไม่เคยไพเราะเพราะทิ้งอะไรต่ออะไรอร่อยด้วยเสียงเพลงเสียงการอะไรอย่างเงี้ยแล้วไม่เคยมีก็มีพรหมจรรย์ในเรื่องนี้แล้วไม่เคยสนุกสนานในเรื่องบันเทิงเริงรมได้รู้ด้วยสีได้บันเทิงของมหรสพอะไรก็มีพรหมจรรย์ในเรื่องนี้มีได้ไม่เคย โดยในเรื่องอาหารการกินในรสอร่อยๆกินไปได้อย่างนั้นน่ะเฉยๆไม่หลงไม่หลายอะไรมาจากไหนๆก็มีจริงนะไม่ติดไม่หยุดในเรื่องการสัมผัสเสียดสีอะไรต่างๆมีได้เออมันเป็นจริงถ้าใครเคยเจอคนบางประเภทก็ไม่ติดไม่ยึดก็ไม่ยึดไม่ถือเขาบางทีก็อ่านไม่ออกนะขอตัวเขาบางคนก็รู้ตัวเองไม่คิดไม่หยุดบางทีบางคนก็เป็นอย่างนั้นจริงๆเขาอ่านไม่ออกว่าเขาไปติดในเรื่องเหล่านี้รวมๆแล้วก็เขาไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยเขาไม่ปรุงร่วมด้วยไม่เอานิยายเขาให้เขาก็เฉยๆเขาไม่ติดอาตมาได้ยังจำได้อยู่อาตมามีคุณยายเป็นคนโบราณเรื่องโรคนี่ก็มาปรุงอย่างโรคๆ คุณยายไม่เคยสมมุติด้วยเลยโลกนี้ไปปรุงเป็นรถเป็นเรื่องเป็นราวเป็นภาษาไทยแบบโลกๆเขาก็ปรุงกันผู้ชายไม่รู้เรื่องไม่เกี่ยวข้องไม่เข้าใจเขาพยายามจะยัดเยียดจะให้ปรุงให้เป็นให้เกิดรถเกิดชาติด้วยไม่รู้เรื่องไม่เอาไม่รับตัดเลยเรียกว่ามันเป็นพรหมจรรย์บริสุทธิ์ให้ดูหนังเขาสนุกสนานหนังเหรอไม่ไม่เห็นมีอะไรจับก็ไปดูให้ดูฟรีก็ได้โรงหนังบ้านอยู่หน้าโรงหนังเขาก็พาไปดูเสียสตางค์ดูก็ตามเข้าไปดูฟรีก็ตามไม่เอาไม่เห็นมันมีรสชาติเลยไม่เข้าเรื่อง ไม่ๆๆดูไม่ติดใจอะไรเลยไม่เกิดรถเกิดชาติอะไรไม่สมูทด้วยทำไมสมมุติด้วยอย่างนี้เป็นต้นหลายอย่างที่คุณยายมีที่ตัวเองเนี่ยเดี๋ยวนี้ระลึกได้แล้วก็เข้าใจเข้าใจแต่ก่อนนี้เกิดตั้งข้อสังเกตเคยตั้งข้อสังเกตว่าเอ๊ะคุณยายทำไมไม่เหมือนคนกรณีนี้ไม่ปรุงร่วงกับเขาไว้นอกจากไม่ปรุงแล้วว่าเราด้วยนะว่าเราอุตริไม่เข้าเรื่องไม่วุ่นวายอะไรกับเขาเงินอย่างนี้ไม่เห็นเขาเรื่องอะไรว่าเราด้วยแสดงว่าจ่ายเงินมีความเห็นว่าอันนี้ไม่ต้องไปยุ่งไปยุ่งกับไม่ต้องไปวุ่นวายไม่ต้องไปสร้างไปศาลมาอยู่อย่างนี้ว่างๆมีแล้วเบาๆดีแล้วไม่ต้องไปเกี่ยวข้องมาเคยโดนดูเคยไม่ให้ไปปรุงไม่ให้ไปร่วมไม่ให้ไปสร้าง แล้วตัวเองตั้งทำไมติดไม่ยึดอะไรนี่คุณคุณยายแต่ไม่มีใครตอบพบตอบกูไอ้เราก็ไม่รู้เรื่องในตอนนั้นมารู้ตอนหลังนี่บุพเพสันนิวาสคุณยายนี่เป็นพระหลายอย่างเป็นพระแล้วพี่ทำไมไม่มีใครต่อคุณยายนี่ตายอายุ 94 แต่ตายอายุ 94 แก่แล้วก็อยู่เบิกบานอยู่ไปอย่างนั้นน่ะสบายฟันไม่เคยใส่ไม่เคยมีแต่ฟันหม้อแกงมากๆก็ร่วงไปหลุดไปหลุดไปแต่ก็ยังใช้ฟันตัวเองจนตายจนกินอาหารไม่ได้เคี้ยวไม่ลงอะไรแล้วจนลำไส้มันไม่ทำงานจน คือแก่มาก 94 สุดท้ายเป็นอย่างนั้นถ้าเป็นคนที่เรื่อยๆเรื่อยๆไปร่าเริงบันเทิงตามตัวเองแต่เป็นคนค่อนข้างดูเป็นคนซีเรียสหน่อยเป็นคนเป็นสายที่เหลือคุณยายในที่เหลืออยู่ในเท่าที่พิจารณาตามธรรมแล้วคุณมาทำแล้วเป็นผู้ที่มีเป็นผู้ที่อยู่ในสายโทรศัพท์จริตไม่อยู่ในสายราคะจริตเลยไม่ราคาไม่มีไม่มีราคามีลูกมา 10 กว่าคนก็เป็นลูกไม่มีรา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive