660217 อาหาราธิปไตย สร้างอายะ 3 ด้วยอาหาราวุธ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
660217 อาหาราธิปไตย สร้างอายะ 3 ด้วยอาหาราวุธ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก https://www.boonniyom.net/53023.html
ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1OEX_81ov_DN_yqwwUrbEmm2sOQOQMyt3Fw_oqSEBufw/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1QJOuJwsTNjoBS55WPOTNc6z6u4eLiwRu/view?usp=share_link
ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/s1V3nlvRsxg และ https://fb.watch/iLdxeHGRK-/
สมณะฟ้าไท... วันนี้วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ที่บวรราชธานีอโศก แรม 12 ค่ำเดือน 3 ปีขาล ช่วงนี้พ่อครูแสดงธรรมเกี่ยวกับประชาธิปไตยในไทย ที่มีแห่งเดียวในโลก เราจะเห็นว่าการอภิปรายไม่ไว้และวางใจนายกที่ไม่ลงมติ ติดตามว่านายกโต้ตอบอย่างไรบ้าง จะเห็นได้ว่านายกแสดงความซื่อสัตย์ของตัวเองชี้แจงผลงานอย่างเต็มที่ ไม่เคยเห็นนายกของไทยท่านใด กล้าออกมา ชี้แจงอย่างนี้ อบรมสั่งสอนหมดแม้แต่นักข่าวหรือพวกสส. ท่านก็กล้าที่จะบอก พ่อครูว่า... โพธิสัตว์ มีความแกล้วกล้าประจำตนมีความอาจหาญแกล้วกล้าประจำตน เป็นธรรมดา สมณะฟ้าไท... แต่ก่อนนายกส่วนใหญ่จะกลัวพวกที่ อภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่นายกคนนี้อธิบายชัดเจนจนประชาชนประทับใจ ยกตัวอย่าง รัฐบาลนี้ไม่มีการมีโครงการทุจริตขายบ้านแถวสัญชาติเป็นต้น บ่งบอกให้เห็นว่าคนที่มีคุณธรรมคนที่ซื่อสัตย์สุจริตแล้วจะไม่กลัวสิ่งใด ที่เป็นอธรรม กล้าพูดกล้าบอกกล้าวิจารณ์ เหมือนภันเตสิริเทศน์ บอกว่าแต่ก่อนพ่อครูไปแสดงธรรมที่บ้านของท่าน ยังคิดว่า ท่านเทศน์อย่างนี้จะเทศน์ได้ยาวนานเกิน 5 วันไหมนี่ ช่วงนี้พ่อครูจะเน้นย้ำเรื่องประชาธิปไตยและเรื่องสร้างอาหาร เป็นความจริงที่จะเห็นว่าพระครูเน้นอย่างอาจหาญแกล้วกล้า คนที่ไม่มีคุณธรรมถึงก็ไม่กล้าแสดงอย่างน
อ่านต่อ
ี้ พ่อครูว่า... เจริญธรรมทุกคน โอภาสปราศรัยกับ SMS ก่อนแต่ละวันแต่ละวันมีแฟนานุแฟน SMS วันที่ 15-16 ก.พ. 2566
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ประชาธิปไตยที่ถูกต้องดีงามเป็นสัมมาทิฏฐิต้องมีอายะ 3 _สว่างแสง ขวัญดาว · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ลูกได้ไปร่วมงานอัฏฐาริยสจจายุมา 5 วัน ฝากแม่ที่แก่ชรามากให้พี่ๆดูแล ส่วนลูกชาย ลูกสาว สามีได้โทรมาถามกิจกรรมของลูกทุกวัน ที่บ้านราชลูกพบว่า แต่ละคนที่บ้านราชมีความเสียสละอย่างชัดเจน เพียงได้เห็นการกระทำนี้ก็ยิ่งเป็นการยืนยันว่า คำสอนของพ่อครูนี้เป็นจริง ที่สอนให้ลูกๆขัดเกลาตนเสียสละโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆกลับคืนมา ครั้นกลับมาบ้านเสลภูมิพบว่า แม่ยังแข็งแรงไม่ป่วย แม่อนุโมทนาที่ลูกมาบ้านราช แต่พบว่า แปลงผักที่ปลูกไว้กินเองและแจกเพื่อนบ้านไม่ได้รดน้ำ ตายไปจำนวนมาก ลูกบอกตัวเองว่า เราทำงานใหญ่ เราอย่าทุกข์ใจกับปัญหาเล็กๆ ผักตาย ลูกจะปลูกใหม่ทดแทน กราบแทบเท้าพ่อครูที่สร้างหมู่กลุ่มให้ลูกปีนป่าย พ่อครูคะ ผู้ได้อธิปไตย3 นี้ หมายถึงทั้งฆราวาสและนักบวชเมื่อมาปฏิบัติธรรมแล้วย่อมเกิดผลต่อสังคมต่อการเมือง 3 ประการใช่ไหมคะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า ..ใช่โดยเฉพาะจะมีความรู้ เรื่องพลังอำนาจของประชาธิปไตย พลังหรืออำนาจของโลก พลังหรืออำนาจของคนแต่ละคนส่วนตัวส่วนตน กับพลังและอำนาจที่เป็นธรรม อธิปไตย 3 โลกาธิปไตย อัตตาธิปไตย และ ธรรมาธิปไตย โลกาธิปไตยคืออำนาจที่เป็นของโลก อัตตาธิปไตยคืออำนาจของแต่ละคนที่เป็นอัตตา และก็ธรรมะคืออำนาจหรือพลัง ที่เป็นธรรมะ มันก็ยิ่งใหญ่ ธรรมะเป็นโลกียธรรมก็ได้หรือเป็นโลกุตตรธรรมก็ได้อีก สูงขึ้นไปอย่างนั้น แต่คนเขาไม่ได้อธิบายกันหรอกเรื่องธรรมะที่เป็นโลกุตระ โดยเฉพาะในตะวันตก อเมริกาหรืออื่นๆที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธ จะไม่อธิบายเรื่องคุณธรรมแบบโลกุตระ เป็นคุณธรรมที่สวนกระแสของโลกียะ มันเข้าใจโลกเพื่อโลก โลกานุกัมปายะ แต่ไม่เพื่อตน ไม่เพื่ออัตตาแต่เพื่อโลก เพราะฉะนั้นจึงเป็นคนที่มีอายะ 3 มีประโยชน์หรือมีกำไรหรือมีคุณค่า มีรายได้ สิ่งที่มันเกิดเจริญขึ้น อายะ มันเกิดขึ้น 3 อย่างคือ 1 เป็น หิตะ ประโยชน์แก่ประชาชน แก่มวลประชาชน พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) เป็นไปเพื่ออนุเคราะห์โลกเลย และเกิดประโยชน์สุขที่จะเกื้อกูลโลกทั้งโลกเลย อาตมาว่าถ้าเข้าใจความหมายพวกนี้ ภาษาในสมัยพระพุทธเจ้าก็พูดไปแล้วมันไม่มีคำว่าประชาธิปไตย แต่มันมีอธิปไตย แล้วก็มีประโยชน์คุณค่าที่ควรจะได้ต่อมวลมนุษยชาติ หรือคนในโลก 3 ประการที่เป็นอายะ 3 มารวมกันนี่แหละ คือความหมายของความเป็นประชาธิปไตยที่สัมมาทิฏฐิที่ดีงาม
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน เงินรั่วไหลในทางไม่ควรในชาวอโศกมีไหม _ช่อทิพ หนูทอง · การปราบการคอรัปชั่น ควรเริ่มต้นจาก บวรต่างๆ ก่อน บวรบางแห่ง..เงินรั่วไหล..ในทางที่ไม่ควร ค่ะ พ่อครูว่า... มันก็ต้องมีเป็นธรรมดาธรรมชาติแม้แต่ในชาวอโศก เงินไม่ค่อยมียังรั่วไหลเลย ชาวอโศกที่ว่ารั่วไหลนี่คือ มันไม่ค่อยมีแต่มันรั่วไหลก็คือ ความหมายที่หมายน่าจะเป็นว่ามันไม่ค่อยสุจริต คำว่ารั่วไหล มันน่าจะเป็นว่าไม่สุจริต ที่จริงมันมีน้อยอยู่แล้ว มันไม่รั่วไหลอะไรมากในชาวอโศก แล้วความหมายคำว่ารั่วไหลคือมันซึมออก มันไปไม่ถูกร่องถูกรอย มันไม่ออกมาทางตรงๆชัดๆ มันไปซึมมันไปหลบ มันไปเลี่ยงหรือว่ามันไม่ตรงทีเดียว ความหมายมันเป็นอย่างนั้น เป็นอยู่รอบก็ระมัดระวังกัน เป็นได้เหมือนกัน ก็พยายาม คนเรานี่มันมีความสะอาดบริสุทธิ์อย่างจริงจังเลยนี่ ที่ไหนๆๆเมื่อมีคนจำนวนมากขึ้น คนเป็นร้อยคนเป็นต้น จะสะอาดบริสุทธิ์บริบูรณ์ก็ต้องเป็นคนที่เป็นอรหันต์ทั้ง 100 ถ้าไม่ใช่อรหันต์ทั้ง 100 ไม่ใช่อรหันต์ก็มีไม่ทุจริตทีเดียวแต่ก็รั่วซึม ประเภทที่ไม่ใช่เจตนาทุจริตก็ได้ ยิ่งมีคนที่ยังไม่ใช่อาริยะอยู่ด้วยก็แน่นอนเป็นได้ การปราบคอรัปชั่น คำว่าคอรัปชั่นคือความหมายที่หยาบแล้ว มันตั้งใจโกงกัน มันไม่ถึงคอรัปชั่นหรอก แต่มันก็ยังไม่สะอาดบริสุทธิ์มั่นคงเต็มที่ มันก็มีอะไรเล็กๆน้อยๆรั่วซึมอย่างที่ว่ามาก็เป็นไป คนเราถ้าตั้งใจปฏิบัติศึกษาฝึกฝนตนให้มันดีขึ้น ได้ตั้งใจกันจริงๆ ธรรมดาคนโลกชาวโลกสามัญปุถุชน เขาไม่ได้เจตนาตั้งใจเป็นกิจจะลักษณะทีเดียว ปล่อยชีวิตไปตามอารมณ์กิเลส กิเลสมันก็พาไป มันก็เลยมีแต่ตกต่ำ ผู้ตั้งใจที่จะฝึกฝนตนเอง ตั้งใจมีสติรู้ว่านี่ไม่ค่อยดีแล้วก็ปรับ มีสัญชาตญาณบ้างที่ว่ามีสำนึกดี รู้สึกว่ามันไม่ค่อยดีนะ ที่มันหยาบๆก็พอรู้ได้ แต่มันไม่หยาบ กิเลสมันมาแรงหน่อย หยาบมันก็เอา เพราะมันเป็นทาสกิเลส ไม่ได้ฝึกไม่ได้เรียน ไม่ได้เรียนอย่างจริงจัง มันจะไปสู้กิเลสได้อย่างไร มันไม่รู้ตัวหรอก สติคือ การรู้ตัว มันไม่ค่อยมี มีก็ไม่เต็มๆเหมือนสติโลกโลก เป็นสติที่ไปตามกิเลสมันก็เป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นพวกเรานี่ได้มาฝึกฝนเรียนรู้ โดยเฉพาะเรียนรู้ไม่ใช่แต่บัญญัติพยัญชนะ เรียนรู้แล้วมาฝึกจริงๆ มี อปัณณกปฏิปทา 3 นี่แหละตัวสำคัญ มีหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติมีศีล ตั้งแต่ศีลเป็นไปเพื่อจะต้องเวลาอยู่กับสัตว์อยู่กับสิ่งที่มีจิตวิญญาณ โดยเฉพาะมนุษย์ อยู่กันสัมผัสสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันมันจะเกิดกิเลส ครบ 3 ราคะ โทสะโมหะ ต้องวางต้องฝึกตน ความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้านี้สมบูรณ์แบบ อปัณณกปฏิปทา 3 ถ้ามีในตัวผู้นั้นหวังเจริญและถึงอรหันต์ได้ ถ้าไม่มี อปัณณกปฏิปทา 3 ไปหลับตาปฏิบัติอย่างนี้เป็นต้น อย่าหวังเลย อย่าหวังว่าจะได้บรรลุสิ้นอาสวะไม่มีทาง เพราะเริ่มต้นตั้งแต่กิเลสกามซึ่งจะต้องอาศัยตาหูจมูกลิ้นกายใจจากทวาร 5 ภายนอกไม่มี เพราะฉะนั้นจุดเริ่มต้นกระดุมเม็ดแรกไม่มีให้กลัดเริ่มต้นก่อน ไปกลัดกระดุมเม็ดไหนก็ไม่รู้ มันต้อง 1 2 3 4 5 ไม่ได้เริ่มต้นเลยกระดุมเม็ดที่ 1 ไปจับกระดุมเม็ดไหนไม่รู้เริ่มต้น มันไม่มีลำดับอันน่าอัศจรรย์ มันก็เลยไม่มีความสำเร็จเสื่อมไปหมด เพราะฉะนั้นนั่งหลับตาปฏิบัติ อาตมาก็พูดย้ำซ้ำซาก ก็ต้องพูดเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ยังมีอยู่ยังยึดถือ ยังหลงใหลกันอยู่ในมวลที่เป็นพุทธศาสนิกชนด้วยกัน อาตมาก็ต้องเออเฟื้อเกื้อกูลช่วยเหลือ ติง ติง แล้วติงอีก พูดซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะเขายังไม่กระเตื้อง ฟังหูทวนลมบ้าง ไม่ค่อยได้ยินบ้าง ก็ต้องให้ได้ยิน ได้ยินแล้วยังเอาหูทวนลมก็ต้องฟังให้หูแตก หูไม่แตกก็จะต้องรู้สึกสำนึกเข้าใจ มันก็จะเกิดประโยชน์ได้ อาตมาทนที่จะพูดซ้ำซากไม่มีปัญหา
_สาน สีสกุล · ร้านดินอุ้มดาว ที่ปฐมอโศก เป็นของวัดหรือเปล่า ทำไมขายของราคาแพงจัง พ่อครูว่า... อ้าว ปฐมอโศกฟัง มีคนเขาติ เขาเห็นว่าร้านดินอุ้มดาวที่ปฐมอโศกเป็นของวัดหรือเปล่า ทำไมขายของราคาแพง เป็นของวัดต้องขายของราคาถูกหน่อยนะ เขาติงมา ก็ดูว่ามันถูกลงได้หรือมันไม่แพงหรอก แต่คนเขาขี้เหนียวเขาเห็นว่าราคาอย่างนี้ก็ยังแพงก็เป็นไปได้ บางคนขี้เหนียวเห็นว่าของนี้ไม่น่าราคาอย่างนี้ก็ได้ ก็ดูที่มันสมควรไม่สมควรอย่างไร คนติงมาก็ต้องตรวจสอบ
_ไอ้หนุ่ม รถไถ · ขอน้อมกราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่งครับผมขออาราธนา ให้พ่อท่านอายุถึง151ปีอย่างที่พ่อตั้งไว้ครับสาธุครับ พ่อครูว่า... โอ้ สาธุด้วย ถ้า if i were ถ้าอาตมาเป็นไปได้อย่างที่ว่า 151 ปี โอ้โห.. รับรองคนยอมรับอาตมาหมดเมื่อนั้น เนาะ เอาน่า ..ไม่ได้ 151 150 ก็เอา 150 ไม่ได้ 149 ก็ 149 ไม่ได้ 148 ก็เอา 148 ไม่ได้ ลดลงมาอีกเท่าไหร่ก็เท่านั้นแหละไม่เอาไม่ได้อย่างไร มันเป็นไปตามความจริง คนมีการตั้งเจตนาได้ จะเป็นไปได้หรือไม่ได้ก็พากเพียรเอา เราไม่ได้เจตนาหรือไม่ได้ตั้งจิตไปเพื่อจะทำชั่ว ไม่ได้ตั้งจิตไปเพื่อจะทำสิ่งไร้ค่าไร้ประโยชน์ อาตมาว่าเป็นประโยชน์คุณค่านะ เพราะฉะนั้นอาตมาเจตนาอย่างนี้ ตั้งจิตที่จะมีอายุยืนยาว จะว่าขี้โลภก็ไม่มีปัญหาเพราะตั้งจิตอยากจะทำสิ่งที่ดีเสียสละสร้างสรรค์
_CBim CBim (ซีบีไอเอ็ม ซีบีไอเอ็ม) · เทพเทือก โกงสถานีตำรวจพันๆ แห่ง กลับกิน อยู่ สบาย ๆ ทำไมถึงจองล้างจองผลาญตระกูลชินวัตรกันจังครับ พ่อครูว่า... คนนี้คงเข้าใจว่า ตระกูลชินวัตรไม่โกงกินอะไรเลย คุณตื่นๆเร็วๆหยิกตัวเอง คุณเห็นอย่างไร เขาตัดสินกันแล้วไม่ใช่เหรอเรื่องสถานีโรงพัก ตัดสินแล้วว่า เทพเทือกไม่ได้มีความผิด ไม่ได้โกงกินอะไร คุณนี่นอกจากไม่ฟังข่าวสาร ไม่ฟังเหตุการณ์บ้านเมืองแล้ว นอกจากตาบอดคงหูหนวกจมูกไม่ได้กินลิ้นก็คงไม่ได้รับรสอีกต่างหาก ขออภัยอาตมาพูดสัจจะความจริง ทำไมคุณงมงายไปหลงทางด้านตระกูลชินวัตร เอาละ สุเทพ อาจจะมีความบกพร่องผิดพลาด แต่อาตมาว่าน้อยกว่าทักษิณชินวัตรกันเป็นร้อยต่อ พันต่อนะ ทำไม คุณ... อาตมาก็พอ จะบอกว่าโง่เง่าก็มากไป ที่จริงไม่มากหรอก ไม่เป็นลีลาการด่ากันว่าของอาตมานะ
_อุบล คนโก้ · งานวันแห่งความรักครบรอบ 88-8-8 หลวงปู่ที่สันติมีชีวิตชีวามากๆ เลยค่ะ รักลูกชายมากเลยส่งมาเรียนทื่สันติเจ้าค่ะ จบม.6 บอกจะเรียนต่อที่วัดอีก แม่ดีใจจนน้ำตาไหลเจ้าค่ะ ดีใจที่ลูกจะได้ช่วยงานสื่อที่วัด แม่ก็เหมือนได้เกาะลูกเข้าวัดเจ้าค่ะ พ่อครูว่า... ดีมาก คนที่มีเจตนารมณ์อย่างนี้ เราก็ชื่นใจ เราก็อบอุ่น เป็นคนที่มีเจตนารมณ์ มีความรู้สึก มีความเข้าใจว่า เออ ตัวเองมาสนใจความรู้ความเห็นของคณะนี้ ลูกเต้าเหล่าหลานของตนก็มาเห็นด้วย มันก็น่ายินดีนะ
_ภิญญา สว่างแสง · กราบนมัสการค่ะ ดิฉันประทับใจญาติธรรมผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่บ้านราช เคยเห็นท่านตักส้วมอย่างเต็มใจ ไม่แสดงอาการรังเกียจเลย ประทับใจมาก ยังจำภาพที่ท่านตักส้วมได้เลยค่ะ พ่อครูว่า... อ้าวดี คนทำงานที่น่ารังเกียจ เราเห็นเขาเต็มใจทำ ไม่ใช่เรื่องสามัญทีเดียว คนทั่วไปยังรู้สึกรังเกียจอุจจาระ ที่มันเป็นของตนออกจากตนอยู่นี่แหละ เสร็จแล้วมันก็รังเกียจมันเกินจนกระทั่งไม่ทำความสะอาด ใครเห็นเข้าก็รู้สึกสะดุดใจก็จริงมันเป็นธรรมดาธรรมชาติง่ายๆ
_ซึ้งซื่อ วิเชียร . กราบนมัสการ พ่อท่านด้วยสุดเศียรเกล้าครับ พ่อท่านเห็นว่า ประชาธิปไตยแบบโลกุตตระของไทยที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ต่อไปจะอยู่ถาวรหรือไม่และพี่น้องปวงชนชาวไทยและชาวโลกจะได้รับอานิสงค์อย่างไรเพราะว่าโลกมันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่เที่ยง เพราะจิตใจของผู้คนในโลกมันเสื่อมต่ำลงทุกวัน และชาวอโศกจะช่วยพวกเขาได้หรือไม่อย่างไร กราบขอโอกาสพ่อท่านให้สัมมาทิฏฐิด้วยครับ กราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพนับถืออย่างสูงยิ่งครับ
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน วิสัยทัศน์การเมืองแบบโลกุตระ พ่อครูว่า... เดี๋ยวฟังต่อไปจะได้สาธยายเรื่องประชาธิปไตยที่ได้สาธยายมาแล้วยังค้างอยู่ ยังไม่จบที่ร่างๆไว้แล้วก็อธิบายเสริมไปอีกไม่ใช่น้อย จะต่อเลย ที่อาตมาได้อธิบายมาเรื่อยๆว่าเมืองไทยนี่แหละ ยืนยันว่ามีประชาธิปไตยที่เป็นแบบ โดยมี Concept ของพระพุทธเจ้า มีวิสัยทัศน์แบบของพระพุทธเจ้า มีวิสัยทัศน์นี่ที่จริงเขาไม่ได้เรียกว่า Concept หรอก เขาเรียก Vision เขาไม่เรียก Concept วิสัยทัศน์ของคนที่มีความรู้แบบโลกียะหรือแบบเทวนิยมอย่างปุถุชนหรือคนชาวโลก แม้แต่ชาวทางตะวันตกทางอเมริกาหรือทางเทวนิยมที่ไม่ใช่โลกุตตระเขามีมาแล้ว วิสัยทัศน์ของคนที่เชื่อว่า การเพิ่มตัวเลขของเงินได้คือความเจริญ มันเป็นความประหลาดไหมหรือเป็นเรื่องสามัญ วิสัยทัศน์ของคนทั่วไป ถ้าได้เพิ่มตัวเลขของเงินได้ ถือว่าเป็นความเจริญ เป็นการพัฒนาหรือความพัฒนาก้าวหน้าของสังคมประเทศ เป็นความประหลาดไหม ..ไม่.. เป็นสามัญ เป็นแนวคิดของทุนนิยม หรือโลกียะแน่แท้ ธรรมด๊า ธรรมดา อาตมาเคยเรียนหนังสือสมัยเด็ก ธรรมดาอ่านว่าธรรมดา ใครเคยบ้าง มันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องสามัญ มันตรงกันข้ามกันกับวิสัยทัศน์ของโลกุตระ หรือวิสัยทัศน์แบบบุญนิยม แบบโลกุตระ มันตรงกันข้ามคนละทิศเลย หันหลังออกจากกันแล้วเดินกันไปคนละก้าว ห่างกันไปเรื่อยๆ เพราะว่าโลกียะกับโลกุตระมันหันหลังชนกันแล้วเดินตรงไป มันจะเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเมืองไทยนี่มีโลกุตระ แม้ทุกวันนี้มันจะเสื่อมไปเยอะแล้ว แต่เชื้อมันก็ยังมีหลงเหลือ เหลือหลงอยู่ ยังมี ก็ขอบอกอีกอันหนึ่ง อย่าหมั่นไส้ ยิ่งอาตมาเกิดมาในยุคนี้ด้วย เอาโลกุตระมาสถาปนาลงไปอย่างเจตนา ทำมาแล้ว 50 กว่าปีแล้ว ก็จะต้องลงไปไม่มากก็น้อย จะน้อยก็ช่าง ทำ อาตมาไม่มีทางเลือก ก็ได้ ทีนี้วิสัยทัศน์ของคนที่เชื่อกันว่าเพิ่มพฤติกรรม เมื่อกี้นี้วิสัยทัศน์ของคนที่เชื่อว่าเพิ่มตัวเลขของเงินได้ แต่วิสัยทัศน์อีกชนิดหนึ่ง หรือวิชั่นอีกชนิดหนึ่งคือของคนที่เชื่อว่าการเพิ่มพฤติกรรมหรือเพิ่มการลงมือทำงานจริงๆ อันนั้นเอาตัวเลขเป็นเครื่องวัด ตัวเลขของเงินได้ แต่อีกอันหนึ่งไม่กังวลเรื่องเงินได้หรือไม่ได้ อย่างชาวอโศกเราไม่กังวลเรื่องเงินได้ เป็นต้น พวกเราจะฟังแล้วเข้าใจ เราไม่ได้เอาตัวนั้นมาเป็นกังวล ได้หรือไม่ได้เรื่องเงินเรื่องทอง แต่เอาพฤติกรรมหรือการลงมือทำงานจริงๆของคนที่สร้างสรรค์ จนเกิดผลผลิตได้ขึ้นมา ไอ้นั่นมันได้ ไม่มีอาการลงมือทำงานจริงๆเลยแล้วก็เพิ่มผลผลิตขึ้นมาให้ได้จริงๆเลย จนกระทั่งได้อาศัยใช้สอยกินอยู่กัน จริงจังแน่แท้เลยนี่ อย่างนี้ต่างหากที่คือความเจริญของสังคมมนุษย์ อย่างนี้ต่างหากคือความเจริญของสังคมมนุษย์กันจริงกว่า นี่แหละคือวิสัยทัศน์ของอาตมาก็ตาม Concept ของอาตมาก็ตาม Vision ก็ตาม Concept ก็ตาม Concept คือความเห็นมวลรวมของแต่ละคน เราก็เห็นว่าอย่างนี้จริงกว่า เพราะฉะนั้นการวัด GDP Gross Domestic Product ไปวัด GDP กันที่จำนวนตัวเลขของรายได้ นั่นคือวิสัยทัศน์ชนิดหนึ่ง มันมีภาวะซับซ้อนอยู่ในตัวเลขนั้น คือ การขายอย่างเสียสละ หรือขายอย่างเอาเปรียบ ถ้าขายอย่างเอาเปรียบนี่ เอาเปรียบด้วยดีไม่ดีก็โก่งราคาด้วย ดีไม่มีแถมโกงด้วย แทนที่จะขายราคาตลาดหรือขายต่ำกว่าราคาตลาด แต่ขายโก่งกว่าราคาควรจะเป็น ดีไม่ดีโกงเข้าไปหาเรื่องหลอกอย่างนั้นอย่างนี้ ด้วยความโลภ มันก็จะขายได้ ได้ตัวเลขมา เอามาคุยโม้ว่า GDP เจริญก้าวหน้า เพราะมีตัวเลขของเงินได้ ได้มากเท่าไหร่ก็เอามาโชว์ ๆๆ นั่นก็เป็นการโชว์ชนิดหนึ่ง มีไหม มี แล้วทำกันอยู่ แต่ถ้าอาการวัด GDP คำว่า GDP เหมือนกัน แต่วัด GDP กันที่จำนวนผลผลิตและจำนวนของแรงงานความสามารถที่ลงมือทำและก็สร้างขึ้นมามีผลจริง แล้วก็ขายอีก ขายอย่างเสียสละหรือว่าแจกฟรีด้วย เป็นการสะพัดของนั่นเองเป็นเศรษฐกิจหรือเศรษฐศาสตร์สะพัดของ เสียสละหรือแจก เงินหรือจำนวนของตัวเลขมันก็มีน้อย มันก็ได้เอามาโชว์มาแสดงไม่เหมือนกันใช่ไหม มันก็จะได้น้อยๆ แตกต่างกันไปคนละทิศคนละทางแน่ๆเลย แบบทุนนิยมก็จะมีตัวเลขของเงินมาโชว์ว่าได้มาก ว่าเป็นความเจริญของเศรษฐกิจทุนนิยม ฟังดีๆสับสนไหม ไม่สับสนนะ นั่นน่ะทุนนิยมเขาจะอย่างนั้น แต่บุญนิยมนั้น ไม่มีตัวเลขของเงินมาโชว์ว่าได้มาก กับจะโชว์หรือการแสดงการได้ให้หรือการได้ออกไป เอาออกไปยิ่งไปเสียสละออกไปยิ่งๆ โชว์อันนี้โชว์อย่างนี้ต่างหากว่า เป็นความเจริญพัฒนาของเศรษฐกิจบุญนิยม โชว์กันคนละอย่าง แสดงออกคนละอย่างเพื่อที่จะได้อวดอ้างโชว์ แต่มันมีนัยยะสำคัญซ้อนอยู่คนละแบบกันอยู่ นี่เรียกว่าโชว์ GDP แนวคิด เราจะเอาตัวเลขของเงินทองหรือจะเอาจำนวนผลผลิตแรงงานความสามารถที่เราลงมือทำลงมือสร้างอย่างมีผลผลิตจริง มาเป็นเครื่องวัด มาเป็นเครื่องชี้บ่งกัน ว่าความเจริญพัฒนานั่นน่ะ เอาอย่างไหนกันแน่ ยิ่งได้เอามาให้ตนหรือได้เสียสละออกไปให้ผู้อื่นกันแน่ เป็นการตัดสินความจริงว่าอย่างไรคือความเจริญของคน การพัฒนาสังคม เห็นไหม นี่ก็ศึกษาดีๆ ความจริงที่อาตมาพูดนี้เป็นความจริงของพฤติกรรมของความเข้าใจของความคิด ความเชื่อถือของแต่ละคน โลกียะนั้นก็จะมีวิสัยทัศน์หรือว่ามีความประสงค์ต้องการ Vision นำไป หรือว่าความประสงค์ความต้องการเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้แน่ๆ แตกต่างกันกับโลกุตระ โลกุตระจะมีวิสัยทัศน์หรือมีความประสงค์ความต้องการไปทางที่จะล้างละล้างความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ ก็เป็นคนละแนวคิด คนละแนวทางคนละความสำเร็จ เสร็จแล้วปฏิบัติกันไปทำจริงๆประสบผลสำเร็จ ความสำเร็จก็คนละอย่าง ชัดเจนนะ ดังนั้นไม่ว่าจะเรียกพฤติกรรมหรือพฤติภาพ นั้นๆน่ะ พฤติกรรมก็คือการกระทำ พฤติภาพก็คือผลมันออกมา จะออกว่าเป็นเศรษฐกิจ หรือจะเรียกพฤติภาพว่าเป็นการเมืองหรือรัฐศาสตร์ก็ได้ จะเรียกว่าเป็นการกระทำต่อสังคม จะเป็นการเมืองหรือเศรษฐกิจก็เป็นการกระทำต่อสังคมคนละนัยยะสำคัญ คนทั่วไปส่วนมากในโลกก็มีจิตที่เป็นปุถุชน นี่ไม่ได้ไปขี้ตู่ ไม่ได้ไปว่ากล่าวหาเรื่องแต่เป็นจริงใช่ไหม คนส่วนมากทั่วไปสามัญแท้ๆในโลกเขามีจิตเป็นปุถุชน เจ้ามีความรู้และความฉลาดอยู่แต่ในกรอบของโลกียะ ปุชนนี้มีความรู้ความฉลาดอยู่ในกรอบของโลกียะ ยังอยู่ในกรอบของทุนนิยม โลกียะนี้คือชาวทุนนิยมแท้ๆมันยังไม่มี อัญญธาตุ ที่อาตมาได้เอามาอธิบายมาแล้วขยายความมามากมาย มันมีความจริงไหม พวกเราได้เรียนรู้และจะรู้ว่า อัญญธาตุ คือธาตุอะไรคือธาตุของจิตวิญญาณ อัญญธาตุ ที่เป็นธาตุรู้ชนิดใหม่ เป็นธาตุรู้ชนิดอื่น ที่แตกต่างทวนกระแสหรือว่ากลับขั้วกลับข้างกันตรงกันข้ามกันเลยทีเดียวกับของโลกียะของปุถุชนคนละเรื่อง เมื่อความเห็นความเข้าใจความเชื่อมั่น อัญญธาตุ คือทำให้เกิดความเห็นความเข้าใจความเชื่อมั่นเปลี่ยนทิศทางไปเป็นอื่นไปจากเดิมๆ เดิมเป็นปุถุชนเดิมเป็นโลกียะ คิดแต่แบบทุนนิยม ที่นี้มีตัวธาตุรู้ที่มาเข้าใจแบบนี้และเห็นดีเห็นงามแบบนี้ มันก็เปลี่ยนทิศเปลี่ยนทางไป จะว่าแปลกว่าใหม่ จริงๆมันไม่หรอก ทิศทางมันต่างไปเป็นแบบทวนกระแส จากขี้โลภกลับไม่ขี้โลภ มันไม่ใหม่หรอกในมวลมนุษยชาติ ไม่ขี้โลภก็รู้ทั้งนั้นคืออะไร ขี้โลภก็รู้ทั้งนั้น มันเคยผ่านเคยพบมาเคยรู้มาเคยเกิดกับตนเองด้วยซ้ำ ทุกๆคนแหละ แต่จิตมันเห็นดีเห็นงามเห็นชอบไปคนละทิศในแต่ละ กาละ เทศะ ฐานะ เท่านั้น คนจะมีฐานะแตกต่างกันไป เลื่อนฐานะขึ้นหรือต่ำลง ก็เกิดจาก กาละ เทศะ ฐานะ ฐานะของคนที่ตั้งอยู่ในกาละนี้ มันหลงยึดอย่างนี้หรือมันเปลี่ยนไปได้ ถ้ามันยึดอย่างนี้ อยู่อย่างเก่าอย่างเดิม มันก็ไม่มีใหม่ ไม่มีอื่น มันก็วนอยู่ในรสนิยมเดิมคือโลกียะ เก่าๆเดิมๆ แต่ถ้าแม้นว่ามันมีความต่างจากเดิม คือเปลี่ยนเพศ เพศ ก็คือความแตกต่างกัน เปลี่ยนความมีรสนิยมไปจากเดิม คือโลกุตระที่เป็นโลกใหม่ ที่มีปัญญา มาเข้าใจได้ คือมีความรู้ความฉลาดที่เข้าใจทิศทางที่จะเลิก จะละความเป็นตัวตน และก็รู้ว่า การไม่ออกจากตัวตนหรือแถมจะยิ่งเพิ่มพอกความเป็นตัวตนด้วยการเพิ่มความโง่ ความหลงใหลอยู่กับความเป็นตัวตน เสพองค์ประกอบที่ให้เพิ่มตัวตนให้ใหญ่ให้แน่นหนักเข้าไปให้ยิ่งขึ้นด้วยอวิชชา ไม่รู้จริงๆว่า มันก็จะยิ่งมีตัวตน ก็ยิ่งใหญ่ มีตัวตนเป็นที่ยิ่งที่ใหญ่ที่มากที่แน่นที่หนาที่หนักยิ่งๆขึ้น หาที่สุดมิได้เลย ถ้าไม่เกิดความรู้ความฉลาดหรือการเมืองหรือความเป็นไปของสังคม การเมืองคือความเป็นไปของสังคม ไม่รู้ การเมืองหรือความเป็นไปของสังคมมันบอกเรา คนที่มีปฏิภาณปัญญาฉลาดจะรู้ว่าโลกนี้ ความเป็นไปของสังคมหรือว่าการเมืองของสังคม มันเห็นแก่ ในจำนวนคนในสังคมมันเห็นแก่ตัวยิ่งขึ้น หรือมันเห็นแก่ตัวลดลง เราจะมองคนในหมู่กลุ่มแคบ ตั้งแต่ในครอบครัวของเรา มวลมิตรสหายสังคมของเรากว้างขึ้น จนกระทั่งมองกว้างเข้ามาถึงคนในสังคม ประเทศ มันมองได้มันมองออก ถ้ามีปฏิภาณปัญญา มีความสะดุด มีสำนึก มีความนึกคิด ในเรื่องเหล่านี้อย่างนี้ อย่างมามองคนกลุ่มหนึ่งชาวอโศกมีพฤติกรรม มีการแสดงออกจนกระทั่งสามารถรู้ถึงจิตใจ การแสดงออกทางกายวาจานี้สามารถพอจะรู้จริงๆถึงจิตใจ ยิ่งอยู่ร่วมกันนานๆสัมผัสการเป็นอยู่กันนานๆ มันยิ่งจะรู้ว่า อ๋อ คนผู้นี้มีจิตใจ จนกระทั่งมาเป็นกายกรรม วจีกรรม มันไม่เหมือนกันกับสามัญคนส่วนใหญ่ทั่วไปที่เป็นปุถุชนเขาเป็น เพราะฉะนั้นความเป็นไปของพฤติกรรมของคน แล้วก็เป็นมวลสังคมกลุ่มหนึ่งกว้างขึ้นกว้างขึ้น แล้วก็เห็นสิ่งเหล่านี้แหละ ปฏิบัติประพฤติลงไปในสังคมในหมู่กลุ่ม ในมนุษยชาติ จนในประเทศ มันก็เกิดจากคนเป็นสังคมเป็นชาติประเทศ เพราะฉะนั้นประเทศไทยก็มีคน ประเทศไหนก็มีคน เป็นตัวแสดงพฤติภาพนี้ จากพฤติกรรมของมนุษย์ของมวลมนุษย์แต่ละประเทศแต่ละที่ มาเทียบกัน เอามาเปรียบกัน ก็เอาพฤติกรรมของมนุษยชาติที่ประพฤติอยู่ในเมืองของตน เรียกว่าการเมือง เอามาเปรียบ เอามาเทียบกันแล้วก็เป็นอยู่ ทั้งการกระทำที่มันซ้อนลึก คนกลุ่มนี้ไม่ตะกละตะกลาม ไม่ขี้โลภ ไม่ขี้แย่งชิง ไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น พึ่งตนเอง สร้างสรรค์ให้แก่ตนเอง จิตใจมีปฏิภาณปัญญารู้ว่าอะไรคือสาระ อะไรคือสิ่งไร้สาระหรือเป็นสิ่งประโลมโลกเท่านั้น การสร้างอาวุธมาฆ่าคนเป็นความไร้สาระมาก การสร้างความมอมเมา การสร้างเครื่องประเทืองทำให้เมาในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เมาในจิตใจ ประสาทดีๆ เกิดกินธาตุอะไรเข้าไป มันเกิดมึนเมาและสติก็ไม่ดี จะเรียกว่ายาบ้า ยาเมา มันก็เห็นกันอยู่ มันก็รู้ๆกันอยู่
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ความต่างของพระเจ้ากับพระพุทธเจ้าอย่างมีนัยสำคัญ พ่อครูว่า... คนที่ไม่ได้วิปลาส ไม่ได้มีจิตใจเสื่อมต่ำอะไร ก็ไม่ไปเกี่ยวข้อง คนที่วิปลาสหรือจิตใจไม่สูง มันก็เป็นจริง เข้าไปเกี่ยวไปจนกระทั่งเห็นๆอยู่ในสังคมมันมีทั้งนั้น ยิ่งรู้ว่าเราจะทำให้จิตใจของเราเจริญอย่างไร ศาสนา พระศาสดาแต่ละศาสดา ของศาสนาแต่ละศาสนา ศึกษาเรื่องอย่างนี้ทั้งนั้น อย่างไรเรียกว่าดี ศาสนาพระพุทธเจ้าก็ศึกษา และเอามาสอนมาบอกว่าอย่างนี้ดี นอกจากดีแล้วพระพุทธเจ้าท่านรู้เป็นโลกุตระ เป็นอัญญะอัญญา เป็นเรื่องแตกต่างที่คนส่วนใหญ่ศาสดาทั้งหลายไม่ได้มี คือโลกุตตรธรรม อันมาจาก อัญญธาตุ อันนี้เป็นเรื่องที่พิเศษที่สุด และเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุด เพราะความรู้ที่เป็นโลกุตตรธรรม มันสามารถรู้ประธานของความเป็นมนุษย์ ประธานของความเป็นสังคม ประธานของความเป็นประเทศ ประธานของความเป็นพฤติกรรมของมนุษย์ของสังคมของมวลประเทศ ของมวลชาติประเทศ หรือของมวลมนุษย์โลก สรุปเป็นประธานสิ่งทั้งปวง จิตวิญญาณเป็นประธานสิ่งทั้งปวง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ใหญ่ที่สุดในความเป็นมนุษย์นั้น เทวนิยมเขาสมมุติว่าอยู่ที่พระเจ้า ยู้ฮู พระเจ้าอยู่ที่ไหน พระเจ้า ยู้ฮู พระเจ้า ไม่มีใครเคยพบ เจ้าทุยอยู่ไหน ได้ยินเสียงใครเคยกู่ๆ เรียกหาเจ้าอยู่ๆ หนใด รีบมา พระเจ้าคือเจ้าทุยหรือเปล่า ที่คนเรียกหาอยู่ ทำไมไม่มาสักที ? เพราะฉะนั้นเป็นความเพ้อฝันหรือเปล่า ความจริงไม่ใช่ พระเจ้าก็คือความรู้ความฉลาดที่สุดของพระศาสดาเอง แต่ละพระองค์ แต่ศาสดาเทวนิยมแต่ละพระองค์นั้น ไม่รู้จักความจริงที่พระองค์มีความรู้ความฉลาด ศาสดาทุกพระองค์มีความรู้ความฉลาด และคว
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive