661031 พ่อครูให้ธรรมะก่อนนอน ไม่มีอะไรตกหล่นไปจากกาละ.docx
เนื้อหาในไฟล์
⏰ ไม่มีอะไรตกหล่นไปจากกาละได้ (พ่อครูให้ธรรมะก่อนนอน)
31 ตุลาคม 2566 พ่อครูคุยกับปัจฉาก่อนจำวัด…
พ่อครูว่า…วันๆคืนๆ บันทึกทุกขั้นตอน มันยังเป็นไปได้ หากเป็นไปไม่ได้แล้วก็หยุด (หมายถึงบันทึกเสียงและภาพ)
ปัจฉาว่า…พ่อท่านจะย่างกรายไปทางไหน เค้ารู้จักหมด วันๆเป็นยังไงทำอะไรบ้างเค้ารู้หมดเลย
พ่อครูว่า…เออ ไอค๊อกไอแค๊ก ไอกระด๊อกกระแด๊ก ตกกระได เก็บหมด ดีสมัยนี้ มันสมัยใหม่ ไม่มีอะไรตกหล่น เก็บทุกสภาวะกาละ เก็บกาละ
โอ้ยกำลังขยายความธรรมะ ในตอนนี้กำลังขยายเรื่อง ความรู้เรื่องกาละ โอ้โห มันหมดสุดยอดเลยนะ สุดยอดมหาจักรวาลนี้ก็คือกาละ อะไรเกิด เหมือนกับอย่างงี้ มันเก็บหมดทุกอย่างไม่มีอะไรไม่มีอะไรตกหล่นไปจากกาละ ณ ปัจจุบันนี้หมดเลย ไม่มีอะไรตกหล่นไปจากกาละ
คุณคือเศษธุลีนิดนึงของกาละเท่านั้น แต่มันก็ไม่ตกหล่นมันอยู่ในกาละนี่เต็มหมดเก็บหมด ไอ้นี่(เครื่องบันทึก)มันเก็บได้เมื่อไหร่เต็มก็เก็บได้ไม่ได้เต็มเท่ากาละจริง มันกำลังเลียนแบบ ไอ้ธรรมชาติโลก ธรรมชาติจักรวาลนี่ เก็บมาเรื่อยๆ เก็บได้มันก็เก่งขึ้นเรื่อยๆนี่แหละก็เหมือนกัน
เพราะงั้นความจริงก็คือความจริง ที่อุบัติขึ้นคือความจริงทั้งนั้นแถมตรงที่ว่า แต่ละไม่ว่าจะเป็นวัตถุเศษธุลีละอองจนกระทั่งถึงมหาจักรวาล เนบิวลา อะไรก็แล้วแต่ บิ๊กแบงออกมา
…แต่ละหน่วยของมันนี่ มันสามารถบันทึกได้ว่าที่มาแล้วมันสังเคราะห์ของแต่ละหน่วย
พ่อครูว่า…อันนั้นความสามารถของนามธรรมระลึกอันนั้นนี่ กำลัง อาตมากำลังเขียนระลึกถึงอันนี้ กำลังขยายความถึง เรื่องบุพเพนิวาสานุสติญาณที่ระลึกได้ นี่มันเป็นเรื่องจริงที่มันเอามาจากสัญญาบุพเพนี่ ถ้าคุณไม่มีความจริง คุณจะไปหยิบอะไรมาจากอะไรออกมาได้ มันมี แต่คุณยังเอาออกมาไม่ได้ต่างหากที่คุณไม่ม
อ่านต่อ
ีบุพเพนิวาสานุสติญาณ คุณมีคุณจึงระลึกดึงออกมา
โอ้ เพราะฉะนั้นความสามารถอันนี้ อย่างพระพุทธเจ้าเรายกให้ว่าท่านโอ้โห ใครต่อใครที่ท่านเคยเกี่ยวข้องมาไม่รู้กี่ชาติๆๆท่านเอามาบอกได้หมด เรามันมีกี่ชาตินะ ระลึกกับใครได้กี่คน ปัจฉาว่า…ว่านี้ผมเคยเป็นมาอยู่วัดใหม่ๆมาอยู่ใหม่ๆ เอ๊ เราหลงมาได้ยังไง เอ๊ะเรามาอยู่อย่างงี้ได้ยังไง ผมยังงงตัวเอง
พ่อครูว่า..เขาไม่รู้มันก็งงไม่รู้ เออมันไม่รู้ มันก็งง มันก็งงเออ มันมาได้ไง อันนี้มันเป็นปฏิภาณ อย่างมันฉุกคิด มันไม่ธรรมดานะนี่
ปัจฉาว่า…บางทีไม่เคยมาหรอก แต่อยู่ปฐมอโศกผมไปแรกๆ ผมเหมือนก็เคยมาอยู่ แต่ไหนแต่ไรทั้งที่ไม่เคยไป
พ่อครูว่า…แม้สิ่งที่คุณไม่เคยไปก็ตาม ถ้าคุณเองคุณไม่รู้สึกว่า เอ มันแปลกๆ มาหรือไม่เคยมาก็แล้วแต่มันแปลก
ปัจฉาว่า…เคยเหมือนเคยอยู่ประจำนนะ เคยอยู่ประจำตั้งแต่นี้
พ่อครูว่า…ไม่เคยมา เออไม่เคยมา มันแปลกนะ มันมีอะไรมา นี่เป็นธรรมชาติสมัย นี่แหละคืออดีตเกือบ 30 ปีที่แล้ว นี่คืออดีตของมนุษย์ที่ผ่านมา เพราะคนที่จำได้
ทีนี้ไอ้จำได้ความไม่ดี ความไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเยอะ ทีนี้จำได้สิ่งที่ดีที่ได้เรื่องได้ราวที่มีประโยชน์ อันนี้ได้แล้ว เอามาใช้มาทำประโยชน์ ยกอย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ใครไปสอนท่าน ท่านไปเรียนมาจากไหน ไปเรียนสอยเมฆลงมาให้เป็นน้ำให้คน ใครไปสอนท่านมหาวิทยาลัยไหนสอนน่ะ เห็นมั้ย อย่างนี้เป็นต้น
นี่อย่างเป็นเรื่องที่เออ นักวิทยาศาสตร์ก็ไม่เคยมีใครคิดได้ มันก็ไม่ยาก มันก็มีเหตุวิทยาศาสตร์ง่ายๆนะ วิทยาศาสตร์ไม่ได้ลึกลับลึกซึ้งอะไรมากมาย แต่มันคิดไม่ออก เป็นภูมิปัญญาเดิมของท่าน ของเดิมของท่าน ท่านก็เอามาใช้
นี่อาตมากำลังอธิบายถึงรูปธรรม อย่างในหลวงท่านรูปธรรมชัดเจน อาตมามีแต่นามธรรม เป็นทางธรรมะโดยล้วนๆ ของท่านเป็นวัตถุธรรม เป็นรูปธรรมเยอะ ของในหลวงก็ต่าง คนต่างทำหน้าที่ ในหลวงจะอธิบายอย่างอาตมาไม่ได้หรอก แต่อาตมาก็ทำอย่างที่ท่านทำไม่ได้ คนละหน้าที่ ออกมางานคนละงาน
นี่คือประเทศไทยได้จากในหลวง แล้วก็จากอาตมา อาตมาก็ทำได้เท่าที่อาตมาทำได้ ก็ทำไป ซึ่งพิสูจน์นามธรรมด้วย ในหลวงท่านพิสูจน์นามธรรมต่อไม่ได้ จะต่อ Coefficient(สัมประสิทธิ์)อย่างที่อาตมาต่อ ท่านก็ทำไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้น
คุณนิ่มว่า…ของใครก็ของคนนั้น
พ่อครู…ใช่อันนี้มันเป็นของที่เป็น มันเป็นเรื่องที่อจินไตย เป็นเรื่องที่คุณจะไปหยิบเอามาพูดเล่นๆ ไม่เป็นจริง เอ๊ะ ไม่เป็นจริง มันก็ไม่เป็นสิ มันก็ไม่มี ไม่เกิด ไม่เห็นรูปร่องรอยอะไรเลย ทีนี้มันมีร่องรอย มันมีรูปธรรม มันพฤติการณ์มีปรากฏการณ์จริงยืนยันด้วย อ้า อันนี้ก็ต้องจริงสิ
นี่ไม่ต้องยกตัวอย่างอะไรมาก ยกตัวอย่าง อย่างชาวอโศก พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้เรื่องสาธารณโภคี ถ้าผมไม่เอามาทำ แต่ผมไปทำขึ้นมาจริงๆ นี่ คุณว่าโลกนี้จะมีใครคิดออกมาทำได้มันไม่มีมนุษย์อย่างนี้ ไม่มีสาธารณโภคี นี่ Kibbutz-คิบบุตซ์(ชุมชนเกษตร "คิบบุตซ์-โมชาฟ"ในอิสราเอล)เขาพยายามจะทำไง ใช่ไหม หรือแม้แต่อะไรของอเมริกาที่มันอยู่ในอเมริกา อยู่ในแคนาดาตอนนี้ อะไรพวกเออ
ปัจฉาว่า…คิปบุตซ์นี่ของอิสราเอล
พ่อครูว่า…คิปบุตซ์ของอิสราเอล ไอ้นี่ของอเมริกา แต่ก่อนเคยอาศัยอเมริกา แต่นี้มันอาศัยอยู่แคนาดากลุ่มอะไร แหมลืมชื่อไปได้
ปัจฉาว่า…เขาใช้ม้า ใช้อะไรนี่ ของอเมริกา เขาไม่ใช้เครื่องจักรกล ลืมชื่อ ไม่ได้คุยนาน พวกนั้นยังใช้รถม้ายังใช้อะไรกันอยู่เสื้อผ้าอะไรก็ทำเองอะไรเอง มีหนุ่มมีสาวมีเด็กรุ่นใหม่เกิด แต่เขาก็ออกไป แต่เขาก็มาใช้ชีวิตของเขาอยู่ในนี้ ก็ไม่เอา ไปสัมพันธ์กับข้างนอกได้ แต่เขาก็ไม่ไปประพฤติแบบข้างนอก นี่วัฒนธรรมมันลึกซึ้ง มันลึกในจิตวิญญาณ ที่มันเห็นดีเห็นงาม
ไม่เอาก็ไม่เอา เหมือนกับพวกเราหลายผู้หลายคนน่ะ บอกโอ้ไปกินสัตว์ ก็กินไปที่คุณจะอร่อย คุณจะยั่วยวนกันยังไง ฉันก็ไม่กิน อะไรงี้เป็นต้น ง่ายๆนะ พวกเราเป็น แล้วมันชัดเจนแต่ไม่มีเยื่อเชื้อความดูดดึงความพอใจ คุณนิ่มว่า…พวกอามิช หมายเหตุ…ชาวอามิช(Amish)เป็นกลุ่มชนที่เคร่งศาสนา รักสันโดษ และปฏิเสธเทคโนโลยีทุกประเภท ไม่ขับรถ ไม่มีโทรศัพท์ ไม่ใช้ไฟฟ้า ไม่แต่งงานกับคนนอกชุมชนอย่างเด็ดขาด ทั้งหญิงชายจะต้องแต่งงานกับอามิชด้วยกันเท่านั้น และเมื่อแต่งงานแล้ว จะไม่คุมกำเนิด เนื่องจากขัดกับความเชื่อทางศาสนา และทั้งครอบครัวจะอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ผู้ชายจะไว้เครา ใส่เสื้อเชิ้ตสีพื้น ๆ อย่าง ขาว เทา ฟ้า มีสายเอี๊ยมรัดกับกางเกง ใส่หมวกทรงสูง ส่วนผู้หญิงมีหมวกคลุมผม กระโปรงยาว เสื้อผ้าเป็นสีเรียบ ๆ ไม่ฉูดฉาดเช่นกัน ชีวิตความเป็นอยู่ของชาว Amish จะทำไร่ เลี้ยงสัตว์เป็นหลัก ผู้ชายจะทำพวกเฟอร์นิเจอร์ใช้เองในบ้าน หรือทำจำหน่ายบ้างเล็กน้อย ผู้หญิงรับหน้าที่ดูแลบ้าน ตัดเย็บเสื้อผ้าใส่เอง เป็นชุมชนที่รักความสันโดษอย่างยิ่ง อยู่กันอย่างสงบ เมื่อทั้งหญิงชายอายุสิบหกปี จะมีโอกาส "เลือก" ว่าจะอยู่ในชุมชนหรือออกไปเผชิญโลกนอกชุมชน หากเลือกที่จะออกไปเผชิญโลก หนุ่มสาวคนนั้นจะต้องออกจากชุมชนไป และห้ามกลับมาอีก เพราะถือว่า เป็น "คนนอก" ไปแล้วนอกจากปฏิเสธไฟฟ้าและเทคโนโลยีแล้ว ยังมีความเชื่อแปลกๆ หลายอย่าง เช่น ห้ามถ่ายรูป เรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องใหญ่มากที่คนนอกและนักท่องเที่ยวจะต้องเรียนรู้และทำความเคารพ ความเชื่อในเรื่องห้ามถ่ายรูปนั้น มาจากคัมภีร์เก่า ที่ระบุว่าห้ามมีรูปเคารพ คลิกลิ้งค์
พ่อครูว่า…เออใช่พวกอามิชนั่นใช่ นั่นน่ะพวกอามิช ซึ่งอามิชใกล้เคียงกับพวกเราเยอะ แต่พวกเรานี่ ประยุกต์สมัยใหม่มากกว่าอามิช ยังใช้คอมพิวเตอร์ ยังใช้อะไรต่ออะไร โอ้โหสารพัด แต่เราก็ไม่ได้หลงใหลมันเกิน
ปัจฉาว่า..พ่อท่านเอาวัตถุด้วย
พ่อครูว่า… เอาหมด แต่เราไม่เอาไปทำทุจริต เอาไปเอาเปรียบเอารัดอะไร เราไม่ได้ทำ เราทำให้เป็นประโยชน์ให้เขาอีก ซ้อนซ้ำด้วย อย่างงี้เป็นต้น แต่พวกนั้นเขาปฏิเสธ ก็ไม่เอา เขาเอาแค่นี้ มันก็เป็นคุณธรรมของแต่ละภูมิ แต่ละระดับ มันก็เป็นอย่างนั้น … เออ! น้ำมูกหายเลย เอาละนอน
คุณนิ่มว่า…แสดงว่าพระพุทธเจ้าเข้าทรง
พ่อครูว่า…พระพุทธเจ้าเข้าทรงเผลอไม่ได้ เผลอพระพุทธเจ้ามาก็เรามันเชื่อพระพุทธเจ้า ดีเอ็นเอพระพุทธเจ้า ก็ต้องอย่านี้ แหละ ไปเอาอะไรมาไม่มีของจริง
ปัจฉาว่า..เลิกเนื้อสัตว์นี่ ผมเข้าใจว่าชีวิตเขาชีวิตเรา เขาก็รัก ของเขา
พ่อครูว่า…ตอนนี้นี่ไปพูดถึงขั้นถึงว่า ทำไมคุณไม่นึกถึง Animal Right อันนี้ชัดเจนนะ ทำไมคุณไม่นึกถึงสิทธิสัตวชีพ เขา หรือสัตวชนมะ สัตวชีพมันเป็นสิทธิ์ของชีวิตของสัตว์เขาอ่ะ มันเป็นสิทธิของเขา คุณไปละเมิดสิทธิของเขายังไง ชีวิตของเขาก็คือของเขา ของคุณก็คือของคุณ ถ้าเขาละเมิดสิทธิคุณ คุณชอบมั้ยล่ะ เสือมันจะมาเอาคุณไปกินน่ะ คุณชอบมั้ยล่ะ เอ้าสิทธิของชีวิตน่ะ ของใคร สัตว์มันก็เหมือนกันกับคนน่ะ มันก็มีชีวิตของมัน มันก็มีสิทธิ์ มันก็มี Right(สิทธิ) ของมันน่ะ แล้วคุณจะมาทำเป็น!
แหมพูดมา ถึงตอนนี้โดน โดนพวก Human Right Watch ทำเป็นแหมคอยป้องกันสิทธิให้คนนั้นคนนี้ คอยรักษา คอยอะไรให้คนนั้นคนนี้ ใช่!คุณรักษาชีวิตคนอื่นก็ดีอยู่ แต่คุณเข้าใจคำว่าชีวิตเท่าไหร่ สัตว์มันก็มีชีวิต คุณ คนก็มีชีวิต ทำไมคุณไม่ป้องให้สัตว์ด้วยมั่งอ่ะ คุณป้องให้แต่คนน่ะ สัตว์มันก็ชีวิตด้วยกันใช่มั้ยล่ะ คุณรักษาสิทธิของชีวิตน่ะ สิทธิของสัตว์มันไม่มีสิทธิของมันหรอก ลึกซึ้งขึ้นไปอีก แต่เขาฟังก็ฟังไม่ขึ้นหรอก พวกที่เขาทำพวกองค์กร
ปัจฉาว่า…มันเป็นองค์กรตั้งมาเพื่อสนับสนุนอเมริกา มันไม่ได้เรื่องหรอก
พ่อครูว่า…ใช่ๆ มันดังนั้นมันเป็นองค์กร ของใครของมัน หาประโยชน์ใส่ของตัวเองที่จะได้เปรียบไปว่า จะได้เปรียบอะไรก็ว่ากันไป ไม่ซื่อสัตย์ ไม่ตรง ค่อยๆเป็นไป รายละเอียดอะไรอะไรต่างๆ นานาก็จะผุดมาเรื่อยๆ
….จบ
661031 พ่อครูให้ธรรมะก่อนนอน ไม่มีอะไรตกหล่นไปจากกาละ https://www.youtube.com/watch?v=RRS8PjIcEeU