สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน สัมประสิทธิ์ของสัปปายะ 4.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน สัมประสิทธิ์ของสัปปายะ 4 พวกเรานี้ฟังธรรมกลุ่ม พวธ. แพทย์วิถีธรรม โดยนำเรื่องของสุขภาพ ถ้าเป็นเรื่องของแพทย์มาเป็นตัวนำ คนที่เห็นว่า สุขภาพทุกวันนี้เอาพวธ. ส่วนอาตมาเอา บวร ไม่มีปัญหาอะไรเราก็ Coordinate ร่วมมือกันไปเรื่อยๆ สิ่งที่เกิดได้จากความรู้พยัญชนะแล้วเราก็มาทำให้มันเกิดสภาวะ มันก็สอดคล้องมันก็ดำเนินไป เราจะมีแนวร่วม จากที่เราทำภาคประชาชน 100% หน่วยเราไม่เข้าไปจอง ไม่เข้าหลักเกณฑ์ของ นิตินัย ไปเป็นนักการเมืองทางนิตินัย เราก็ไม่เข้า เราจะเป็นนักการเมืองทางพฤตินัย พรรคการเมืองภาคประชาชน 100% พันเปอร์เซ็นต์ล้านเปอร์เซ็นต์ ก็นักการเมืองนะ แต่นักการเมืองแบบเรา เราไม่ไปยุ่งกับคุณตอนนี้ คุณทำไปเถอะ หากทำไม่ดีเราก็จะมาพบคุณจริงๆ ถ้าหากคุณทำไม่ดี ตามหลักเกณฑ์สากลประท้วงอย่างไม่มีอาวุธ ความสงบ เปิดเผยความจริงไปเรื่อยๆ สู้ด้วยสัจจาวุธ มีอาวุธเป็นความจริงอย่างเดียวไม่มีอย่างอื่น พูดข้อมูลว่า คุณผิดอย่างไร จะไปอยู่ข้างถนนสัก 5 ปีก็ได้ ที่ผ่านมาเราไปลองไม่ถึง 5 ปีหรอก อย่าให้ถึง 5 ปีเลยมันจะเหน็ดเหนื่อยเกินไป อาตมาคิดว่าคงไม่แล้ว เท่าที่อาตมาด้วยความจริงใจด้วยภูมิปัญญา อาตมาปรารถนาดีต่อการเมืองไม่ได้ปรารถนาร้าย เท่าที่เราเห็นแล้วมีการหวังดีปรารถนาดีเป็นที่ตั้ง เป็นแต่เพียงว่า ฐานจิตเข้าใจผิดเป็นมิจฉาทิฐิอยู่บ้างก็เท่านั้น ก็ตามประเมินภูมิธรรมอาตมาก็ อยากมีคนเข้าใจมีปัญญารู้ในความถูกต้องมากจำนวนหนึ่งแล้วก็เอาจริงเอาจัง มีอยู่พอสมควร อาตมาก็คิดว่าการเมืองคงจะไม่เหลวไหล ที่อาตมาพูดไปแล้ว การเมืองในเมืองไทยเป็นประชาธิปไตยเบอร์หนึ่งในโลกไม่ใช่พูดเล่นไม่ใช่พูดอย่างหลงตัวอวดดี แต่พูดด้วยมั่นใจสัจธรรม บ้านเมืองเราจะต้องรู้สภาวะของการอภิบาล และการทำอธิปไตย
อ่านต่อ
ใครเป็นผู้ทำงานให้เกิดอธิปไตย อธิปไตยจะเกิดได้ต้องเกิดจากอภิบาล เลี้ยงดูประชาชนช่วยเหลือประชาชนบริหารประชาชนปกครองประชาชน แปลอย่างหยาบว่าปกครอง ปกครองอย่งบริหาร ช่วยเหลือ ปกครองอย่างรับใช้ คำว่าปาละคือรับใช้ดูแล อภิแปลว่ายิ่งใหญ่ เลี้ยงดูช่วยเหลือประชาชนอย่างยิ่งใหญ่ เลี้ยงดูให้เป็นอยู่สุขทางเศรษฐกิจ ทางกฎเกณฑ์ของระบบสังคม การเมือง ต้องมีเนื้อหาเศรษฐกิจการเมืองที่ดี สังคมก็จะดี ถ้าหากเศรษฐกิจการเมืองไม่ดีสังคมก็จะไม่ดี เศรษฐกิจดีคืออะไร เศรษฐกิจดีที่สุดของส่วนตามนั้นคือ คนนั้นถึงศูนย์ก่อนเพื่อน คนแต่ละคนนั้นมีจิตเป็นศูนย์ 0 คือไม่มีตัวเราไม่มีตัวเขา ไม่มีของเราไม่มีของเขา โดยภูมิปัญญาและการปฏิบัติตัว ส่วนยิ่งปฏิบัติ เราไม่มีแต่เราก็มีความสามารถมีการงานมีพฤติกรรมมีการขยันหมั่นเพียรสร้างสรร ก็ทำให้เกิดความเนียน แต่ความเนียนเหล่านั้นเรายึดมั่นถือมั่นว่าไม่เอาเป็นเราเป็นของเรา มันก็เป็นส่วนกลางของทุกๆคน เรามีหน้าที่บริหารแจกจ่ายให้ทั่วถึงกันเรียกว่าเศรษฐกิจ เศรษฐกิจคือกิจที่จะทำให้เจริญเท่านั้น เสฏะหรือเสโฏคืองานที่ทำให้เจริญ เราก็สามารถแบ่งแจกทั่วถ้วนได้ เราก็ให้คนที่ขาดแคลนพวกเหลือกินเหลือใช้ไม่ต้องให้เขา ดีไม่ดีพวกที่ไม่รวยไม่พอนี้นิสัยดีกว่าพวกรวยไม่จบอีก เราทำสิ่งที่ควรจะเป็นควรได้ อย่างนี้เป็นการเสริมสร้างมงคล ด้วยเศรษฐกิจการเมือง การเมืองจะเอามาตรฐานเป็นนิตินัย หรือมีนิติธรรม มีนัยของกฎเกณฑ์ นิติธรรม ทรงไว้ในกฎเกณฑ์ที่ถูกต้อง ไม่ต้องอนุโลมแก่สิ่งที่ควรมันก็เป็นวิสัย ที่จะรู้กันอย่างเหมาะสม ยกให้ เรียกว่าอภิสิทธิ์ อภิสิทธิ์คือสิ่งที่ควรได้ อย่างกฎหมายอเมริกาก็มีสิ่งยกเว้นให้ ในจำนวนนักบวชก็มีการยกให้พระอรหันต์เป็นสติวินัย ทำอะไรก็ไม่ผิด เพราะว่าไม่มีเจตนาแล้วที่ไม่ดี เป็นความบกพร่องสุดวิสัย ไม่มีจิตด้วยเจตนา กิจกรรม ที่จะเกิด กรรม Tense ที่ถูกต้องสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะฉะนั้นผู้ที่ศึกษาธรรมะพุทธเจ้าครบแล้ว ก็จะนำมาใช้ประกอบในการทำงานไปกับทุกกาละก็จะมีกรรมร่วมไปด้วย มีสิ่งหยั่งลงในสังคม ศาสตร์ของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นธรรมะสามี เอามาประกาศเผยแพร่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็เป็นโพธิสัตว์ ที่ดำเนินมาก่อนอาตมา เป็นรูปธรรมที่ชัด อาตมาเป็นผู้แยกนามธรรมขยายมาก รายละเอียดมากกว่าทั้งพยัญชนะและความหมาย ในหลวงท่านทรงงานไม่มีเวลาอย่างอาตมา หน้าที่อาตมาหน้าที่แม่ จ้ำจี้จ้ำไช พาทำเหนื่อยนะ พูดแล้วมันก็ไม่เอาตาม พูดแล้วก็ยังดื้อหนัก ส่วนในหลวงท่านทำ คนอื่นรับหน้าที่ไป ท่านจึงเห็นรูปธรรม ที่ชัดเจน อาตมายังจะทำหน้าที่อยู่ ในการนำธรรมะพระพุทธเจ้ามาขยายความ จนกว่าจะถึงศาสนาพุทธไม่มี ในยุคที่ศาสนาพุทธมีไม่ได้ เป็นยุคที่ประกาศศาสนาไม่ได้ เพราะคนเป็นอเวไนยสัตว์ มันสอนไม่ได้ จะเกิดมาก็เสียเปล่า จะต้องเกิดมาใน ในยุคที่มีคนรับปฏิบัติได้จึงจะไม่เสียเปล่า เหมือนกับอาตมาหากไม่มีคนรับได้ก็เลิก เสียแรงเสียของไม่เข้าท่า แต่นี่มันยังได้ประโยชน์อยู่ได้ทนอยู่ ไม่เป็นหมัน อาตมาก็ยังทำต่อไปเพราะโลกยุคนี้มีตัวร้ายจะฉุดอยู่ ไม่ใจดำ และเห็นเค้าว่ามนุษย์โลกรับได้ ใจก็มาเป็นกองเลย ทำงานไป ตอนนี้มีใจกองเบ้อเร่อเลย นี่พูดภาษาง่ายๆ ตามสภาวะที่จริงไม่ได้เข้าใจยากอะไร ใช้ภาษาแบบพื้นๆ พระพุทธเจ้าให้สอนแบบภาษาพื้นๆ เขาก็ไปตีความว่าเป็นภาษาพื้นบ้านนั้น ไม่ใช่ภาษาพื้นบ้านแต่เป็นภาษาที่เข้าใจได้ง่ายๆ อยากไปเอาภาษาที่ยากๆไหม ภาษาแบบ technical terms ภาษาวิชาการอยู่หอคอยงาช้าง ถ้าเราใช้ทั้งภาษาวิชาการและภาษาพื้นๆก็ได้ร่วมกัน ไปด้วยกันมาด้วยกัน
อาตมายังมีแก่ใจยังพยายามสร้างพลังงานเรี่ยวแรง แม้แต่สังขารร่างกายดินน้ำไฟลมก็ให้ดีขึ้น Fresh up ขึ้น ให้มี protoplasm มากขึ้น ไม่แยกจาก cytoplasm ที่อยู่ภายใน มันก็จะมาทั้งหมดครบ จะค่อยๆช่วยกันให้มันก้าวหน้าเป็นชีวิต ชีวะที่ก้าวหน้าขึ้น หากอาตมาอายุ 90 อาตมาหนุ่มขึ้น ให้บันทึกไว้ตอนนี้ อีกห้าหกปีตอน 90 เทียบได้นะ อาตมาอายุ 90 นี้หนุ่มกว่าเก่า สดกว่าเก่าฉลองกันให้ยิ่งใหญ่เลย เพราะสูตรสัมประสิทธิ์มีผลแน่ พวกคุณก็ช่วยกันด้วย หากสัมประสิทธิ์สูตรนี้ดีแต่พวกคุณไม่ทำด้วยไม่ร่วมไม้ร่วมมือก็ไม่ดี หากทำไปด้วยกันก้าวหน้าด้วยกันจึงจะพิสูจน์ผลของสูตรนี้ เอาการพิสูจน์ เหมือนนักเศรษฐศาสตร์ บอกว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะได้ผลอย่างนี้ อาตมาก็คาดว่าอายุ 90 จะได้ผลประมาณนี้คล้ายกัน มันเป็นสัจจะจะเป็นโครงสร้างแบบนี้ หากอายุ 90 ถ้ามันเจริญก็ฉลองร่วมกันด้วย เพราะอาตมาเดินไปหา 96 ดีแน่ ถ้าครึ่งทาง 90 ถ้ามันบอกลักษณะนั้นออกมาให้เห็น การฉลองนี้ ไม่ใช่ฉลองเพราะระเริง แต่ฉลองตีฆ้องตีกลอง ว่านี่ของดีนะๆด้วยวิธีการตีกลองตีฉิ่ง ให้คนรู้ว่าเป็นการเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดี ไม่ใช่เผยแพร่เพื่อที่จะ เรียกลูกค้าแล้วจะได้รีดทรัพย์สินจากลูกค้า แบบนั้นมันทางโลกีย์ อันนี้มันทางโลกุตระ เผยแพร่เพื่อให้คนเห็นว่าอันนี้ดีแล้วมาเอาไปทำ ไปด้วยกัน คนละนัย คนละมิติต่างกัน
ที่ทำงานอยู่ทุกวันที่อาตมาทำ ขยายความไปเรื่อยๆพวกเราจะชัดเจนเข้าใจ ลักษณะของการทำงานโดยไม่มีตัวตน ไม่เป็นของตนไม่มีเราไม่มีของเรามันเป็นอย่างนี้เอง มันเป็นของส่วนรวมความเจริญของส่วนกลางที่จะก้าวหน้าไปหามวลข้างนอกมากขึ้นอย่างบริสุทธิ์ อย่างไม่มีเป็นตัวตนของตน เล่ห์เหลี่ยม มีแต่ทำเพื่อกันและกันเพื่อผู้อื่น สำหรับเรานั้นสูญแล้ว เจริญหรือไม่เจริญก็ศูนย์ก็เต็มแล้วบริบูรณ์แล้ว มันไม่ต้องมีมากกว่านี้น้อยกว่านี้อีก เป็น status quo เป็นความคงที่ความแน่นความสมบูรณ์ ที่มีแต่จะเพิ่ม ตัวขยาย เผื่อเจริญเสริมเติมเข้าไปอีกเท่านั้น มันจึงเป็นเรื่องที่อธิบายด้วยพยัญชนะภาษาแล้วเราก็ดูสภาวะว่ามันจริงตามที่พูดนี่ไหม สำเร็จจริงอย่างนี้ไหม สิ่งเหล่านี้ดีกว่าจะไปเสียเวลาหาเงินทองกอบโกย หรือแม้แต่อำนาจจะไปข่มขู่ ไปบังคับให้คนอื่นมาเป็นบริวาร ให้เขามาช่วยเหลือ เรือเราก็ไม่ได้เอาเงินไปซื้อ ไม่ได้อำนาจบาตรใหญ่ไปบังคับ แม้แต่ที่สุดไม่ได้ขอร้องให้มาช่วย แต่คนเขามีจิตมีปัญญาของเขาเอง เขาเห็นว่าคนนี้ต้องช่วยไปอยู่ในหมู่นี้แหละ มันจะได้เกิดกัมมันตภาพรังสีราศีได้เนื้อด้วยมวลได้คุณภาพ ศัพท์ของพระพุทธเจ้าที่บอกว่า มิตรสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีมันจึงเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของศาสนา คือพรหมจรรย์คือศาสนาทั้งหมดของพระพุทธเจ้า สถานที่เป็นสัปปายะ 4 นั้นยิ่งใหญ่นะ มันพาให้เจริญเร็วที่สุด อาตมาพยายามอธิบายลักษณะของบวร สามเส้า ที่มีคุณภาพของบ้าน และมีคุณภาพของคุณธรรม มีโรงเรียนให้การศึกษา ไม่มีครบแกนของมนุษยชาติ มีมนุษย์มีสัจจะของคุณธรรม มีพฤติกรรมของคุณธรรม มีการศึกษาเผยแพร่ให้คนอื่นรู้ตามเรียกว่ามีโรงเรียน แล้วก็มีธรรมะที่เป็นโลกุตรธรรมอยู่ พยายามที่จะทำ มันมีบทบาท 3 อย่างนี้อยู่ คนที่เข้ามาในนี้ก็เหมือนกับเข้ามาในสนามแม่เหล็กของ 3 อย่างนี้ คนเข้ามาก็ตกอยู่ในโมเลกุลแท่งหนึ่ง No1 ที่เข้าไปในสนามแม่เหล็กบวร อย่างไรถ้าคุณดิ้นแรงมันก็ถูกดีดออกกรุณาออกไปนอกจากวงกลม นอกเขตเทศบาล แต่ถ้าคุณเข้าได้มันก็เป็นเนื้อเดียวกัน ไม่เจริญเท่าไหร่หรอกแต่คุณก็อ่อนน้อมถ่อมตนยอมให้เขานวด บีบบี้ สนามนี้แหละ คุณก็ยอม ที่บีบบี้ก็พอทำเนาแต่เขากระทืบเอาก็ยอม เพราะช่างปั้นหม้อ ก็ต้องเหยียบต้องกระทืบต้องบีบนวด เจตนาให้เป็นแบบนี้คุณเอาไหมล่ะ ถ้าเอาก็จะได้รูปนี้นะ เอารูปแบบนี้นะ เพราะฉะนั้นในรูปนี่แหละคือสิ่งที่ถูกรู้ เข้ามาสู่สัจจะสาระ รูป 28 รวมดินน้ำไฟลม มหาภูตรูป 4 มันเป็นองค์ประกอบที่จะใช้ร่วมเท่านั้น เราก็เอาดินเท่านี้น้ำเท่านี้ ที่จริงเรากับไฟนี้ มันเป็นพลังงานที่เราเป็นคนสร้าง ลมกับไฟ เป็นธาตุที่เราสร้าง ธาตุลมคือสิ่งที่เคลื่อนไหว ธาตุไฟคืออุณหธาตุ พลังงาน เราก็จัดสรรให้มันเป็นองค์ประกอบเนื้อได้ ธาตุลมกับธาตุไฟผสมกันแล้วเป็นรูปร่างของ อาโปธาตุ จับตัวเป็นธาตุน้ำ ค่อยๆเป็น กลละ อัมพุชะ เปสิ คณะ ปัญจสาขา กลล หากเรารู้ด้วยภาษา ก คือตัวที่หนึ่ง ลลคือพลังงาน ได้อันแรกคือธาตุน้ำ อัมพุชะ ธาตุน้ำจริงๆแล้วมันมองไม่เห็นหรอกสัมผัสไม่ได้ แต่มันเริ่มเป็น H 2 O แล้ว จนรวมกันของธาตุน้ำเป็นเปสิ เปสิคือมวลธาตุน้ำจับกลุ่มกัน ไม่เป็นตัวกลมเป็นแผ่นแบนบางก่อน คือเปสิ แล้วพลังงานที่รวมตัวในธาตุน้ำแต่ละธาตุ มันก็จะขยายผลให้มากขึ้น จากเปสิ ก็ข้นเข้มเป็น คณะ ก้อนแข็ง แต่เป็นน้ำนะ จนก้อนแข็ง เป็นธาตุน้ำแต่มีมวลมหาศาล พลังงานน้ำแรงนะ เอาน้ำไปฉีดอะไรก็แหลกหมด ยิ่งกว่าธาตุไฟด้วย ยิ่งกว่าธาตุลม เฮอร์ริเคนก็สู้น้ำไม่ได้ สลาย ไฟก็สู้น้ำไม่ได้ ผู้ใดที่สามารถสร้าง จากสภาพน้ำให้เป็นมวล จนแข็งแน่น มันก็มีน้ำในนั้นแต่สลายธาตุอาโป กลายเป็นก้อนแข็งแน่นเรียกว่าคณะ คณะ เป็นก้อนแท่งแล้ว จะเกิดอันใหม่อีกเรียกว่าสาขา สาขา 1 2 3 ยังไม่เจริญดี ต้องเป็น 4 5 มันเกินครึ่งหนึ่งของ 9 แล้ว เกินสี่ครึ่ง พลังงานเหล่านี้เกิดจากสภาวะจริงแล้วก็ก้าวหน้า ยิ่งเราเสริมเติมพลังงานแรงไม่ถอย ก็จะก้าวหน้าไปได้เรื่อยๆ ถ้าเราทำ Coefficient ของเราจะมีตัวแปรที่ก้าวหน้า ในฟิสิกส์ใช้ระดับคูณเป็นต้นไป แค่บวกไม่เอา ระดับบวกยังช้าไป ต้องคูณให้เร็วขึ้น แรงขึ้นด้วย ยังไม่พอ หากสามารถทำได้ถึงยกกำลังก็ลิ่วๆ Coefficient ที่ทำได้ถึงกับยกกำลังก็เป็นอัตราการก้าวหน้าที่บริบูรณ์ ของเราถึงขั้นคูณยังไม่ถึงขั้นยกกำลัง ถ้าถึงเมื่อไหร่จะบอกอย่าเพิ่งรีบตาย หรือถ้าหากช่วยกันก็จะยิ่งเร็ว นี่พูดใช้สังขยาเลข พยัญชนะ เป็นตัวสื่อสู่สภาวะสู่ความเป็นจริงสัจจะก็พัฒนาการอย่างนี้ อาตมาเห็นว่า ความเป็นมนุษย์มีชีวิตชีวามันไม่มีอะไรสนุกเท่าวันนี้เลย เพิ่มความเจริญแบบนี้ของสังคมประเทศชาติ เชื่อไหมว่าอาตมาเคยไปทำชั่วมาแล้วไม่รู้กี่ชาติๆอาตมาก็ว่าไม่สนุกเท่าอันนี้หรอก ทำชั่วมันบาดเจ็บมันเสียงร้องโอดโอยไม่เข้าท่า เพลงร้องไห้ไม่เพราะเลย ต้องเพลง 5555 เพลงแบบนี้ดีกว่า เด็กเกิดมาร้องไห้ไม่เข้าท่าให้ร้องเพลงใหม่ 555 เข้าท่ากว่า อย่าไปสอนให้ร้องไห้เลย ถ้าหากเด็กมีปฏิภาณก็จะเข้าใจ จะเลิกร้องไห้มาหัวเราะ เขารู้ว่า อารมณ์หัวเราะดีกว่าอารมณ์ร้องไห้ เพลงใหม่นี้ดีกว่า หลวงทวดโพธิรักษ์บอกเพลงหัวเราะดีกว่า เราก็ทำให้เด็กเจริญได้ เป็นเรื่องจริงทั้งนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หรือมุขเล่นนะ 610307_พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเทศน์ก่อนฉัน สวนป่านาบุญ 9 ดอนเจดีย์