สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลข้อ 2 โดยพิสดาร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์14 KB
วันที่แก้ไข11 มีนาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลข้อ 2 โดยพิสดาร ก็มาลงลึก ศีลข้อที่ผิดเกี่ยวกับสัตว์ สัตว์เป็นเพื่อนทุกข์ หวังประโยชน์ต่อกันและกัน แม้แต่สัตว์เซลล์เดียวอย่าไปทำวิบากเรื่องใดๆแก่กันและกัน สร้างวิบากดีต่อกันดีกว่า หากสุดวิสัยทำไม่ได้ก็จบ เรื่องของ ของนี่ มันก็เป็นสมบัติส่วนกลางของโลก แต่คนมันไปจองไปยึดมาเป็นของของกูๆ มาเป็นของตนเองเสียเยอะ ในยุคนี้เกือบไม่เหลืออะไรเลยที่จะไม่มีเจ้าของ แผ่นดินเกาะแก่งก็ยึดหมด จะไปหาเกาะสักเกาะหนึ่งในมหาสมุทรจะมีไหมนี่ เพราะมันรู้มันเห็นมันหมดเลย เกาะที่เกิดขึ้นมาใหม่ก็รีบจอง พื้นที่อยู่ในประเทศไทย พอหาได้ ถ้าเรามีตังค์มากก็ซื้อเอา แต่ถ้าเขาเข้าใจก็จะให้เรา มาร่วมกันดีกว่า แม้แต่ของ สิ่งของที่เป็นวัตถุสมบัติที่แม้เป็นพีชะก็ถือเป็นของได้ แบ่งกันได้ส่วนสัตว์นั้นอย่าไปยุ่งเขา สัตว์มันมีตัวกูของกู พืชมันไม่มีตัวกูของกู สัตว์มันติดใจได้ มันชอบคนนี้ไม่ชอบคนนี้ แล้วไปยัดเยียดให้มันอยู่ เลอะเลย ผนึกความไม่ชอบใจ ถ้าให้มันชอบใจคนนี้รักคนนี้ผูกพันคนนี้ก็เป็นเรื่องธรรมชาติของสัตว์ สัตว์มันไม่จบง่ายเลยมันมีตัวชอบตัวชัง ต้องเกิดความพยาบาทเป็นเวรภัย เป็นความรักผูกพันดูดดื่มแล้วก็ต้องมาแย่งชิง ที่ตรงกัน

มาเรื่องของ ของก็เหมือนกัน อะไรจะวิเศษขนาดไหน ถ้ามันไม่ใช่ของใช้สอยอาศัย แม้แต่เรื่องอาหารมันก็ไม่ใช่แล้วจะเอามาทำไม อย่างน้อยอาหารเราต้องยังชีพ หากไม่มีอาหารอยู่ไม่ได้ มีอาหารแล้วก็ค่อยทำวัตถุอื่นที่ใช้สายที่ไม่ใช่อาหาร แม้กระทั่งถ่านคาร์บอน ที่จับตัวกันเป็นเพชร เพชรที่ว่าก็คือคาร์บอน เราก็รู้ว่ามันไม่จำเป็นหรอกในสิ่งที่คนไปหลง มันเป็นไปได้ยากที่จะสังเคราะห์เป็นเพชรหรือทองคำ เป็นไปได้ยากที่จะสังเคราะห์เป็นเนื้อไม้แก่นแข็ง ไม้พยุงถือว่าแข็ง ก็ไป

อ่านต่อ

ยุ่งกันอยู่ทุกวันนี้ แต่ไม้อื่นที่แข็งพอๆกันก็มีอีกเยอะแยะแล้วก็ไม่หวง อาจไม่ดีเท่าพยุง ที่ใช้ได้ 100 ปีอันนี้ใช้ได้ 90 ปีก็ไม่เห็นเป็นไร เราก็ใช้ 2 อัน ได้ยาวกว่าไม้พยุง 100 ปี เราไม่โง่ เราฉลาดแล้วก็ทำอย่างนี้ คือสัจจะที่เราจะไม่ต้องไปทะเลาะวิวาทไม่ต้องไปแย่งชิงกับใคร เราฉลาดพอจะหลีกเลี่ยงมาเป็นเช่นนี้ ไม่ต้องทะเลาะฆ่าแกงแย่งชิงกัน ชีวิตของเราเป็นอยู่ จึงไม่ต้องไปมีศัตรูไปแย่งใคร ยิ่งสร้างเองได้ยิ่งดี ไม้เราก็ปลูกได้ โลหะเราก็ทำเองได้ หรือโลหะมันทำยาก แม้คาร์บอนเราก็ทำได้ยาก เราก็ไม่ทำ เราก็ใช้เท่าที่เราทำได้ อาคาร บวรใหญ่โตในเนื้อที่ 11 ไร่ เราก็ซื้อเหล็กมือสองมาทำอาคารเกือบหมดอาคาร ของเราขนาดนี้ก็ใหญ่แล้วใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือไม่ ใหญ่แล้วก็เกิดโทษ หรือรวมผีห่าซาตานมา ก็ไม่ดี แม้จะเล็กก็เป็นประโยชน์กว่าโรงใหญ่ที่เต็มไปด้วยผีห่าซาตาน เราสร้างสิ่งนี้ที่ตัวชุมชนสังคมกลุ่ม ที่จะเป็นเครือแห สานเชื่อมกันอยู่ในประเทศไทย มีเกี่ยวข้องกัน โยงใย มีเหตุปัจจัยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มันก็เกิดพลังงานรวมเป็นองค์รวมที่สร้างขึ้นในประเทศไทย แล้วก็จะเป็นคุณค่าประโยชน์ สิ่งที่เราสร้างเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นเป็นประโยชน์เพื่อส่วนรวมส่วนใหญ่ เราทำจนคงที่แล้วพออยู่พอกินพออาศัย มันสมบูรณ์แล้ว เหลือเฟือสำหรับเรากินแค่นี้ใช้เท่านี้ ครบสภาวะที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในวรรณะ 9 วรรณะคือขีดขั้นชั้นเจริญ คือระดับขั้นชั้นของความเจริญ สภาวะความเจริญตั้งแต่คนนี้ เป็นคนที่สนับสนุนพัฒนาช่วยเหลือให้เจริญได้ง่าย สุภระ สุโปสะ เพราะเป็นคนที่ยืนยันในความมักน้อย ความมีน้อยเอาไว้ในๆ จะว่าไม่มีเลยก็ไม่ใช่ ใจนั้นมัน 0 แต่สิ่งอาศัยมีไม่มากเท่านี้ก็พอแล้ว สูญถึงความไม่มีเลย มีแค่ 1 2 3 ก็พอแล้ว 4 ก็พอแล้ว อยู่ในภาษาที่ไม่มาก สร้างเกินกว่าที่เรากินเราใช้ เราใช้แค่ 5 เราผลิตได้เป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสน เกินก็ไปช่วยเหลือคนอื่น มี 2 คน 3 คนร้อยคนพันคนก็มีส่วนเกินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันก็เป็นสังคมกลุ่มที่มีเศรษฐกิจเจริญ มีสิ่งที่ประเสริฐมีแต่สิ่งเจริญให้ผู้อื่น ตัวเองก็เจริญอยู่ด้วยสมบูรณ์ เป็นคนเจริญอยู่เต็มที่ ไม่มีทรุดเสื่อมพอดีๆ ไม่มีส่วนเกินที่ทำให้เสื่อมทรุดลง ทำให้เจริญงอกงามเพิ่มขึ้น นี่คือคุณสมบัติคือสิ่งที่ประเสริฐที่เราสร้างสรรขึ้น เป็นอย่างนี้ได้อย่างนี้จริง มันจะเกิดความเจริญที่แท้ อาตมาว่า นักบริหารประเทศทุกวันนี้มีภูมิปัญญารู้ความจริงอย่างนี้ชัดเจนขึ้น ถ้ายังไม่เห็นเราก็ต้องทำให้มาก ทำจนคนตาบอดเห็นได้ นี่คือโวหารของอาตมา โศลกของอาตมา แต่ถ้าไปดับหมด ตาหูจมูกลิ้นกาย ดับหมด หมด 5 ทวาร แต่ทวารวิญญาณก็สามารถรู้ได้โดยไม่ต้องอาศัยทวารทั้ง 5 อย่างนี้เป็นต้น ในเพลงอาริยะ ตอนนี้อาตมากำลังเขียนหนังสือคนจนที่มีแบบ จะออกในงานที่อาตมาครบอายุ 84 เต็มขึ้น 85 ถ้าออกก่อนก็เอาไปอ่านก่อนได้ไม่ต้องรอเวลาเสร็จก็แจ ก

ตอนนี้เมืองไทยมีสภาวะของสัจธรรมโลกุตระอันนี้ เป็นเนื้อเป็นตัว มาช่วยกัน เพราะมันไม่เป็นโทษ มีแต่ประโยชน์ต่อมนุษยชาติ ไม่มีความเสื่อมเสีย ถ้าคุณไม่ช่วยอันนี้ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ก็ต้องปล่อยไปทางที่เขาชอบ ไปที่ชอบๆของใครของมัน เพราะเขาไม่เห็นเขาไม่เข้าใจ คนที่ชอบก็พอแล้ว คนที่เข้าใจก็มาร่วมมือกันสร้างสิ่งเหล่านี้พัฒนาสิ่งเหล่านี้ พูดเข้าไปให้ลึกเข้าไปหาการเมือง อาตมาก็เห็นว่าพฤติกรรมของผู้บริหาร เขาก็ทำการบริบาล รู้ทำการอภิบาล มนุษยชาติอยู่อย่างขยัน ขยันหมั่นเพียรพากเพียร แล้วก็มีปฏิภาณปัญญารู้จักสิ่งที่ควร เอาอันนี้ก่อนเอาอันนี้ที่หลัง แล้วก็มาประกาศให้รู้ อย่างไม่ปิดบัง บางคนก็หาว่าบอกมากไปพูดมากไป อย่างนี้เป็นการหาเรื่อง เขาทำดีแล้วเข้าเรื่องดีแล้ว ก็พูดอย่างจริงใจ อาตมาเห็นพฤติกรรมการบริหารการบริบาลประชาชน ของนายกตู่กับคณะ ยังดีอยู่ ดีกว่า 28 คณะที่ผ่านมา ที่อาตมาเคยเห็น มีความเป็นประชาธิปไตยชัดเจนกว่ามีคุณภาพคุณสมบัติดีกว่า เขาก็มองไว้แต่แง่ว่าเศรษฐกิจแย่ ลุงตู่ทำให้เศรษฐกิจไทยแย่ ด้วยเขาไปมองที่ว่า เมืองไทยมันไม่มีรายได้มากขึ้น เอาแค่ประเด็นของรายได้โดยเฉพาะมีเงิน เงินที่นับจากตัวเลขที่เรียกกันว่าธนบัตร เป็นดอลลาร์เป็นหยวน อะไรก็แล้วแต่ของต่างชาติ แล้วแตกเป็นเงินบาท เป็นราคาของเงินบาท ก็เห็นว่าอัตราการเจริญของเงินเป็นบาทที่ได้จากผลผลิตมันไม่มากขึ้น คนที่เอาแต่จะต้องได้ เอามาจากคนอื่นได้มากๆคือคนไม่เจริญ ความเจริญคือต้องสร้างด้วยตัวเองด้วยน้ำพักน้ำแรง เอาไปขายหรือเอาไปให้คนอื่น แจกเลยก็ตาม แน่นอนเราไม่ได้ธนบัตรไม่ได้เงินค่าอะไรของชาติอื่นมารวม มันก็ไม่ได้มาก ยิ่งถ้าให้เขาได้มากๆ ที่จะได้เข้ามาจากภายนอกต่างประเทศมาให้แก่เรา ยิ่งไม่เข้ามาเลย มีแต่เราได้ให้ของเราออกไป อย่างนี้ต่างหากคือเศรษฐกิจเจริญ หากเราไปเอาของคนอื่นเข้ามามันเจริญที่ไหน ยิ่งมีกลเม็ดเด็ดพรายมีการเอาเปรียบเอารัด มีการโกงเขาด้วยมันเป็นความเจริญที่ไหน เอาอย่างพลเอกประยุทธ์ไม่ดีแล้ว พลเอกประยุทธ์ทำมาหลายปี คนอื่นถ้าเป็นคนใหม่มาทำต่อ ใช้เวลา 6 เดือนหรือ 1 ปี ถ้าเห็นว่าชิบหายขนาดนี้ เราก็ออกไปประท้วงไล่ออกไปแน่นอน นี่แหละพูดไว้ก่อนเลย ไม่ใช่ขู่นะพูดจริงๆ ใครจะไปด้วยบ้าง คนพอรู้พอเขาใจอย่างอาตมาพูดนี้มีอยู่ ถ้าทำอีกคนจะเข้าใจมากกว่าเก่า ถ้าทำอีกพธม.มากขึ้นแน่ เขารออยู่ เมื่อไหร่จะทำ สังคมที่จะเกิดสงคราม จะเป็นธรรมาธรรมะสงคราม เราไม่ได้เอาอาวุธไป เราเอาแต่ความจริงความรู้ สาธยายให้จัดจ้านเพิ่มขึ้น ไม่เอาปืนแต่เอาสงบเป็นที่ตั้ง สันติอหิงสาอโหสิ แล้วเราก็สำเร็จ ใช้สันตาวุธ อหิงสาวุธ เป็นอาวุธรบ ผู้ที่รู้ที่เข้าใจก็จะเห็นจริงและทำจริงอย่างที่พูด ส่วนใครจะแทรกแซงมา เจ้าหน้าที่จะต้องช่วยอาตมา ถ้าหากไม่เชื่อจะว่าให้ด้วย บอกไว้ก่อนนะ เจ้าหน้าที่รักษาความสงบ เป็นตำรวจเป็นทหาร ที่ทำหน้าที่ดูแลภายใน ชื่อตำรวจ ภายนอกคือทหาร เมื่อเวลาจะทำให้เกิดความสงบต้องร่วมกันทั้งตำรวจและทหาร แม้จะมีภัยที่จะสั่นคลอนความมั่นคงของชาติก็ต้องมาร่วมกันทำช่วยกัน มันเป็นหน้าที่ เพราะรับเงินเดือนซะแล้วด้วย อย่าให้เปลืองเงินเดือนไม่เข้าท่า พวกเราไม่รับเงินเดือนไปทำแทนนะ ไม่อายบ้างหรือ

พูดไปก็สบายใจพูดความจริงสบายใจ ใครที่ไม่เข้าใจก็จำเป็นเขาต้องเพ่งโทษ ต้องว่าพูดอะไรนะไม่เข้าท่า เขาเห็นไม่ตรงกันกับเราก็เป็นธรรมดาธรรมชาติ แต่เชื่อว่าผู้ที่ตั้งใจฟังผู้ที่มีภูมิปัญญาเข้าใจได้เพิ่มขึ้น ชัดเจนขึ้น อาตมามั่นใจว่าอาตมาก็ทำงานอีก แม้ไม่ได้ให้สัญญาอะไรไว้ ถ้าเกิดเหตุการณ์จริงหรือทำงานออกสนามรบ ตอนนี้สมควรแล้วไปรบอะไร ไปไล่รัฐบาล รับรองว่าผู้ที่มีดวงตาสอดคล้องก็เห็นด้วย เขาเห็นว่ารัฐบาลนี้ไม่น่าเอาด้วยก็จะมาร่วมมือกัน มาอยู่ข้างๆ หรือเข้ามาใกล้ชิด เข้ามาเป็นแก่น เราจะเป็นแก่นแกนอยู่ด้วย พูดไปแล้วก็สบายใจเป็นเรื่องดี เราทำอะไรมันชัดเจน เพราะฉะนั้นทำอีก และคนแสวงหาความรู้มันเพิ่มขึ้น อาตมาจะเป็นตัวอะไร อาตมาไม่เชื่อว่าขณะนี้สังคมไทยจะเสื่อมลง เพราะคนโง่เพิ่มขึ้นไม่รู้เรื่องมากขึ้น อาตมาว่าคนไทยรู้ความจริงเพิ่มขึ้นนะ ทุกวันนี้ คนไทยฉลาดเพิ่มขึ้นรู้จักสัจธรรมแท้ๆเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเป็นสัจธรรมที่ไม่เห็นแก่ตัว สัจจะธรรมโลกุตระเพิ่มขึ้นจริงๆทุกวันนี้ อาตมาไม่กลัวหรอก สมมุติว่า อาตมาพาไปประท้วง ไปรบรัฐบาลที่ใช้ไม่ได้ แต่คนไทยไม่เห็นด้วย เขาไม่เห็นว่ารัฐบาลนี้ไว้ใจไม่ได้เท่าพันเอกประยุทธ์ คุณจะเสี่ยง หรือคุณเห็นว่าคนนี้ดีมีฝีมือยิ่งกว่าพลเอกประยุทธ์ก็แล้วแต่ สรุปแล้วพลเมืองประเทศไทย จะมีดวงตาจะมีภูมิปัญญารู้ความจริงนี้เพิ่มขึ้น หรือไม่เพิ่มขึ้น มันก็จะแสดงออกตามความเป็นจริง ถ้ามีภูมิเจริญมากยิ่งขึ้น แต่ถ้ามันซึมจริงๆแล้วก็จะรู้ว่าไม่มีใครมาเลยมีแต่พวกเราหัวเดียวกระเทียมลีบนิดเดียว ประเทศไทยไม่กระเตื้องเลย ถ้าอันนั้นไม่ดีจริง แต่ถ้าเราเห็นว่า เราออกมาประท้วงไม่มีคนร่วมมือเลย เราต้องพิจารณาแล้ว เราก็ต้องรู้ว่าเรายอมแพ้ดีกว่า ให้รัฐบาลนี้ไปทำดีกว่าเพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่มาร่วมกับเรา อาตมาไม่ยึดมั่นถือมั่น เราไปประท้วงอย่างถูกกฎหมายสงบไม่มีอาวุธ แล้วมาจับเราทำไมอีก ไปเอากฎหมายตอนรัฐบาลที่แล้วมาเล่นงานเรา รัฐบาลที่เราไปไล่ก็ผิดอย่างแท้จริงสำเร็จด้วยออกไปแล้ว แล้วจะเอาข้อหาของรัฐบาลเก่ามาเล่นงานเราอีกทำไม อันนี้ก็พูดประเด็นนี้ มันถูกหรืออย่างนี้ มันควรจะยกฟ้องสิ มันควรจะหยุดได้แล้ว ไม่ให้บำเหน็จเราก็ไม่ว่า แต่จะมาหาเรื่องเอาเราเข้าคุกทำไม มันไม่ถูกมันเป็นบาป พูดสัจจะธรรมนะ ก็แนะนำไปว่า เอาไปพิจารณาใหม่ไม่อย่างนั้นเป็นการกระทำกับคนดีมันเป็นบาป กฎหมายเอาไปลงโทษคนดีมันเป็นบาปเพราะฉะนั้นมันไม่ควรจะเกิดหรอกในเมืองพุทธชาวพุทธมีปัญญารู้ความจริงความเป็นจริงที่ถูกครบ เป็นเรื่องสำคัญ

มาเจาะเข้าไปที่เศรษฐกิจอีกนิด คนที่ยิ่งเอามาเป็นของตัวน้อยเท่าไหร่จนกระทั่งเป็นศูนย์ นี่คือเศรษฐกิจเจริญ อบรมหมู่ฝูง ก็ล้วนแต่สอดคล้องกันว่าต่างคนต่างไม่พยายามเอาของคนอื่นมาเป็นของตน สร้างสรรเศรษฐกิจตัวเองไปเรื่อยๆ อย่างนี้ต่างหากเศรษฐกิจดี (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) เศรษฐกิจที่เจริญไม่ได้ เอาความมากของสมบัติเป็นการตัดสิน GDP ของทุนนิยมเป็นGDP นักเลง แต่GDP ที่อาตมาหมาย เป็นอีกแบบ เป็น ภายใน Domestic เกิดสิ่งที่ได้องค์รวม Gross เกิดจากน้ำพักน้ำแรงเราสร้างเอง พืชพรรณธัญญาหาร เครื่องกินเครื่องใช้ อุปกรณ์ที่ชีวิตมนุษย์จะเอาไปใช้สอยเป็นประโยชน์ไม่เป็นโทษ แม้มีมากเราก็เหลือพอเหลือกินใช้เอาไปแจกข้างนอกหรือขายถูก แจกฟรีไปก็ไม่ได้คืนมาเลย GDP เรา ได้งบดุล รายได้ต่างประเทศเท่าไหร่คือการขาดทุน เจริญของเศรษฐศาสตร์ โลกุตระ ดร.สมคิดฟังสักนิดก็ดี จะได้แก้ปมที่ไม่ดี เป็นทุนนิยมร้ายกาจ มาเป็นบุญนิยม เมืองไทยพอทำได้อยู่ ถ้าหากรัฐบาลตั้งแต่หัวหน้าเศรษฐกิจ นายก มาเห็นด้วยอย่างนี้และมาทำ รับรองจะสร้างผลผลิตได้เร็วกว่านี้พรวดๆเลย เชื่อไหม หากหัวหน้ารัฐบาล หัวหน้าบริหารเศรษฐกิจเข้าใจอย่างนี้ คนไทยก็จะเข้าใจ คนไทยก็จะกล้าสร้าง กล้าเสียสละ จะรู้คุณค่าว่าเราสร้างได้มากก็มีโอกาสได้มีของเราได้ ไปแจกไปให้ได้มากๆนี่มันน่าภาคภูมิใจนะ แต่เสร็จแล้วตอนนี้มีแต่ไปเอาของเขามา ดีไม่ดีไปปล้นเขามาด้วย มันเหี่ยวใจแน่นอนเลย มันไม่น่าภูมิใจไม่น่าดีใจเลย ฟังทันคิดออกไหม สัจจะอธิบายด้วยภาษาไม่เห็นยากอะไรเลย พูดอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ยถาวาทีตถาการี อาตมาจะอธิบาย เศรษฐกิจบุญนิยม สาธารณโภคีอย่างนี้ ต่อไปจนกว่าจะตาย ไม่มีอคติ ไม่ลำเอียงกับใคร ดำเนินตามสัจจะ ใครชั่วก็ได้น้อยใครดีก็ได้มาก คนชั่วนี้ก็ต้องได้น้อย ดีไม่ดีไม่ให้เลยให้เข็ด คนดีก็ให้มาก จะได้เอาไปทำงานให้เจริญงอกงามต่อไป คนดีจะไม่เบียดเบียนไม่เป็นภาระกับใคร เขายิ่งจะทำตัวเขาเองให้เป็นประโยชน์ ต่อผู้อื่นมากยิ่งขึ้น อย่างนี้คือพฤติกรรมเจริญที่วิเศษของมนุษยชาติ เพราะฉะนั้นมาศึกษาความเป็นเศรษฐศาสตร์ที่จะเป็นเศรษฐกิจอันประเสริฐวิเศษ อย่างที่อธิบายมา แล้วยังจะขยายความเรื่องเศรษฐกิจต่อไป คุณมาบริหารประเทศคุณมาทำเศรษฐกิจให้กับประเทศดีขึ้น การอภิบาล หรือการบริหารของคน การปกครองดูแลรักษาผลประโยชน์เลี้ยงดูมนุษยชาติพลเมืองดีขึ้นเจริญขึ้น คุณก็เป็นคนมีคุณค่าในการอภิบาล เมื่อมีคุณค่าในการอภิบาล มวลประชาชนเขาก็มีปัญญามีภูมิธรรมรู้ ว่าคุณเป็นประโยชน์ต่อสังคมรับใช้ประชาชนจริงๆนะ คุณช่วยเหลือเลี้ยงดูประชาชนอย่างดีจริงๆ เขาก็มีใจเท่าไหร่ก็ให้คุณหมด พลังงานใจที่ให้แก่คุณนั่นแหละคืออธิปไตย อธิปไตยคือแรงคือกำลังคนก็ได้พลังงานนี้ไปทำงานไปบริหาร เป็น cyclic สามเส้าวนแข็งแรงขึ้นเจริญขึ้นเข้าใจไหม ...จบ 610307_พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเทศน์ก่อนฉัน สวนป่านาบุญ 9 ดอนเจดีย์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน