พ่อครูผู้มาฟื้นความเสื่อม 2 ทิศทาง ให้กลับมาเจริญของศาสนาพุทธยุคนี้.docx
เนื้อหาในไฟล์
พ่อครูผู้มาฟื้นความเสื่อม 2 ทิศทาง ให้กลับมาเจริญของศาสนาพุทธยุคนี้ _พ่อครูว่า...ชีวิตมันยังไม่ตาย ยังดิ้นด๊อกแด๊ก อยู่ในโลกยังไม่หยุดหายใจยังมีชีวิตได้รับรู้อะไรได้อยู่ อัมพาตเราก็ยังไม่ได้เป็น ก็ยังขยับเขยื้อนอะไรต่ออะไรได้ เราก็ทำสิ่งที่พอทำได้ควรทำได้ก็ทำ คำว่า ทำนี่ ภาษาบาลีว่า กรรม หรือ กโรติ กรรมเป็นกิริยา การกระทำคือคำนาม คำกิริยาก็ทำ กโรติ ก็ทำ คืออาตมาสรุปแล้ว ในชีวิตอยู่ในสังคมในโลก โดยเฉพาะเราอยู่ในถิ่นที่ สัปปายะ 4 อาหารสัปปายะ เสนาสนะสัปปายะ บุคคลสัปปายะ ธรรมะสัปปายะ โดยเฉพาะเรามีธรรมะของพระพุทธเจ้าที่สัปปายะ ซึ่งก็ยากที่คนโลกียะจะเข้าใจซึ่งมันบังคับเขาไม่ได้หรอก ยาก ก็ต้องรอจนกว่าเขาจะมีภูมิธรรม มีความฉลาด มีความรู้เพียงพอ ที่จะสามารถรับรู้ได้ ก็จึงจะรู้ว่า อันนี้ประเสริฐ วิเศษ เห็นคุณค่าที่สุดยอด เราก็พูดด้วยความเป็นจริง คนอื่นจะหาว่าอวดโอ่ เราก็พูดความจริงด้วยความจริงใจไปสู่ผู้ที่ได้ควรรับรู้ ว่านี่คือความจริงที่ยิ่งยอด ที่เป็นความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกพระองค์ที่ตรัสรู้แล้ว เป็นธรรมะอย่างเดียวกันหมดไม่ว่าในยุคไหนเป็นโลกุตระอย่างเดียวกัน ในยุคไหนก็แล้วแต่ มันเป็นความเที่ยง จะมีรายละเอียดองค์ประกอบเล็กๆน้อยๆต่างกันบ้าง ตามกาละเทศะฐานะ แต่จุดสำคัญแล้วที่เราเอาพระไตรปิฎกมายืนยัน เช่น วรรณะ 9 สาราณียธรรม 6 ก็ตาม มันคงเดิม ของพระพุทธเจ้าคงเดิม แต่ก็มีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงแตกต่างตามกาละเทศะฐานะไปบ้าง แต่แกนหลักเดิม เช่นว่า จะต้องมาเป็นคนจน ในยุคของพระพุทธเจ้า 2500 ปีผ่านมาแล้ว ก่อนพระพุทธเจ้าองค์ก่อนก็มาจน ไม่มีพระพุทธเจ้าองค์ไหนที่จะไม่จน มีพระพุทธเจ้าบางยุคสมัยที่ไม่ได้ออกป่าเลย ตรัสรู้ในวัง ตรัสรู้ในอุทยานของพระองค์เอง ไม่ได้ออกป่า แต่อย่างนั้นมัน
อ่านต่อ
มีน้อย อย่างเทวนิยม หรืออย่างโลกียะจะมีมาก ถ้าเผื่อว่าอย่างที่สำคัญอย่างนี้จะมีน้อย เพราะฉะนั้นคนที่ไม่มีภูมิธรรมจริงจะรับได้ บังคับอย่างไรเขาก็รับไม่ได้ ยัดเยียดยังไงก็ยัดเยียดไม่ได้ มันต้องมีเหตุปัจจัยที่เพียงพอจริงๆถึงจะรับได้ เพราะความเป็นโลกุตระนั้นมันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ เป็นเรื่องที่สุดยอด ยุคนี้เป็นยุคที่เสื่อม เสื่อมตามที่พระพุทธเจ้าพยากรณ์เอาไว้ใน อาณิสูตรเรื่องกลองหรือตะโพนอานกะ ที่ท่านตรัสเปรียบเทียบไว้ แล้วมันก็เสื่อมในยุคนี้จริงๆ เนื้อแท้ที่เสื่อมที่ยืนยันจริงๆก็คือโลกุตระนั้นไม่มี เนื้อความไปอ่านให้ดีๆนะ อาณิสูตร ท่านตรัสไว้ชัดเจน คือ มันจะไม่มีโลกุตระแล้ว เพราะฉะนั้นผู้ที่รู้โลกุตระอย่างอาตมาเกิดมาในชาตินี้ ก็นำเอาโลกุตระมา สถาปนาลงไป ก่อนอาตมา มีท่านพุทธทาสกล่าวถึงโลกุตระ แต่ก็ยังไม่มีเนื้อแท้ของโลกุตระอย่างบริบูรณ์เพียงพอ คือเริ่มจะรู้สึกว่าเป็นโลกุตระ แต่ท่านก็ยังมีเทวนิยมอยู่ไม่น้อย ยังไปหาป่า หาอะไรต่ออะไรอยู่ ไม่อยู่ในเมือง อย่างอาตมาต่างกันกับท่านพุทธทาส อาตมายินดีในเสนาสนป่า ความยินดีมี แต่ไม่จำเป็นต้องไปออกป่า เพราะศาสนาพุทธเป็นศาสนาคนกรุง ศาสนาสังคม คนเมือง ไม่ใช่ศาสนา มิลักขะ แต่เป็นศาสนาอริยกะ เป็นศาสนาแห่งคนเจริญคนประเสริฐ ซึ่งมีความซับซ้อนที่แยกจากกันทีเดียวไม่ได้ อย่างพระพุทธเจ้าพระสมณโคดม ตอนออกบวชก็ออกบวชตามโลกเขา มีประเพณีนิยมที่มันเป็นความเสื่อมแล้ว เป็นจารีตประเพณีนิยมคือออกป่า ท่านก็ออกป่าตามเขา เขาพาทำทุกรกิริยาต่างๆ ซึ่งไม่ใช่พุทธเลย บำเพ็ญความลำบากลำบน ทรมานตัวเองต่างๆ จนกระทั่งจะตายไม่ตายแหล่ อดข้าวอดน้ำจนกระทั่งจับข้างหน้าถึงข้างหลัง หน้าท้องถึงหลังเลย ก็มีตำนานเล่าไว้ เสร็จแล้วก็มาได้ฟื้นถึงความเป็นจริงขึ้นมาได้ว่า แบบนั้นมันไม่ใช่ ก็กลับมา มาเป็นปกติ ของพุทธเจ้าเป็นคนปกติสามัญ มนุษย์ในสังคมธรรมดานี่เอง อยู่กลางๆ ไม่ใช่เป็นพวกร่ำรวยฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย จนก็ไม่จนอย่างขาดแคลน อย่างลำบากลำบนขัดข้อง อุดมสมบูรณ์อย่างนี้ คนจนอะไรทำไมของกินเต็มไปอย่างนี้ ชาวบ้านเขาก็งงทำไมบอกว่าจน นอกจากมีกินมีใช้แล้วคนอื่นเขายังมาอาศัยเลี้ยงชีวิต มาทำงานทำการอยู่ในนี้เหมือนกับซาอุฯน้อยๆ มีคนมาทำงานทำการเลี้ยงชีพอยู่ไป จากเดิมไม่มีอะไรจนกระทั่งมีรถแบ็คโฮ มีเครื่องใช้ไม้สอยในระดับชั้นกลาง ซึ่งมันเป็นเรื่องซับซ้อนที่รู้ได้ยากเดาได้ยาก อาตมาอธิบายถึงเรื่องความเสื่อมของศาสนาพุทธ เสื่อมไป 2 ทิศ ทิศที่มันไม่รู้ มันโง่ ก็คือทิศไปหาพญานาค ใช่พยัญชนะภาษา เปรียบเทียบเป็นงูใหญ่ งู ต้องใช้ภาษาอะไรใหญ่ๆ ยกให้เป็นพญานาค ระดับพระยาเลย ภาษาโบราณ พญา ภาษาสมัยใหม่ก็ตั้งยศให้เป็นระดับ พระยา อย่างนี้เป็นต้น เจ้าพระยา สมเด็จเจ้าพระยา ไปโน่นเลย พวกที่หลงในความรู้ เหินหาว บินบนสูงไม่ติดดินเลย ก็คือพญาครุฑ เรามีสมณะ 2 องค์ องค์หนึ่งเดินดิน องค์หนึ่งบินบน เตือนสติตัวเอง ระวังนะ บินบน กับมุดลงดิน ระวังอย่าไปมุดลงดิน ถ้าไม่มีหมู่ก็ลงดินไปแล้ว โดยจริตนิสัยไม่ต้องห่วงหรอก อาตมาได้พยายามขยายความพญานาค ส่วนพญาครุฑนั้นยังไม่ขยาย ยังไม่รู้ว่าจะขยายหรือไม่ขยาย แต่ก็บอกให้ทราบว่าคนละขั้วกัน พญาครุฑเป็นพวกเหินหาวเหินฟ้า พวกไม่ลงดินเลย หัวสูง บินสูง เข้าไป รู้มาก อยู่เหนือคน อะไรต่างๆนานา คนอื่นร่วมด้วยไม่ได้เพราะว่าเขาสูงจนคนอื่นเกาะไม่ติด รับซับซาบไม่ได้ พูดไปมันก็ฟ่ามๆหลวมๆ กว้างๆใหญ่ๆมโหฬารๆ ไม่มีขั้นตอนให้คนไต่ตามได้ 650311 ตอบปัญหาเปิดตาพญานาคลงสู่การเมืองไทย พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ