ความเห็นต่างแบบสัมมาทิฏฐิกับแบบมิจฉาทิฏฐิ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ความเห็นต่างแบบสัมมาทิฏฐิกับแบบมิจฉาทิฏฐิ _พันธุ์ พอเพียง · อยากฟังเจตนาของพ่อครูเรื่อง พ่อครูชอบติการนั่งหลับตาให้ฟังบ่อยๆ พยายามดึงคนนั่งหลับตาให้หันมาหาการลืมตาปฏิบัติ แบบสัมมาทิฏฐิ แต่กับชาวอโศกที่ไปชอบคุณโทนี่ คุณปิยะบุตร คุณธนาธร พ่อครูจะพูดเพื่อดึงให้เขากลับมาน้อยมาก ทั้ง ๆ ที่บุคคลเหล่านี้ แรกๆของพวกเขาจะศรัทธาอโศกก่อน(เหมือนเป็นลูกหม้อของอโศก) นิมนต์พ่อไขความในใจ ของพ่อ ที่มีต่อคนสองกลุ่มนี้ให้ฟังหน่อยครับ(จะจัดหนักจัดชัดให้กับคนกลุ่มหลังนี้ก็แล้วแต่พ่อจะเมตตาครับ) พ่อครูว่า... คนที่ไปประทับใจดีใจหรือหลงใหลไปกับคุณโทนี่ วู้ดซัม หรือคุณทักษิณ อาตมาว่าไม่ใช่ส่วนมากหรอกชาวอโศก เป็นส่วนน้อย ก็ปล่อยเขาไปเถอะ มันเป็นธรรมชาติธรรมดาของทางกรรมวิบากด้วย ทั้งทิฏฐิของคนที่ยังไม่แม่น ไม่แน่นอน ยังไม่มั่นคงก็เป็นธรรมดาธรรมชาติ ให้เขาได้ไปรับรู้รับเห็น ดีไม่ดีเขาไม่ผ่าน แล้วเขาจะได้ครบทั้งประสบการณ์ที่เขาผ่าน ทั้งในความคิดความอ่าน อาตมาเห็นว่าอย่างนั้น ก็ไม่ค่อยไปอะไรเขามาก แต่พวกที่ยังมีทิฏฐิไม่ดี เช่นพวกหลับตา ที่เขาว่าเขาผ่านจมไปในความหลับตาเขาผ่านหนักหนาสาหัส จนเขาจมเขาติด อันนั้นมันต้องดึงขึ้นจากหล่ม ตม หรือ พญานาควังบาดาล ที่พูดกันไปหนักหนาสาหัส ดึงขึ้นมาให้ได้ เพราะคนพวกนี้ยังมีฉันทะ มีศรัทธาในศาสนามาก โดยเฉพาะพุทธ แต่มันเป็นมิจฉาทิฏฐิ ซึ่งอาตมาก็พยายามอธิบายขยายความตั้งแต่ประวัติมา พระพุทธเจ้าตรัสรู้มา ก็เต็มไปด้วย เดียรถีย์ นั่งหลับตาอยู่ในป่าทั้งนั้นในยุคนั้น ยังไม่มีสัมมาทิฏฐิ พระพุทธเจ้ายังไม่อุบัติ มันมีแต่โลกียธรรม แล้วหนักหนาสาหัสด้วย พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมา ยังไม่มีใครที่เป็นพวกเลยสักคน มีแต่ เดียรถีย์ ผู้อื่นหมด ท่านก็ต้องค่อยๆเริ่มต้น ให้ได้ทีละ 1 คนอัญญ
อ่านต่อ
าโกณฑัญญะ ได้อีกรวม 5 คน แล้วได้คนอื่นต่ออีกตามบารมีของท่าน มีพระยสะ และมีชฎิล 3 พี่น้องอีก มันเป็นบารมีของพระพุทธเจ้าที่ท่านเป็นท่านไป ส่วนอาตมานั้นไม่ได้มีบารมีขนาดนั้น โอ้โห หืดขึ้นคอ ดีแล้วไม่เป็น covid ขึ้นคอ ก็เอาก็ตามบารมี สรุปแล้วมันคนละองค์ประกอบ คนละบริบท คนละยุคสมัย คนละ กาละ เทศะ ฐานะ มันก็มีสิ่งที่คล้ายกันอยู่บ้างแต่มันก็มีสิ่งที่ต่างกันอยู่ หลายเหลี่ยม หลายมุม หลายมิติ ก็ต้องศึกษาความต่างกันให้ดีๆ เพราะฉะนั้นก็ต้องมีความเหมือนและความต่าง ในสรรพสิ่งมีความเหมือนกันกับความต่างกัน ความเหมือนกันสูงสุดหนึ่งเดียวคือ นิพพาน แม้แต่พระอรหันต์ 2 องค์ มีจุดนิพพานเป็นหนึ่งเดียวกัน นิพพาน ความเห็นทางโลกต่างกัน ถ้าท่านเป็นผู้ที่ไม่มีตัวตน เป็นผู้ที่ยอมแพ้กันได้ง่าย ท่านถึงไม่มีปัญหา ไม่มีการถกเถียง ไม่มีการทำอะไรที่ลำบาก เพราะมันเป็นปัญญาข้อที่ 6 จะรู้จักสภาวะความนิ่ง พระอริยะจะรู้จักความนิ่งไม่เคยตำหนิผู้นิ่ง จะรู้จักว่าผู้พูดหรือผู้นิ่งเป็นอย่างไร เป็นความเข้าใจความลึกซึ้งของปัญญาข้อที่ 7 เป็นบัณฑิตแล้ว รู้จัก กาละ เทศะ ฐานะ อยู่ในภาวะเปิด ส่วนภาวะปัญญาข้อที่ 8 ท่านสรุปลงหมดเลย มีสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ มีสิ่งที่เสื่อม สิ่งที่ดับ ในขันธ์ 5 รวมอยู่ในข้อที่ 8 หมด ในปัญญาข้อที่ 8 651012 ความยุติ 2 ที่ยิ่งใหญ่คือใช้หลักเกณฑ์หรือปัญญา พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ