การทำทานแบบมิจฉาทิฐิ 4 อย่าง.docx
เนื้อหาในไฟล์
การทำทานแบบมิจฉาทิฐิ 4 อย่าง _ส.คิดถูก . การให้ทาน บางคนไปช่วยเพื่อนบ้านเท่าไหร่ จดใส่สมุดบันทึกไว้ด้วย เผื่อเวลาเรามีงานบุญ จะได้ตรวจสอบว่าเขาช่วยเราเท่ากับเราช่วยเขาหรือเปล่า ให้ทานแบบนี้จะได้บุญกี่เปอร์เซ็นต์น้อ พ่อครูว่า… ให้ 0% ให้ทานแบบนี้ไม่มีอานิสงส์ในการลดละกิเลสเพราะถ้าทำอย่างนี้ก็คือยังไม่เข้าใจ พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ในทานสูตร ต้องพยายามนะ ผ่านอาการของจิตแล้วก็ทำจิตทำใจในใจทำจิตในจิต เมื่อทำทาน จะต้องพยายามที่ไม่ให้มีอะไรเชื่อมต่อไม่ให้อยากได้อะไรตอบแทนเลยเรียกว่าไม่ให้เกิด สาเปกโข พยายามทำ กิเลสของคนที่ยังทำไม่ได้ยังไม่มีมันก็จะเหลือ นี่เข้าใจนะถ้าคนเข้าใจแล้วจะต้องปฏิบัติอย่างนี้ ส่วนคนไม่เข้าใจมิจฉาทิฐินั้นจะเข้าใจว่าทำทานแล้วเราก็จะได้บุญ ว่างั้นด้วยนะทำทานได้บุญ เอาบุญไปใช้ในคำของเขาผิดอีก บนแทนที่จะสละกิเลสแต่เอาไปใช้เท่ๆว่ามันได้ โอ้โหมันซับซ้อนเห็นไหม มันไม่ใช่เลยมันไม่ได้บุญซักกะนิดเลย คุณมีแต่กิเลส มีแต่เรื่องหนักหนาสาหัส คุณทำทานนี่โดยสัจธรรมธรรมชาติธรรมดาเป็นโลกียะ คุณทำทานในโลกคุณเอาวัตถุให้ทำทานแรงงาน หรือทำทานให้ความรู้เป็นทาน มันได้กุศลทั้งนั้นแหละเป็นโลกียะนี่มันได้ แม้คุณทำทานด้วยใจอึดอัดไม่ค่อยพอใจไม่ค่อยเต็มใจก็ยังได้เลย คุณทำโดยโลกโดยกุศลมันได้แล้ว แต่มันก็น้อยด้วยสัจจะมันจะน้อยมันจะหักลบกลบหนี้ นี้พระพุทธเจ้าท่านก็อธิบายเป็นขั้นๆไว้ ถ้าคุณพยายามจะไม่ให้จิตอย่างนั้น คนไม่ปฏิบัติธรรมมันจะไม่ง่าย ทำแล้วตัดจิตเลยไม่ต้องการอะไรตอบแทนเลยมันไม่ง่าย แต่พวกเราจะทำง่ายขึ้นแล้วเพราะได้ฝึกกันมา เพราะฉะนั้นมันทำไม่ได้เต็ม มันก็จะเป็นขั้นที่ ถ้ายังเก่งอยู่นะถ้าไม่เก่งขั้นที่ 2 ก็จะไม่ได้พระพุทธเจ้าอธิบายไว้ 4 ขั้น ขั้นที่ 2 ก็คือ ปฏิพัทจิตโต
อ่านต่อ
มันจะผูกพันในจิตเป็นเราเป็นของเรา มันจะผูกพันว่าได้ให้นะ เราได้ให้ผูกพันไว้ เลวกว่านั้น ขั้นที่ 3 ขั้นที่ 3 มันจะสั่งสมเลยเป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็นสันนิธิเปกโข ทานัง เทติ คือได้แสดงออกได้ทำทานไปแล้วแล้วจิตคุณได้อย่างไร สั่งสมนึกว่าสั่งสมกุศลแต่เป็นมิจฉาทิฐิเลย ทานแล้วได้กุศล แต่ไปเข้าใจว่าคุณจะได้บุญ นี่คือมิจฉาทิฏฐิ 100% เพราะว่าคุณไม่ได้ละกิเลสเลย คุณสะสมกิเลสต่างหาก ทานแล้วคุณจะได้ เป็นนามธรรม คุณจะมีไว้เป็นของตัวของตน สันนิธิเปกโข ขั้นที่ 4 นี้ ยิ่งเป็น ปริภุญชิตสามีติ อันนี้ทำทานแล้วคิดว่าเป็นของฉันแน่ ตายแล้วกี่ภพกี่ชาติฉันก็จะมีกินมีใช้ เพื่อให้จิตวิญญาณนี้อาศัย ไม่มีสูญเลย มิจฉาทิฐิเต็มบ้องมิจฉาทิฏฐิ 100% นี่เป็นการทาน สอนกันทุกวันนี้ในศาสนาพุทธทั่วไป กระแสหลักหน่วยใหญ่ที่สอนกันอยู่ทั่วไปทำทาน หลอก ภพเป็นภพเป็นชาติ ยิ่งธัมมชโยแล้วเจ้าประคุณเอ๋ย หลอกไม่รู้กี่ซับกี่ซ้อนเพื่อที่จะให้เกิดสวรรค์วิมาน ฤาษีลิงดำก็ตาม ใครต่อใครก็ตามพวกนี้ ทำทานแล้วไม่ได้เป็นผลในการชำระกิเลสไม่ได้เป็น มีแต่สั่งสมกิเลสทั้งนั้น นี่คือมิจฉาทิฏฐิที่เป็นความเสื่อมของศาสนาพุทธ ศาสนาอื่นไม่มีอธิบายเป็นเรื่องราวอย่างนี้หรอก ไม่มี วิทยาศาสตร์ทางจิตจะเป็นชีววิทยาที่ยิ่งใหญ่ของพุทธ ที่อธิบายนี่เป็นชีววิทยาอันยิ่งใหญ่ของพุทธ ศาสนาอื่นไม่มีชีววิทยาที่ยิ่งใหญ่อันนี้ไม่มี เพราะฉะนั้นถ้าทำไม่ถูกเข้าใจสัมมาทิฏฐิไม่ได้ เลิกเลยไม่ได้เรื่อง อธิบายแล้วสมณะคิดถูกมาถามมาก็อธิบายขยายความไปมากพอสมควร 661220 สภาวะบวร(บ้าน-วัด-โรงเรียน) ที่พ้นอัตตวาทุปาทาน พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก