ทะลวงอุปาทาน 4 ต้องอย่าหยุดแค่ที่อัตตวาทุปาทาน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข21 ธันวาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

ทะลวงอุปาทาน 4 ต้องอย่าหยุดแค่ที่อัตตวาทุปาทาน เอาอุปาทาน 4 ข้อที่ 4 มาก่อน อัตตวาทุปาทาน คือเขาได้แต่วาทะ ความเป็นอัตตาเขายังไม่เข้าใจ เขายังไม่เข้าถึง เขายังไม่ได้เลย คำว่า ไม่ได้อัตตา นี่มันซับซ้อน คือตัวเขาตัวคน ยังไม่เข้าไปถึงเนื้อแก่นของปรมัตถ์ เอาได้แต่วาทะเป็นความรู้ เป็นพยัญชนะ เป็นบัญญัติ เป็นผิวเผินความรู้ รู้มากธรรมะ สอนกันจากมหาวิทยาลัยสอนกันแต่ความรู้พยัญชนะหรือตรรกะ เหตุผลๆๆๆๆ ได้สูงส่งแค่เหตุและผล ผลและเหตุ แม้แต่การเมืองและสังคมทุกวันนี้ก็เต็มไปด้วยเหตุและผล เรื่องจริงเหลวไหลหมดเลย แล้วไม่อยากจะพูดถึงเรื่องการเมืองทุกวันนี้ เรื่องจริงเหลวไหลหมดเลย มีแต่เถียงกันด้วยวาทะทั้งนั้นเลย ตัดเรื่องการเมืองไป อัตตวาทุปาทาน ปราชญ์เอกของศาสนาพุทธก็ตาม ไม่ต้องไปพูดถึงทั่วโลกเทวนิยมทางตะวันตกที่ไม่ใช่พุทธ เขาได้แต่บัญญัติ เขาได้แต่วาทะ ได้แต่ตักกะวาทะกรรมเก่ง ไม่ต้องไปพูดถึง อัตตา เพราะเขาไม่รู้จัก อัตตา เขาจึงหลง อัตตา ดังที่อาตมาอธิบายมาแล้วว่าทุกวันนี้เขาเต็มไปด้วย โอฬาริกอัตตา เขาไม่ได้อัตตาที่เป็น อนัตตา เขาไม่ได้เข้าไปถึงแก่นของความเป็นอัตตาแล้วจัดการปฏิบัติตามหลักธรรมพระพุทธเจ้าเพื่อล้างอัตตาไปตามลำดับ จนหมดอัตตา ยังไม่เลย แต่ภาษามี มีภาษาแล้วก็หลงภาษาสุดท้ายเขานึกว่าเขาได้เป็น โอฬาริกะ โอ้โห อลังการ มโหฬารใหญ่โต เขาได้อัตตาเป็น โอฬาริกะต่างหาก มันซับซ้อนหมุนกลับไปกลับมา เหมือนกับพูดไม่อยู่กับร่องกับรอย _สู่แดนธรรม... อ้วนพีขึ้น พ่อครูว่า... อ้วนพีใหญ่โต เป็นทั้งพญาครุฑ ส่วนอีกพวกหนึ่งเป็นพญานาคซึ่งอธิบายผ่านมาแล้ว หลงความรู้กันมหาศาล ยังไม่หยุดนะ ยังไม่พอความรู้นะทุกวันนี้ก็ยังตะกละความรู้อยู่ น่าสงสารจริงๆ ไม่เข้ามาหา ศีล สมาธิปัญญา แต่ความเป็นสัตว์โ

อ่านต่อ

ลกรู้จักความเป็นสัตว์ รู้จักความเป็นมนุษย์ จากความเป็นมนุษย์อาริยะรู้จักมนุษย์ที่เราไปละลาบละล้วงมนุษย์ อาริยะขึ้นไป นี้ยังไม่ได้เริ่มเลย อาตมาว่านะ ยังไม่สำนึกกัน ท่านยังไม่สำนึกกัน ผู้ใดสำนึกแล้วอนุโมทนาสาธุ ผู้ใดยังไม่สำนึกก็ไม่รู้จะทำยังไงได้แต่สงสาร สำนึก หมายความว่าอะไรไม่ทวนแล้ว รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองกระทำไปแล้วมันผิด แล้วก็สำนึกแล้วก็ต้องแก้กลับ ยิ่งแก้กลับยังเต็มที่ยอมทางกายวาจาใจออกมา มีพฤติกรรมที่แท้จริง มันก็จะเจริญ แต่ทำไปแล้วมันก็ไปไม่ออก ไปไม่รอดแก้กลับไม่ได้ เพราะฉะนั้นผู้ที่มีอุปาทานข้อที่ 4 นี้ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้จักแม้แต่ สีลพตุปาทาน ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้แม้แต่ ทิฏฐุปาทาน ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้จัก กามุปาทาน ซับซ้อนเลยเหมือนกับ กามุปาทาน เป็นเรื่องหยาบขั้นต้นไม่ใช่เขายังไม่รู้เรื่องเลย ทวาร 5 ความเป็นกายเขายังอีกไกล อธิบายมาแล้วนะ เรื่องกรรมเรื่องกาย แม้แต่ศีลพรตหลักการประพฤติปฏิบัติเขาก็ยังยึดผิดอุปาทาน เขายังไม่ได้มีศีลพรตที่เป็นสัมมาทิฏฐิสมบูรณ์แบบ ที่อาตมาเอามาย้ำแล้ว คือจรณะ 15 วิชชา 8 ยังเลย ยังไกลจากจรณะ หรือศีลสมาธิปัญญาหรือ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อธิมุติ เขาพูดบัญญัติพวกนี้ได้หมด บัญญัติที่อาตมาพูดไปเขาพูดได้หมดรู้เหตุผลของบัญญัติพวกนี้หมด เขาไม่ได้เข้าถึงเลยเพราะศีลพรตของเขายังไม่สัมมาทิฏฐิ แม้ อัตตวาทุปาทาน เขาก็ยังมิจฉาทิฏฐิอยู่ ฉะนั้นไม่ต้องไปพูดถึงเลย อัตตวาทุปาทาน ขั้นที่ 4 นี้แย่กว่าเพื่อนนะ ศีลพรตนี้ ขั้นที่ 3 เขาจะไม่สูงไปขึ้นขั้นศีลพรตได้ไง ยิ่งขั้นที่2 ทิฏฐุปาทาน ความเห็นถูกพ้นมิจฉาทิฏฐิเป็น ทิฏฐุปาทาน เขาก็ยิ่งไกลเลยเพราะฉะนั้นไม่ต้องไปพูดถึงตัวเนื้อแท้เนื้อจริงของกามที่จะต้องมีทวารทั้ง 5 ปฏิบัติตั้งแต่ ตากระทบรูป หูกระทบเสียง จมูกกระทบกลิ่น ลิ้นกระทบรส โผฏฐัพพะกระทบภายนอก แล้วก็จะรู้จักกายถูกต้องเป็นสัมมาทิฏฐิ เพราะฉะนั้นเขาจะไม่รู้จักกายยังไม่พ้น สักกายทิฏฐิ ข้อที่ 1 ของสังโยชน์ไม่ได้ กำลังอธิบายตรงนะ ไม่ได้ไปหาเรื่อง ไม่ได้ไปใส่ความใคร แต่เขารู้เรื่องอธิบายพยัญชนะเหล่านี้ได้หมด เขายังไม่เข้าใจถึงกายเขา ยังไม่ได้เข้าใจถึงกาม เรื่องกามก็ดี เรื่องกิเลสก็ดี เรื่องตัณหาก็ดี พยัญชนะทั้งนั้น กาม กิเสส ตัณหา ขณะนี้อาตมากำลังเขียนเรื่อง “คน” ตอนนี้กำลังขยายความเรื่องนี้อยู่ โอ้โห มันลึกซึ้งซับซ้อนมาก ขยายไว้เรื่องกิเลสกับตัณหามันต่างกันอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น กิเลสนี่ หมายถึงเนื้อจิต จิตที่มันไปโง่ ไปทำจิตตัวเองให้เป็น ตัวเองโง่นั้นถึงทำ แล้วก็กลายเป็นจิตที่เศร้าหมอง กิเลสนี่ เขาก็แปลมาเองอาตมาไม่ได้แปลเอง ผู้รู้เขาแปลมา ว่ากิเลสคือเครื่องเศร้าหมอง เขาก็แปลกันถูกก็คือกิเลส มันต่างจากตัณหาอย่างไร ตัณหาคือความทะยานอยาก ความใคร่อยาก ฟังแค่นี้พอเข้าใจใช่ไหม นั่นมันเป็นสภาพจิตที่สำเร็จผลแล้ว เป็นกิเลสคือเครื่องเศร้าหมอง อันนี้คือความทะยานอยาก กิเลสเป็น static ตัณหาเป็น dynamic กิเลสเป็นสิ่งที่จับตัวเป็นอะไรแล้วแต่ตัณหานี่มันร่านทุรนอยู่ดิ้นอยาก _สู่แดนธรรม... กิเลสเป็นจอมแห ตัณหาเป็นเนื้อแหใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... ตัณหาจึงแบ่งเป็น กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ยิ่งลึกซึ้งไปใหญ่เลย เพราะฉะนั้นแค่กามเขาก็ยังไม่รู้ เพราะฉะนั้นยังไม่พ้นกามตัณหา เขาสอนได้พูดอธิบายได้นะกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา เขาอธิบายมีเหตุมีผลมีตรรกะเต็มไปหมดลูกศิษย์ลูกหาเต็มบ้านเต็มเมือง แต่เขายังไม่ได้สัมผัสหรือเขายังไม่ได้เกิดความรู้ที่รู้ปรมัตถ์ จิต เจตสิก รูป นิพพาน เข้าไปถึงจริงๆของจิตเจตสิกต่างๆ เจตสิกแยกมาเป็นเวทนา เขาได้ปฏิบัติเข้าถึงเวทนานั้นอยู่หรือไม่ เขาไม่เลย เขาแปลได้ไหม ก็แปลได้เวทนาแปลว่า ความรู้สึกแปลว่าอารมณ์ ดูเผินๆเขาก็รู้จัก รู้จักอารมณ์รู้จักความรู้สึกด้วย เขารู้ความรู้สึกตัวเองอารมณ์ตัวเองด้วย แต่เขาไม่ได้รู้ลึกจนกระทั่งถึงอาการของเวทนา อาการของความรู้สึก อาการของอารมณ์ ตั้งแต่มันเกี่ยวเนื่องกับกาย มันเกี่ยวเนื่องกับจิต กาย จิต กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต กาย ก็ยังไม่รู้จิตเขาก็ยังไม่รู้เพราะฉะนั้นเขาจะมารู้เวทนาในเวทนานี้ ไม่ได้เลย กาย เวทนา จิต ธรรม กายในกาย คือต้องเกี่ยวกับภายนอก และจิตในจิตคือข้างใน รายละเอียดของกายกับจิตเข้ามา ละเอียดซอยมาเป็นเวทนา ส่วนธรรมะนั่นคือสภาพทรงไว้เป็นผลของการปฏิบัติ ถ้าผิดก็ไม่ใช่ธรรมะเป็นอธรรม ถ้าถูกก็เป็นธรรมะสะสมไว้ เพราะฉะนั้นธรรมะคือผลของ 3 ตัวนี้ กาย เวทนา จิต เขาจะเข้าไม่ถึงแม้แต่กาย เขาก็ไม่มีสภาพที่ถูกต้อง ฉะนั้นจิต เจโตปริยญาณ 16 จิตในจิต ที่มันมีลักษณะของราคะโทสะโมหะแล้วก็จะต้องมีกระบวนการล้างราคะโทสะโมหะ เป็นกระบวนการของ เจโตปริยญาณ 16 อย่างที่เคยอธิบายรายละเอียดไปหมด เขายังไม่เข้าถึง เขายังไม่เข้าใจเลย เพราะฉะนั้นเขาจะรู้แท้ๆเลยว่า กามราคะเป็นเช่นนี้ และได้ปฏิบัติ ในกามาวจร ในความเป็นชีวิต ที่ยุ่งเกี่ยวกับข้างนอก กามที่หยาบที่สุดคือ ความใคร่อยาก แล้วเขาก็ไปหลงใน โอฬาริกอัตตา เขาก็มุ่น อยู่กับเรื่องนี้ เป็นรสนะ เป็นโลกียรส ที่ลึกซึ้งโอ้โห สุดยอดอร่อย เขามี โอฬาริกอัตตา ที่วิเศษจากกามราคะตัวนี้ยังเอาไม่ออก เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปพูดถึง รูปราคะ อรูปราคะ เลย เพราะกามราคะ ที่เขายังเป็น โอฬาริกอัตตา เขายังไม่รู้ พูดแล้วก็น่าสงสารจริงๆ ขออภัยอาตมาไม่ได้เจตนาจะมาเทศน์เรื่องนี้เลย มันไปยังไงมายังไง _สู่แดนธรรม... สรุปว่าโรงเรียนที่อื่นเขาไม่ได้สอนความรู้ให้ถึงโลกุตรธรรมเลยครับ พ่อครูว่า... ใช่ ไม่ได้สอนถึงคุณธรรม พูดไปก็เท่านั้น เอง อาตมาจะยังมีชีวิตต่อไปอีก แล้วก็จะเปิดเผยอะไรอีกเยอะ ขออภัยจริงๆ ที่ต้องพูด เพราะอาตมาเกิดมาเพื่อกอบกู้ศาสนาพุทธ ก็พูดเฉยๆ อย่างนี้แหละ พูดธรรมดามันเป็นเรื่องจริง ไม่ได้อวดโอ่ ไม่ได้หลงเลอะเทอะอะไรหรอก แล้วก็มาทำอย่างมีเหตุมีผล มีหลักฐาน มีสิ่งที่เกิดจริงเป็นจริง มีปรากฏบุคคล สังคม วัฒนธรรม อ้างอิงหลักฐานธรรมะพระพุทธเจ้า จนอาตมามีผลสำเร็จถึงขั้น สาราณียธรรม 6 ถึงขั้น สาธารณโภคี ได้ พวกนี้เป็นต้น ก็มาพิสูจน์เอาสิ ถ้าคุณมีความรู้พอที่จะมาตรวจสอบดูได้ ขออภัยนะมันไม่ง่ายที่จะพิสูจน์ได้ แต่ก็พอได้อยู่ คนอื่นเขาก็ศึกษา พยัญชนะต่างๆ เหล่านี้มีอยู่ในคำสอนพระพุทธเจ้า อาตมาไม่ได้มาบัญญัติเองเมื่อไหร่ _สู่แดนธรรม... เพื่อนผมเขาไม่ค่อยไว้ใจพ่อท่านในการตีความธรรมะ เขาบอกว่าเรื่องการตีความธรรมะนี้ เขาจะไม่เถียงกันแต่เขาจะยอมแพ้พ่อท่านตรงที่ว่า ทำไมพ่อท่านสร้างสังคม สาธารณโภคี ได้ พ่อครูว่า... นั่นแหละเขาควรจะต้องฉลาดรู้ว่าแล้วธรรมะพระพุทธเจ้าหรือเปล่า สาธารณโภคี ของพระพุทธเจ้าหรือเปล่าทำไมสร้างได้ ทำไมคนอื่นสร้างไม่ได้ ทำไมปราชญ์ที่เกิดก่อนทำงานศาสนาอาตมามาก่อนเยอะแยะ ทำไมสืบเนื่องต่อกันมาด้วย อาตมามาเป็นคนตั้งต้น _สู่แดนธรรม... ทั้งๆที่ สาธารณโภคี มีอยู่แค่ใน 2 พระสูตรเองแล้วดูเหมือนไม่สำคัญเท่าไหร่ด้วย เล็กๆ น้อยๆ แต่ทำไมพ่อท่านเอามาทำให้สำคัญ พ่อครูว่า... ใช่ อาตมาเริ่มต้นเป็นคนต้นเลยในยุคนี้ ในยุคนี้อาตมาเป็นคนนำสิ่งนี้มายืนยันอธิบายจนพวกเราปฏิบัติสำเร็จผลยืนยันความเป็นจริงได้อย่างนี้ ทำไม ทำมาก่อนต่อทอดสืบสาวราวเรื่องอาจารย์มาเขายังไม่ได้ทำ ทำไม่ได้เลย _สู่แดนธรรม... ตอนผมเข้าสันติอโศกมาใหม่ผมสงสัยว่าทำไมพ่อท่านเอาเศรษฐศาสตร์เชิงพุทธมาสอน พุทธมีเศรษฐศาสตร์ด้วยหรือ? พ่อครูว่า... นั่นแหละเขาจะรู้เกี่ยวข้องอะไรกับเศรษฐศาสตร์อะไรต่างๆ พวกนี้ เอาละ มันก็พูดไปพูดมา ตัวเลขของเขาเตือน อาตมาก็ไม่อยากละเมิดละลาบละล้วง สงวนการปรุงแต่งของตนเอง การออกกำลังกายของเราอะไรพวกนี้ มันโอเวอร์โหลดแล้วประเดี๋ยวมันจะเสีย ก็เลยเอาละวันนี้ไปพอสมควร เหลือเวลาหมด ว่าจะเหลือ 1 วินาทีก็ไม่พอ ถ้าไม่มีเวลานี่ท่านเดินดินสรุปละกัน สมณะเดินดิน... สรุปจบ 661220 สภาวะบวร(บ้าน-วัด-โรงเรียน) ที่พ้นอัตตวาทุปาทาน พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน