ตาบอดตาใสคือใจคุณปั้นเออเอง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.85 KB
วันที่แก้ไข21 ธันวาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

ตาบอดตาใสคือใจคุณปั้นเออเอง _สว่างแสง ขวัญดาว . น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงสุดค่ะ ก่อนหน้าที่จะมาปฏิบัติธรรมลูกฟังเทศน์พ่อครูไม่รู้เรื่องเลยค่ะ มาถึงวันนี้ลูกจึงได้ฝึก ได้เรียน อาการที่เกิดมีภาษาธรรมะเรียกว่าอะไรคะ ลูกจึงพอเข้าใจได้ค่ะ ลูกมีคำถามพ่อครูค่ะ เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ธ.ค. พ่อครูพูดคำว่า ตาบอดตาใส ลูกอยากกราบเรียนถามพ่อครูว่า คำว่า ตาบอดตาใส ก็คือมีแต่รูป ไม่มี นาม ใช่ไหมคะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูสุดเศียรสุดเกล้าค่ะ พ่อครูว่า…มีแต่รูปไม่มีนาม ถูกไหม ตาบอดตาใส ซึ่งมันมากกว่านั้น ตาบอดตาใสโดยความหมายของธรรมะอาตมาเคยอธิบายมาแล้วพวกตาบอดสู่รู้ โอ้โห ฟ้าสวย ตาบอดตาใสด้วยความหมายของธรรมะ อาตมาเคยอธิบายมาแล้วพวกตาบอดสู่รู้ โอ้โห ฟ้าสวยจัง ยิ่งตาบอดมาแต่กำเนิดด้วยนะ 10 คน 100 คน โอ้โห ฟ้าสวยจังเลย ตาบอด มันไม่เคยเห็นฟ้าไม่เคยรู้เรื่องฟ้าเลยมันบอกฟ้าสวยจังเลยได้ยังไง แล้วมันไม่มีสิทธิ์ที่จะไปเห็นฟ้าสวยสำหรับพวกตาบอดนะ มันไม่มีความรู้เลยแต่อวดตัวเองว่ารู้ ว่าฉันรู้ฉันเห็น ไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้เพราะตาบอดแต่กำเนิด ก็เท่ากับคนไม่รู้ แต่มาโกหก ตาบอดจริงๆแล้วบอกว่าฟ้าสดสวยจังเลยโกหกจริงๆไหม โกหกจริงๆ เขาเห็นไม่ได้หรอก เขามีแต่จะจินตนาการ เราห้ามไม่ได้หรอกคนจะมีจินตนาการ คนตาบอดก็มีสัญญา มีการปรุงแต่งในสัญญาคิดนึก ซึ่งเขาก็ประมวลเอาความรู้ที่เขามีเอาไปปรุงแต่ง แต่เขาจะไม่รู้เรื่องภาพ เขารู้เรื่องเสียงแต่เขาไม่รู้เรื่องภาพเรื่องรูปแสงสี ไม่รู้แสงสีภาพรูปไม่เห็นเขาไม่รู้หรอก พูดถึงตรงนี้แล้วอาตมาเคยเขียนนะว่านิยายเป็นเรื่องสั้น จำชื่อไม่ได้แล้วแต่เนื้อเรื่องมีว่า พระเอกกับนางเอกคนนึงตาบอดอีกคนหนึ่งก็พยายามอธิบาย อธิบายสภาพต่างๆของสิ่งที่ตาเห็น มีรูป มีสี มีภาพอะไ

อ่านต่อ

รต่างๆก็ค่อยๆอธิบายต่างๆนานาตามประสาคนมีอารมณ์รัก แล้วก็สงสารที่เขาตาบอด อาตมาเคยเขียน จำไม่ได้แล้วรายละเอียดทั้งหมด พล็อตของมันตอนจบจบอย่างไร แต่รู้รายละเอียดพวกนี้ เรื่องสั้นอาตมาเขียนไว้เป็นร้อยๆเรื่องทิ้งหมด หายไปหมดเหลืออยู่ 4-5 เรื่อง ที่เขาเก็บมา หลับตาปฏิบัติคล้ายๆกับตาบอดตาใส มันไม่เห็นด้วยตาจริงๆ หูจมูก ลิ้น กายภายนอกทาง 5 ทวารคุณไม่ได้เปิดรับรู้ คุณได้แต่จินตนาการอยู่ในความคิด อยู่ในภวังค์เป็นสัมภเวสี เป็นวิญญาณผีลอยอยู่ในภพในภวังค์ตัวเอง มันไม่มีอะไรอื่นเกี่ยวข้องกับโลกภายนอกเขาเลย เพราะฉะนั้นเรื่องที่คุณจะปรุงแต่งเป็นรูปเป็นร่างเป็นตัวเป็นตนอะไรก็แล้วแต่คุณจะปั้นอะไรก็ได้นี่ใช่ไหม ปั้นเป็นเหมือนที่คนอื่นเขาพูดกันตามคนนั้นคนนี้ หรือจะคิดเองไปคนเดียวเลยคนอื่นก็ไม่รู้เรื่องกับคุณ อทิสมาณกาย ไม่มีใครรู้ใครเห็นคุณก็ทำได้ แต่จะมานับเป็นความจริงได้ยังไงกับมนุษย์คนอื่นๆ มันก็คือความเพ้อเจ้อเพ้อฝันลมๆแล้งๆไปสารพัดจะทำได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปเสียเวลากับสิ่งเหล่านั้นเลย เสียเวลากับสิ่งเหล่านั้นก็สูญเปล่า มันนับเอาเป็นความจริงไม่ได้ มันมีแต่จะเปลืองเปล่าทั้งเสียเวลา เสียพลังงาน เสียแรงงาน มันไม่เจริญขึ้นมาอะไรเลย พระพุทธเจ้าท่านว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับอนาคตมากอย่าไปคิดอะไรไปอนาคตมาก มีอนาคตังสญาณมีการรู้ล่วงหน้าบ้างนิดๆหน่อยๆเพื่อการปฏิบัติประพฤติก็พอแล้ว มันมีคนเราจะมีการรู้ว่าต่อไปเป็นอย่างไร ถ้าเรามีความรู้ว่าถ้าเอา 1 + 1 มันจะได้ 2 ทั้งๆที่เราทำ 1 เพิ่มขึ้น เรามี 1 แล้วเราจะทำ 1 เพิ่มยังไม่ได้ทำหรอก เรารู้ว่าถ้าเรามี 1 แล้ว ถ้าเราทำอีกหนึ่งเราจะได้ 2 ความรู้มีได้นี่เรียกว่าอนาคตังสญาณ คุณทำแค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ใช่ไปรู้มากรู้มายรู้กว้าง จนกระทั่งกลายเป็น โอฬาริกอัตตา ที่อาตมากำลังขยายความให้ฟังว่า learned man รู้บัญญัติภาษามากแต่ไม่ได้บรรลุธรรมในชาตินั้น ไม่ได้เลย เป็น ปทปรมบุคคล นี่น่าสงสารคนไม่รู้มิจฉาทิฏฐิ หลงอย่างนี้อยู่หมดเลย วิปัสสนูปกิเลส 10 เต็มบ้องเลย ยอดพญาครุฑเลย อธิบายมาก่อนแล้ว เรื่อง โอฬาริกอัตตา อาตมาจะอธิบาย อัตตา 3 อีก โอฬาริกอัตตา มโนมยอัตตา อรูปอัตตา ไว้จะต่อเนื่องอธิบายให้ฟังในภายหลัง 661220 สภาวะบวร(บ้าน-วัด-โรงเรียน) ที่พ้นอัตตวาทุปาทาน พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน