หิริโอตตัปปะถ้ามีได้ในคนผู้เป็นปราชญ์คือฟ้าเปิด.docx
เนื้อหาในไฟล์
หิริโอตตัปปะถ้ามีได้ในคนผู้เป็นปราชญ์คือฟ้าเปิด _พวงบุปผา หนูรัก . กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่งค่ะ ลูกมีข้อสงสัยเรื่อง หิริ โอตตัปปะ ว่าสอนกันได้ไหมคะ พ่อครูว่า... ตอบขั้นต้นก่อนว่าสอนด้วยสิ สอนให้ถูกเป็นสัมมาทิฏฐิ แต่ไม่ค่อยสอนกัน แปลเหมือนกัน สอนปลายๆ พูดจริงๆละอายต่อบาป มันหยาบ หิริ ละอายต่อบาป กลัวต่อบาป แต่ไม่รู้เรื่องเลยว่าแล้วปฏิบัติอย่างไรทำใจในใจยังไง รายละเอียดที่เป็นตัวปรมัตถ์ไม่เข้าใจไม่เกิด เอ้า ตอบไปก่อน _สำหรับลูกเองจำได้ว่ามีมาตั้งแต่เด็ก เพราะไม่กล้าทำผิดต่อใคร แต่ก็ยังมีให้เห็นในหมู่นักปฏิบัติธรรม บางคนที่ยังกล้าทำผิดต่อคนอื่นโดยไม่มีความละอาย จึงมีความสงสัยในข้อธรรมนี้ว่า สอนกันได้ไหมเจ้าคะ กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า…ได้โลกียะ ถ้าเผื่อว่าโลกุตระกันจริงๆแล้วทิฏฐิจะเข้าใจองค์ประกอบของการที่จะไม่กล้าทำเพราะอะไร มีอะไรบ้าง เพราะกรรม เพราะการกระทำ เพราะความประพฤติ ประพฤติทางกายประพฤติทางวาจา มันก็มีจิตที่สัมมาทิฏฐิหรือมิจฉาทิฏฐิเป็นตัวสั่งการออกมากระทำออกมาประพฤติทางกายวาจา คุณได้ประพฤติทางกาย ทางวาจา ระลึกได้ ทบทวนแล้ว เราเคยทำเช่นนี้ เช่น เคยไปฆ่าสัตว์ก็ละอาย เคยไปทำรุนแรงอย่างนั้นอย่างนี้กับเพื่อนมนุษย์ เคยไปว่า เคยไปกล่าว ถ้าไปทำถึงขั้นกายกรรม เคยไปตบไปตีไปทำร้าย จนถึงเลือดออกจนถึงตาย ถ้าไปทำพระพุทธเจ้าให้แค่ห้อเลือดพระบาท เป็นอนันตริยกรรมหนักหนา แล้วรู้สึกว่าตัวเองได้เคยทำบาปก็ละอาย หรือแค่วาจาละลาบบละล้วงตำหนิพระอริยะ หรือซัดเลยโดยไม่รู้ตัวเองไม่รู้ว่าเป็นพระอริยะ ตัวเองไม่รู้ว่า ยิ่งผู้ที่เคยจากช่วงอาตมา อาตมาไม่ใช่อริยะธรรมดา โพธิสัตว์ระดับ ขออภัยที่พูดนี้ไม่ได้ยกตัวยกตน แต่พูดสัจจะอธิบายธรรมะเขาก็ไม่รู้ตัวจริงๆ เพราะเขารู้จ
อ่านต่อ
ะรู้สึกว่า ตายๆๆ นี่มันเป็นกรรมกิริยาที่สำเร็จไปแล้วทำไปแล้วนะเขาจะละอาย ผู้ที่ละอายผู้นั้นแหละจะได้คล้ายๆปลงอาบัติ ความผิดก็จะลดลงเกิดภูมิปัญญาเกิดสำนึก ตัวสำนึกตัวนี้สูงส่งมาก โอ้ ตายๆๆ ละอาย ถึงขั้นแรงก็กลัวเลยโอตตัปปะ ต้องหาทางแก้กลับต้องหาทางไปปลงอาบัติ ต้องหาทางไปสารภาพต้องหาทางไปขออโหสิอะไรพวกนี้ใช่ไหม ถ้าเขาเข้าใจ ภาษาไทยก็คงจะเข้าใจ มันเป็นสัจจะที่จริง เพราะฉะนั้นผู้ที่สำนึกผู้ที่มีหิริโอตตัปปะนี่แหละ อยู่ในจรณะ 15 เลย สัทธรรม 7 ฉะนั้นถ้าเผื่อว่าศาสนาพุทธคนไหนไม่มีภูมิธรรมถึงขั้นรู้หิริของตัวเองเกิด ไม่รู้โอตตัปปะตัวเองเกิด ยกตัวอย่าง โป๊ๆหน่อย เช่น คนที่เป็นดารา เคยไปเปลือยกายแก้ผ้าให้คนรู้ ว่าตัวเองเซ็กซี่ตัวเองได้รับความนิยมชมชอบเยอะได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ขึ้นมาต่างประเทศอีก เขาจะไม่เข้าใจเขาจะทำอย่างเต็มที่เลย เขาไม่เคยกลัวเลย แต่มันมีจารีตประเพณีบังไว้มันไม่ใช่สัจจะนะ เขาไม่รู้เรื่องหรอกจารีตประเพณีกั้นมันเป็นเรื่องของโลกีย์อย่างหยาบ ที่เขาไม่ทำ ถ้าเขาไม่มีโลกีย์จารีตบังคับเขาก็โทงๆเขาก็บอกว่าธรรมชาติ เห็นไหมพวกต่างประเทศพวกเทวนิยม ทีนี้กลับมาตรงสัจจะ เราพูดนี่เพราะระลึกสัจจะ สำนึกละอายตายๆเราไปทำอย่างนี้น่าเกลียดน่าอาย จะละอายไหม เคยไปแสดงโป๊แล้วนึกว่ามันเท่ เซ็กซี่ ได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เลย ละอายตายๆ ไม่น่าไปทำอย่างนี้เลยสำนึกอย่างนี้ คนนี้แหละเจริญขึ้น ถ้าจิตมีอย่างนี้เจริญขึ้น แล้วจะไม่ไปทำอย่างนี้อีก อย่างนี้เป็นต้น ยิ่งไปเรื่องเกี่ยวกับพูดไปแล้วเมื่อกี้ว่ายิ่งไปละเมิดพระอาริยะตำหนิพระอริยะตำหนิผู้ที่เป็นอาริยะขั้นสูงด้วยโอ้โห ขออภัยไม่ได้พูดว่านะ มันเป็นบาปไหม การไปตำหนิไปว่าพระอาริยะชั้นสูงมันเป็นบาปด้วยอย่างเช่น อาตมาเป็นต้นบาปไหม บาป อาตมาไม่ได้พูดเอาดีเข้าตัวเองนะ มันเป็นสัจจะของกรรมใช่ไหม กรรมเป็นอันทำ มันบาปแรง เพราะฉะนั้นถ้าคนที่มีปฏิภาณจะรู้สึกละอาย ตายๆๆไปละเมิดไปแสดงขี้เท่อคือไปแสดงความน่าอาย แสดงความขี้เท่อ แสดงความไม่รู้ของตัวเอง น่าละอาย ตายๆๆๆ ผู้รู้เขารู้นะ ผู้ไม่รู้ก็แล้วไปเถอะ ผู้รู้จะเห็นว่าแสดงความขี้เท่อให้เห็นถึงความไม่รู้ ก็จะละอายตัวเองอย่างยิ่งอย่างนี้เป็นต้น ฉะนั้นถ้าเขารู้สำนึกแก้กลับเขาจะเจริญ ยิ่งทำอาการแก้กลับถึงขั้นขอขมาขออโหสิ ภาษาเหนือเรียกว่าสุมาเต๊อะเจ๊า มันก็ยิ่งจะดี เพราะว่าผู้ที่เป็นอาริยะมีจิตชั้นสูงแล้วไม่ได้ติดใจที่จะถือสาหาความยึดติดหรอก อย่างที่อาตมาเคยอธิบายแล้วมันเหมือนกับเห็นเด็กๆมันทำไม่ดี มาตีเราทุบเรา เราก็อย่าไปถือสาเด็กมาทุบมาตีเรา เพราะมันเด็ก มันไม่รู้เรื่องอะไรอย่างนี้เป็นต้น อาตมาก็มีความคิดอย่างนั้นไม่เคยไปถือสาคนที่ตำหนิมาว่าอาตมา _สู่แดนธรรม... ถ้าผู้มีดีกรีถึงขั้นยอมขออโหสิ ผมว่าฟ้าจะเปลี่ยนไปเลยนะครับ พ่อครูว่า... โอ้โห ฟ้าเปิดเลยพลิกโลกเลยถ้าทำ เพราะว่ามันเป็นฐานความจริง ความเสื่อมของศาสนาพุทธมันเยอะคนเสื่อมจากศาสนาพุทธไปเยอะไปเคารพนับถือผู้ผิดเยอะ แล้วการเคารพนับถือผู้ผิดเป็นผู้สูงส่งเป็นปราชญ์เป็นผู้ที่ได้รับความนับถือ ถ้าขั้นหัวที่ผู้ที่เขานับถือนี้เปลี่ยนมา คนทั้งหลายจะเปลี่ยนมาตามไหมเห็นไหมมันจะดี เหมือนกับพระพุทธเจ้าท่านไปเปิดศาสนาของท่าน ท่านก็ไปสอนชฎิล 3 พี่น้อง ได้หัวหน้าก็มาเป็นหมู่เลย ฉันใดก็ฉันนั้น มันเป็นสัจจะ แต่เราจะไปบังคับความรู้สึกบังคับให้คนเข้าใจรู้สึกฉลาดขึ้นมามันจะไปบังคับได้ยังไงนะ มันตัวใครตัวใคร ก็ได้แต่หวังไว้ว่าท่านจะเข้าใจหนอ ด้วยความปรารถนาดี อยากให้ท่านเข้าใจ แต่อยากให้ตายจะไปบังคับท่านไม่ได้ ตัวท่านจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็แล้วแต่ท่าน 661220 สภาวะบวร(บ้าน-วัด-โรงเรียน) ที่พ้นอัตตวาทุปาทาน พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก