ทำทานอย่างแม้นิดแม้น้อยก็ไม่มีเอาคืน นี่คือบุญ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.99 KB
วันที่แก้ไข19 ธันวาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

ทำทานอย่างแม้นิดแม้น้อยก็ไม่มีเอาคืน นี่คือบุญ _มิสเตอร์จอห์น . ด้วยความเคารพยิ่งครับ ผมได้ติดตามรับชมรายการผ่านทาง facebook และ youtube ทางมือถือ เพราะสะดวกและฟังย้อนหลังได้ทุกเวลา ธรรมะที่พ่อครูได้เทศน์ ยิ่งฟัง ยิ่งซาบซึ้ง ฟังย้อนหลังหลายตอน ยิ่งฟังซ้ำก็รู้สึกว่า ได้รู้เพิ่มขึ้นในสิ่งที่เคยรู้ และแม้เป็นคำเทศน์เดิมก็คล้ายกับว่า ได้ความเข้าใจที่เพิ่มมากขึ้น ลึกซึ้งขึ้น ต้องขอขอบคุณท่านสมณะ สิกขมาตุ และทีมงานหลายๆ ท่าน ที่ช่วยรวบรวมเทศน์ย้อนหลังหลายๆ ปี ให้ได้เข้าถึงง่ายครับ ผมมีปัญหาสอบถามดังนี้ครับ "ทานที่ให้แล้ว ต้องไม่มีสาเปกโข ถึงจะเข้าข่ายทานมัยที่เป็นสัมมาทิฏฐิ" ข้อนี้ผมเข้าใจได้ดี แต่ก็ได้รับรู้มาว่า อย่างไรก็ตาม ทานมีผลแน่นอน ดังนั้น เมื่อผมทำทานแล้ว (วัตถุทาน) ใจก็จะไม่หวังผล ไม่คาดหวังว่าจะได้กลับคืน ไม่คิดว่าจะสะสมไว้ใช้ภายหลัง แต่มันดันมีความรู้ว่า “ทาน” มีผลแน่นอน ขอพ่อครูช่วยชี้แนะ สั่งสอน วิธีการทำใจในใจว่า ทำใจอย่างไรให้ ทานแล้วสูญไปเลยครับ (อานิสงส์ที่ได้จากการทำทาน คือความโลภลดลง ความอยากรวยลดลงชัดเจนครับ และก็จะทำต่อไปครับ) กราบนมัสการ ด้วยความเคารพยิ่งครับ พ่อครูว่า…คุณยังแยกไม่ออกในกุศลกับบุญ ถ้าทานเป็นกุศล มันก็เป็นกุศล เพราะมันเป็นกุศล ทำทานนี่มันไม่เป็นอกุศลหรอก แม้คุณจะให้ทานด้วยใจไม่เต็มใจ ใจที่ไม่เต็มมันอกุศลอยู่หน่อยๆ แต่มันก็เป็นกุศล ทานนี่เป็นกุศลสำหรับคุณ ที่คุณไม่เต็มใจนี่คือความขี้เหนียว ความโลภ ความตระหนี่ของคุณต่างหาก กิเลสของคุณและคุณก็ไม่ปล่อย ทั้งๆที่คุณให้นะวัตถุ คุณให้ไปแล้วแต่ใจของคุณมันไม่ยอม ยังตระหนี่อยู่ว่า ของกู ของกู อยู่นั่นแหละ _สู่แดนธรรม... ทำแบบนี้ก็ยังได้ผลใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... ยังได้ผลเป็นทานเป็นกุศล ทีน

อ่านต่อ

ี้บุญก็คือคุณต้องล้างกิเลส ต้องรู้ว่า ทานก็คือการให้ ให้ก็คือให้ ให้ยังมีเราตามการให้ไปอยู่ ให้คุณยังมีกูไปกับให้ อันนี้ไม่มีอานิสงส์ แต่กุศลมันมีแล้ว เพราะฉะนั้น บุญคือตัดกิเลส ไม่มี สาเปกโข คือไม่มีอะไรเป็นตัวต่อจากจิต ทำทานแล้วศูนย์ ทำทานให้จิตก็จบศูนย์ _สู่แดนธรรม... อันนี้เขาว่าเขาเข้าใจ พ่อครูว่า... เข้าใจคุณก็ทำสิ เข้าใจแต่บัญญัติคุณก็ทำใจในใจตรงนี้แล้วจบเลย คุณรู้แต่บัญญัติก็คือคุณทำไม่เป็น คนรู้บัญญัติว่ารู้แล้วล่ะทำทานอย่ามี สาเปกโข อย่าให้มีตรงนี้แหละบัญญัติมันได้มันรู้แต่คุณทำใจในใจตรงจริงกับความเป็นจริงของความหมายอันนั้นไหมล่ะ ก็มีความสุขไงหมดกิเลสไงกำจัดกิเลสที่จะมีเรามีของเราไอ้นี่ก็ไม่ใช่ของเรา เราก็ไม่มี ทานก็ไม่มี ของเป็นกุศลอะไรก็ไม่มี เราก็ไม่มี แต่คุณยังมีเราเป็นของเราอยู่ _สู่แดนธรรม... ส่วนใหญ่คนเข้าใจว่าผลของทานคือการได้อิ่มบุญ พ่อครูว่า... นั่นแหละอิ่มบุญก็เป็นกิเลส เสริมเป็นอุปกิเลสซ้อน คือมันไม่มีอะไร เข้าใจคำว่า ไม่มี ไหม นิดหนึ่งน้อยหนึ่งก็ไม่มี ความไม่มีนี่แหละจบ ก็คือ 0 นั่นแหละอธิบายขยายความ 0 นิดนึงน้อยหนึ่งไม่มีก็คือ 0 _สู่แดนธรรม... แต่ผมเห็นว่ามันมีผลดีทางเศรษฐกิจ พ่อครูว่า... เอ้านั่น เป็นเรื่องของโลก ถ้าคุณเป็นคนทำทาน คุณเกิดมาคุณเป็นคนได้ให้นั่นแหละคือคุณจบเรื่องเศรษฐกิจ ถ้าคุณเกิดมาแล้วคุณก็จะเป็นผู้ที่ได้เอาหรือยังแลกกลับคืนอยู่ คุณไม่ใช่นักเศรษฐกิจที่สูงสุดหรอก นักเศรษฐกิจสูงสุดก็คือ ยิ่งเพิ่มพูนการเสียสละ นั่นแหละคือนักเศรษฐกิจชั้นหนึ่ง ไม่มีตัวกูของกู แล้วคุณจะไม่อยู่ไม่ได้ นั่นล่ะคุณยังตื้นอยู่ คุณหาที่อยู่ หาสังคมอยู่ หาพฤติกรรมของหมู่สังคมที่ไม่ต้องมีของตัวของตน เป็น 0 เลย มีแต่ของส่วนกลาง มาสิ มาศึกษาที่นี่นักเศรษฐศาสตร์ มาศึกษาที่อโศกนี่ จะเห็นเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ที่สูงสุดอันนี้ ในโลก ขออภัยพูดดังไป ในโลก ขออภัยที่พูดดังอีกแล้ว นี่แหละ เศรษฐศาสตร์ที่สูงสุดในโลก พูดเบาๆ _สู่แดนธรรม... พูดความจริงแค่พูดเบาๆก็ดังครับ ดังสนั่นด้วย พ่อครูว่า... ไม่เชื่อหรอกว่าจะดัง พวกหูตึงมันไม่ค่อยได้ยิน พวกหูตึงไม่ค่อยได้ยินหรอก ยิ่งอายุมากเท่าไหร่ยิ่งตึงมากเท่านั้นพวกหูตึง อะไรๆก็หย่อนหมด เหลือแต่หูที่ตึงขึ้นๆ เวลาหมดแล้วสำหรับวันนี้ก็เอาเท่านี้ก็แล้วกัน เจริญธรรมทุกคน 661218 ชำแหละลากไส้อัตตาของพญาครุฑและพญานาค รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #49 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน