190315 ให้โอวาทแก่พระก่อนออกจาริก-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
บ่ายวันที่ 15 มีนาคม 2519 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้ให้โอวาทแก่หมู่พระชาวโศกที่จะไปจารึกมีทั้งหมด 8 รูปมีท่านสิริจันโทเป็นผู้นำหมู่เรามาท่านโกวิทโทท่านพริตกอท่านอสกท่านธีระจิตโตท่านอนุตตโรท่านะนิโยท่านชาตวโรทั้งหมดจะออกเดินทางจากธรรมสถานแดนอโศกประมาณ 14:00 น ของวันที่ 15 มีนาคม 2519 พ่อท่านจึงได้ให้โอวาทก่อนจะออกเดินทางจากธรรมสถานแดนอโศกว่าดังนี้เอ้าวันนี้ก็เป็นวันที่พวกเราจะไปทำงาน ปิดการทำงานให้แก่ต้นและให้แก่ผู้อื่นด้วยที่เราใช้ภาษาเรียกกับจารึกจารึกหมายความว่าไปอยู่ไปอยู่หมายความว่าไปอยู่ไปอยู่เป็นผู้ที่ไปอยู่ไปอยู่เริ่มจะมีการเดินทางมากกว่าการพักหรือว่ามันไม่มีที่ที่ว่าอยู่ในภาวะที่เรียกว่าพระอาทิตย์นิ่งอยู่กับที่มากกว่าไปแต่มันเป็นสภาพที่ไปมากกว่านี้อยู่กับที่ยังเรียกว่าจารึกสาริกาผ่านไปความตั้งใจดีที่เราจะได้ไป ซึ่งหลายๆอย่างหลายๆเรื่องที่เป็นรายละเอียดข้อใดแจกแจงหรือว่าได้พยายามที่ทำความเข้าใจให้แก่กันและกันฟังไปเกือบจะหมดแล้วล่ะไม่มีอะไรมากมายนักเป็นแต่เพียงว่าเรามาย้ำความเข้าใจหรือว่าเสริมความตั้งใจมีสักทีนึงก่อนที่เราจะออกเดินทางซึ่งจะเดินทางกันต่อจากนี้ไปละ 3 โมงกว่าไปเราก็จะได้ออกไปตอนนั้นไอ้เรื่องการจารึก หรือว่าเรื่องที่จะเป็นไปได้ในอะไรก็ได้พวกนั้นก็ไม่ใช่เหล้าแต่เราจะไปพบก็ไปพบก็แล้วกันแล้วจะไปประสบก็อย่างไรอย่างไรบ้างก็ขอให้พยายามตั้งใจทำใจเอาเป็นประโยชน์ให้เห็นอย่าวาดวันท่านจึงเรียกว่าอย่ามีฉันผิดตลอดวันถึงจะหวั่นไหวหรือแม้ว่าได้พบอะไรที่มันเป็นที่น่ายินดีเกินไปก็อย่าไปตื่นเต้นลิงโลดจนรุนแรงอยากมีลูกที่รักเมียมีการต้องให้รู้จิตของเราเสมอยิ่ง หมดเวลาเราไปจากที่เข้าเราจะประสบกับสภาวะที่เหนื่อยมีทุกข์ชัดทุกข์ที่รุมนอกเข้ามาหาในมันจะทำให้เราเองพ่ายแพ้ต่อสิ่งนอกมันร
อ่านต่อ
้อนมันทรมานมันเจ็บมันปวดมันเมื่อยมันกระทบกับผู้ที่อยู่ใกล้เคียงกระทบกับสถานที่ที่ไม่ชอบใจกระทบกับอะไรต่ออะไรอีกเยอะแยะเราจะพบนั่นคือเรื่องของสภาพของสังคมทางที่สังคมที่อยู่หมู่ของเราเองด้วยทั้งสภาพของสังคมที่เราจะไปรู้เห็นจะไปประสบความสำเร็จกับโลกหรือว่าสถานที่ที่พัก พิมพ์ผิดกินที่นอนที่อยู่อะไรแล้วแต่ซึ่งมันเป็นสภาพไม่แน่นอนจะเปลี่ยนไปไม่เที่ยงเราจะไปดูความไม่เที่ยงที่จะเห็นชัดว่าอยู่ในระยะเร็วๆนี้แหละวันนี้ก็อย่างนั้นวันโน้นก็อย่างนี้เช้าอย่างนี้เย็นอย่างนี้เปลี่ยนไปเรื่อยๆชัดเจนเราจะเป็นอย่างนั้นจะไปพบจะไปประสบว่าต่อสู้กับสิ่งอะไรต่ออะไรต่างๆนานาเราจะได้รู้ว่าใจของเรานี่มันมีสมาธิหรือมันมีความมั่นคงมันมีความเด็ดเดี่ยวมันมีความตั้งมั่นได้สักแค่ใดหรือว่าใจเราเองนั้นอ่อนแอแท้จริงนั้นพวกเปียกอ่อนแอเพราะแม้ ผัสสะข้างนอกที่ไม่สมใจในลักษณะอย่างนี้แหละที่เป็นไปโดยเราไม่ได้ดั่งสมมุติดังที่เราตั้งใจดังที่เรายึดเท่านี้เท่านี้เราก็ไม่พอใจแล้วสู้ไม่ไหวแล้วเราก็จะเลี่ยงไปหาดิ้นรนไปหาจุดที่เราคิดว่าเป็นไปได้หยุดที่เราคิดว่าหลบหนีไปหาจุดที่มันได้นั้นเถอะจากที่เราชอบตามที่เราพึงเอาได้จริงความเป็นสิ่งที่เราจะพึงเอาได้มันเป็นได้มันมีได้จริงแต่ว่าเราเองถ้าเราไม่แสวงหาเราไม่ดิ้นรนเราพึงสบายในจิตของเราแล้วจิตของเรามั่นคงมีความหยุดความพอมีอับปิดฉากมีเป้าหมายมีชั้น มีป่าวิเวกกับมิตรภาพมักน้อยมีสภาพรู้จักพอกำหนดลงไปอย่างนี้ก็เอาแค่นี้แหละแค่นี้ก็พอแล้วแล้วกระเป๋าวิเวกกลับสงบสงัดระงับอยู่ได้เราไม่หลงสวรรค์พระสังข์สักครั้งบางทีมันยังไม่เรียบร้อยจิตใจมันยังมีฟูๆฟองฟองฟองมันยังมีดีดดิ้นเราก็พยายามมีวิริยารัมภะมีความเพียรที่จะระงับจิตเศษเหลือที่มันยังมีอยู่ในจิตทำให้มันเกลี้ยงเกลาลงปล่อยให้มันได้สงบระงับลงไม่ให้สนิทโดย ศีลหลักเกณฑ์อะไรขึ้นมาใช้กับต้นทำให้จิตมันเกิดผลลดสักกายะรถอัตราลงไปเป็นสมาธิจะได้รู้ได้เห็นได้เข้าใจถึงความลดได้จริงเป็นจริงเป็นปัญญาและจะเห็นตัวที่มันลดเข้าไปแน่ๆสบายเบาลงไปเป็นไปหมดสุดท้ายก็รู้แจ้งรอบในวิมุตติญาณทัสสนะเข้าใจหมดถึงผลที่มันสืบสานกันอยู่เป็นทั้งหมด 8 ที่กล่าวมาแล้วตั้งแต่ปิดฉากไปจนกระทั่งถึงวิมุตติญาณทัสสนะลักษณะพวกนี้มันเป็นการกระทำที่เกิดโพธิเกิดสัมโพธิเกิดญาณเกิดที่หมดที่แท้จริง เราจะไปเรียนรู้โดยการปฏิบัติการประพฤติการร้องการประสบจริงไม่ใช่นางทองแต่ตำราแล้วก็ขาดคดีอยู่เพราะผลักสระน้ำไม่ได้เกิดจากการคาดคะเนผัสสะเกิดการเกิดจากความมีจริงเป็นจริงขณะที่เราไปเนี่ยทั้งๆที่เราตั้งตัวตั้งใจและรู้อยู่ว่าเราไปกระทำอะไรออกปานนั้นมันก็ยังจะรู้ได้ว่าไอ้จิตที่มันเหลือร้ายมันไม่สู้มันไม่ทนมันเผลอไม่ได้มันจะเกิดวู่วามมันจะเกิดผีร้ายขึ้นในใจมันจะมีโทสะบ้างโลภะบ้างขึ้นมาให้รู้รู้เห็นเห็นเมื่อเวลามัน ต้องการเมื่อเวลามันหิวโหยแรงๆเมื่อเวลามันเหนื่อยจะจัดวันเวลามันถูกอะไรบีบบังคับขึ้นมามากๆมันจะเกิดผลอย่างนั้นเห็นอย่างนั้นขนาดที่เรารู้ๆเตรียมตัวเตรียมใจไปนี่แหละไม่ใช่ว่าพบเธออยู่ๆแล้วก็เจอเหตุการณ์อย่างนี้ประสบการณ์อย่างนี้ไม่ใช่ขนาดเต็มๆไปนี่แหละจะเห็นจะรู้จะเข้าใจเพราะฉะนั้นก็พยายามให้ระมัดระวังจิตใจให้ดีให้มันได้ไปในทางสูงอย่าให้มันไปได้ไปทางต่ำอย่าให้เป็นจุดทดลองเป็นจิตหยาบชั่วเราไปฝึกจิตพร้อมกันนั้นก็ฝึกกายไปในตัวด้วยให้ได้เป็นผลดีขึ้นมาอ่านให้เห็นชัดหยาบใหญ่เห็นชัดละเอียดให้เห็นชัดอยาก ปิดไฟฉายชั่วแล้วก็อย่ามีแม้กระทั่งอุปกิเลสอื่นเพียรจัดเกินไปก็เห็นรูปมันเมื่อยก็พักหามันเมื่อยแรงจัดจนเกินไปจนถึงขนาดแล้วยังจะดิ้นรนจะทรมานตนเองเกินขอบเขตก็ไม่เอาหรือว่ามันเพี้ยนไม่พอมันควรจะพอได้นะควรจะอุตสาหกรรมวิริยะขึ้นมาอีกให้เป็นความขยันเพิ่มขึ้นอย่าให้ตนเองเป็นคนย่อหย่อนจนเกินไปเป็นอาทิตย์หน้าวิริยะก็ไม่เอาแล้วมันจะได้ผลไปตามควรอย่ามีจิตใจมีปัญหาล้ำหน้าอย่าเกินเวลาอยากเร็ว ล้ำยุคไปลำเหตุปัจจัยไปก้อยคิดรู้ให้เห็นในจิตในใจจริงๆว่าเราจะเป็นผู้ที่กำหนดรู้จิตของเราทุกๆอย่างทุกๆวันให้ได้ผลนานะตัดสัญญาแล้วก็จะเป็นผู้ที่รู้สิ่งใดที่ถูกรู้ก็รู้ตามความเป็นจริงมายึดมั่นถือมั่นแม้แต่จิตที่สูงขึ้นเป็นปฏิกิริยาที่แตกต่างเราก็จะไม่ยึดรูปและจิตอย่างนั้นเราจะไม่หลงพ้นในรูปานังอันที่มีฉายาให้ได้เราจะมายึดจนเกินขอบเขตแต่ก็จะยึดเมื่อสมควรจะยึดให้เป็นภูมิแพ้เป็นประโยชน์เพราะผู้อื่นเรายึดอะไรเราเรายึดเพื่อผู้อื่นเพื่อผู้อื่น แท้จริงบางอย่างที่เราฟื้นอยู่ยึดอยู่นั่นน่ะเพื่อผู้อื่นหรอกตัวเราเองนั้นน่ะยังไงก็ได้ง่ายๆไม่ยากไม่เย็นถ้าเราจะไปเรียนรู้จริงๆฝ่ายชายจะออกก่อนฝ่ายหญิงก็ว่าจะไปก็ผมไม่นั่นไว้สักประมาณโดยวันที่ 20 ฟังข่าวฟังข่าวถ้ามันไม่มีอะไรก็ค่อยออกไปเพราะว่าทางนี้จะไปผ่านกรุงเทพฯผ่านทางโน้นด้วยขอดูท่าทีซะก่อนให้เราก็จะได้ออกไปกันก็ลองดูสิ่งที่ไม่เคยมีก็จะมีสิ่งที่ไม่เคยเกิดก็จะเกิดแต่แท้จริงเป็นสิ่งที่เคยมีเป็นสิ่งที่เคยเกิดแล้วแต่เดี๋ยวนี้มันไม่มีมันจะมีมาใหม่ ก็เลยคิดว่ามันเป็นของใหม่ที่จริงก็ใหม่ๆการเดินเป็นหมู่เขาก็มีอยู่บ้างเดินเดี่ยวๆคนนึง 2 คนที่ได้ออกไปจาริกอย่างนั้นเขาก็มีอยู่บ้างแต่มันน้อยและการเดินของเขากับการเดินที่จะรอยังไม่เข้าใจโดยปริยัติไม่เข้าใจด้วยหลักเกณฑ์ว่าเราไปทำอะไรเราไปเอาอะไรแค่ไหนเขาไม่มีรายละเอียดเขาเรียกว่าขาดทุนหน่อยถึงแม้ว่าจะได้รายละเอียดบ้างมันก็เป็นรายละเอียดไม่ค่อยชัดเจนนักหรอกไม่ใช่วัยรุ่นถูกเขามันมีหลายแง่หลายอย่างหลายมุมมันมีว่าเราจะไปทำอะไรเราไม่ได้เป็นหลงเหมือนอย่างที่เขาเอาไปเดินเขาจะไปเดินเอาแกงแต่ปลาเราไม่ได้ไปเดินเอาเก่ง เก่งมันได้เองเราจะมีความอดทนเราจะมีความต่อสู้ได้เราจะมีอินทรีย์มีภาระและเรียกว่าเก่งมันจะได้เองโดยตัวมันไม่ต้องไปมีความรู้อะไรเลยไปทำมันก็จะได้ให้ได้อินทรีย์ได้พันล้านเขาก็จะได้ในอินทรีย์พละได้ในรูปได้ในนามได้ในกายได้ในจิตถ้าจะมีมันมันจะมีความอดทนเป็นตบะทำความแข็งแรงเป็นความกล้าเป็นความเด็ดเดี่ยวเป็นความอึดในการต่อสู้อันนี้มันของหมูๆนะมันได้แน่ๆทำมากได้มากทำน้อยได้น้อยแต่เราไม่ได้หมายไปเอาอินทรีย์พละที่เป็นการอึดหรือการต่อสู้หรือการเด็ดเดี่ยวการอดทนมีเท่านั้น ถ้าไม่ได้ไปฝึกเอานี่เท่านั้นอันนี้น่ะมันได้ไหมว่าใครไม่ว่าจะเป็นนักปฏิบัติธรรมไม่ว่าจะเป็นฆราวาสไม่ว่าจะเป็นใครทั้งนั้นน่ะคนธรรมดาชาวบ้านชาวช่องธรรมดาเดินมากๆอดทนกันแบบนี้มันก็ได้ของมันเองได้แน่ๆแต่ที่เราจะไปเอานี่เราจะไปเอาธรรมะเราจะไปรู้จิตที่เป็นโลภะโทสะมันเล่นงานเราจะไปหัดทำมันจริงๆจะไปหัดรหัสวางจะไปหัดอ่านให้มันรู้สภาวะจิตของเราเองเกิดหรือแม้แต่ของคนอื่นโกรธแล้วโกรธแล้วเป็นไงโลกขึ้นมาเป็นยังไงเพราะเราก็จะรู้ว่าจะไปรู้จักคนอื่นด้วยมีสภาวะที่จะเกิดต่างหูตำตาเกิดต่างหูเกิดทั้งตารับสัมผัสทางวิญญาณไหนก็ตามแต่เถอะสามารถ ดูได้เราจะไปเรียนรู้จากหมู่เราเองนี่แหละด้วยและโดยเฉพาะที่สำคัญก็คือตัวเราเองนี่แหละต้องจับจิตต้องจับใจของเราให้ได้เมื่อเกิดแล้วเราจะต้องพยายามรู้ในการระงับอยากรู้เรื่องจริงด้วยครับนี่เราจะต้องรู้เป็นสมาธิอย่างนี้ว่าเราไปเอาอะไรไม่ใช่เราจะไปเอาเดินป่าเดินเขาเดินอะไรแสดงโอ้ไปต่อสู้กับผีกับสาวไปต่อสู้กับเสือกับลิงไปต่อสู้กับงูกับเยี่ยวอะไรต่างๆนานาไม่ใช่ไม่ใช่อย่างนั้นไม่ใช่ธุดงค์เข้าวัดพระแก้วสู้งูได้งูเดินผ่านเราก็ไม่กลัวจับงูก็ยังได้ มาอยู่กับงูก็ได้นอนกับงูก็ได้ไปเห็นเสือเห็นสิงห์อยู่กะเสืออยู่กับสิงห์ก็ได้ไม่ใช่อันนั้นไม่ใช่เป้าหมายหรือจะเก่งกว่านั้นอีกไปเดินธุดงค์ไปออกธุดงค์แล้วก็ไปปราบผีปราบสางไปรู้อ่ะรูปรู้รูปรู้อะไรต่ออะไรต่างๆนานาซึ่งเป็นเรื่องเอามาเล่าออกวิทยุกันโครมครามโครมครามเล่าอะไรก็ได้ในเรื่องบอกว่าไปธุดงค์แล้วก็ไปเจออะไรต่ออะไรแล้วก็มาเล่ากันก็เลยเปิดฟังอยู่ทุกวันนี้นะหมดถ้านั่นแหละเรียกว่าศิลปะปรามาสจะทำสิ่งที่พระพุทธเจ้าพากระทำแต่กระทำศีลธรรมพรนั้นกลับไม่ได้จุดเป้าหมายที่พระพุทธเจ้าพาให้เป็นไปจึงเรียกว่ามิจฉาชีพ บ่มิจฉาทิฐิเกิดแล้วแต่ต้นสัตยาธิษฐานก็ไม่มีการได้ลดเพราะฉะนั้นอัตตานุทิฏฐิไม่มีหวังที่จะทำลายได้แน่นอนไม่มีผู้ที่จะกระทำให้หมดพ้นได้จะต้องรู้เป็นสัมมาทิฏฐิพ้นมิจฉาทิฏฐิ 1 เพราะมิจฉาทิฏฐิแล้วเราก็จะจับสิ่งที่หยาบคายอยู่ในจิตของเราหรือตัวร้ายกาจที่จิตของเรามันเกิดตัวที่จัดจ้างตัวที่เราเห็นชัดจับมันได้เลยว่าสกายยะและเราจะลดสักกายะสิทธิหรือพ้นสัปดาห์นี้ได้ความจัดจ้านความใหญ่ความโตความมากจะเป็นกิเลสเรียกว่ากิเลสก็ได้เรียกว่าตัณหาก็ได้เรียกว่ารู้พระคาถาเรียกว่า ก็ได้หรือเรียกว่าโมหะก็ได้ที่มันยังหนาวมันบังมันมืดมันไม่เห็นมันเกิดเห็นเข้าก็แสดงว่าเราเองได้รู้ความรู้ว่าได้ละความจัดจ้านโมหะจัดจ้านก็คือความหลงผิดที่มันจัดจ้านจนกระทั่งมันไม่รู้ดีรู้ชั่วพอมันรู้ดีแท้มันรู้ชั่วแท้ก็นั่นเราเรียกว่าเรามีการพ้นศักยะแล้วในโมหะและยิ่งรู้วันนี้อ่านออกชัดแบ่งแยกออกวันนี้เป็นโลภะมูลนี่เป็นโทรศัพท์มูลก็ยิ่งรู้โคตรรู้ชื่อรู้ชื่อรู้ข้อของจิตเข้าไปอีกวรรณะอย่างนี้อาหารอย่างนี้วรรณะกฎหมายคำว่ารูปร่างขอบเขตอ๋อมันเป็นอย่างนี้เองท่าทางกิริยาอาการรูปร่างลักษณะผิวพรรณมันเป็นอย่างนี้อาหารอย่างนี้ เพราะมันไปได้อาหารที่ไม่ชอบใจหรือมันต้องการอาหารที่ชอบใจอย่างนี้เองมันจะกินอาหารอย่างนี้มันจะต้องอาศัยเครื่องอยู่ของมันอย่างนี้มันไม่ได้อาศัยมันไม่ได้เครื่องอยู่ตามที่มันต้องการมันถึงดิ้นเป็นทุกข์เราจะพึ่งรู้พึ่งจับจิตของเราได้อย่างนี้จริงๆเวลาเราจึงจะเป็นผู้ที่จะไปลดลงลดลงจนรู้ถึงโคตรเหง้าของมันมันโคตรสุดท้ายเป็นโลภะโคตรเป็นโทสะโคตรหรือเรียกว่าโลภมูลโทรศัพท์มูลไม่รู้โคตรเหงาของมันอย่างชัดเจนแล้วเราก็จะดับไปจนกระทั่งตัดโคตรตัดโฆษณาออกไม่ให้มันเกิดไม่ให้มันใหญ่เรียกว่าตัดคอแต่เราผูก โคตะระภูไม่ให้บนโต๊ะครูแปลว่าความโตความเกิดไม่ตัดโคตรมันไม่ให้โตแล้วเหมือนตาลยอดด้วนซึ่งจะไม่เกิดอีกเราจะไล่มันจริงๆจับมันจริงๆไปอ่านไปรู้อย่างนั้นเราไม่ได้พึ่งไปเดินจารึกเพื่อจะเอาความเก่งและเอาแต่ความเก่งมาโม้แต่ความเก่งก็มีส่วนเพราะว่าคนเดี๋ยวนี้แม้แต่ความอดทนความเก่งอย่างนี้เขาก็เป็นไปไม่ได้ยิ่งความเก่งทางใจที่สามารถรู้ได้ในรู้ได้โดยตรงจากจิตตนลดลงพระรถโทรศัพท์รถโมหะลงได้อย่างนั้นด้วยเขายิ่งไม่เก่งกันใหญ่ทุกวันนี้เขาไม่มีแบบฝึกหัด ปฏิบัติธรรมกันจริงหรือทำกันจริงก็ไม่ถูกมักถูกวิธีเมื่อไม่ถูกมักถูกวิธีมันก็ไม่ได้ตัวได้ตนที่แท้มันหรอกถ้าเราได้ตัวได้ตนที่แท้เพราะเราได้รับปริญญาไปเรียนรู้มาจริงแล้วเราก็เทียบข้อหาตนมองรู้เวทนาสัญญาสังขารวิญญาณรู้กายรู้เวทนารู้จิตแยกแยะออกมีทางเอาวิจัยรู้ว่านี่เป็นกุสลาธัมมาไอ้นี่เป็นอกุสลาธัมมานี่เป็นอัพยากับตาธรรมมารู้ชัดเราก็จะเป็นผู้ถึงธรรมในธรรมที่สุดลดลงจนกระทั่งถึงสุจริตธรรมหรือสุริยุปราคาทำได้ผลแม้แต่เศษเหลือเล็กน้อยพ้นจากกายและทิฐิไปแล้วเห็นเป็นปัจจุบันอยู่นั้นเชียวแม้ที่สุด ลงเหลือน้อยที่สุดแม่เดี๋ยวอัตราการลดอัตราลงจนกระทั่งด้วยอัตราที่น้อยๆเรียกว่าอัตราอนุเราก็เห็นอยู่รู้อยู่ในอัตราอนุนั้นจนกระทั่งพ้นอัตโนมัติเห็นอยู่เป็นปัจจุบันนั่นเที่ยวในประเทศที่หมายความว่าเห็นอยู่เป็นปัจจุบันเลยทีเดียวหมายความว่าปัจจุบันปัจจุบันเดี๋ยวนั้นก็ได้ทิฏฐิหรือหมายความว่าเห็นอยู่เข้าใจชัดอยู่ก็ได้เรียกว่าที่เป็นความเห็นมีความเข้าใจนี่เป็นปรมัตถ์เราจะเข้าใจในปรมัตถ์เหล่านี้และเห็นจึงเป็นจริงหมดอัตตานุทิฏฐิพ้นอัตตานุทิฏฐิก็เป็นสบายเปล่าเออมีแต่เพียงภาษาที่จะพูดนำอธิบายสู่คุณฟังกันเพื่อจะได้เอาไป ใช้เป็นปริยัติแล้วก่อนนำไปปฏิบัติแล้วก็ให้มันได้ผลให้มันเห็นแจ้งเห็นจริงสัมผัสจริงเป็นปัจจุบันรู้จริงทำได้จริงมันจึงจะเป็นการพิสูจน์เป็นสันติดวงเป็นปัจจัยที่สุดเองเห็นเองรู้เองว่าคุณได้แล้วคุณก็ถึงจะถึงมาพูดกล่าวเรียกร้องให้ท้าทายให้มาพิสูจน์อย่างนี้บ้างได้เป็นอาชีพกสิกรในเบื้องต้นในตอนหลังเมื่อคุณได้เป็นสันติแล้วเป็นปัจจัตตังแล้วคุณก็อาจสามารถที่จะเรียกร้องให้ท้าทายคนอื่นมาพิสูจน์ได้บ้างก็ให้เขาทำกันให้จริงอย่างนั้น แล้วที่ได้พูดกันแล้วเมื่อวานนี้ก็ให้คิดสำนึกที่ดีและก็ถอยทีถ้อยอาศัยกันให้ดีไปตามที่เราได้กล่าวได้อะไรดูสมควรดังกล่าวนี้ก็ไม่มีอะไรมากกว่านี้พอแล้วได้เตรียมตัวอะไรก็ได้เล็กน้อยทุกอย่างครบพร้อมแล้วใช่ไหมไม่มีใครขาดเหลืออะไรใครรู้จักความขาดไม่รู้จักความขาดแล้วเราก็ไม่ทุกข์แม้ประสบความขาดแล้วเราก็มีทุกข์นั่นแหละไปพูดที่อยู่ได้อย่างสบายคนเรามันขาดเล็กขาดน้อยก็ทุกข์ เรามีคำพังเพยว่าฤาษียังขาดสร้อยเศรษฐียังขาดไฟมันยังเป็นไปได้เลยเศรษฐีก็ยังขาดไปเลยพูดไปยายเราไม่ใช่เศรษฐีเราไม่ใช่คนใหญ่คนรวยเราไม่ใช่คนโตอะไรขาดก็ได้ก็เอาพอประมาณเราเป็นผู้มีพอมีพอไปพออาศัยพออยู่ได้ก็พอแล้วพรุ่งนี้มีความบริสุทธิ์ใจเนี่ยจะอาศัยเหลี่ยมหลบเนี่ยประมาณก็ต้องบอกว่าอนุสรณ์จะเป็นรู้ยอดก่อนรู้ยอดก่อนแล้วหากินเหลี่ยมหลบแต่ผู้รู้จริงแล้วเป็นอริยะแท้เรียกว่าผู้รู้แล้วอาศัยเหลี่ยมรู้และบริสุทธิ์ใจแล้วก็ทนได้วางได้จริงจึงมีสัจจะมันวาง แล้วมันทนได้จริงส่วนคนที่ยังไม่ได้ธรรมะยังไม่มีวิมุตจริงยังไม่หลุดพ้นจริงยังต้องทนต้องหนักต้องเน็ตต้องเหนื่อยไม่ได้ก็ทำให้หลุดร่อนได้จริงมันทนไม่ไหวจริงๆก็หลบหมดหลบหมดแล้วไปรู้เหรียญพวกนี้แล้วหลบเพราะหลบแล้วก็เป็นตัวอย่างแก่โลกก็ไม่ได้และตนก็ไม่หลุดจริงด้วยเพราะยังแสวงหาก็หลบนี่แหละคือการแสดงหาแล้วแต่ไม่หลบนี่ยังไงก็ได้เฉยวางปล่อยแล้วก็มีความสามารถที่จะวางปล่อยได้จริงไม่หลบหนีมาเดี๋ยวนี้เออมาจะเป็นยังไงมาหนักยังไงไม่หนักยังไงไม่ระบบไม่แสวงหาแล้วหยุดไอ้ที่ยังแสวงหายังจะต้องหลบอยู่อย่างนี้ ถ้ามีเหลี่ยมเราก็เรียนรู้เพราะเรารู้เรารู้แล้วตอนนี้เราใช้ตามควรแล้วก็ไม่ใช่ว่าเพื่อที่จะเป็นลบไม่ได้เดินก็หลบหลบหลบหมดเลยก็ไม่ได้แต่ถ้ายังไงก็เถอะเรามีสัจจะอยู่ในขณะที่เราจะเดินพอประมาณขนาดนี้มันไม่ไม่หรอกหรือยังไงมันก็จะต้องรู้ทุกอย่างมันต้องควรนะทางไม่ใช่ 50 กิโล 100 กิโลเท่านั้นมันหลายร้อยกิโลอยู่ก็นั่นมันไม่มีไม่มีทางเรียกอะไรเท่าไหร่หรอกไม่ต้องเจอถ้าเราไปเรียนแล้วเราจะเอาแบบฝึกหัดเหมือนกับเราทำเราเรียนทางโลกเราเรียนแบบฝึกหัดเราเอาแบบฝึกหัดเก็บยากมาทำเราทำเราก็จะได้เข้าใจแล้วได้รู้สูงขึ้นมีแต่เราไปเอาแต่แบบฝึกหัดอ่อนๆมันทำทำอยู่ 2 3 4 การทำอ่อนๆเขามีแบบฝึกหัดยากๆตลกมันทำได้ง่ายๆมันก็ไอ้เท่านั้นยังไม่มีอะไรมันก็ไม่ได้เก่งขึ้นอะไรเราทำแต่เราทำใจอยู่แล้วเราทำแต่อยากให้มันเกินแรงอย่าให้มันต้องดูกำลังกันหาเราก็รู้เราด้วยรู้บุคคลอื่นด้วยช่วยกันมันจะเอาแต่ใจเราเราเก่งแล้วก็อวดที่อวดดีคนอื่นเขาไม่เก่งอินทรีย์ภาระก็ยังไม่ไหวก็จะไปทะเลแข่งกันเข็นกันเกินขอบเขตก็ให้ระวังดูพอสมควรมันรวมกันมันไปได้ก็เอาหรือผู้ที่อินทรีย์พละไม่กล้าก็พยายามขึ้นอดทนขึ้นเหนือลงใต้ดูซิมันตายง่ายที่ไหนคนไม่ตายง่ายเอ้าเอาอย่างนั้นถึงได้นิมนต์ ยังไงยังไงก็ทำเนื้อแผ่นส่งมาก็ได้เอาเกลือไปแล้วนี่นะมันยังไงยังไงมันพองขึ้นมาก็กลัวใส่จะไปหายาที่ไหนโยมก็ภาวนามันก็ปฏิทินถ้าไม่มีอะไรก็นิมนต์ท่านทำแต่ได้เลยเอาเลยไปเลยก็อีก 15 นาที 16:00 น ก็เอานะไม่ค่อยปลอบใจพม่า