190321 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์230 KB
วันที่แก้ไข1 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

อธิบายผ่านข้อที่ทุกตัวเรื่องขุนตาชั้นเนื้อในป่าจะมาเอาที่หน้าที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 16 กล่าวหามีแม่ที่เขากล่าวหาพระองค์อย่างที่เขาเข้าใจไม่รอดแต่ก็ประเทศใดที่เข้าหมายแล้วมันก็เบลอๆพระพุทธเจ้าเป็นผู้ไม้ เกม The Smooth มิตรภาพที่ฉันรู้ด้วยสมมุติว่าสิ่งที่เป็นอยู่มันมีอยู่มันก็จะต้องมีอยู่ในส่วนที่จะต้องมีอยู่ส่วนเกิดมันยังมีความเกิดท่านก็จะต้องให้มีความเกิดอยู่ในส่วนดีส่วนใดที่ไม่ดีท่านก็จะดับส่วนใดที่ดีแล้วท่านก็จะมีสภาวะเกิดอยู่ในร่วมอยู่สังเคราะห์ด้วยมันเป็นไปเขาก็เป็นไปด้วยกับดีนั้นถ้าไม่ขับไม่ขับโลกโลกจะดำเนินไปท่านก็ยังอยู่พัทยาอยู่ยังเป็นเหตุเป็นปัจจัยอยู่ท่านก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยไปด้วยในส่วนที่ดีสังเคราะห์ไปด้วยกับสังคม สบู่เสริมดีท่านละเอียดละอออย่างนี้ไม่ใช่ไปดับทั้งเมืองทั่วไปดับทั้งหมดในขณะที่ท่านยังไม่ดับเธอยังมีส่วนที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยร่วมอยู่กับเขาฉันจะไปถามเขาจนหมดไม่ได้ถ้าไม่ได้ทำอย่างนั้นแต่คนไม่รู้ละเอียดรู้หยาบถ้าคุณไปอยากประหยัดประหยัดไปทำลายจึงเรียกว่าเป็นผู้ทำลายทำลายมันสิ่งที่มันยังไม่สูญยังไม่เสื่อมยังเป็นเขาพูดทำลายโดยความไม่รู้ทำลายเพราะยังมีความอยากหยาบอยู่จึงกลายเป็นผู้ทำลายโดยแท้ดังที่เคยยกตัวอย่างสู่กันฟังเพราะในบ้านหลังหนึ่ง มีสัตว์ร้ายอยู่ในบ้านแล้วเราจะทำลายสัตว์ร้ายเราก็เลยเผาบ้านทิ้งข้างหลังสัตว์อยู่ในบ้านทำร้ายอยู่ในบ้านหลังนั้นก็ตายก็จริงเราได้ทำลายสัตว์ร้ายนั้นจะไปเผาบ้านทิ้งทำไมเราก็พยายามหาสัตว์ร้ายหาวิธีจับเฉพาะสัตว์ร้ายนั้นออกมาให้ได้ตัวได้ตนมันแล้วข้าจะเพราะสัตว์ร้ายมันทิ้งบ้านก็ใช้ประโยชน์ได้อยู่ตามควรไม่ใช่ว่าอยู่ๆก็ดับมันจะหมดถ้ามันจะหมดทำลายมันซะหมดไม่ได้ต้องเป็นคนละเอียดถ้าเป็นคนรู้ประเด็นรู้เปล่าสิ่งที่ควรยังอยู่หรือมันยังเป็นสิ

อ่านต่อ

่งที่ตั้งอยู่ได้โดยงามโดยดี ไม่เป็นสิ่งสลายสิ่งเสื่อมสูญมันก็จะต้องเป็นไปโดยดีร่วมด้วยพระพุทธเจ้าเป็นคนละเอียดสุขุมประณีตลึกซึ้งธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าละเอียดสุขุมประณีตลึกซึ้งเพราะฉะนั้นเดือนนี้เป็นนั่งดับจิตจิตมันไม่ใช่ผู้ร้ายนี่จิตมันเป็นธาตุอันประเสริฐของมนุษย์มนุษย์นี่แหละมีจิตเป็นสิ่งที่วิกฤตเป็นสิ่งที่สูงเยี่ยมที่สุดของมนุษย์มีจิตนี่แหละเป็นยอดที่สุดแล้วไปเล่นดับจิตทิ้งเสียดาบไม่รับรู้อะไรเลยมันจะไปถูกยังไงจิตมันต้องรู้และรู้ยิ่งด้วยต้องรู้ยิ่งต้องเป็นปัญญาอันยอดเป็นอธิปัญญาเป็นอภิปัญญา ญาณทัศนะเป็นมหาโพธิแล้วแต่จะเรียกภาษาอะไรก็ตามต้องรู้อย่างยิ่งรู้อย่างย่ออย่างแจ่มชัดแล้วดับอะไรที่ควรดับเลิกอะไรที่ควรเลิกปล่อยอะไรที่ควรปล่อยเขาเลือกสิ่งที่จะต้องปล่อยนั้นให้ชัดเมื่อปล่อยสิ่งนั้นเด็ดขาดแล้วต้องรู้ซ้ำลงไปอีกว่าได้ปล่อยแล้วได้เลิกแล้วไม่พอแล้วได้กำหนดหยุดแล้วขนาดนี้สิ่งนี้ยังจะกระทำดำเนินไปอยู่สิ่งนี้ยังจะต้องเป็นไปอยู่อย่างนี้ถูกขอบเขตของมันถูกความเป็นจริงตามความเจริญมันเป็นจริงไปอยู่อย่างเจริญแท้ๆของมันซึ่งเราต้องรู้ กูนั้นก็จะเป็นผู้ดำเนินไปอยู่โดยไม่เดือดร้อนรู้อยู่ว่าพวกเขาไม่รู้ก็เขาก็ไม่รู้แต่เรารู้อยู่แล้วจริงเราก็รู้จริงผู้ใหญ่จะไม่ดูถูกเด็กผู้รู้จะไม่รู้ถูกผู้รู้แท้ๆจริงๆจะไม่ดูถูกผู้โง่ผู้รู้ไม่จริงยังไม่แท้ยังมีมานะทิฐิยังถือตัวถือตนจึงจะดูถูกผู้โง่ดูถูกผู้ยังไม่รู้ดูถูกผู้ยังไม่เข้าใจคอมผู้ยังไม่เข้าใจกดขี่เหยียดหยามเขาหรือว่าทำอะไรก็ตามแต่ที่จะให้เขาเกิดการเกลียดชังหรือการกินแหนงหรือการยกตัวยกตนไปในตัวอะไรก็ตามแต่ ถึงจะทำอย่างนั้นผู้รู้แท้เป็นปลาแท้จะไม่ทำจะรู้ว่าเขาไม่รู้เขาไม่รู้จะสงสารเขาด้วยซ้ำไปจะปราณีจะเมตตาจะหาทางเกื้อกูลช่วยเหลือไม่ใช่ว่าจะไปข่มขี่เขากฎเขาแล้วก็ยกตนขึ้นไม่ใช่ไม่ใช่เช่นนั้นนะผู้รู้จริงจะไม่เป็นเช่นนั้นก็ลองฟังแง่ต่างๆดูที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่โดนตัวโดยความไม่ละเอียดของผู้ไม่ละเอียดเข้ามาสู่พระพุทธเจ้าก็แย้งด้วยความละเอียดก็จะต้องจนแต้มทุกวันแย่แย่หรือภาษาบาลีว่าปริญญาหรือปริญญาเนี่ย ที่พูดใดจะพึงกล่าวหาเราโดยชอบว่าพระสมณโคดมมีความไม่มีรถเป็นรูปนั้นมีอยู่พร้อมคือว่าความยินดีในรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะเหล่าใดความยินดีเหล่านั้นตถาคตละได้ขาดแล้วถอนขึ้นกระทั่งว่าทำไม่เป็นเหมือนกันไม่มีวัตถุไม่ให้มีไม่ให้เกิดอีกต่อไปนี้แลเป็นแง่ที่พูดได้เมื่อจะกล่าวหาเราโดยชอบว่าพระสมณโคดมมีความ ไม่มีรถเป็นรูปหาใช่เป็นดั่งที่ท่านหมายถึงแล้วเปล่าไม่รับมีคนมาตั๋วพระพุทธเจ้าเนี่ยบอกว่าโอ้เป็นคนอะไรมีแต่รูปมีแต่รูปมีแต่วัตถุไม่มีความรู้สึกรูปไม่ใช่ความรู้สึกรูปไม่ใช่ความระลึกรู้เห็นความไม่มีรถไม่มีค่าไม่มีอะไรเนี่ยไม่มีรถไม่มีสภาวะของความรู้สึกไปหมดเหมือนกันบ้างก็ได้หมดเหมือนไอ้เคไม่รู้รถ ไม่รู้อะไรพ่อตู่พระพุทธเจ้าว่าที่เขาพูดอธิบายกันอยู่ในนี้ท่านก็ไม่รู้สิรสเปรี้ยวรสหวานรสมันรสเค็มลูกก็ไม่รู้รูปฤาษีอะไรสิสวยๆงามๆอะไรที่เขาสมมุติเขาว่าอะไรไม่รู้ๆกับเขาสิมาอย่างนี้พระพุทธเจ้ารู้ใครจะไปยึดสมมุติว่าอย่างนี้สวยอย่างนี้งามเขายึดนะเขาน่ะเห็นแล้วเขาก็ชื่นใจดีใจเปรมใจเขาว่ามันสวยเขาว่ามันงามเขาว่ามันเพราะพระพุทธเจ้ากำหนดรู้ด้วยกับเขาจึงเรียกว่าเจโตปริยญาณจึงเรียกว่าโสดทิพย์บางทีไม่ต้องรู้ไปโดยที่เรียกว่าจะต้องไปนั่งอย่างจิตหรอกเป็นแต่เพียงกระทบในตาเห็นเขาแสดงความยินดีขึ้นมาในจิต แสดงจนกระทั่งออกมานอกหน้าออกมานอกกายกรรมแล้วด้วยซ้ำไปตัวเองสิไม่รู้ว่าตัวเองได้แสดงนับจากแสดงท่าทีที่เป็นท่าทีด้วยการตีเปรมตื่นเต้นยินดีปรีรถหรือว่าเปรมรถหรือว่าชื่อในรถยินดีในรถตัวเองก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองได้แสดงออกมาถึงขนาดกายกรรมวจีกรรมเจ้าตัวผู้แสดงยังไม่รู้เลยแต่ผู้รู้เพียงแต่เพียงกระทบเท่านั้นก็รู้แล้วว่านี่นับจากนี้เป็นท่าเป็นกริยาที่มันปรุงออกมาจนกระทั่งอาจทราบยินดีปรีดาชื่นใจชอบ เหมือนกันรอยกล้องอยู่ในสวรรค์ยังเป็นสวรรค์เป็นวิมานของเขาอยู่เขาไม่รู้ตัวแต่ผู้รู้แล้วอย่างนี้ด้วยซ้ำไปอย่าว่าแต่จะต้องไปนั่งอย่างจิตรู้ว่าเขานี่กายไว้จีเขากดข่มไว้ในใจเขายังมีอารมณ์บุบๆๆอยู่ยินดีปรีดาอยู่อย่าว่าถึงขนาดนั้นเลยถ้าผู้ที่มีจิตอย่างรู้อย่างนั้นอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะอยากรู้ท่านจะรู้ได้จริงๆแต่มันมีเปรมอยู่ในจิตคูปองอยู่ในจิตจะรู้ได้ทีนี้ก็มีคนมาตู่พระพุทธเจ้าว่าท่านไม่มีรถเป็นรูปจริงท่านไม่มีรถอย่างที่ว่ามีความยินดีมีอยู่คือว่ามีความยินดีในรูป ปิดเสียงในกลิ่นในรถในโผฏฐัพพะเหล่าใดความยินดีเหล่านั้นตถาคตละได้ขาดแล้วท่านไม่มีความยินดีดังที่เรากล่าวแล้วคือความยินดีปรีดาชื่นชมเป็นรสชาติที่เรียกว่าชอบชื่ออักษรนิยมอย่างรกโลกโลกเขานิยมรสนิยมอย่างรอบโลกคือโลกเขานิยมอย่างนั้นน่ะแต่ถ้าไม่ได้นิยมอย่างโลโก้เขาจะนิยมก็นิยมกันไปเราก็จะติดติดกันไปโลกเขาจะหลงแสวงหาเสาะเสพเพื่อโลกเขาว่าไปแต่ท่านไม่มีอย่างนี้ท่านละได้ขาดตัดได้ขาดแล้วถอนขึ้นราทำให้เป็นเหมือนตาลไม่มีวัตถุไม่มีไม่มีไม่ให้เกิดอีกต่อไปถ้ามันเกิดรถอย่างที่เป็น ท่านรู้ว่าเขาหลงเขายึดแต่ท่านไม่รู้ไม่หลงไม่หลงมายึดกับเขาทะลุความจริงตามความเป็นจริงตอนนี้รสนิยมว่าสีแดงนี่เขาฮิตแหมใครด้ายสีแดงและชื่นใจชอบใจยินดีเป็นสุขท่านก็รู้ว่าโลกก็หลงสีแดงแต่ถ้าไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรถ้าจะได้หรือไม่ได้ฉันก็ไม่เกี่ยวถ้าได้ท่านก็ไม่เกลียดถ้าเผื่อว่าสิ่งที่จำเป็นจะต้องใช้ท่านไม่ได้ท่านก็ไม่หลงแสวงหาไม่สงสารไม่อยากได้ไม่ทุกข์ร้อนเป็นอยู่อย่างนั้นรถอย่างนี้ท่านรู้ว่ารถเนี่ยถ้าเผื่อว่าลุงมาเป็นรสนิยมอย่างไทยๆ รถเผ็ดๆหน่อยมีรถหวานๆมีรสเปรี้ยวๆยังไงก็ตามแต่ตามเครื่องปรุงที่เป็นสมมุติถังน้ำพริกก็เป็นอย่างนี้ถ้าแกงเผ็ดเป็นอย่างนี้ถ้าแกงจืดเป็นอย่างนี้ตามสมมุติแล้วเราก็ไปมีรสนิยมอย่างนี้แกงจืดจะเอาพริกเอาแกงเอาอะไรเครื่องเทศผสมลงไปหน่อยก็หาเอาผิดสูตรแกงจืดโอ้มันปลามันไม่ใช่รสแกงจืดนี่เขาก็เกิดการชอบใจหรือไม่ชอบใจตามจิตที่เขาสมมติเพราะเขายึดผลักดันหรือดูดดึงดูดถ้าชอบใจบอกว่าอย่างนี้ถูกแล้วดีแล้วตามสมุดแล้วเขาก็ชอบใจดึงดูดก็เป็นเรื่องของคนที่เขามีจิตอย่างนี้มีจิตหลงไปตามโลกที่เค้าสมมุติเป็นทาสชาวโลก ยังเป็นภาพชาวโลกยังไม่รู้ความจริงตามความเป็นจริงถ้าอย่างนี้เขาเรียกว่าผู้นั้นยังหลงรักลูกโลกและเขาก็คิดว่าถ้าเผื่อว่าคนที่ไม่มีรถไม่ว่าลูกไม่ว่ารถไม่ว่ากลิ่นไม่ว่าเสียงไม่ว่าสัมผัสอะไรก็ไม่ทำความตื่นเต้นให้เลยไม่มีอะไรเลยก็เหมือนคนมีแต่ลักษณะเหมือนกระท่อนดินท่อนหินเหมือนกระทั่งก้อนอะไรเป็นเด๋อๆเป็นรูปไม่มีความรู้สึกไม่รับรู้สึกก็อย่างนั้นสิเนี่ยเขามาปลูกพุทธเจ้าไว้พระพุทธเจ้าก็บอกเราเลยพระพุทธเจ้าไม่ได้มีรถเป็นรูปอย่างนั้นท่านมีรถก็รู้รถแต่รถถังรถถังลิ้นว่ามีรถเปรี้ยวรส รสหวานรสน้ำมันรถขึ้นรถจืดรถจางอะไรท่านก็รู้อยู่ไอ้นี่เป็นแดงเป็นเขียวแล้วก็รู้เป็นแดงเป็นเขียวผสมผสานกันยังไงอย่างไรอย่างไรท่านก็รู้อย่างนี้เป็นภาพเป็นขีดเป็นเขตเป็นวงกลมเป็นสี่เหลี่ยมเป็นหยักเป็นโค้งเป็นงอเป็นตรงอะไรท่านก็รู้รู้ด้วยทุกลักษณะที่โลกเขารู้เป็นอย่างนี้ว่านี่อย่างนั้นถ้าจะเรียกด้วยภาษาศัพท์เหม็นจะเรียกภาษาศัพท์ว่าหอมท่านก็รู้ด้วยแต่ท่านก็ไม่ได้ว่าราคาใจมันเหม็นอุ้ยชื่อใจจริงอย่างนี้หรอกหอมเปล่าจิตของท่านรู้เท่าทันทันทีอย่างนี้เกิดจากธาตุอย่างนี้เรียกว่าการ์ดไข่เน่า กลิ่นอย่างนี้เกิดจากธาตุอย่างนี้การ์ดอะไรบ้างที่หอมๆก็ชื่ออะไรบ้างวิทยาศาสตร์ ยังไม่ทันได้รับสภาพด้วยซ้ำไปยังไม่ทันได้ผัสสะไอ้สภาพเหม็นนั่นซ้ำไปเขาบอกว่าเหม็นนะบางทีมันเล่าสู่กันฟังว่าโอ้โหผ่านไปตรงนั้นเหม็นจังเลยใจ๊ตามแล้วคนฟังแต่เสียงเท่านั้นแหละยังไม่มีกลิ่นนั้นอยู่ในตอนนี้หรอกมาเล่าสู่กันฟังทั้งนั้นแหละเพราะว่าเหม็นเหม็นขี้ตามแล้วเกิดทุกข์แล้วหรือว่าแม่นั้นหอมโอ้โหไปตอนนี้ผ่านดงดอกไม้ตรงนี้กลิ่นหอมชื่นใจจังเลยเอามาเล่าสู่ฟังเท่านั้นนะที่จริงไม่ได้เอาสภาพกลิ่นนั้นมาให้นะเป็นแต่เพียงหยิบสมมุติอย่างนึงมาเล่าสู่ฟังว่าภารโรงดอกไม้นะไม้กลิ่นหอมชื่นใจจังเลยคนฟังชื่นและสุกแล้วสวรรค์แล้วไปตามแล้วทีนี้เป็นต้นคนนั้น ไม่มั่นคงเลยว่ากูง่ายแป๊บง่ายพอง่ายยุบง่ายตามคนหลอกตามคนโน้มน้าวตามคนชูไปเชิดไปไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเลยออกป่านนี้แต่สำหรับพระพุทธเจ้านั้นแม้แต่ผัสสะอยู่เดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้หลงตามโลกนี้เขาบอกว่าเหม็นอ่ะพวกเราอยู่อย่างนี้ภาษาอย่างนี้ก็เป็นความเป็นจริงตามความเป็นจริงสิจะเป็นการ์ดไขน่าจะเป็นดงขยะมูลฝอยที่กลิ่นฟุ้งยังไงก็กินอันนี้แหละจะไปอยู่ในดงที่มีกลิ่นดอกไม้อย่างนี้ก็ไปกินอย่างนี้แหละไม่ชูใจชื่นใจอะไรนิไม่ได้เสพไม่ได้ติดอะไรนี่มันจำเป็นจะต้องอยู่ตรงนี้ไปแต่ทำประโยชน์อื่นอยู่กับมันก็ทำจะจำเป็นจะอยู่กับที่ที่คนเขาชอบ ก็อยู่จะอยู่กับคนของก็อยู่ถ้าจำเป็นที่จะต้องอยู่เพื่อทำงานสิ่งใดที่สำคัญก็ทำในจุดนั้นสิ่งนั้นอย่างนี้เป็นต้นเราจะต้องเข้าใจรู้เท่าทันความจริงตามความเป็นจริงแล้วเราก็ไม่มีภูมิภาคคนมาสู่ท่านเพราะไม่เข้าใจอย่างนี้จึงหาว่าท่านนี่เหมือนกับคนไม่รู้เรื่องอะไรเลยอย่างนี้โลกก็ว่าหอมเขาชื่นกันนะท่านไม่รู้หรือรู้อย่างนี้เขาเรียกว่าเหม็นถ้าไม่รู้ก็เขาท่านรู้ท่านรู้จริงๆและรู้ด้วยโรคเขาถ้าเผื่อว่าจะอยู่อย่างที่เหม็นๆอย่างนี้น่ะเกิดประโยชน์หรือไม่ถ้าจะทำเพื่อที่จะย้อนแย้งกับโลกเอาไว้จะอยู่กับที่เหม็นๆนี่แหละ ให้เขาดูที่จริงน่ะท่านไม่ฝืนเพราะว่าท่านไม่กำหนดรู้ความจริงตามความเป็นจริงแล้วไม่ฝืนเราอยู่ได้โดยไม่ยากอยู่ได้โดยไม่ลำบากบางคนที่เป็นพระอนาคามีเป็นผู้ที่รู้จิตในจิตแล้วรู้ด้วยซ้ำไปว่าตัวยังมีเศษเสี้ยวของรูปราคะอรูปราคะหรือว่าฝืนน้อยๆนะยังฝืนๆอยู่เหมือนกันแต่ทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากไม่มีสภาพฟื้นน้อยๆอยู่ธนาคารมีจะรู้จิตอย่างนี้จริงๆเป็นรูปราคะอรูปราคะยังอ่อนๆบางๆเป็นรูปก็รู้ยังจัดๆหน่อยอยู่เหมือนกันแต่ทนได้ทนได้ทนได้แล้วเราจะทำงานนี้หรือว่าจะอยู่เพื่ออะไรอื่นเพื่อให้โลกรู้ว่าคนทำไมจะต้องรังเกียจหรือว่าจะต้องรักอะไรให้มันเจ็บจัดจ้างหีจากกันมากนักถ้าจะทำนี้เป็นเส้นแดงเพื่อประโยชน์ แรงการศูนย์กระแสให้แก่โลกให้รู้เป็นประโยชน์อย่างนึงก็ทำแต่ถ้าเห็นว่าไม่จำเป็นหรอกนี่เขาเข้าใจดีแล้วไอ้เรื่องหยาบๆแค่นี้เอาสิ่งอื่นพูดสิ่งอื่นหรือว่าทำงานอื่นเพราะอย่างนี้ปล่อยไปแล้วก็ไม่ต้องอยู่ก็อยู่ที่สบายๆขึ้นไปอีกก็ได้ส่วนพระอนาคามีต้องฝืนนั้นต้องทำนั้นเพราะว่าธนาคารมีเองก็จะต้องทำการวางด้วยสัมผัสสารที่เป็นปัจจุบันนี้ด้วยหัดวางหัดปล่อยให้ได้หัดกำหนดหมายลงไปให้ได้ว่าสิ่งนี้เป็นจริงตามความเป็นจริงอย่างนี้แล้วอย่ารังเกียจรังเกียจก็ยังเป็นทุกข์ผลักดันอยู่ยังเป็นโทรศัพท์มูลนิธิหักด้วยท่านก็จะเป็นประโยชน์ผู้จนตนด้วยแล้วไปมาอยู่ผู้อื่นด้วยเพื่อแสดงความฝืนกระแสให้เห็นด้วย ประโยชน์ตนประโยชน์ท่านอยู่ในตัวอย่างนี้ไปเลยทีเดียวส่วนผู้ที่เป็นพระอรหันต์แล้วไม่ต้องฝืนถ้ามีโอกาสจะต้องทำอย่างนี้เพื่อแสดงความฝืนกระแสให้เขาเห็นเขาทำเลยแล้วใจก็สบายก็ไม่เรียนไม่หลบไม่หลบแต่ถ้าเผื่อว่าเห็นว่าเออไม่จำเป็นจะต้องใช้จะต้องอยู่ตรงนี้แล้วจะต้องอยู่ตรงอื่นที่เนียนกว่านุ่มกว่าดีกว่าในโอกาสอย่างนั้นไม่มีใครจับผิดไม่มีใครทวงปู่แล้วก็ได้เพราะฉะนั้นบางครั้งเราจะไปนอนบนฟูกจะไปนอนบนที่นอนใหญ่โตโดยที่ผู้ที่เห็นผู้ที่รู้ผู้ที่เขาจัดปกติเค้าเสนอให้เขาเข้าใจอย่างจริงๆเลยก็อยากจะให้ขอสักหน่อยเถอะ ไม่เป็นไรหรอกเขาอยากจะกระทำทั้งนั้นแหละคนนั้นไม่ถือสาไม่ถือโทษแล้วก็ไม่เอาไปโฆษณาไม่อะไรอย่างแน่จริงแล้วพรุ่งนี้จะอนุเคราะห์ให้ก็นอนได้บนพูดกันเป็นไรไปก็เหมือนคู่กันดีนี่มันพูดมันก็ดีกว่าเพราะมันนุ่มกว่าซึ่งเป็นของดีถ้าเผื่อว่าเราเองเห็นว่ามันดีกว่าอยู่ดีกว่าไปนอนที่ถูกฆ่าไม่ค่อยเรียกก็รู้แล้วว่าความไม่เคยเรียบนั้นก็ไม่ดีเท่าความเรียบหรอกเพราะฉะนั้นไอ้ที่เรียบกว่าเนียนกว่าก็จะสนองให้เขาก็สนองได้แต่ถ้าพอเห็นว่าคนนี้คนขับเราไม่ได้แล้วเขายังถือยึดถืออยู่ถ้ายังมีอะไรอยู่ก็ขัดเราก็ลงไปเราไม่รับสนองอันนี้ซะก็ ไม่รับอย่าเลยก็เข้าใจกันแล้วก็ไม่ควรหรอกอย่างนี้เป็นตัวอย่างให้แก่ชาวโลกเขาเถอะเรามีอุบายเรามีสิ่งใดที่จะลดไปอีกก็ไม่รับก็ได้ก็ตีย้อนออกไปอีกก็แล้วแต่ฐานะแล้วแต่ความวางใจแล้วแต่ขอบเขตของผู้นั้นจะอนุโลมโดยรู้หรือไม่รู้ไม่เท่ากันไม่เท่ากันด้วยตามภูมิผู้ใดวัดภูมิที่ผู้ที่จะร่วมด้วยเท่าใดเขาก็จะอนุโลมเท่านั้นไม่เท่ากันแล้วแต่สัมโพธิญาณหรือแล้วแต่ความรู้แล้วแต่ปัญญาอธิปัญญาของพระอริยะกับผู้ที่เขาจะทำร่วมด้วยนั้นไม่เท่ากันก็อย่าเพิ่งไปสู่กันผิด ใครก็ใครไม่ใช่เราเพราะฉะนั้นเขาจะทำอย่างนั้นก็พึงดูเขาหมายเอาอะไรเจตนาอะไรถึงอ่านจิตเขาให้รู้ไม่ใช่ประตูท้วงเหมือนอย่างเราเอาเราไปตีเสมอเอาเราไปเป็นปลาร้าสับไปยกเทียบเท่าไว้หมดไม่ได้ไม่มีอะไรเท่ากันในโลกไม่มีบางทีบางคราวอาจจะเท่ากันแต่ขนาดเท่ากันยังมีมากมีน้อยผิดกันอยู่ด้วยซ้ำไปอย่างนี้เป็นต้นเพราะเราจะต้องกำหนดเอาให้ตรงให้ถูกต้องแท้ๆกับของเขาถ้าเขาก็คือเขาเราก็คือเราอย่าไปตีโดยอ่านไม่ชัดแจ้งยังเป็นมายาลวงอยู่เป็นมัคคะเป็นสิ่งที่ยังมีจิตร้ายก็เป็นเพียงโทษเขาอยู่ วัฒนธรรมมีจิตร้ายแล้วที่มักจะลงโทษครับเพลงผิดสู่เขาว่าร้ายถูกคำว่าเสียก่อนเลยเรียกว่ามักค่ะคือมีจิตปองจิตหมายเพราะมันหลงว่าตัวเองนี่ถูกคนเดียวถูกยิ่งใครพับประสบพับจะต้องหมายเอาว่าเขาร้ายก่อนอย่างนี้เสียต้องหมายเอาให้ดีจึงจะไม่เกิดเป็นมัคคะจึงจะไม่เป็นตัวร้ายตัวอุปกิเลสถ้าหมายร้ายก่อนเพื่อเป็นเพียงโทษเขาอาสวะก็เจริญยิ่งยิ่งเพราะฉะนั้นประสบผลสำเร็จไม่เอานะครับกฎหมายดูก็หมายอะไรเขาต้องหมายดี ยกดีให้เขาก่อนเขาต้องหมายดีอะไรต่างสิ่งหนึ่งนะตอนนี้เราอาจจะยังไม่รู้เพราะเราภาษาแรกภาพนี้เรารู้เลยสิ่งที่เรารู้แล้วเราจะรู้ภาษาแรกจะเห็นว่าเอ๊ะไม่ดีนี่ตามเราเราเองเป็นคนคิดเราเองเป็นคนรับผัสสะนี้ว่าอย่างนี้มันไม่ค่อยดีเรานะว่าเห็นว่าไม่ค่อยดีแต่เขาทำอย่างนั้นเขาจะต้องคิดว่าดีนะคนไหนก็ตามไอ้โจรมาปล้นมันก็คิดว่าดีแล้วมันแพงกว่ามันจะได้เงินน่ะมันคิดดีนะมันหมายดีนะไอ้โจรน่ะมันหมายจิตที่มันเห็นว่าดีนะเราจะไปเพ่งเอาเสียก่อนไม่ได้เพราะฉะนั้นมันไม่คิดว่าให้มันไปทำร้ายคนอื่นเสียหายมากมันโกงเขามันเบียดเบียนเขากดขี่เขามันยังไม่คิดหรอกไม่คิดหรอกเพราะฉะนั้นเราก็จะต้องรู้ว่าเออนี่มันหมายถึงอันนี้แล้วเราก็เทียบหาร้ายที่เรารู้อยู่เหี้ยไปชัดเจนเที่ยวไปแน่นอน พอเรารู้ 2 ส่วนแล้วเราก็จะเทียบทุกทีเราจะเทียบทุกทีอย่าไปคิดว่าเขาเท่าเราคิดหรือเขาเหมือนเราคิดเป็นปลาร้าสับอย่างนั้นไม่ได้เราคิดอย่างนี้ซะก่อนจนกระทั่งเรารู้ละออเขาหมายดีอย่างเราหมายอย่างนี้เหมือนกันตรงกันหรือเข้าหมายร้ายอย่างนั้นโดยที่เราไม่ได้หมายอ่อมันไม่ตรงกันแต่ไม้อย่างนั้นเขาว่าดีเหมาะกับกาละไหมเหมาะกับเทศะไม่เหมาะกับเรื่องราวเขาไหมแม้แต่เขาน่ะเหมาะกับเราไหมที่เราจะไปว่าเขาเทียบมาเลยเขาทำอยู่เดี๋ยวนี้แหละเหมาะกับเราจะไปว่าเขาไหมบางคนต่ำไปที่เราจะว่าไม่ได้เพราะอย่างนี้เขาจึงยึดถือตัวตนแรงเขาไม่ศรัทธาเราเรียกว่าต่ำ หยุดบางคนสูงไปแม้เขาจะทำผิดเราก็ไปแตะต้องเข้าไม่ได้ต้องยกไว้ก็มีเพราะอาจจะไม่รู้ต้องยกไว้ยกไว้ตรงที่ว่าเป็นสติวินัยถ้าเรียกเป็นอยู่ในอาทิตย์ก่อนว่าสตรีวินัยคู่นี้เป็นครูเป็นอาจารย์โดยสมมติใครก็รู้ตัวแล้วเราก็รู้ด้วยว่าท่านรู้ดีกว่าเราเหมือนอาตมายกให้พระพุทธเจ้าเนี่ยยกให้เสมอและสติวินัยมีสติรู้ทันทีว่าท่านเป็นครูเราท่านเป็นพระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้ที่รู้มากกว่าเราและเราก็ได้อาศัยใบบุญของท่านนี้มาตั้งเยอะตั้งแยะเราจะต้องบกพร่องก่อนแน่อันนี้ท่านอาจจะมีอะไรเราคิดยังไม่ถึงเราพยายามวิเคราะห์แล้วเราก็ยังรู้ไม่ได้เลยว่าท่านจะดีกว่าเราหรือว่าเราเห็น เราว่าดีกว่าท่านอยู่ด้วยตอนนี้เรายังเห็นไม่ได้ว่าของท่านดีกับเราเราอาจจะไม่มีปัญญาแทรกซ้อนลงไปรู้ก็ได้ยกยกไว้ท่านใช้คำว่ายกไว้เป็นสติวินัยเป็นวินัยอันนึงที่ต้องระลึกรู้ให้ดีถ้วนทั่วเลยว่าท่านเป็นครูเราท่านอยู่ในฐานะสมมติที่ใหญ่กว่าเราเพราะฉะนั้นตอนนี้ถ้าจะอยากรู้อีกเอาไว้โอกาสที่เหมาะๆแล้วมาถามอันนั้นน่ะผมไม่เข้าใจดิฉันไม่เข้าใจเลยมันดียังไงมันไม่ดียังไงช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยได้ไหมไม้เอายังไงมีแทรกซ้อนยังไงเห็นเหตุผลแล้วเปรียบเทียบแล้วรู้สึกว่าอย่างนี้มันผิดมากก็ถูกก็ค่อยว่ากันกับท่านอีกทีนึงในตอนนี้ จำไว้อย่างนี้ก็พูดกันด้วยสติตลอดเวลาแม้แต่จะไปถามนี่ก็ไปถามในสติไม่มีเพลงโทษไม่มีโทษไม่มีการกล่าวโทษนิสัยไม่มีอาสวะไม่เกิดเป็นความเจริญอยู่บริบูรณ์อยู่เราจะต้องรู้ตลอดเวลาไม่มีมะขามไม่มีปราสาทมันจึงจะไม่เกิดตัวเกิดตนมันถึงจะไม่เกิดริษยาหรือไม่เกิดอิจฉาแล้วก็ไม่เกิดมัจฉริยะไม่ช่วยไม่เหลือหรือว่าไม่มีกะจิตกะใจเพราะถ้าผู้ใดไม่คิดอย่างนี้แล้วแม้เขาก็ทำอยู่นี้เราดูแล้วเราอาจจะเข้าใจแล้วว่าเรายังเห็นไม่ได้ว่าเขาถูกมากเราเห็นว่าเราถูกมากด้วยซ้ำไปก็ตามถ้าเรายกไว้เสียแล้วเราก็จะร่วมทำด้วยได้เราจะไม่เกิดการตระหนี่แม้ตระ ต้นตระหนี่แรงงานตระหนี่ความช่วยเหลือกรณีความร่วมมือความร่วมสังเคราะห์เราจะไม่เสนอเราจะร่วมทำได้ด้วยเพราะความอิจฉาหรือริษยาไม่มีแล้วจิตสาธิตศึกษาอุปกิเลสก็ไม่มีมัจฉริยะอุปกิเลสก็ไม่มีด้วยไม่เกินแล้วก็ร่วมด้วยก็ไม่มีการกินน้ำแข็งใจใจเราวางแล้วก็ไปด้วยอย่างงามอย่างนี้เป็นต้นแต่ก็ต้องเข้าใจเป็นชั้นเป็นเพราะไปเรื่อยๆอันนี้คนประเภทโทษพระพุทธเจ้าก็ไม่รู้ละเอียดอย่างที่อาตมาอธิบายนี้ไม่รู้ลึกรู้ซ้อนอย่างที่ว่านี้เขาก็เพลงสู่เพราะเขาจะยกตนเป็นมานะเขาก็ตรวจเขาก็พยายามว่า ผมรู้จักก็พยายามแก้ไขเพราะไม่ใช่เช่นนั้นเราไม่ได้มีรถมีความไม่มีรถเป็นรูปเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นเราไม่ได้มีความมีรถเป็นรูปอันนี้ในหนังสือเล่มนี้อาตมาจำได้ว่าอาตมาตรวจทุกข์ให้แก่ท่านพุทธทาสไม่ใช่ว่าคุณวิโรจน์นี่แหละมาขอแรงไปสมมุติถ้าไม่รู้เรื่องอะไรหรอกคุณวิโรจน์เขาทำหนังสือนี้เป็นผู้ลงมือพิมพ์ผู้กระทำแต่ตอนนั้นอาตมายังไม่ได้บวชเป็นพระแต่ว่าโกนหัวลูกค้าสั้นไม่ใส่ถุงถุงเท้าแล้วหรือว่าอโศกเข้ามาเชิญมาช่วยปลุกพรุ่งนี้ให้ด้วยก็ตรวจให้เขามานั่งทำให้เขาแล้วถึงตรงนี้จำได้แต่ว่าไม่ความไม่มีรถเป็นรูปแล้วท่านพุทธทาสวงเล็บไว้ว่า เป็นที่สังเกตคือเป็นที่สังเกตให้เราเห็นว่าไอ้นี่ไม่ถูกวงเล็บไว้ว่าเป็นรูปคือเป็นที่สังเกตไม่มีรถเป็นที่สังเกตไม่มีรถเป็นรูปแล้วแปลว่าคือเป็นที่สังเกตเป็นรูปไม่ใช่เป็นที่สังเกตเป็นรูปหมายความว่าเป็นสิ่งที่ไม่ระลึกรู้สิ่งที่ด้านชาสิ่งที่ไม่รู้ไม่มีปัญญารู้ไม่มีความรู้อื่นลึกหนาบางอย่างงานอาตมาเลยขอแก้อันนี้แก้ลงในวงเล็บนี้เป็นอะไรไม่รู้ตอนนั้นจำไม่ได้แล้วใช้ศัพท์ เท่ากับคนตายแก้ให้ท่านบอกว่าคือเท่ากับคนตายคือมีรถเป็นรูปคล้ายๆกับว่าดูรถก็เหมือนกับคนตายรู้รถอะไรเนี่ยว่าจะชัดกว่าเขาโกรธเลยเคืองก็หาว่าไปอวดดีเพราะตอนนั้นก็แน่นอนก็โถเราก็ยังไม่เป็นอะไรเป็นคนนุ่งกางเกงขาสั้นตัวใส่เสื้อคอกลมๆตัวโกนหัวแล้วเขาขอแรงมาช่วยไอ้นี่นะบุญแล้วนะไปทำไอ้นี่มันน่าอวดดีอวดติดอะไรเนี่ยแก้เป็นเท่ากับคนตายใช่ไหมคือมีรถเป็นรูปคือมีรถเท่าๆกับคนตายเนี่ยเหมือนดูรถก็ไม่รู้รถไม่รู้เรื่องอะไรอย่างเงี้ยเหมือนกับคนตายเป็นอย่างนี้อาตมาว่าฉันจะวงเล็บวงเล็บอย่างนี้ไม่ดีกว่าคือ สังเกตเธอเป็นที่สังเกตหมายความว่าอะไรเพราะสมองมีความไม่มีรถเป็นรูปคือเป็นที่สังเกตไม่มีรถไปที่สังเกตมันก็พอได้ความแต่ว่ามันไม่เห็นชัดเท่าเลยคือมีรถเป็นรูปมีรถเหมือนคนตายหมายความว่าพระพุทธเจ้านี่มีรถเหมือนคนตายไม่รู้ว่านี่แดงนี่ขาวนี่เปรี้ยวนี่หว่านี่อะไรต่ออะไรเหมือนลิ้นก็แค่เหมือนอะไรทำแทนเหมือนหินถ้าคนทำคนให้เป็นอย่างนี้มันยากก็ไม่เอาเหมือนกันแหละโลกนี้ถ้าศาสนาหรือว่าพุทธศาสนาพาคนอื่นกระทบรถกระทบลูกกระทบสิ่งกระทบเสียงไม่รู้รถไม่รู้รูปไม่รู้กลิ่นไม่รู้เสียงอย่างนี้ก็ไม่เอาแล้วทำจิตให้เหมือนไม่มีจิตทำจิตเป็น จิตไม่มีจิตไม่มีจิตเจ็บไม่เป็นตัวที่มีราคาจิตที่ไม่มีรูปไม่มีไม่มีท่าว่าจะรู้ไม่รู้อะไรก็ไม่เอาแหละถ้าทำจิตให้เป็นอย่างนี้แต่พระพุทธเจ้าไม่ได้ยินดีท่านบอกว่าไม่ยินดีอย่าว่าแต่ยินร้ายเลยได้ยินร้ายนะถ้าไม่ยินร้ายเนี่ยถูกลบกลิ่นเสียงสัมผัสอะไรแล้วด้วยเพราะฉะนั้นแม้แต่ยินดีไปหลงลูกหลงรักหลงผิดหลงเสียงเพราะคนที่จะลงรูปรถติดเชื้อสัมผัสเป็นกามราคะคนแต่พระพุทธเจ้าท่านไม่รู้ไม่ลงแล้วท่านถึงได้บอกว่าท่านจะใช้คำแต่ว่าคือความยินดีในรูปในเสียงในกลิ่นในรถในประวัติศาสตร์แล้วไม่ได้ยินดี ยังไม่ได้ยินดีจริงๆถอนขึ้นกระทั่งราทำให้เป็นเหมือนตาลไม่มีวัตถุอย่างนี้ต่างหากที่ตถาคตเป็นรู้รสไม่ใช่ทำรถเป็นรูปไม่ใช่ทำรถเป็นรูปรูปคือสิ่งที่ถูกรู้รูปไม่มีความรู้สึกแต่รูปไม่มีความรู้สึกแต่จิตเป็นความรู้สึกท่านมีจิตถ้ามีความรู้สึกมีความรู้แต่ท่านไม่ได้ยินดีไม่ได้หลงในรถในรูปในกลิ่นในเสียงเหล่านั้นอย่างนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นพระสมณโคดมจึงบอกว่าพระสมณะโพธิว่าพระสมณโคดมมีความไม่มีรถเป็นรูปหาใช่เป็นดังที่ท่านหมายถึงแล้วกล่าวไม่บริจาคชัดๆบอกว่าเปล่าไม่ อย่างที่ท่านหมายถึงนะแต่ที่ท่านกล่าวไม่ใช่เป็นอย่างนั้นหรอกแต่เป็นอีกอย่างหนึ่งสามารถแถวพระพุทธเจ้าถึงบอกว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านว่านะพราหมณ์ที่ท่านหมายถึงนะไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วท่านรู้ไหมล่ะว่าพระพุทธเจ้าหมายถึงอะไรหมายถึงว่ามีรถมีลูกมีกลิ่นมีเสียงมีปวดท้องมีมีแต่ไม่ได้มีอย่างเป็นรูปไม่ได้มีอย่างเป็นท่านเป็นท่อนไม่ได้มีอย่างลักษณะไม่มีความระลึกรู้ไม่ใช่มีอย่างนั้นถ้าอย่างนั้นมันก็เหมือนคนตายที่ว่านี่เหมือนกันก็อีกก็เห็นเหมือนกระทั่งเหมือนไอ้เข้ไม่มีลิ้นอะไรไม่ใช่อย่างนั้นไม่ใช่ยอดระลึกรู้อย่างผัดใส่อย่างละเอียดด้วยซ้ำไปว่ามีแรงอ่อนไปหน่อยแข็ง แล้วไอ้นี่เมาเป็นน้อยแล้วรู้ชัดด้วยชั้นเชิงด้วยว่ามาก่อนแกรู้ละเอียดกว่าคุณซ้ำไปรู้ละเอียดกว่าคุณซ้ำไปไม่ใช่ว่าไม่รู้แต่จิตที่เป็นราคะจิตที่เป็นความยินดีเป็นรักพระเป็นรตะแต่ความยินดีไม่มีไม่ได้ยินดีเป็นวิรัชแน่ๆไม่ได้ยินร้ายด้วยไม่ได้อโศกอะไม่ได้โสกะด้วยเป็นอสูรกายไม่เสร็จสอนเสร็จละเอียดอะไรก็รู้หมดเหมือนตามยอดด้วยถอนขึ้นกระทั่งรากท่านว่าไปถึงขนาดนั้นแต่ว่าลึกไปถึงขนาดนั้นแม่ที่เมื่อผู้ใด กล่าวหาเราโดยชอบว่าพระสมณโคดมเป็นคนไร้โภคทรัพย์มีใครมากล่าวตู่วะเธอสมณโคดมเป็นคนไร้โภคาคือไร้สมบัติได้โพคาไร้อุปโภคเครื่องอุปโภคเครื่องบริโภคเป็นคนไม่มีอะไรเป็นคนที่สิ้นไร้ไม้ตอกไร้โภคทรัพย์นั้นน่ะมีอยู่เขามาสู่อย่างนี้ก็มีพราหมณ์คือว่าโมฆะกล่าวคือรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะเหล่าใดโทรเข้าเหล่านั้นตถาคตละได้ขาดแล้วทำไม่ให้มีไม่ให้เกิดอีกต่อไปเหมือนกับเมื่อกี้ไม่ได้อธิบาย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน