190313 โพชฌงค์7-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์218 KB
วันที่แก้ไข1 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ขณะนี้เวลา 4:00 น วันที่ 13 มีนาคมพุทธศักราช 2519 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมะแก่ผู้ที่มาพำนักอยู่ณธรรมสถานแดนอโศกนครปฐมสำหรับช่วงแรกนี้เป็นการให้โอวาทอบรมและต่อจากนั้นก็เป็นการค้าที่ยายทำถึงโพชฌงค์ 7 ก็เชิญพูดใส่ใจรับฟังได้ณบัดนี้เป็นกิจกรรมมีอะไรต่ออะไรก็จะได้ส่วนใหญ่จะไปทำงานบ้านการที่เราได้กลับเองกันเอาไว้คือแท้จริงก็คือประโยชน์ตนประโยชน์ท่านไปในตัวนั้นเองและหมู่เราอนุโมทนา หาฉันจะได้ก็ทำประโยชน์เพื่อตนเองด้วยสบู่ด้วยประสบการณ์ที่เราจะได้กระทำนั้นน่ะมันไม่ใช่เราคาดคิดคาดคิดแล้วมันอย่างนึงมันไม่มีอะไรที่มันจะจรมาให้เราได้แก้ไขให้เราได้รู้ว่ามันมีเรื่องมีราวมันมีบทเกิดมันมีปฏิกิริยาไม่มีการไม่มีอุปสรรคไม่มีปัจจัยต่างๆมันไม่มีอุปสรรคคิดเอามันไม่มีปัจจัยแต่เวลาเราประสบเมื่อเวลาเราไปกระทำการเราก็จะประสบกับสิ่งต่างๆซึ่งเราเรียกว่า การหรือการเกิดผลในขณะที่กระทำอยู่มันจะต้องมีอุปสรรคหรือมีปัจจัยอุปสรรคหมายความว่าสิ่งที่มาสนับสนุนให้สิ่งที่มาผสมกับสีเข้าไปโดยที่เราไม่ได้คาดคิดมาขวางหน้ามาขวางเขาเป็นการประจำหน้าเรียกว่าอุปสรรคปัจจัยหมายคำว่าเป็นสิ่งที่จะเข้ามาเสริมหนุนอันหนึ่งเรียกว่าเข้ามาประจำหน้าซึ่งไม่ได้คาดคิดมาก่อนด้วยว่าอุปสรรคจนเป็นสิ่งที่เข้ามาเสริมหนุนเราไม่ได้คาดคิด เหมือนกันนึกว่าปัจจัยมาเสริมหนุนที่เราไม่ได้ปัดจำมันไม่ได้ขัดที่มาก่อนสิ่งที่มามาประจันหน้าและสมาคมมาเสริมหนุนเนี่ยเป็นสิ่งที่เรารู้ไม่ได้ทุกอย่างไม่เที่ยงแล้วรู้ไม่ได้หรือเราไม่ได้คาดคิดไว้เลยแต่สิ่งไม่เที่ยงมันจะจองมาแล้วมันจะมายังไงยังไงยังไงแม่งจออะไรที่มันมีอยู่ด้วยซ้ำไปแต่เราคิดไม่เห็นแต่นึกไม่ออกว่ามันจะมีอย่างนี้อย่างนี้เป็นปัจจัยผสมอยู่มีได้เป็นได้อยู่ได้เป็นได้เราคิดได้แต่เพียงความสามารถของสมองของคว

อ่านต่อ

ามคิดของเราแล้ว ไปเดาๆไปเท่าที่เราเก็บเอาได้หรือเรามีปัญญาในการที่จะพยายามระลึกรู้ให้รอได้เท่าความสามารถของสมองของเราด้วยปัญญาของเราแต่เมื่อเวลาไปกระทำการนั้นเข้ามันย่อมมีสิ่งอื่นที่เป็นอุปสรรคและปัจจัยเข้ามาผสมกับสีได้ถ้าคราใดการใดที่เราไปกระทำขึ้นไม่มีอุปสรรคไม่มีปัจจัยผสมเข้ามาเลยมีแต่เท่าที่เราได้รู้แล้วได้คิดเห็นแล้วว่ามันจะมีสิ่งนี้สิ่งนี้สิ่งนี้เข้ามาผสมเปอร์เซียและเราก็ได้คำนวณออกมาแล้วถึงแม้จะเรียกว่า เป็นความบริบูรณ์ในความบริบูรณ์สุดยอดซึ่งน้อยครั้งนักที่จะมีอย่างนั้นน้อยครั้งนักเรียกได้ว่าน้อยครั้งนักที่จะมีบริบูรณ์อย่างนั้นคุณไม่ได้สิ่งที่เราเองเราจะพิสูจน์ก็คือแม้เราจะได้ใช้ปัญญาได้ใช้ความคิดหรือแรงสมองของเราเต็มที่แล้วว่าเราจะไปอย่างนี้เราจะทำอย่างนี้เราจะเป็นอย่างนี้เราจะมีอย่างนี้แล้วก็ได้ลงมือลงตามที่เราคาดคิดนั่นน่ะมันควรจะมีอะไรบ้างเป็นสิ่งประกอบที่เรียกว่าอุป หรือปัจจัยเราก็คิดคำนวณเข้ามาหมดอันนี้จะเป็นสิ่งก่อสร้างอันนี้จะเป็นสิ่งที่เสริมหนุนอันนี้จะเป็นสิ่งที่นำหน้ามาประจำหน้าและเราก็จะต้องชัดจัดการกับมันอย่างนี้อันนี้จะเป็นสิ่งเสริมหนุนจะมาช่วยเราได้อย่างเยี่ยงนี้มีทั้งอุปสรรคมีทั้งปัจจัยและได้จำนวนไว้แล้วทีนี้พอเราลงไปลงมือทำข้าวมีอุปสรรคที่เราไม่ได้คำนวณออกหรือว่าเราคิดไม่ออกมีปัจจัยที่เราเองเราไม่ได้คิดออกมันผสมเข้าไปอีกมีส่วนร่วมเข้าไปอีกในขณะที่เราควรจะทำนานๆหรือเราได้ไปดำเนินเรื่องราวบทบาทนั้นๆ อุปสรรคและปัจจัยที่มาเติมเข้าไปอีกโดยที่เราคิดไม่ออกเรารู้ไม่ได้มันจอนมาหรือมันจะมีอยู่เก่าแต่เราไม่สามารถมีแรงสมองหรือมีปัญญาไปสำนวนเอาได้นี่แหละแม้จะเจออย่างแรงเป็นอุปสรรคอย่างแรงหรือแม้จะเจอเป็นปัจจัยอย่างแรงจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างผิดผันไปให้ประสบการของเราเกิดผลผิดไปตามที่เราได้จำนวนไว้ตามที่เราได้ตีราคาไว้แม้บทนั้นแม้อุปสรรคนั้นมาประจำเข้าสิทธิ์ของเราก็ไม่หวั่นไหวจิตของเราก็ไม่ท้อ เราพิสูจน์ได้ว่าเราไม่ทุกข์แม้อุปสรรคนั้นจะแรงสิ่งที่มาประจันหน้าหรือแม้จะเจออุปสรรคใดที่มาผสมเข้าไปเรียกว่าสิ่งเสริมหนุนเข้ามามากดีเกินค่าดีเกินกว่าค่าได้ผลไปในทางที่มากมายกว่าที่เราได้คิดไม่มีอะไรที่จะต้องลำบากลำบนเราก็จะไม่หลงใจเราจะต้องจะไม่หลงดีใจจะไม่ตื่นเต้นผวาเดินขอบเขตจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่มั่นคงไม่ แม่ดีใจไม่มีแม้เสียใจไม่มีแม่ชอบไม่มีแม้ชังไม่มีแม้ร้ายไม่มีแม้ดีคือไม่หวั่นไหวต่อร้ายไม่หวั่นไหวตอนนี้อุปสรรคนั้นจะมาแรงเราก็ต่อสู้ที่สุดตามปัญญาตามกำลังและจิตใจของเราก็ไม่มีทุกข์ไม่เดือดร้อนระหว่างได้ใส่ได้ไม่ยินร้ายไม่เกิดความร้ายในจิตแม้จะเกิดผลดีในสิ่งเสริมมีสิ่งช่วยดังกล่าวแล้วก็ไม่ยินดีไม่หลงดีไม่หลงไม่ดีแล้วก็ไม่ประมาทอย่าง ไม่ประมาทอย่างเดิมถ้าไปเจอสิ่งที่ร้ายเป็นอุปสรรคคนนั้นก็จะลดความประมาทลงบ้างไอ้นี่เป็นธรรมดาแต่คนที่ไปเจอเอาปัจจัยที่เสริมไปเจอกับสิ่งที่ช่วยแล้วคนมันจะหลงใจและจะประมาทได้ง่ายเพราะฉะนั้นพูดที่ไม่ประมาทตามพระพุทธเจ้าท่านตรัสเป็นปัจเจกพระโอวาทสังขารไม่เที่ยงหนอรู้สึกทั้งหลายจงอยู่ด้วยความไม่ประมาทจงเป็นอยู่ด้วยความไม่ประมาทไม่ใช่คำพูดเล็กคำพูดใหญ่เหลือเกินเป็นคำสั่งที่มีผลมหาศาลเหลือเกินเป็นคำสอนที่จะต้องเอามาไว้ในหัวใจเหลือเกินถ้าผู้ใดเข้าใจถึงขั้นนี้ได้ ไททันถึงดีกว่าแม้จะเจออุปสรรคเราก็ไม่หวั่นไหวแม้จะเจอปัจจัยที่เสริมหนุนเราก็ไม่ลืมดีใจถ้าเข้าใจผิดที่ได้จะเป็นผู้ที่เข้าใจคำศัพท์ปัจฉิมโอวาทอันนี้ยังทราบถึงตรึงใจมากที่สุดเพราะทุกสิ่งทุกอย่างแต่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องประสบถ้าเกิดต้องเป็นอย่างนั้นถ้าเราเลี่ยงได้ในสิ่งที่เราเรียกว่าเป็นสิ่งอุปสรรคหรือเป็นสิ่งที่เรียกว่าจะประจำหน้าเราโดยที่เราจะต่อต้านทำให้มันลำบากลำบนเป็นทุกข์โดยที่เรียกว่าไม่เกิดผลดีไม่เกิดผลที่จะเกิดปัญญาอันยิ่งไม่เกิดผลในการที่จะได้พิสูจน์ เราทนได้เราก็จะไม่พยายามที่จะไปให้อุปสรรคนั้นมันเกิดมาทำไมแต่ถ้าเกิดว่าเราจะไปเกี่ยวกับอุปสรรคนั้นเพื่อเราจะได้พิสูจน์ว่าเราทนได้เราเป็นไปได้แม้จะแรงกว่านี้เราก็เป็นไปได้โดยที่ไม่ใช่หรอกข้าคิดเอาคำนวณเอาเฉยๆไม่ใช่แต่เราไปเจอจริงๆไปผ่านพบในที่สุดจริงๆซึ่งการพิสูจน์นั้นก็ไม่ใช่การทำลายหรือไม่ใช่การเสี่ยงจนเกินขอบเขตจำเป็นมนุษย์มะนาวหรือว่าเกินฐานะของเรา เกินไปแล้วก็ไม่ได้ทำอย่างนั้นเราจะไปประชุมหรือว่าเราจะไปประจานเราจะไปประสบให้รู้ในอุปสรรคนี้หารอกใจจะได้รู้จะได้สู้เราจะได้เป็นไปด้วยความมั่นคงของจิตของเราอย่างนี้แน่ไม่ใช่คำว่าเอาอย่างนี้แน่ประสบแล้วประจำแล้วแน่ใจหนักแค่ไหนเราก็รู้ได้ว่าจิตของเราหวั่นไหวอยู่แค่ไหนก็ดูได้ไม่หวั่นไหวเลยก็รู้ได้แท้จริงและแม้จะไปเจอปัจจัยต่างๆสิ่งเหล่านี้มันเป็นส่วนผสมที่จะมาผสมเป็นสังขารเยอะแยะรายละเอียดที่เราเองเราคิดไม่ได้ขาดไม่ได้เพราะฉะนั้นเรารู้เราโดยรู้ว่าเราจะ พิสูจน์ 12 เราได้มีปัญญาแล้วถ้าเจออุปสรรคอย่างนี้เราทำอย่างไรเราถึงสู้กับอุปสรรคนี้ได้และใช้ปัญญาอย่างตื้นๆอย่างไรเราใช้ปัญญาอย่างลึกซึ้งเป็นอธิปัญญาซึ่งสามารถตัดปล่อยพิจิตรวางจิตจิตมนุษย์แล้วแต่ยังเจอกายที่จะทุกข์อยู่ก็รู้ว่าอ้อทำอย่างนี้ทำได้พ้นทุกข์ไปช่วงหนึ่งทุกในภายในพ้นได้แต่ทุกข์ในภายนอกพ้นไม่ได้ก็รู้รู้ได้ว่าอ้อได้ส่วนหนึ่งหรือที่สุดแม้ว่าเจออุปสรรคแรงร้ายขนาดนี้ประสบอยู่อย่างนี้เราก็พ้นได้ทั้งเจ็ด ค้นได้ทั้งกายและทุกข์เป็นอภินิหารเกี่ยวบางคนพ้นไม่ได้บางคนทนไม่ได้ก็ยังมีความทุกข์ยังมีความร้อนยังมีความเดือดยังมีความลำบากลำบนมากมายก่ายกองยังเจ็บโอดโอยมีลักษณะที่เห็นชัดเจนมีปฏิกิริยาร้อนเราลำบากลำบนอยู่แม้แต่จะทุกข์ก็รู้อยู่แต่เพียงแต่สิทธิ์จะทุกข์ของเขาไม่มีก็รู้ได้เพราะฉะนั้นแกจะทุกข์มันจะเป็นตัวนำมโนปุพพังทำมาทำมามันจะช่วยให้ดึงไปจนกระทั่งถึงกายที่จะทุกข์ก็ลดเบาลงรถเบาลงหรือมีอะไรเสริมเข้าไปช่วยเพื่อป้องกันเพื่อให้เป็นไปได้ดีได้เพื่อให้พอดีจะมาได้ ว่าจะเกิดผลนั้นตามมาเกิดผลตามมาจริงๆทั้งการไปที่สุดหรือว่าการกระทำสิ่งเหล่านี้ต้องรู้ประโยชน์ตนและพร้อมกันนั้นเราไปเป็นประโยชน์ท่านประโยชน์ท่านอันนึงก็คือเพื่อยืนยันว่าคนจะทำอย่างนี้ได้ก็มีอยู่ 2 คนที่มีรูปร่างลักษณะการกระทํา เป็นสื่อเป็นสาระเป็นการให้สาระแก่เขาเข้าไปอีกก็เป็นผลที่เรียกว่าประโยชน์ท่านสืบต่อลงไปอีกมาเป็นสิ่งร่วมทั้งประโยชน์ตนทั้งประโยชน์ท่านเป็นความได้ที่เป็นความร่วมกันอยู่ดังกล่าวแล้วนี่แหละที่เราจะกระทำมันมีความดำริอย่างนี้เราเป็นการดีและฝ่ายชายว่าจะเดินวันที่ 15 นี้คงไม่มีอะไรอุปสรรคใช่ไหมไม่รู้อุปสรรคอะไรจอยมาขั้นใช่ไหมถ้าไม่มีก็ไปกันแต่รูปที่ว่านี้ควรถ้าผมเองก็ไม่อยากให้มากมายแต่มีนักแต่สรุปมีความมากมีความน้อยอันพอดีพอดี ยามดูเหตุผลต่างๆทำไมน้อยไปไม่ดีทำไมมากไปไม่ดีต้องมีความรู้ต้องมีปัญญาหาได้รับก็จะไปกระทำกันดูด้วยความตั้งใจไปดีก็คงเป็นกระไรนักหรอกแล้วก็ลองพยายามให้มีประโยชน์ที่สุดให้ประโยชน์ตนให้ได้มากที่สุดการที่ยังมีมานะไม่เห็นแก่ตัวยังยึดตัวยึดตนมันมีอยู่หยาบเรียกว่าปัจจัยยะเห็นชัดสักกายะไม้คำว่ายาหยาบสำหรับเราอาจจะบางเหลือเกินและสำหรับคนอื่นเขาก็ตามแต่เรายังมีความรู้สึกว่ายังอยากเป็นข้อบกพร่องยังเป็นสิ่งที่ควรจะเพี้ยนลงไปให้เบาบางกว่านี้ได้อีกนั่น ของเรามันเป็นเรื่องของเราเราจะตัดสินให้ดีขึ้นกว่านี้อีกนั่นเป็นของเราเราพยายามรู้เองแล้วก็พยายามทำเองไม่ว่าจะตายยากมันจะน้อยแค่ไหนก็ตามแต่สำหรับเราเห็นชัดอยู่เห็นชัดเจนแจ้งให้เขาเราคนอื่นเห็นไม่ได้แล้วในคนที่ตาหยาบๆก็เห็นไม่ได้ว่านี่เป็นปัจจัยของเราหรือเป็นสิ่งที่บกพร่องของเราก็ดูจับไม่ได้หรอกถ้าอย่างละเอียดแล้วนะถ้าอย่างของพระอริยสงฆ์ขึ้นไปแล้วนะก็เลยจับยากนอกจากพระอริยะที่มีภูมิฐานมีความถี่หรือมีความละเอียดต่างๆกันนั่นแหละจะจัดหรือพระอริยะที่สูงกว่าพระอริยะที่มีความถี่ละเอียดกว่าก็จะจับเราได้ นั่นคือเราจะดำเนินตนให้เป็นพระอริยะที่สูงขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆไปตามลำดับเราเองเห็นของเราเราจงทำอย่าประมาทอย่าประมาทมีความเจริญอันยิ่งยิ่งยิ่งที่จะกระทำให้ดียิ่งขึ้นนั้นไม่ใช่ของเสียหายรักษาส่วนที่เราทำได้แล้วจึงเป็นพื้นฐานอันยาวที่เราละเว้นละลายทำได้ดีแล้วเราก็สงวนเป็นอนุรักษ์ขนาดนั้นสิ่งที่ยังคงรักษาไว้อยู่ให้ดีจนท่านใดที่จะสังวรอีกจงทั้งวอนประธานส่วนใดที่จะพยายามลดละตัดคลายทำให้มันละเอียดละออทำให้มันสูงยิ่งขึ้นเป็นประหารประธานก็จะทำเพิ่ม ไม่ได้บริบูรณ์ทำให้ได้สำเร็จลงเป็นภาวนาประธานต้องทำอะไรทำได้แล้วก็อาราธนาสถานด้วยไปแล้วก็จะทำอย่างนี้หมุนเวียนอยู่ตลอดเวลาเป็นเพราะว่าเป็นประธานเป็นประธานธรรมประธานเป็นสัมมัปปธาน 4 ทำให้กินอย่ามีแต่ภาษาอย่ามีแต่หลักสูตรจะมีที่เรียนเรียนต้องท่องจำๆเท่านั้นจงรู้ว่าเราได้ใช้อยู่กับเนื้อกับตัวของเราเสมอและเราทำได้ให้ได้จริงๆให้เกิดผลจริงๆสนับสนุนเป็นสมาธิทำดังกล่าวแล้วเราก็เป็นผู้ที่ไม่มีอันตกต่ำภาษาพระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ว่าไม่มีอันตกต่ำอันที่ดีแล้วดีอยู่ ทางที่ดีจะยิ่งขึ้นจะยิ่งไปเรื่อยๆเป็นอนันตังเรายังมีสิ่งที่จะต้องแก้ไขไปเรื่อยๆเรายังไม่เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อไรยังมีอันที่วาสนาที่เราจะแก้ไขตัวเราขึ้นเรื่อยๆเสมอๆชวนกินที่เรียกว่าอรหันต์หรืออรหัตผลนั้นคือจิตของเราที่ได้วางใจเบาใจใครจะท้วงถึงวันนี้เป็นข้อบกพร่องของเราใครจะมาตำหนิว่านี่เป็นสิ่งที่ยังไม่สูงเราก็ไม่โกรธแม้สิ่งนั้นจะสูงแล้วคนอื่นเขาเข้าใจไม่ได้เขามาทวงจึงมานินทาว่าร้ายอย่างคิดถ้าสิ่งนั้นเราทำได้แล้วแต่เขาไม่รู้รายละเอียดก็ไม่โกรธ พระไม่โลภมีตัวตนหรือแท้จริงๆนั้นเรายังไม่ละเอียดจริงยังไม่เก่งจริงเรายังไม่ดีจริงแล้วเราก็รู้ชัดเจนตามเขาว่าด้วยว่าโอถูกหนอพระตำหนิเราถูกทิ้งน้องไม่ปฏิเสธเลยแล้วเราก็เกิดหิริเกิดความละอายต่อบาปนั้นกระจายขึ้นมาทันทีถึงจะนั้นก็รู้ในชีวิตแต่ก็ไม่อายไม่อายจัดจ้านจนกระทั่งถึงสภาพหมุนรอบโปรดมีหมอนัดเสริมเข้ามาอีกกลายเป็นคนก็เขินไม่เก้อเขินยอมรับโดยดิ โดยยิ้มแย้มเบิกบานแจ่มใสไม่อึดอัดไม่ขัดเคืองเป็นสิริเป็นสิ่งที่ควรจะรู้ประจำใจก็รับเข้าประจำใจทันทีและจัดเตรียมพร้อมที่จะแก้ไขไม่ก็กดไม่เลื่อนหุ้นไม่ถกเถียงเรื่องไปๆไม่รู้จักจบไม่รู้จักสิ้นเรื่องอยู่อย่างนั้นไม่เอารู้แล้วว่าอันนี้เป็นข้อบกพร่องเพราะรู้ไว้รู้ครับเราจะรู้จักให้จับเลยไว้รูปภาพบอกแล้วรู้จักชัดๆจะหยุดไม่หยุดไม่ใช่เรียนภาษาเลี่ยงไปเด็ดขาดมีอะไรจะเกินขอบเขตเป็นการเชิดเขินเหนียมอายที่ภาษาบาลีเรียกว่าอุทธัจจะและ แปลเป็นความหมายในไทยว่าอุทธัจจะนี่เป็นความขวยอายมีความเก้อเขินอายพุทธะเนี่ยเป็นความขวยอายนะภาษาไทยเรามาใช้เพื่อความสวยอายซึ่งเป็นสาระเป็นสาระแห่งการอ่านกินอายอันนี้คือ Siri ที่จริงน่ะภาษาบาลีตรงข้ามมิติคืออายต่อบาปหรืออายต่อความผิดเรียกว่า Siri แต่อุทยานเขาก็เอามาใช้เป็นสังโยชน์สุดท้ายทั้งยอดตัวที่ 9 นี้เรียกว่าอุทยานเนี่ยมันมีเชิงถ้าเผื่อว่าหยุดไม่ได้นะเป็นมานะทันทีจะเห็นได้ว่าคนแก่จัดแก่เราแล้วมันต่ำลงไปอีกขึ้นมานะมานะไปใช้ประโยชน์ตัวที่ 8 ยังหยาบคายสะอื้น พยากรณ์อากาศที่จิตได้ก็เป็นวิชาเพื่อไปที่จิตได้กายก็ไม่มีการประท้วงไม่มีการเก้อเขินด้วยการไปประท้วงด้วยภาษาเขียนไปก็ไม่มีหยุดและยิ้มแย้มเฉยเลยถ้ายังเสียชีวิตก็เขียนอยู่ผู้ใดเขียนเก่งๆๆอยู่ผู้นั้นยังมีอุทิศจากเยอะจะแก้ไขกลัวว่าตนจะไม่เก่งเป็นมาณที่ 4 ชนิดหนึ่งกลัวว่าตนจะไม่ใหญ่กลัวว่าตนจะไม่สูงจึงแก้หวยด้วยทั้งภาษาและภาพที่เพราะฉะนั้นไม่แก้ในภาษาไม่แก้ไขด้วยการเขียนหรือการใช้ภาษาไปก็แก้ไขด้วยการใช้ ธาตุที่เป็นการยกดีอยู่อ่ะจะยกดียังท่าทีเย้ยหยันภาพที่แข็งกระด้างท่าทีอะไรก็ได้อยู่พวกนี้เป็นรายละเอียดแล้วช่วงนี้เป็นรายละเอียดที่ภาคภูมิมีความฉลาดสามารถมีโปรดคิดคือมีตาที่เป็นตาคิดโปรดคิดเนี่ยแปลว่าสาธิตด้วยคือสัมผัสสัมผัสแล้วก็รู้ไปอย่างไปถึงสัมผัส 2 จะกลับไปถึงภายในอย่างรู้สึกของผักนั้นด้วยการกระทบรู้ในการเป็นโรคและรู้รูปนั้นอย่างไปกระทั่งถึงจุดของผู้นั้นได้เรียกว่าโสดจริงสามารถรู้รูปหนึ่งแล้วก็ ไปดูรูปกระติกอันที่ 2 ของเขาว่านี่เป็นโลหะหรือเป็นโทสะมูลนิธิอยู่ภายในสามารถหยั่งรู้ในภายในได้อย่างนี้เรียกว่าความสามารถคิดหรืออภิญญาเป็นโจทย์ที่ชนิดหนึ่งเรียกว่าเจโตก็ได้อย่างโปรดคิดก็คือใช้รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสหยั่งลงไปหาเสียงที่ 2 เปโตรปริญญาเค้าเรียกว่ารู้จิตในจิตอันแท้จริงรู้ตั้งแต่โลหะกิจโทรศัพท์มันทุกอย่างรู้ได้อย่างนั้นจริงๆหรือเป็นอภิญญาของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นของจริงแล้วเราก็ต้องมีอิทธิพลในการที่จะเรียนรู้แล้วก็เราก็จะได้รู้เพิ่มเติมขึ้นไปทุกทีทุกทีแหละเราจะสามารถดังนั้นผู้ใดที่ยังมีส่วนบกพร่องผู้นั้นจะพึ่งรู้ตนแต่คุณแก้แก้ไขตนรู้แม้กระทั่งหัวฉีดของตนเองไม่ให้มีไว้ขี่เกิดได้จะทำตนเป็นผู้เสริมสังเขปมีทางคือมีการสละออกฉลากอะไรเราจะพยายามไม่ว่าไม่ให้เกิดภัยไม่มีสิ่งที่เป็นภัยคือสิ่งที่ไม่ใช่สิ่งเจริญ อชิแปลว่าสิ่งที่ไม่เจริญเป็นความไม่เจริญพระเจ้าออ่างกับตัวพอสำเภานี่แปลว่าไม่เจริญไม่โตพอชนเผ่ายะแสดงความเป็นนามขึ้นมาแค่นั้นเองเป็นการกระทำที่กระทำโดยการไม่ให้มีความไม่เจริญเรียกว่าอภัยทานแต่ถ้ายังให้มีความที่ไม่เจริญเกิดอยู่เรียกว่าอัจฉริยะเขาเรียกว่าสิ่งที่เป็นภัยฟังให้ดีนะกับการแล้วนะใครที่ละเอียดแล้วเราไม่มีภาษาจะเรียกเราเรียกว่าอัจฉริยะหรือพระแต่ว่าความไม่เจริญถ้าไม่เจริญสำหรับเหล่านี้แท้ๆสำหรับคนอื่นก็เหมือนกันนั่นแหละเป็นภัยอยู่จนเขาไม่เจริญ เพลงปะทะด้วยความไม่เจริญเพราะฉะนั้นการกระทำใดที่เป็นความไม่เจริญนั้นเราจะทานออกถ้ามีในตัวเราที่ใจของเรานี่เป็นการปฏิบัติธรรมเป็นตัวปฏิบัติธรรมอภัยคือการปฏิบัติธรรมคือเป็นการแปลง่ายๆว่ายกให้เขาไปอภัยว่ายกให้ไม่ถือสาก็คือการปล่อยวางผิดกันเองแล้วอภัยก็คือเรายกให้เราไม่ทิ้งกันระหว่างเราปล่อยแล้วใครจะทำโทษใครจะทำใครทำบาปใครจะทำใครทำบาปทำเวรทำรุนแรงแค่ไหนเราก็ไม่ถือสาและดีกว่าเราอ่ะไทยการกระทำได้ที่เราเรียกว่าอภัยทาน ซื้อสลัดออกซึ่งเราไม่ถือสาได้เรียกว่าอภัยทานผู้ปฏิบัติธรรมคือผู้จะมีทานอย่างนี้ผู้ใดมีอภัยทานได้แล้วผู้นั้นก็เป็นสังคหวัตถุข้อที่ 1 เมื่ออภัยทานผิดได้แล้วก็ต้องพยายามระวังปิยวาจาระวังวาจาใจเราวางได้จริงแต่วาจาของเรายังแข็งกระด้างอยู่ก็ได้วาจาของเรายังวิวาทะอยู่ก็ได้วาจาของเรายังต่อปียังโหดร้ายยังหยาบคายยังส่อเสียดอยู่ก็ได้เป็นได้หรือหนักเข้าจริงๆยังโกหกอยู่โดยเราไม่รู้ก็ได้โกหกนี่แปล แล้วมันกลับกันจริงๆความจริงเป็นอย่างนี้แต่เราพูดอย่างนี้โดยที่เราไม่ไหวรู้ว่านึกว่าเรานึกว่าเราพูดตรงแล้วจะปลามันสับมันสับตับมันกลับกันเรียกว่าโกหกเพราะฉะนั้นโกหกโดยอวิชชาหรือโดนไม่รู้เท่าทันโรคจิตเป็นถูกหมุนไม่ทันเขาเรียกว่าเป็นโกหกได้ถ้าพูดที่มีปัญญาเขาจะจับโกหกคนนี้ได้ถ้าผู้ไม่มีปัญญาแล้วก็ไม่ทันกลับไม่ทันก็เลยนึกว่ากินเพราะฉะนั้นภาษาที่พูดจะบริบูรณ์ก็ต่อเมื่อคุณนั้นมีปิยวาจาเป็นวาจาที่รอบเป็นวาจาที่รอบปิยะแปลว่ากี่รอบ ย่าแปลว่าอันเป็นที่น่ารักเป็นวาจาที่เป็นที่น่ารักเป็นวาจาที่เป็นที่ดีที่น่าชื่นชมสามารถมีใครชมถึงได้เรียกว่าเป็นวาจาที่ไม่มีใครชงกินได้ไม่มีใครรังเกียจเราปฏิชีวนะวาจาเมื่อผู้ได้ทานได้ที่ใจแล้วก็จะปรับว่าวจีหรือวาจาของเราด้วยเป็นปีแล้ววาจานอกจากจะปรับวาจาไม่เป็นวิวาทไม่เป็นสิ่งที่ฉันจะได้มันเป็นสิ่งที่โต้เถียงที่ว่าแล้วหรือไม่เป็นไปเพื่อต่อเขตไม่เป็นไปเพื่อคำหยาบแล้วยังจะมีอัตราเฉลี่ยวิริยะที่ดีเป็นสาระอัตถะจริยาแปลว่าพฤติกรรม ตายเห็นชัดๆเอาง่ายๆทั้งชุดทั้งชุดก็มันมาถึงฐานแล้วนี่อธิบายย้อนเป็นอัตราจริยาเป็นเจ้าภาพที่เห็นได้ว่าเป็นแก่นสารหัดขับแล้วก็แก่นสารหรือเป็นเนื้อหาในสภาพที่เป็นเนื้อหาแท้ๆชัดๆที่เป็นชุดที่ดีไม่กระด้างไม่แข็งเป็นที่น่ารักน่าชื่นชมเป็นที่สุภาพเรียบร้อยเป็นสาระแท้ด้วยและเป็นสาระที่ดูดีดูงามไม่แข็งกระด้างสุภาพเรียบร้อยลงตัวและข่าวที่ควรแข็งแรงก็แข็งแรงและคราวที่ควรโอนก่อนเพราะโอนก่อนอยู่ในที่อยู่ในตัวเลยสุภาพไม่ได้หมายความว่า อ่อนแอหรืออ่อนแต่อ้อนแอ้นปวกเปียกไม่ใช่สุภาพบางทีแข็งแรงทีเดียวสุภาพแข็งแรงเน้นชัดแต่ก็เรียกว่าสุภาพมันยากเหมือนกันที่จะพยายามอธิบายความจริงที่ลงไปในสัจจะร้ายสัจจะบางอย่างเนี่ยต้องแข็งแรงแต่ไม่ใช่แข็งกระด้างไม่เข้มแข็งที่ดูไม่งามไม่เหมาะสมกับกาลเทศะไม่ใช่แต่แข็งแรงดูงามเหมาะสมบางอย่างก่อนแต่ไม่ใช่อ่อนแอหรืออ่อนแอกว่าเสี่ยงแต่ก่อนโยนไว้ตามอนุโลมตามเป็นไปโดยควร ภาพแบบนี้เรียกว่าอัตถจริยามีฐานอยู่ในตัวมีอ่อนอยู่ในตัวมีไขมันอยู่ในทีวีอ่อนอยู่ในที่เป็นแข็งแรงเป็นอ่อนโยนแต่ไม่ใช่แข็งกระด้างหรืออ่อนแอปกเกียรติบัตรแข็งแรงอย่างนี้ต่อหน้าคนอย่างนี้อย่าไปยืนดูแข็งชื่อนี้กับพระเจ้าอยู่หัวหรือกับผู้สูงอายุไม่เข้าทางแต่เราจะไปคงอยู่กับใครก็ไม่รู้คนที่เราควรจะทำเป็นที่พึ่งเขาแข็งแรงและก็เห็นมั่นคงยืนยงให้เขาเห็นว่าเขาจะพึ่งเราได้แต่เราก็ไปออกคง น่าจะเป็นที่พึ่งได้เลยนี่เขาสัมผัสเด็กตาก็สัมผัสได้หยาบนอกๆนี้มันจะพึ่งได้เลยจะเป็นหลักให้เรามันจะเป็นหลักให้เราได้ยังไงเราไม่รู้กาลเวลานี้เราไปคิดถึงเธอนะเราต้องแข็งแรงเด็ดเดี่ยวมั่นคงพยายามและอันนี้ก็ยังอ่อนแล้วก็อ่อนอ่อนแอโยนยืนตลอดเวลาไม่ใช่เพราะฉะนั้นเราต้องส่งลูกค้ารายแรกจะแข็งแรงให้เขาเห็นเด่นชัดเป็นหลักสาระใดเราจะเป็นผู้ที่ต้องมีสัมมาคารวะมีวิวัฒนาการ นอบน้อมให้คนในภาระในแต่ในวาระไม่กล้ารับขวัญนอบน้อมทำได้ส่วนไอ้สัตว์ด้วยความรู้อันยิ่งและเราก็จะต้องมีทั้งระเบียบด้วยแม้จะคารวะก็ต้องคารวะในวาระที่ควรคารวะในระเบียบทุกคนจะเป็นเพราะคนยังไม่เข้าใจลึกซึ้งมีเยอะเพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องกระทำโดยระเบียบด้วยความเข้าใจของเรามีแล้วมันจะซ้อนวนไปวนมาตัดรอบไม่ตกเมื่อตัดรอบไม่จบเราก็เอาตามระเบียบบารมีระเบียบเราปรึกษาหารือตกลงพร้อมเพียงกันและเป็นหมู่แล้วก็ตามระเบียบแต่ถ้าเราเห็นว่ามันยังไม่ดีไม่งามเราจะแก้ไขก็เข้ามุมสุดท้ายหรือเปลี่ยนไปดีไหมถ้าเปลี่ยนใจดีก็เอา ถ้าไปเปลี่ยนไปแล้วเอาเท่านี้ก็เอาอันนี้ก็ขออย่าขอแค่เรื่องคารวะของผู้หญิงที่มันเกิดขึ้นขณะนี้ก็อยากจะขอพูดเสริมมาถึงจุดนี้แล้วคือมีการคารวะกันโดยได้เคยตกลงกันว่าพระกับโดยสักไม่ต้องยกมือรับไหว้แต่ขณะนี้ดูมันสับสับสนเต็มทีมันสับสนเต็มทีแล้วก็เกิดอคติในจิตเพราะว่าผู้ยึดมั่นถือมั่นมีอยู่ยังมีมานะยังไม่ยอมทีเดียวจิตก็ไม่ยอมว่าผู้นั้นสมมุติผู้ใหญ่จะกระทำและกระทำตามจิตมันไม่ยอมเพราะมันคิดเป็นปัญญาบ้างอะไรบ้างก็หวังดีกันทุกฝ่าย หวังดีกับทุกฝ่ายเข้าใจนั่นแหละต้องขอตัดสินไปก่อนแล้วค่อยพูดกันวันหลังอีกทีนึงในเรื่องนี้เพราะเขาตัดสินว่าถ้าเผื่อว่าปะจะคารวะกลับประทายก็ดีฝ่ายหญิงก็ดีโดยการกล่าวจะยกมือรับการสอนนั้นก็ดูควรแต่ถ้าเผื่อว่าจะเขียนว่าไม่ได้กราบไม่ต้องยกมือรับและต้องยอมยกมือรับว่าเอานี้ ปราบก็ยกมือรับมันก็มีทีอยู่แล้วว่ามีการเป็นหลักหรือมีการดำเนินผลอ่อนน้อมไปอยู่ในตัวแล้วไม่ได้แข็งกระด้างรับพอควรแล้วก็มีการแสดงผู้หนึ่งใหญ่ผู้หนึ่งเล็กอยู่ในตัวพอสมควรแล้วภาพพิมพ์ตอบว่ากลับไม่ต้องยกมือรับไหว้ไม่ต้องยกมือไหว้อยู่ในของเราที่จริงมีคุณธรรมกราบเราไหว้เราเราก็ควรจะไหว้ได้ตอบเพราะว่าแม้แต่พระที่ห่มเหลืองรุ่งเรืองเพียงแต่สมมุติ เรายังไปปราบเขาได้แม้จะกลับยังไปกราบเขาได้ทำไมกระไรจะฝากของเรามีคุณธรรมแท้จะคิดอย่างนี้ก็เลยไม่ช้าก็เลยต้องวนกันอีกไปยกมือไหว้หลักตามที่เราแก้แล้วเราก็ไปแก้กฎของเราเสียมันก็เลยวนมันวุ่นนะพอเข้าใจรายละเอียดมันวุ่นเพราะฉะนั้นก็เอาอย่างนี้ก็แล้วกันตัดสินอย่างที่ว่านี้มีเหตุผลทุกอย่างถ้าเราคิดแล้วไม่มันก็มีเหตุผลทุกอย่างแต่ว่าเราต้องตัดรอบเราต้องรู้ความตัดรอบภาษานี้พูดมานานแล้วนานแล้วใครตัดรอบไม่ลงเป็นอรหันต์ยังไม่ได้ถ้าตัดรอบลงรู้ขอบเขตรู้ความเหมาะสมและก็เอาตามนั้นแม้บางอย่างจะแข็งอยู่ก็แข็งก่อนถ้าเห็นว่าก่อนตาร้านนี้ควรจะลดอนุโลมกันแล้วนะมันแข็งไปรู้สึกว่าส่วนใหญ่ขึ้นมาเนี่ยมันมันทำวันนี้ไม่ได้ก็ข้อมูล คำปรึกษากันเห็นว่าเป็นไปควรจะเอาอย่างนี้ไหมถ้าเห็นว่ายังควรจะรักษานี้แข็งๆไว้นี่แหละเพราะว่าเรายังจำเป็นอยู่ในการที่จะทำอะไรเพื่อผลบางอย่างเพราะการกระทํา เอาไปแล้วโดยอนุโลมและพระพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นศีลเป็นชั้นเป็นเปราะแม้แต่เรื่องของการสวมรองเท้าแม้แต่เรื่องของการกินเนื้อสัตว์อะไรมีเยอะแยะแต่ว่าเราเข้มงวดกว่าสถานีเราต้องเข้าใจว่าเราทำในขั้นไหนตอนไหนก็ตัดรอบแล้วก็ไม่ประหลาดอะไรแล้วเข้าใจคนสงสัยมีปัญญามีความรู้รอบดีและเข้าใจให้ดีและจิตเราก็สบายด้วยในโลกนี้เราก็รู้สมบูรณ์แล้วเราก็ทำสมมุติเพื่อประโยชน์ท่านประโยชน์ตนเราไม่มีปัญหาอะไรหรอกประโยชน์ตนเราวางวางได้ปล่อยได้สบายแล้วนอกนั้นก็ทำเพื่อเขาจะทำอย่างนั้นเราก็ว่างสบายจะทำอย่างนี้เราก็ว่าสบายเราจะไม่กินเนื้อสัตว์เลยตลอดชีวิตเราก็สบาย ไปทุกข์ไปก่อนแล้วจะไม่ใส่รองเท้าเลยแล้วก็สบายหรือเราจะใส่รองเท้าก็สบายสิไม่ยากหรือเราจะกินเนื้อสัตว์ก็สบายใช้ประหลาดอะไรแต่เรามีปัญญาว่าเราจะควรอนุโลมเขาหรือไม่หรือเราจะทำอย่างนั้นหรือไม่กฎระเบียบวินัยต่างๆหรือสีต่างๆสร้างขึ้นสร้างเพื่อความขัดเกลาผู้ที่เขายังไม่ได้และเราก็ต้องยืนยันว่าเป็นมนุษย์นั้นอยู่ในกฎระเบียบอย่างนี้ได้โดยไม่ทุกข์คนทุกข์ไม่ใช่อยู่ในกฎนี้ระเบียบนี้แล้วก็ยังทุกข์อยู่ไม่ใช่เพราะฉะนั้นผู้ใดที่อยู่ได้โดยกดนี้ระเบียบนี้ ยังไม่ทุกข์และกฎระเบียบนี้ผู้อื่นที่เขายังไม่หลุดพ้นเขาจะเอาไปปฏิบัติเพื่อความขัดเกลาเค้าได้เพราะฉะนั้นแม้ที่เราจะพูดถึงเรื่องศาสนาก็เป็นการขัดเกลากันปะจะปราบก็เป็นการขัดเกลาขัดเกลาผู้ที่จะเข้ามาเป็นน้องใช้รถมาณที่ต้องกราบเข้าไปกราบเข้าไปหรือว่าก็ไปกระทำใจมันยังรู้สึกว่ามันจะขวางอยู่ในใจก็ให้รู้ว่าใจของเราเกิดปราบทีไรก็รู้สึกว่ามันยังยายมันยังใหญ่หรือแม้อย่างนี้บางคนเนี่ยพอให้กับคนกล่าวว่ายกมือรับไม่อยากทำตามการที่ยังไม่อยากทำตามเอ๊ะทำไมฝืนกฎ เขาก็ทำเป็นพูดทำสมมุติเป็นผู้ที่เป็นภันเตเป็นผู้ที่สูงด้วยสมมติก่อนก็ยังคิดใจขวางอยู่แล้วประยุทธ์อื่นอีกก็ถือว่าเป็นกฎเป็นอะไรโดยเราในประเทศไทยพยายามยอมคิดในทางดีก็ขวางใจมันก็ทุกข์จงใจขวางเรียกว่าอุปสรรคอุปสรรคคือสิ่งที่มาประจำถ้าเราไม่รู้ทุกข์อริยสัจอันนี้เราก็ไม่รู้ถ้าเรารู้ทุกอริยสัจอันนี้แล้วเราก็พยายามรู้ว่าทำไมใจของเราจึงขับทำไมเราถึงจะมีอาการ อุปสรรคที่เขาเป็นจุดๆแล้วมันก็ไม่ชอบใจให้รู้ว่าจิตไม่ชอบใจคืออย่างนี้เกิดการไม่ค่อยชอบใจขึ้นแล้วแต่ก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองไม่ชอบใจตัวไม่ชอบใจตัวเองนั่นคือตัวทุกข์ที่แท้แต่ก็ไม่รู้ไม่รู้เราก็ไม่ได้ขัดเราทีนี้ก็คิดหาเหตุผลนิดหน่อยพอมีเหต

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน