มิจฉาอาชีวะ 5 ประการ เป็นเช่นไร 1.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.45 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

มิจฉาอาชีวะ 5 ประการ เป็นเช่นไร 1 _จาก อนุชา : ขอความกรุณาพ่อครูเรียงลำดับอาชีพต่างๆที่ความสำคัญลดหลั่นกันลงไป ที่ขึ้นต้นด้วย อาชีพของชาวไร่ชาวสวนชาวนาเป็นลำดับที่หนึ่ง เท่าที่ทราบมี ทั้งหมด 5 ลำดับ และมีหลักฐานอยู่ในพระไตรปิฎกหรือไม่ นมัสการขอบพระคุณ พ่อครูว่า...อาชีพ 5 ก็มี 1. การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง . 2. การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง . 3. การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยง-ยังไม่แน่แท้ 4. การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) 5. การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 275 มหาจัตตารีสกสูตร) กุหนา คือ อาชีพที่ชั่ว เลวร้ายที่หยาบที่สุด ทำทุจริต อกุศล ชั่วหยาบ ก็เป็นอาชีพที่แย่ที่สุด ก็เข้าใจกันว่าอกุศลทุจริตอย่างไร คำว่า อบายมุข คือ ปากทางหัวหน้านรก คำว่าอบายมุขเข้าใจยากซับซ้อน ทุกวันนี้ความเป็นอบายมุข เช่น เป็นนักการเมืองที่เข้าไปเพื่อที่จะใช้การเมืองเป็นอาชีพ ล่า ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข อย่างจัดจ้าน โดยใช้เหลี่ยมโกง กุหนา โดยใช้อาชีพนักการเมือง ทุกประเทศมีอยู่ทั่วโลกมี เป็นอาชีพ อบายมุข หรืออาชีพนักเต้นแร้งเต้นกา กีฬา เป็นอบายมุข 6 พวกเต้นรำ เล่นเกมกีฬา แม้แต่คนไปดู ไปติด ไปยึดอยู่ คนเล่นเป็นตัวอบาย ตัวนรกจริงแล้ว พวกกีฬา เต้น ร้อง เดี๋ยวนี้ยุคเสื่อม เพราะราคาค่าตัวพวกอบายมุขราคาแพง ราคานักการเมืองก็แพง ราคาดารา นักกีฬาก็แพง ราคานักออกแบบแฟชั่นก็แพง นี่คือยุคเสื่อม ไม่รู้จักความเป็นอบายมุข ลปนา ก็คือ คำพูดที่หลอกลวง ก็ย่อยจากกายกรรมมาเป็นวจีกรรม กายกรรมก็รวมทั้ง กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ไม่มีกายกรรมก็มีแต่วจีกรรมกับมโนกรรม ไม่มีกายกรรมกับวจีกรรมด้วยก็เหลือแต่มโนกรรม ฟังให้ดี ใครที่ว

อ่านต่อ

่า กายกรรมไม่มีมโนกรรมเลยนี้ไม่ถูกต้อง กายกรรม วจีกรรมก็มาจาก มโนกรรมเป็นตัวประธาน ภายนอก อิริยาบถ ดินน้ำไฟลม วิถีสรีระไม่มีแล้ว เหลือแต่วจีกรรม เหลือแต่ภาษาคำพูดกับมโน ไม่มีทั้งกายทั้งวจี เหลือแต่ มโน ก็คือมโนกรรม ลปนา คือ ฐานที่หยาบน้อยลงมา เป็นทุจริตเป็นอกุศลอยู่ เราศึกษาให้ดี ให้รู้ว่ากรรมเป็นอันทำ เราต้องจัดการกรรมของเราเอง ไม่ใช่พระเจ้ามาจัดการให้เรา เราจะดีจะชั่วขึ้นอยู่กับพระเจ้าไม่ใช่ แต่เราควบคุมกรรมของตัวเองให้ดี แล้วไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับกรรม เกิดมาศึกษาเรื่องของกรรมแล้วทำให้ดี กรรมเป็นโลกียกรรมกับโลกุตรกรรม นี้สำคัญ กุศลอกุศล โลกีย์ก็ไม่ยาก แต่ต้องรู้กรรมโลกียะกับโลกุตระ ศาสนาพุทธมีอันนี้ ส่วนศาสนาอื่นมีทั้งดีทั้งชั่ว เราก็ศึกษาทำกรรมนั้นให้ดีที่สุดก็มาเรียนรู้เรื่องกรรมนี่แหละเป็นเรื่องใหญ่ นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ ส.เดินดินว่า...คนทุจริตอวิชชาสุดยอด คืออวิชชาอัจฉริยะ ที่เหตุการณ์บ้านเมืองไทยวุ่นวายเพราะนักการเมืองเป็นต้นเหตุ แต่เขาเบี่ยงเบนไปหาว่าเป็นเพราะว่าสถาบัน อย่างเด็กรุ่นใหม่ออกมาว่า ปัญหาอยู่ที่สถาบัน ซึ่งแท้จริงแล้ว เขาก็รู้ความจริงกันหมด พ่อครูว่า...ที่จริงแล้วนักการเมืองที่ดีๆก็มี

630821_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมบรรยายอัมพัฏฐสูตร ตอน 14

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน