สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน อาหารรูป อย่างลึกซึ้ง.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน อาหารรูป อย่างลึกซึ้ง _คำถามที่ 2 รูปขันธ์นี้เป็นลักษณะของทั้งคนและสัตว์เดรัจฉานด้วยไหมคะแต่คงไม่ได้รวมถึงพืชใช่ไหมคะ เพราะพืชคงไม่มีหทัยรูปใช่ไหมคะ คำถามที่ 3 พ่อท่านบอกอาหารรูปมีอยู่ 1 คือ กวฬิงการาหาร แล้วพ่อท่านก็พูดต่อไปว่าซึ่งก็จะนำไปสู่วิญญาณอาหาร อันนี้แหละค่ะขอให้พ่อท่านช่วยขยายหน่อยได้ไหมคะ ที่พ่อท่านพูดสั้นๆเอาไว้ คือถ้าในรูป 28 มีอาหารรูปแค่เพียงหนึ่ง ฉะนั้นอาหารอย่างอื่นอย่างเช่น วิญญาณอาหารซึ่งเป็นเรื่องของนาม มีอาหารอะไรอีกบ้างบ้างคะ ขอให้พ่อท่านช่วยอธิบายเพิ่มด้วยค่ะ ดิฉันจำได้ว่าพ่อท่านเคยแสดงธรรมเรื่องนี้แล้วแต่ขอให้ทบทวนให้ใหม่ด้วยค่ะ ขอกราบขอบพระคุณและกราบนมัสการค่ะ พ่อครูว่า…อาหารที่ว่านี้ ก็ย้อนไปที่อาหาร 4 เมื่อไปปฏิบัติอาหารอยู่ใน อุปาทายรูปคือ การสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกาย ก็จะเกิดสภาวะที่เป็นรูปที่ใจ รูปที่ใจนี่แหละในอาหาร 4 มันมี ๑. กวลิงการาหาร (อาหารคำข้าว ให้รู้กิเลสเบญจกาม) . . ๒. ผัสสาหาร (อาหาร คือ ผัสสะกระทบให้เกิดเวทนา) . ๓. มโนสัญเจตนาหาร (อาหารใจที่เจตนามุ่งกับตัณหา) . . ๔. วิญญาณาหาร (อาหารของวิญญาณ กำหนดรู้นาม-รูป . อันเป็นปัจจัยให้ตั้งอยู่แห่งสังขาร เพื่อการเกิดในภพใหม่ คือมีปัจจัยเกิดชาติชรามรณะ ทุกข์ และความคับแค้น) . (ปุตตมังสสูตร พตปฎ. เล่ม ๑๖ ข้อ ๒๔๑-๒๔๔) อาหารคือคำข้าว เอาตัวนี้มาเป็นตัวอย่างอธิบาย จะเป็นทางเสียงจะเป็นทางตา จะเป็นทางอาหารที่รับรสทางลิ้น เป็นการติดอย่างหนักหนาสาหัส แม้บรรลุเป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็ต้องกินอาหารแต่ รูปเสียงกลิ่นก็ไม่มีก็ได้ กิเลสทั้งหมดอยู่ในอาหารที่เป็นตัวหลัก เพราะฉะนั้นในอาหาร 4 มันจะต้องมีตัว ผัสสะ มโนสัญเจตนา ด้วย ถ้าคุณไม่ผัสสะของจริง ก็จะเป็นนึกว
อ่านต่อ
่าอาหารที่เราเคยกินเป็นอย่างไร แล้วเจตนา นี้มี 3 คือ เจตนาเป็นกามตัณหา เจตนาเป็นภวตัณหา เจตนาเป็นวิภวตัณหา 3 อย่างนี้ เจตนาที่เป็นกามตัณหาเกิดจากกามคุณ 5 เป็นเบื้องต้นคุณยังมีอยู่ก็ต้องทำให้มันหมด กามตัณหามีกามาวจร มีการสัมผัสทางรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอยู่ในชีวิต ปฏิบัติเริ่มต้นนี้ได้คุณก็ไม่ต้องไปนั่งหลับหูหลับตาปิดทวารทั้ง 5 แต่ลืมตาอยู่นี่แหละ แล้วเป็นพระอนาคามี หมดกามตัณหาก็เหลือ ภวตัณหา คุณก็ล้างกิเลสรูปราคะ ล้างได้ก็เหลืออรูปราคะ หมดภพ 3 ภพนี้แล้วก็เหลือแต่วิภวภพ ล้าง มานะ อุทธัจจะ อวิชชา และอนุสัยอีก คุณก็ต้องรู้ภพชาติเหล่านี้หมด สภาวะที่มันมีกิเลสเท่าธุลีละอองขนาดไหน เพราะฉะนั้นคุณจะต้องรู้รูปนามถึงจะรู้ชัดแยกแยะได้ ถึงจะรู้ถึงวิญญาณอาหาร รู้จากนามรูป ธาตุ 2 หากว่าไปนั่งสะกดจิตอยู่อย่างเดียวนั้นมันคนละทิศคนละทางแล้ว อาตมาจะขยายผลเอาหลักฐานมาขนาดไหนหนอ พวกนั่งหลับตาสมาธิถึงจะรู้ ที่บอกว่า ผางบรรลุผาง บรรลุปึ๊ง สว่าง อะไรก็แล้วแต่ อาตมาก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เมื่อไหร่ท่านจะเข้าใจได้ ท่านก็ยังจมอยู่อย่างนั้นเมื่อไหร่คุณจะออกมา คุณเล่นปิดประตู คุณเปิดประตูรับแล้วจะมีปัญญา มันไม่ได้หายไปไหนปัญญามันจะรู้หมดบรรลุด้วยปัญญา อาตมามีของเก่าที่ไปนั่งหลับตาที่มีสัญญาแบบโลกๆ ก็ยังสามารถเอามาอธิบายได้ แม้ในชาตินี้ก็ยังเป็นลิงลมอมข้าวพองไปนั่งหลับตากับเขา ก็รู้มีสัญญารู้มันไม่หายไปไหนแต่รู้ว่าอะไรใช่อะไรไม่ใช่อะไรเป็นเนื้อแท้ของโลกุตระอะไรที่ไม่ใช่ จะชัดเจน คือรู้สองอย่างมีสองอย่างเลย แต่ที่มีสองอย่างอย่างไม่ใช้ก็ปิดใส่เซฟ หรือเอาไปจมในทะเลที่หายไปเลย แต่สัญญามันไม่ได้ลืมง่ายๆ สรุปที่ปิ๋มเขาถามมา บอกว่า ก็อธิบายผ่านมาแล้ว กวฬิงการาหาร จะนำไปให้เรียนดูอาหาร 4 ได้ ต้องรู้นาม 5 เวทนาสัญญาเจตนาผัสสะ มนสิการ ต้องดูอาหาร 4 ก่อน หากแยกแยะไม่ได้ว่ามันมีเหตุปัจจัยสัมพันธ์กันยังไงก็ขยายไม่ออก
ส่วนอาหาร 4 อาตมาไม่เก่งกว่าพระพุทธเจ้าเราอธิบายได้แค่อาหาร 4 ส่วนเครื่องอยู่อาศัยที่เป็นอย่างอื่นอีกมีอีกเยอะแยะ อาหารสัปปายะ ธรรมะก็สัปปายะ ธรรมะก็รวมหมดเลย (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) ไม่บอกให้พักก็พักเองก็แล้วกัน สมณะฟ้าไท...การตัดกิเลสพวกเราชาวอโศกจะเรียนรู้เรื่องอาหารกายเป็นสำคัญ พ่อครูว่า..ตัดกิเลสเรื่องกินได้กิเลสก็หมดไปครึ่งหนึ่งเป็นอย่างน้อย เมื่อกายเราก็เบา แน่นอนจิตวิญญาณเราก็เบาแน่นอน ทำให้จิตมุทุภูตธาตุ620719_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ หมวดแห่งสัมมาทิฏฐิ ตอน 1