สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ ต้านมิจฉาอาชีพ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.63 KB
วันที่แก้ไข3 พฤษภาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ ต้านมิจฉาอาชีพ ยิ่งเมืองไทยเป็นเมืองกสิกรรม ถ้าพยายามพากเพียรยกย่องกสิกรแข็งขลังเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ยกย่องและส่งเสริม ให้อยู่ดีกินดีมีกินมีใช้ให้เป็นไปได้ดี ส่งเสริมกสิกรรมกสิกรให้หนัก แล้วเอาอันนี้เป็นสินค้าเป็นผลผลิตของประเทศ ส่งออก ทุกวันนี้การคมนาคมก็ดีส่งไปให้ได้ง่าย ดี อาตมาว่าจะรุ่งเรืองพัฒนาเศรษฐกิจในสิ่งที่ตนเองถนัด ตนเองเหมาะสม เราไม่ใช่พวกขั้วโลกเหนือหรือพวกตะวันตกที่เป็นยุโรป มีแต่หิมะ มีแต่ฤดูที่ปลูกพืชพรรณธัญญาหารไม่ได้ สู้เมืองไทยไม่ได้ปลูกได้ตลอดปีตลอดชาติ หน้าหนาวจะหนาวอย่างไรก็มีพืชที่ชอบหนาว ยิ่งหน้าร้อนหน้าแล้ง มีน้ำมีท่าก็สามารถทำได้ อย่าให้ขาด ทำเขื่อนแก้มลิงทำชลประทาน ก็ดูดีขึ้นเยอะประเทศไทยเพราะในหลวงท่านส่งเสริมสิ่งเหล่านี้ ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนน้ำเลย การชลประทานอะไรดีขึ้นเยอะ ทำสินค้า ผลผลิตของกสิกรรมให้ได้ดิบได้ดี ไร้สารพิษมีคุณภาพดี เนื้อดี วิตามิน มีธาตุอาหารที่ดีของมันส่งไปตีตลาดโลกเลย แจกเลย ขายให้ถูกๆ แข่งเลย เดี๋ยวนี้ไทยก็ปลูกพืชทางตะวันตกได้เยอะ ปลูกในประเทศไทยนี่แหละ ซื้อของในประเทศไทยที่ประเทศอื่นไม่มีก็ส่งไป รับรองว่าเศรษฐกิจไม่เดือดร้อนอะไร แต่นี่ไปส่งเสริมเหล้า ให้ผู้ที่ทำเหล้าขาย ขายไปเลยแล้วให้เป็นเศรษฐีขึ้นอันดับโลก เพราะมีเงินมากจะได้มีหน้ามีตาว่าคนไทยมีเศรษฐี ขายเหล้าขายกระทิง ขายยามอมเมา ขายเบียร์ รวยกันเละ ก็จะไม่รวยได้อย่างไรขายสิ่งเสพติด ขายยาบ้ายาม้าขายฝิ่นก็แน่นอน ไม่เข้าเรื่องไม่เข้าท่าเลย มาขายสิ่งเหล่านี้ที่ไม่เป็นพิษ ไม่เป็นวีสวณิชชาหรือมัชชวณิชชา ที่พระพุทธเจ้าถือว่าเป็นการค้าขายที่เป็นมิจฉา เมืองไทยถ้าศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าให้ดี แล้วทำอยู่ในกรอบไม่ใ

อ่านต่อ

ห้เป็นมิจฉาก็จะเจริญมาก อาตมาพอเข้ามาทางธรรม มาเจอธรรมะพระพุทธเจ้าที่เขาไม่พูดกัน มิจฉาอาชีพ 5 แต่อยู่ในมรรคมีองค์ 8 นี้แหละ มิจฉากัมมันตะก็มี 3 โดยเฉพาะคนต้องทำงานอาชีพ ต้องบอกให้รู้กันว่านี้เป็นมิจฉา อย่าให้มีในประเทศ โดยเฉพาะมิจฉาชีพข้อที่แย่ที่สุดคือ กุหนา ลปนา เนมิตกตา นิปเปสิกตา ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา เอาภาษาบาลีมาพูดก็สั้นดีกระชับ แปลเป็นไทยก็ไม่ตรงเสียทีเดียว พวกนักวิชาการหาว่าอาตมา ว่าทำไมไม่แปลตามที่ท่านแปลเอาไว้ อาตมาว่า อาตมาไม่ใช่นักวิชาการนักการศึกษา อาตมาเอาแต่บาลีตรงๆนี้ก็ดีแล้ว ดูจากพระไตรปิฎกภาษาไทยก็ไม่พอ ต้องเอาภาษาบาลีมาจึงจำได้ง่าย ถ้าเข้าใจศาสนาพุทธที่ส่งเสริมหรือต่อต้านไม่ให้ทำสิ่งที่เป็นมิจฉาชีพ อย่าทำอาชีพ 1. การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง เป็นอาชีพที่โกงเป็นอาชีพที่เลวร้ายที่สุดต่ำที่สุดในกระบวนมิจฉาชีพ กุหนาเลวร้ายที่สุด เพราะฉะนั้นเมืองพุทธแท้แท้ มิจฉาชีพอย่าปล่อยให้เกิดให้มีให้เป็น แล้วต้องศึกษาว่าอย่างไรเป็นมิจฉาชีพ อย่างทักษิณ คือผู้ทำมิจฉาชีพที่เลวร้ายมาก ยิ่งลักษณ์ก็ทำอาชีพนักการเมืองผู้บริหารได้อำนาจมาทำให้ประเทศฉิบหายไปไม่รู้กี่แสนล้าน ถ้าปล่อยไปป่านนี้หมดแล้วประเทศไทยคงขายประเทศไทยให้แจ๊คหม่าไปแล้ว นี่คือมิจฉาชีพ แล้วก็ไม่เข้าใจกันเพราะไม่ได้ศึกษา โกงกันทุจริตกันซับซ้อนมากมายก่ายกอง นี่คืออบาย มิจฉาหนักหนาสาหัส 2. การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง แปลว่ายังมีเชิงหลอกลวงปลิ้นปล้อนไม่ตรงไม่ซื่อทั้งนั้น ก็รองลงมาจากกุหนา เป็นอาชีพที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตอะไร นี่สองข้อแล้ว ถ้าศึกษาศาสนาพุทธเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ประชากรเป็นพุทธศาสนิกชน 95% ถ้าเรียนรู้และบริหาร เอาธรรมะมาเป็นแกน อยากให้ประเทศไทยมีอย่างนี้ ถ้าหากบกพร่องเถรสมาคมก็ควรเอาให้รัฐบาลผู้บริหารประเทศเอาไปทำ อย่าให้ประเทศมีสิ่งเหล่านี้ พูดไปสองไพเบี้ย ทุกวันนี้ปราบคอรัปชั่นขี้โกงกันได้แค่ไหน เละเทะหนักหนาสาหัส ซ่อนแฝงกันมาก แย่ ไปไม่รอด เพราะไม่เห็นความสำคัญของธรรมะของความซื่อสัตย์สุจริต หากไม่ไปหาทุจริตอกุศลพวกนี้ก็จะไปรอด แม้จะไม่เก่งก็ตามแต่ไม่มีทุจริตแล้วก็สงบ ชีวิตสงบสุขสบายไปรอด ไม่มีความรู้ความสามารถมากก็ยังไปรอด แต่จริงๆแล้วคนที่ไม่ทุจริตพวกนี้เอามาพัฒนา สุโปสะ จะเป็นคนที่บำรุงพัฒนาได้ง่าย สุโปสะ บำรุงง่าย ไม่ติดในทุจริตแล้วก็ส่วนพวกนี้เอามาพัฒนาให้เจริญได้ง่าย ประเทศจะเจริญพัฒนาได้ง่ายมาก อาตมาเสียดายที่ข้าราชการผู้บริหารประเทศไม่เดินในร่องรอยของศาสนาพุทธทั้งที่เป็นพุทธศาสนิกชน 95% นะ คิดดูสิ นอกนั้นก็เป็นศาสนาอื่นมีเปอร์เซ็นต์น้อย ถ้าเข้าใจและเดินตามหลักธรรมพระพุทธเจ้าประเทศไทยจะเจริญ ขนาดที่แย่อย่างนี้ เมืองไทยพอมีเนื้อของศาสนาบ้างแค่นี้ ทั้งๆที่มันไม่ค่อยได้เรื่องได้ราว ขออภัย มหาเถรสมาคมไม่ได้พาให้ได้เรื่องได้ราวอะไรเลย ตอนนี้ก็แค่เรื่องเงินทอนวัด ที่จริงเงินโกง เงินทุจริต ขี้โกงกันเป็นกระบวนการเลย แล้วขี้โกงกันหนักนะ ผู้ที่เอาเงินมาจากรัฐให้แก่วัดต่างๆ ชักไปเปล่าๆ 80 เปอร์เซ็นต์ เอามาให้แก่วัดแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเรียกว่า เงินทอน 80% เอาไปขี้โกงทุจริตหมด อะไรมันจะเหลือ พระก็พูดไม่ออกเพราะว่าอยู่ดีๆได้เงิน แค่ 10 20 เปอร์เซ็นต์ก็ยังดี เขาบอกว่า กำขี้ดีกว่ากำตด กำขี้ยังมีต่อน แต่กำตดนี้ไม่มีต่อน กำขี้นี้เหม็นฉึ่งเลย ยังได้กำ พูดไปแล้วมันสุดๆที่จะพูดกันเลย 3. การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยง-ยังไม่แน่แท้ 4. การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) 5. การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 275 มหาจัตตารีสกสูตร)

610502_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ศีลเป็นประมุขของธรรมทั้งปวง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน