สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน สภาพนิพพานมีจิตอุเบกขาที่ตรงกันยืนยันได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน สภาพนิพพานมีจิตอุเบกขาที่ตรงกันยืนยันได้ เรามาเข้าสู่สภาพนิพพานกันดีกว่า ธาตุที่เป็นวงกลมเป็นตัว 0 เป็นนิพพานหมดพิษภัย จะรู้ก็รู้เต็ม จะถือว่าไม่รู้เลยก็ได้ อย่างอาตมาทุกวันนี้ใช้ความไม่รู้เลยกับพวกเราเยอะ เพราะอาตมาไม่จ่ายแคลอรี่พวกนี้ ให้พวกเรารับแบกหามไป เช่น วันนี้ขี้กี่ครั้ง คนไหนช่วยจำก็จำไป วันนี้กินข้าวหรือยัง กินแล้วก็ใช่ ให้กินก็กินก็จัดมาให้แล้วกัน อะไรอย่างนี้เป็นต้น เป็นเรื่องที่เหมือนไร้สาระ แต่อาตมาอาศัยสิ่งนี้อยู่ อย่าเลียนแบบนะคุณยังไม่ใช่ฐานะไปเลียนแบบก็ตายเปล่า ทำไม่ได้ อาตมามีสิ่งแวดล้อมเป็นเหตุปัจจัยก็เลยทำได้ มาพูดถึง สิ่งที่แจ็คหม่าก็ดี ทรัมป์ก็ดี คิมจองอึนก็ดี เป็นตัวละครของโลกตอนนี้ ไทยเราพวกเรานี่แหละ พูดกันรู้เรื่องก็ศึกษากันไป สังคมสิ่งแวดล้อมพวกเราจะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นปรากฏการณ์ศึกษา เป็น phenomena สื่ออธิบายใช้ศึกษากัน
พูดถึงเรื่องความสะอาดกับความสกปรก ความบริสุทธิ์กับความสกปรก สกปรกน้อยลงๆๆ จนกระทั่ง เข้าไปหาความสะอาดบริสุทธิ์มันจึงยากขึ้นๆ ที่จะรู้ เพราะฉะนั้นเราจะสามารถอ่านจิตเราเองที่สะอาดจากกิเลส จึงต้องศึกษาจริงๆ จะไปโมเม อย่างไม่มีสัมผัสรู้ของตัวเอง คุณทำไม่ได้หรอก ถ้าไม่ศึกษาเรียนรู้จริงๆ ยิ่งเป็นนามธรรม ที่ใช้ภาษาบาลีว่าอัตตา ภาษาไทยว่าตัว หรือตน ตน ตัว ต นี่มันมีเป็นตัวตั้ง ตัว น มันไม่มี พยัญชนะ 2 ตัวนี้เป็นตัวมีหรือไม่มี ? ก็คือมีและไม่มี สุดยอดแล้ว ไม่มีตัวอื่นแล้วพยัญชนะที่ใช้แทน ต กับ น ภาษาไทยก็เอามาใช้ แต่ภาษาบาลีใช้ ต ตัว ต นี้แยกเป็น มม คือธาตุจิต ตัวธาตุจิตตั้ง เช่น อตมะ หรือมาเป็นอาตมา เคยได้ยินไหม อตัมมยตา ม เป็นตัวจิต แม้บาลีสันสกฤตก็ตาม ม คือตัวจิต อาตมาหรืออาตมะ อาตมัน ในธ
อ่านต่อ
าตุรู้ต่างๆ พยัญชนะกับสระ กับตัวสภาวะจริง จึงจะต้องเข้าใจและเรียนเอามาสื่อใช้สมมุติกัน
อาตมาอธิบายถึงความบริสุทธิ์ที่เรียกว่าอุเบกขาเป็นฐานนิพพาน ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา คือฐานของจิตที่รวมเรียกว่าอุเบกขา ต้องเข้าใจว่าสภาวะแต่ละอย่างคืออะไร รวมทั้ง 5 อย่างนี้คืออุเบกขาคือกลางๆเฉยๆ แต่ห้าตัวนี้ดูเหมือนมาก แต่รวมตัวแล้วต้องเล็กลงไปยิ่งกว่าคำว่า อุเบกขา การเรียนรู้สัจธรรมพวกนี้จึงไม่ใช่เรื่องโมเม ไม่ใช่เรื่องอะไรก็ได้ สุ่มสี่สุ่มห้า มันไม่ได้มันต้องแม่น ต้องชัด ต้องตรง แล้วเราก็จะมาใช้กับสังคม ใช้กับผู้อื่น ถ้าเราไม่ตรงเอาไปใช้กับผู้อื่นได้อย่างไร ก็เละเทะหมด ก็ต้องตรงกันหมด ผู้รู้ก็ต้องตรงกันหมดจึงสามารถเอามาใช้ได้ เอามายืนยันกันและกันได้ เพราะฉะนั้นธาตุรู้ที่รู้แล้วคนอื่นพูดกันไม่รู้เรื่อง เช่น สายเทวนิยม ตัว ท ทหาร เราออกเสียงเต็มแต่ที่จริงมีจุด ทฺ ออกเสียงครึ่งหนึ่ง เป็นสองเพศในตัว bipolar มันเป็นสอง ตัว ท นี่ เพราะฉะนั้นคำว่าเทว หรือ ทะเว ทวิ พวกนี้ เป็นนัยละเอียดลงไปอีก เอาคำว่า เทว หรือทะเว อ่านอีกอย่างหนึ่งอ่านทะเว อ่านอีกอย่างคือ เทวะ เป็นคำว่าเทวตาหรือเทวดา หมายความถึงสิ่งที่น่าได้น่ามีน่าเป็น เป็นสมมุติสัจจะ เป็นความสุขความรื่นเริงความรวย พวกเราไม่อยากแล้วไม่ต้องรวย หากใครไปเอารวยก็ อเทวะ แปลอีกอย่างว่าเป็นสัตว์นรกเลย สิ่งเหล่านี้ถ้าเราเข้าใจแล้วพูดกัน สื่อกันอย่างที่พูดกับพวกคุณนี้ ใครงง ...ใครงงมาก ...ไม่มี ใครงงนิดหน่อย...มี ใครไม่งงเลย ยกมือ มีไม่มากนัก สามารถสื่อกับโลก สื่อให้รู้ถึงจิตวิญญาณ หากคุณเกิดมาเป็นคนแล้วสื่อสารกับใครไม่ได้เลยแล้วจะอยู่กับใคร จะอยู่ไปทำไม ถ้าอย่างนั้นก็ต้องไม่อยู่กับมนุษย์ ไปอยู่ดีที่สุดก็คือไปอยู่กับพระเจ้า ถ้าคุณเกิดมาเป็นมนุษย์คุณก็ต้องสื่อกับมนุษย์ด้วยกัน ถ้าไม่สื่อสารกับมนุษย์ด้วยกันก็ไปฝังอยู่ที่ไหนสักที่ มันก็ไม่ได้ เกิดมาแล้วก็ใช้สังขาร กินนอนขี้เยี่ยวแล้วก็สูญสลายไป เกิดมาทำไมเล่า โดยวิบากคุณเกิดมาอย่างนั้นคุณสะสมนะ สะสมธาตุรู้ ธาตุยึดของคุณเองนะ อันนี้ดีหรือไม่ดีก็เกี่ยวกับวัตถุเกี่ยวกับสัตว์เกี่ยวกับพืช แต่ถ้ามาอยู่กับคน ก็ต้องสื่อกับคน คุณก็จะอยู่กับคนได้ดี ถ้าคุณสื่อกับคนไม่รู้เรื่อง เห็นตรงกันข้ามกันก็ทะเลาะกันเท่านั้นเอง ถ้าอยู่กับคนต้องสื่อกันให้รู้เรื่อง แล้วให้ดีเกิดประโยชน์คุณค่าให้เจริญด้วย มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น คนจึงแสวงหาสิ่งที่ควร สิ่งที่เจริญสิ่งที่รู้เรื่อง สิ่งที่เป็นความสูงที่สุดที่เราควรจะเป็นคือเราจะเป็นคนในระดับสูงสุดที่พิสูจน์ได้คือเป็นพระพุทธเจ้า แต่ถ้าจะสูงสุดแล้วคุณจะไปเป็นพระเจ้าคุณก็เลือกเอา เป็นพระเจ้าเรียกว่าไม่มีใครไปพูดกับพระเจ้าได้ พระเจ้าท่านอธิบายว่าผู้ที่จะพูดกับท่านได้ก็คือพระบุตร ก็ต้องเป็นคนเดียวด้วย นอกจากพระบุตรแล้วไม่พูดกับใคร มีแต่พระจิตกับพระบุตร 2 เท่านั้นแหละ นอกนั้นพระจิตก็ไม่พูดกับใคร พูดแต่กับพระบุตร แล้วให้พระบุตรมาพูดกับคน เราจะเป็นพระบุตรก็เป็นพระบุตรเพราะจะพูดกับคน แต่ถ้าจะไม่เป็นคนที่พูดกับคนก็ไปเป็นพระเจ้าเสีย แล้วให้พระเจ้าสร้างพระบุตรก็อยู่คับแคบๆ 2 คน มหาจักรวาลนี้มีแต่เรากับพระบุตร อาตมาไม่เอา อาตมาจะมาเป็นผู้ที่พูดกันรู้เรื่อง เป็นพระพุทธเจ้า กับมวลมนุษยชาติทั้งหมดสัตว์โลกทั้งหมดสิ่งต่างๆทั้งหมด เหมือนพระเจ้าว่านั่นแหละ พระพุทธเจ้าว่า กับพระเจ้าว่าอันๆเดียวกัน แต่พระเจ้าว่าเองไม่ได้ แล้ว พระพุทธเจ้ากับพระบุตรนั้น ไม่พูดต่อแล้วเพราะว่ามันไม่ดี จะบอกว่าอันไหนเหนือกว่ากันก็กระไรอยู่ ให้เลือกใครจะเอาพระเจ้า พระบุตร หรือพระพุทธเจ้า ….
610430_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เรียนรู้โลกกับอัตตาตามสมมุติและปรมัตถ์