สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน ล้างอัตตาของธรรมะ 2.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน ล้างอัตตาของธรรมะ 2 ส.เดินดินว่า...ประเด็นรัฐอิสระ เป็นได้เพราะพระเจ้าแผ่นดินสมัยก่อนมีภูมิธรรม นึกถึงพวกเราเมื่อก่อน เราออกเผยแพร่ ก็มีคนแจ้งนายอำเภอจะมาจับ แต่พวกเราอธิบายวัตรปฏิบัติ นายอำเภอฟังแล้วก็เข้าใจ ปวารณาว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือบ้าง คือคนมีภูมิธรรมนั่นเองก็จะเข้าใจพวกเรา เป็นรัฐอิสระเพราะคนมีภูมิธรรมจะยกให้ พ่อครูว่า...ธรรมะพระพุทธเจ้ายอดเยี่ยมลึกซึ้งไม่เก่า จะเป็นระบอบไหนก็ตาม ปชต.เผด็ขการ คอมมิวนิสต์ ก็ตาม เข้าได้หมด ไม่เป็นภัยแก่ใคร เป็นประโยชน์ต่อทุกระบอบ เขาไม่รังเกียจสุดยอด อาตมาพิสูจน์ระบอบของพระพุทธเจ้าอาตมาว่าอาตมาทันสมัยที่สุดยิ่งกว่าทุกประเทศ สู่แดนธรรมว่า ทุนนิยมเขารังเกียจบุญนิยมไหม พ่อครูว่า...เขาไม่รังเกียจ เราไม่ได้เบียดเบียนแย่งชิงเขา ไม่ได้เป็นคู่ต่อสู้ นอกจากไม่แล้วเราบาย คือเราปล่อยให้เขาจะโลภก็โลภไป จะโทสะก็โทสะไป จะโมหะก็โมหะไป คนอย่างพวกเรานี่ ไม่เป็นภัยเป็นพิษต่อใครๆไม่ว่าลัทธิไหนๆในโลกจะไม่กระทบกระเทือน เพียงแต่ว่าเราอย่าไปเบ่งอวดดีว่าลัทธิเราสูงเราดี จนเขาเองรู้สึกว่าถูกข่ม ด้อยกว่ามีมานะกิเลส อย่าไปทำ แต่การจะพูดโดยสัจจะว่าอันนี้ดีกว่าหรือเท่ากันต้องมีศิลปะในการพูด แต่เขาก็ไม่มีศาสนาไหนมาท้วงอาตมา ก็พูดตามสัจจะ สัจจะของศาสนาก็มีเทวนิยมกับอเทวนิยม เทวนิยมมีทั่วโลก แม้พุทธทุกวันนี้กลายเป็นเทวนิยมเสียเยอะ
เทวนิยมคืออะไร อเทวนิยมคืออะไร ยิ่งใหญ่มากที่สุดในโลก ยิ่งใหญ่อยู่ชั่วกาลนาน ยิ่งใหญ่ถึงขั้น อเทวนิยมเกิดไม่ได้ในคน ในสังคมให้เกิดอเทวนิยมมีความรู้ประกาศลัทธิศาสนาขึ้นมาในยุคไหนที่คนไม่มีภูมิธรรมเพียงพอประกาศไม่ได้ ประกาศศาสนาพุทธไม่ได้ เช่นกลียุคที่แย่ประกาศไม่ได้ ทุกคนเป็นเทวนิยมหมด ปฏิบัติอเท
อ่านต่อ
วนิยมไม่ได้ อเทวนิยม เทวะแปลว่าพระเจ้าหรือเทวดา ศาสนาพุทธดับเทวดา เทวะแปลว่าสอง คือไม่รู้จักซาตาน เขานึกว่ามีแต่เทวะ ลืมทิ้งซาตาน แต่แท้จริงมันแทรกในตัวเขาแรงมาก จนไม่รู้ตัว เช่น ฮิตเลอร์เป็นต้น เขาไม่รู้ตัวหรอก หรือแม้แต่ประธานาธิบดีบางประเทศ เขาไม่รู้ตัวหรอก เขาจะเอาแต่เขาเทวะพระเจ้าที่เขาหลง ลึกซึ้งที่สุดคือเขาไม่รู้จักสุข รู้จักทุกข์ เป็นนรกกับสวรรค์ที่แยกกันไม่ได้ แต่เขาไม่รู้จักนรก สวรรค์ ซาตาน ผี กิเลส เขาไม่รู้จักเหตุคือกิเลส เขาไม่ศึกษากิเลสแต่มุ่งแต่สวรรค์เป็นสุขนิยม เขาเลยกลาเยป็นพวกมีทุกข์โดยไม่รู้ตัวไปไหนไม่รอด เหมือนวัวลืมตีน ศาสนาพุทธรู้จักสุข รู้จักทุกข์ สุขกับทุกข์คือเทวะ พระเจ้ายึดสุขไปเป็นเจ้าของสุข ใครจะสุขต้องให้พระเจ้าประธานแม้นรกพระเจ้าก็สั่งให้ลง ส่วนพระพุทธเจ้าศึกษาทุกข์ คนไม่เข้าใจเลยบอกว่า ศาสนาพุทธเป็นศาสนาทุกขนิยม ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขั้นตั้งอยู่ดับไป แต่ไม่ใช่ ศาสนาพุทธรู้ว่าทุกข์กับสุขคู่กันเป็นเทวะ แล้วดับทั้งทุกข์และสุขหมดไปเลยเป็นอุเบกขา จิตเท่านั้นที่มันสุข จิตเท่านั้นที่มันทุกข์ ต้องเรียนรู้ที่จิต เหตุอะไรที่ทำให้ทุกข์สุข แล้วดับเหตุ จนเหตุมันดับไป เป็นจิตหมดทุกข์หมดสุข อุเบกขา ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา เป็นองค์คุณ 5 มีจิตสะอาดบริสุทธิแม้กระทบกระแทกอย่างไรก็อุเบกขา คนหมดกิเลสแล้วก็หมดสุขหมดทุกข์แล้วทำให้อย่างเร็วไว ปรับได้ทั้งเจโตและปัญญา ควบคุมกรรมได้ดี มีกัมมัญญา ทำการงานได้ดียิ่ง อย่างไรก็จิตปภัสสรนิรันดร อาตมาเองเห็นในพระไตรปิฎก เขาแปลง่ายๆว่าทำจิตบริสุทธิผ่องแผ้วอ่อนควรแก่การงานผ่องแผ้ว จิตเช่นนี้เป็นจิตสูงสุด อาตมาพูดไปนี้อาตมามีจิตปภัสสรตลอดเวลา แม้อาตมาจะพูดแสดงออกทางกายกรรม วจีกรรม มีจิตเป็นประธาน บางทีแสดงออกแรงหนักเหมือนไปว่าเหมือนโกรธแต่จิตก็ปภัสสรไม่ได้โกรธเคืองถือสาแต่ทำหน้าที่ นิคคัณเห นิคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง ตำหนิสิ่งผิดยกสิ่งถูก แต่เขาก็ว่าพูดไปกระทบเขา แต่จะพูดอย่างไรก็ไม่กระทบ แม้พูดกลางๆก็กระทบคนกลางๆ ความเป็นอุเบกขาว่างๆกลางๆนี่แหละยิ่งใหญ่ พระพุทธเจ้าสอนในธัมมจักกัปปวัตนสูตรแยกกามกับอัตตา ท่านสอนให้รู้ แล้วทำจิตให้เข้าใจสองอย่างนี้แล้วจิตเราก็กลางๆว่างๆ แต่เขาแปลมัชฌิมาปฏิปทาว่าทางสายกลาง คนก็เลยปฏิบัติแบบนั้น คนเข้าใจคำว่ามัชฌิมาก็ดี ปฏิปทาก็ดี เข้าใจกันยังไม่ชัดในศาสนาพุทธ ปฏิปทาคือทางปฏิบัติประพฤติที่จะทำให้ไปสู่จิตที่เป็นกลางมัชฌิมา แต่เขาไปแปลรวมว่า ทางสายกลาง นั่นไม่ใช่ แต่ทางหรือวิธีการคนต้องศึกษา เพื่อให้จิตเข้าสู่มัชฌิมาคือไม่มีทั้งอัตตาไม่มีทั้งกาม คือคนหมดกิเลสไม่มีทั้งกามทั้งอัตตา กามคุณ 5 อัตตา 3 ให้ชัดเจน เรียนรู้กามคุณ 5 ก่อน หมดกามแล้วเรียนรู้รูปภพอรูปภพอีกเป็นอนาคามีก็ล้างต่ออีกเป็นลำดับ แต่ทุกวันนี้ไม่ได้ปฏิบัติล้างกามก่อน แต่เข้าไปนั่งหลับตาหนี แล้วไปหลงการหนี หลีกเร้น
อ่านพระไตรปิฎกเลย ก่อนอ่าน ขอท่านเดินดินพูดนโยบาย 5 ข้อนี้อีกที
ส.เดินดินว่า... เช้านี้พ่อครูให้นโยบายงานฉลองน้ำปีนี้ว่าให้เปลี่ยน "ฉลองเป็นฉลาดแล้วจะฉลุยจนถึงเฉลิม" น้ำจะท่วมไม่ต่ำกว่าสองเดือน จะมีปัญหาต่างๆตามมา อย่างเรื่องไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ก็จะลำบาก หากตัดไฟ น้ำจะไม่มีใช้ มีคนเสนอ 1.คงต้องใช้นโยบายพระเจ้าตากเนื่องจากน้องน้ำล้อมเราไว้หมดทุกด้านแล้วและจะท่วมสูงขึ้นไปเรื่อยๆจึงต้องหาทางแบ่งกำลังฝ่าออกจากเมืองไปก่อน แล้วค่อยหาทางกลับมากอบกู้ในภายหลัง โดยจะแบ่งกลุ่มกำลังเป็น5ทีมดังนี้
ทีมพาณิชย์ไปช่วยเสริมกำลังที่อุทยานบุญนิยมและสหกรณ์
ทีมไวพลังไปช่วยงานทางด้านฐานกสิกรรมและเตรียมการเพาะปลูกหลังน้ำลด
ทีมไปฟื้นสุขภาพที่ศีรษะอโศกโดยเฉพาะผู้อายุยาวและผู้ที่ไม่สบาย (แต่พวกเราส่วนใหญ่จะไม่ยอมรับว่าป่วยกัน)
ทีมรักษาการอยู่ที่บ้านราชเท่าที่จำเป็น ต้องการคนที่แข็งแรงพึ่งตัวเองได้
และทีมจิตอาสาซึ่งจะตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือประชาชนอยู่ที่โรงเรียนกุดระงุมสำหรับผู้ที่ร่างกายแข็งแรงพร้อมที่จะไปช่วยคนอื่นได้ เป็นโครงการระหว่างบ้านกุดระงุม รร.กุดระงุมและ กองทัพธรรม พร้อมไปช่วยผู้ประสพภัยน้ำท่วม ยืดหยุ่นจะมาช่วยข้างในหรือข้างนอกก็ได้
ส่วนที่เหลือนอกจากนี้ใครอยากจะกลับไปเยี่ยมญาติพี่น้องก็ตามสบายและทางโรงเรียนก็จะปิดเทอมเป็นเวลา 1 เดือนเพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจไม่ต้องเป็นห่วงลูกเต้าของเขา และทั้งหมดนี้ก็ให้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจที่แต่ละคนคิดว่า620911_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สังคมสาธารณโภคีที่มีผลสำเร็จจริงในโลก