สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน รัฐอิสระสาธารณโภคี.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน รัฐอิสระสาธารณโภคี พ่อครูว่า…วันนี้ วันพุธที่ 11 กันยายน 2562 ที่บวร ราชธานีอโศก รายการบุญนิยมระดมข่าวเฉพาะกิจ เย็นนี้ ตอน อัพเดทสถานการณ์น้ำท่วมบ้านราชฯ 2562 วันนี้เรามาออกอากาศกันในห้องทำงานของอาตมาเลย พิเศษมาก ถ่ายทอดในห้องทำงานเป็นห้องออกอากาศเลย ก็ไปตามสถานการณ์ ตอนนี้น้ำ ทำให้เราต้องเป็นเช่นนี้ทำเช่นนี้ ตามความเหมาะสมก็ได้เช่นนี้ เป็นองค์ประกอบก็ดูดี เปลี่ยนที่ฟังธรรม ยังไงก็ได้ ธรรมะไม่เลือกสถานที่เวลาส่ิงแวดล้อม เมื่อไหร่ก็ได้ที่เหมาะสม อาตมามีหน้าที่แสดงธรรม ตื่นเช้ามา จากที่นอนก็เริ่มต้นไปก็ธรรมะ พูดธรรมะทั้งวัน ก็มีคนมานั่งฟังนั่งซักไป ไม่พูดก็เขียน อาตมาไม่มีหน้าที่อื่นเลยในชีวิต แล้วก็สบายดีมาก เป็นงานที่ดีที่สุดในชีวิตมนุษย์ ใครสมัครมาทำงาน เป็นผู้ทำงานทางธรรมในฐานนักบวช นักบวช จะต้องเป็นคนที่โภคขันธาปหายะ สละทรัพย์สินเงินทองบ้านช่องเรือนชาน ไม่มี เป็นอนาคาริกชน และสละญาติปริวัตตังปหายะ สละญาติโกโยติกาออกมาไม่รับผิดชอบญาติทางโลก เลิก มามีแต่ญาติทางธรรม ที่เราได้เป็นญาติธรรมเป็นญาติจริงๆ จะเห็นได้ว่าพวกเรา เป็นครอบครัวใหญ่ อยู่อย่างสาธารณโภคี พูดไปแล้วก็ภาคภูมิใจตัวเองที่เอาธรรมะ พระพุทธเจ้ามาถ่ายทอดอธิบาย ทำให้สังคมคนเกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิต มีศรัทธา เลื่อมใส มี ศรัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ วิริยินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มีความเพียร มีสติ มีสมาธิ คือมีจิตตั้งมั่นเป็น เอาจริงเอาจัง นำตัวเองมาปฏิบัติธรรมเป็นนักปฏิบัติธรรม เหมือนนักบวช ฆราวาสเหมือนนักบวช นักบวชต้องทำอยู่แล้ว แต่ทุกวันนี้ศาสนาเสื่อม ภิกษุมาบวชแล้วไม่ได้โภคขันธาปหายะ ญาติปริวัตตังปหายะเลย แต่พวกเราแม้แต่สิกขมาตุศีล 10 ก็เป็นคนที่ทิ้ง ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับญาติกับโภ
อ่านต่อ
คทรัพย์เลย มาอยู่กับส่วนกลางเป็นสาธารณโภคี อาตมาทำให้ฆราวาส มารวมกันเป็นสังคมหมู่บ้านทิ้งมาเลย มามีทรัพย์ส่วนกลาง ในยุคพระพุทธเจ้าทำไม่ได้ อาตมาไม่ได้เก่งกว่าพระพุทธเจ้า แต่เหตุปัจจัยคนละฐานะกาละความเข้าใจ ทุกวันนี้เข้าใจกันดีจึงทำให้เกิดสาธารณโภคีในระดับฆราวาส เป็นความยิ่งใหญ่ในสังคมโลก เป็นหมู่บ้านสาธารณโภคีกระจายในประเทศ เป็นหมู่บ้านนิตินัยก็มีนะ ไม่ได้หมู่บ้านเล็กๆด้วย สรุปแล้วชีวิตที่คนเห็นธรรมะเป็นแก่นสารของชีวิต เรานับถือศาสนาพุทธเราก็จริงจังกับศาสนาพุทธเอาธรรมะของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ จนกระทั่งชีวิตของเราเปลี่ยนแปลง ฆราวาสก็ตามมาเป็นสมาชิกมวลชนของสังคมชุมชนอย่างพวกเราที่ทำให้เกิดชุมชนขั้นสาธารณโภคีได้ แม้นักบริหาร รัฐศาสตร์เศรษฐศาสตร์ก็ยังไม่ซาบซึ้งเข้าใจว่า พฤติกรรมสังคมชุมชนสาธารณโภคีมันย่ิงใหญ่ ถ้าเขาเข้าใจดีๆแล้วจะทึ่ง แต่เขาก็มีสะดุดเหมือนกันว่าพวกนี้อยู่กันได้อย่างไร? คนที่มีปฏิภาณมีความสำนึกคิดนึกเข้าใจก็ดี vision ปฏิภาณปัญญา ที่ชัดเจน เขาสะดุด สัมผัสพวกเราแล้ว พวกนี้มาอยู่กันอย่างไร? สังคมพวกเราไม่มีทะเลาะแก่งแย่งกันเหมือนครอบครัวอื่นๆ ครอบครัวอื่นก็มีแย่งสิ่งของแย่งที่ทางก็ยังมี แต่พวกเราไม่ มีแต่เกื้อกูลกันมีอะไรก็แบ่งกันกินกันใช้ อาตมาประสพผลสำเร็จในชีวิตทำให้มนุษย์เกิดพฤติกรรมสังคมสาธารณโภคีได้ อาตมาว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ อันนี้เป็นทฤษฎีพระพุทธเจ้าทำให้เกิดผลจริง ตรงตามที่พระพุทธเจ้าสอน สมัยพระพุทธเจ้าทำได้แต่ในวงสงฆ์เพราะเป็นสังคมทาส สมบูรณาญาสิทธิราช ทำได้แต่ในภิกษุ ถือว่าตัดขาดจากงานบริหาร เพราะพระเจ้าแผ่นดินยุคนั้นในทวีปอินเดียยกให้พระพุทธเจ้าเป็นเอกราชในตัวเอง ประชาชนจะมานับถือตามกฎหมายเรียกว่าธรรมนูญ กฎหมายของพระพุทธเจ้าคือศีล คือวินัย ใครจะมานับถือตามเอาเลยสะดวก ประชาชนของแคว้นในทวีปอินเดีย พระเจ้าแผ่นดินของทุกแคว้นยกให้หมด เป็นเรื่องพิเศษ ในยุคนี้มีตัวอย่างคล้ายๆกันคือ ที่เขายกให้เป็นดินแดน คือวาติกัน เป็นรัฐอิสระ ของศาสนาที่พิเศษ คนอื่นเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ได้ นักบริหารประธานาธิบดีไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับวาติกันเลย เหมือนกันกับยุคพระพุทธเจ้า กลุ่มของพระพุทธเจ้าไปไหนๆ ในอินเดีย ท่านไปที่ไหนๆเขายกให้หมดเลย ให้เป็นรัฐอิสระ มาเทียบของเรา ชาวอโศก มีชุมชนชาวอโศกเหมือนรัฐอิสระไปพูดแล้วจะหาว่าขบถ บริหารปกครองกันโดยมีศีล มีธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นสังคมมีศีลทั้งหมู่บ้านทุกชุมชนไม่ว่าเล็กใหญ่ ปฏิบัติธรรมมีศีลสมาธิปัญญาวิมุติ ยิ่งมีเหตุการณ์ส่ิงแวดล้อมน้ำท่วมยิ่งได้พิสูจน์กับถึงความมีน้ำใจสาธารณโภคี จิตเอื้อมเอื้อเกื้อกว้างแก่กันและกัน นี่ที่เขาน้ำไม่ท่วมก็เป็นห่วงพวกเรา มีบ้านราชฯท่วมแน่ๆ
สมณะเดินดินว่า…น้ำท่วมเขาก็ห่วงแต่เขาห่วงพ่อครูกัน เขาเห็นพ่อครูเดินแล้วหวาดเสียว พ่อครูว่า เดินยังแข็งแรงกว่าพล.อ.ประวิตรนะ ทั้งที่อายุมากกว่า ขออภัยที่เอามากล่าวถึง 620911_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สังคมสาธารณโภคีที่มีผลสำเร็จจริงในโลก