อย่าโง่หลงโลกไปจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งประเสริฐสำหรับชีวิต.docx
เนื้อหาในไฟล์
อย่าโง่หลงโลกไปจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งประเสริฐสำหรับชีวิต พ่อครูว่า…สำนึกดีนักเรียนทั้งหลาย ชีวิตของแต่ละคนก็อย่างนี้แหละในโลกสมัยนี้เขาก็รู้กำหนดพิธี ในการที่จะพยายามช่วยกันและกัน ให้เกิดความรู้ความสามารถเพื่อที่จะยังชีพ ยังประโยชน์ ทั้งตนและผู้อื่นไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นความฉลาดระดับมนุษย์ที่พากันทำ เดรัจฉานมันก็ทำตามประสาของมัน แต่มันก็ยังไม่สามารถที่จะเก็บรายละเอียดองค์ประกอบสรรหามาเสริมเติมความสามารถ เสริความหลากหลาย เสริมประโยชน์ให้มันยิ่งขึ้นๆ สำหรับมนุษย์มีความเฉลียวฉลาดมีภูมิปัญญามากกว่าสัตว์เยอะ แล้วมีทั้งกรรมวิธีรวบรวมเอาทั้งวัตถุ พืชต่างๆสัตว์ต่างๆ เอามาใช้ ตามที่จะมีความรู้ความสามารถ แม้แต่เอาสัตว์มาช่วยมาใช้สร้างสรรค์ต่างๆมากขึ้น แต่โบราณมาจนถึงบัดนี้ก็ยังใช้กันอยู่ โดยเฉพาะในวัตถุต่างๆ สามารถใช้วัตถุตั้งแต่หยาบกลางละเอียดไปจนกระทั่งถึง ในระดับที่เป็นวัตถุละเอียดยิ่งกว่าปรมาณู เป็นสัดส่วนของอะไรต่างๆ วัดค่าเกือบไม่ได้ แต่ก็มามีฤทธิ์เดช อำนาจ จะหยิบจับเอามาผสมรวมใช้ให้มันเกิดประโยชน์แก่ตน ดีไม่ดีก็ทำลายตัวเอง ก็ห้ามไม่ได้ คนเรามันหาเหตุผลให้แก่ตัวเองตามประสาความคิดก็เป็นธรรมดาธรรมชาติของโลก ในวัฏสงสารเอกภพมหาจักรวาลก็เป็นอย่างนี้ตลอดกาลนาน สำหรับพวกเราอาตมาก็พูดตามสัจจะความจริงไม่ได้มานั่งแกล้งยกยอยกย่องเล่นอะไร ว่า พวกเราเป็นคนที่มีบารมีกัน มีบารมีสั่งสมมา แล้วแต่ละบุคคล บางคน ไม่มีบารมีแต่ก็มีผู้ที่หวังดี ผลักดันเข้ามา จนกระทั่งมาได้ดีอยู่กับหมู่มิตรสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี แล้วก็พากันฝนอบรมสั่งสอนถ่ายทอดความรู้ความสามารถโดยเฉพาะอบรมจิตวิญญาณ ทำให้จิตวิญญาณมีภูมิปัญญามีความรู้ที่รู้พิเศษ เป็นโลกุตรธรรม เป็นธรรมะที่ทวนกระแสโลกีย์ ซึ่งเป็นความประเสริฐสูงสุดระดับโล
อ่านต่อ
กุตระ ในโลกีย์ มันก็มีแต่ตัวตนทำอะไรเพื่อตัวตนเข้าหาตัวตน ส่วนโลกุตระนั้น ความรู้สูงสุดนั้น ท่านรู้แล้วว่าทุกอย่างมันไม่จริงไม่มีตัวตนหรอก แต่เราไปหลงยึดถือว่ามันเป็นเราเป็นของเราเป็นตัวตนของเรา เราก็เลยมาทำเพื่อตัวตน เห็นแก่ตัวตนกันหนักจัด เพราะความไม่รู้ แล้วคนไม่รู้มีเยอะในโลก ในมวลพลเมืองพลโลกทั้งโลก ไม่รู้ในความละเอียดลอออันนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อันนี้เอามาเผยแพร่เอามาประกาศให้แก่โลก ผู้มีบารมีจึงได้มาศึกษาเล่าเรียนแล้วก็รู้ รู้ตั้งแต่พยัญชนะบัญญัติทฤษฎีต่างๆความหมาย จากความหมายก็เอามาฝึกฝนมาเรียนรู้ปฏิบัติให้มันเกิดสัมพันธ์กัน สัมผัสกัน เกี่ยวข้องกันทำเรื่องทำประโยชน์อะไรที่มันเป็นโทษเป็นภัยก็ทำให้มันสน, เป็นประโยชน์ ก็คือทำลายสิ่งที่มันไม่ดีออกไปจนกระทั่งมันดี กิเลสที่มันเป็นนามธรรมเล็กกว่ารูปละเอียดกว่ารูปดิ้นอยู่ ไม่นิ่งเหมือนรูปด้วย มันจึงยากที่จะจับตัวแต่ก็สามารถจับได้ พระพุทธเจ้ามีความรู้ความสามารถที่จะใช้อำนาจ ใช้พลังที่จะประหารกำจัดจำพวกเลวร้ายพวกนี้ได้ ได้จริงๆ ซึ่งเราก็ใช้บัญญัติภาษาเพียงว่า ปัญญา ก็ต้องดูว่าพลังงานระดับปัญญาเป็นอย่างไร ตอนนี้หลวงปู่ก็พยายามเอาความรู้ของพระพุทธเจ้าที่สอนไว้ในปัญญาสูตร ที่ขยายความปัญญา 8 ประการ ซึ่งยิ่งใหญ่มากเป็นความรู้ระดับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ แม้จะรู้แล้วเอามาเปิดเผยอธิบายไว้ก็ไม่ใช่คนจะรู้ตามได้ง่ายๆ รู้ตามได้ก็รู้ได้แค่เป็นบัญญัติพยัญชนะตรรกะ เป็นความรู้ในภาคของเหตุผล ภาคที่มันเกี่ยวข้องกันด้วยความรู้ทั้งนั้นยังไม่สามารถที่จะปฏิบัติให้ถึงนามธรรมหรือจิตของตนๆ ที่เป็นความจริง ยังไม่ได้ก็มีเยอะมาก มันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สร้างพลังงานจิตให้เป็นปัญญาเป็นต้นสร้างพลังงานจิตของตนให้เป็นฌาน มันไม่ใช่ไปบังคับ ฌานคือปัญญา บุญ คือตัวจบของปัญญา รายละเอียดพวกนี้ซับซ้อนลึกซึ้งประณีตมากต้องศึกษาให้ดีๆ พวกเรานี้ อาตมาก็ขอสำทับ ชีวิตก็อย่าไปหลงใหลกับโลกมาก ชีวิตเมื่อมารู้จักผู้รู้อย่างหลวงปู่เป็นผู้รู้ก็บอกความจริงให้ฟัง คนที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังมีเยอะ ได้ฟังเหมือนกันแต่ไม่เชื่อฟังก็ผ่านหู ไขหู ไม่เชื่อถือไม่เห็นความสำคัญอะไร เขาก็ไม่รับ แต่พวกเรานี่ได้มาอยู่ถึงขนาด 5-6 ปีไม่น่าจะโง่ ดักดาน จนไม่รู้ว่าอะไรประเสริฐ
640410_พ่อครูให้โอวาทพิธีรับกลด นักเรียนสัมมาสิกขา ปีการศึกษา 2562-2563