ทำไมเราต้องตาย.docx
เนื้อหาในไฟล์
ทำไมเราต้องตาย _หลวงปู่คะทำไมเราต้องตาย พ่อครูว่า…ความเป็นชีวะต้องดับ ชีวะคือการเกิดสภาวะอันหนึ่ง เรียกว่าชีวะ เป็นพืชก็ดี ชีวะมีระดับที่พระพุทธเจ้าแยกไว้ 2 ระดับเท่านั้นง่ายๆ เป็นอุตุ ดิน น้ำ ไฟ ลม ยังไม่ถือว่าเป็นชีวะ ยังไม่มีธาตุที่กำหนดตัวเอง แล้วก็ปรุงแต่งในตัวเองเป็นสังขาร จึงมีตัวสัญญากับตัวสังขาร มีอยู่ 3 ธาตุ รูป สัญญา สังขาร พืชมีรูป ปรุงแต่งเป็นชีวะ หรือชีพ หรือชีวิต แต่ชีวิตระดับพืช ปรุงแต่งเพิ่มขึ้นอีก มีเวทนามีวิญญาณเพิ่มเป็น 2 สภาพ พิสดารยิ่งขึ้น มี 5 เป็นจิตนิยาม เป็นชีวะที่ยิ่งใหญ่เป็นระดับสัตว์ สัตว์ ก็ขยายเป็นสัตว์ต่างๆจนกระทั่งเป็นคน คนก็ยังมีที่เป็นปุถุชนจนเป็นถึงอาริยชนอย่างนี้เป็น พระพุทธเจ้ารู้สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด จึงบัญญัติได้ว่าต้องมีความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ไปเปลี่ยนไม่ได้ เป็นชีวะก็ต้องตายจากความเป็นชีวะ ไม่ว่าเป็นพืชหรือคน ในระดับความเป็นชีวะเมื่อไปรวมตัวกันเกิด ไปรวมตัวกันเกิดเป็นมะม่วง เป็นฟักทอง เป็นมะละกอ มันก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปก็ต้องตาย ทุกอย่างไม่มีอะไรคงที่เที่ยงแท้ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น ยิ่งเป็นชีวะก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงเร็วและมาก ยิ่งเป็นจิตก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงเร็วมากเลย พระพุทธเจ้าถึงมาตรัสรู้ว่า จิตนี้มันเร็ว มันไว มันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ก็เลยมาเรียนรู้จิตว่ามันเปลี่ยนแปลงเร็วก็ตามใจเอ็งก็แล้วกัน พระพุทธเจ้าไม่เอาเราเป็นตัวกำหนด เอ็ง เปลี่ยนแปลงเร็วก็ตามใจเอ็งแล้วก็ตามรู้ตามเอ็ง จนยอมแล้วก็ตาม จึงรู้ไม่ขัดแย้งตามความเปลี่ยน แล้วก็ตามรู้ตามความเปลี่ยนไปเรื่อยๆไม่ขัดแย้ง จึงรู้ทุกอย่างได้มากได้ครบ แต่ไปมัวขัดแย้งอยู่เลยเสียเวลา ความฉลาดของพระพุทธเจ้าเห็นไหม เรียนรู้ทุกอย่างได้มาก ได้เร็ว ได้ครบ เท่าที่รู้ตามตัวเองรู้ก็คือบารมีของคน
อ่านต่อ
แต่ละคน รู้โดยไม่ขัดแย้งคือ ไม่สงสัย ไม่มีอะไร พระอรหันต์จะรู้อะไรก็รู้จริงตามความเป็นจริง มาพบกับใคร คนนี้เขามีความรู้อันนี้ก็คือคุณรู้อย่างนี้เป็นอย่างนี้ ก็เป็นอย่างที่เขารู้ อย่างนี้ที่เรารู้ เขารู้ เรารู้ตามเขาไหม นี่แหละโพธิสัตว์จะรู้อันนี้ โพธิสัตว์มารู้ตัวเองก่อนที่จะเป็นโพธิสัตว์ แล้วจึงเป็นอรหันต์ รู้อรหันต์คือรู้ของตัวเองก่อนว่า อันนี้เป็นอย่างนี้ อันนี้ต่างจากอันนี้ จนกระทั่งจบ ความต่างก็คือความต่างไปสิ จะสำคัญอันไหนก็อันนั้นแต่ละอัน จบ พระอรหันต์จึงไม่มีความขัดแย้ง มีแต่รู้ความจริงตามความเป็นจริง จบ ฟังนิยามอันนี้ให้ดี ๆ แล้วคุณจะเป็นอรหันต์ทันที ฟังให้ดีนะ คุณรู้ความจริงตามความเป็นจริงว่า อันนี้คืออันนี้ รู้ทางตา รู้ทางหูจมูกลิ้นกาย รู้แล้วก็มีความรู้นั้นและคุณก็รู้สึก รู้สึกไม่รู้สึกอะไรก็คือความรู้สึกตามเป็นจริงสิ ไอ้นี่เขียวก็เขียว ไอ้นี้เหลืองก็เหลือง ไอ้นี่แดงก็แดง บอกว่าทำไมมันแดง ก็แดงมันดีก็เป็นสิ่งที่คุณไม่จำเป็นต้องไปวิจารณ์ ทำไมต้องแดง มันไม่น่าแดงเว้ย อ้าว คุณไปยุ่งอะไรกับมัน เพราะฉะนั้นคนที่รู้จักสิ่งใดก็แล้วแต่เป็นสิ่งที่เป็น 1.ไม่มีอะไรเป็น 2 ทั้งๆที่มันเป็น 2 1. สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุณไปเกี่ยวกับเขา ไปสัมผัสเขา แล้วก็ไปทำเป็นรู้เขา ก็เลยมีสิ่งที่ถูกรู้กับตัวเรารู้มันมีสอง คุณจะรู้สิ่งนั้นก็รู้ว่ามันเป็นอันใดอันหนึ่ง แต่ตัวคุณนั้นเสือก เอ๊ ทำไมอย่างนี้วะ ทำไมเป็นอย่างนั้นวะ เฮ้ย มะม่วงทำไมมันเป็นมะม่วงวะ มะม่วงมันก็บอกว่าคุณเสือกแล้ว (สู่แดนธรรมว่า…ท่านพุทธทาสเคยว่า เสือก กรณีมีเณรพอดี ไปถาม) สรุป มีสิ่งหนึ่งที่เกิดเป็นชีวะมันเปลี่ยนแปลงเร็ว ส่วนดินน้ำไฟลมก็เปลี่ยน แต่มันเปลี่ยนช้ากว่า
640409_พ่อครูตอบปัญหาระดมปัญญา-อนัตตา งานปลุกเสกฯครั้งที่ 44