ทำไมเราต้องจัดงานปลุกเสกฯ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.79 KB
วันที่แก้ไข9 เมษายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ทำไมเราต้องจัดงานปลุกเสกฯ _หลวงปู่คะ ทำไมต้องมีงานปลุกเสกฯ พ่อครูว่า…ต้องมีงานปลุกเสกเพราะว่าเกิดจากความฉลาด คนฉลาดก็เลยมีงานปลุกเสก เหตุที่อาตมาให้เกิดมีงานปลุกเสกก็เพราะว่า เมืองไทยนี้ เอาคำว่าปลุกเสกเป็นภาษาไทย คำภาษาบาลีคืออภิเษก ไปทำการอภิเษกหรือทำการปลุกเสก แล้วปลุกเสกให้เป็นพระ แต่ดันไปเอาดินหินโลหะอะไรก็ไม่รู้มาปลุกเสกเป็นพระ จะบ้าเหรอ จะปลุกให้อย่างไรจะเป็นพระได้ พระหมายถึงอะไร พระหมายความว่าเป็นพระอรหันต์เลยล่ะ เป็นความมีคุณวิเศษ พระเป็นคนที่มีอาริยธรรม อาริยคุณ พระ จากภาษาบาลีว่า วร หรือ พร แปลว่า ความประเสริฐ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะเป็นพระได้จะต้องมีความประเสริฐได้ก็ต้องมีจิตวิญญาณ ต้องมาปลุกเสกจิตวิญญาณสิ มาสร้างจิตวิญญาณ มาพยายามอบรมจิตวิญญาณให้เป็นอาริยะ เรียกว่าประเสริฐ ให้มีอาริยธรรม ให้มีความรู้ ให้มีความประพฤติ มีจิตใจที่ดีขึ้น จิตเจริญขึ้นอย่างนี้คือการสร้างความประเสริฐได้ ที่นี้เขาไปปลุกเสกเป็นพระเครื่อง เป็นเครื่องรางของขลัง เป็นเรื่องของวัตถุ เขาปลุกเสกพระ ปลุกเสกวัตถุ พระเครื่องบูชาองค์ใหญ่ๆด้วย อาตมาก็เคยทำไสยศาสตร์พวกนี้มาก่อน คืออาตมาในชีวิตนี้อย่างที่เขาเป็นในเรื่องของศาสนา ในเรื่องของไสยศาสตร์ เขาเป็นกันอาตมาก็เคยเป็นมา เคยผ่านมาทั้งนั้นแหละ เพราะฉะนั้นอาตมาจะรู้ 2 อย่าง นั่งหลับตาที่อาตมาว่าเขาอยู่นี้อาตมาก็เคยไปนั่งมา นั่งมาไม่ใช่น้อยๆ รู้ทั้งนั้นที่เขาพูดที่เขาเป็น ถึงแยกออกในสิ่ง 2 นี่คือความฉลาดของศาสนาพุทธ วิภัชติ แยกสองสิ่งเปรียบเทียบกัน อาการ ลิงค นิมิต ตามคำสอนของสัตบุรุษพระพุทธเจ้าสอนมาเรียกว่า อุเทส ไปอ่านอาการ แล้วเทียบ 2 ให้รู้ว่าอะไรดีกว่า ก็จบตรงนี้ ต้องเรียนรู้ 2 แล้วเปรียบเทียบ ไม่ใช่ 2 แล้วคุณเปรียบเทียบไม่ได้ ห้ามแยกห้ามตี

อ่านต่อ

แตก เหมือนเทวนิยม พระเจ้าก็คือวิญญาณใหญ่มีหนึ่งเดียวห้ามไปแตะห้ามไปแยกห้ามไปวิจารณ์วิจัยต้องตามนั้นเลย ศาสนาเทวนิยมจึงกลายเป็นศาสนาที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรปรุงแต่ง ไม่มีอะไรเคลื่อนที่ ไม่มีอะไรเป็นอย่างอื่นเลย เป็นอยู่อย่างนั้น เมื่อแต่ล้านล้านปีมาก็เป็นอย่างนี้หมด แต่ศาสนาเทวนิยมแต่ละศาสดานั้น ก็จะเกิดมาตั้งตนเป็นศาสดาของศาสนามา ก็ตามยุค อย่างของพระเยซูก็ 2021 ปี ศาสนาอิสลามก็น้อยกว่า 2021 เพราะพระโมฮัมหมัดมาประกาศตนเป็นศาสดาทีหลัง อะไรอย่างนี้ องค์อื่นๆก็ว่ากันไป แม้แต่ที่สุด พระบะฮาอุลลาห์ ไปประกาศศาสนาบาไฮ ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ แต่มีน้อยไม่เจริญเท่าไหร่ พระศาสนาบาไฮเขาพยายามรวมศาสนาทุกศาสนามาเป็นอันเดียวกันเลย โธ่! คือ เป็นความคิดที่มันเป็นไปไม่ได้เลย จะไปร่วมศาสนาทุกศาสนามาเป็นอันเดียวกัน ก็ศาสนาเดียวกันมันยังตีจะตายแยกกันแยกนิกายจะทะเลาะกัน แล้วจะไปรวมศาสนาทุกศาสนามาไว้ด้วยกัน โอ้ย พระบะฮาอุลลาห์ เป็นความคิดที่ยิ่งใหญ่ แต่มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ คนที่โง่ที่สุดคือคนที่ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ไปทำ หรือไปคิดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ คิดอยู่อย่างนั้นแหละแล้วจะทำอยู่อย่างนั้นแหละแต่มันเป็นไปไม่ได้อย่างไรมันก็เป็นไปไม่ได้ แล้วก็ไม่รู้นี่แหละคือคนที่โง่มากๆ ขออภัยที่วิจารณ์ พระบะฮาอุลลาห์ เสียหายเลย ในคนนี้เราเชื่อมั่นว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้เรื่องความเป็นคนอย่างไม่เพิ่ม พระเจ้าอยู่ที่ไหนอย่างไรสมมุติอย่างไร ตามหาธาตุรู้ตัวต้นตอความรู้ไม่ได้ ตามหาไม่ได้สัมผัสตัวจริงไม่ได้มันก็ไม่ชัดเจน มันก็แฝงอยู่สมมุติอยู่ แต่พระพุทธเจ้าบอกว่าเอาที่คน แม้ที่สุดใครจะเป็นพระพุทธเจ้าก็ไม่มีปัญหา คุณมีปัญญาพากเพียรให้มีความรู้ความจริง จนกระทั่งคุณเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งก็ได้ ไม่ได้สงวนสิทธิ์ ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์ คุณพากเพียรเป็นให้ถึง เก็บวิบาก สัมภาระวิบาก สะสมชาติแล้วชาติเล่า ศาสนาพุทธการเกิดของจิตวิญญาณผสมการเกิดแล้วเกิดอีก สะสมภูมิธรรม สะสมบารมี จนกระทั่งเกิดเป็นศาสดาของพุทธ ศาสดาของเทวนิยมนั้นไม่มีปัญหาหรอก เพราะว่าเทวนิยมนั้นคือความรู้ที่ตีไม่แตก แต่พระพุทธเจ้านั้นเป็นศาสนาที่รู้ความที่ตีไม่แตก และก็มีความรู้ทั้งการตีแตก แล้วก็อยู่ที่ตัวเรา ตัวเรานี่แหละเป็นเจ้าของจิตวิญญาณ เป็นเจ้าของอัตภาพ เป็นเจ้าของเทวดา เป็นเจ้าของพระเจ้าที่จะให้พระเจ้าในตัวเรานี้ อยู่หรือไม่อยู่ เลิกหรือไม่เลิก ทำอัตภาพของตัวเรานี่แหละให้มีอยู่หรือไม่มีอยู่ อย่างเทวนิยม พระศาสดาของเทวนิยมไม่รู้ตัวเองว่าตัวเองคือพระเจ้า หมายความว่า ไม่รู้ว่าความรู้ความจริงทั้งหลายแหล่ที่ตัวเองมีนี้คือของตัวเอง ไม่ใช่ของพระเจ้า มีไว้ก่อนเราก็เลยเป็นพระบุตรไปรับของพระเจ้ามานั้น ไม่ใช่ นี่คือความไม่รู้ของพระเจ้าและความไม่รู้ของพระศาสดาทางพระเจ้า ไม่รู้อัตตานั่นเอง เพราะไม่ได้เรียน ไม่ได้วิจัยแยกแยะ แล้วแถมห้ามแยกแยะอีก ก็เลยจบอยู่ตรงนั้นนิรันดร จบอยู่ตรงที่ แยกไม่เป็น แยกไม่เป็นก็เลยมีอยู่เท่านั้น ตายตลอดกาลนาน แต่ว่าแม้มีอยู่เท่านั้นก็ไม่คงที่ คำสอนของพระศาสดาองค์ไหนของศาสนาใดก็ไม่รู้ เช่นของศาสนาคริสต์ คำสอนของพระศาสดาก็เป็นของพระศาสดาเยซู มาถึงวันนี้คำสอนของพระศาสดาเยซูก็แยกเป็นอีกไม่รู้กี่นิกาย ก็ไปเป็นหัวหน้า เป็นใหญ่ของศาสดาแต่ละนิกาย ศาสดาคือหัวหน้าใหญ่ของนิกายนั้นๆ อิสลามก็เหมือนกัน ก็แยกเป็นนิกายต่างๆ ชาวพุทธก็เหมือนกัน ทั้งนั้นแหละ มันห้ามไม่ได้หรอก มันต้องเป็นอย่างนั้น ใครจะเก่งอย่างไรให้ตายก็ไม่มีทางที่จะไม่ให้แยก มันต้องแยก แต่จะไปให้มันไม่แยกมันผิด มันไม่มีหรอกที่จะไม่แยก พระพุทธเจ้าถึงบอกว่าเมื่อแยกก็แยก เมื่อแยกแล้วความเห็นต่างกันก็ต่างคนต่างปฏิบัติมีที่จบของศาสนาพุทธ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีนิกาย มีแต่แค่นานาสังวาส มีแค่มันต่างกัน แต่ก็เป็นผู้ร่วมกันเรียกว่าสังวาสเดียวกัน แตกต่างคนต่างเห็นกันนะ ฉะนั้นท่านจึงมีวินัยไว้เลยว่าวินัยของนานาสังวาสนั้นคือต่างคนต่างเชื่อของตัวเอง ไปบังคับกันไม่ได้ ห้ามกันไม่ได้ คุณเชื่ออย่างคุณก็เชื่ออย่างคุณ เราเชื่ออย่างเรา ก็อย่างเรา คุณจะบอกว่าอย่างนั้นอย่างนี้ผิดก็ว่ากันไปเลยเรียกว่า ปฏิกโกสนา จะค้านอย่างแรง ว่างั้นมันไม่ถูก อย่างเช่นโพธิรักษ์แสดงออกไป พูดจนคอจะแตกก็ได้แต่อย่าไปอธิกรณ์ คืออย่าให้เรื่องทะเลาะกันจนเป็นคดีความที่จะต้องวินิจฉัย ที่ต้องมาตัดสินเพราะจะให้ใครตัดสินไม่ได้ ไม่มีใครจะตัดสินความรู้ของสองฝ่ายนานาสังวาส ที่มันต่างกันไม่มี ของผู้นี้ก็เป็นของผู้นี้ฝ่ายนี้ตัดสินของผู้นี้ก็ต้องไปนี้ตัดสิน ของ 2 ขั้วนี้ต่างกันแล้วจะให้ใครมาตัดสิน ไม่ได้ ไม่มีตัวกลาง เหมือนกับมีคดีความที่ประเทศไทย แล้วไปให้ศาลโลกตัดสิน แล้วมันจะรู้ดีเท่ากับผู้พิพากษาไทยได้อย่างไร ที่จะให้ผู้พิพากษาศาลโลกมาตัดสิน เพราะตัวเองไม่เชื่อตัวเองเสียศักดิ์ศรีมากเลย ไปให้ศาลโลกตัดสิน อย่างพวกที่ออกไปไม่เอาไม่เชื่อศาลไทย ก็ต้องไปให้ศาลโลกตัดสิน เอ็งก็ไปเป็นคนชาติอื่นเถอะ

640409_พ่อครูตอบปัญหาระดมปัญญา-อนัตตา งานปลุกเสกฯครั้งที่ 44

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน