190305-C อาริยสัจจ์4โดยพิสดาร ตอน3-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์215 KB
วันที่แก้ไข24 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

เราคงเคยได้ฟังกันมานานแล้วเกี่ยวกับหมวดธรรมอริยสัจ 4 ซึ่งเป็นหมวดทำหลักในพระพุทธศาสนาแต่น่าแปลกใจหรือไม่ที่เราไม่สามารถได้ประโยชน์จากความรู้เหล่านั้นจนกระทั่งพาตนสู่ความพ้นทุกข์ได้ตามลำดับขั้นทั้งนี้อาจเป็นเพราะอริยสัจ 4 ที่เราเคยฟังมานั้นไม่ลึกซึ้งละเอียดพอที่เราจะนำไปปฏิบัติได้มักได้ผลแต่อริยสัจ 4 โดยพิสดารที่ท่านจะได้ฟังต่อไปนี้เราเชื่อว่าจะทำให้ อ่างกระจ่างใสได้หลักปฏิบัติชัดเจนทีเดียวพ่อท่านได้แสดงธรรมไว้นานแล้วตั้งแต่ปี 2519 ที่ธรรมสถานใดอโศกระบบเสียงค่อนข้างไม่ชัดเจนแต่การบรรยายธรรมนั้นดีมากครับผู้จัดทำหวังในประโยชน์ของผู้ฟังเพื่อที่จะให้พวกเราได้ฟังการบรรยายธรรมในอดีตของพ่อท่านบ้างจึงได้จัดทำออกมาขอเชิญท่านเรียกเป็นศาลาธรรมได้ณบัดนี้เราก็มาต่ออริยสัจซึ่งเราได้อธิบายถึง เภสัชกันไปทั้ง 2 อย่างแล้วคือทุกอริยสัจแล้วก็สมุดไทยอริยสัจใช้ซึ่งรวมลงตัวทุกข์เป็นอะไรบ้างก็ได้อธิบายแยกแยะไปที่รวมย่อลงไปด้วยอะไรก็อธิบายแล้วสมุทัยอริยสัจรวมๆก็คือสมุดสบายทั้งหลายที่เราไม่รู้การเป็นไปของมันทั้งหมดหรือแม้แต่ที่สุดเราไม่รู้รากเหง้าเราไม่รู้รากเหง้าที่เรียกด้วยภาษาว่าอวิชชาคือความไม่รู้ไม่รู้แม้แต่ต้นเลยรากเหง้ามัน เราจึงได้ปล่อยให้มันเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดจนที่สุดเกิดถึงโสกปริเทวะทุกข์โทมนัสอุปายาสทั้งหมดมันเกิดไปจนถึงโน่นแสดงออกมาอย่างชัดเจนทีเดียวเราก็ไม่รู้แสดงออกมาอย่างชัดที่สุดก็คือโศกโศกเศร้าเสียใจอาดูรเห็นทีเดียวว่าหม่นหมองเห็นทีเดียวออกมาทั้งรูปกายเลยทีเดียวโศกเนี่ยปริเทวะแม้ว่าจะลดหย่อนลงทางกายบ้างแล้วความโศกเศร้ารถลดหย่อนลงทางกายบ้างแล้วก็ยังเห็นได้อยู่ กูยังรู้ได้อยู่ว่ายังมีความไม่สบายเชื่อมอยู่ติดต่ออยู่ยังไม

อ่านต่อ

่เสร็จยังไม่เด็ดขาดยังไม่หมดเสด็จที่เรียกว่าป๊าว่าพี่ไรยังไม่รู้ไม่รู้แล้วยังไม่รู้จบยังไม่เสด็จขาดจบสิ้นมันยังมีต่องแต่งส่องแต่งอยู่เรียกว่าปริเทวะจึงเรียกในภาษาอภิรมย์พิไลถ้าเป็นพูดกับหมายคำว่าพูดไม่รู้แล้วอยู่นั่นแหละทำแล้วก็ไม่ขาดหยุดบ้างไม่ได้พูดอีกแล้วพูดอยู่อีกละเรื่องนั้นแหละแล้วไม่รู้แล้วอย่างนี้เรียกว่าปริเทวะหรือพิธีที่ไร พร่ำเพ้ออยู่เรียกว่าไม่รู้แล้วไม่รู้จบสักทีไม่รู้สิ้นขาดไม่เสด็จตัวเหล่านี้เรียกว่าเป็นทุกข์ยังมีความพยาบาทตัวพี่รีบๆรายนี้เรียกว่าพยาบาทรถโศกเรียกว่าตัวโรคแพ้ทดสอบโสเภณีเห็นชัดเจนเลยว่าไม่สมใจจริงๆดินขาดขาดอยู่เห็นๆยังมีบทบาทของความไม่สมใจอย่างเต็มที่ส่วนตัวพี่พิไลนั้นจะเป็นตัวพยาบาทคือตัวยังผูกพันยังไม่ตัดขาดยังมีการเกี่ยวอยู่เป็นตัวทุกข์ที่เกี่ยวกับรากเหง้าของโลภะและโทสะ อธิบายแต่อยู่เดี๋ยวนี้เป็นคำอธิษฐานแล้วก็รวมลงให้ฟังให้เห็นถึงรากเหง้ามันฟังดูชัดๆกับคำจากความจากสภาวะให้ดีโสมนัสได้โทรมานัดที่เป็นทุกข์อีกฝั่งหนึ่งเป็นด้านใจนั้นเป็นความรู้ของใจและอุปายาสเป็นความอึดอัดขัดเคืองคับแค้นมันเป็นความไม่สบายที่ในใจนั่นแหละโทรมานัดกับหมาข่าวว่ามันโศกเศร้าอยู่ในใจคนอื่นไม่รู้ไม่เห็นด้วยหรอกแต่ตัวเองมันโศกมันร้องไห้อยู่ในใจโทรมานัดส่วนอุทยานนั้นมันก็อึดอัดมันไม่สบายมันหนักมันถ่วงอยู่ มีสภาพทำอย่างนี้แหละอยู่ในจิตหรือออกมาจนกระทั่งในจิตจนกระทั่งโตมาเป็นกายเรียกว่าโศกปริเทวะป่านนี้แล้วก็รับรู้รับเห็นกันได้ชัดเจนสำหรับข้างนอกและสำหรับข้างในเราก็จะต้องรู้ต้องเห็นให้ได้ชัดเจนการรู้ต้องรู้ให้เท่าทันรู้ให้จริงจังรู้ให้ได้เป็นปัจจุบันทีเดียวเราเรียกว่าชาชช้างสระอานี่แปลว่ารู้รู้ให้เป็นชาชานะมีนหนูสะกดเข้าไปอีกตัวนึงแสดงเป็นเจ้าของตัวรู้ให้ตัวรู้มันรู้ก็คือให้ถ้าจิตมันรู้ชัดๆ รู้จริงๆในของตัวเองนี่แหละก่อนอย่าเพิ่งอาจหาญชาญชัยไปรู้ของที่อื่นของคนอื่นอย่าให้มันเก่งไปรู้ของคนอื่นก่อนเลยลูกของตัวเองก่อนเป็นชานะชานติรู้ให้เป็นชานน่ะสิวิชาน่ะโตให้มันเกิดการรู้คือที่ตนรู้อย่างชัดแจ้งรู้อยู่เห็นอยู่ฌานน่ะโตที่เคยพูดกันนี่เสมอๆเนี่ยให้มันรู้เป็นปัจจุบันนี้เชียวผัดสะตอหมายความว่าบรรลุถึงบรรลุถึงอยู่คำว่าแปลเอาความว่ารู้อยู่เห็นอยู่ฌานน่ะโตแปลว่ารู้อยู่กับศัตรูแปลว่าเห็นอยู่คือแปลว่าต่อหน้าต่อตาอยู่ทีเดียว ถึงอยู่ที่เดียวแปะอยู่ที่เดียวแปะอยู่ที่เดียวสัมผัสอยู่ที่เดียวแต่ว่าฌานน่ะโตปัด Store เอาให้ชัดเจนอย่างนั้นประกอบพร้อมอยู่ที่เดียวนั่นเองปัด Store ปะกับสระ 2 ตัวนี้มีตัวนั้นยังอยู่เป็นรากเหง้ามีสารประกอบพร้อมอยู่พร้อมกันเลยมีบทบาทอยู่ที่เดียวปัด Store ฉันน่ะติดปกติหรือชานมชาแปลว่ารู้วิชาแปลว่ารู้ยิ่งหรือวิชชาเมื่อเวลาสนธิกันเข้าเอาตัวโชว์มาสะกดอีกตัวนึงเข้าเนี่ยวิชาหรือวิชาแล้วก็รู้ยิ่งทีเดียวมันรู้ยิ่งอวิชชา เพื่อจุดหมายเอาว่าไม่รู้เพราะตัวไม่รู้เป็นรากเหง้ามันไม่รู้มันไม่รู้ไปหมดเมื่อมันไม่รู้ตั้งแต่ต้นแล้วมันก็ไม่รู้ไปหมดมันเริ่มต้นไม่รู้ตั้งแต่อะไรมันจึงไม่รู้แม้แต่โศกออกมาให้เห็นแล้วก็ยังไม่รู้บางทีร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองทุกข์ตัวเองเอาไว้ทำไมให้มันมีร้องไห้ทำไมร้องไห้อย่างทุกๆร้องไห้อย่างโศกเศร้าเสียใจทุกข์ทรมานร้องทำไมทีนี้ทีไรอยู่อย่างที่ไม่สมใจทีนี้ทีไรอยู่ทำไมทุกข์เป็นสภาพอาการที่เกิดที่จิตทุกข์อยู่ทำไมเราเอง รู้บทบาทของมันชัดๆมันเกิดอยู่โตๆป่านนี้ไม่รู้โทรมานัดซึ่งละเอียดเข้าไปอีกก็ให้มันรู้ให้ชัดแล้วก็ไม่ให้มันมีความขัดเคืองคับแค้นความหนักหน่วงถ่วงที่มันเป็นยังไงอยู่ก็ตามแต่ละอุปายาสนี้ที่แปลว่ามันทับมันแค้นมันเครื่องมันลำบากมันลำบากอยู่ในใจในจิตนี่มันเป็นยังไงรู้ให้มันละเอียดละออแล้วตัดปล่อยทีเดียวเราต้องรู้ว่ามันมีอะไรเข้ามายุ่งกับจิตแล้วจิตว่างๆจิตเปล่าๆจิตที่สะอาดบริสุทธิ์จิตประภัสสรจิตเป็นจิตไม่มีอะไรมีแต่จิตเฉยๆมีแต่ตัวถ้ารู้เฉยๆรู้เฉยๆรู้บ้างว่าไม่มีอะไรมาผสมผสานนั่นน่ะ ให้มันอยู่ทำไมไอ้ที่มันผสมผสานตัวที่เข้ามาผสมผสานนั่นแหละเริ่มต้นมีการเกิดมีสิ่งที่จะปนเข้ามาเป็นสังขารเข้ามาปรุงเข้ามาประกอบเข้ามาแต่งเข้าไปร่วมทำปฏิกิริยาเข้ามาร่วมทำงานเกินกว่าจิตที่ว่างวางจิตที่เปล่าๆจิตที่เบิกบานแจ่มใสไม่เอาฝั่งโศกไม่เอาฝั่งทุกข์มันจะแจ่มใสอยู่ก็ยังดีเพราะฉะนั้นแม้จะทำงานแม้จะรับรู้อะไรแม้แต่จะเป็นอะไรอยู่ก็เอารู้อย่างแจ่มใสรู้ยังเบิกบานแจ่มใสรู้อย่างรู้รู้อย่างผู้ตื่นอยู่ไม่งมงายรู้ว่านี่ดีและอยู่กับปีนี้ยังกุศลอย่าง ปีนี้ให้ถึงพร้อมอยู่ตามธรรมดาไม่ต้องให้มันมีโศกไม่ต้องไม่มีเศร้าไม่มีหม่นหมองอะไรนี่ทั้งชิงชังอะไรไม่ต้องมีไม่ชอบไม่มีไปในเชิงสวรรค์ไปในเชิงยินดีก็ยังดีไปในเชิงชอบน้อยๆที่เขาแปลสัมมาว่าความชอบก็ยังพอไปก็ยังดีอยู่ให้รู้ว่าเราชอบในสิ่งนี้เป็นการเสริมสร้างสิ่งดีแต่ทีนี้เราฟังคำตอบไปดูก็จะขยายความไปพร้อมกันในอริยสัจอันที่ 3 ที่สุดทั้งหลายอริยสัจว่าด้วยความดับสนิทของความทุกข์อริยสัจที่ว่าด้วยความดับสนิท ความทุกข์เป็นอย่างไรเล่าคือเพราะอวิชชานั่นเองจางดับไปไม่มีเหลือคือเพราะความไม่รู้นี่จางดับไปมันกลายมาเป็นความรู้ซะแล้วความไม่รู้มันจางกลับไปไม่เหลือมันกลายมาเป็นความรู้เสียแล้วจึงมีความดับแห่งสังขารเพราะความรู้เกิดขึ้นสังขารก็เลยดับไปด้วยไม่ปรุงไม่แต่งไม่ยุ่งอะไรมีโดยประสานมันก็สังขารดับไปด้วยสังขารตัวที่มันไม่เข้าเรื่องเกิดสังขารเกิดตัวตนที่มันไม่เข้าเรื่องเพราะมีความดับแห่งสังขารจึงมีความดับแห่งวิญญาณ เพราะมีความดับแห่งวิญญาณจึงมีความดับแห่งน้ำรูปเพราะมีความดับแห่งนามรูปจึงมีความดับแห่งอายตนะ 6 เพราะมีความดับแห่งอายตนะ 6 จึงมีความดับแห่งผัสสะเพราะมีความดับแห่งผัสสะจึงมีความดับแห่งเวทนาเพราะมีความดับแห่งเวทนาจึงมีความดับแห่งตัณหาเพราะมีความดับแห่งตัณหาจึงมีความดับแห่งอุปทานเพราะมีความดับแห่งอุปทานจึงมีความดับแห่งภพเพราะมีความดับแห่งภพจึงมีความดับแห่งชาติเพราะมีความดับแห่งชาติชรามรณะโสกะปริเทวะทุกขะโทมนัสอุปายาสจึงดับสนิท กองทุกข์ทั้งสิ้นย่อมดับไปด้วยอาการอย่างนี้ภิกษุทั้งหลายนี่แหละอริยสัจว่าด้วยความดับสนิทของความทุกข์นี่เป็นความดับสนิทของความทุกข์ดับเพราะอวิชชากลายเป็นวิชาไปเสียแล้วดับเพราะอวิชชานั้นไม่ได้จางจางจนกระทั่งคลายจนกระทั่งดับไม่เหลือเป็นที่ราคาลูกปัดสีไปจนกระทั่งถึงนิโรธศรีอวิชชาเปลี่ยนไปหมดดับจนเกิดเป็นวิชาเกิดเป็นความรู้เพราะมันไม่รู้ว่าสังขารคืออะไร ที่ว่าไม่รู้นะไม่ใช่ไม่รู้อะไรแต่ทีนี้เราจับเป้าให้ถูกว่าไอ้ที่ว่าไม่รู้ทำไมไม่ใช่ว่าไม่รู้เพราะว่าเราทำเครื่องเทปไม่เป็นไม่รู้เพราะว่าเราทำเครื่องบินไม่เป็นไม่รู้เพราะว่าเราทำงานอันนั้นไม่เป็นไม่เกี่ยวไอ้ไม่รู้อย่างนั้นมันไม่เกี่ยวใครจะไปรู้ในการทำไอ้โน่นเป็นธรรมไอ้นี่เป็นอีกมันไม่สำคัญอะไรไอ้อย่างน้อยถ้าเผื่อว่าเราจะทำถ้าเผื่อว่าเราเห็นว่าเราไม่มีงานอื่นดีกว่านี้อีกแล้วเกิดมาเป็นคนมีงานมีหน้าที่เมื่อเราเป็นพระเรามีงานมีหน้าที่ที่ดีที่สุดแล้วที่เราทำงานให้กับคนอื่นทำการสอนพระก็คือครูผู้ทำตนให้เป็นครู ตอนนี้เป็นผู้บรรลุทำตัวให้เป็นผู้มีวิชาเมื่อเราเกิดวิชาแล้วเราก็เอาวิชานี้ไปสอนคนแล้วก็มีหน้าที่ครูเพราะหน้าที่อื่นก็ไม่ต้องไปมากมายอะไรเราไม่ต้องไปที่ได้วุ่นวายหรอกหาไม่วิชาอื่นมากนักขนาดวิชานี้วิชาเดียวนี่ก็สอนให้มันได้ประสิทธิภาพดีๆเถอะพยายามหาทางสอนกันเถอะให้ชาวโลกได้รู้ซึ่งวิชานี้บ้างโรคมันจะฉิบหายเพราะมันไม่รู้วิชานี้กันนี่แหละขณะนี้ก็เหลือแหล่แล้วเพราะฉะนั้นการที่จะไม่รู้อันอื่นนั้นใครจะว่าเราไม่รู้ก็ไม่เท่าไหร่เราไม่แปลกอะไรมากมายเรารู้อยู่แล้วว่าเรารู้สิ่งที่ดีที่สุดแล้วสิ่งที่มันรู้ยากที่สุดแล้วเพราะการไม่รู้นี่ก็คือไม่รู้สังขารอวิชชาใน คือมันโง่โง่ในสังขารสังขารมันมี 2 สังขารสังขารที่ 1 คือรูปสังขารอีกสังขาร 1 คืนนามสังขารหรือจิตสังขารพระรูปสังขารเขาก็อธิบายกันอย่างรูปอธิบายกันอย่างลงในครรภ์พอเวลาปฏิสนธิมีการสมสู่กันแล้วก็จะมีวิญญาณอย่างลงวิญญาณนั้นเป็นรูปฟังดูดีๆนะมีรูปสังขารมันจะเกิดปฏิสนธิในรูปสังขารเมื่อมีการสมสู่เสร็จแล้ว พรั่งพร้อมไปด้วยไข่พรั่งพร้อมไปด้วยอัสนีพรั่งพร้อมไปด้วยน้ำเชื้อของอัตราสุจิของฝ่ายชายร่วมประสมได้ส่วนสัตว์แล้วก็จะมีการหยั่งลงด้วยวิญญาณสังขารและวิญญาณความรู้ดีๆมีการอย่างลงด้วยสังขารสังขารจะเกิดขึ้นเพราะวิญญาณอย่างลงวิญญาณตนนี้เป็นรูปเป็นรูปถ้าจะสมมติเอาว่ามันล่องลอยอยู่ในอากาศนี่มันหาที่เกิดเป็นสัมภเวสีแล้วก็ไปปฏิสนธิลงในครรภ์นั้นก็เป็นรูป เป็นรูปอันหนึ่งที่เป็นอรูปที่เราเห็นด้วยตาไม่ได้ง่ายๆแต่เป็นรูปนะไม่ใช่อื่นอรูปนี้ก็คือรูปเราฟังให้ดีนะแต่ว่ามันเล็กอ่ะมันเล็กจนกระทั่งเราไม่สามารถที่จะจับรู้มันได้ด้วยตาหรือว่าได้กายหยาบหรือได้ด้วยผัสสะจับยามันเป็นรูปน่ะมันเป็นสิ่งที่เล็กเป็นสิ่งที่เหนือสัมผัสลงไปอีกเหนือสัมผัสธรรมดาธรรมดาลงไปจะต้องมีความละเอียดละออที่สุดจึงจะไปเห็นสิ่งนั้นได้หรือว่าปั้นสิ่งที่อันนั้นขึ้นมาปั้นสิ่งที่มันไม่มีรูปนั้นมาให้เป็นรูปดูได้เป็นรูปนะไม่ใช่นามฟังดูดีๆมันจะมาเกิดที่ผู้นี้มีอันนี้อย่างลงไปในขันพระโพธิ์ เป็นรูปยางลงแล้วจึงจะเกิดเมื่อเป็นรูปแล้วเข้าไปในตัวนั้นไอ้ตัวรูปนั้นแหละในตัวมันเองเราเรียกว่าวิญญาณวิญญาณนี้คือในภาษากลับกันแล้วเรียกวิญญาณนี้ว่านามคือธาตุรู้มันจะมีธาตุรู้ประกอบขึ้นไปในนั้นทีนี้ถ้าดูอันนี้ที่จะเข้าไปผสมลงไปในคำนั้นจะเป็นทาสรู้เริ่มต้นตั้งแต่ขนาดใดเพื่อที่จะคลี่คลายขยายตัวออกมาเป็นมนุษย์เป็นต้นข้าวแห่งความรู้นั้นจะมีอะไรสั่งสมลงในธาตุรู้นั้นเป็นต้นกำเนิดมันก็เป็นของมันเองแหละ มันก็เป็นของมันถ้ารู้นั้นมันก็จะใช้รูปขันที่มันจะโตใหญ่ขึ้นมาเป็นนามรูปเป็นปัญจสาขาจนกระทั่งมาโตเป็นมนุษย์นี่อีกมันก็จะเริ่มก่อด้วยจุดนั้นของมันเองเป็นธรรมดาไม่ประหลาดอะไรถ้าเผื่อว่ารู้ทะลุแล้วมันก็เป็นธรรมดาแต่ต้นไม้มันจะปฏิสนธิอย่างนี้โดยมีดอกเกสรต้องเกสรมาร่วมเหมือนกันนั่นแหละก็ปฏิสนธิคนมีเกสรต่ออะไรมาร่วมปุ๊บแล้วมันก็จะมีวิญญาณของสิ่งนี้มาร่วมที่จะปรุงดอกปรุงใบปรุงอะไรต่ออะไรนี้ขึ้นไปจนกระทั่งมาเป็นลูก เหตุผลมันก็จะต้องมีค่าเท่าของมันเราจะต้องมีค่าตรงกันที่จะทำงานร่วมกันได้ค่าเอาค่าขนาดนั้นมาใช้ถ้าใช้ได้ก็ต้องใช้ได้ตามค่าขนาดนั้นถ้าวิญญาณคนจะไปเข้าปฏิสนธิในดอกไม้มันก็ใช้ได้เท่านั้นแหละวิญญาณอย่าไปเข้าปฏิสนธิในดอกไม้นั่นแล้วมันก็คงอึดอัดตายว่ากูมีความรู้ต่างๆมาอยู่ในดอกไม้มาอยู่ทำไมวะมันก็ทิ้งขันดอกไม้ไปเท่านั้นเองมันจะไปอยู่ทำไมถ้าพ่อวิญญาณคนไปอยู่ในวิญญาณดอกไม้ไปอยู่ในดอกไม้เพื่อที่จะเป็นลูกไม้จะไปใช้รูปขันแค่นั้นเองก็คงไม่เข้าท่า หรือแม้วิญญาณคนจะไปเข้าในสัตว์มันก็คงไปอยู่นานอะไรแล้วเราเองมีอะไรรู้มากกว่านี้มาอยู่ที่อึดอัดตายเลยมันมีธาตุรู้มีตัวรู้ที่รู้มากมายมาอยู่นี่ใช้คันนี้ได้แหมอยากจะเกิดหาที่เกิดไม่ได้ก้าวท้องหมาไปอยู่กับลูกหมาไปเกิดเป็นหมามันก็อยู่ถ้าเกิดว่ามันยังจำยอมเกิดปัญหาที่เกิดไม่ได้ดีกว่านั้นมันก็จำยอมอยู่ไปสักปลาแล้วมันก็ทิ้งค้านมีประโยชน์ดอกไม้ต้นไม้แล้วมันยิ่งไม่อยู่แน่อยู่กับสัตว์ก็ไม่นานถ้าอยู่กับคนก็อยู่ไป ได้ได้มีน้อยและมันจะลงตัวกันอย่างบริบูรณ์ที่สุดและจะอยู่ทั้งกาละจะเหมาะสมทั้งรูปที่จะทำงานร่วมกันเพราะรูปขันมันก็จะต้องมีเซลล์มีช่องมีอากาศสภาพมีดินน้ำไฟลมที่ปรุงแต่งกันอยู่เพื่อที่จะให้คุณภาพของนามธรรมอันนี้คุณภาพของอรูปอันนี้ทำงานได้เป็นทาสรู้หรือธาตุที่จะทำงานรับสัมผัสและก็ทำงานปรุงแต่งอะไรๆขึ้นมาพัฒนาขึ้นมาพัฒนาขนาดต้นไม้พัฒนาขนาดสัตว์พัฒนาขนาดคนมันก็จะต้องลงตัวกันลงตัวกันและโดยจริงแล้วเราอยากคิดเลยคิดแล้วปวดหัว คนจะได้ขันที่บริบูรณ์พ่อแม่มียีนมีเส้นประสาทมีอะไรต่ออะไรเริ่มต้นที่ดีเหลือเกินผสมพันธุ์กันวิญญาณของอีกวิญญาณหนึ่งมาจะมาสมประสงค์กับยีนอันนี้เชื้อต้นอันนี้เป็นวิญญาณหรือเป็นจิตของคนที่มันไม่มียังมีไม่มีปัญญาอย่าโง่อยู่ไอ้คิวยังต่ำจะมาร่วมผสมแล้วก็มาใช้อันนี้ใช้ไม่ได้นานเหมือนละครเหมือนคนแบกของที่เกินน้ำหนักไม่ได้นานหรอกไม่ได้นานพลังงานที่จะแพร่ไปด้วยเซลล์ที่มีร้อยสายอย่างเงี้ยแต่พลังงานของเราอ่อนใช้ได้แค่ 45 10 สายอยู่ไม่นานเดี๋ยวตายอยู่ไม่รอดหรอกเดี๋ยวไม่รอดเดี๋ยวตายอายุสั้นไม่นานเพราะฉะนั้นวิญญาณนี้หรือว่าไอ้เซลล์ประสาทที่มันมีกำลังแรงอันนี้มีกำลังมากอันนี้มีกำลังที่ดีอันนี้มันจะมาใช้เนี่ยมันจะมาใช้โดยลงตัวถ้าไม่ลงตัวเข้ากันก็ยังไม่ค่อยจะได้เลยมันมีความละเอียดละออจนกระทั่งแง่มุมทั้งอะไรอะไรต่างๆไม่ลงตัวกันเข้ากันก็ไม่ได้ข้าก็ไม่ได้ลงกันก็ลำบากจึงจะพอเหมาะพอสมที่จะเข้ามาแล้วก็ใช้พลังงานนี้ได้ใช้รูปนี้ได้ใช้นานไม่ได้สมกันถึงจะเจริญและงอก เพราะฉะนั้นถ้าเราเห็นด้วยความลึกซึ้งเข้าใจอย่างละเอียดแล้วเราจะไม่สงสัยจะว่าวิญญาณอย่างนี้มาหยั่งลงก็แทะแน่นอนที่สุดที่มันจะต้องลงตัวกันเพียบเลยแล้วก็ใช้งานได้บริบูรณ์จึงจะทำวันนี้เกิดพัฒนาๆไปจนกระทั่งถึงที่สุดและถึงขั้นที่เราจะต่อชาติต่อภพในตอนแรกเราก็จะไม่ต่อชาติต่อเขาก็จะเป็นคนให้ให้แก่สิ่งอื่นประคบประหงมช่วงหนึ่งโรคประคบประหงมดาวช่วงหลังธรรมะจะประสบความงมงายคนไหนที่ไม่มีธรรมะโรคประคบประหงมเขาอยู่ตลอดตายคนไหนที่ไม่มีธรรมะโรคเฉพาะพวกผมเขาจนตลอดตายเลยคนไหนมีธรรมะก็จะมีช่วงถึงธรรมะ ธรรมะจะไปถึงก็เกือบจะสิ้นชีวิตอยู่แล้วอายุยาวนานบางคนก็เลวคนนั้นยิ่งเร็วคนนั้นยิ่งมีธรรมะมากหรือช่วงธรรมะจะเข้ามาหาตัวได้เร็วเพราะงั้นผู้ใดที่มาบวชได้อายุสั้นๆอายุน้อยๆนั่นน่ะเป็นคนที่โลกช่วยเขาไว้เท่านั้นแหละต่อจากนั้นธรรมะช่วยเขาแล้วก็ประคบผมทำมันก็จะประคบผมก็ไปธรรมะก็จะฟูฟักพัฒนาตัวผู้นี้ต่อไปเรื่อยๆอาจจะมีรูปขันธ์ในใจไม่พูดมากรูปสังขารจะไม่พูดมาเนี่ยอธิบายพอให้คลายสงสัยเล็กน้อยต่อไปว่าคุณจะรู้ไม่มีปัญหาอะไรแต่ว่าเราจะเรียนรู้เราไม่ได้เรียนรู้รูปเป็นสำคัญเราอย่างเราไปหานามเป็นสำคัญและอย่างลงไปหานางเกิดวิชา วิชาเราจะไม่ได้ไปรู้รูปสังขารล่ะอธิบายรูปสังขารกันในพระอภิธรรมก็อธิบายแล้วอธิบายไปแล้วก็เลยไปอธิบายรูปสังขารไปจนกระทั่งผสมในดอกไม้ต้นไม้หญ้าอะไรไปเลิศไปเลยมันไม่รู้เรื่องมันไม่มาหาจุดมันไม่มาหาจุดสำคัญไม่มาหาฐานที่จะต้องเข้าใจเป็นสมาชิกที่มันออกไปหานอกจิตเจตสิกรูปนิพพานมันไปดันไปเป็นรูปที่ข้างนอกไปเสียโตใหญ่มันเป็นข้างนอกมันก็เลยไม่เข้าจุดเพราะเราย่อมเยาเข้ามาหาปรมัตถ์ให้ได้ให้หรือจิตเจตสิกถึงจะเป็นโรคก็เป็นโรคจิตเอาในตัวเราเพราะว่ามันมีในตัวเราอย่าไปเอารู้อันอื่นนอกมันเพ้อไปเรียนรู้เทวดาข้างนอกตัวไปเรียนรู้ลูกวิญญาณอยู่นอกตัวไม่เอาไม่เอารูปวิญญาณ ออกตัวเราด้วยเทวดาพระพรหมพระอะไรจะล่องลอยฟ้องฟ้าหยุดยังไงยังไงมันไม่จะเกิดจะดับมันเรื่องของเขามันไม่ใช่ของเราเราจะทำเกิดทำบาปให้ได้ที่ตัวเราแล้วเราจะไปยุ่งอะไรของเขาเรายุ่งของเราเนี่ยมันจะตายต่อไปมันจะไปเป็นเทวดาอีกมันจะไปเข้าคันใหม่อีกมันจะอะไรต่ออะไรอีกมันก็ตัวเรานี่แหละก็เอาที่เราเพราะฉะนั้นเลิกเรื่องรูปวิญญาณหรือเรื่องรูปสังขารที่จะมาปฏิสนธิในการไม่ต้องพูดถึงเมื่อเราเลิกเกี่ยวเรื่องนี้แล้วเราไม่ไปทำการเกิดอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหากับเราใครอย่าไปทำการเกิดแบบนี้ก็ให้เขาไปเรียนการสรีระด้านหมอด้านแพทย์ก็จะไปเรียนให้เขาเรียนเขาเรียนรู้ได้แค่ไหนเรื่องของเขาเขาจะไปเรียนรู้การเกิดการตายอะไรเขาจะไป ผ่าตัดวิญญาณเข้าไปอีกเดี๋ยวนี้มีถึงขั้นผ่าตัดวิญญาณนะใครเคยอ่านหนังสือรูปทิพย์อะไรในโลกทิพย์เขามีผ่าตัดวิญญาณนะเข้าไปถึงโอ้โหถึงข้างในแล้วก็ไปผ่าตัดวิญญาณวิญญาณทำการผ่าตัดเนี่ยจากโลกมนุษย์มาโอได้รับการเจ็บปวดมามากมาผ่าตัดในโลกวิญญาณเข้าขึ้นโต๊ะทำการผ่าตัดเลยแต่ก็ไปถึงขั้นนั้นน่ะมันเป็นการสร้างสรรค์มันเป็นการที่เรียกว่าเพ้อไปจนกระทั่งเอาเรื่องของโรคไปใส่ของโลกเรื่องของทางลูกเข้าไปโน่นมีการผ่าตัดวิญญาณทำการอะไรต่ออะไรกันเอามาแปลมาจากอะไรก็ไม่รู้เขายังมีการผ่าตัดวิญญาณด้วยอาทิตย์นี้เราหันมาพูดถึง อวิชชาตัวนี้ไม่ใช่อวิชชารูปสังขารแต่อวิชชาตรงไม่รู้จิตสังขารโดยเฉพาะของเราไม่รู้จิตสังขารของเราจิตสังขารตัวนี้มันไม่รู้ว่าเริ่มต้นมันยังจะสังขารเริ่มต้นจะไปผสมเริ่มต้นจะมีอะไรหยั่งลงสิ่งที่จะมาอย่างลงตัวนี้คือตัวรู้เรียกว่าวิญญาณตัวรู้ตัวนี้ไม่ได้ออกมาจากข้างนอกไม่ได้ออกมาจากไม่ใช่เดือดร้อนอยู่ข้างนอกแต่เกี่ยวข้องอยู่กับเรานี่แหละวิญญาณตัวนี้เกี่ยวข้องอยู่กับเรานี่แหละมันจะเกิดปุ๊บรู้ อยากสั้นที่สุดเริ่มต้นเป็นสังขารมาเป็นชั้นๆแล้วมันก็จะเกิดรู้ถ้ามันยังไม่เต็มรู้เราไม่เรียกว่าวิญญาณวิญญาณคือตัวเต็มรู้หรือรู้เต็มมันเริ่มต้นแต่นี่เริ่มต้นเรียกว่าเริ่มต้นสังขารเริ่มต้นแต่พอรู้เท่าทันสังขารเริ่มต้นแตะเริ่มต้นจากกรุงกันเพื่อที่จะให้เข้าใจว่า 1 มาบวกหนึ่งแล้วนะอ๋อ 2/2 เรียกว่าตัววิญญาณมันรู้ชัดแล้วว่าออก 2 ถ้า 1 ^ รู้สิ่งหนึ่งก็อีกสิ่งหนึ่งกำลังจะปรุงกันกำลังจะทำงานร่วมกันการกำลังจะเป็นบทเป็นบาทขึ้นในบทสังขารประกอบไปด้วยความมันยังยังไม่เป็นอะไรที่ตัดสิน สังขารมีอะไรกำลังจะเกาะเกี่ยวกันขึ้นพอรู้แล้วว่าไอ้นี่เป็น 2 เป็นวิญญาณแล้วก็พ้นสงสัยวิญญาณก็กลายเป็นทาสรู้ธรรมดาแต่ทีนี้วิญญาณเนี่ยเป็น 2 แล้วเราก็ยังไม่รู้ว่ามันเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดแล้วก็ยึดมาเป็นตัวตนยึดมาเป็นอัตภาพเอาเป็นของได้ของมีของเป็นของควรได้ควรเซฟควรยินดีหลงใหลมันก็เกาะข้อที่จิตเกาะข้อที่จิตเรื่อยไปมันก็ปรุงกันใหญ่โตขยายเผ่าขยายพันธุ์ลำบากลำบนไปอีกแต่ถ้าเผื่อว่ารู้เท่าทันแล้วเราไม่ได้ทำเพื่อเรามันไม่มีปัญหาอะไรเราไม่ได้เกาะกลุ่มไว้ไม่มีซากเหลือที่จะไปตามเกิดตามยินดีตามติดตามชอบเพราะเมื่อเรารู้เท่าทัน แล้วว่าอันนี้คือเรายอมรับให้มันสัจจะและก็ปล่อยให้มันรู้พอเริ่มต้นเปิดจิตให้มันรู้ไอ้นี่มาแตะออกำลังสังขารพอรู้แล้วว่าอ๋ออันนี้เป็นอันนี้เป็นอันดีอยู่เป็นสิ่งอันนั้นของมันเองไม่ใช่ของใครแล้วเราก็ทำขึ้นเป็นประโยชน์ของประโยชน์เองในขณะที่วิญญาณเริ่มต้นเป็นตัวตนแล้วมันก็จะโตขึ้นเป็นสิ่งหนึ่งเพราะเป็นสิ่งนั้นเป็นตัวรู้แล้วตัวรู้ก็จะเป็นฐานลงไปหรือว่าเป็นสิ่งที่สั่งสมลงเป็นตัวตนและก็มีจิตที่มันเกิดอีกของเรานี่แหละเกิดอยู่ในตัวของเรานี่เกิดดับเกิดดับเป็นพลังงานที่มันสร้างมันปรุงอยู่ในจิตของเรามันก็จะมาตามรู้อันนี้ตามรู้อีกมันก็เป็นนามรูปเป็นสิ่งที่เพิ่ม เติมเข้าไปอีกตัวที่มันดับลงไปเป็นรูปตัวที่ตามรู้ที่จะมารู้อันนี้อีกเป็นนามมันก็รู้ซ้อนกันเข้ากรุงแตกกันเข้าไปอีกเสริมเข้าไปเป็นนามรูปโตใหญ่ก็ไปหมดจนกระทั่งข้างในนี้มีกาละก็การะของเราผิดนะการะอันนี้เป็นการละลายของจิตนะจิตสังขารไม่ใช่กะลาแบบอธิบายแบบรูปนะรูปสังขารไม่เอานะไอ้ที่อย่างลงในครรภ์มารดาและก็ว่ากันไปต่อไม่เอาจิตสังขารเริ่มจิตสังขารของเราแล้วก็เป็นวิญญาณในตัวเราเป็นถ้ารู้แล้วก็เกิดนามรูปคือธาตุรู้ของเราอีกนั่นแหละ โตขึ้นมาแล้วน้ำรูปวันนี้จึงจะขยายออกมาเป็นปัญจสาขาอธิบายกันให้ละเอียดเป็นจนกระทั่งพุทธะเป็นเปสิเป็นคณะเป็นปัญจสาขาอะไรตามที่พระอภิธรรมอธิบายนั้นน่ะก็ไม่มีปัญหาอะไรมันจะเริ่มต้นสั่งสมตั้งแต่ธาตุลมธาตุไฟถ้าขาดที่เราจะสืบต่อชีวิตของศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านสร้างเอาไว้นี้ให้มันมีกำลังถ้ามันมีสาระมีแก่นสารให้มีเนื้อแท้ๆของพุทธคุณต่อไปอีกต่อไปอีกเพื่อที่จะยังลงไปสู่มนุษย์เพื่อที่มนุษย์จะรับไปเป็นตัว ของเป็นมุมที่จะรู้มันจะมารู้จนกระทั่งรู้อย่างนี้แบ่งออกได้แล้วว่าเป็นรูปรู้อย่างนี้แบ่งออกได้ว่าเป็นเสียงรู้อย่างนี้แบ่งออกได้ว่าเป็นกลิ่นรู้อย่างนี้แบ่งออกได้ว่าเป็นรถรู้อย่างนี้แบ่งออกได้ว่าเป็นผัสสะเสียดสีเป็นอาการของการรู้เย็นร้อนอ่อนแข็งยังไงก็ตามหรือรู้อย่างนี้รู้โดยยังแบ่งไม่ออกรู้อยู่ในใจอยู่กลางๆอยู่ในใจยังแบ่งไม่ออกว่ามันเป็นรูปหรือรถหรือกลิ่นหรือเสียงหรือสัมผัสรู้รู้อยู่จะสักแต่ว่ารู้อยู่ในใจอยู่ในทวารใจเองทวารที่ 6 ยังตีราคาไม่ออกว่ามันเป็นลูกหรือเป็นรถ หรือว่าเป็นอะไรไปอัดรูปอยู่อ่ะมันเป็นรูๆๆอยู่แต่ว่าเป็นรูปก็ไม่ใช่ลูกจะว่าเป็นรถก็ไม่ใช่รถจะว่าเป็นเสียงไม่ใช่เสียงจะว่าเป็นกลิ่นเป็นผัสสะไม่มีเป็นนักบุญศักรินทร์ไม่มีเพศแบบไม่ออกว่าเป็นเพศปลาเพศหูเพศจมูกเพศลิ้นเพศชายสัมผัสแบ่งไม่ออกเป็นนักบุญศักรินทร์เป็นรูปแต่ว่าจัดเข้าไปด้านนอกด้านในด้านจัดด้านด้านด้านเหนือด้านบนอะไรยังไม่ได้แต่ก็รู้เข้าใจอยู่ที่ใจถ้าอย่างนี้ก็เรียกว่าอายตนะส่วนรูปส่วนละเอียดของจิตเริ่มเกิดหลักเริ่มเกิดเพราะฉะนั้น หยาบๆข้างนอกตาหูจมูกลิ้นกายแล้วเป็นตัวตนถึงขั้นนี้ไม่ต้องพูดแล้วเราก็จะพักการอธิบายถ้าเรายังเป็นธาตุตาหูจมูกลิ้นกายอยู่ยังหยาบมากเพราะฉะนั้นแม้เรายังรู้ไม่เท่าทันในสังขารขนาดรูปที่ยังแยกเพศไม่ออกเลยว่ามันเป็นอะไรมันเป็นตัวรู้ที่แสดงให้เรารู้ได้ละเอียดละออถึงปานนั้นแล้วเราเข้าใจได้หรือไม่ถ้ายังไม่เข้าใจก็กำหนดไม่ออกยังเป็นเนวะสัญญานาสัญญายตนะยังเป็นของเล็กของน้อยเป็นประโยชน์เหมือนกันถ้าเราจับมันมาเป็นประโยชน์ได้เป็นอายะแต่ถ้าเราจับมาเป็นประโยชน์ไม่ได้มันก็จะฟักตัวแฝงฟักอยู่ในตัวคนนั้นและแฟ้มอยู่ โรคจิตเรานั่นแหละแล้วจะเกิดใหญ่โตมโหฬารไปถ้าเรารับรู้ได้แม้ผัสสะของอายตนะท่านจิตย้อนๆเอาไว้ให้ดีนะท่านจิตไหนนี่แหละตัวจิตนี่แหละไม่เอาธาตุไม่เอาไม่เอาทวารทั้งตาหูจมูกลิ้นกายแล้วนะไอ้นั่นหยาบไอ้นั่นหยาบรู้เท่าทันแม้ที่สุดถึงอรูปซึ่งเป็นมหากษัตริย์จิตมหัศจรรย์มีรูปปัจเจกเรียกว่ารูปภาวะจอนตาเทียบกับทางด้านพระอภิธรรมเรียนมาก็ตามเรียกว่าอรูปาวจรถึงอนุบาลเรียกว่ารูปเป็นจิตที่ข้ากำลังพูดถึงอยู่ขณะนี้รูปซึ่งเป็นภาพหลับตาลงไปเลยแล้วก็เห็นได้โดยไม่ต้อง ทำตานะไม่ต้องพูดถึงเลยได้ยินเสียงทิศที่เป็นรูปเป็นจิตที่ไม่ต้องเป็นการละเอียดลออที่อย่างนั้นไม่ต้องพูดถึงแล้วท่านรูปเป็นจิตที่เราพูดถึงขั้นอรรูปจิตแต่เราก็เข้าใจความหมายเข้าใจสัญญาเข้าใจความหมายของมันเข้าใจสิ่งนี้ได้ว่าเออมันกำหนดมันบอกอันนี้มันชี้อันนี้มันแสดงสิ่งนี้เข้าใจอัดรูปก็จิตถึงขั้นนี้ได้คนนั้นก็เป็นคนที่สามารถมีวิชาขั้นแหลมลึกละเอียดเข้าไปรู้สัตว์โลกที่เริ่มเกิดในจิตในทวารที่ 6 ในทวารของวิญญาณแท้ๆ หรือนามหรือว่าจิตสังขารแท้ๆเป็นขั้นอรูปยังไม่โตมาเป็นรูปด้วยซ้ำไปยังไม่โตมาเป็นรูปด้วยซ้ำไปเพราะฉะนั้นขนาดที่เป็นรูปอย่างนี้แล้วไม่โตแล้วเราก็ไม่ติดใจไม่ติดใจไม่ยินดีในอรูปซึ่งมันเป็นตัวเกิดที่มันเกิดรู้ยังไม่เป็นตัวตนอะไรและก็ไม่ติดด้วยไม่ติดใจไม่สั่งสมไม่เกาะไม่ยึดเอาเป็นเราจะมีก็มีรู้ก็รู้ไปไม่รู้อีกก็ไม่เป็นไรได้ก็ได้ไม่ได้อีกก็ไม่เป็นไรไม่ติดยานนี้คนนี้จึงไม่มีความเกิดคนนี้จึงไม่มีความเกิด

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน