191205-E มหาปุริสลักษณะ32ประการ ตอน5-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคมพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกสำหรับวันนี้ยังเป็นธรรมะที่แสดงอยู่ในพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ตอนบุพกรรมของการได้มหาวิทยาลัยรัฐบาลให้มันสืบต่อให้มันเข้าใจความหมายและเห็นจริงเห็นจริงให้ได้ว่าการแสดงการออกกรรมหรือการกระทำ จะเกิดผลเกิดผลมาจนกระทั่งที่สุดแม้มันจะเป็นรูปประธรรมออกมาแล้วก็จะเข้าใจได้ในลักษณะในเสื่อมสภาพที่มันจะสั่งสมและเช่นว่าเราได้เป็นผู้ที่สะสมอยู่เสมอด้วยกรรมเป็นผู้สังเกตชั้นเชิงของมหาชนรู้ได้สม่ำเสมอรู้ได้เองรู้จักบุรุษธรรมดาและบุรุษพิเศษอะไรเนี่ยรู้กันแล้วก็จะทำให้เราเองเกิดอริยสัจ 4 เกิดเหตุเกิดโอตัปปะตรวจสุตะจาคะปัญญาต่างๆเกิดอารยธรรมหรือเกิดธรรมะอันเจริญอะไรต่างๆพวกนี้มันก็เป็นทรัพย์ถือว่าเป็นทรัพย์เป็นพ่อค้า โภคะของพระอริยะเป็นทรัพย์ของตถาคตท่านถือว่าเป็นโมฆะเป็นโภคทรัพย์เมื่อมีมากมายมันก็เหมือนดุจต้นไทรใหญ่ไม่ต้องย่อกายลูกถึงเขาได้ในมือทั้งสองเป็นผู้ที่ช่วยคนอื่นได้โดยไม่ต้องไปเอื้อมไปเลยทุกอย่างมันถึงถึงแห่งถึงที่เราจะเข้าใจได้เข้าใจได้ว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆก็มันก็มันไม่ต้องไปเคลื่อนที่อะไรมันมีไปหมดแต่มันมีรอบกายรอบตัวมันมีเอื้อมไปถึงมันมีกระจัดกระจายมันมีอยู่อย่างมากมายจะมีได้กินคือแม่ว่าถ้าเราจะเป็นผู้ขายต่อประโยชน์ค่ายต่อความเกื้อกูลใคร่ต่อความ ไข่กับความเกษมจากโยคะแก่ชนเป็นอันมากในพากเพียรช่วยเหลือเพื่อฝ้ายกันอยู่ว่าใช่ไหมหรือชนเหล่านี้พึงจะเป็นผู้เจริญด้วยศรัทธาด้วยศีลด้วยสุตตะเด็กปัญญาแม้เจริญด้วยที่สุดแม้วัตถุทรัพย์สินทางบุตรภรรยาข้าทาสปกครองอะไรไปจนหมดถ้าเราได้พยายามเป็นทุกค่ายเป็นผู้ปรารถนาเป็นผู้อยากจะให้เขาเป็นเขามีอยู่ตลอดเวลาและก็ได้ทำกรรมนั้นๆด้ว
อ่านต่อ
ยความพากเพียรด้วยอาทิทำด้วยอธิษฐานว่าจริยาโดยการประพฤติปฏิบัติธรรมอยู่ตลอดเวลาและก็มันก็ย่อมจะทำให้เป็นผู้ไม่เสื่อมเป็นธรรมดาเราจะเป็นผู้สืบจะไม่เสื่อมจะเป็นผู้เกิดสีเกิดสุด ยากับปัญญาไม่เสื่อมจากสมบัติทั้งปวงอยู่ตลอดเวลาจริงๆมันเกิดได้จะได้แม้เราจะจ่ายออกไปจ่ายออกไปเราได้มาเราจ่ายออกไปมันก็จะไม่เสื่อมอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้ก็มีรูปร่างได้แม้จะเป็นถึงขั้นรูปธรรมมาจะเปลี่ยนผู้มีกายเบื้องหน้าดุจสีหะมีหลังอันเต็มมีคออันกลมอะไรอย่างเงี้ยซึ่งในลักษณะเต็มกล้าอาจหาญข้างหลังก็ไม่มีอะไรบกพร่องไม่มีอะไรซุกซ่อนไม่มีอะไรที่แหวนที่เว้าไม่มีอะไรกินล่ะหลวมมีความเต็มมีคอกลมแม้จะมีสิ่งที่ส่วนต่อก็เป็นส่วนต่อที่เรียบร้อยราบรื่นพอกลมหมายความว่าต่อโลกด้วยโลกต่อสิ่งด้วยสิ่งต่อของเรื่องของก็จะมีแม้ ส่วนต่อนั้นออกไปซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นสิ่งเกิดเสริมซึ่งตัวเสริมก็จะเป็นสิ่งเกิดเสริมที่ไม่ขรุขระเป็นสิ่งเกิดเสริมที่เรียบร้อยที่งามได้ตัวโรคก็เป็นโรคตัวจริงก็เป็นสิ่งทำสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำอันนั้นให้เป็นอันนั้นเมื่อทำเป็นแล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นอีกใหม่ก็คือส่วนต่อของทุกสิ่งในโลกกรรมคือส่วนต่อของสิ่งที่เกิดในโลกการกระทำทุกการกระทำคือสิ่งที่เกิดขึ้นเสริมต่อสิ่งที่เกิดในโลกเพราะถ้าจะเสริมต่ออย่างดีก็เหมือนคอและเป็นส่วนต่อที่กลมกลืนเครียดเราถ้าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกอย่างเลวก็คืออาวุธร้าย ไม่เจ็บคอซะแล้วขอก็ขอเป็นขอไม่ขอคองูพิษมันไปขอไม้คลองงูพิษเกิดขึ้นในโลกเพื่อเผาผลาญเพื่อทำลายโลกทั้งสองรู้สึกทั้งสองไม่ใช่ส่วนต่อไม่ได้ส่วนประสานไปแล้วเมื่อไม่เกิดการประสานโรคนี้ก็ไม่มีความสัมพันธ์โลกนี้ก็ไม่มีภาระภาพโลกนี้ก็ไม่มีจักรวาลโลกนี้ก็ไม่มีความสุขต่อเพราะฉะนั้นเมื่อเราจะสร้างโลกเมื่อเราจะก่อให้โลกเราจะเกิดที่เขาแล้วก็เกิดให้เขาเป็นส่วนต่อไม่ใช่เราจะเกิดให้เขาเป็นส่วนทำลายหรือเป็นส่วนเผาผลาญเขาเขาจะทำลายเขาเองโดยความไม่รู้โดยอวิชชาของเขาเองในโลกหรือจะทำลายของมันเองโดยอายุเสื่อม อายุเสือกของมันเองมันจะเกิดการขัดสีมันจะเกิดการสลายอยู่ในตัวของมันเมื่อหมดเพราะว่าสรรพสิ่งทุกสรรพสิ่งที่เป็นสังขารทั้งหลายส่วนไปเป็นธรรมดามันจะเสื่อมของมันเองเพราะมันต้องเกี่ยวข้องกันมันต้องสัมผัสและต้องสัมผัสการสัมผัสเนี่ยสัมผัสแล้วเสื่อมสภาพแล้วเสือกแต่ธรรมดาแต่สัมผัสแล้วเกิดก็เพราะเรารู้ว่าสิ่งนี้ควรแล้วก็เวลาทำให้เกิดแต่แม้คนโง่รู้ว่าสิ่งที่ไม่ควรเขาก็สัมผัสแล้วก็ปรุงให้เกิดได้เหมือนกันเพราะเราจะให้เกิดในโลกความเกิดเราต้องรู้จุดเกิดก็เกิดดีช่วยอย่าเกิดก็เป็นที่เจาะจงช่วยเหลือเกินเกิดดีความตายคืออะไรความตายคือสิ่งชั่วจนตาย ให้บริสุทธิ์ผ่องใสเจ็บบริสุทธิ์ผ่องใสก็คือมีจิตวิญญาณหรือเป็นที่สุดบริสุทธิ์ผ่องใสนั้นเองไม่ใช่ไม่ใช่ข้าไม่ใช่ไม่มีจิตไม่ใช่มีจิตรู้ดีด้วยรู้ส่วนจบรู้ส่วนตัดรู้ที่ต่อรู้ที่ตัดที่ต่อรู้ความตัดที่ต่ออย่างแน่จริงคือแม้ว่าเราจะเป็นผู้ไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายด้วยฝ่ามือก็ตามด้วยก้อนดินก็ตามได้ทันไม้ก็ตามด้วยศาสตราก็ตามเพราะเราได้ทำกรรมอันที่ไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายด้วยฝ่ามือแต่ก่อนจึงได้ตัดไม้ได้สะอาดและก็กรรมนั้นๆจึงเป็นผู้มีอา น้อยมีลูกน้อยมีวิบากอันเสมอไม่เย็นเกินร้อนเกินพอควรแก่ความเพียรถ้าเป็นไปได้จริงมันเป็นไปได้จริงเราไม่เบียดเบียนเขาเราจึงไม่อาจเราจึงไม่ได้รับผลสะท้อนจากสิ่งอื่นมาเป็นผลทำให้เราอาพาธหรือเราเป็นโรคหรือมีวิบากอันไปเรียบรากสม่ำเสมอไม่เย็นเกินร้อนเกินพอแก่ความเพียรพอแก่ความเกิดความเดิมไปเพราะเป็นสิ่งที่เป็นอายุคือสิ่งที่เดินไปความเพียรความเพียรก็คือสิ่งที่เป็นไปเพราะว่าอนาคตหรือตัวอายุตัวอายุ ดูความเกิดแห่งประโยชน์ต่ออายุเพื่อความเกิดประโยชน์มันพอควรของมันเป็นไปของมันมันก็เป็นจริงเพราะเราไม่เบียดเบียนคนอื่นให้ได้โดยรู้ว่าเบียดเบียนคืออะไรผู้หญิงสาทำคืออะไรภาษาธรรมคืออะไรรู้เหตุของความว่าไม่เบียดเบียนขนาดนี้ไม่ถือว่าเบียดเบียนแม้จะเป็นการผ่าตัดสำหรับคนที่เราคำนวณแล้วว่าคนนี้มีศรัทธาเราไม่ถือว่าเบียดเบียนคนที่ศรัทธามั่นแรงขนาดนี้นี่เราผ่าตัดให้คนที่เชื่อมั่นในเราคนนี้เชื่อปัญญาในเราคนนี้เนี่ยเราทำแรงขนาดนี้ไม่ขาดไม่เปราะไม่หลุดจากการหลอกยังมีคอต่ออยู่โลกยังไม่ขาดจากโลกสิ่งยังไม่ขาดจากสิ่งเหล่านี้ต่อกันอยู่นะเราต้องมีปัญญารู้ว่าต้องต่อกัน แม้เราจะผ่าตัดแปลงขนาดนี้ก็ไม่ขาดจากกันเพราะเรามีปัญญารู้รอบแล้วอย่างนี้ไม่ถือว่าเบียดเบียนแต่ถ้าอันนี้เราคำนวณแล้วว่าไม่ได้ถ้าแรงไปขนาดนี้ขาดพังทำลายถ้าเกิดประโยชน์อย่างนี้ก็เรียกว่าเราไม่ตอบเราไม่ทำเราในกลุ่มเราจะต้องรู้จุดคำนวณรู้ความจริงเพราะศรัทธาคนไหนมีศรัทธามีสิ่งที่จะเกิดเราจะปรุงไปพร้อมร่างไปขนาดไหนเราก็ต้องรู้ว่านี่เป็นไปเพื่อความเบียดเบียนหรือเปล่าหรือทำลายโดยที่ว่าไม่ควรไปทำลายอันนี้ให้เขาหรอกเพราะว่าเขาต้องการอันนี้อยู่ให้เขาไปแล้วก็ตายได้ถึงความฉิบหายถึงความเร็วลงไปยิ่งหนักกว่าเก่าได้เร็วลงไปที่ไหนก็ได้เพราะ อยากไปทำลายสิ่งนั้นครับต้องเป็นพี่ต้องรู้เป็นปีราชบุรีญาติ 14 อะไรต่างๆนานาต้องให้กันอยู่เราไม่เป็นพูดทำลายเมื่อเป็นผู้ที่เป็นอย่างนี้อยู่ก็แน่นอนก็คือผู้รู้ละเอียดละเอียดแม้ที่สุดถึงว่าเราจะคำนวณถึงการว่าเราจะผ่าตัดหรือว่าเราจะให้ขนาดนี้แรงขนาดไหนขนาดไหนถึงจะเรียกว่าเบียดเบียนไม่เบียดเบียนจะรู้ได้ดีเยี่ยมเข้าไปจึงเป็นผู้ที่ถือว่าเป็นผู้ที่มีประสาทรับรสอันเลิศจึงจะถือว่าเป็นผู้ที่มีประสาทรับรสเลิศและมีปลายขึ้นเบื้องบนเกิดแล้วที่ขอรับรถโดยสม่ำเสมอมีปลายเกิดขึ้นมาด้วยจะต้องรู้จุดสูงปลายปลาย มีแนวโน้มแน่นอนรูปประธรรมก็เป็นอย่างนี้ถ้ามันจะเกิดรูปมันจะต้องเกิดรูปแบบนี้เพราะนามธรรมก็คิดนี้มันอย่างนี้เพราะเป็นอุปาทานมันก็จะเป็นอย่างนี้ไม่เห็นประหลาดตรงไหนเลยผมมองไม่เห็นว่ามันแตกต่างกันตรงไหนเลยกับคำว่าผู้ที่รับมีประสาทรับรสอันเลิกมีปลายขึ้นเบื้องบนจะแตกต่างกับพวกมีอำนาจน้อยโรคน้อยวิบากกรรมเสมอเมื่อเย็นเกินร้อยเกินแล้วพอควรแก่การเพียรไม่แตกต่างกันตรงไหนแล้วไม่เห็นมันแตกต่างกันโดยผู้นั้นไม่เบียดเบียนเขาก็ไม่เห็นมันแตกต่างก็เป็นอันเดียวกันก็จะเปลี่ยนอันหนึ่งเป็นสภาพของลูกอันนึงเป็นสภาพของนามเป็นสภาพอากาศ ลักษณะคล้องจองเป็นสภาพเหมือนเป็นสภาพถอดเป็นสภาพขยายเป็นสภาพถอดแบบขยายมันแก่ขึ้นมันเข้มข้นขึ้นมันใหญ่ขึ้นมันเล็กลงมันเป็นตัวตนมากขึ้นก็เท่านั้นเองมันไม่เห็นมันต่างกันตรงไหนเลยทุกข้อทุกหัวข้อถ้าใครเข้าใจได้ว่านี่เพราะเหตุดังนี้เพราะกรรมกิริยาดังนี้จึงสั่งสมเป็นตัวเป็นตนสั่งสมจนกระทั่งสุดท้ายเป็นรูปเป็นแบบและเป็นร่างกายมาอธิบายว่าเป็นคนเป็นคอเป็นเนื้อเป็นตัวมีฝ่ามือฝ่าเท้ามีขามีแขนอย่างนั้นอย่างนี้ยังมีเงินแหมมันประหลาดตรงไหนเลยผมเห็นในตลาดตรงไหนมันเป็นปัจจัยจริงๆ ชัดเจนอันนี้ต่อไปที่ทททผู้เฒ่าภิกษุทั้งหลายเมื่อตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ในชาติก่อนได้เป็นผู้ไม่ถลึงตาไม่ค้อนควักไม่จ้องลับหลังเป็นผู้แช่มชื่นมองดูตรงๆมองดูผู้อื่นด้วยสายตาอันแสดงความรักแล้วเงียบมากละเมียดละมัยมากนะฟังดีๆแล้วเงียบทำไมมากเนี่ยกริยากรรมของพระพุทธองค์แล้วเนี่ยทำไมผู้ที่ควรได้รับสิ่งที่เป็นอย่างนี้ก็ได้รับสิ่งที่เป็นอย่างนี้และก็ควรจะถึงที่สุดแห่งความเป็นอย่างนี้คือเป็นผู้ที่จะได้รับการไม่ถึงตาจะได้รับการไม่ขอจะไม่ ต้องลับหลังเป็นผู้แช่มชื่นมองดูตรงๆมองดูผู้อื่นด้วยสายตาอันแสดงความรักเพราะกรรมนั้นๆท่านมาสู่ความเป็นมนุษย์อย่างนี้จึงได้มหาปุริสลักษณะข้อนี้คือมีตาเขียวสนิทมีบทความที่ 23 และ 29 ลักษณะ 29 กับ 30 ย่อมเป็นที่ต้องตาของชนหมู่มากเป็นที่รักใคร่พอใจของภิกษุภิกษุณีอุบาสกอุบาสิกาเทวดามนุษย์อสูรนาคซึ่งเป็นจริงและผู้ที่ได้พยายามสั่งสมกันหรือว่ากระทำตนเป็นผู้ที่ไม่ ไม่จนลืมตาไม่ทำตาเหมือนยักษ์ไม่ค้อนไม่ควักไม่จ้องลับหลังไม่ต้องลับหลังไม่ใช่คอยจดคอยจ้องคอยจ้องด้วยตาก็ได้บางคนที่มีจิตที่ไม่มีจิตอาฆาตแรงหรือมีจิตพยาบาทมากเนี่ยจ้องเลยอาหารที่จ้องไปแม้จะอยู่คนละบ้านคนละฟากกระดานฟากฟ้าก็มองจ้องไปจะทะลุไฟฟ้าทะลุไปหาเขาถ้าคนมีจิตอย่างนั้นก็ไม่แม้แต่จ้องลับหลังก็หันหลังไปแล้วก็เรารู้ว่าเขาหันหลังไปแล้วแต่ก็ยังต้องเนี่ยลับหลังเขาอะไรมันเป็นอาการที่มีจิตนะเป็นอาการที่มีจิตเพราะสิ่งเหล่านี้ถ้าคนไม่รู้ละเอียดไม่มีความรู้ไม่มี ยาที่จะรู้จิตตนว่าอะไรทำให้เราทำอย่างนั้นถ้าเราทำให้เราทำท่าทางออกมาอย่างนั้นกลายคดีกริยาคดีคำว่าอาการไม่ถลึงตาเนี่ยถ้าเราเข้าใจกันมากแล้วมันไม่ใช่แค่อาการทำสลึงตาด้วยตาห้าวหาญตามเย่อหยิ่งตาผยองพระอวดดีมันออกมาที่ตาบอกแล้วว่าตามีผ่านมาแล้วจุดที่ว่ามันตายบอกแล้วว่าตาคือประตูใจคืออธิบายมาแล้วปลาคือประตูใจปลานี่คือสิ่งที่ออกมาแทนวิญญาณได้อย่างมากที่สุดมาจากหูมาจากลิ้นมาจากจมูกมาจากอะไรไม่มีตาเหมือนกระจกขายปลาเหมือนเงาแสงออกมาจากจิตวิญญาณได้ในตัวคนนี้มีปลาเป็นเงาแสงเป็นเงาวิญญาณของคน เพราะฉะนั้นอะไรมันออกมาที่ตานี่นะมันออกมาเห็นง่ายจะตายไปเห็นง่ายและผู้ใดมีปัญญาดีตาดีก็จะอ่านจากตานี่ได้ง่ายถ้าคนไหนตาถั่วตาเสียอ่านจากตาผิดเหมือนกันเป็นผีหลอกคือเห็นรูปเป็นก็ลูกลูกเพี้ยนเห็นรูปเทวดาก็เป็นผีให้ลูกผีเป็นเทวดาไปได้เหมือนกับกระดูกคนธรรมดานี่ก็ดูคนที่ชั่วก็คนที่โง่ก็ไปดูคนชั่วว่าเป็นคนดีเป็นคนดีเป็นคนชั่วซะอีกอย่างเงี้ยก็เหมือนคนธรรมดาไปเห็นก็เห็นเพราะฉะนั้นคนนั้นปัญญาไม่มีแม้จะมองเงาตามองแสงตาหรือมองภาพสะท้อนออกมาจากในตามองวิญญาณที่เกิดในตาก็มองผิดได้เหมือนกันมองผีเป็นคนหรือมองผีเป็นเทวดา แล้วมองเทวดากลายเป็นผีก็ได้เพราะใจเราปรุงเพราะมันที่จริงถ้าเกิดว่าใจบริสุทธิ์ซื่อแล้วนะไม่มีอะไรแฝงอยู่ในตัวเราไม่มีกิเลสเหลือมองก็จะเห็นกระจกฉายจากตาง่ายจึงเรียกว่าตาทิศตามองตาก็เห็นออกอะไรออกจากวัดออกจากตาเพราะในกรณีที่จมูกลิ้นหูปลายส่วนไหนมันออกมามันไม่มีส่วนฉายวิญญาณชัดเข้าตาหรอกแต่อธิบายมาแล้วแต่ก่อนแต่พวกนี้เป็นลักษณะ 32 มาตราเนี่ยเป็นเงาใจหรือเป็นกระจกฉายเมื่อพวกนั้นจะเกิดตาอันเขียวสนิทแว่นตานี่มันจะแสดงความยินดีมีการทำมากจะบอกแล้วอธิบายให้ฟังมันมีเนื้อหาสาระที่กว้างส่วนสิ่งประกอบนั้นมีน้อย เพราะจะมีคนที่มีสาระมากมีส่วนเสียในน้อยหรือส่วนประกอบและส่วนยุ่งยากหุ้มอยู่ในน้อยส่วนกินน่ะไม่มีมากเหมือนตาดำคอมีตาดำโตหน้าตาขาวน้อยหรือตาเขียวสนิทบอกแล้วว่าเขียวคือความเย็นความเย็นสนิทไม่ใช่ร้อนเพราะบางคนปลานี่ออกมาเลยเหมือนปลายักษ์ที่เขาอธิบายว่าตายยักษ์เป็นตาไฟยักตาไฟตาแดงนั่นแบบนั้นอธิบายมาให้เป็นลักษณะเด่นชัดเพียงแต่อธิบายสื่อความหมายมันไม่มีหรอกยักษ์ตาไฟในโลกนี้มันไม่มีหรอกตัวตนของยักษ์ตามไปมันไม่มีหรอกแต่เขาอุปมาอุปไมยหรือเรียกมันให้เข้าใจน่ะสื่อความหมายให้คุณรู้ว่ามันร้อนนะมันเร่าร้อนมันรุนแรงนะเป็นยักษ์ตาไฟแล้วนะ ทะลึ่งตาคำว่าสลึงตานี่ท่านแปลมาจากบาลีตัวไหนไม่ประหลาดแต่ผมไม่ประหลาดในตัวคำว่าไม่ถึงตายคำว่าถลึงตาคือตามันถลนถลึงตามันมีมันมีถลุงตามันมีความหมายมันมีสภาพเหมือนจะกลับว่าใช้ภาษาคำว่าทะลึ่งตาเนี่ยมันเป็นอำนาจอันนึงก็ได้หรือเป็นสลึงป่าที่เรียกว่าทะลึงอย่างอย่างแต่ความหมายไปแทนได้มันเป็นปลาสลึงเป็นปลาที่แสดงความอะไรไม่ดีออกมาอย่างนึงก็ได้มันแข็งกล้าหรือมันอวดดีที่มันเย่อหยิ่งหรือมันบอกแบบอาคารมาลัยปรารถนาๆ พัทลุงตาแค่เป็นเชิงของผู้ที่มีเมตตามีปราณีอยู่ด้วยกันมันก็แค่ใช้เชิงเท่านั้นเองซึ่งเป็นสิ่งที่ละเอียดรู้ยากหน่อยก็ใช้พอคราวนี้ต้องใช้ตาที่สลึงก็ใช้แต่น้อยไม่ใช่คนที่จะไปถึงตาถลนตาที่จะแข็งกร้าวเป็นอะไรตายอยู่ตลอดเวลาไม่จะใช้เป็นคราวเท่านั้นเองเพราะน้ำตาก็ต้องระวังเราเองต้องระวังจะออกมาทางตาหรือแม้แต่การสำรวมกิริยาของตากริยาของสายตาเพราะกับสำรวมอินทรีย์ละเอียดไปเหลือเกินต้องรวมอินทรีย์สำรวมแม้กระทั่งทางตาอายตนะต่างๆอายตนะต่างหูอายตนะทางลิ้นทางกาย คืออะไรอายตนะคือประโยชน์แม้แต่จะให้ประโยชน์เกิดจากทวารตาฟังคำว่าอายตนะอันนี้อีกทีไม่ใช่ว่าอายตนะแปลว่าทวารตามแปลว่าตาเฉยๆอย่างหยาบๆเหมือนที่เขาอธิบายกันมาถ้าอย่างนั้นเราไม่มีปัญหาอายตนะทั้งตาทั้งหูไม่มีปัญหาหรอกเขาจะว่าอธิบายว่าประตูตาประตูหูประตูปากประตูลิ้นอะไรอาตมาว่าพวกคุณคงไม่สงสัยเพราะฉะนั้นอธิบายอายตนะว่าแค่ทวารแก้ประตูทวารมันหยาบแล้วทีนี้อายตนะที่อธิบายของสำนักของตาแม้แต่ประโยชน์มีประโยชน์น้อยที่จะเกิดทางตาเนี่ยจะนับแต่วันนี้น้อยแล้วจะเกิดประโยชน์นี้ประโยชน์ กรองออกมาว่าเป็นประโยชน์จริงๆนะเป็นประโยชน์แม้แต่ส่วนน้อยที่จะออกไปจากทางตานี้ก็ต้องเป็นประโยชน์นะการสำรวมจึงละเอียดลออเหลือเกินการสังวรระวังจึงต้องสังวรระวังละเอียดอ่อนเหลือเกินเพราะถ้าเราไม่มีการได้เป็นผู้สังเกตชั้นเชิงของมหาชนได้รู้สม่ำเสมอได้รู้ได้เองแต่ทำละเอียดพวกนี้มาแล้วมันจะไปมีปัญญาสอนอะไรมันจะรู้ฉันรู้เชิงอะไรฉันที่ละเอียดละเอียดไม่รู้ร้อนตาหยาบขนาดนี้ยังไม่รู้เลยตัวเองมีตาหยาบขนาดไหนไม่รู้ปากอยากเพราะฉะนั้นไอ้นี่มันตานี่มันขั้นละเอียดแล้วทำอะไรออกมาจากกิริยาตายท่านกิริยาของตายมันยาวกว่าวจีกว่าเสียงพูดต้องเป็นในๆเสียงพูดเนี่ยมันหยาบกว่าไอ้สัตว์ ยาไก่ชนตราดสุจริตวจีสุจริตวจีทุจริตสำรวมสร้างเป็นสุจริตเสมอมาตำรวจแม้กระทั่งกิริยากายกิริยาของตาเนี่ยขั้นถึงว่าไม่ทะลึ่งตาไม่ทอนควักไม่จ้องลับหลังรู้ตัวที่ไหนต้องลับหลังเมื่อกี้เนี่ยไม่ระแวงหรอกแต่นึกว่าเราต้องลับหลังเขาเนี่ยเราไม่มีอะไรมีแล้วนัดเข้าแล้วไม่ต้องจ้องลับหลังแต่เพียงเอาลูกกะตาเป็นรองจะเห็นเลยว่าคุณมองไปทิศใต้คนนี้ที่คุณโปรดเดินไปทิศเหนือคุณจ้องลับหลังเขาแล้วโดยจิตวิญญาณจ้องดูตาจะเห็นเลยว่าคุณต้องลับหลังครับไม่ต้องหันหน้า จ้องเขาเดินหรอกเพราะคุณรู้อยู่แล้วว่าถึงต้องไปก็ไม่เห็นเขาหรอกที่เขาเดินผ่านประตูผ่านกำแพงขวาไปแล้วมีกำแพงกันกำแพงกั้นเอาไว้คุณจะไม่คุณก็รู้แสนรู้ว่ากูจะไปจ้องให้มันเสียลูกกะตาทำไมแสบตาคุณจะเห็นเลยว่าคุณถลึงอยู่ตาคนสลึงอยู่ตาคุณจ้องเขารับหลังอยู่มีบอกเลยมีเสียง 2 ออกมาจากทางตาเห็นเลยมีสภาพสอนวิญญาณ 2 ออกมาจากทางตาเห็นเลยว่ามีวิญญาณของคุณยังต้องมารับหลังคุณยังจะเอาเรื่องเอาเลือดเอาเนื้อคุณยังมีอาฆาตมาหลายคนยังมีความเกี่ยวพันเกี่ยวพันอย่างโกรธก็เห็นชัดๆหรือแม้เกี่ยวพันอย่างรักเกี่ยวพันอย่างกังวลเกี่ยวพันยังติดยึดออกมาทางตาอาลัยอาวรณ์โหอยู่จากตาก็ออกมาเป็นตาที่ยังมีแหววให้อ่าน คิดสิ่งที่ให้อ่านชัดๆเลยเพราะว่านี่ละเอียดลออนะยิ่งแล้วไม่ทะลึ่งตาไม่ค้อนควักไม่จ้องลับหลังเป็นผู้แช่มชื่นมองตรงๆถ้าจะบอกให้จิตคือมองซื่อๆมองสะอาดสะอาดจิตมันสะอาดตามันก็มองสะอาดตาก็มองตรงๆตาก็มองซื่อๆมองดูผู้อื่นด้วยสายตาอันแสดงความรักสำนวนก็บอกว่าไม่เข้าใจอันนี้เอาอีกแล้วกวนตีนด้วยภาษาก็ความรักเป็นทุกข์คุณจะไม่มีความรักอะไรอยู่ก็เลยจ่ายอ่ะสิครับย้อนกลับด้วยภาษาเพราะมันนี่มันพูดคำความรักอันนี้มันคนละรอบแล้วรอบลึกแล้วให้รู้เชิงว่ามีผลอันช้อนขึ้นมีปลายอันขึ้นเบื้องบนให้แสดงความรู้จากนั้นว่ายังมีเศษเหลือที่ไปส่วนที่ ได้ส่วนประสานเมื่อเรารู้เจตนาประสานแล้วมองคนอื่นก็มองด้วยความเอ็นดูความเมตตารู้จักใช้คำว่าความรักให้เห็นชัดก็เป็นสายตาอันแสดงความรักแสดงความหวังดีแสดงความปรารถนาดีแสดงความที่จะไม่ทำลายไม่ใช่ความชังไม่ใช่ความผลาญไม่ใช่ความที่ทำให้มันดับสูญไปหน้าตาไม่ใช่เป็นแสดงไปในเชิงเป็นความรักหรือเป็นเชิงความเมตตาเอ็นดูเออควรจะได้ดีนะเป็นความปรารถนาดีเพราะว่าเราใช้ความสั้นๆโดยใช้คำสั้นๆก็ให้ชัดเลยไอ้สัตว์เลยเมื่อเรารู้เป้าหมายแล้วรู้ขั้นตอนและว่าเราพูดหมายอะไร คันนี้ไม่ใช่ความรักหยาบหยาบมันยังคั่นโลกีย์อะไรนั้นแล้วไม่ใช่ความรักอย่างนั้นแม้แต่ความรักขั้นสูงสุดไปจนกระทั่งความรักบริวารก็ไม่ใช่ว่ารักห่วงหวงหวงอาลัยอาวรณ์เป็นปริมาตรแล้วแต่มีเป็นแต่เพียงมาใช้ภาษาหรือสมมติให้รู้ว่ามีผลอันงอนขึ้นมีปลายอันตรายที่เป็นส่วนจบรู้ส่วนจบว่ามีแต่ปรารถนาความรักอันนี้ก็จะให้ชัดแล้วก็มองผู้อื่นดูผู้อื่นด้วยสายตาอันตรายดีแต่รู้สึกว่าไม่แข็งเกินไปแต่นี่ท่านอยากให้รู้ชัดว่าความรักเพราะฉะนั้นแล้วก็ในพระพุทธเจ้าตรัสว่ามีความรักหนึ่งก็ทุกข์หนึ่งมีความรัก 2 ทุก 2 มีความรักษามีความ 10 ทุก 10 มีความรักร้อยทุกข์ร้อยแล้วมาทำอย่างนี้มันก็สั่งสมความทุกข์ไว้ในตัวสิสั่งสมความรักอ่ะจะต้องมามีกรรมอย่างนี้เสมอๆทำไมพวกนักจิตจะภาษาอาตมาทุกภาษาก็จะเอามาตีย้อนได้ทันทีแต่ทันทียิ่งไม่เข้าใจคำว่าเราเอาหมายขั้นไหนแล้วชั้นไหนเชิงไหนแล้วเนี่ยเชิงละเอียดเชิงหยาบยังไงกันถ้าไม่รู้ก็ยิ่งจะเมาใหม่เพราะถ้าผู้ใดรู้แล้วว่านี่เป็นปลายเป็นขั้นที่สูงแล้วทิ้งปลายทิ้งจุดหมายไว้ที่จิตมันเป็นหมายเท่านั้นเองมันเป็นความหมายของจิตเท่านั้นเองแต่มันไม่ได้เป็นความผูกพันไม่ได้เป็นความประทับตราอะไรเลยไม่ใช่แล้วจะเป็นความหมายรู้รู้แล้วก็จบกันเพราะฉะนั้นแม้จะแสดงออกมาทางตา จึงต้องสมมุติมองดูผู้อื่นด้วยตาที่เป็นสายที่มันเป็นสมมุติจะแสดงออกมาเนี่ยให้เป็นสายตาอันแสดงความรักจะไปแสดงความชังโลกนี้จะมองกันด้วยแสดงความชังแล้วมันชั่วสมมุติอันนี้ถ้ามองกันมีสายตานี่เห็นสายตาจับสายตาได้ว่าแสดงความรักอย่างนี้ถูกแล้วคุณสร้างกุศลกรรมถ้าคุณทำสายตานี่มามองใครด้วยสายตาความชังนั่นอาจกุศลเพราะฉะนั้นสมมุติทุกอันที่เกิดแต่บุคคลแม้แต่ตาที่เป็นสายหรือสายที่ออกจากตารังสีที่ออกจากตาเงาที่เอาออกจากตาก็จะต้องเป็นเงาอันนี้อธิบายขยายความให้ละเอียดละออให้เข้าใจจริงๆที่พยายามอธิบายอยู่นี่ผมเข้าใจความละเอียดยิ่งกว่าที่ผมอธิบายนี้อีก ที่มันพยายามอธิบายให้ผมรู้ว่าภาษามันซ้ำซ้อนเท่าเก่าไม่มีอะไรมากเลยภาษาไทยเก่าๆนี่แหละแล้วเอามาร้อยเรียงเอามาพยายามปั้นความให้คุณจับให้ได้นะให้คุณเข้าใจให้ได้ว่าหมายอะไรภาษาไทยจับจุดที่ถูกที่ผมหมายจับสภาวะตรงกันกับที่ผมหมายคนนั้นจะเข้าใจซาบซึ้งเหมือนผมซาบซึ้งจะรู้เหมือนที่ผมรู้นะมันเป็นสภาพที่มันออกมาจากป่าแล้วมันมีสายแล้วมันมีเงาแล้วมันมีสิ่งที่บอกบอกแล้วว่ามันเป็นประตูใจเป็นประตูวิญญาณมันไม่ใช่ตายแล้วนะไม่ใช่กายมันไม่ใช่ว่าจีมันละเอียดกว่ากายละเอียดกว่าวัดจีนแล้วมันเป็นประตูวิญญาณเพราะกรรมของวิญญาณหรือกริยาของวิญญาณกิริยาของจิตของคุณน่ะเป็นอย่างไร ปลานิลอ่านได้มากเพราะแม้แต่เราจะจ้องตาคนอื่นไม่ควรกลายเป็นจ้องตาคนอื่นนี่ถลึงตาไม่ดีเพราะฉะนั้นเราจะต้องรับกระทบสัมผัสจากตาเขาโดยที่มีปัญญาและมีความเก่งในการที่จะรู้สายตาจะรู้สายตาของเขาจับสายตาก็ได้โดยไม่ต้องไปสลึงตาไม่ต้องไปจ้องตาเขาถ้าเป็นสลึงตาเขาจ้องตาเขาหยาบไม่สุภาพอย่างเพราะฉะนั้นคนไม่รู้จะแหมนี่ฉันบริสุทธิ์นะซื้อเลยแข็งแรงอาการอย่างนี้คนไม่รู้ไม่รู้จริงๆก็ไม่เข้าใจกิริยาแห่งตาไม่ ไม่เข้าใจกิริยาแห่งสายของตาไม่เคยไม่เข้าใจกิริยาแห่งสายของตาไม่เข้าใจกิริยาความแข็งความอ่อนเพราะฉะนั้นเรามองตาแต่เราไม่มองตาเราจะจับเอาสายตาโดยที่ไม่ต้องให้เขารู้ว่าเราจับสายตาเขาพูดฉลาดจึงจะสามารถจับสายตาได้โดยไม่ต้องไปมองตาแต่ไม่หลบตาจะมีเชิงอาจหาญอยู่กล้าสบตาไม่ใช่หลบตากล้าสบตาแต่ไม่ใช่กล้ายังถนนถลึงหยาบละเอียดนั้นกล้าสบตาในคราวที่ยังมีจำเป็นจะต้องสบตากันจะต้องบอกความมั่นคงยืนยันไม่ได้มีอะไรมีเบื้องหลังมีหลังอันเต็มไม่มีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังก็ต้องส่งตาในคราวที่จะต้องศึกษา แต่ไม่ต้องแข็งต้องแหย่หยาบหมดความละเอียดมาแล้วมันจะมีอีกเยอะอีกเยอะเพราะมันพูดไปที่เข้าใจชั้นเชิงพวกนี้ก็เป็นอีกได้กระทำเสมอไม่สลึงนี่ที่จริงสั้นๆพระพุทธเจ้าท่านตรัสไม่สั้นยาวคัมภีร์ล่ะแต่ละเอียดแล้วจึงความอยู่ในตัวถ้ายิ่งบาลีถ้าผมเองในบาลีไปเองแล้วก็พิจารณาและวิเคราะห์บาลีด้วยนะผมก็จะทำอีกได้แต่ว่าเอาล่ะขณะนี้ผมก็ขอบคุณท่านประธานที่พระพุทธศาสนานี้มาผมเข้าใจผมไม่หลงทางผมไม่ผิดนะผมไม่ต้องแก้ผมก็จ่ายต่อได้แล้วผมอธิบายต่อได้อย่างที่ผมกำหนดอธิบายอยู่ไม่ถึงตายก็คือ อยู่ในที่ไม่ต้องลับหลังไอ้นี่ไม่ต้องแล้วอยู่ต่อหน้าเรื่องดอกด้วยแต่ลับหลังอ่ะบอกแล้วว่าจ้องไม่ต้องเข้าตากล้องก็ได้แต่ตาจะเห็นลักษณะจ้องไม่มีภาษาเรียกแล้วหน้านี้ต้องลับหลังนี่เป็นภาษาเท่านั้นเองแต่จริงๆไม่ได้เอาตุ๊กตาไปจ้องหรอกต้องลับหลังแต่ถลุงตานี่สิต้องต่อหน้ามันบาลี 3 คำนี้ไม่ถึงตายไม่ต้องลับหลังนี่มันหมายความว่า 1 แข็งถึงตาย 2 คนควักต้องและลงโดยที่ไม่พอดี ความฝันคือตาที่ใช้ตาไม่เป็นใช้ตาจ้องและลงตัวไม่พอดีส่วนไม่ต้องลับหลังเนี่ยหมายความว่าตาไม่จ้องเลยคนนี้แต่จ้องแต่ตาจ้องแต่มีความจ้องมีความสดจิตเนี่ยมันมีอะไรจับอยู่จับกับเขาอยู่เรียกว่าจ้องลับหลังไม่เกี่ยวกับอยู่คนละฝาไม่เกี่ยวกับหันหน้าหันหลังไปหากันไม่เกี่ยวถ้าตาไม่มองกันหรอกนี่เรียกว่าจ้องลับหลังเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดฝึกการไม่ต้องลับหลังแบบนี้จะเป็นผู้เป็นผู้แช่มชื่นมองดูตรงๆคำว่ามองดูตรงๆก็ไม่ใช่เรามองตาต่อตาจ้องมองกันก็ไม่ใช่ฟังดูดีไม่มีภาษาพูดแล้วไม่มีภาษาเรียกแล้วคือมองดูสื่อๆมองดูเฉยๆมองดูจืดๆมองดูสะอาด มองดูสะอาดสะอาดมองดูผู้อื่นด้วยสายตาแสดงความรักนี่อธิบายเชิงเชิงตีสุดท้ายและวันกุศลก็ต้องขึ้นมาในเชิงนี้เธอเชิงสัมพันธ์ไปเชิญสัมผัสไม่ต้อนรับหลังที่ท่านแปลเป็นภาษาไทยที่เอามาจากบาลีคำไหนไม่รู้แต่ผมรู้รู้ความหมายจากการเรียนของ 3 คำนี้ที่อธิบายสู่คุณฟังเพราะคำว่าไม่สลึงตาจึงไม่ได้หมายความว่าถ้าถึงถนนอยู่อย่างนั้นอย่างนั้นแหละมันจะมีบางทีต้องใช้ตาที่มีอำนาจหรือมีความแข็งแรงมีความสะอาดในตัวบ้าง บางครั้งก็เหมือนกันหลบตาไม่ต้องลับหลังนี่หมายความว่าเมตตาหลบไม่ตายหรอกจะแปลคำว่าไม่ตายหรอกในวารีคำนี้ก็จะแปลได้ไม่ต้องลับหลังไม่ทะลึ่งตาไม่ตาถลนไม่ตาแข็งไม่พอก็คือไม่หลบๆเลี่ยงๆหลบๆจ้องๆพราะนี่ก็คือจ้องแล้วก็ม้วนแล้วก็อะไรก็แล้วแต่ลักษณะของควักที่ลักษณะของเราใช้ทางไทยๆเราเนี่ยมันถึงลักษณะที่มันมีเชิงอะไรที่มันติดจริงกันหรือว่าไม่ชอบใจกันหรือว่าชอบใจกันอาการชอบก็มีอายุผู้หญิงแสดงการคลอดที่จริงเขารักอะไรอย่างนี้นะอาการท้องฟ้าบางคนเนี่ยเป็นเชิงไม่ชอบนะ ผู้หญิงที่ใช้ค้อนนี่ใช้ทั้งสองอย่างค้อนควักคอไม่ชอบใจหน่อยนึงแล้วก็คอยฟังหรือยังแม่ชอบปฏิพัทธ์กันด้วยอาการค้อนควักก็ใช้ทั้ง 2 เชิงนั่นแหละเพราะตอนนี้จึงเป็นกึ่งกลางถ้าผู้ใดใช้ได้ดีแล้วเขาไม่เรียกว่าค้อนควักแต่เชิงอย่างนี้ก็ไม่เรียกหรอกเป็นตาเป็นสายตาที่นิ่มนวลและเป็นสายตาไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรตอนนี้ก็นึกไม่ออกแต่นึกว่าสาวไม่ออกเหมือนกันมันมีเชิงรับเชิงส่งเชิงรู้เชิงปลายอยู่ด้วยกันมีปลายตามีการสบตามีการโปรยทานมีการใช้ปลาใช้สายตาอยู่ในจังหวะที่พอดีมีรับมีรู้มีอะไรอยู่ในพอดีๆนะเรื่องของความละเอียดไปจนกระทั่งกิริยาของปลา กูได้เข้าใจแล้วถ้าเป็นผู้ได้เป็นผู้มีกรรมที่สุดคือเป็
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive