191024-A อวิชชาสูตร ตอน1-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นช่วงวันที่ 24 ตุลาคมพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระที่รักและนำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าพระพุทธสถานสันติอโศกสำหรับวันนี้เป็นอวิชชาสู่การศึกษาแล้วทุกคนก็คงจะเข้าใจได้ง่ายๆและสิ่งที่จะพึงเจริญสุดก็คือตัวที่รู้อวิชชาแท้แล้วก็กำจัดอวิชชาเสีย เราก็เป็นผู้มีวิชาหรือเป็นผู้ที่พ้นอวิชชาก็เป็นบริบูรณ์รวมคำบรรยายและรวมคำรวมความอะไรอยู่ในนี้แล้วก็เป็นเครื่องสืบต่อในเครื่องที่จะโยงย้ายให้เชื้ออะไรกันอยู่ซึ่งทศกัณฐ์นี่ก็ถึงขั้นต้องมีหัวข้อที่แยกเป็น 10 รัชกาลที่ 10 ก็มากแล้วแต่ก็มากกว่านั้นก็ได้อีกแต่ว่าสิทธิ์ที่จะมาทีเดียวแหละในอนาคต นาฬิกานี้ก็มีไม่เกิน 10 หรอกนอกจากเครื่องก็ 10 ข้อขึ้นไปก็เป็นเรื่องที่เรียกว่ามันเป็นการแยกแขนงอยากอะไรก็ได้ไปทางนั้นจัดหมวดหมู่ถ้าจะได้แค่ 10 บท 10 พฤษภาคมมากสุดแล้วก็ลองฟังดูตลกที่สุดทั้งหลายเริ่มต้นแห่งอวิชชาย่อมไม่ปรากฏในการก่อนแต่นี่อิจฉาไม่มีแต่ภายหลังเพราะเหตุนั้นเราจึงกล่าวคำนี้อย่างนี้ว่าก็เมื่อเป็นเช่นนั้นเอ้าวิชามีข้อนี้เป็นปัจจัยจึงปรากฏในหมายความว่า เงื่อนต้นแห่งอวิชชาไม่ปรากฏในการก่อนแต่นี้ตอนนี้ก็หมายความว่าเริ่มนับตั้งแต่เดี๋ยวนี้ย้อนการไปการก่อนย้อนกลับไปเริ่มต้นแห่งอวิชชาคือสภาวะที่มันเป็นรากเหง้าเป็นเงินหรือว่าเป็นจุดที่เริ่มก่อนเดี๋ยวเอาเงินต้นเป็นจุดที่เริ่มก่อนเป็นจุดที่มีมาก่อนมันไม่รู้ย่อมไม่ปรากฏมันไม่รู้มันไม่เห็นมันไม่ปรากฏวิชาไม่มีจึงไม่รู้ว่าอวิชชานี่มีซื้ออวิชชานั่นแหละไม่มีคือแต่ก่อนเนี่ย ในการก่อนแต่นี้เราจะจากนี่ไปจากพระพุทธเจ้าปรากฏจากพระพุทธเจ้าปรากฏไปย้อนหลังไปเนี่ยพระพุทธเจ้าท่านตรัสอย่างชัดแจ้งเลยยืนยันท่านบอกว่าอวิชชานี่มันไม่มีมันไม่ปรากฏคนก็ไม่รู้จักตัวอวิชชาคนก็ไม่รู้จักตัวอวิชชาและตัวอวิชชานั้นไม่ปรากฏเงื
อ่านต่อ
่อนต้นแห่งอวิชชาไม่ปรากฏด้วยคือรากเหง้าระหว่างเชื้ออะไรที่จะเป็นอวิชชาก็ไม่ปรากฏด้วยอวิชชาจึงไม่มีด้วยเพราะว่าไม่มีพ่อมีแม่ไอ้ตัวลูกมันก็ไม่มีเงื่อนต้นของอวิชชาไม่ปรากฏเริ่มต้นแห่งอวิชชาไม่ปรากฏ รายการก่อนแต่นี้อวิชชาไม่มีอวิชชาก็จะไม่มีด้วยเพราะฉะนั้นเมื่อเราไม่รู้แม้แต่เงื่อนต้นมันก็ไม่รู้แม้แต่ตัวเอาวิชาก็ไม่รู้มันก็ไม่มีอะไรสักอย่างความมีอยู่ที่ความรู้ฟังดีๆนะความมีอยู่ที่ความรู้หรือความมีหรืออยู่ที่ความปรากฏอยู่ที่ความเห็นความเห็นแจ้งด้วยข้อความเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเรารู้อะไรก็ตามเรารู้ด้วยความเมาเรารู้ด้วยความเมาคือเรารู้ได้ตามเนื้อธรรมดาเราเห็นคนเราก็ว่าคนโดยที่ไม่รู้ว่าคนเนี่ยมีอะไรเป็น เมื่อเรารู้แล้วว่าเขาคนนี้มีพ่อแม่เป็นเงินสดไม่มีพ่อแม่จึงมีคนแล้วคนที่เกิดมาจากพ่อแม่พ่อแม่มีอะไรจึงมีคนเริ่มต้นของพ่อแม่ไปเป็นนามธรรมจิตมีอะไรจึงเกิดผลขึ้นมาจะมีการปรารถนาสมสู่จึงเกิดคนอย่างนี้เป็นต้นถ้าไม่มีจิตปรารถนาสมสู่ก็ไม่มีคนเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อเรารู้ด้วยวิชาแล้วก็รู้ว่าคนนี้เกิดมาด้วยการสมสู่การปรารถนาจะให้มีคนซึ่งเกิดมีคนถ้าเราไม่รู้เงื่อนต้นถ้าเราไม่รู้ ซิงมาแต่เขามาแต่รากมาแต่ก่อนหรือเรียกว่าเมียมาแต่เหตุด้วยภาษาไม่มีเยอะมันไม่รู้อะไรที่มาแต่เหตุเหตุนั้นนำมาจึงมาเกิดสิ่งนี้เราก็ไม่รู้สิ่งนี้และสิ่งนี้ก็ไม่มีเมื่อไม่รู้เหตุแล้วก็ไม่มีเหตุเพราะเราไม่รู้เหตุสิ่งสองสิ่งนี้ภาษาสองภาษาที่พูดขณะนี้เงินต้นก็ดีแล้วตัวมันเองก็ดีมันมีรายได้ 2 อย่างมันมีสิ่งหนึ่งสิ่งมีชีวิตฟังให้ดีถ้าเราเข้าใจนี่แล้วเราก็จะรู้ว่ามีสิ่งหนึ่งจึงมีสิ่งหนึ่งนี่แหละเราจะต้องรู้ให้ได้ทั้งสองสิ่งนี้เพราะสิ่งเหล่านี้คือ จะสนุกกว่าบาทหรืออิทัปปัจจยตาหรือทำใดๆต้องเนื่องมาจากเหตุอันเดียวกันหมดภาษาจะอธิบายอะไรก็ตามแต่มากภาษาเหลือเกินแต่รวมแล้วก็เยทำไมอ่ะธรรมะย่อมมาจากเหตุทั้งนั้นอะไรที่ทรงขึ้นอะไรที่ส่งไว้อะไรที่เป็นอยู่ก็ยอมมาจากอีกสิ่งหนึ่งพระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าแต่ก่อนแต่การก่อนจะมีจับนับจากพระพุทธเจ้าท่านกำลังกลับย้อนการไปนั้นเริ่มต้นแห่งอวิชชามันไม่ปรากฏมันไม่ปรากฏหมายความว่าเขาไม่เห็นกันเขาไม่รู้กัน อวิชชาไม่มีอวิชชาก็จะไม่มีด้วยเพราะเงินต้นของอวิชชาไม่ปรากฏให้ใครรู้ที่จริงมันมีอยู่มันปรากฏอยู่แต่ตาธรรมตาปัญญาของผู้ที่จะไปเห็นมันยังไม่มีแต่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ลึกซึ้งท่านไม่ไปว่าใครถ้าไม่ไปจากที่ของใครวะคนก็ไม่มีตาก็ไม่เห็นก็ไม่รู้ถ้าไม่กล่าวอย่างนี้แต่ถ้ารู้ความหมายแล้วก็คือคนมันยังไม่เคยมีใครรู้ใครเห็นคนยังไม่มีปัญญาพอที่จะรู้เห็นเพื่อนต้นแห่งชาติเพราะฉะนั้นก็ไม่รู้เมื่อต้นเหตุอวิชชาจึงไม่รู้จักอวิชชาด้วยเมื่อคนไม่รู้คนคนจะไปรู้พ่อแม่ของคนไม่ได้ คนเห็นคนไม่รู้ว่ามีคนคืออะไรก็เห็นพ่อแม่ของคนซึ่งมีเหมือนกันมันจะมีเขาด้วยแล้วก็มีตัวตนที่คล้ายกันจะผิดแปลกไปบ้างก็มีหลักใหญ่โครงสร้างใหญ่เหมือนกันพอไปเห็นพ่อแม่คนจึงไม่รู้ว่าคนด้วยเพราะไม่รู้ว่าคนคืออะไรจึงไม่รู้ว่าพ่อแม่ของคุณคืออะไรด้วยเอ้าฟังง่ายๆแต่ก็ยากเหมือนกันแหละถ้าเกิดว่าไม่คิดไม่ออกหรือว่ามันมองไม่เห็นอธิบายแล้วก็ฟังไม่รู้เรื่องระบบต่อมาแต่ภายหลังจึงมีเพราะเหตุนั้นเราจึงกล่าวคำอย่างนี้ว่าก็มาเป็นเช่นนั้นเอาวิชามีข้อนี้เป็นปัจจัยจึงปรากฏ ถ้าไม่รู้ภาษาแล้วฝั่งนี้ก็หัวตีดินพระพุทธเจ้าจึงว่าแต่ภายหลังจึงมีเพราะเหตุนั้นเมื่อรู้เหตุแล้วภายหลังจึงถ้าเหตุก็ไม่รู้ก็คือเมื่อต้นแห่งอวิชชามันเป็นเหตุเมื่อเหตุก็ไม่รู้ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดข้อนี้เป็นปัจจัยจึงปรากฏเพราะอวิชชามีจึงมีอะไรปรากฎตีความกลับเพราะการปรากฏมีสิ่งหนึ่ง วิชาอวิชชามีข้อนี้เป็นปัจจัยจึงปรากฏมันเชื่อมโยงกันเหตุปัจจัยคือสิ่งสองสิ่งที่ทำงานร่วมกันเพราะฉะนั้นเมื่อมีเหตุปัจจัยจึงมีเพราะอวิชชามีพวกนี้จะเป็นปัจจัยที่ให้เกิดปรากฏเกิดการรู้เกิดการเห็นเกิดการเข้าใจเพราะแม้แต่เริ่มต้นแห่งอวิชชาไม่ปรากฏอวิชชาจึงไม่มีมึงเอาวิชามีจะมีตัวปลากดที่แท้จริงอะไรปรากฏเริ่มต้นกับการกดเงินปลายก็ปรากฏ คำว่าปลากดปลากดหมดทีนี้เพราะรู้แท้ในอวิชชาเป็นตัวกลางไม่รู้แท้ในอวิชชาเป็นตัวกลางก็รู้เหตุรูปปัจจัยตัวปรากฏเงินต้นรู้ตัวประชาธิปจะเป็นต่อไปนี้ความนี้หมายถึงหยังเฉพาะประโยคนี้ก็ขยายความมันจะเห็นความสืบเนื่องกันต่อไปดูกระดาษที่สุดทั้งหลายเราย่อมกล่าวอวิชชาว่ามีอาหารการร่วมกล่าวอภิชาว่ามีอาหารไม่ได้กล่าวว่าไม่มีอาหารอภิชานี่มันมีอาหารเลี้ยงนะฟังดีๆผู้ใดจะเรียกอวิชชามากๆก็เดี๋ยวฟังดูอาหารมันคืออะไรถ้าเราทำพวกนี้ไว้ เป็นอาหารให้กับอวิชชาเอาวิชาก็อ้วนดีอ่ะพวกพี่นึกว่าเจริญอยู่มิได้แต่เรากล่าวว่าอวิชชามีอาหารมิได้กล่าวว่าไม่มีอาหารก็อะไรเป็นอาหารของอวิชชาเนี่ยอะไรเป็นอาหารของกัมพูชาควรจะกล่าวว่านิวรณ์ 5 ถ้าเป็นระดับวิชาเนี่ยมีอะไรเป็นอาหารเริ่มต้นเมื่อก่อน 5 มีนาคมฟังดูแค่นี้ก็เข้าใจได้ง่ายเลยว่าเราจะพ้นอวิชชาได้ก็เพราะเราต้องกำจัดนิวรณ์ 5 เพราะนิวรณ์ 5 เป็นอาหารของอนุชา ฟังดีๆสั้นๆประโยคแรกแล้วตั้งแต่เหตุปัจจัยหมู่แรกเริ่มต้นจากอวิชชาบอกชื่ออธิบายอวิชชาแล้วด้วยที่จริงจะอธิบายอีกมากกว่าเมื่อกี้นี้ก็ได้แต่ตัวจะหนักไปเพราะว่ามันเลิกกับปรัชญามันเรื่องของภาษาที่ลึกมันเรื่องของต้องมีอธิปัญญาที่สูงที่จะฟังเมื่อกี้นี้ก็เป็นภาษาบนทับซ้อนทับซ้อนทับซ้อนเงินต้นของอนุชาไม่ปรากฏอวิชชาจึงไม่มีเขาตั้งใจต่อมาเพราะเอาวิชาซึ่งมีปัจจัยให้ปรากฏอะไรต่ออะไรได้อธิษฐานเราพระพุทธเจ้าคนอื่นเขาไม่รู้จักอวิชชา เขามีแต่ภาษาเขาไม่รู้ความจริงเขาเอาวิชาคืออะไรเมื่อรู้อวิชชาเที่ยงแท้ตัวรู้ตัวรู้ตัวมันแล้วก็สามารถปราบอวิชชาได้ทำลายได้เพราะรู้จักอวิชชานั่นแหละจึงเกิดวิชาสังคมวิชาจริงนั่นแหละจึงได้เกิดเป็นวิชาความเป็นจริงคนนั้นมันไม่รู้จักอวิชชาคนไม่ได้แทนทะลุในอวิชชาคนจึงไม่มีอภิสิทธิ์จึงไม่รู้จักว่ามีอภิชาเมื่อไม่รู้จักว่ามีอวิชชาอิจฉาถึงไม่มีตัวที่ได้ไปรู้จักกับวิชานั่นแหละคือวิชาเมื่อรู้จักอิจฉาแท้ๆก็คือตัวเราเกิดวิชา วิชาอะไรจึงปรากฏทุกอย่างไปจึงปรากฏเห็นเข้าใจบรรทุกแทงทะลุแต่ทีนี้เมื่อเรารู้แล้วว่าภาษาพูดมันมีอยู่แค่นี้รู้ตัวแท้จริงสัจธรรมมันมีอยู่แค่นี้ถ้าจะทำก็คือมันไม่มีอวิชชามันไม่รู้จะอิจฉามันจึงทำลายอวิชชาไม่ลงพอมารู้จักอวิชชาแล้วมันก็ทำลายอธิชาลงได้พอรู้จักเอาวิชาแล้วมาทำร้ายพี่ชายอภิชาลงได้กลายเป็นรู้จักเอาวิชาแท้นั่นแหละคือตัววิชาการทีนี้ก็ต้องตั้งต้นใหม่เพราะอวิชชาปรากฏว่าเพราะรู้จักอภิชาแทนผู้รู้นั้นจึงเอาออก มาอธิบายให้คนมาฟังท่านก็เลยเริ่มต้นอวิชชามันเกิดเพราะอะไรมันมีอาหารเลี้ยงมันนะอวิชชามันเกิดเพราะอาหารควรจะเรียกว่านิวรณ์ 5 จะใช้เป็นบัญญัตินี่เป็นภาษาและเป็นบัญญัติขึ้นมาแล้วนิวรณ์ 5 ที่เรามีอยู่ในตัวของเรานั่นแหละเป็นตัวอาหารใหญ่ที่เลี้ยงให้อภิชาเกิดอยู่ไม่เลี้ยงวิชานะไม่รู้วิชานะฟังดีๆนะวิชาเมื่อวาน 5 เนี่ยถ้าเรามีขึ้นมีขึ้นเกิดนิวรณ์ 5 อยู่นั่นแหละเราเลี้ยงอวิชชาอยู่เรื่อยวันนี้วันพระจะไปอาหารของอภ ladyboy 5 ต่อไปนี้เป็นเชื่อมต่อไปอีก anyone 5 เราก็กล่าวว่ามีอาหารต่อไปอีกอวิชชานี่ก็มีนิวรณ์ 5 เป็นทหารหมดไม่ให้นิวรณ์ 5 เกิดแม่นิวรณ์ 5 มีขึ้นอาวุธฉากตายแหงแก่พ่อวิชาตายวิชาก็เกิดความเกิดจากความตายเป็นคู่กันความเกิดกับความดับทุกข์กันถ้าไม่มีความเกิดก็ไม่มีความดับถ้าไม่ดับความเกิดก็ไม่มีความเกิดที่เป็นอริยะไม่มีความเกิดที่อิจฉาแม่นิวรณ์ 5 เราก็กล่าวว่ามีอาหารมิได้กล่าวว่าไม่มีอาหารก็อะไรเป็นอาหารของนิวรณ์ 5 ควรกล่าวว่าทุจริต 3 ทุจริต 3 เป็นอาหารของนิวรณ์ 5 ทุจริต 3 ก็คือกายวชิมโนกายทุจริตวจีทุจริตมโนทุจริต 173 ไม่ใช่เรื่องย่อหรือจะพยายามเน้นเข้าไปสู่อัตถะกายทุจริตมโนทุจริตข้าราชการลงไปอีกซ้อนลงไปอีกมี 13 อีกอันหนึ่งก็คือยาตามมาวิตกกามวิตกพยาบาทวิตกผู้หญิงอีสานอยู่ในสภาพที่มันเป็นความเบียดเบียนมันยังอยู่ข้างในไม่มีอยู่แล้วถ้าเกิดว่าจิตของเราถึงขั้นรู้ละเอียดแล้วไม่เบียดเบียนไม่มีการไม่ติด ไม่จุดในการอาฆาตมาดร้ายและไม่ได้ไปด้วยความเบียดเบียนให้ชัดแจ้งเข้าใจสาระและไม่มีปล่อยอยู่ปล่อยอยู่ในการจะไปเบียดเบียนอะไรต่ออะไรปล่อยอยู่จิตมีสภาวะรู้อย่างนี้จริงๆแล้วก็ทำจริงๆอยู่เป็นที่สุดจิตนี้จึงไม่มีทุจริตแม้ว่าจะไม่มีทุจริตแม้กายเพราะมโนแทงถึงซึ่งตามก็รู้ชัดพยาบาทก็รู้จักเบียดเบียนก็รู้จักจริงๆไม่เจ็บอย่างถึงอย่างนี้ทุจริตในคิดสิ่งนี้ไม่มีทุจริตสักทีจะมีทุจริตในวาจาจึงไม่มีเพราะไม่ชัดเจนทดแทนทะลุถึงตามบริบท บทเรียนคือผู้หญิง 32 ไทยรัฐ ฉันอยู่ติดกับมันยังเป็นอยู่ในใจมันยังมีอยู่มันเป็นไปอยู่จะคิดอย่างยิ่งตก 3 คือมันไม่รู้จักกามมันไม่รู้จักพยาบาลไม่รู้จักกันไม่รู้จักพยาบาลนั่นแหละเมื่อวานถ้ามีการพยาบาลการพยาบาลจบพยาบาล วิจิกิจฉารวมได้ว่าไอ้ 3 ตัวนี้ก็ต้องเป็นตัวเบ็ดเดียวกันตามมันไปจบมันก็ตรงกันแล้วก็ตามมานิวรณ์ ชัดเจนรู้จนหมดสงสัยต้องแจ้งแทงทะลุรอบจนหมดความเคลือบแคลงจึงจะพ้นรอจนจะสิ้นขาดจนจะหมดความไม่รู้ถ้ายังสงสัยอยู่ก็จะเป็นอภิชัยอยู่ Message น้อยอะไรก็ตามเราก็ยังสงสัยอยู่มันยังมีวิธีการศึกษาพุทธประวัติ ขนมปังจะไม่ได้เอามาขยายกันออกมาเพราะภาษาต่างๆเดี๋ยวจะอธิบายเป็นตัวอย่างไว้ก่อนจะได้เป็นภาษาให้ค่อยๆขยายๆไปตามที่ท่านว่าเองแต่ไม่พยายามตั้งหลักให้ว่าทุกอย่างนี่มันเป็นอันเดียวกันหมดแหละแต่ว่าขยายเป็นภาษาขยายโดยมันหยาบๆๆออกมาแต่ไม่รู้หยาบแล้วแทบไม่รู้ละเอียดกายทุจริตมโนทุจริตผู้ผลิตแล้วก็แพงเท่ากับมโนผูกพันก็มาทำมาถึงจิตเป็นรากเหง้าเพราะจุดมันไม่แพงซื้อในอวิชชาจริงๆมันจึงไม่รู้ในทุจริต 3 ที่เป็นกามารมณ์กับพวกรัฐบาล คุณต้องการรูปพยาบาทว่ามันหยาบหยาบมันมีความใคร่เต้นเราอย่างนั้นอย่างนี้จับได้มันพยาบาทอาฆาตมาดร้ายต่างๆคือจับได้มันอันนี้ไม่มีแล้วบางเบาที่เราแล้วบางเบาจะไปโกรธไปแค้นไปขยะอะไรรุนแรงหรือบางเบาแล้วแต่เราก็ยังมีประเทศที่เรียกว่ายังออกไปอยู่ไปวุ่นวายอยู่ถึงแม้จะเป็นคนไปวางอยู่แล้วทำลายใจ ลอยออกไปไปเยี่ยมเรื่องเกี่ยวกับอะไรเราก็ไม่ทุกข์เราจะไม่ทุกข์แล้วเราก็ไม่ลงนิทานด้วยไม่หลบไม่มีเมื่อไหร่จะหยุดก็หยุดเวลาไม่หยุดแต่ก็ต่อสู้หรือว่าต่อหน้าต่อตาแล้วก็ทำงานอยู่เป็นปกติแต่อันนี้อธิบายคร่าวๆถึงว่าลักษณะของหินและมีพระกับลักษณะของพระพุทธเจ้าและมีกฎจากจนกว่าเราจะแทงทะลุถึงสังโยชน์สังโยชน์แทงทะลุถึงอวิชชาแท้เจ็บของมันพยายามรู้และจิตของมันเข้าไปรู้ชัดจะรู้ตั้งแต่ขั้นตามละเอียดจนรู้ตั้งแต่หลักเกณฑ์ตั้งแต่กามราคะปฏิฆะนี่เป็นรากเหง้า ช่างยอด 123 เอาไว้ก่อนเพราะว่า 1 2 3 เป็นหลักเกณฑ์ของสังโยชน์เป็นเขาเราจะต้องรู้สภาพสภาพมาแล้วแล้วเราก็ต้องพยายามที่จะหาหลักเกณฑ์มาปฏิบัติเรียกว่าศิลปะและยาสักแต่ว่าทำจากศิลปกรรมมากถ้ามีศิลปะมีสีแล้วก็มีการประพฤติมีหลักเกณฑ์แต่ได้แต่ลูกๆขำๆได้แต่ปลามากมันก็เป็นสังโยชน์อยู่นั่นแหละแม้เราจะบอกว่าเรามีสีแม้เราจะบอกว่าเรามีการประพฤติธรรมแต่ถ้าเมื่อมันไม่ได้ละไม่ได้ลบสกายลงไปทุกทีทุกทีรู้ว่าเราผ่อนเราบางทีไม่เข้าใจความประชุมหมู่กลุ่มและสิ่งที่มันเป็นสภาพกิเลสตัณหานั้น มันจะเท่าเดิมหรือมันยังใหญ่อ้วนต่อไปอยู่แล้วก็ไม่รู้นอกจากไม่รู้แล้วแม้เราก็คิดว่าเรามีศีลเรามีการประพฤติกิเลสต่างๆที่เรามันอ้วนใหญ่มีเป็นศักยภาพคือตัวกิเลสแท้ของเราส่วนสภาพธรรมที่เราจะต้องรู้ว่าไอ้นี่เป็นของชั่วอันนี้เป็นของเหลวที่จะต้องลดละออกมาไม่รู้แม้ว่ามันลดปล่อยลงได้แม้กายลดแล้วกายไม่แตะต้องแล้วแต่ใจยังระแวงแต่ใจยังมีการเกี่ยวพันอยู่ห่วงหาอาวรณ์ก็ไม่รู้ว่าได้มาแค่อยากอยากจะตายละก็ไม่รู้แล้วก็มาละใจใจนี่แหละเป็นสกายอ่ะที่แท้และเราก็ไม่รู้ว่ามันลดลงจริงๆก็เรียกว่าเราไม่รู้ความเป็นจริงตามความเป็นจริงลดลงก็ไม่รู้ว่าตัวรถเพิ่มขึ้นก็ไม่รู้ว่าตัวก็เพิ่มทรงอยู่ก็ไม่รู้ว่าตัวทรงอยู่ เขาเรียกว่าศิลปะสามารถมีศีลมีพล็อตปฏิบัติเรารู้ว่าเออเราเบาบางลงเบาบางลงจิตใจเราหน่อยคลายออกได้เบาขึ้นง่ายขึ้นรู้จริงๆรู้อย่างไม่มีวิธีศึกษามันก็ต้องโยกศาลก็มีวิจิกิจฉาอีกตัวนึงอยู่อีกอ่ะจะต้องรู้ให้ชัดเจนนะต้องไม่มีจิตอิจฉาต้องไม่สงสัยต้องจับอาการจับกริยาจับจิตมีสภาวะของจิตที่เรารู้ว่ามันจางคลายความรักเป็นประกายยักษ์ภาษาเรียกว่ากามราคะก็คือตัวการนิวรณ์นี่แหละปฏิฆะก็คือตัวเดียวกับพยาบาลอีกแหละหลักใหญ่ๆก็หารากเหง้ากะโหลกศาลาพระกับโทรศัพท์ที่ดังกล่าว แล้วเราก็พยายามลดลงลดลงจนกระทั่งเหลือรูปราคะอรูปราคะจนกระทั่งเหลือรูปลอยลงมาดูลูกมันชัดและรูปเหล่านั้นเล็กลงเล็กลงเล็กลงเล็กลงจนเป็นรูปภาษาเรียกว่ารูปที่จริงมันมีสภาพนั้นแต่ว่ามันไม่ได้รู้ง่ายๆไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรเราเข้าใจภาษาอังกฤษง่ายๆสั้นๆเป็นภาษาสั้นก็คือรูปที่เล็กลงรูปที่ละเอียดสุขุมอันนี้อธิบายไว้ในหนังสือคนคืออะไรคือสิ่งที่เล็กลงจากที่เป็นมันก็เป็นรูปนั่นแหละมันเป็นสิ่งนั้นแหละมันเป็นการะนั่นแหละแต่กลับกลายเป็นหินไปแล้วแต่มันยังเป็นราคะอยู่นะถึงเรียกว่ารูปปลากัดจน เราได้แต่รถได้วางได้ไปส่วนที่ลดได้ละได้ก็เป็นความดีทั้งสิ้นและเราก็เป็นความโง่ซ้ำเป็นมานะถือมานะเป็นมานะสังโยชน์ประยุทธ์ความดีของเราไปถือตัวถือตนที่ดีของเราและทำให้เรามีกิเลสเป็นการโทรศัพท์โลภะต่อไปอีกได้มันดีมันเป็นจิตดีแล้วมันก็อยากจะอวดดีมันอยากจะเอาดีไปข่มคนอื่นแล้วก็ไปดูถูกคนอื่นหรือเป็นอะไรเป็นอุปกิเลส 16 ทั้งหมดได้อีก 16 ชั่วโมงที่มันจะไปตีซ้ำให้ตัวเราเองกลายเป็น เพื่อนแม่อย่างนี้ก็ยังไปกินเลยที่เลวร้ายที่เป็นศักยะอย่างไรจิตเราเป็นมานะแรงลดลงเป็นรูปเป็นรูปเป็นตัวเป็นตนใหญ่ลดลงรู้สภาวะเข้ามาได้จริงๆจึงจะเรียกว่าพ้นเอาวิชาหรือรู้ว่าไอ้มานะเนี่ยเป็นอวิชชาตัวนี้มันไม่รู้เราไม่รู้ตัวเรานี่ว่ามันเจ็บอย่างนี้เองมันเป็นทำงานตัวมานะคิดอย่างนี้เองมันทำงานกิเลสอย่างนี้เราไม่รู้มันเราจึงอวิชชาพอเราเห็นมันรู้มันเข้าเราจะรู้พระองค์เจ้าที่จะจับได้หรอกไอ้สัตว์กายยักษ์ของเราไม่จับได้ไปจัดกายยักษ์ก็นั่นแหละเริ่มต้นเป็นผู้รู้เป็นโสดาบันพอรู้แล้วก็ทำมีทำลายทำลายตัวที่รู้งี้ต้องไปโดยที่มัน จนกระทั่งรู้สภาพที่เคลื่อนไหวกับตัวจริงของมันที่เป็นแม่บอกอุทิศจากพระพุทธเจ้าก็คือตัวลอยขึ้นมาตัวที่กระจ่างชัดในสิ่งนี้ที่ส่งไปถ้าแปลล่าสัตว์มันจะจัดก็หมายความว่ามีแสงส่องสิ่งที่เกิดอยู่หรือสิ่งที่ส่งไปบวชพระบวชอัตลักษณ์แปลว่าแสงสว่างส่องพระแปลว่าส่งไว้แล้วว่าเกิดสิ่งที่มันเกิดขึ้นมาแล้วมันก็ส่งไปแล้วก็มีอีกตัวนึงนี่เป็นสภาพรู้ก็ไปรู้มันไม่มีตัวใครอาจจะไม่หมายถึงตัวอะไรมันหมายถึงตัวธาตุรู้ของตัวธาตุรู้เองมันจะรู้มันก็จะรู้ก็คือ ไอ้นี่เกิดอยู่ไอ้นี่ส่งมาอยู่ถ้าไอ้นี่เกิดอยู่ทรงได้อยู่เราจะให้มันเกิดไหมถ้าเรารู้ความเกิดและเรารู้ความดับดับให้เกิดนี่เสียเถอะแล้วเราก็ดับได้แล้วทีนี้ในนิวรณ์นี่นาพุทธเจ้าเท่านั้นมันมีกลุ่มกุดจับเป็นภาษาบอกตัวสภาพธรรมลงไปด้วยว่าแม้แต่สิ่งที่มันเกิดมันไม่เกิดธรรมดาซะด้วยเกิดแล้วมันยังมีตัวตัวที่มันยังไม่พ้นทุกข์คือตัวทุกข์ใจห่วงหาอาวรณ์หรือว่าเป็นภาระอะไรอยู่จริงๆๆอยู่อึดอัดลำบากลำบนมีโทรมานะมีสุขตายยากมีทุกข์เศษทุกข์ยังไง แต่มันจะตุกติกๆมันไม่ขาดตอนเรารู้จิตและจิตสักแต่ว่าเกิดก็เกิดให้มันรู้จริงแล้วให้มันพยายามสัมผัสสภาพหรือว่าทำสัญญาเวทยิตนิโรธเฉยๆเพราะจิตพูดได้แทงทะลุกูจะจับอ๋ออย่างนี้เองก็จับคือเจ็บนั่นเองคือตัวธาตุรู้ที่เป็นความธาตุรู้ซะเองนั่นเองรู้อะไรรู้สิ่งที่มันเกิดอยู่เพราะมันไม่มีเหตุแห่งความเกิดอยู่ กัปตันภาษาเมาๆหน่อยวันนี้ฟังไว้นิดนึงจะได้ขยายขยายอย่างลงไปตอนนี้ขอพูดละเอียดไว้ก่อนนี่สอนย้อนปฏิทินโรมสอนจับปลายมาหาตนสอนจากสุขุมวิทละเอียดมหายานซึ่งก็บอกแล้วภาษามันจะเพาะลงไปจากตะกรุดเฉยๆมันไม่ต่างกันหรอกตัวภาษามันก็บอกอยู่ว่ามันต่างกันครึ่งหนึ่งก็มากขึ้นคุณตาก็บอกแล้วกูจ่ายเนี่ยเป็นตัวทุกข์อย่างมากอาจจะเป็นตัวทุกข์ของหยาบๆ วุ่นวายยังเดือดร้อนยังคับแค้นใจอะไรอันตรายแล้วจิตเราฟุ้งลอยขึ้นมาเราก็ไม่รู้จักตัวเกิดเราก็จะเป็นดับศูนย์อะไรได้ยังไงมันมีตัวเกิดอยู่พ่อแม่มีตัวเกิดอยู่พระอนาคามีก็ยังมีเศษอัศจรรย์อยู่นั่นเองถ้าเป็นพระอรหันต์แล้วก็รู้แทงทะลุแม้แต่อุปสรรคไม่มีอุปสรรคแล้วคุณไม่ทุกข์เท่าไหร่หรอกจิตที่มันเกิดทุกวันทุกวันของคุณคุณไม่ทุกข์เท่าไหร่แต่คุณไม่รู้ว่าคุณก็จะเกิดเมื่อคุณยังไม่รู้ตัวอุทธัจจะที่แท้คุณยังไม่มีตัวรู้ของธาตุรู้ก็ไม่รู้เลยจะส่งมาอยู่ด้วย แต่ไม่มีอะไรในโลกที่ส่งมาในนี้เมื่อไม่มีทุกอย่างเป็นอนิจจังก็มีแต่ความเกิดแล้วก็หมุนเวียนเป็นดาบความเจริญแล้วก็หมุนเวียนไปดับก็เกิดแล้วก็หมุนเวียนไปดับเพราะฉะนั้นสิ่งที่ทรงไว้ที่ส่งไว้จริงๆก็คือชีวิตเกิดขึ้นแล้วก็ดับเกิดขึ้นแล้วก็ดับเกิดขึ้นแล้วก็ดับเกิดขึ้นแล้วก็ดับคุณจับต้นตอนนี้ต้นแห่งความถ้าไม่มีเกิดแล้วมีดับไหมพันธมิตรเกิดดับ 1 เพราะฉะนั้นเราก็ต้องจำเริ่มต้นธุรกิจได้ ให้เกิดดับมันก็ไม่ต้องดับไม่มีเพราะไม่มีเกิดตัวไม่มีเกิดเองใช้ภาษาแทนเราเรียกว่าคือดับสนิททั้งหมดภาษาจะเรียกแล้วเข้าใจคำว่าดับสนิทก็คือไม่มีเกิดทีนี้อะไรล่ะเกิดถ้าคุณไม่มีขันธ์ 5 คุณไม่มีอะไรเกิดไม่ได้พรุ่งนี้คราวหน้าคุณจะต้องมีอะไรเกิดอยู่จิตต้องเกิดภาพรู้ต้องเกิดคุณเป็นพระอรหันต์แล้วคุณก็ยังมีภาพจิตที่จะมีเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณอยู่นั่นเองคุณมีรูปภาพคนก็มีนามท่ามีเจตนาคือความรู้สึกมีความจำได้เพราะจิตมันเก่งแล้วแม่มันเก่งมันก็ไม่ได้นี่เป็นทหารมันยิ่งยอดเก่งด้วย มันยิ่งจะรู้สึกกระชับละเอียดว่าอะไรเป็นอะไรลูกเขากำหนดลงไปกำหนดหมายถึงแล้วมันก็มีการคิดการปรุงด้วยเป็นธรรมดาใช้มันได้ง่ายๆและมีธาตุรู้นี่ซ้อลงไปในการซูมได้อีกแล้ววิญญาณชัดเจนชัดเจนเจนนี่แม่เราจะมีเวทนามีสัญญามีสังขารมีวิญญาณเรารู้เท่าทันมันหมดทุกตัวพวกนี้แห่งขันธ์ทั้งหลายตามขันทั้งหลายและอายตนะทั้งหลายรู้มันหมดรูปขันเวทนาขันธ์สัญญาขันธ์สังขารขันธ์วิญญาณขันธ์รู้ไม่ใช่ว่ารู้โดยที่เรียกว่าภาษาแต่เรารู้จริงๆว่าคิดถึงแยกออกว่าลักษณะอย่างนี้คือเวทนาลักษณะนี้คือสัญญาลักษณะนี้คือสังขารลักษณะอย่างนี้คือวิญญาณแล้วเราก็ไม่ ใต้อำนาจของวิญญาณไม่ได้อยู่ใต้อำนาจของสังขารไม่ได้อยู่ใต้อำนาจของสัญญาและไม่ได้อยู่ใต้อำนาจของเวทนาในเวทนาอย่างนี้จะเป็นทุกข์ก็ทุกข์ไปเวทนานี้จะเรียกว่าสุขก็สุขไปเวทนาอย่างนี้เรียกว่าเฉยๆก็เฉยๆไปเรารู้ความจริงอย่างนั้นแล้วเรารู้ว่าทุกข์มีความหมายว่าอย่างไรรู้ว่าสุขมีความหมายว่าอย่างไรสุขมีความหมายว่าเป็นไปได้ดีเราไม่มีเศรษฐกิจอันนึงไปยึดเอาว่าเป็นของเราเป็นโรคอยากได้มาขอตัวขอตนขอรายละเอียดซื้อไปถูกพยาบาทอาฆาตมาดร้าย เพื่อจะไปเบียดเบียนเขาเบียดเบียนอย่างละเอียดก็อย่าเพิ่งอธิบายเบียดๆอย่างก่อนไปทำร้ายเขาด้วยการฆ่าเบียดเบียนเขาด้วยการทำลายสิ่งที่เขารักเด็กๆเป็นที่ชำระสิ่งที่เขารักหรือแม้ที่สุดตัวเราเองเข้ามาหากินข้าเอาของที่เขายังไม่ปล่อยแล้วก็ยังเป็นการเป็นความพยายามที่จะกระทำสิ่งนั้นอยู่ก็มีความเบียดเบียนยังๆแต่ทีนี้ถ้าเรารู้ชัดลงไปพวกนั้นอีกแล้ว แม้แต่อย่างที่บอกว่าถึงไม่ฆ่าไม่รุนแรงไม่เอาเขาไม่อนุญาตเขาไม่ให้ถ้าไม่ทำเขาจะหยาบๆเลยเมื่อเราไม่ทำเราไม่ไปเบียดเบียนพวกนี้เราก็ได้แล้วบริสุทธิ์ในเรื่องอย่างแล้วเรื่องละเอียดแม้จะละเอียดซ้อนเข้าไปรู้เลยเขาเองเขาไม่รู้หรอกว่าเราเบียดเบียนเขาเขาไม่รู้หรอกตอนนี้เราก็ต้องเบียดเบียนเขาให้ดีกลับแล้วเราไม่เบียดเบียนเขาหรอกเขาจะทารุณไปฆ่าเขาใครเขาจะยอมก็เอาของใครก็จะยอมและเราเองเราก็ไม่ทารุณตัวเองด้วยเบียดเบียนมันมีทั้งเบียดเบียนตนและเบียดเบียนใคร ตามระเบียบเบื้องต้นเอาของเขาที่เขาหวงจะอยู่เย็นฆ่าเขาเป็นเด็กเรียนท่านทีนี้เราก็ลึกเข้าไปอีกอย่าให้เขารู้แต่เราเองต้องรู้ว่าสิ่งที่เขาหวงเขารักนั่นน่ะมันเป็นทุกข์ทั้งนั้นถ้ามีรักร้อยหนึ่งก็มีทุกข์ร้อยนึงมีรัก 90 ก็ทุกข์ 90 มีรับ 80 กว่า 180 ท่านกลับไปเรื่อยไหล จะได้จำได้ว่าสูตรนี้ให้ท่านรองไว้ตรงนี้ก็ไม่กล้ากลับไปอย่างนี้แหละไม่ตัดไม่อยากด่าจะว่าที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ด้วยท่านอธิบายละเอียดไปด้วยเราไม่รักร้อยนึงก็ทุกข์ร้อยนึงมีรัก 90 ทุก 90 มีรักแม้ 1 กระปุกหนึ่งเพราะฉะนั้นอะไรที่ใครรักอยู่แล้วเขาหวงอยู่เขาเป็นทุกข์ทิ้งให้เรารู้ว่าเขาทุกข์นะแต่เขาไม่รู้ว่าเขาทุกข์และของที่เขารักของที่ต้องลงของที่เขาขี้เหนียวของที่เขาไม่อยากให้เราก็ต้องพยายามทำลายความที่เขาไม่อยากให้เขายังรักเขายังห่วงใยเจ้าขาตอนนี้ข้าไปแล้วนะแต่เราไม่ฆ่าของอย่างเราไม่ฆ่าชีวิตอย่างเขาหรอกแต่เราคาดชีวิตละเอียดเป็นปานนะชีวิต แดดร้อนไปอีกบัญชีบ่ต้องเรียนรู้ชีวะโทรศัพท์ปานะธุรกิจของเขาเนี่ยไม่ให้เขารู้แต่เรารู้แล้วเราก็ฆ่าเราจะรู้ได้ก็ต้องเราต้องรู้จักสิ่งที่เป็นราคาของเราเราไม่รู้เราจึงอยากได้อย่างนี้อยู่แต่เพราะเราได้ค่าสิ่งที่เราอยากได้อย่างนี้ลงไปให้แก่เราเองแล้วเป็นราคะของเราและเราก็รู้สึกสบายแล้วเราก็รู้กรรมวิธีการฆ่าแล้วเราก็จะรู้กรรมวิธีไปฆ่าให้คนอื่นด้วยวิธีอย่างนั้นอย่างนี้แล้วก็ให้เขาฆ่าที่จริงเราไม่ขาดเองหรอกให้เขาฆ่าตัวเขานั่นแหละเขาก็จะคาดการณ์ราคะเขาจะฆ่าสัตว์ที่เรียกว่าสัตว์ในตัวเขา ที่เป็นตัวร้ายค่าสิ่งที่เขารักแต่มาพูดบอกว่าเราฆ่าเรานั่นแหละเป็นตัวดีเป็นตัวสำคัญไปให้เขาฆ่าเขากินข้าวบางทีเราบอกเขาด้วยวิธีการไว้ให้เขาทำอย่างนี้แล้วเขาเองก็ไม่รู้ด้วยว่าเขากำลังจะฆ่าสิ่งที่เขารักเขาไม่รู้เลยนะแต่เรารู้แล้วว่าเขาบริสุทธิ์ใจกับเราแล้วเราก็บริสุทธิ์ใจกับเขาให้เขาฆ่าสิ่งที่เธอและเขาจะพ้นทุกข์ให้เค้าฆ่าทิ้งเฉยๆแล้วเขาจะพ้นทุกข์เราก็บริสุทธิ์ใจเราไม่ได้ไปทำร้ายอะไรเขาหรอกให้เขาดีด้วยซ้ำไปเพราะอนาคตของเราไปก็พวกเรานี่แหละเป็นตัวดีแล้วก็เขาก็เด็ดขาด พระจงฆ่าพอรู้อย่างนี้รู้อย่างดีอย่างนี้แล้วก็พาช่วยเค้าฆ่ามันก็หมดไปแล้วทีหลังเราก็อธิบายให้เขาฟังถึงสิ่งที่เขาได้ฆ่าแล้วเมื่อเราเห็นแล้วว่าเขาฆ่าแล้วสิ่งที่เขาได้ตัดลงแล้วเขาได้ดับลงแล้วเขาก็จะรู้ไม่รู้แท้ๆก็คือหมดนี่จะอิจฉาหมดสงสัยเป็นวิชาแต่ก่อนเขาไม่รู้เดี๋ยวนี้เขาก็รู้เพราะเรารู้เราจึงทำได้เราเองแล้วเราก็บอกเขาแล้วก็ให้เขาทำบัดนี้เขาจะรู้ไม่ได้พูดไปนี่มันเป็นยังไงมันฟังรู้เรื่องมึงไหมเนี่ยรู้สึกว่าไม่พูดอะไรเราเหมือนกับเราเจ้าคารมอยู่คนเดียว เมื่อไหร่เจ้าคารมอยู่คนเดียวพูดเป็นภาษาฟุ้งเฟ้อไปพยายามเทียบเคียงกับสภาวะธรรมแล้วก็รู้ความหมายของภาษาที่ผมพูดรู้สึกตัวเหมือนกันว่ารู้สึกว่ามันพูดแล้วออกจากอะไรกับภาวะของเราของเราของเรานี่ออกมาพูดๆๆแล้วพวกคุณก็สภาวะของคุณคุณก็มีมันไม่ละเอียดเข้าไปแล้วคุณก็จะเมาแล้วผมก็จะเมาแล้วมันก็จะไม่รู้เรื่องทีนี้ก็ลองๆดูให้ตั้งสติดูคุณตั้งสติดูดีๆอ่าทีน
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive