สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน ศาสนาพุทธต้องมีหมู่กลุ่มสืบทอดได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน ศาสนาพุทธต้องมีหมู่กลุ่มสืบทอดได้ _กาน จันทร์ทรัพย์ประเสริฐ · ฟังพ่อท่านวันนี้มึนตึบทำไงถึงจะรู้เรื่องยากค่ะ ฟังพ่อท่านไม่อยากไปวัดอื่นแล้ว เรื่องบุญกับกุศลลูกยังงงๆๆอยู่ค่ะ พ่อครูว่า...ที่บอกว่าฟังแล้วมึนแต่ก็ไม่อยากฟังวัดอื่น แสดงว่าในจิตลึกๆของคุณรู้ว่าใช่แล้ว ถ้ามีความรู้สึกอย่างนี้จริงมันชัดเลย นี่แหละ อาตมาตอบนี่ มันเป็นอาเทสนาปาฏิหาริย์หยั่งรู้ใจคุณนะ ที่จริงคุณก็บอกมาอาตมารู้ตามที่สื่อออกมาให้รู้ได้ แสดงว่า ถ้าคุณเป็นอย่างนี้จริงๆ ฟังไม่เข้าใจ แต่ว่าลึกๆบอกว่าฟังดี มันมีความยินดีมีความพอใจที่จะฟังทั้งที่ไม่ค่อยรู้เรื่อง มันก็ต้องมีอะไรดี มันมีปฏิภาณลึกๆความเฉลียวฉลาดแหลมคมของเราเอง มันเป็นตัวตัดสิน เป็นตัวบอกกับตัวเอง เมื่อเปรียบเทียบกับอันอื่นที่คุณผ่านมาหมดแล้วก็ให้คะแนนอันนี้ แม้จะมีรสชาติยินดีปรีดากับทางโน้นแล้วก็ตามแต่มาอันนี้ก็ดู มึนตึ๊บ แต่มันมีอะไรที่ชี้ชวนมีองค์ประกอบให้เห็นว่า มีราศีกว่าเยอะเลย อาตมาก็พยายามไขความอธิบายสภาวะธรรมที่มันเป็นตัวที่คุณจะทำให้เกิดอาการอย่างนี้ อธิบายให้ฟัง มันไม่มีภาษาเหมือนกัน ก็ดีแล้วล่ะ พยายามติดตามฟังให้ดีๆ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าต้องคบหาสัตบุรุษฟังธรรมให้บริบูรณ์ คบหาให้เต็มๆ เหยาะแหยะไม่ได้เรื่องหรอก เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม ๙ ข้อ ๓๔) ถ้าไม่ได้ฟังจากพระพุทธเจ้าก็ต้องฟังจากสัตบุรุษ ธรรมะของศา
อ่านต่อ
สนาพุทธนะรู้เองไม่ได้มีแต่พระพุทธเจ้ารู้เอง แล้วผู้ที่ได้ภูมิธรรมนั้นติดตัวมาเองเรียกว่า สยังอภิญญา พระพุทธเจ้าตรัสรู้เองไม่มีใครรู้ได้ ซึ่งจริงๆแล้วก็ได้มาจากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ จนท่านมาตัดขอบเขตว่าท่านรู้เองเป็นโพธิสัตว์มาจนกระทั่งผ่านปัจจัตตัง เวทิตัพโพวิญญูหิ รู้ได้ด้วยตัวเองจนมาเป็นปัจเจกระดับต้นเป็นตัวของตัวเองติดตัวมา เป็นพระโสดาบันติดตัวมาแล้วมาชาตินี้ก็เป็นปัจเจกในตัวติดตัวมา เป็นของตนเองมาก็มาเพิ่มอีก ยิ่งเพิ่มภูมิรู้โลกุตระ จนกลายมาเป็นสยังอภิญญา ปัจเจก มาเป็นสยังอภิญญา เป็นการได้ของตัวเองข้ามชาติมา จนมาในยุคที่ไม่มีสัตบุรุษตนเองก็เป็นสัตบุรุษเอง ผู้ที่เป็นปัจจัตตังมาเป็นปัจเจกเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ในยุคที่ไม่มี จะเอาคำสอนมาแล้วก็มีคำสอนที่ตัวเองมีบารมีถึงขั้นจะเอามาตั้งเป็นก๊กเหล่าทำกลุ่มหมู่ได้ คนที่เป็นปัจเจกแต่ยังไม่ถึงขั้น สยังอภิญญา จะสร้างหมู่กลุ่มให้เป็นรูปร่างไม่ได้ มีใครต่อใครที่มีบารมีมาสอนกันอย่างท่านพุทธทาส หรือแม้แต่สมเด็จพุทธโฆษาจารย์สมเด็จประยุทธ์ท่านก็สร้างกลุ่มไม่ได้ จนกระทั่ง ส.ศิวรักษ์ เคยเข้าใจว่าศาสนาพุทธเป็นสถาบันไม่ได้ จับกลุ่มเป็นหมู่ไม่ได้ ถือว่าเป็นตัวตน คือ ร่วมเป็นคณะไม่ได้ ศาสนาพุทธจะต้องกระจายเผื่อแผ่ให้แก่ทุกคน หากว่ามาตั้งหลักให้แก่ตัวตนเกิดหมู่กลุ่ม... ไม่ได้ อาตมาพอจำได้ว่าส.ศิวรักษ์คิดอย่างนี้ ว่า เกิดกลุ่มหมู่เป็นพวกจะเกิดอัตตามานะได้ ทั้งที่ศาสนาพุทธนั้นถ่ายทอดมาขนาดนี้จะไม่มีหมู่กลุ่มได้อย่างไร มีความซับซ้อนลึกซึ้งอย่างนี้ อาตมาทำได้ในยุคนี้ที่มีเหตุปัจจัยเป็นองค์ประกอบซึ่งเป็นยุคที่แย่กว่าสมัยพระพุทธเจ้า อาตมาทำได้ขนาดนี้ไม่ได้เก่งกว่าพระพุทธเจ้านะ อย่างพระพุทธเจ้านั้นท่านไม่ทำมากสอนแต่ใบไม้กำมือเดียวก็มีคนมาเป็นอรหันต์แต่นี่อรหืด ดึงทึ้งกันกว่าจะได้ แต่ก็มีคนที่มั่นคง ถามว่าใครจะไปจากที่นี่บ้างก็ไม่มีใครหรอก อาจจะไปวอบแวบไม่เสถียรก็เป็นธรรมดาแต่จิตลึกเสถียรมี
แม้แค่อาตมาบอกว่า บุญเป็นวิบัติ กุศลเป็นสมบัติ แค่นี้ พวกเถระฯก็จะหาว่าทำความแตกแยก ระหว่างบุญกับกุศล แต่เราไม่ได้ทำความแตกแยก แต่แยกแยะให้ชัดเจนต้องเห็นความแตกต่างอย่างกระจ่างสมบูรณ์ ให้ติดตามดู ไม่ไปวัดอื่นก็ดีแล้ว ติดตามฟัง ปฏิบัติจะได้เข้าใจมากขึ้นว่าความแตกต่างระหว่างบุญกับกุศลเป็นอย่างไร บุญคืออาวุธฆ่ากิเลสที่เกิดในปัจจุบันเท่านั้น ไม่มีในอนาคตไม่มีในอดีต บุญนี่ แต่กุศลสั่งสมเป็นอดีตได้อนาคตก็จะมีมาตามจริต มันเป็นสมบัติ ส่วนบุญนั้นเป็นวิบัติ เหมือนพลังงานนิวเคลียร์ อยู่ในระเบิดเมื่อทิ้งระเบิดให้พลังงานระเบิดทำงานเสร็จกิจ ทำลายอะไรเรียบร้อย เหมือนบุญทำลายกิเลสแล้วคุณจะเอาพลังงานนิวเคลียร์ของระเบิดลูกนั้นมาผสมอีกไม่ได้แล้ว ยกตัวอย่างวัตถุชัดๆ มันก็หมดไปแล้วมันหายไปแล้วเป็นแก๊สที่เหลือเป็นกัมมันตภาพรังสี เศษขยะของวัตถุที่มาประกอบเป็นลูกระเบิดนั้น มันก็กระจุยกระจายไปหมดแล้วอย่างนี้เป็นต้น มันไม่เป็นอันเดิมแล้วอัตภาพมันหายไป ค่อยๆฟังไปเรื่อยๆ อาตมาไม่ได้ออมมือนะ 620726_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เครื่องบ่งชี้ความเป็นคนคือต้องมีศีล