สื่อธรรมะพ่อครู(วรรณะ 9) ตอน สังคมมนุษย์วรรณะ 9.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข29 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(วรรณะ 9) ตอน สังคมมนุษย์วรรณะ 9 สัจธรรมต่างๆที่อาตมาเอามาประกาศอธิบาย จากของพระพุทธเจ้านี้ จึงเป็นเรื่องแท้ๆที่มันสุดยอด คนอย่างพระพุทธเจ้า ท่านไม่ได้ศึกษาอะไรยิ่งใหญ่ ท่านศึกษาในเรื่องของความเป็นมนุษย์กับเรื่องของความเป็นสังคม อะไรดีที่สุดในเรื่องของความเป็นมนุษย์ อะไรดีที่สุดในเรื่องของความเป็นสังคม ท่านศึกษาเรื่องนี้ จะเก่งอะไรต่างๆอย่างอื่น ท่านรู้ท่านไม่ต้องหรอกท่านมาเอาอันนี้มาเป็นความสำคัญ อธิบายแจกแจงให้มนุษย์ ให้สังคมนี้เกิด สังคมก็คือมวลมนุษย์ที่รวมกัน เพราะฉะนั้นจุดสำคัญก็เพ่งไปที่คน ให้คนนี้แหละรู้แล้วคนเปลี่ยนแปลงตัวเองมันก็จะเป็นประโยชน์เป็นมวลต่อสังคมพฤติกรรมสังคมก็จะดีขึ้น ๆ มันยาก ตัวเราดีขึ้น ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ได้ ไม่มีตัวตน เป็นคนมีวรรณะ 9 วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) เป็นคนที่ สุโปสะ พัฒนาให้เจริญง่าย ไม่ว่าจะพัฒนาทางโลกหรือพัฒนาคุณธรรม ก็เป็นคนที่ว่านอนสอนง่าย รู้ง่าย พัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้าเร็ว มีคุณสมบัติที่ดี มีคุณธรรมที่ดี อัปปิจฉะ มีจิตใจที่ไม่มักมาก มีจิตใจมักน้อย เป็นผู้ที่เป็นคนจนมีน้อยไม่ต้องมีมากอะไร มีน้อยพอเป็นเครื่องอาศัย บริขารก็น้อย อย่างพอเหมาะพอควรไม่เหมือนพวกเชน น้อยจนกระทั่งไม่เอาอะไรเลยเสื้อผ้าก็ไม่นุ่ง มีแต่ภาชนะสำหรับใช้กินกับไม้ปัดสัตว์แมลง มันมีความสุข ตรงจนกระทั่งไม่มีประโยชน์อะไร เกร็งไปหมด ต้องจนมาพอดี เสื้อผ้าหน้าแพรเขาไม่ติดสวยติ

อ่านต่อ

ดงานไม่ติดหรูหรา ใส่เสื้อผ้าเพื่อกันแมลงสัตว์กัดต่อยเพื่อกันอุจาด จบ พอสมควร พอเป็นไป ไม่ต้องไปหาอะไรเลย พวกเราไม่ได้ติดยึดอะไร ไม่ต้องไปซื้อเสื้อผ้าเลยไปที่ร้านดินอุ้มดาว โอ้โห! เยอะเลย บางอย่างคุณไม่เคยซื้อใช้อย่างนั้นเลยเขาทิ้งมาคนก็เอามาใส่ แม้จะเป็นมือสองก็เถอะ เสื้อผ้าบางชิ้นบางอัน เป็นแฟชั่นบางอย่างทางโลกเราไม่มีปัญญาซื้อหา เขามาทิ้ง เขาเบื่อแล้ว แต่สะอาดแล้วเราก็เอามาใช้ คุณอย่าหลงตัวแล้วกันว่าฉันใส่แบรนด์เนมอยู่นะ บ้า.. ใส่เสื้อกันร้อนกันหนาวกันแมลงสัตว์กัดต่อย เท่านั้น อาหารการกินก็ไม่ได้กินหรูหรากินพอเลี้ยงร่างกายได้ วันๆหนึ่งอาตมาก็ดูจะกินเยอะนะ ที่อยู่อาศัยเราก็เหลือเฟือ ก็มีความสบายมาพักผ่อนหย่อนใจได้ ศึกษาให้ตนเองเป็นคนดีมีความเจริญได้ เจริญในทางธรรมด้วย เจริญในทางโลกุตระด้วย อาตมาได้นำเอาสิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบสอนมาบอกต่อ มาแนะนำ พวกเราปฏิบัติได้ก็เป็นคนเจริญตามพระพุทธเจ้า มีความมักน้อยสันโดษ สันโดษ คืออะไร คือมีใจพอมีเท่านี้ก็พอ สุดท้าย 0 ก็พอ แต่ที่ไม่0 มีเสื้อผ้าหน้าแพรสักชิ้นสองชิ้นก็พอ มักน้อยกับพอมันเกี่ยวกัน มีน้อยก็พอ จึงเป็นนักเศรษฐกิจสุดยอด น้อยๆก็พอ เป็นคนมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะพัฒนาตนเองขัดเกลา สัลเลขะ ขัดเกลา โดยเฉพาะขัดเกลากิเลสออกจากจิต ขัดเกลากายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่มันไม่ดีไม่เหมาะไม่ควร มันต่ำ มันเสื่อม มันหยาบคาย ให้มันให้ดีขึ้น พฤติกรรมที่แสดงเป็น กายวิญญัติ วจีวิญญัติ ความเคลื่อนไหวของกาย ความเคลื่อนไหวของวาจา ได้อย่างพอเหมาะพอสม เป็นผู้ที่มีสภาพขัดเกลา จนมีลักษณะของ ธูตะ ศีลเคร่ง ปฏิบัติในจุลศีล มัชฌิมศีล เป็นการปฏิบัติส่วนตัว ส่วนจุลศีลนั้นเป็นศีลของศาสนาพุทธแต่เขาละเมิดหมดเลยในศีลของสังคมของวัดวา เป็นเดรัจฉานวิชาไสยศาสตร์ โลกียลาภยศสรรเสริญอยู่ในนั้นหมด มหาศีล พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ครบแล้ว แต่ไม่เข้าใจกัน ไม่มีศีล ทุกวันนี้นักบวชก็เหลือแต่วินัย 227 ไม่รู้จักจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล มีนักบวชชาวอโศกนี่แหละ หรือฆราวาสเรารู้จักเรื่องของศีลพระพุทธเจ้าและทำได้ มันเกือบจะสูญหายแล้วเราเก็บมาปัดฝุ่นได้ พวกเรามี ศีลธูตะ หมายความว่าสิ่งที่ปฏิบัติได้เคร่งครัดขึ้นสะอาดขึ้นเจริญขึ้น เราทำได้ถึงขั้นนี้ มีสัลเลขะ ธูตะ ความมักน้อยใจพอ อาการเหล่านี้จึงเป็นอาการที่น่าเลื่อมใส ปาสาทิกะ เป็นอาการที่ผู้รู้ ผู้เป็นปราชญ์จะยกย่องชมเชย สรุปผล 2 ข้อสุดท้าย อปจยะ วิริยารัมภะ เป็นคนไม่สะสม มีความขยันเสมอขยันตลอดเวลาขยันสร้างสรรรู้พอเพียง ไม่ทำลายสุขภาพร่างกายเป็นผู้ที่สร้างสรรมีประโยชน์คุณค่าต่อสังคมต่อโลก แล้วไม่สะสม อปจยะ เอาเข้าส่วนกลางแบ่งกันกินกันใช้ ใน วรรณะ 9 จึงเป็นเครื่องชี้วัดความเป็นมนุษย์ความเป็นสังคมที่สูงสุด ชาวอโศกเราทำได้ ซึ่งเกิดผลเป็นสาราณียธรรม 6 มีวรรณะ 9 ถึงเกิดสาราณียธรรม 6 กายกรรมก็อยู่กันด้วยเมตตา วจีกรรมก็อยู่กันด้วยเมตตา มโนกรรมก็มีเมตตาเกื้อกูลกัน ลาภธัมมิกา คือลาภที่ได้โดยสุจริต ก็เอามาเข้าส่วนกลางเป็นสาธารณโภคี กินใช้ร่วมกัน เสร็จแล้วก็อยู่กันอย่างที่มี ศีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา อาตมาพาพวกเราชาวอโศกปฏิบัติได้บรรลุผลแล้ว หมู่บ้านนี้จึงอยู่ได้เกิดสาราณียธรรม 6 โดยองค์คุณ7 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จนข้างนอกบอกว่าชาวอโศกดูเหมือนกันหมด พูดเหมือนกันหมดทำ อะไรเหมือนกันหมด เป็นการรวมศูนย์ของความดีงามตรงกัน เรียกว่าเป็นทิฏฐิสามัญญตา ศีลสามัญญตา มีหลักเกณฑ์ปฏิบัติศีลสามัญญตาไปในทิศทางเดียวกันไปสู่เป้าหมายตรงกัน มันจึงไม่มีอะไรขัดแย้งไม่มีอะไรต่าง นี่เป็นสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้จริงหมดเลยถูกต้องหมดเลย เป็นผู้ที่ระลึกถึงกัน สาราณียะ ปิยกรณะ เป็นความรักระดับที่สูงขึ้นไปด้วยระดับที่ 7 ขึ้นไป ไม่ใช่ความรักระดับ1 เป็นคู่ระดับกามหรือแค่พ่อแม่ลูกหรือแค่ญาติกัน แต่เป็นความรักที่เกื้อกว้างเผื่อแผ่ไปถึงข้างนอกด้วย เพราะของเราอุดมสมบูรณ์มีความเหลือจึงไปเผื่อแผ่เขาได้ โดยไม่ได้เป็นการทำแบบเตี้ยอุ้มค่อม ไม่ได้ฝืนไม่ได้ลำบาก คนจนนี่แหละช่วยคนรวย เขามันรวยไม่รู้จบมันรวยไม่เสร็จ ถมเท่าไหร่ไม่รู้จักเต็ม พูดเท่าไหร่เขาก็จะไม่หยุดไม่รู้เขาจะคายออกมาได้บ้างหรือไม่ พวกที่มีความระลึกถึงการมีความรักกว้างขวาง มีคุรุกรณะ จะเคารพด้วยสมมุติ ด้วยคุณวุฒิ ด้วยคุณธรรม ด้วยวัยวุฒิ ก็แล้วแต่ รู้จักอยู่กันยังมีความไม่เป็นคนป่าเถื่อนไม่รู้จักการเคารพ อะไรต่ออะไรก็แล้วแต่ ดูถูกดูแคลนกันไปหมด ชาติตัวเองเป็นชาติที่มีกษัตริย์ตั้งแต่เกิดประเทศไทย เสร็จแล้วก็บอกว่า กษัตริย์ไม่ได้เลือกตั้งมา ไอ้บ้าเอ๊ย.. พูดออกมาได้ คุณควรจะอยู่เป็นคนนอกประเทศ ไม่ควรจะมาเกิดในประเทศไทย แค่สามัญสำนึกแค่นี้ก็ไม่รู้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีกษัตริย์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วคุณจะเอาลัทธิแค่การเลือกตั้งมาเปรียบเทียบ บอกว่าไม่ใช่เมืองไทยเพราะไม่มีประชาธิปไตยไม่มีการเลือกตั้งกษัตริย์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งนี่หว่า คนนี้มันหลงงมงายแค่การเลือกตั้ง ประชาธิปไตยแค่การเลือกตั้ง มันไม่รู้อื่นใดที่เป็นองค์ประกอบที่ยิ่งใหญ่ จิตมันสั้นยิ่งกว่า Coccyx (กระดูกก้นกบ) อาตมาก็พูดไป อธิบายไป มีหน้าที่ที่จะแว้งคนนั้นคนนี้ไป เพื่อให้เขารู้สึกตัว ว่าถูกตำหนิถูกด่า ด่าอะไร ก็ด่าเอาบุญ ด่าเพื่อให้คุณชำระกิเลส ไม่ได้ด่าเอากุศลนะแต่ด่าเอาบุญ ด่าเพื่อให้เกิดการละกิเลส อาตมาไม่ได้ด่าเอาความดีงามอะไรหรอก คุณก็ไม่ให้อาตมาอะไรหรอกความดีงามเพราะอาตมาด่าเก่ง แต่ด่าให้คุณได้รู้ตัวแล้วเกิดการชำระกิเลสก็จะเกิดบุญ อาตมาอธิบายคำว่า “บุญ” เข้าใจคำว่าบุญแล้ว จะได้เกิดการชำระกิเลส หมดแล้วก็ไม่ต้องทำอีก แต่ถ้าเข้าใจว่าจะต้องแสวงหาบุญจะต้องได้บุญ มันก็ไม่หมดจะต้องใช้บุญอยู่ คุณก็ยังต้องเป็นคนที่มีกิเลสอีก เพราะว่า บุญ เป็นสิ่งที่ไม่น่ามีหรอกเพราะมันต้องใช้กำจัดกิเลส หากว่าคุณไม่มีกิเลสแล้วก็ไม่ต้องใช้บุญในการกำจัดกิเลส ทำอะไรก็ไม่ต้องมีบุญอีก ถ้าจบไปแล้ว “บุญ” คือ อาวุธร้ายทำลายกิเลส ฟังให้ชัดเจนจะได้รู้ โพธิรักษ์อธิบาย ทำไมไม่เหมือนครูบาอาจารย์ที่ไหน จะเป็นเหมือนคนนอกรีตศาสนาพุทธ อาตมาทำให้ศาสนาพุทธเจ้ากลับมาเป็นศาสนาพุทธ ถึงได้ขัดกับคนส่วนใหญ่ มนุษย์สามารถที่เข้าใจจนกระทั่งมีจิตรู้จัก คุรุกรณะ สังคหะ เอื้อเฟื้อผู้อื่นมีสังคหะ อวิวาทะ ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกับใคร มาเป็นคนจนเลี้ยงง่าย อาหารเลื่อนมาเลี้ยงเหมือนหมูเลย ใส่รางมาคุณก็เลี้ยงง่ายๆสบายๆเป็นคนบำรุงง่าย เจริญ ไม่วิวาทกัน หมูมันยังมีการวิวาทกันแย่งกัน อย่างเจ็กเอี๋ยว มีการละ 1 ใบ ตะเกียบ 1 คู่ มานั่งกินเสร็จแล้วก็ไป นี่ล่ะไฮโซตัวแท้เลี้ยงง่ายบำรุงง่าย เป็นคนที่ไม่วิวาท แล้วสามัคคีกันพร้อมเพียงกัน เดี๋ยวตอนบ่ายก็จะมีการเรียกไปช่วยกันทำงานจิตอาสา ให้ไปเก็บถั่วลิสง พวกเรามันเป็นคนฉลาดขยันปลูกแต่ไม่ขยันเก็บ คนไม่ได้ปลูกก็ไม่ค่อยกล้าจะเก็บเท่าไหร่ เราไม่ได้ว่าอะไรไม่ได้ถือสาอะไร หน้าแตงก็มาเก็บแตง หน้าถั่วก็มาเก็บถั่ว ทางอีสานก็มีมะละกอที่เป็นอาหารหลัก เมืองไทยเราเป็นเมืองกสิกรกสิกรรม ปลูกฝังให้ประเทศไทยเป็นเมืองกสิกรแข็งขันเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ทำให้มากให้เหลือแล้วไล่แจกไล่ขายให้อย่างถูกๆ ไปแข่งตลาดโลกเลย แจกอเมริกาให้มันกินให้เข็ด เราจะเป็นมหาอำนาจด้วยอาหาร อาหารเป็นหนึ่งในโลก นี่เป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้า อาหารเป็นหนึ่งในโลก ถ้าเราแข็งแรงด้วยอาหารการกินที่เป็นของดี ราคาถูก สะอาดบริสุทธิ์ ซื่อสัตย์มีน้ำใจ ขายถูก งดเชื่อเบื่อทวงปวดท้อง ถ้าเขาไม่มีเงินสดเพราะไม่มีเงินเราก็ให้ฟรีไปได้ ถึงอย่างไรเราก็มีเหลือเฟือ พวกเราถ้าเข้าใจถึงสารัตถะความหมายของความเป็นคนจนตามในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัส แล้วก็ดำเนินตามปรัชญาเศรษฐกิจ “คนจน” หรือ “พอเพียง” ถ้าเข้าใจปรัชญาแบบคนจนเศรษฐกิจพอเพียง “ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา” ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราได้ตรัสไว้ แล้วเขาก็บอกว่าทำตามศาสตร์พระราชาก็ให้มันจริงเถอะน่า ถ้าทำได้ตามสารัตถะของปรัชญาที่ว่านี้จริงๆ มีเนื้อหาแท้ แล้วจะพัฒนาประเทศชาติ พัฒนาสังคมมนุษย์ได้อย่างเจริญงอกงามเลย นี่คือสัจธรรมของโลกของมนุษยชาติเลยไม่ใช่แต่ในเมืองไทย เมืองไทยอยู่ในโซนนี้ เพาะปลูกพืชผักได้ดี พวกเรามีวิบากดีอยู่ในดินแดนนี้ พวกที่วิบากไม่ดีก็อยู่ในส่วนที่เพาะปลูกไม่ได้ อย่างบ้านราชฯเราไม่กลัวน้ำ เพราะเราทำธนาคารน้ำไว้เกือบทุกแห่ง แล้วก็จะทำบาราย บารายนี้เปิด ธนาคารน้ำนี้ปิด ให้มันซึมไปทั่ว บารายก็เปิดให้น้ำใสมันขึ้นมา แล้วน้ำที่ขึ้นมานี้ตามแรงเหวี่ยงของโลก มันจะสูงขึ้นมากว่าน้ำในแม่น้ำ อันนี้เป็นความรู้ของมนุษย์สามารถเอามาใช้ได้ สัจธรรมพวกนี้ เรามารื้อฟื้นจากที่เขาหลงผิดกัน แล้วก็ทับถมลืมไปแล้ว เราเอาสิ่งที่หลงผิดมาแก้ไขให้ถูก ที่ทับถมไปแล้วดึงขึ้นมาใหม่เอามาให้คนรู้แล้วเอามาใช้ ไม่ต้องไปหลงความรู้สมัยใหม่ เพราะความรู้สมัยใหม่เป็นเรื่องปรุงแต่งไป ข้อสำคัญความปรุงแต่งนี้มันเสริมการปรุงแต่งกับโลกออกไปไกลจากเหตุปัจจัยของชีวิต ไกลจนเป็นความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย สิ่งเหล่านั้นจึงไม่ควรจะไปหลงตาม เข้ามาหาแก่นของชีวิตที่มีไม่มาก ชีวิตเล็กๆไม่ใหญ่ไม่มากไม่หนัก สบายๆมีสาระนิดเดียว เพราะฉะนั้นเราจึงสามารถที่จะยังชีพได้อย่างไม่หนัก ไม่ต้องไปแล่นตามพวกที่โง่ๆ พวกที่วิ่งตามแฟชั่นวิ่งตามการปรุงแต่งอะไรไม่รู้สารพัด ของเราสบายเบาชีวิตแข็งแรงเบิกบานร่าเริงแจ่มใส สรุปแล้วอโศกของเราเป็นสังคมมนุษย์ที่มีความรู้อย่างของพระพุทธเจ้า เชื่อไหมว่าเราศาสนาพุทธพูดกันนะ พระพุทธเจ้าฉลาดที่สุดเชื่อไหม... เชื่อ แล้วรู้ว่าพระเจ้าสอนอะไรเข้าใจให้ได้อย่างชาวอโศก เรามาเป็นผลสำเร็จ ใครอยากจะดูผลสำเร็จเชิญให้มาดูได้ อย่างชาวอโศก เอหิปัสสิโก สมณะฟ้าไท สรุปจบ 620728_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ สังคมสุดยอดคือสังคมมนุษย์วรรณะ 9

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน