สื่อธรรมะพ่อครู(พรหมวิหาร 4) ตอน เมตตา อุเบกขา ในพรหมวิหาร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พรหมวิหาร 4) ตอน เมตตา อุเบกขา ในพรหมวิหาร _พิมพ์เพชรรุ้ง สภาวะ พรหมวิหาร 4 ลูกมีสภาวะเกิดจากการปฏิบัติศีล 5 ข้อที่ 1 และเกิดจากการปฏิบัติให้มีความเมตตาต่อตนเองและผู้อื่น ต่อมาลูกเข้าใจสภาวะของกรุณาจิตที่เกิดจากการปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 และอิทธิบาท 4 ลูกขอให้พ่อท่านอธิบายการปฏิบัติให้ได้มุทิตาจิตซึ่งลูกเข้าใจว่าเป็นจิตที่พัฒนาสูงขึ้นกว่าจิตเมตตาและกรุณา ถ้ามีการลดละอัตตา เพื่อให้เข้าถึงสภาวะจิตอุเบกขาแบบเนกขัมมะ 2 ข้อนี้ถูกต้องหรือไม่ พ่อครูว่า..ถูกต้อง.มรรคมีองค์ 8 จะปฏิบัติก็มีอิทธิบาท 4 มีโพชฌงค์ 7 เข้าร่วมเสมอ เป็นหมวดธรรมที่เป็นสามเส้า ที่จะช่วยกันปฏิบัติ ปฏิบัติธรรมะถูกต้องก็จะมีความเมตตากรุณาเกิดขึ้น ถูกต้องถูกสัดส่วนของธรรมะ เมตตาเป็นจิตที่ปรารถนาจะให้คนอื่นพ้นทุกข์ ทีนี้พอกรุณา ก็เป็นผู้ที่ลงมือช่วยเขา ถ้าเราช่วยได้แต่ช่วยไม่ได้ก็อย่าไปช่วย ถ้าช่วยไม่ได้ก็จะเป็นการหลงตัวเองอวดดีมากก็กลายเป็นเตี้ยอุ้มค่อม เห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง ไม่ได้ ต้องดูตัวเอง อัตตัญญุตา ว่า เราจะช่วยเขาได้ไหม โดย 1. ไม่หลงตัวเอง 2. เขาก็ไม่หลงตัวเองด้วย ดูตัวเราเองว่าเราจะมีบารมีพอ มีความสามารถมากพอจะช่วยเขาได้ไหม ประมาณตน อัตตัญญุตา หากว่าพอช่วยได้ก็ลองดูได้ หากว่าลองดูแล้วไม่ไหวยิ่งเขาแสดงท่าทีของเขาออกมา ต้องทัน คุณต้องรู้ตัวอย่าไปอวดดีอย่าไปหลงตัวเองว่าตัวเองเก่ง เขายิ่งมาจะต่อต้าน เราก็ยิ่งอยากจะอวดดีทั้งที่ไม่มีดีจะอวดก็จะบ้ากันใหญ่ เมตตา คือจิต กรุณาคือกรรม ขั้นลงมือช่วย เมตตาคืออยากให้เขาพ้นทุกข์หรือตัดสุข ดับเหตุแห่งทุกข์สุขมันก็จะหมดไปด้วย เมื่อเราลงมือช่วยคือกรุณาลงมือทำ ช่วยจนเขาพ้นทุกข์ ดับสุขดับทุกข์ หรืออย่างน้อยก็พ้นทุกข์พอสมควรยังเหลือความสุขอยู่บ้าง ห
อ่านต่อ
มดสุขก็คือหมดทุกข์สิ้น หมดทั้งคู่เลย เพราะความทุกข์กับความสุขมันคู่กัน ความสุขเหลือน้อยความทุกข์ก็เหลือน้อยความทุกข์เหลือน้อยความสุขก็เหลือน้อย หมดความสุขความทุกข์ก็หมดทั้งสองอย่าง หรือคุณช่วยเขาให้ได้ดียิ่งขึ้นคุณก็มีจิตเห็นดีนั้น ทำดีนะ ถูกต้องนะ เห็นจริงเลยเขาพ้นทุกข์จริงๆพ้นทุกข์ทั้งภายนอกกายวาจา พ้นทุกข์ไปถึงจิตเขา ถ้าเราสามารถตรวจสอบหรือรู้ได้ถึงจิตเขาอย่างนั้นอย่างนี้พอสมควร ถ้าคุณสามารถจะพอรู้ ไม่รู้ก็เอากายกับวาจาก็แล้วกัน กายวาจาพ้นทุกข์ก็บอกเราด้วยวาจา อาการของเขาก็ดูว่าเขาพ้นทุกข์แล้วเบิกบานร่าเริงด้วยกรรมกิริยา นัจจะคีตะวาทิตะ เห็นได้ว่าเขาพ้นทุกข์ เมื่อเขาพ้นทุกข์ เราก็อนุโมทนาด้วยมุทิตา หมายความว่าก็ยินดีกับเขาอนุโมทนาด้วย อนุโมทนาก็คงจะเข้าใจ ยินดีกับเขาที่ได้ดีแล้วก็อย่าไปหลงติดยินดีกับเขาที่ได้ดี แล้วก็อย่าไปหลงติดจนกระทั่งไปยึดว่านี่เป็นฝีมือเราเพราะว่าเราได้ช่วยเขา ทำให้เขาได้ดี มันก็เลยไปเป็นอัตตาเรา ต้องให้ละเอียดยิ่งขึ้นสูงสุดสัจจะมันก็จริงแล้วเราช่วยเขาก็ดีแล้ว ธาตุรู้ของเราก็รู้ว่าเขาได้ดีแล้ว อนุโมทนาด้วย มุทิตา แล้วก็วางใจเป็นอุเบกขา มุทิตาก็หมดไป ไม่ต้องไปยินดี แต่มันก็เป็นความยินดีไปแล้วเราจะไปล้างความยินดีออกก็ไม่ได้แล้ว คุณก็ไม่จำเป็นจะต้องซ้ำแซะไปจดจำว่าเป็นเราเป็นของเราก็ไม่ต้อง มันเป็นแล้วดีแล้วได้แล้ว คุณอย่าไปยึดตัวตนยึดสภาวะดีมาเป็นเราเป็นของเราอยู่ทำไมล่ะ ไม่ต้องยึดเป็นเราเป็นของเรามันเกิดที่ตัวสภาวะธรรมนั้น ได้ดีพ้นทุกข์แล้ว เราได้ทำให้พ้นทุกข์จริง ข้อสำคัญจริงไหมถ้าจริงแล้วก็จบ เมื่อวางได้จิตคุณถึงฐานอุเบกขาจิต ก็ว่างจากการบำเรอตัวตน หยาบ กลาง ละเอียด ว่างจากตัวเราของเรา หมดแล้วสำหรับอันนี้ 620726_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เครื่องบ่งชี้ความเป็นคนคือต้องมีศีล