210902 เจโตสมถะ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ017.txt
เนื้อหาในไฟล์
อาจารย์รุ่นหลังก็จึงกำหนดอะไรขึ้นมาให้จิตของเราก่อนจะนั่งก่อนจะมานั่งบำเพ็ญนี่ก็ไปหามาเลยทีเดียวบางคนหาน้ำมันคงหาแผ่นในรูปดินรูปสีรูปปลาค้นหาไฟหาอะไรมาก็แล้วแต่ที่เรียกว่าเกษียณดินน้ำไฟลมหรือแม้จะเป็นสีต่างๆเอามาเพื่อที่จะมาให้จิตมันเกาะประเภทให้จิตมันรวมอยู่ที่เดียวเพราะจิตของเรามันสสารมันเป็นวุ่นวายเรื่องอะไรต่างๆนานาฝึกเข้าดังนั้นเรียกว่าสมถะโดยตรงและฝึกเพื่อให้จิตมันมีรูปมีนิมิตหมายแล้วก็หลับตาก็เอานิมิตเหล่านั้นเข้ามาไว้ในใจหลับตาก็คือจิตสัมผัส ใจมันเป็นสภาพให้ติดเกาะเป็นเครื่องเป็นปั๊มเครื่องติดเกาะอาจารย์ต่างๆก็มาทำเพราะว่าจิตของผู้ที่ยังอ่อนแอยังฝึกไม่ได้ก็ทำอย่างนี้แต่ที่จริงมันก็เป็นเรื่องของสมถะทั้งสิ้นระบบอย่างนั้นมันไม่ใช่วิปัสสนาก็เอาปัจจัยตัวสมถะที่เรานั่งเรียนกันมีอารมณ์เรียนเกตุสมถะด้วยแล้วก็จะทำวิปัสสนาด้วยแล้วผู้ใดจะทำใจโดยสมถะไปรู้แล้วเราทำให้จิตของเรารวมนิ่งลงไปได้โดยวิธีเอาอะไรเกาะมีเครื่องเกาะก็ตามไม่จริงมันรวมลงได้จริงแล้วนิวรณ์ต่างๆเบาบางจิตจะมีกำลังและจะมีกำลังและกิเลสของเรานี่มันจะ มันๆมันโน้มมีนึกคิดมีความสำนึกอยู่ใต้สำนึกไม่เคยได้ฟังมาว่าจิตมีกำลังในจิตเป็นฤทธิ์เป็นเดชได้นะจิตเราจะเป็นโน้มนิดหน่อยเท่ากับว่ากำลังมันเพียงพอมันจะเป็นอยากเห็นจะเห็นอยากรู้จะรู้อยากให้มีสภาพนั้นมีอะไรถ้ามีกำลังถึงจริงๆมันจะได้ตามกำลังของเราถ้าผู้ใดเป็นธรรมก็อย่างนั้นขอบอกให้ทราบว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ของพุทธและไม่ควรกระทำทำแล้วจะติดใจแล้วคนนั้นจะตายจากศาสนาจะไม่รอดเพราะว่ากิเลสของเราก็ยังมีเมื่อไปติดแล้วมันจะชอบใจมันเป็นความพิเศษที่เป็นความจริงที่เรียกว่าเป็นพิษเป็นเด็กมันมาแล้วก็ตายกับพิเศษนั้น เรายังไม่มีหลักประกันว่าเราเองเป็นพระอริยะหรือเป็นผู้ตัดกิเลสแล้วกิเลสเรายัง
อ่านต่อ
ไม่ลดละอะไรเป็นแต่เพียงที่ทำมาฝึกจิตแล้วเอากำลังจิตมาใช้เท่านั้นเองเมื่อมันได้ฤกษ์เข้าชิงจะต้องหลงใหลขนาดไม่ใช่ฤทธิ์ไม่ใช่เดชเราได้เงินได้ทองได้ลาภได้ยศได้อะไรแต่เป็นอำนาจเล็กๆน้อยๆเรายังหลงจิตจะตายนี่ไปได้ลึกพิเศษอย่างนี้แล้วมันแน่นอนที่สุดที่จะหักห้ามใจไม่ให้ติดปากบอกได้มนุษย์ต่างดาวพูดได้แต่จิตจริงๆนั้นมันไม่เป็นหรอกมันติดมันติดจริงแล้วมันหลงมันหลงจริงจึงขอห้ามอย่าไปเล่นเป็นอันขาดต้องมั่นใจว่าเราจะต้องไม่เสื่อมเราจะต้องไม่มีอะไรมาขั้น ตอนนี้มันถือว่าเป็นเป็นความซวยมั่งคั่งไม่ใช่เรื่องดีเป็นอกุศลที่จะมาคั่นเราจึงอย่าทำให้ใจตัวสมถะเราก็จะเรียนรู้ความสงบเท่านั้นไม่จริงไม่สงบแล้วการไม่สงบไปแล้วก็จะทำให้เคยชินจะทำให้หนักมากขึ้นจะทำให้พักมากขึ้นจนกระทั่งพักได้สงบมากๆลูกบอลเห็นสะอาดดีก็ไม่มีนิวรณ์และเราก็จะยกจิตขึ้นสู่วิปัสสนาอีกทีหนึ่งเมื่อเรามีวิปัสสนานั่นแหละมันจะตัดกิเลสเกิดจากกิเลสได้แล้วทีนี้จะมีหลักการมันมีหลักประกันแล้วอะไรอื่นๆนอกจากอยากจะรู้จะเรียนถ้าเราเป็นพระอริยะจริงแล้วกิเลสมันไม่มี เวลานั้นไม่ได้หวงห้ามอะไรและเรามีหลักประกันแล้วว่าเราหมดกิเลสหรือว่ากิเลสเราบางเบาแย่เราน้อยแล้วเรามีสมาธิจิตดีเมื่อนั้นทำได้จงรู้ขั้นตอนนี้ต้องฟังดีๆอย่าไปประมาทอย่าอวดดีนะอวดดีและซวยซวยซวยแล้วมาจีบมันไม่ใช่เรื่องเล่นตกตายกลางทางมาเยอะกว่านักแล้วศาสนาพุทธเสื่อมเพราะเหตุที่ไม่รู้ระดับเป็นเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายอย่างนี้พออย่าไปทำอะไรที่ไม่ใช่เบื้องต้นซึ่งเราไม่มีบารมีไม่มีอินทรีย์สาระมาก่อนแล้วตายจริงๆถ้ามีอินทรีย์คุ้มตัวไม่มีบารมีคุ้มตัวเราเคยเรียนรู้เป็นสมาชิกที่มาบ้างแล้วแต่เก่าแต่ก่อนแล้วเราก็เคย ชนท้ายรถก็เดินทางอันนี้มาแล้วบ้างแล้วมันก็ยังพอจะคุ้มตัวอย่างพอจะมาปัดเป่าออกได้แต่ถ้าเผื่อว่าไม่มีบารมีนั้นตายแล้วตายกันมามากเอามากศาสนาทุกวันนี้ผมมานั่งหลับตาไปเป็นแฟนปวดจิตมันได้จริงจึงกลายเป็นเกจิอาจารย์เก่งเล็กเก่งเดชอะไรไปอยู่แล้วก็เลยมาเสกเปล่าๆหากินไปเป็นวันๆไปจนกระทั่งชีวิตมันก็ตายไปเปล่ามีกันผมเทเลยมากมายอันนี้ขอเตือนแต่ทีนี้เราจะมานั่งเนี่ยเราไม่ได้ใช้ตัดสินอย่างนั้นที่เราทำเราไม่ได้ทำทานให้ใจเข้าออกที่ตัวเรานี่แหละสังเกตที่ลมที่ชาญจมูกลม ออกลมหายใจเข้านี่เป็นลมเราจะเพ่งลมนี้ลืมตาก็ได้หลับตาก็ได้เอาความสำนึกมารู้ลมมันผ่านออกผ่านเข้าที่ฌานจมูกนี้เรารู้เราก็รู้ออกรู้ข่าวไม่มีสติสัมปชัญญะดูอันนี้เรียกว่าวายุตัดสินเขาจะบอกว่ามาเลือกอาณาปานสติก็ตามอานาปานมันก็แปลว่าลมหายใจออกลมหายใจเข้าเหมือนกันมันแปลว่าอย่างนั้นจะเอาอันนี้มาเรียกก็ได้แต่ต้องมีสติข้อสำคัญต้องมีสตินี่เป็นเบื้องต้นเหมือนเราได้นั่งแล้วเราทำรูปเราทำรูปเดียวมันคงตั้งแท่นภาษาบาลีว่าบัล จันทรุปราคาที่เราสบายที่สุดที่ติดตั้งไม่ต้องไปได้ห่วงมันตั้งให้มันตรงตั้งให้มันง่ายจนถึงอธิบายเป็นภาษาไทยว่าตั้งกายตรงคู่บัลลังก์ตั้งกายตรงกลางคู่บัลลังก์ก็คือการทำแท่นไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นท่านั้นท่านี้ท่าอะไรที่เราถนัดภาพที่มันเหมือนมีท่านแล้วก็มีอะไรตั้งอยู่อย่างเรียบร้อยไม่ล้มไม่โอนเองโคตรง่ายเป็นบัลลังก์เนี่ยเป็นบัลลังก์กลางหรือบัลลังก์ทำให้ฟังดีมันเป็นเรื่องของการจัดแจงให้แก่ตนเสร็จแล้วก็เริ่มต้นด้วยการนั่ง ที่ 1 ก็คือการเราจะรู้มีสติรู้เป็นผู้รู้แม้ในขณะที่เราลมหายใจออกลมหายใจเข้าอยู่เนี่ยเราจะรู้นี่เป็นข้อที่ 1 ข้อที่ 2 เราก็จะมีปัญญาเพิ่มขึ้นเข้าใจลักษณะที่ละเอียดที่แตกต่างกันลมหายใจออกลมหายใจเข้าเราก็จะรู้สั้นหรือยาวกว่าจะรู้ว่ามันแตกต่างกันออกกับข้าวก็จะรู้ว่าแตกต่างกันนั่นคือรู้ความแตกต่างกันที่เทียบกันได้หลังจากที่อื่นไปอีกถ้ายิ่งกว่านั้นเราก็จะรู้ให้ชัดเจน ช่วยบอกประชาติจะรู้รู้สั้นรู้ยาวรู้ออกรู้ข่าวรู้อยากรู้ละเอียดรู้สนุกรู้ที่มีมันยังดีดดิ้นมันต่างกันรู้กุศลรู้อกุศลใครจะลึกไปอีกก็รู้ว่าเวทนาถึงขั้นทุกข์ขั้นสุขมันต่างกันอย่างไรเราจะรู้เป็นอย่างนั้นนี่คือการเกิดปัญญามีการรู้ทั่วรู้ถึงรู้กำหนดมีลิ้นชักการดูรูปหนูนามีเราต้องรู้ว่าความแตกต่างกันรู้อาการและอาการหยาบอาการออกอาการเข้าอาการสร้างอาการยาวอาการอยากประการละเอียดอาการว่างกับอาการยังไม่ อาการที่เป็นสุขกับเวทนาทุกขเวทนามันต่างกันยังไงมันมีหิมะไม่มีเพศคนละเพศไม่มีส่วนที่ต่างคนละอย่างเราจะต้องรู้อาการรู้นิมิตรู้อุเทศรู้ดีๆก็คือรู้วิธีสิ่งที่เราถูกดูเป็นรูปเป็นนิมิตชัดๆแล้วก็รู้หัวข้อรู้คำบรรยายหรือว่าคำบอกความหมายเราจะต้องรู้จึงเรียกว่ารู้ลูกรู้นามข้อที่ 2 เรามีปัญญามีรู้ลักษณะแตกต่างข้อที่ 3 จะพยายามที่จะรู้ทั่วกายกำหนดกายเสียก่อนเป็นสัปดาห์ เศรษฐีคือจะต้องทำให้มันสงบระงับแล้วไม่สนุกหรอกครับอันนี้ข้อ 3 ยังไม่ได้บอกเสมอว่าแต่ว่าหมายให้เข้าใจคำว่าสัพพะกายะกายทั้งหลายทั้งปวงเข้าใจให้ได้ว่ากายไม่ได้หมายความว่าร่างกายเนื้อหนังมีดินน้ำไฟลมแท่งก้อนมีเนื้อหนังกระดูกเป็นอะไรนั่งอยู่ตรงท่ออยู่แถวนี้ไม่ใช่แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากายนี้ไม่ใช่กายกายด้วยแต่ไม่ได้หมายเอาเท่านี้กาโยกายะหมายถึงสิ่งที่ประชุมความประชุมความรวมมีเหตุมีปัจจัยต่างๆนานาทั้งหลายเลยว่าการประชุมกายะเราจะเข้าใจทวนออกทวนเข้าขนาดนั้นขนาดนี้มีกายมีรูปมีเหตุปัจจัยเท่าไหร่มันมีองค์ประชุมเท่าไหร่แล้วจะเข้าใจรายละเอียด และเราจะทำให้มันระงับไปเรื่อยๆเป็นขั้นๆปัดซ้ำพยางค์กายะสังขาราแปลว่าระงับกายสังขารเราจะปรุงไว้เท่าไหร่สังขารเราจะปรุงกายนี้เท่าไหร่กายเราจะรู้ทั่วโลกเลยตาหูจมูกลิ้นกายเปิดรับสัมผัสหมดแล้วก็ไม่รู้มีอะไรแน่นอนอยู่ไม่รู้ตอนนี้เสียงก็ได้ยินตาก็เห็นลูกชายก็สัมผัสอะไรต่างๆหรือแม้กลิ่นก็ได้รับกลิ่นหรืออาจจะหุบปากดูไม่ได้เปิดบิลไปแตะอะไรก็ตามหรือว่าจะรู้รถมันแตะอยู่ที่ในปากของเราเองนั่นแหละก็เอามีความรู้สึกทุกข์ถวาย ตอนนี้เปิดอยู่ทุกทวายก็รู้ว่ามีความประชุมขั้นนี้เป็นสัปปายะขนาดนี้เมื่อมีสัปปายะขณะนี้ไม่ต้องตัดสายแม่งคือไม่มีกิเลสไม่มีนิวรณ์ฟังหูได้ยินเสียงเสียงนี้ก็เป็นเสียงสบายๆนิ่งๆสงบอยู่ไม่ดีขึ้นเป็นราคะไม่ดีดิ้นเป็นโทสะไม่มีกามฉันทะไม่มีพยาบาทไม่มีนิวรณ์ไม่มีอุปสรรคอุปสรรคอะไรรู้ถึงสภาพนั้นตามความเป็นจริงไม่สงสัยเสียงก็คือเสียงนั่นคือเป็นที่หมายที่เราจะทำเป็นสุดท้ายทั้งกายของเรารวมด้วยทวารทั้ง 6 เปิดทุกอย่างมันก็จะไม่ไม่ไม่รับอะไรมาปรุงให้มันมีกิเลสมา เพลงแต่ก็รู้แค่นั้นก็ตายแล้วจะหมายไปถึงขนาดนั้นทีนี้ถ้าหมายถึงกายนั่งแท่งก็ให้กลายมานั่งนิ่งๆเรียกว่าระงับแหมมันโยกโยกโยกเยกสั่นไหวหรือไม่ให้มันเป็นมีกิจกรรมอะไรมากและง่ายๆกลายเป็นชอบก็เอาแค่นั้นก็กลายมาให้โยกเยกในวุ่นวายอะไรก็เอาแค่นั้นให้รู้ความหมายเบื้องต้นต่อจากนั้นความประชุมต่างๆเราก็จะให้มันเป็นระงับจากกิเลสอันที่อธิบายไปเมื่อกี้นี้สว่างทั้ง 5 แต่ถ้ามันยากยุ่งก็ดับดับตาตาไม่ต้องเห็นรูปนั่งเข้าไปพยายามสงบลงไปเสียงไม่ต้องฟังตัดเสียงอีกกลิ่นก็ไม่ต้องรับสัมผัสกายก็ไม่ต้องรู้จะมีอะไรมาต้องกายมีลม คนอยู่ก็ไม่รู้ลมร้อนก็ไม่รู้แข็งอ่อนที่เราเป็นอยู่สัมผัสอยู่ก็ไม่รู้ปัดเข้าไปสู่ทวารใจเหลือแต่นายทวารใจก็เป็นตายเป็นตายในกายเป็นความประชุมของใจในใจมันยังมีอารมณ์มีรูปนั้นเรื่องนี้ที่เป็นความประชุมอยู่ในใจอีกเราจะอ่านใจเข้าไปทีละอันจิตเข้าไปอีกความประชุมอย่างนั้นที่หมายก็คือหมายให้มันสงบจากนิวรณ์ 5 อีกนั่นแหละแม้กายในกายก็ให้มันสงบจากนิวรณ์ทั้ง 5 แม่มันมีกามว่าฉันรักพยาบาล 5 บาทก็ไม่มากคิดไม่ฟุ้งไปหาพยาบาลก็ไม่มามึงจะจับก็พูดจากก็ไม่มากจิตของเราก็จะควบคุมได้ง่ายและเราก็จะยกจิตขึ้นสู่วิปัสสนาได้ง่ายหรือจะพิจารณาให้เกิดธรรมะเกิดของจริงที่รู้เห็นชัดโดยการนั่งอย่างนี้เข้าแล้วก็พิจารณาบุพเพนิวาสานุสติญาณไประลึกย้อนมาชั่วโมงที่แล้วเรามีการเกิดผัสสะอะไรเรื่องอะไรจิตใจเราเป็นยังไงเราเมื่อกี้เราคบคบกับอะไรและเกิดจิตยังไงกุศลหรืออกุศลเกิดราคะโทสะหรือไม่ชั่วโมงที่แล้วหลายชั่วโมงมาเมื่อเช้าผ่านมาตั้งแต่เช้ามาจนกระทั่งถึงเดือนนี้มีเหตุการณ์เมื่อไหร่เกิดเรื่องที่เคยเป็นเคยผ่านเคย อย่างนั้นเคยเป็นอย่างนั้นมาแล้วนี่เรียกว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณไปไม่ใช่วันนี้เมื่อวานนี้ 2 วันที่แล้ว 3 วันที่แล้วอาทิตย์ที่แล้วก็ตามเหตุการณ์ที่เราเคยเป็นเคยอยู่เคยผ่านจริงเป็นเรื่องจริงที่เราผ่านที่เรียกว่าระลึกย้อนถึงของเก่าแล้วเราก็อ่านไปถึงจิตถึงอารมณ์ถึงสัมผัสต่างๆด้วยเวลามีกิเลสอย่างไรมีนิวรณ์อย่างไรและเราได้เปลี่ยนได้ปรับปรุงไหมหรือว่าเราให้ถูกกิเลสมันกลืนกินอยู่หรือว่าวาระที่เราได้ทำอะไรลดเวลาในการขายลดละได้ดีหรือไม่บางทีเราทำได้ดีไปทีเดียวก็มีอยู่แล้วจะเกิดเราจะเกิดการเรียกว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณญาณจะเกิด ขึ้นไปอีกจนกระทั่งเข้าใจความเกิดเข้าใจความดับไม่เข้าใจความเสื่อมความเคลื่อนไปไม่ก็ไม่ติดแล้วจะเข้าใจอารมณ์จิตของเราจริงๆว่ามันเกิดนะแล้วมันก็ตั้งอยู่แล้วมันก็มีอาการของกิเลสเกิดด้วยหรือว่าไม่มีอาการของกิเลสเกิดมีแต่จิตรับรู้กิเลสไม่เกิดมีแต่จิตสะอาดสะอาดเราก็จะรู้ว่าจิตนั้นเป็นจิตที่เกิดจากจิตกิเลสไม่มีกิเลสดับกิเลสเป็นนิโรธก็ได้เราก็จะเห็นจะรู้จะเข้าใจว่าลักษณะของกิเลสเป็นอย่างนั้นลักษณะธุรกิจสะอาดที่เป็นจิตเป็นวิญญาณธาตุธรรมดาเป็นอย่างนั้นมันจะรู้ของจริงไม่ใช่เป็นดาวไม่ใช่ไปฟังจากภาษารู้เหตุรู้ผล เราจะรู้ทบทวนมันมารู้เพราะทบทวนหรือจะเอาปัจจุบันนี้มีเสียงเข้าหูมีรูปเห็นอยู่เดี๋ยวนี้มีกายสัมผัสอยู่เดี๋ยวนี้แล้วเราก็ปรับปรุงปรับเปลี่ยนจิตเดี๋ยวนี้เสียงเราก็เกิดตามเราก็รู้ว่าตามแล้วเราก็ลดเดี๋ยวนี้ก็ได้นี่ก็เป็นการวิปัสสนาปัจจุบันช้าๆจึงไม่มีอายุมากเสียงก็ไม่ได้มีอะไรมากหรือแม้แต่สัมผัสกายก็ไม่มีอะไรมากตาเห็นรูปก็ไม่ใช่ลูกอะไรยุ่งยากมากมายแต่เราก็พยายามรู้มันจริงๆว่ามันรับอะไรมาสังขารกิเลสนิวรณ์อะไรเข้าไปสังขารร่วมด้วยหรือเปล่าแล้วเดี๋ยวนี้เราก็รู้จิตจริงๆอยู่เป็นปัจจุบันนั่นทีเดียวบางทีก็เราไม่มีนิวรณ์น้อยนี่เป็นจิตอาสาเสียเวลาก็สู้ได้เราก็อยู่ไม่ได้มีอารมณ์ ไม่ได้มีอารมณ์พยาบาลไม่ได้หนีนะมีพระไม่ได้ง่วงนอนไปที่ไหนไม่ได้ดีได้หลบไปไหนไม่มีฟุ้งซ่านรำคาญอะไรเราก็จะรู้มันจริงๆไม่สงสัยเลยเห็นชัดเจนก็เอาไปปัจจุบันซึ่งก็ง่ายตรงที่ว่ามันไม่มีเรื่องมากมันจะรู้ได้เหมือนกันเราจะเห็นจิตที่มันว่างเสียมากได้เพราะว่าไอ้สิ่งที่มันจะมาปรุงกับจิตเดี๋ยวนี้มันน้อยแล้วก็ทำจิตให้จริงแต่ถ้าผู้ใดยังมีแรงนิวรณ์เยอะแม้จะพยายามเข้ามารู้จิตของเราเดี๋ยวนี้ก็สัมผัสอยู่กับปัจจุบันมันก็ไม่เอาแล้วมันจะฟุ้งซ่านออกไปจะได้หาเรื่องหาราวอะไรต่างๆนานามันติดอะไรมันก็จะไปหานั่นแหละติดตามไปหาการติดพยาบาทไปหาพยาบาทติดร่วงนอนมันก็จะลบก็เป็นห่วง มันจะเป็นจริงไม่ได้ว่าพูดออกออกไปหางตาออกไปหาพยาบาล 2 ซื้อข้าวแล้วฟุ้งเข้าไปหลบหลับมันฟุ้งหมดโปรแล้วก็ถูกถ้าเรารู้ได้เป็นยาแล้วว่าถ้าเราเอาไปทุกทีอย่างนั้นมันเป็นทุกข์นะก็จะเกิดจากเกิดอาการรำคาญหงุดหงิดอึดอัดหนักหน่วงลำบากใจมีการต่อสู้อยู่เพราะสำนึกของเราเรารู้แล้วว่าเราไม่เอาหรอกอาการหรืออารมณ์ของกามมาปรุงอารมณ์ของพยาบาลอารมณ์ก็ง่วงมาปรุงเนี่ยเราไม่เอาก็จะเกิดการต่อสู้ติดต่อสู้อยู่พยายามที่จะให้มันมาโดยมันมาอยู่ในสภาพว่างๆไม่ต้องมีอารมณ์มีกิเลสนิวรณ์ตรงนั้นเข้ามาร่วมด้วยเดี๋ยวผม ถามว่าเราทำออกได้เราก็จะสบายจากโรคจะโปร่งถ้าเราทำไม่ได้มันก็จะเป็นไปตามกิเลสนั้นๆฟุ้งกับการก็ไปกับการใหญ่ฟุ้งกับพยาบาลก็ไปกับพยาบาทใจฟุ้งหลบในฝูงกลับไปหาผีนะมีพระร่วงยืนหลบๆมันก็จะเข้าไปอยู่หลบหลับใหญ่ไอ้เรื่องที่มันนั่งอยู่อย่างนี้ตามันจะฟุ้งไปมันก็พอควบคุมได้พยาบาลนั่งหลับตาเข้าไปจริงๆด้วยมันเป็นรูปเลยมันเป็นตัวทางที่มันชี้ช่องอยู่แล้วนี่มันก็เลยจะหนักไปในสภาพที่เรียกว่าจะหลับมากกว่า อันนี้กิเลสอันนี้แหละเป็นกิเลสต่อสู้ในภาวะมานั่งบำเพ็ญมีมากมันจะมุดเข้าไปหาสภาพหลักยิ่งหลับตาปี๋เข้าไปแล้วและพยายามที่จะให้มันหยุดซะด้วยมันก็จะพลอยหลับถอยเป็นการนอนหลับหรือเป็นการหลงหลับแบบที่เราเคยหลับมันจะไปอย่างนั้นใช่มากกว่าถ้าเป็นการหลับแล้วไม่เอาบอกได้เลยว่าไม่เอาเป็นการหลับเนี่ยมันนั่งหลับนี่แหละถ้าฝึกเข้ามากๆก็นั่งหลับได้แต่ตอนนี้เรายังไม่เอานั่งหลับแล้วยังไม่เอานั่งนี่แบบว่าสายการพักผ่อนโดยวิธีหลับเพราะวิธีนั่งแล้วยังไม่เอาเลยแต่ตอนนี้เราจะฝึกจิตให้มีสติ Store อัสติเราจะมีอย่างนี้จริงๆเราจะมีสติสโตปะทะสติมีทั้งในขณะลมหายใจออกลมหายใจเข้าเราจะมีสติพยายามที่สุดเรื่องสติสำคัญอย่าให้ตกด้วยการหนีหลับกับการมีสติมีเป็นศัตรูอย่างไรถ้าเราถูกดีเราจะไปหาหลักนั่นแหละสติเรากำลังตกจะต้องพยายามจะหายใจอย่างแรงจะขยับขยายอย่าลืมตาจะทำยังไงก็ตามใจเพื่อที่จะให้ตื่นขึ้นเพื่อที่จะให้เราไม่ถูกกิเลสนิว ไปตลอดแล้วจะนั่งไปถึง 2 ชั่วโมงหรือชั่วโมงกว่าก็ตามมันก็น่าจะเสร็จคุณหรือว่าได้แต่กิเลสตัวนี้เก่งนะจะมีลูกเก่งลูกนึงคือนั่งวิดน้ำเก่งนั่งงงๆงงๆเก่งเสร็จแล้วก็เมื่อยไม่ได้เรื่องอะไรนักหนาถ้าบอกว่าโง่บ่อยๆนิดบ่อยๆก็ไปนานๆเข้าก็จะเหมือนกับนักขับนักขับรถมานั่นแหละมันก็เก่งมันก็แข็งแรงในการยุบเท่านั้นเองจะเป็นมันก็เป็นได้ก็มานั่งยึดไปชั่วโมงละชั่วโมงแล้วก็นั่งฝึกหัดวันละ 2 ชั่วโมงก็อีกหน่อยต่อไปสักปีสองปีก็เก่ง 2 ชั่วโมงนี้สบายไม่เมื่อยหรอกเสร็จแล้วก็ไม่เมื่อยเหมือนกันนะครับ 10 บาทออกกำลัง ทำได้ไม่ปวดไม่เมื่อยไม่ลำบากฉันใดก็ฉันนั้นอย่างนี้ไม่เอาไม่ใช่เรื่องของการมานั่งปฏิบัติธรรมแล้วจะให้กายมันสงบนิ่งดีแล้วเราก็จะไม่ให้มันมีกิเลสพวกนี้เข้ามากวนด้วยนี่เป็นเรื่องต้นไม่เป็นเรื่องที่จะต้องรู้อย่างชัดเจนและก็ทำให้ได้และอะไรถึงจะไปถึงขั้นวิปัสสนาแล้วก็ยกจิตขึ้นสู่วิปัสสนาต่อๆไปอีกถึงแม้แต่จะทำใจตัวสมถะหมายความว่าให้จิตมันสงบระงับเราก็จะต้องอาศัยฐานสติมีเป็นตัวช่วยนำนำพาเพื่อเราจะได้ควบคุมจิตของเราให้ลึกขึ้นลึกขึ้นมีอินทรีย์พระมีการต่อสู้กับนิวรณ์กั้นนิวรณ์ กำลังของเจโตสมถะก็จะต้องใช้สติเหมือนกันนะเรามีกำลังที่จะปกป้องไม่ให้กิเลสเข้ามากวนหรือชั่วขณะนี้แล้วเราก็จะทำจิตของเราให้วางหรือวางให้สงบได้ลุกขึ้นลุกขึ้นทุกทีนี่เป็นกรรมวิธีฟังดูดีๆให้เข้าใจแล้วก็ลองพยายามดูใครทำไปในขณะนี้จะนั่งฟังหูได้ยินเสียงก็คิดว่าคงไม่เป็นการอะไรก็ได้ยินชัดๆกับลุงไปตามก็เกิดกับเกิดปัญญาถ้าจิตของเราไม่ได้มีเรื่องอะไรขนาดนี้ฟังธรรมอยู่บรรยายไปก็ฟังก็ได้ยินเสียงตาแล้วก็ไม่ได้ไปวุ่นวายกับลูกที่มีรถสวยรถงามรถอร่อยอะไรไม่มีไม่มีกามจมูกหรือกายสัมผัสแล้วก็ไม่มีทุกข์หรือไม่มีเรื่องของการอะไร แล้วเราก็ไม่ได้ดีไม่ได้หลับอะไรจิตโปร่งใสมีสติรู้รอบอยู่ก็ฟังฟังเสียงพูดเนี่ยช่างฟังเสียงเราพูดนี่แหละฟังเสียงที่อาตมาบรรยายให้ฟังก็ฟังไปแล้วเราก็จะเข้าใจด้วยถ้าเกิดสติปัญญามีสัมปชัญญะดีวิเคราะห์ไปทำงานวิจัยไปมันก็จะเกิดปัญญาเกิดปัญญาขึ้นมาเมื่อใดท่านเรียกว่าวิปัสสนาวิปัสสนามีผลเรืองปัญญาแล้วเราก็เปิดทวารรับไปได้เรื่อยๆแล้วฟังก็ฟังได้แล้วก็เป็นการสงบอยู่ขณะนี้เราก็คือการที่ไม่มีนิวรณ์ จะฟังธรรมไปด้วยแล้วก็สงบกายก็นั่งให้นิ่งไปใจของเราก็ได้รับภาษาได้รับวันนี้เราวิเคราะห์วิจารณ์เป็นเครื่องนำเป็นพาหะวิจัยธรรมะฟังภาษาฟังอะไรแล้วก็รู้ฉันรู้เจนเข้าใจดีขึ้นไปเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยนั่นแหละคือเกิดปัญญาเกิดวิปัสสนาอยู่ด้วยอยู่แล้วอย่าคิดว่าเราเองเราจะต้องนั่งหลับดับไปแล้วก็ทำไม่ได้และถึงจะได้ปัญญาไปแต่ประตูเดียวกับประตูนั้นก็ทำได้แต่ว่าถ้าเรายังไม่ถึงถ้าเราจะดับปิดทวารแล้วก็ไปคิดเองปรุงเองทำประเพณีเองหรือว่าอะไรก็ได้เองเรายังทำไม่ได้ทำไม่รอดแล้วก็อาศัยที่พูดนี่แหละอาศัย ธรรมะเนี่ยเป็นเสียงเป็นกสิณฟังเสียงเสียงนี้มีประโยชน์เสียงนี้ทำให้เราเกิดรู้เกิดเข้าใจเกิดสงบระงับอยู่ก็ดีฟังไปก็สบายฟังไปก็ไม่มีทุกข์อะไรและแถมก็ได้เกิดปัญญาด้วยเรืองปัญญาด้วยเข้าใจลึกขึ้นลึกขึ้นเพิ่มขึ้นทุกวันๆละเราก็ได้ประโยชน์เป็นฌานแล้วเป็นสมาธิไม่ใช่ว่าเราไม่ได้รับเสียงถ้าได้รับเสียงอยู่ไม่ใช่ทานอย่ามีมิจฉาทิฐิอย่างนั้นอันนั้นเป็นมิจฉาทิฐิจะบอกว่าเราจะได้ยินเสียงอยู่ไม่ใช่ฉันไม่ใช่สมาธิอย่าไปเข้าใจผิดทานคือเราจะเป็นทานชั่วคราวก็หมายความว่าเราไม่มี บอลกิเลสชั่วคราวเป็นการถาวรก็คือเราไม่มีนิวรณ์กิเลสทั้ง 5 นี่ตลอดเวลาติดต่อกันนานแม้ยืนเดินนั่งนอนทำงานทำการเป็นอะไรอยู่ได้มีหลายอิริยาบถเราก็ไม่มีนิวตรอนกิเลสนั้นเพราะเด็กเผาทานคือการเผาการฆ่าเผาทำลายนิวรณ์ออกคำว่าสมาธิไม่มีความหมายมากกว่าฌานธานีหมายความว่าได้เผานี่พยายามทำลายกิเลสออกจากจิตเท่านั้นส่วนคำว่าสมาธิหมายถึงความเก่งมากศัตรูที่มีปัญญาก็เรียกว่าสมาธิดำริดีก็เรียกว่าสมาธิสัมมาสัมพุทโธก็เรียกว่าสมาธิพูดดีการพูด มีประโยชน์เป็นไปได้ประโยชน์ไม่ได้เป็นไปเพราะเห็นแก่ตัวไม่มีกิเลสราคะด้วยก็เรียกว่าสมาธิเป็นส่วนหนึ่งของสมาธิระหว่างสัมมาวาจาการงานที่เราทำอยู่มีจิตเข้าไปทำร่วมมีกรรมเข้าไปทำร่วมกายกรรมก็มีวจีกรรมก็มีมโนกรรมก็มีก็ไปทำร่วมเป็นการงานการงานนั้นทำอย่างมีผลดีอยู่ไม่ได้วุ่นวายไม่ได้มีกิเลสเอามาร่วมอะไรไม่ได้ตัดสายไปไหนมีเอกัคคตารมณ์งานนั้นก็เป็นงานสมาธิเป็นสัมมากัมมันตะเป็นสมาธิเป็นส่วนหนึ่งที่เรียกว่าสมาธิมีอาชีพทำงานทำการอะไรอยู่โดยไม่มีกิเลสตัณหาอะไรเลยด้วยและมีประสิทธิ ภาพดีด้วยเป็นอิทธิพลด้วยเป็นสมาชิกเป็นประโยชน์อยู่ด้วยงงๆต่อเนื่องอยู่ก็เรียกสมาธิมีอาชีพอยู่ด้วยเป็นอาชีพที่เป็นสมาธิคำว่าสมาธิมีความพิสดารกว่าชาญมีความหมายคุณเหมือนกับคำว่าจิตกับคำว่าเวทนาเวทนาก็คือจิตแต่เวทนาคือส่วนหนึ่งของจิตเท่านั้นแต่คำว่าจิตนี่เวทนาก็จิตสัญญาก็จิตสังขารก็จิตวิญญาณก็จิตว่าสภาพที่รับรู้หรือมีภาษาอื่นอีกเรียกอาการของจิตเวชสภาวะของจิตมีอีกเยอะมีเป็นต้นคำว่าเจ็บจึงกว้างมากฉันใด พิมพ์คำว่าสมาธิมีจริงกว้างด้วยเหมือนประหนึ่งก็เจ็บแต่คำว่าฌานนั้นเป็นการจำเพาะหมายถึงการได้ลดกิเลสหมายถึงจิตที่มันได้เผากิเลสออกอาการกลุ่มใดที่ได้เผากิเลสออกแล้วล้างกิเลสออกแล้วคิดอย่างนั้นเรียกว่าจิตทานหรือว่าชาญกิจหรือว่าได้ทำจิตตอนนั้นไม่ให้มีชีวิตบนกิเลสจะเป็นชั่วคราวแล้วก็กรรม ทีเด็ดฟุตบอลมีมันก็เป็นชายแบบนิวรณ์ต้องเป็นชายแดนกั้นกิเลสผ่านไปวิปัสสนาเลยล้างกิเลสนิวรณ์นี้ออกไปเลยจริงๆมันก็เป็นชานลืมตาได้ด้วยซ้ำไปยิ่งสัมผัสจะอะไรที่เรารับรู้รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมันก็ไม่เป็นมีวัวไม่เป็นกามไม่เป็นอะไรแล้วก็ไม่มีนิวรณ์อื่นอีกมันก็เป็นชาญไม่มีการมันก็เป็นชาญนิดนึงชาญชาญที่ไม่มีการไม่มีพยาบาทก็เป็นช้างที่ไม่มีพยาบาลถ้าไม่มี 3 อย่างก็มีเป็นชาน 3 อย่างถ้าไม่มี 4 อย่าง ชาญ 4 อย่างไม่มีทั้ง 5 อย่างก็เป็นชาญทั้ง 5 อย่างเป็นทางที่ไม่มีต้องเข้าใจพยายามเข้าใจความหมายของภาษาที่กำหนดหมายอย่างไรมันมีความเหมือนเขาบอกว่าสมาชิกกับชายมีความเหมือนกันอยู่บ้างได้เพราะสมาธิก็คือสภาพที่จะต้องทำจิตให้ไม่มีนิวรณ์กิเลสเหมือนกันถ้าคำว่าสมาธิก็คือทำจิตไม่ให้มันมีกิเลสเหมือนกันส่วนไม่มีขี้เลสนั้นด้วยวิธีสมรรถนะก็ได้ก็เรียกสมาธิโดยวิธีวิปัสสนาก็ได้ก็ได้สมาธิหรือแม้แต่จิตที่มันจะเป็นการปรุงซะด้วยแล้วคุณยา สังขารหรืออิทธาภิสังขารเพื่อเป็นการปรุงตามหลังวิชชาไม่ใช่สังขารตามหลังอวิชชาจิตนั้นก็เป็นจิตสมาธิจิตที่มีองค์ 7 ของอริยมรรคตั้งแต่ทิฏฐิสันตะปาวาจากัมมันตะอาชีวะวายามะสติทั้ง 7 องค์เป็นสัมมาแล้วก็เลือกที่เป็นเรียกว่าสัมมาสมาธิของพระอริยะด้วยยิ่งเรียกว่าสมาธิของพระอริยะมีทั้งอาชีพมีทั้งการงานมีทั้งคำพูดได้มีทั้งการดำริมีการนึกคิดมีการต้องเข้าใจหรือมีความเห็นที่ถูกเป็นสมาชิกทีมและมีความพยายามกระทำอยู่มีสติสัมปชัญญะอยู่ทีเดียว อันนี้เรียกว่าสมาธิเต็มๆเป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะเราพยายามฟังแล้วก็เข้าใจแยกให้ออกว่าความหมายของมันมีละเอียดมีหยาบกว่ากันคำว่าฌานนั้นหมายความจำเพาะลงไปเล็กหยาบส่วนสมาธิไม่มีสุขุมประณีตเยอะมากเรื่องคัมภีระคำว่าสมาธิส่วนฐานแน่นๆหยาบภาษาไทยเข้าใจคำว่าฌานก็เข้าใจได้ง่ายๆชาญคือการไม่มีกิเลสมุ่งหมายการตัดกิเลสนิวรณ์ก็ง่ายไม่เข้าใจง่ายอยากๆจะเข้าใจคำว่าสมาธิมีปัญญามากที่เข้าใจให้ ความหมายอย่างไรแยกกันเหมือนกันอย่างไรก็ชาญชาญเป็นส่วนหนึ่งของสมาธิแต่สมาธิไม่ได้หมายความว่าฌานเท่านั้นเหมือนกับเวทนาเป็นส่วนหนึ่งของจิตเป็นจิตไม่ได้หมายความว่าเวทนาเท่านั้นฉันใดก็ฉันนั้นทีนี้ก็ลองปฏิบัติโดยไม่ฟังเสียงให้จิตโกงข้อสำคัญสติจะแข็งแรงพยายามดูซิไม่ต้องได้ยินเสียงสักพักหนึ่งนั่งไปจะใครจะลืมตาเพียงเพียงนิดอย่างไรก็เอาหรือใครจะหลับตาก็เอาจะตัดทวาร 5 เข้าไปอยู่ทวารในมีกายในกายก็เอาพยายาม การตรวจอารมณ์ด้วยดูอารมณ์จิตของเราในขณะนี้มีนิวรณ์หรือไม่อาการนิวรณ์อาการกิเลสนิวรณ์เป็นอย่างไรและอัตราการที่ไม่มีแล้วตรวจซ้อนลงไปในอารมณ์อีกเรียกว่าตัวเวทนาเป็นสุขหรือเป็นทุกข์สุขอันนี้ถ้าเผื่อว่าสุขไม่มีนิวรณ์นี้เป็นสุขแบบอุปมาสุขสุขอย่างพิเศษสุขอย่างสงบไม่ใช่สุขเพราะเหตุเพราะไม่ได้เสพรถสองแม่ลูกในรถในสิ่งมีเสียงในสัมผัสแบบที่เราไปมีแบบโลกิยะหรือแบบกามคุณรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมันสงบระงับมีแต่เป็นจุด กว่าจะเสร็จดูจะดูรถนี้ดูแม้ตอนแรกเราจะได้รถนี้เป็นของดีเป็นสบายใจเป็นปลื้มเปรมปิติยินดีปราโมทย์อยู่สบายอยู่ในสถานที่เราเป็นนักปฏิบัติชั้นต้นชั้นกลางอะไรนี่ก็เอาไม่มีจิตอารมณ์นี้ให้ได้แต่ไม่ใช่พิเศษหลับนะอารมณ์หลับก็อารมณ์ที่จะเป็นจิตไม่มีนิวรณ์ต่างกันจึงไม่มีนิวรณ์นี่มันไม่มีความเป็นลักษณะการลักษณะพยาบาลลักษณะสีนั้นมีพระก็ไม่มีไม่ใช่ว่าไม่มีที่นั่งมีพระซะเลยเป็นการนั่งลงหลับไปไม่ใช่ต่างกันเป็นกิจที่มันมีความรู้เวลามีสติลงแต่ว่า ส่งเฉยอยู่ไม่มีนิวรณ์ใดพยายามอ่านให้ออกวันนี้วอนคืออะไรและจิตของเราปราศจากนิวรณ์เป็นอย่างไรแล้วมันจะว่างโปร่งเบาเบากายเบาใจสบายจะทำให้มั่นคงก็ควรพูดที่พยายามฝึกหัดจิตก่อนแต่จงรู้ในสมาธิซะก่อนนะรู้ให้เข้าใจว่าเราไม่ใช่จะมาหมายเอาอันนี้เป็นตัวที่จะอยู่ตลอดกาลไม่ใช่คิดอย่างนี้แหละเป็นสภาพของจิตที่เจ้าของอารมณ์วัดอารมณ์อย่างนี้เราจะมีอยู่ตลอดเวลาคิดก็คิดคิดแล้วเราก็จะมาอยู่อารมณ์นี้เราจะรับรู้อะไรถึงจะรับรู้ทางตาเรารับรู้เรารู้ทางตาแล้วแล้วเราก็จะอยู่กับอารมณ์นี้เป็นคู่ร่วม หาอารมณ์อย่างนี้เป็นตัวที่จะพยายามเรียนรู้ว่าอารมณ์ว่างจากนิวรณ์ทั้งหลายเป็นอย่างไรอะไรจะพยายามซับซากเก็บอารมณ์นี้ไว้มันเฉยมันไม่มีทุกข์มันไม่มีสุขหรอกที่จริงเราเรียกว่าสมบูรณ์สุโขหรือว่าปรมังสุขังอะไรเราก็เรียกเป็นภาษาไปเฉยๆแต่มันเป็นตัวที่เบาสบายเป็นตัวที่ไม่ทุกข์ไม่วุ่นวายในเดือดร้อนพยายามรู้อารมณ์ผ่านอารมณ์ที่อธิบายให้เป็นภาษาทั้งสิ้นใครได้อารมณ์นั้นใครได้สภาพนั้นก็พยายามส
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive