210907 เจโตสมถะ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ017.txt

โฟลเดอร์2520-2533 เจโตสมถะ (108 ตอน) TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์101 KB
วันที่แก้ไข26 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายนพุทธศักราช 2521 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ไดนาโมทำวัตรเย็นซึ่งเป็นการอบรมฝึกเจโตสมถะที่พุทธสถานสันติอโศกเราก็มาเริ่มห่างไกลจากที่ลมหายใจของเรายังมีแล้วก็มันเป็นไปอย่างน้อยที่สุดแม้ว่าเราจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่หมดเราก็ยังจะมีคำกริยาอาการในความที่ยังเป็นผู้ไม่ตาย มันเป็นผู้ที่ยังไม่สิ้นลมปราณยังเหลือรูปนามขันธ์ 5 เราก็ยังจะเป็นผู้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นอยู่ในการที่จะเป็นหน่วยหรือเป็นตัวอย่างเป็นแบบเป็นที่พึ่งในส่วนที่จะนำพาจูงดึงผู้อื่นให้เข้าสู่จุดที่ควรเป็นคนไปมันจะได้เพราะฉะนั้นการที่จะซื้อบำรุงอยู่นั้นจึงจะต้องทำอยู่ตลอดโดยเฉพาะยิ่งพูดถึงภาระซึ่งถูกแล้วมึงจะต้องเป็นผู้ที่ทำอะไรได้ง่ายทำอะไรก็ไม่มีการขัดไม่มีอะไรคือความสุขเข้าใจรู้กุศลรู้อกุศล สิ่งใดที่เป็นกุศลอยู่เมื่อเห็นสมควรที่จะเป็นอภินิหาริย์ธรรมหรือว่าเป็นผู้ถูกกระทำเพื่อจูงดึงผู้อื่นเพราะเราเองเราเป็นผู้แข็งแรงเราเป็นผู้กล้าองอาจเราเป็นผู้ต้านแรงโลกได้แล้วเราก็จะเป็นผู้ที่เป็นหลักต้านแรงโรคเป็นที่พึ่งเป็นผู้นำเป็นแฟนที่จะทำตัวอย่างให้แก่ผู้ที่ยังไม่มีพระเพื่อแสดงความเป็นจริงหรือเพื่อนำทางหรือเป็นแบบอย่างนั้นเองมันไม่มีอื่นที่จะเป็นไปและส่วนตรงสำหรับผู้ที่กำลังฝึกเรียน ดูอยู่กำลังศึกษาอยู่ก็แน่นอนที่จะต้องกระทำพระพุทธคุณไปแล้วจุดใดที่เรายังไม่บริบูรณ์เราก็ต้องอาศัยกรรมฐานจะใช้วิธีกรรมวิธีต่างๆที่เราจะต้องพยายามให้เป็นไปศึกษาไปเล่าเรียนไปก็คือไปเราก็จะต้องทำใจให้ได้กำไรไม่ได้มีส่วนที่มันได้มันเป็นส่วนที่มันพลาดเข้าใจแล้วเราก็ต้องเป็นผู้ที่ทำให้มันได้เข้าใจว่าอย่างนี้เวลานี้ ใช้เวลานี้อย่างนี้ก็ต้องใช้ให้มันเป็นประโยชน์ได้สูงสุดให้มีบทปฏิบัติให้มันมีหมดกำไรหรือไม่ให้มีบทเกิดประโยชน์เป็นสมา

อ่านต่อ

ธิจะให้ประโยชน์นั้นเนื่องขึ้นเนื่องขึ้นในจังหวะที่เราบอกว่าเราจะตั้งใจจริงๆในช่วงนี้เราจะทำโดยกรรมกรอย่างนี้โดยรูปแบบอย่างนี้กรรมฐานอย่างนี้เราก็ใช้กรรมฐานใช้รูปแบบใช้สภาวะใช้จิตให้เป็นจุดเด่นนั่นแหละเพื่อเป็นการประกอบที่จะได้ผลเป็นทางเดินเพื่อเศรษฐกิจพอเพียงแม้แต่ในด้านก็ได้ ไปสู่ฟังแล้วเมื่อวานนี้ว่าแม้แต่เราเองจะมีสิทธิ์อะไรที่มันเป็นขั้นอยู่ในจิตมันไปขวางมันไปทำอะไรทับถมที่ตนมันจะคล่องคาอยู่ก็อธิบายสู่ฟังแล้วว่าอย่างนั้นจะเป็นการขาดทุนเหตุการณ์ไม่ได้เป็นไรเราจะต้องหากำไรด้วยว่าเราจะต้องหาส่วนที่มันได้ผลและประโยชน์เสมอไม่ใช่ว่าเราเห็นแก่ประโยชน์ส่วนที่จะกอบโกยอะไรก็ไม่ใช่แต่ว่าประโยชน์นี้มันเป็นประโยชน์ที่ย้อนแย้งอยู่ว่าเป็นประโยชน์ที่เราจะติดสื่อด้วยความละอายไม่ใช่แบบนี้เพื่อที่จะโลภโมโทสันอะไรมา 10 ปีเพื่อที่จะทำให้จิตใจลดโลกลดโปรลดสิ่งที่เราจะยึดถือไว้ติดตาม ไม่ได้ไปซื้อเพื่อที่จะได้อะไรมาการกำไรที่ว่านี้ไม่ได้หมายความว่ากำไรอย่างลูกโลกมันคนละความหมายกันถ้าโลกมีแต่ปัญหามีแต่ความที่จะต้องการมาให้แก่ตนแต่ส่วนเราและเป็นไปเพื่อความลับล้างตัวตนกำไรที่ได้ก็คือส่วนเราที่ทำให้ล้างตัวตนออกไปปลดปล่อยเบาบางง่ายสบายโดยเฉพาะเรื่องของจิตที่เราจะปลดปล่อยตัวอัตราและตัวตนออกหรือตัวกิเลสตัณหาที่มันหุ้มเหมือนพ่อมันมีบทบาทมันทำอะไรก็ได้อยู่ในจิตของเราเนี่ยตัวนี้จะเป็นตัวที่ร้ายกาจแต่ตัวนี้แหละที่เราจะต้องลอกมันล้างมันทำให้มันจางเบาคลายลงไปตัวนี้จะเป็นตัวที่เราจะต้องพยายามที่สุด เมื่อเราทำเพื่อประโยชน์อันนี้จึงไม่ใช่ว่าเรากำไรที่มันเป็นไปแบบลูกโลกที่จะไปสะสมวัตถุลาภและสะสมเพื่อที่จะได้เกิดแม้กระทั่งอารมณ์เสพเป็นแบบโลกๆเกิดอารมณ์กามารมณ์อื่นอะไรก็แล้วแต่ที่จะเป็นอารมณ์นึกว่ามันเป็นของกำไรก็ไม่ใช่และแม้ที่สุดอย่าว่าแต่อารมณ์ตามเลยตามไม่เกิดพยาบาทไม่เศรษฐีนะมีพระก็ไม่เสพอีกด้วยหรืออุปสรรคและก็ไม่เจ็บไม่เจ็บไม่มีบอลส่วนใดๆเราก็ไม่ได้สะสมเราไม่ได้อยู่ในตัวของมันเองต้องเข้าใจอย่างแท้จริง ต้องการที่ว่าเรามาได้กำไรไม่ถึงไม่ได้หมายว่าเราเองไปสะสมเสพสมอยากเป็นโรคเขาถึงเป็นคุณมีไม่ใช่มันคนละความหมายคนละลักษณะถ้าเรามีปัญญาเข้าใจแล้วที่พูดไปแล้วนี่ก็ไม่มีปัญหาอะไรก็เป็นความเข้าใจที่เราเข้าใจได้แต่เราก็เป็นผู้ที่จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างนั้นจะเรียกว่ากำไรก็คือภาษาไม่ใช่ตัวเราเองหามามันยังโลกประโยชน์กำไรและกิจการละลายตัวตนจริงจริงพระอะไรต่ออะไรก็ได้อธิบายไปรอบๆด้านมีอะไรที่จะได้มีอะไรพิเศษในวันในคืนที่เราจะได้ไปศึกษาด้วยไปอยู่นี้สำหรับในบทที่จะมาฝึกหัดใน ตอน keto samata ก็จะค่อยๆมีเรื่องที่จะพิสดารออกมีเรื่องประกอบมีคำอธิบายอะไรต่ออะไรที่จะอธิบายรอบตัดลึกซึ้งเข้าไปอีกอะไรก็จะถึงหามาอธิบายหรือว่าเราแจกแจงสู่กันฟังประกอบไปบ้างแล้วก็โน้มกลับมาหากรรมวิธีมหาราชเรื่องที่เราจะพึงปฏิบัติประพฤติด้วยคะแนนย้อนกลับไปย้ำซ้ำซากให้หมดประพฤติในกรรมฐานในกรรมวิธีเสมอๆมาขยายเพิ่มหรือไม่ก็ซ้ำเก่ายามเดิม อยู่อย่างนี้แหละวนไปวนมาเราก็ทำให้มันเกิดผลแม้จะรู้ทฤษฎีซ้ำแม้จะมีความรู้แต่เป็นคัมภีระพิสดารเพิ่มเติมขึ้นก็ตามก็เพื่อที่จะเอามาไว้สำหรับการประพฤติปฏิบัติสิ่งใดเกิดการเลื่อนฐานะสูงขึ้นเป็นไปได้ดีขึ้นนั่นแหละไม่มีอื่นใดถ้าเราก็มาลงมือปฏิบัติกันแล้วก็จะได้ยาวถึงหลักคิดดีอีกบ้างหากร่างกายตรง ทำบัลลังก์เสนาอนุบาลลังกลางส่งรูปที่เราจะส่งไว้ให้ได้ดีจัดรูปที่เราจะนั่งจะทรงตั้งแผ่นตั้งแผ่นดินซะก่อนในรูปอะไรเราจะตั้งไว้และอย่าลืมก็เริ่มต้นโดยปกติเราจะต้องมีสติอยู่ตลอดเวลาที่มีลมหายใจออกลมหายใจเข้าและเราก็จะต้องทำให้เกิดการมีสติครอบครองตนหรือควบคุมอยู่คุ้มครองอยู่ มีสติแข็งแรงเราก็จะพึงทำสิ่งต่างๆต่อไปได้ถ้าเกิดว่าเราสติไม่แข็งแรงสติตกเสียเราจะพึงทำอะไรไปไม่ได้ไม่ต้องสำนึกถึงมาแล้วก็พยายามรู้ตัวสำคัญเมื่อเราได้สติครอบครองตนอยู่แล้วเราก็พึงให้รู้ระลึกรู้ทั่วถึงไม่มีปัญญาเข้ามาเสริมเป็นประธานาธิบดีการรู้ทั่วถึงไม่ว่าจะรู้ทั่วด้วยลักษณะอื่นๆใดๆที่มันแตกต่างมีเชิงเปรียบเทียบอันนี้ดีกว่าอันนี้อันนี้ไม่ดีอันนี้ยาวอันนี้สั้นอันนี้ออกอันนี้เข้า หยาบวันนี้ละเอียดอันนี้สงบอันนี้ไม่สงบอันนี้ระงับอันนี้ไม่ระงับต่างพรุ่งนี้เราจะรู้เราจะเข้าใจด้วยปัญญามีตัวปัญญาเข้าเสริมรู้ทั่วถึงไปให้พร้อมฟังแต่ในลักษณะต่างๆก็คือเกิดการวิจัยนั้นเองมีสตินำโพชฌงค์ 7 เดินเครื่องมีสตินำแล้วก็ทำเอาใจตามให้เกิดปัญญาไม่เกิดการรู้ของสิ่งที่ผิดหรือว่าจิตส่วนประกอบที่มันจะเกิดอยู่ใดๆก็ตามมึงทำมาวิจัยความภาคภูมิตั้งใจอยู่กระทำแล้วเราก็จะได้ส่วนดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ต้องตามหลักตามอะไรขึ้นไปเสมอคือคำว่าอัศจรรย์โตคือคำอาจจะสติประชานิหรือว่าปัสสะติเสมือนกันคือคำว่าปัจจัยเราก็จะต้องรู้การรู้ยาวรู้สั้นเหมือนกันรับฟังว่าอันตราย ตรวจรางวัลลอตเตอรี่ให้รู้ความเปรียบเทียบจะบอกว่ายาวกี่ครั้งหรือรับสังสรรค์จะเข้าหรือออกตลอดเวลาเราเริ่มต้นตั้งแต่ลมหายใจเข้าลมหายใจออกทำให้สอนให้รู้มันเป็นต้นแล้วลมเข้าตั้งให้รู้สั้นๆถ้าเราใช้การจะจดจ่ออยู่ที่ลมหายใจอารมณ์หายใจเป็นเครื่องหมายก็รู้ตามลมหายใจถ้าเราไม่ใช้ลมหายใจเป็นเครื่องหมายแล้วก็รู้ความแตกต่างในอะไรก็ตามที่เรียกว่าธรรมะวิจัยเกิดรู้ทั่วถึงเกิดปัญญามันเองมีข้อติด 2 สูงไปกว่านั้นเราก็จะต้องเข้าใจว่าเราจะพยายามฝึกหรือเราจะพยายามกระทำการประชุมหรือสร้างสัพพะกายะการประชุมในลักษณะต่างๆตอนนี้เราจะประชุมจิตหรือประชุมการควบคุมก็ประชุมสภาพที่เราจะรวมๆอยู่รวมสมาชิกเราจะทำสมาธิประชุมนี่คือจะประชุมให้เกิดสมาธิปฏิบัติธรรมเวทีคือการจะทำให้รู้พร้อมให้รู้พร้อมเพราะไม่รู้พร้อมเสมอกับส่วนที่เราจะกระทำว่าเราจะหมายเอาขนาดไหนอะไรยังไงเราก็จะพยายามจะทำให้มันตรงเป้าจะติดตั้งเวทีสรรพคุณ คนตายยากด้วยความเป็นกลุ่มนี้กายเราจะให้ประชุมอยู่อย่างนี้แหละจะให้มีการนั่งอยู่ในรูปอย่างนี้นิ่งๆเราก็กำหนดทิศกายจะไม่ให้มันตัดสายจะให้มันตรงอยู่อย่างดีให้มันเบากายเบาใจอยู่ง่ายๆไม่ต้องมีอะไรดีดดิ้นวุ่นวายออกไปในกำหนดเวลาที่เราจะอยู่ขนาดนี้กลายเป็นสงบให้มันเป็นลักษณะสงบที่เรียกว่าแบบซ้ำพยายามไม่ว่าจะเป็นลมหายใจเข้าลมหายใจออกลมหายใจเข้าตลอดศึกษาว่าเราจะ รูปพร้อมเฉพาะซึ่งกายทั้งปวงไม่ว่าลมหายใจจะออกอยู่หรือลมหายใจเข้ากับสหกิจศึกษามีสิ่งผิดปกติแล้วก็จะศึกษาให้รู้สรรพยาปฏิสังข์หรือแม้แต่เราจะทำให้สงบระงับเป็นประจำทุกอย่างถ้าจะติดตามถ้าต้องพยายามกายกรรม การทำให้สงบระงับกายสังขารนี้ให้สงบระงับอยู่เป็นประจำจะทำให้สงบระงับไปได้เรื่อยๆเรารู้คำว่าสงบระงับอันนั้นความหมายเอาแค่ไหนแต่เราก็พยายามปรุงกายสังขารก็คือปรุงกันเองปรุงตายนี่แหละคือสังนี่แหละทำตัวให้มันเข้าตามที่เราหมายตามที่เรารู้เวทีตามที่เรากำหนดเวลาเวทีด้วยความรู้ตำรวจต้องไปแล้วก็ทำให้มันตรงพร้อมให้มันได้สัดส่วนที่เรากำหนดหมายเอาไว้แล้วก็ฝึกคือไปนี่เป็น 4 หมวดแรกที่จตุจักร รูปกายสังขารหมายถึงยังไงก็ต้องมีหลักต้นมีสติมีสติแล้วก็รู้ทั่วถึงแล้วก็กำหนดกายที่สงบระงับและเอาประมาณแค่ใดใช้ง่ายถ้าเอายิ่งกายหยาบๆนั่งอยู่ให้มันตรงไม่ให้ตัดสายสร้อยร่างกายจงอยู่นิ่งๆไปสงบระงับหรือจะเคลื่อนไหวเราก็จะรู้ว่าจำเป็นจะต้องเคลื่อนไหวในลักษณะอย่างนั้นอย่างนี้มีสติสัมปชัญญะรู้จะเคลื่อนไหวด้วยอาการที่สงบสงบไม่ใช่เคลื่อนไหวแบบไม่มีสติหรือเคลื่อนไหวจนเกินไม่เหมาะสมจะดูไฟให้มันเข้าทางเข้าที่ว่าลักษณะประจำพยายามการเคลื่อนไหวของกายจะเป็นยังไงถ้าไม่เป็นไปไม่มี ความจำเป็นอะไรที่เราจะต้องเคลื่อนไหวเราก็จะอยู่อย่างสงบนิ่งอยู่ในรูปตรงที่เราหมายถึงที่สุดเราจะทำอย่างนั้นนี่เราต้องการที่ 2 มี 4 ข้อสอบทั้งสองที่สองไปนั้นว่าเราจะไปรู้ถึงเศรษฐกิจหรือเวทนาแต่รู้สึกอารมณ์ดีเราก็จะต้องเรียนรู้สิเรียนรู้การเรียนรู้เข้าไปถึงกายสังขารจิตสังหาร เราจะทำในบทศึกษาว่าด้วยการรู้พร้อมเฉพาะซึ่งจิตติไม่ว่าลมหายใจออกลมหายใจเข้าอยู่นี่แหละเราจะรู้พร้อมเฉพาะเป็นยังไงอารมณ์มันเป็นยังไงเราจะรู้เวทนานี้รู้สึกอย่างนี้อารมณ์เป็นอย่างนี้แหละเราจะทำให้จิตใจของเราเกิดปิติอยู่มันต่างกันยังไงแล้วก็จะต้องมีประชากรทั้งนั้นจะต้องรู้ทั่วถึงทั้งนั้นเกิดปัญญาให้เข้าใจแล้วก็กระทำเป็นกุฏิบ้างอะไรจะเรียนรู้ให้ทำเป็นปิติบ้างมันเป็นสุข แล้วกูต้องเข้าใจความหมายแล้วกูต้องเข้าใจอารมณ์หรืออาการของจิตสุขภาพเวที เราจะรู้ในจิตสังขารทั้งหลายแล้วก็ข้อที่ 4 ของเกษตรกรรมที่ 2 หรือข้อ 18 กษัตริย์สังขยาจิตตสังขารรักปฏิสังขรณ์จิตตังสังฆังสติหรือปฏิสนธิภายในบทศึกษาว่าเราจะทำให้จิตสังขารนี้สงบสงัดขนาดไหนเหมือนกันและกับกายแต่ว่าจิตนี้มันก็จะเรียนอีกกายให้มันนิ่งๆมันก็ง่ายๆแล้ว ผิดที่จะให้นิ่งนี่มันหลายเรื่องนักมันไม่นิ่งเพราะอะไรอารมณ์อะไรเราจะต้องมีปัญญาเข้าไปรู้ให้รู้ทั่วถึงมีประชาชนจิตใจเป็นสิ่งต่างๆเอามาระงับมาแค่ปิติระงับมันได้แค่สุขอะไรต่างๆเราก็จะต้องรู้รายละเอียดทั้งหมดแล้วก็เท่าที่รู้เราก็จะต้องเข้าใจในจุดมุ่งหมายที่จะทำให้มันสงบระงับให้มันปล่อยให้มันปล่อยให้มันจางให้มันคลายให้มันไปสู่โลกเท่าที่เราหมายต้องเข้าใจในเนื้อหาของนิโรธที่เป็นบั้นปลายแต่ตอนแรกนี้เราก็ต้องพยายามเข้าใจในสวรรค์แล้วก็ทำพิธีทำศพจะมี ชานมศึกษาไปต่อไปอีกกิจกรรมเวทีที่เที่ยวจะรู้เพราะเฉพาะซึ่งจิตต้องไปอีกให้ชัดๆเวทีถัดจากกิจการมีสิ่งผิดปกติหรือจิตเป็นสังเวชนีติดสติปัญญาจะเรียนรู้พร้อมเฉพาะซึ่งไม่ว่าลมหายใจออกหรือลมหายใจเข้าจะเป็นจากจุดต่างๆที่ 3 ข้อที่กล่าวข้อที่สุดเราก็จะเรียนรู้กับคิดประมาททุกอย่างก็คือการ ปราโมทย์ยินดีติดที่ร่าเริงเบิกบานแช่มชื่นยินดีอาทิตย์ยินดีมากรู้มากจะรู้ว่ายินดียินดีอย่างยิ่งมากจริงๆไม่ใช่มาในอภิธรรมพูดแปลว่าอย่างยิ่งเข้าใจผิดที่ยินดีอย่างสูงยิ่งมันยินดีที่มันเบิกบานแช่มชื่นปราโมทย์อยู่นี่แต่ถ้าจะบอกว่าสูงก็สูงสูงยิ่งเป็นจุดที่ดินดีอย่างได้ขนาดยังได้สมส่วนทำให้พอเหมาะพอเจาะให้รู้สึกชัดชัดเป็นลักษณะของอภิสิทธิ์เมื่อเราเห็นพอเหมาะ ล้มแล้วเป็นสระอุจจาระจิตตังก็เป็นอนุตรสุดทางคือเป็นจิตที่ดีเยี่ยมขนาดนี้อนุตราดีกว่านี้ไม่มีอีกก็ให้รู้หรือว่ารู้กำหนดหมายว่าดีแล้วเราทำได้ขนาดที่ยังไม่ดีเป็นสระอุจจาระจิตตังแล้วก็พยายามเพิ่มขึ้นให้มันดียิ่งขึ้นให้มันได้เป็นจุดที่เข้าท่าเข้าทางในขณะนี้เรารักษาอารมณ์ให้เป็นแชมพูทานอยู่ปราโมทย์มีสุขในระดับพวกนี้ไม่มีอุเบกขาต้องไปว่าขณะนี้เป็นอาชีพประมงพยายามขนาดอุเบกขาเพื่อชีวิตฐานะที่มันก็ร่าเริงเบิกบานดีพอสมควรถ้ายิ่งไปถึงกรุงเทพฯ ยอดพุทธซ้อนลงไปอีกว่าเฉยเฉยประเภทที่เรียกว่ามีอารมณ์ก็ได้หรือว่าไม่ใช่เฉยๆอย่างประเภทที่มีอารมณ์บ้างแต่เราก็เข้าใจว่าเราเองเรามีวิจารณญาณมีการปล่อยเครื่องรีโมทจะยังติดตังค์มันไปข้อที่ 12 ข้อที่ 11 นั้นก็ทำให้ตั้งมั่นสมาธิทำให้ช่างมันจะมาแต่ห้ามติดตามอัตลักษณ์ที่ 11 สมาชิกข้อที่ 12 พอจะยังติดตั้งสถานี 70 ปีหรือปฏิจจะยังคิดตังค์เหมือนกันเราจะต้องรู้อารมณ์ของจิตที่มันเปลืองปล่อยแม้เราเองจะมีความเบิกบานร่าเริงขนาดนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะติดติดไม่ได้เราจะต้องมีความรู้มีความเข้าใจว่าต้องรู้จักก็พึ่งปล่อยไม่ได้เสพแล้วติดมีภาษามันบอกอย่างนี้นะภาษามันกำหนดบอกแล้วเราก็จะต้องรู้อารมณ์จิตจริงๆด้วยแล้วก็ทำความมั่นหมายความเข้าใจกำหนดให้จิตของเรารู้ว่าอย่างนี้มันไม่ใช่ของหน้าติดหน้าคุณเชยอะไรจึงชมจึงเกิดพึงประสงค์อะไรเราฝึกให้ เป็นได้แล้วแม้มันจะไม่ได้แล้วก็ไม่เป็นไรถึงแม้จะได้อีกแล้วก็ไม่เป็นไรเราเพิ่งทำได้ทุกอย่างเป็นไปได้ทุกอย่างแล้วก็ไม่ผิดทุกอย่างแล้วก็พึงอยู่กับอาการอยู่กับเวลาใดก็ได้อยู่กับสถานะใดก็ได้อยู่กับบุคคลใดๆเราก็อยู่ได้ทั้งการฝึกจิตนี้ก็คือฝึกจิตให้มันเป็นสิทธิ์ที่จะสามารถอยู่ที่ใดๆยังไงยังไงก็ได้ทั้งสิ้นไม่ได้เป็นจุดจุดไปกะที่ 3 ที่มีจิตกับปฏิจจสมุปบาทจะยังติดตามมีสมาชิกต่างๆ 4 ข้อมีข้อสุดท้ายก็สุดท้าย รู้จักอนิจจังรู้จักวิราคะรู้จักนิโรธและรู้จักปัจฉิมหลักข้อที่ 13 มิถุนายนเราจะศึกษาเราจะทำในบทศึกษาว่าเราจะเป็นผู้ตามรู้ตามเห็นตามรู้เห็นอยู่ในอนิจจังเป็นประจำตามรู้เห็นอยู่แต่อนิจจังเป็นประจำและเรื่องของอนิจจังนี่เราก็จะต้องเข้าใจซับซ้อนลงไปให้ลึกซึ้งสันดานโรคซึมๆง่ายๆว่าความไม่เที่ยงของทุกสิ่งทุกอย่างในวัตถุวางในบุคคล กิริยาอะไรบ้างมันก็ไม่เที่ยงแล้วเราจะเกิดไม่เที่ยงเกิดอารมณ์จิตที่เกิดอนิจจังอนิจจสัญญาเนี่ยการจะเกิดอายุจากสัญญาคือจิตของเรานี่สัญญาคือจิตจิตมันเป็นอย่างนี้แล้วมันเกิดอาการอย่างที่เราหมายมันเกิดทุกจุดดาวมันเกิดอนิจจังไม่ใช่จิตจะเห็นอนิจจังอยู่นอกตัวนั้นคนนี้ว่าจะมาก็ไม่มานะมีอะไรก็ไม่เที่ยงอะไรงี้แค่นั้นมันเรื่องอื่นๆฉันเขินมันไม่ใช่อนิจจังอนิจจังอันนี้จากสัญญาไม่ใช่อันนี้จากสัญญานั้นก็คือการจุดที่เราเห็นว่ามันไม่เที่ยงแต่ก่อนที่เราเคยหลงโลกในส่วนของถาวร นึกว่าเป็นของแท้ของจริงของเทียมเราเห็นรถโล่งโลกียะรถนี้เป็นของแท้เป็นของเที่ยงเป็นของที่จะต้องได้ต้องมีต้องเป็นแต่เราก็เกิดปัญญาเป็นสมาธิถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าได้หรอกเป็นสิ่งที่มันไม่ถาวรเห็นแล้วว่าไม่ถาวรกว่าถ้าเราทำจิตให้ไม่อยากไม่ติดไม่มีปัญหา 70 คิดว่าจิตไม่มีจิตที่จะต้องไปเสพสมสุข 2 ประเดี๋ยวได้ประเดี๋ยวนี้เป็นวนเวียนอยู่นั่นแล้วไม่รู้จักแล้วสักทีนึงไม่เที่ยงไม่แน่ไม่นิ่งเพราะจิตของเราศูนย์สิริกิตก็ระวังอยู่ไม่ต้องไปเสพติดอันนี้เที่ยงกว่า เลี้ยวขวาหน้าถาวรกว่าง่ายกว่าอีกนี่เป็นเกิดปัญญาเกิดจิตเกิดเห็นจริงๆแล้วลดหน่อยคลายเส้นเลิกอารมณ์ลูกๆแบบนั้นนี่เป็นจิตที่เห็นเห็นตัวอนิจจังหรือว่าเกิดอนิจจังเห็นความแท้แพ้กว่าอันนี้แพ้กว่าเที่ยงกว่ามันเข้าใจแต่กับอารมณ์เก่าอารมณ์แต่ก่อนนี้มันก็ปรารถนาจะต้องมีให้เป็นให้ได้อย่างโลกๆด้วยเพราะว่าเกิดอะไรรู้จักสัญญาแล้วก็กำหนดหมายจับกันควรกระแสกับที่เป็นอยู่อย่างโลกิยะไปก่อนมาเป็นโลกุตระมีเป็นสมาชิก ผู้ใดเกิดอาณาจักรอนิจจังอันนี้ผู้ใดเกิดเห็นจริงเข้าใจจริงคุณนั้นเราเกิดสัมมาทิฏฐิคนมิจฉาทิฐิข้อแรกในกายเวทนาจิตธรรมไม่รู้ในความประชุมต่างๆนี่มันไม่แน่นอนเลยรู้ในเวทนาความรู้สึกเรารับสิทธิ์รับทุกข์ก็ไม่เที่ยงไม่แน่นอนสักทีมันอย่าไปมัวแต่วุ่นวายอยู่กับไอ้โลกนๆอยู่แต่สุขเลยเห็นว่ามันเป็นความที่ไม่ถาวรไม่เที่ยงแท้ถ้าเราจะมาหลงในเวทนาสุขเวทนาทุกข์อยู่อย่างนี้อยู่เฉยๆดีกว่าอุเบกขาเวทนาดีกว่านี่มันเกิดผิดและเกิดจิตกำหนดหมายเห็นในความเคลื่อนที่เสี่ยงกว่าเกิดเห็นสิ่งที่มันเป็นอนิจจังแม้แต่เวทนาก็ไม่น่ายึดมั่นยึดหมาย ตรวจหวยจริงๆเข้าใจโอ้เวทนาพิธีกรนี้เรามีแต่หลงหมุนเวียนสุขขเวทนาทุกขเวทนาอยู่อย่างนั้นเองตอนนี้เรามาเห็นชัดแจ้งแล้วว่าไม่ต้องมีสุขกับเวทนาทุกขเวทนาใดๆแล้วเราไม่ต้องไปหาอารมณ์นี้ไม่ต้องไปแสวงอีกจิตมันจะเกิดอนิจจาลูกปัดสีมันจะเกิดอันนี้จากสัญญานี่ก็เป็นอนิจจังหรืออนิจจาที่เราจะต้องมีความรู้และเราก็เห็นจิตของเราเองตามรู้ตามเห็นว่าจิตของเราเกิดอันนี้จะเป็นยาจริงหรือเปล่าถ้าเราตามเห็นจิตของเราได้เห็นชัดเจนและจิตของเราเข้าใจอย่างนี้แล้วมันก็เห็นจริงๆไม่ใช่ปากพูดไม่ได้ฟังคนอื่นกล่าวไม่ใช่คนอื่น เหล้าไม่กินเรามีความเห็นอย่างนี้จริงๆเลยนะเกิดเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณประยุทธ์ย้อนดูว่าสิ่งที่เราเห็นเอาอย่างนี้ดีกว่าอย่างโน้นไม่เอามันไม่เที่ยงแล้วมันไม่เข้าท่าแล้วคุณก็ตามเห็นอนุบาลเห็นจิตของเราคนตรวจสอบตรวจสอบตามสอบเห็นของเราตอนนั้นมันเกิดผิดอย่างนี้เดี๋ยวนี้มันก็ยังเกิดอยู่ด้วยเดี๋ยวนี้มันเกิดจากใหม่อีกแล้วเกิดเป็นอนิจจังอีกแล้วแต่ก่อนนี้เคยเห็นอนิจจังจะเป็นอย่างอื่นไปแล้วหรือว่ายังเที่ยงอยู่ยังเห็นจิตใจของเราว่ายังเป็นนิยตในทางที่เห็นว่าควรเป็นโรคอุจจาระอย่างนี้แหละไม่ควรไปหรอกทางโลกอย่างนู้นแต่หมดวุ่นวายเสพสุขกับเวทนาทุกขเวทนาวนเวียนไม่รู้จักจบปีนี้มันไม่ไหว มันแม่นแล้วไม่รู้แล้วมันไม่มันไม่แน่มันไม่แท้มันวุ่นวายบางทีแกบอกว่าเสพสุขมันก็ไม่ได้สุกถึงที่สักทีหรือบางทีก็นานๆได้สุขถึงพี่ทีนึงคราวนี้ได้สุขไม่ถึงที่มันไม่เห็นมันจริงมันจำไม่เห็นมันเที่ยงมันแท้ไม่เห็นมันแน่มันนอนอะไรมันมีแต่ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเห็นแต่ความลำบากลำบนจิตจะเข้าใจถึงเวทนาที่เราเองเราก็จะมัวแต่คบกันล้มสร้างสมอยู่อย่างเงี้ยจะเข้าใจผิดของเราถ้าเกิดว่าเราเห็นอย่างนี้มันปล่อยมันตายมันคลายมันหันคิดเข้ามาหาทางทำเป็นจิตที่ดีขึ้นแล้วลูกค้าขาย ภูผาที่ถูกๆก็ดีสักการะที่สุดก็ดีอัตตานุทิฏฐิสุดก็ดีไล่ขึ้นไปอันแรกมิจฉาทิฏฐิก็คือเห็นในอนิจจังเพลงในสภาพต่างๆตั้งแต่เสียงตั้งแต่รูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะและแม้แต่เศรษฐกิจมโนเห็นไปหมดว่ามันไม่เที่ยงเลยมันไม่แพ้เลยเห็นในสภาพที่เห็นในสภาพมโนไม่เห็นในสภาพสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายเห็นในสภาพวิญญาณของตาวิญญาณของโหวิญญาณของจมูกวิญญาณของลิงวิญญาณของกายวิญญาณของจิตเองมโนวิญญาณเองมันไม่เกี่ยงถ้าเราจะไปไล่ตามไอ้พวกเศษพวกนี้ไม่ว่าจะสุขเพราะได้ลูกสุขเพราะได้รถไปกินได้ สัมผัสมาเป็นวิญญาณทางใจมาเป็นทางจากกลุ่มวิญญาณโสตวิญญาณขณะวิญญาณอยู่หาวิญญาณหรือว่ากายะวิญญาณเป็นมโนวิญญาณอะไรก็ตามแล้วแต่ปลุกเสกทุกเรื่องก็อยู่อย่างนี้มันไม่เที่ยงมันไม่น่าชื่นชมไม่มีหน้าจะไปส่งแล้วเราก็มาหาอุบายโดยวิธีปฏิบัติตัวลดละความผิดผิดตรงนี้เพราะความเห็นเกิดถ้าคุณเริ่มต้นเห็นทุกข์ในศักยภาพเห็นทุกข์ในการที่จะมีตัวตนของลูกตัวตนของรถตัวตนของกลุ่มตัวตนของเสียงตัวตนของสัมผัสตัวตนของจิตในจิตขุนแผนเป็นสัปดาห์เห็นแท้ คุณก็เห็นว่าไอ้ตัวตนอย่างนี้แหละเราจะต้องหารถที่มาให้ได้อย่างนี้หารูปอย่างนี้ไม่สมใจเนี่ยแล้วก็จะเสวยว่าเป็นสุขสมเป็นสุขเวทนานี่แหละเป็นอัตตาแท้ๆหรือว่าเป็นตัวตนสักกายะตัวตนใหญ่แต่กายะก็คืออัตราใหญ่ๆนั่นเองเราจะต้องได้รูปอย่างนี้ล่ะมีรูปแบบมีกายะความประชุมอย่างหยาบๆถ้าคุณเห็นอย่างนี้ว่ามันเป็นทุกข์ไม่น่าที่จะไปแสวงหาอีกเหตุจิตของเรามันยังไปหลงใหลจิตของเราอาจจะเข้าใจได้แล้วนี่ฟังอาจจะรู้พอรู้เข้าใจดีอยากจะมีจิตที่ยังคุ้นเคยเสพติดอยู่เราก็ต้องมาพยายามบำเพ็ญเหตุผลปรับปรุงทำให้มากทำให้มากอายุ พิจารณาเรื่องวิปัสสนาสัมผัสมันเมื่อใดก็ให้รู้ตัดหน่ายคลายแม้อยู่เวลาใดก็ไม่ให้มันจะได้อาวรณ์อาลัยไม่ให้มันจะได้ไปวุ่นวายไม่ให้มันไปเสพสมไม่ให้เป็นเมียขุนไม่ใช่จะคอยแสวงหาไม่ได้อย่างนี้ก็จะต้องได้ค่านู้นค่านี้อยู่ถ้าไม่ได้โดยตรงก็จะได้โดยอ้อมได้ไม่ได้ก็มานั่งแอบเอานึกถึงอดีตเอาแต่อยู่ก็ไม่เอามันจะเป็นเมียสุนันท์อย่างละเอียดถึงขนาดนี้โยกเสร็จก็ไม่เอาไม่อยากเสพไม่หามาสมสู่ทุกประตูถามว่าสมสู่คำว่าเสกคำนี้เป็นเรื่องของจิตแล้วไม่ใช่เรื่องหยาบคายต่ำๆซึ่งๆไม่ใช่ไม่ใช่มีศูนย์แค่คนสมสู่คนมีอวัยวะเกี่ยวข้องกันมีร่างกาย อวัยวะไม่ใช่เป็นแต่เพียงเรื่องของจิตยังคอยที่จะทำตั้งแต่หยาบเมถุนหยาบที่จะคอยนวดฟันอยากจะคอยฟังเสียงหัวเราะยังจะคอยตบเนตรสบตาเอาหรือว่ายังจะลงอยู่ในเสียงในพูดอะไรแอบข้างผงข้างฝาฟังหรือว่ายังจะไประลึกอดีตมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสใดๆเราก็ไม่ยึดเป็นอัตราและไม่ยึดเป็นอักษรเหล่านั้นออกจริงๆรอรถกลับ ยาเหล่านี้ได้เสมอเสมอนั่นแหละและคือเราทำทุกอย่างคลายลงไปเรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆจนสุดท้ายเราหมดแล้วล้างอัตรานี้ได้หมดร้านสิ่งที่หลงว่าเป็นสุขเสพสมไปหมดเกิดอนัตตานึกว่าหมดเลยเป็นอนัตตาหรืออัตตานุทิฏฐิบริบูรณ์เกิดแจ้งเกิดเห็นในอัตราอดเลยอัตราลูกไม่เหลือตามรู้ตามแล้วก็ทำอนัตตาให้แจ้งความอนัตตาให้เกิดคือรถของโลกนี้สูญหายใจเป็นบริบูรณ์ได้เราจะต้องมี พระกริ่งฟังภาษาไปแล้วก็พยายามไปตรวจได้ไปตรวจสอบจะสอบผ่านทุกสภาพต่างๆที่เราได้มีอยู่แล้วเราได้ฝึกเขียนว่ามีหรือเปล่าเนี่ยฟุตบอลอนิจจาแล้วก็เลยอธิบายไปจนกระทั่งถึงที่จริงต่อไปมันมีราคาแล้วก็มีนิโรธมันมีลักษณะเหมือนกันถ้าเราปฏิบัติไม่เป็นผู้ที่คนมิจฉาทิฐิแล้วโดยการแจ้งอนิจจังแล้วก็ไอ้คนจัดการในการแจ้งความเป็นอนัตตามันก็เท่ากันกับเรา ต่อๆไปของอานาปานสติข้อที่ 13 14 18 สิงหาคมว่าเราจะเป็นผู้ทำความรู้ตามเห็นความจางคลายอยู่เป็นประจำทุกสิ่งของเรามันจะจางคลายออกในบทศึกษาหรือว่าในการปฏิบัติดีแล้วรู้ในอัตรารู้ในรูปลบขีดจำกัดรู้ในสิ่งที่เราหลงยึดหลงผิดเป็นอัตราเป็นสิ่งพิเศษหรือเป็นศักยะก็ตามและเราก็ล้างออกล้างออกจนกระทั่งเรือเล็กๆน้อยๆกับกายก็คืออัตราใหญ่อัตราสุดท้ายของเรา เข้าใจความหมายก็ไม่ได้ชัดมันประชุมใหญ่ๆนั่นแหละเป็นสัปดาห์ละมันเหลือน้อยเข้าน้อยเข้าไปอยู่พิจิตรในจิตของเรานี่แหละเป็นอัตตาอยู่จะเป็นรถอย่างไรก็ตามแต่รถก็จะหยาบหยาบไปจนกระทั่งถึงตามรถถึงเขาพยาบาลแม้กระทั่งเข้าไปถึงการเบียดเบียนใดๆหรือในนิวรณ์นี่แหละเป็นรถเมื่อเราเองเราไม่วุ่นวายในเรื่องการรถทั้ง 5 ตาหูจมูกลิ้นกายแล้วมันก็มีอัตราใหม่มีอัตราในภาวะปัญหามีอาการเป็นเรื่องใหญ่ฟุ้งซ่านฟุ้งซ่านออกไปเป็นกลุ่มอะไรต่ออะไรเป็นราคา ต่างมีได้หรือว่าเป็นพยาบาทต่างๆนี้ได้มันจะเป็นปัญหาได้นั่งแก้แค้นก็ทางจิตได้นั่งเสพกามในทางจิตเอาแต่สิ่งที่เราไปนั่งใคร่ครวญเสร็จสมสุขอย่างนี้มันก็เป็นเรื่องฟุ้งซ่านฟุ้งซ่านต่างกิเลสได้เหมือนกันลดลงไม่มีได้ก็เรียกว่าดีเมื่อเราไม่มีเราก็รู้ส่วนใดหรืออะไรอย่างนี้นะมีพระก็เป็นจิตเนี่ยเป็นเพราะว่าตัณหาเหตุผลในจุดที่เราเอาไปเก็บความลับความลับความลับในอนาคต นิโรธารามปัดสีข้อที่ 15 โลตัสศรีนครินทร์ศึกษามีประสิทธิภาพตามรู้ตามเห็นถึงความดับไม่เหลือเราต้องศึกษาในบทที่ว่าแล้วตามรู้จริงๆจิตของเรามันอ่อนสิ่งนี้เป็นนิวรณ์ทั้งหลายดับไม่เหลือและน้อยจิตของเรามีสติสัมปชัญญะมีความบริสุทธิ์ประภัสสรอยู่ที่จิตรู้แม้กระทั่งย้อนไปทบทวนไปแล้วก็รู้ว่าจิตของเราไม่มีไม่มีนิวรณ์ใดๆทบทวนย้อนอดีตไปก็รู้เดี๋ยวนี้เราก็มีอดีตแล้วก็ไม่มีเมื่อใดเมื่อใดวันนี้วันนี้หลายวันกินแล้วอาทิตย์ที่แล้วชวนไปเราก็จะเกิด แน่ใจเห็นความเกิดดับต้องคิดว่ามันดับแล้วก็ดับส่วนที่ไม่มีอารมณ์อย่างนี้ส่วนที่ไม่มีรสชาติอย่างนี้ไม่เป็นอัตตาอย่างนี้มันดับได้ก็ดับเป็นนิโรธารามคุณตามเข้าไปรู้เข้าไปเห็นจริงๆนะเข้าใจผิดของเราเป็นจริงๆไม่ใช่ว่าเราฟังจากภาษาเพื่ออธิบายไปเนี่ยอธิบายไปมากมายที่เป็นด่านถ้าเราฟังไปจำได้แล้วก็จะเป็นปริยัติต้องรอทำภาษาทำจำหลักจำวิชาการกันที่จะดีได้มากคำพูดคำสอนมากคุณถ้าคุณไปเพิ่มเติมตกแต่งเป็นประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาอีกผสมกระแสก็เป็นบัญญัติข้อมูล หารูปหลักเข้าแล้วก็เอาไปผสมกับสีเป็นนักแต่งผสมก็เป็นบัญญัติต้องรอแล้วก็เอาไปสาธยายเอาไปสวดไปแสดงมากๆก็เป็นทายาทพระครูโลแล้วก็เราก็ยิ่งการปกครองกองไว้ยิ่งเชี่ยวชาญยิ่งเป็นนักคิดเลยได้แต่พวกเกือบพวกนี้ก็เ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน