210908-56 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ตอน56-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ014.txt

โฟลเดอร์2521 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ทวช. (59 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์175 KB
วันที่แก้ไข14 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 8 กันยายนพุทธศักราช 2521 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นะโมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำวัดมีทำแล้วแล้วก็อีกทีเป็นปกติผู้ใดมีปกติผู้นั้นก็เป็นปกติเรามีชีวิตแห่งวันคืนก็ผ่านไปเกิดขึ้นตั้งอยู่ก็ดับไปตามความเป็นธรรมดาทำความเป็นปกติผู้มีปกติก็หมายความว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ไม่สงสัยไม่ ใช้อะไรในความปกติความหมุนเวียนในกลางวันก็มีกลางวันมีกลางคืนก็มีกลางคืนย่อมรู้กลางวันเป็นกลางวันอย่างรู้กลางคืนเป็นกลางคืนพยายามรู้ในกลางวันนั้นมีเหตุการณ์ใดเกิดอะไรจะเกิดอยู่ในเหตุการณ์ที่ควรเกิดอะไรควรผ่านไปเพื่ออะไรควรตั้งอยู่รู้สิ่งนั้นควรทำให้ตั้งอยู่แม้เราจะมีสิทธิ์มีวิญญาณเราก็มีจิตมีวิญญาณที่มีความรู้ในจิตวิญญาณที่รู้ความควรมีปัญญาตัดสินเป็นยาจัดการกระทำสิ่งที่ดีที่สุดสุดท้ายแห่งสุด ต้องเข้าใจว่าเราควรจะทำอะไรควรจะทรงอยู่อย่างไรอะไรควรจะดีกว่าอะไรเข้าใจหมดตอนนี้ควรจะทำงานก็ทำงานตัวตอนนี้ควรจะเรียนก็เรียนตอนนี้ควรจะพักก็พักตอนนี้ควรจะนอนก็นอนตอนนี้ควรจะทำนั่นตอนนี้ควรจะทำนี่ควรจะมีบทบาทควรจะมีอะไรดีถ้าเป็นพระอรหันต์แล้วเป็นผู้มีปกติเป็นผู้มีธรรมดาถ้าจะรู้ความควรท่านดีดีทั้งนั้นแหละตอนนี้ควรจะอยู่ไปอยู่ตอนนี้ควรจะทำงานก็ทำงานตอนนี้ควรจะตายจะตายตายก็ดีแต่ตอนนี้ควร เหตุการณ์มันเหมาะสมคอยมันลงตัวแล้วมันก็เจ็บก็เจ็บที่จริงในการเจ็บมันก็ไม่สมควรทั้งนั้นแหละมันก็รู้ว่ามันเป็นมันเป็นสภาพที่เราว่ามันไม่ไม่ไม่บริบูรณ์แต่เมื่อเวลาท่านรู้แล้วว่าเหตุปัจจัยมันเป็นอย่างนี้ก็เจ็บแล้วก็ควรแล้วเราก็ควรจะทำยังไงก็เลยวางที่เจ็บนี้กว่าจะจัดการพอสมควรควรจะหักอดทนหรือว่าควรจะเอาอยู่กับยาใส่หรือว่าควรจะทำอะไรถ้าเราจะพิจารณาตามที่ท่านเห็นควรอีกแล้วก็จัดแจงจิตก็ปล่อยธรรมดาธรรมดาด้วยไปแม้แต่จะทำ

อ่านต่อ

อะไรอยู่ท่านก็เห็น ว่าจะมานั่งเก็บนั่งตายเลยแม้แต่วันเวลาที่ว่าเวลานี้ทำวันนี้ดีดีมันก็มีวาระของมันแล้วก็มีวาระที่จะเป็นไปมีวาระที่จะพอสมควรมีวาระที่จะจบแล้วมันจบวาระนี้วาระนี้ก็ผ่านไปแล้วก็ทำประโยชน์ให้ได้ทุกวาระวาระแห่งกาละคือวาระนี้ทำอย่างนี้ก็เป็นการขณะนี้มันเป็นธรรมสวนะกาโลอะยัมภะทันตาเป็นเวลาที่ฟังธรรมเป็นการรักการรวมกาลธรรมะสวนะฟังธรรมะสวนะกาลีเป็นกาละแห่งการ เดี๋ยวนี้แหละขยำตาเห็นทันทีทันใดเนี่ยขยำพระทันตาก็เป็นกาละเทศะฟังธรรมจากพระอรหันต์ก็ฉันจะรู้กาละยังอยู่กับหมู่กับกลุ่มมีไอ้โน่นไอ้มีอะไรท่านก็เข้าใจว่าร้านนี้ที่จะต้องทำนั้นวาระนี้จะเป็นนั่นเป็นนี่เป็นโน่นเป็นนี่เป็นไปตามที่เห็นดีเห็นควรแล้วแล้วก็จะทำไปเรื่อยๆมีแต่บทบาทแห่งกรรมคือการกระทำหรือการงานโรงพยาบาลแห่งกรรมที่เป็นกุศลท่านก็ใช้ปัญญาว่าท่านร่วมคิดร่วมอะไรคนขัดบ้างก็ขัดขัดแล้วเป็นไปได้ก็เป็นเป็นไปไม่ได้ก็รู้ถึงที่สุดแล้วก็ตกลงที่สุดเป็นอย่างนั้นก็เป็นไปตามที่สุดนั้นสบายหลายเรื่องไป ทุกอย่างจึงมีแต่ความไหลเลื่อนจุดจุดจุดจุดเป็นเทวดาก็เป็นจะติดที่เป็นพระอรหันต์อยู่ก็เป็นพระอรหันต์อยู่มีแต่จุติคือเลื่อนไปเลื่อนไปเราจะเข้าใจผิดที่มันเลื่อนไปรู้อุบัติและจุติรู้การเกิดและการเลื่อนไปเพราะว่าจุดสีนี้ก็แปลในเดือนหนึ่งก็แปลว่าดับจริงๆยุติไม่ได้แปลว่าดับได้ทีเดียวคือเกมแปลว่าเพื่อนไปแต่พร้อมกันนั้นถ้าเราจะแปลว่าดาบเราก็แปลเอาตัวความรู้คือตัวอย่างงานมันรู้มันเกิดญาณเห็นความดับแห่งกิเลสดับไฟ ความเกิดแห่งกิเลสเกิดอยู่และความดับแห่งกิเลสดับไปก็รู้ความดับไปแต่ทีนี้ถ้าเผื่อว่าอาจารย์จะรู้จิตจิตมันก็มีแต่จิตที่รู้ตัวเกิดแล้วก็ตัวตั้งอยู่แล้วก็ตัวดับไปให้จิตใจเธอก็รู้จิตที่ตัวดับไปตัวไหนดับลงแล้วรู้เรื่องแล้วทำงานแล้วมันก็ดับเป็นธรรมดาเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปจนเป็นลักษณะของไตรลักษณ์แต่ตัวไหนที่มันจะเกิดมาใหม่ท่านก็รู้มาใหม่ไอ้ตัวที่เกิดใหม่ก็คือตัวสืบเนื่องตัวเลื่อนไปเลื่อนไปจุดแล้วก็ติดดับแล้วก็ติดตัวแล้วก็ติดตามที่มันจะต้องยังมีจิตเกิดอยู่ในรูปนามขันธ์ 5 นี้มีจิตจิตมันก็จะต้องเกิด ฉันเชื่อในการที่จะสืบต่อนั้นมีอยู่หรือไม่พระอรหันต์มันจะรู้ถ้ามีเชื้อสืบต่ออยู่เท่ากับพยายามดับมันพระอรหันต์ฉันรู้ว่ามันมีแต่พระอรหันต์นั่นน่ะท่านรู้แล้วว่ามันไม่มีมันเป็นเพราะอาหารบริบูรณ์ขณะใดที่เรารู้ว่าสิ่งใดเป็นเชื้อและเราก็ดับเชื้อนั้นได้จิตที่ประดับได้กับเด็กขาดดับอย่างแน่ใจมั่นใจพอดับแล้วมันก็ไม่มีอะไรต่อเนื่องถ้าไม่มีอะไรต่อเนื่องก็มาช่วยระยะหนึ่งก็เป็นอรหันต์ชั่วระยะหนึ่งหมายความว่าแน่นอนไม่เรียนกลับ งั้นเบิกความแน่ใจของเราเนี่ยเราแน่ใจว่ามันไม่เวียนปรับอีกจุดที่แน่ใจเกิดนั่นแหละเป็นอรหันต์ไม่แน่ใจแน่ใจจริงๆว่าทีนี้ไม่เกิดอีกละแต่ถ้าเผื่อว่าขณะแน่ใจแน่ใจไปแน่ใจไปแล้วก็อากาศข้างหน้ามันเกิดมาอีกมันก็เป็นอรหันต์ชั่วระยะที่มันแน่ใจแล้วมันเกิดมาก็โอ้โหเรานึกว่าเป็นจริงแล้วนะนึกว่าเป็นอรหันต์อรหันต์แล้วเป็นจิตอรหันต์แล้วมันยังอุตส่าห์เวียนเกิดจิตได้น้อยกว่าที่จะมีฤทธิ์ผีตัวนี้เกิดพกปืนขึ้นมาหน่อยนึงแต่ถ้าเป็นพระอรหันต์จริงก็ไม่มีปัญหาจะรู้ท่านจะรู้แล้ว ยังเหลือเชื้ออยู่บ้างเจ็บนิดหน่อยแต่ธนาคารมีกี่ตัวที่มันท่านเท่าที่มั่นใจไม่ได้ไม่ได้หมายความว่าแกล้งแต่มันรู้ตัวเองว่ามันมั่นใจมันเด็กแต่มันโผล่มาอีกแต่ก็ไม่พอสักทีหรอกนานๆจริงๆในความมั่นใจก็มีฤทธิ์มีนานแล้วมันก็โผล่มาเกินกว่าที่เราจะคาดคะเนไม่ได้แกล้งไม่ได้มีเสแสร้งและท่านก็รู้ตัวและก็ดับมันอีกได้ฉันรู้การดับจะมีความดับที่เด็ดขาดมีความดับที่เด็กขาดเพราะฉะนั้นตัวอักษรตัวปริญญาเป็นตัวสุดท้ายเนี่ยพอมีมุดผิดแล้วก็เอาวิมุตติดๆตัวสุดท้ายมันจึงมีสภาพอยู่หลายลักษณะแม้สภาพอย่างที่ว่านี้ก็เป็นได้สำหรับ อรหันต์มนุษย์แล้วก็ยังอุตส่าห์ไม่วิมุติแล้วก็ยังอุตส่าห์มีแถมอะไรก็แล้วแต่ซ้ำซากกันเหลือเกินไม่มีตัวที่สุดสักทีนึงเพราะเอาไปหมดแล้วให้ทำยังไงเอาวิมุติแล้วก็ทำให้มันวิมุตตินี้แหละทีนี้ก็พูดว่าทีเด็ดขาดเป็นสมุดเขตถึงแม้จะมีจอนมาอย่างนั้นโดยที่มันไม่ได้เจตนาหมดเจตนาแล้วแล้วก็มั่นใจแล้วด้วยมันก็เป็นเชื้อที่เหลือเรียกว่ามันเป็นส่วนที่เรียกว่ามันยังที่เราจะบันทึกนิสัยสุดที่เราจะกำหนดกฎเกณฑ์หรือว่าไปทำอะไรมันได้อีกแล้วก็เจตนาก็ไม่ได้เจตนาให้มันเป็นแต่มันก็เป็น สูทวิบากเกิดมาพระอรหันต์เองก็จะรู้เท่าทันแล้วก็จัดการดับไปอีกนี่ก็เป็นจิตเรียกว่าจิตผีหลอกหรือว่าจิตๆผุดเกิดเองมีอยู่ในและก็สามารถที่จะดับได้ก็ไม่ใช่ผิดที่จะไปทำความเสื่อมความเสียอะไรหรอกแต่เราเองนั่นแหละมีรอยสำหรับพระอรหันต์นั้นก็เรียกว่ายังมีรอยอยู่มีอำนาจเล็กน้อยเขาเรียกว่าเอาภาพก็มีจอนมานิดนึงก็เหมือนลมเพลมพัดอะไรเล็กน้อยก็ได้ถ้ามันบริสุทธิ์ดีจริงเป็นพระอรหันต์ที่แน่นอนเที่ยงแท้ก็ไม่มีแม้แต่ผีหลอกผีหลอกไม่ได้ ไม่มีแม้แต่โจรอย่างมีลักษณะนี้อันนี้อธิบายเสริมให้เป็นพิสดารให้ฟังสำหรับติดตัวที่มันเป็นมันจะเกิดได้เป็นได้มันต่างกันอย่างไรก็ต่างกันอย่างไรกับความหาที่เรียกว่ายังไม่เคยดับสนิทของพระอรหันต์ต่างกันอย่างไรถ้าดับถ้ายังไม่ดับสนิทของพระอาจารย์มันก็เกิดอยู่เกิดอยู่แล้วเราก็ไม่มั่นใจเป็นอนาคามีสิทธิ์เราก็รู้ว่ามันยังไม่บริบูรณ์เรายังไม่แน่ใจถึงแม้จะไม่แน่ใจอยู่ก็เป็นแปลงแน่ใจเสร็จแล้วก็เดี๋ยวมันก็ถูกปลุกขึ้นมาอยู่นั่นแหละแล้วเราแล้วเราแม้ข้างนอกจะไม่มีบทบาทจะไม่มีฤทธิ์ออกมาแล้วแต่อยู่ในจิตของเราก็รู้ เออมันยังมีอยู่หน้าเล็กน้อยเล็กน้อยอะไรเราเงียบไม่หายขาดสักทีนึงเราก็รู้ว่าจิตของเราเองยังเป็นเชื้ออยู่ยังไม่บริสุทธิ์บริบูรณ์ตัวผู้รู้จะเข้าใจเองโกหกตัวเองไม่ได้หรอกแม้ตัวที่ว่าจะแกล้งมั่นใจหรือว่าไม่แกล้งหรอกมันมั่นใจจริงๆเด็ดเดี่ยวนี้ไม่เหลือมันก็ไม่แกล้งมันก็รู้เองแล้วมันหมั้นได้จริงหรือเปล่าลูกสาวมั่นใจแทบตายแต่มันก็ยังไม่มีตั้งแต่มันก็ยังมีมาอีกอะไรเราก็จะรู้ของเราเองแต่สิ่งพวกนี้เป็น 10 ตัวที่เรียกว่าไม่มีอะไรบทบาทอะไรหนักหนากับคนอื่นแม้ตัวเองก็เป็นผู้ที่ทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากอะไรหรอกเป็นเรื่อง พระรูปเป็นจิตสุดท้ายเป็นตัวอัศวะอันอาศัยที่จะม้วนหัวม้วนหางตัวที่จะทำให้มันสูญสิ้นโดยโลกแล้วไม่มีผลอะไรโดยตนเท่านั้นจึงเรียกว่าจะเหลืออัตราโดยตัวเราเองเท่านั้นที่เราจะต้องจัดการให้มันบริสุทธิ์บริบูรณ์เป็นตัวเร่งรอบไอ้ส่วนก็คนอื่นนั้นน่ะไม่มีผลอะไรกับเราหรอกไม่มีผลอะไรเราเองเราเป็นผู้ที่มีสติสัมปชัญญะรู้ดีอยู่ว่าไอ้ตัวนี้ไม่ให้มันไปเป็นเชื้อเป็นทางเลือกเป็นที่เป็นเดชเป็นวุ่นวายอะไรไปทำร้ายทำเลวอะไรก็ไม่มีไปหาใครที่ไหนหรอกแล้วตัวเองแม้ที่จริงก็ทนได้อยู่ทนได้โดยไม่ยากไม่ลำบากอะไรหรอกแต่ก็รู้ว่ามันยังมี เหลือมันยังเป็นผู้ดีอาจจะเป็นธุลีอะไรก็แล้วแต่ธุลีไม่ได้เชิงไม่ดีหรือดีธุลีหมองธุลีเริงเป็นธุลีอิจฉาอารมณ์หรืออธิษฐานอารมณ์ก็ตามถ้าเป็นธุลีอยู่เศษเล็กเศษน้อยในความบริสุทธิ์บริบูรณ์ความเกลี้ยงสะอาดมันมีได้ทุกป่านนี้เราจะต้องรู้ในอริยสัจเราจะต้องรู้ในความเป็นจริงต่อความเป็นจริงที่เป็นสูงสุดถึงเชื้อที่จะเรียกว่าโรคเป็นทุกข์นิโรธพระหรือว่าเป็นเชื้อการดับสนิทจริงๆทุกข์นิโรธที่เราจะจัดกิจกรรมที่เราจะรู้นั่นแหละแต่ว่ากันจริงแล้วหมดทุกข์มันก็หมดทุกข์แล้วล่ะมันเป็นความทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากแล้ว แม้จะมีจิตตัวเต็มจอจนๆเลยพรุ่งนี้แล้วก็ทนได้โดยไม่ยากอะไรหรอกแต่ว่ามันยังไม่ดับสนิทสิ้นส่วนดับทุกข์นั้นดับทุกข์สนิทขึ้นแล้วแต่ตัวที่จะทำให้สะอาดบริบูรณ์จริงๆนั้นเราย่อมรู้ทั่วไปมีประมาณน้อยไม่เอาไม่ไว้ใจเราจะไม่ประมาทละทิ้งสุดท้ายของพระเจ้าที่จัดจำหน่ายและอุปกิเลสสุดท้ายก็ประมาณพระก็สุดท้ายอย่าเป็นไปด้วยความประมาทโทษภัยอันนี้ประมาณน้อยอย่างไรก็จัดการจัดการให้ดีที่สุดไม่ใช่ของขาดทุนอะไรกำไรแล้วเราก็ทำเสริมเข้าไปอย่างนี้เป็นตัวสุดท้ายถ้าผู้ใด บัตรอยู่รู้เข้าใจทิศทางแล้วก็เป็นไปเพื่อปกติธรรมดามีทิศทางสุขขะวิหารคือเป็นอยู่อย่างมีฐานรองรับไปแล้วก็ประพฤติเปลี่ยนไปเจริญขึ้นเจริญขึ้นนั่นแหละคือเราอริยะอริยะถือว่าเราเองเราเด็กฉลาดขึ้นด้วยแล้วก็ตัดอริยะนี่ก็คือผู้ที่รู้จักผู้ที่รู้จักไอ้ตัวที่จะเป็นผู้ต่อสู้คดีผู้ต่อสู้เราแปลความหมายเราพูดต่อสู้ถ้าผู้ใดรู้ตัวผู้ต่อสู้แล้วก็ปราบผู้ต่อสู้อยู่ตลอดเวลามึงรู้ผู้ต่อสู้ก็ดีแล้ว 2 กราบอยู่ก็ดียิ่งขึ้นผู้ทำอย่างนี้ได้คือผู้ฉลาด เข้าใจรู้ทิศทางที่จะกระทำให้ความเจริญเกิดขึ้นที่ตนและอะไรที่ว่านี้ก็คือตัวทำลายหรือตัวที่มันไม่ดีละเอียดลงไปหาพยัญชนะกับริรเรือเนี่ยเป็นสภาพของตัวที่หมายเอาตัวกิเลสตัวราคะราคะราคะราคะราคะนี่แหละสถาพรจะเป็นดรลักษณะกิเลสรู้ตัวเชื่อของสิ่งที่ยังเป็นไปอยู่ที่มันจะทำลายหรือว่ามันจะมา จะออกมาเป็นโรคหรือเป็นโรคโคนเป็นโรคเป็นเชื้อโรคจะออกมาเป็นโลกิยะด้วยและเป็นตัวเป็นตัวไม่ดีเป็นโรคเป็นราคะราคะโทรเรือตอนนี้เราจะต้องรู้มันให้ชัดมันเป็นตัวที่จะมาเป็นจะมาเป็นถ้ายังโสดอย่างสุดเป็นรามะระมักเป็นลมเป็นพระก็เป็นตัวเชื้อที่จะเป็นอารมณ์หรืออารมณ์ตัวภาษาลงไปตัวอักษรลงไปอีกมันก็จะมีเชื้อและจะอารมณ์เราก็ต้องพินิจ อารมณ์ตกพินิจหมายความว่าเราเอามาใช้เป็นจิตและเป็นอารมณ์จิตแต่ถ้าเป็นอารมณ์นิพพานนิพพานกันก็จะต้องประมาณให้รู้เป็นสักขีจรณะจะนิโรธเป็นนิพพานพอดีแล้วแล้วเราก็มีฤทธิ์มีความสามารถที่จะให้ตัวนี้มันเกิดอยู่ได้เพื่อประโยชน์อย่างนั้นอย่างนั้นแล้วเราก็ไม่ได้คิดเรื่องเล็กเรียกว่าเป็นผู้ที่รู้จักสร้างรู้จักใช้ถ้าเผื่อว่าเราเองเราไม่รู้เท่าทันไม่มีกำลังพออันนี้มันก็จะกลายเป็นเป็นตัวผีร้ายไปเลยเราจะต้องรับรู้ตัวนี้เพื่อให้มันเกิดขึ้นก็อย่าให้มันมีนะถึงเรียกว่าระยะเติมเข้าไปในจะเป็นตัวปัจจัยที่ขยาย ขยายย้ำยืนยันอันนี้เป็นตัวที่ให้มันมีนี่แหละแล้วเราก็มีตัวหนึ่งที่เรียกว่าแล้วเราก็มีฤทธิ์มีฤทธิ์เพียงพอที่จะอะริที่จะไม่ให้ทำไม่จะทำให้มันไม่มีจะเรียกว่าอะไรเพราะถ้าเรารู้เท่าทันเราก็แล้วเราอยู่ในการควบคุมแล้วก็นี้ได้อย่างแท้จริงหรือเป็นอริมิได้แต่ถ้าเราไม่รู้นอกจากไม่รู้แล้วก็เป็นไม่ได้ด้วยไม่เข้าใจด้วยตัวอลิสตัวนี้จึงเป็นตัวทำร้ายตัวนี้เป็นตัวมีตัวเป็นของจิตแล้วมันก็ทำร้ายเราเพราะอวิชชาเพราะความไม่รู้จักมันเพราะจับมันไม่ได้มันก็กลายเป็นศัตรูจึงเรียกว่าอาริ ถ้าเรามีจริงๆมีตัวความสามารถจริงๆเราจึงจะอยู่เหนืออรินี้เพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้ตัวนี้ถึงเอาตัวย่อเข้ามาใส่ท้ายแปลว่าทำลงไปให้ถึงรู้อันนี้เกิดไอ้ตัวนี้เป็นนามให้ไอ้ตัวนี้เป็นตัวเป็นตัวที่บอกกล่าวตัวนั้นซ้ำลงไปอีกผู้ที่จะเป็นอารยะเป็นตัวผู้ที่จะรู้ในอริสมันต์ตัวเองเป็นผู้ที่ปราบได้หรือว่าอยู่เหนือได้จึงจะต้องเป็นผู้ที่อย่างน้อยก็เป็นผู้ที่รู้คือฉลาดหรือว่ามีปัญญา สูงกว่านั้นก็คือเป็นผู้ที่ทำได้เลยไม่ใช่อยู่เหนือธรรมดาไม่ใช่รู้แค่รู้แต่สามารถอยู่เหนือจัดการทุกอย่างให้เป็นไปสู่ความเจริญอะไรจะเจริญความเกิดเจริญหรือความดับเจริญความตั้งอยู่เจริญรู้จักขนาดควรพอหรือว่าควรต่อหรือควรเกิดหรือควรดับลงท้ายด้วยสรุปรวมความและมีแต่ความรู้หมอกรู้ดีไม่ได้เอาตัวเองเข้าไปตัดสินไม่ได้เอาความเป็นการสืบค้นคือการต้องการรถมาเสกให้แก่ตนเองเข้าไปตัดสินไม่มีความรู้ตัวตนไม่มีมีแต่เอาความเป็นส่วนที่ เข้าใจว่าเป็นหนี้ดีในโลกดีที่สุดตัดสินและเราเองก็เป็นผู้เสียสละที่สุดไม่เอนเอียงเข้าข้างอารมณ์ฉันพระอารมณ์โทสะมีฉันทาคติโทสาคติโมหาคติหรือพระยาคติไม่มีหมดวันกลัวหมดภัยหมดภัยต่างๆที่เป็นผู้ที่สร้างสูงสุดเราเองเราเป็นผู้ฝึกเตรียมไปสู่จุดที่เรากำลังอธิบายกันและเราก็รู้ถึงความเป็นจริงของเราเรามีอะไรแค่ไหนก็เอาแล้วก็เป็นไปเดินทางไปเดินทางไปศึกษาไปเล่าเรียนไปวันคืนที่มันเป็นอยู่เนี่ยเรารู้ว่าเราเองเราอยู่นี่เราอยู่ คนที่กินได้ไม่ต่อหรือว่าเป็นคนที่ร่ำรวยร่ำรวยตรงนี้ไม่ใช่ว่าตัวเราร่ำรวยเรารู้ทิศทางนะว่าเรามานี่เราไม่ได้มาเพื่อร่ำรวยวัตถุสมบัติมาร่ำรวยลาภร่ำรวยยศร่ำรวยสรรเสริญร่ำรวยโลกียสุขกล่าวคำว่าทิ้งสิ่งเหล่านี้และเราก็รู้ว่าเราได้ทิ้งเราไม่มีเวลาที่เราจะดูรู้ว่าเราเองเราเป็นคนไม่มีลาบหรืออะไรของเขาของสมบัติวัตถุออกของอะไรแล้วไม่มียศน่ะโอ้แน่นอนเราไม่มีเราก็รู้อยู่ว่าเราเราทำถูกต้องอยู่ถ้ามันมีอีกเมื่อไหร่ที่จะต้องพิจารณาพินิจวิเคราะห์ลงไปอีกควรรู้ที่เราจะแบกหามที่เราจะสะสมที่เราจะต้องเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ไปยึดถือแบบไว้อยู่ ถ้ามันไม่ควรรีบหาทางค่อยๆระบายออกรถละออกถ้ามันเป็นวัตถุถ้ามันเป็นข้าวของหรือแม้แต่เข้ามากำหนดยศชั้นให้ดีที่สุดก็มาสรรเสริญมันก็ว่าสรรเสริญก็เป็นการชมเชยในการชมเชยนั้นมันก็ผ่านไปเร็วๆมันเป็นคำสรรเสริญและบริการสรรเสริญเพราะฉันเสริมแล้วแล้วเราก็ปล่อยออกเราจะแบบสรรเสริญติดไว้มันเป็นนามธรรมแล้วจะมีสรรเสริญพยายามราบอย่างวัตถุมันก็เป็นข้าวของเราถึงขั้นสรรเสริญเราก็อย่าบอกไว้ว่าจะเจอแล้วก็เอามาพินิจเอามาพิจารณาจริงหรือเปล่าว่าจริงก็จริงมันไม่จริงเราก็รู้แล้วว่าเขาหมดแรงแรงเยินยอเราก็จะรู้ฐานของคน ถ้ามันจริงก็เออก็ถูกแล้วมันสมควรเพราะสรรเสริญควรสรรเสริญเขารู้เขาเห็นเขามีปัญญาสรรเสริญถูกต้องแล้วเราก็อย่าไปยึดเอาสรรเสริญมาเป็นเชื้อติดอกติดใจแล้วก็ปล่อยเองเหมือนกันเอาวางไว้ที่ปลายแหมไม่ห่อไปหาไม่แบกไว้นี่เป็นนามธรรมแล้วก็อธิบายได้เป็นภาษาเชิงมีเหมือนกันแล้วเราก็ไม่เป็นผู้ที่มีอะไรอยู่อย่างเงี้ยฝึกหัดสุดคือไปจนทำต่อจนเก่งแล้วก็มีปัญญามีสติสัมบูรณ์เท่าทันได้สูงขึ้นสูงขึ้นถ้าเผื่อว่าเราเข้าใจไม่ถูก ไม่ได้มาเอาอย่างนี้เราจะเอาอย่างโลกเราจะเอาราบเอายศเอาสรรเสริญพระคุณก็มาผิดที่ตรงนี้เขาเรียนอย่างนี้เขาจะอยู่กับมีชีวิตอยู่กับโลกอย่างนี้แล้วเราก็อยู่ไปวันหนึ่งคืนหนึ่งศึกษาฝึกปรือสิ่งที่ยังไม่สำเร็จยังเป็นเสมหะที่จะศึกษาที่จะซื้อแล้วก็เสกก็ศึกษาฝึกปรือส่วนเหนือไปส่วนได้ก็รู้ว่าส่วนได้สบายขึ้นเบาขึ้นถ้าคุณเห็นอานิสงส์ในการที่เป็นจริงลงตัวอย่างนั้นเราเป็นเรื่องที่เมาง่ายสบายว่าอิสระเสรีมันเป็นจริงๆเลยมันไม่รู้จะพูดยังไงว่ามันมันเห็นว่ามันเป็นสัจจะมันจริงๆมันสบายมันไม่ต้องหนักหนาเหน็ดเหนื่อยอะไรที่จะแบกมาถามในเวลา ยูโรเกียร์สุขก็ไม่ต้องไปแสวงหาอีกกูก็อยู่วันคืนวันคืนอยู่เนี่ยก็ไม่ต้องไปแสวงหาหรอกที่จะสุขอะไรไม่ต้องซุกซ่อนซ้อนไปเขาปรุงที่ไหนเขาสร้างใหม่ที่ไหนหรือว่าเราจะไปคิดสร้างตัวเองใส่ตัวเองที่ไหนแม้จะอยู่ที่นี่ถ้าแม้ท่านจะอยู่ในภาวะภพเราก็สร้างโลกที่จะปลุกเสกได้อยู่ดีๆเราก็นั่งฝันเอาแล้วค่อยล่าสร้างโลกที่สูงได้ไม่ต้องมีตัวมีแท่งมีก้อนไม่ต้องมีปฐวีธาตุวาโยธาตุเตโชธาตุอยู่ที่ไหนแล้วก็นั่งหรือเอาแต่แค่อารมณ์อยู่ข้างในจิตเราก็นั่งปั่นลงที่สุดวาดภาพวาดเรื่องสร้างเป็นภพเป็นอัตภาพขึ้นมาแล้วก็เศษส่วนมีอะไรต่ออะไรของเราเองได้ถึงขั้นเก่งแล้วไม่ต้องผึ่งดิน ไฟลมข้างนอกเป็นโรคที่จะสุขแบบภวตัณหาไม่ใช่กามตัณหาต้องอาศัยมาตาต้องประสบผลได้ยินเป็นเสียงเป็นรถเป็นอะไรไม่ต้องมีผัสสะต่ออย่างนั้นใจในใจเลยเรียกว่าภพของจิตเรียกว่าภาวะตัณหายูเนี่ยนนางเอกเมถุนแบบแต่ขั้นนั่งระลึกกันดีย้อนไปทีเดียวมีเศษสมสุขสมของเราเองได้ผมจะนั่งปั่นนั่งฟังอะไรเป็นเทวดาองค์ใดองค์หนึ่งอยู่นั่นเองแล้วก็ได้จะนั่งปั่นไปเราจะเป็นเงินสมใจปรารถนา มันก็สุขไปงั้นก็ได้บ้าๆบอๆวันหนึ่งคืนหนึ่งแล้วจะเป็นอย่างนี้ก็เป็นได้สร้างวิมานบ้าๆบอๆไปถ้าเรารู้แล้วว่ามันไม่เห็นจะมีค่าอะไรมันก็เป็นโลกียะคือเป็นสิ่งหนึ่งและเศษสมสุขมันไม่ใช่มันไม่ใช่กูเปิดสมุดสุโขนะมันเป็นสุขแบบโลกคือมีสภาพที่สุดสำหรับสมใจมันอยากเป็นอย่างนี้อย่างนี้มันก็คิดฝันคิดสร้างไปแล้วมันก็เรื่อยๆแต่มันไม่มีจบมันไม่มีหยุดมันไม่รู้ว่าจุดนั้นก็คือธาตุที่มันจะรับรู้มันรับรู้มันก็ไม่ต้องไปเพ้อสร้างอะไรนี่แล้วถ้าจะคิดในเรื่องที่จะเป็นงานเป็นการในเรื่องที่จะพอมีอนังคโณ วิญญาณที่จะกำหนดล่วงหน้ารู้ล่วงหน้าหรือว่ากระทำล่วงหน้าไปบ้างแล้วเราก็ดำเนินไปเพื่องานนั้นบ้างตามแรงตามความสมควรไม่ต้องไปเพ้ออะไรต่ออะไรเกินการเกินขอบเขตหรือมันจะเป็นยานที่รู้ล่วงหน้าไปได้จริงหรอถ้าเราทำอย่างนี้มีเหตุปัจจัยเท่านี้มีต้นทุนเท่านี้มันก็จะมีไอ้มีบทบาทนี้จะเป็นอย่างนี้มันจะเข้าใจมันจะรู้ว่ามีอันนี้บวกอันนี้อยู่อันนี้พรุ่งนี้มันจะต้องออกมาเป็นอย่างนี้อันนี้มะรืนนี้มันเรื่องนี้มันจะต้องมีอันนี้ออกมาก็เป็นงานที่จะรู้ถึงเหตุปัจจัยต้นทุนแล้วมันก็จะบวกลบคูณหารออกมาเป็นส่วนต่อเป็นอนาคตถ้าเราจะมีอนาคตตั้งแต่ยานอย่างนั้นด้วยบางทีมันบวก อยู่แต่เราไม่พยายามใช้ยานใช้ปัญญาที่จะไปดูในอนาคตประมาณออกไปว่าในอนาคตกาลข้างหน้าจะมีอย่างนี้จะเป็นอย่างนี้เหมือนพระพุทธเจ้าท่านพยากรณ์ท่านเข้าใจเหตุปัจจัยพอเพียงแล้วมึงก็เรามีเงินอยู่ตอนนี้เราจะใช้ได้กี่วันเพราะเรารู้ว่าวันนึงเราใช้เท่าไหร่เราก็กำหนดวันที่จะหมดแห่งเงินได้เหมือนกับพระพุทธเจ้าท่านรู้ว่าเนี่ยศาสนามีประมาณเท่านี้หรือไม่ใช่พระพุทธเจ้าแบบพยากรณ์ศาสนาตนเองแต่ว่าพระอริยะพระอริยะอื่นแทนจำนวนศาสนาพระพุทธเจ้าเนี่ยจะไปได้อีก 5,000 ปีอะไรก็คำนวณมาแล้วเขาก็ใช้อาศัยอนาคตมีเนื้อหาสาระขนาดนี้มีแก่นมีศาลเท่านี้แล้วก็เดินดำเนินไปพร้อมกันนั้นก็หาค่าที่ ท่าที่มันจะลดนี่มันรถมันลดขนาดนี้มันทำให้รถไปในวันนี้หรือคืนนี้พอผ่านมาแล้วนี่ก็จับได้เลยว่าถ้ามันมีขนาดนี้เอามาไว้เป็นตัวรถบวกลบคูณหารเข้าไปก็รู้ออกมาอีก 5,000 ปีมันก็หมดแล้วภรรยาองค์นั้นๆท่านคำนวณเอาไว้แล้วก็คำนวณออกมาโดยมันมีต้นทุนมันมีลักษณะบวกลบคูณหารกันได้โดยนัยยะทิวานี้มันก็ไม่มีปัญหาอะไรเป็นอนาคายานจะผู้รู้นั้นน่ะจะรู้ยิ่งกว่านั้นว่ามันควรจะพูดถึงสิ่งที่เรารู้ในอนาคตนั้นหรือไม่ควรพูดหรือไม่ถ้าไม่ควรพูดท่านก็จะไม่พูดเลยแม้ท่านรู้ใครจะมาว่าฉันไม่รู้ฉันก็ไม่ได้น่าอายอะไรถ้าไม่ได้เสียเหลี่ยมเสียงครูอะไรฉันรู้อยู่แต่คนอื่นก็ไม่รู้ก็ไม่เห็นเป็นไรไม่ต้องอวดอ้าง นอกจากเราจะมีกิเลสมันอยากโชว์อนาคตตั้งแต่ยามันอยากรู้ตัวตัวเองที่จะพยากรณ์ได้อย่างโน้นอย่างนี้มันมีกิเลสซ้อนมันก็หาโอกาสนั้นมันก็หาช่องหาเชิงไปอย่างนั้นแหละอยู่ดีๆไม่ว่าดีกับพยากรณ์กันเล่นไปก็น่าจะพยากรณ์สิ่งนั้นออกมาแล้วไม่มีประโยชน์อะไรเลยกลายเป็นโทษด้วยซ้ำคนนั้นก็ยิ่งไม่รู้ใหญ่แต่ถ้าจะพยากรณ์น่ะพระพุทธเจ้าจะพยากรณ์อนาคตบางอย่างบางสิ่งพยากรณ์เอาไว้เพื่อเป็นเรื่องราวเพื่อที่จะตามกันรวมกันให้ระวังกันเป็นเครื่องเตือนเครื่องระวังหรือเป็นสิ่งที่จะเกิดประโยชน์ต่อภิกษุสาวกต่างๆหรือเป็นประโยชน์ต่อสัตว์โลกต่างๆท่านก็พยากรณ์ออกมาถ้ามันไม่สมควรไม่เห็นจะต้องเป็นพยากรณ์ออก อย่างนี้ก็เราก็จะต้องรู้เป็นปัญญาเข้าใจด้วยว่าพระอริยะบางองค์ที่ท่านมีที่ท่านเข้าใจฉันอะไรฉันไม่ต้องมานั่งโชว์นั่งคิดนั่งสร้างและมีบางทีเราก็ไม่จำเป็นจะต้องบวกลบคูณหารรู้แม้ต้นทุนหรือรู้ค่าอยู่บางสิ่งบางอย่างเราไม่บวกลบคูณหารมันก็ไม่รู้มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปรู้มาทำอะไรอีกบางทีถ้าจำเป็นก็ออกมาใช้ได้นี่เป็นเรื่องของความเป็นจริงที่มันจะเกิดจะเป็นจะมีเป็นได้แล้วเราก็รู้ตัวเราเองว่าเราจะอยู่เพื่ออะไรถ้าคุณนั้นจะเข้ามาแล้วแล้วก็จะมีความเป็นความมีดังกล่าวที่เล่าประกอบและเราจะมาอยู่นี้เราจะรู้ว่าชีวิตนี้เราไร้ค่าหรือว่าชีวิตที่เรามีค่าหรือไม่ เมื่อเรารู้จักอริยสัจ 4 รู้จักตัวทุกข์ที่ทำให้มนุษย์ไม่เป็นสุขได้รู้จักเหตุก็คือความโง่อวิชชาเป็นเหตุจ่ายตัณหาเป็นเหตุร่วมมันเป็นความโง่ที่มันไม่รู้ซะจริงๆว่าอะไรความหมายของชีวิตคืออะไรเพราะมันดูแล้วเราก็เลือกสรรแล้วแล้วก็มารู้ตัวตัณหาที่เป็นตัวอย่างโลกอยู่อย่างโลกอยู่ดับตัณหาจึงเกลียดมันก็ไม่ต้องอยากอะไรมันก็มีแต่ความรู้เป็นวิชาที่อะไรควรเหมาะควรที่จะทำควรที่จะเป็นฝ่ายเพราะเราย่อมไม่โง่ว่ะกลางวันก็มีกลางคืนก็มีธาตุน้ำขันรูปขันมันมีมันเป็นรูปนามขันธ์ 5 ยังเหลืออยู่แล้วมันก็จะต้อง เสียงสังเคราะห์ไปแล้วก็เป็นไปได้อยู่แล้วมันก็จะเดินทางไปสู่หลุมฝังศพแต่ก่อนจะเดินทางไปมันก็ไม่มีอะไรเราก็เบิกบานแจ่มใสเราจะเป็นผู้รู้เป็นผู้ตื่นเป็นผู้สำเร็จทั้งวอนอยู่ตลอดเวลาแม้แต่จะตื่นเต็มๆรูปหรือแม้แต่จะพักหลับพักนอนก็เป็นผู้สำเร็จสมบูรณ์ให้รู้เวลาหลับเวลาจะตื่นหรือแม้แต่ตอนหลับแล้วก็พยายามที่จะเกร็งที่จะให้มีสติสัมปชัญญะควบคุมอะไรจะหลับอย่างไรเราจะนอนอย่างไรแม้กายจะควบคุมอย่างไรถึงจะงามเป็นสุจริตเพราะจีนเราไม่มีแล้วก็พักไปจิตใจจะทำงานกันในขณะหลับจะหลับอย่างไรจะหลับแบบหลับไหล ไม่รู้เลยไม่รู้เนื้อรู้ตัวไม่รู้ลูกรู้ร่างไม่ควบคุมกายไม่ควบคุมจิตอย่างนั้นหรือดีหรือว่าหลับโดยการควบคุมกายควบคุมจิตให้มีสติสัมปชัญญะแม้แต่จะกระดิกจะทำอะไรมันของในตัวที่ตัวเราเองสามารถควบคุมรูปนามขันธ์ 5 แท่งนี้เราก็จัดแจงให้มันให้ดีที่สุดฝึกต้องเก่งเราจะต้องเก่งต้องทำให้ได้ฝึกไปแล้วก็รู้ว่าตัวเราก็ทำไปทุกๆขั้นตอนมีบทเรียนมีบทฝึกแล้วก็ทำถึงขั้นที่หมดทุกข์หน่อนั้นก็ปรับปรุงแล้วเราจะมาดูที่นี่เราจะเห็นได้เมื่อผู้ใดที่เรียนรู้อริยสัจทุกกรณี หลวงตาที่มีปัญญาละเอียดอ่อนในการรู้จักจุฬาอริยสัจหาได้ยากแต่ท่านบอกว่าหาได้ยากเอาล่ะเราเองเราไม่ใช่หลวงตาแล้วเราจะเป็นหลวงตาก็ตามเป็นหลวงตาที่ไม่เป็นอย่างนี้เป็นหลวงตาที่จะสามารถที่จะรู้จักตุลาอริยสัจสามารถที่จะเข้าใจอริยสัจ 4 ได้สามารถที่จะเกิดมีอริยสัจ 4 จนเกิดสภาวะในตนจริงเมื่อเกิดอันนี้ได้บ้างแล้วมีทิฏฐธัมสุขของวิหารแล้วเราก็จะเป็นต่อไปอีกหลวงตาที่เป็นคนมีท่าทางเรียบร้อยหาได้ยากถ้าคนที่ไม่รู้อะไรมันก็ไม่รู้อะไรมันก็ไม่ได้หรืออะไรสักอย่างแต่ตุลามันก็ไม่ได้จะมาที่เรียนรู้การมีท่าทางเรียบร้อยมัน ไม่ค่อยรู้เรื่องหรือแม้เข้าใจเหมือนกันว่าเรียบร้อยเป็นอย่างนั้นมันจะดัดก็ดัดยากเพราะหลวงตาแก่แล้วเหมือนไม้ที่แข็งไม้ที่กระด้างไม้ที่ผุไม่มีเยื่อเนื้ออะไรที่มันจะสุ่มแล้วก็เป็นความจริงเป็นเหตุเป็นเค้านะไม่มีเชื้อเยื่อเนื้ออะไรที่จะดัดจะคงจะอ่อนได้มันก็ไม่ได้มันก็ดับไม่ได้ท่าทางเรียบร้อยท่าชี้เรียบร้อยเราก็จะต้องศึกษารู้ในกติการู้ในมารยาทว่าเราจะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้แม้แต่การนั่งการยืนการเดินการนอนการที่จะเป็นไปอยู่มีอิริยาบถมีค่ามีทางมีอะไรต่างๆนานาอย่างไรเรียกว่าเรียบร้อยเป็นมารยาทของสังคมหมู่ใดเราจะ สังคมหมู่ที่ใกล้เราอยู่กับหมู่นี้ก็มารยาทของสังคมหมู่นี้เราจะไปอยู่กับหมู่อื่นแล้วก็ศึกษามารยาทของสังคมอื่นเหมือนชาวต่างประเทศมาเมืองไทยก็จะต้องรู้มารยาทของไทยบ้างและยิ่งรู้ดียิ่งทำให้มารยาทอย่างของไทยดีแนบเนียนมันยิ่งจะได้รับคะแนนมาเมืองไทยก็รับทำแสดงมารยาทเหมือนไทยได้ถูกทุกกลุ่มทุกสังคมแม้เป็นชาวต่างประเทศนี่เหมือนกันเราของเราเนี่ยถ้า

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน