170817 เจโตปริยญาณ-พ่อท่าน-วัดนรนาถสุนทริการาม.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์140 KB
วันที่แก้ไข20 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปขอเชิญท่านรับฟังการสาธยายธรรมโดยท่านพระโพธิรักษ์ที่วัดนรนาถเทเวศน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมปีพุทธศักราช 2517 การสันติธรรมในช่วงนี้มีชื่อว่าเจโตปริยญาณเนื้อหาสารธรรมจะเป็นประการใดนั้นก็ขอเชิญท่านเลือกเฟ้นรับฟังเอาได้ณบัดนี้หากวันนี้เรามาฟังฟัง หญ้าแต่ไม่เป็นไรอาตมาจะพยายามพูดให้เข้าใจให้ได้ง่ายๆขึ้นไปช่วยเรื่องที่ตั้งเอาไว้ในวันนี้เจอแต่ระยะอย่างผู้ที่ไม่ประสานอะไรกับพระเลยฟังดูแล้วจะบอกอะไรกันหนอเจอเธอจะพยายามจะพูดเรื่องอะไรกันเหมือนชาวบ้านชาวช่องฟังแล้วก็ไม่รู้เรื่องแล้วไม่รู้จักเราฟังอะไรกันแต่แท้จริงนั้นเป็นของดีที่สุดของดีที่สุดที่เราควรจะรู้ควรจะเข้าใจและควรจะได้ด้วย มันจะอธิบายเป็นจังหวะจังหวะให้รู้ตั้งแต่ที่ตนที่ผู้อื่นหรือเป็นเรื่องที่โลภผลโจนทะยานออกไปอย่างไรในเรื่องของใจเธอปริญญาก็จะขอแปลเอาความหมายของคำคำนี้ซะก่อนคำว่าเจโตหมายความว่าจิตเจอเธอนี่คือจิตมันเองจริยะหมายความว่ารู้รอบปริยะรู้รอบทั่วมีการรู้นั่นแหละ ซื้อรอบท่วมทั่วในเรื่องของจิตที่เดียวนะเธอเจอปริญญาสามารถหยั่งรู้จิตใช้จิตให้มันรู้อะไรต่ออะไรกันได้หรือมีรูปธรรมก็สามารถรู้ได้รู้ได้เป็นทางนามธรรมก็สามารถรู้ได้ในการรู้จิตนี้จะดูได้เรียนมุมที่มีอีกมากมายเรียนรู้ต่างๆของจิตมีเงินมีมากการปฏิบัติธรรมหรือการศึกษาธรรมมันยากตรงที่เรียกว่าเรารู้เหลี่ยมมุมของจิตนี่แหละไม่ได้ถ้าเรารู้ดีไม่ถูกทางไม่ถูกเรื่องที่ควรจะรู้และไปรู้เรื่องก็ไม่ควรจะรู้มันก็ไม่เป็นไปหรือไม่เป็น เพื่อการบรรลุหรือเพื่อความหมายคล้ายหรือเป็นไปเพื่อนิพพานถ้าไปรู้ในเรื่องที่มันไม่เข้าเรื่องมันก็ไม่เป็นไปเพื่อความหมายคล้ายแต่ถ้าเผื่อว่ามันรู้โดยที่เรียกว่ามันเป็นไปถูกเหลี่ยมกรมทางดีมันก็จะเป็นไปเพื่อความหมายรายได้เป็นไปเพื่อความหมายรายได้แต่ท

อ่านต่อ

ีนี้เมื่อรู้แล้วว่าเขามาเจอแต่ระยะยาวหมายความว่าเราจะมารู้รอบรู้เรื่องทั่วในเรื่องของจิตความหมายของคำนี้ที่จะรู้เรื่องของจิตนั้น นามธรรมจิตไม่มีรูปร่างจิตไม่มีตัวตนระยะการจะรู้ได้เจอเธอปฏิญาณนี้จึงไม่สามารถที่จะรู้ได้ด้วยวิธีอื่นเลยนอกจากจะใช้ตัวเราเองเป็นมิเตอร์เป็นเครื่องอุปกรณ์ที่จะเข้าไปรู้สามารถรู้จิตนั้นก่อนที่เราจะไปรู้จิตผู้อื่นเราก็ควรรู้ที่ตนเสียก่อนแต่ถ้าผู้ใดไม่ใช่วิธีรู้ที่ตนก่อนไม่สามารถทำกิจกรรม แบบอื่นที่เขาเข้าใจกันอยู่เดี๋ยวนี้ว่าเจเจตรินญาณก็หมายความว่าไปที่เดิมหรือจิตของผู้อื่นเขาคิดยังไงเขารู้สึกยังไงก็ปรุงยังไงเขาเข้าใจยังไงเขามีสัญญาณอยู่ยังไงในจิตก็เป็นเช่นนั้นรู้สัญญาในจิตของเขาเราคนนี้กำลังคิดอย่างนี้เพราะเรามีสัญญาณแบบนี้ถ้ามีมิเตอร์แล้วมันจะมีติ๊กต๊อกติ๊กต๊อกติ๊กต๊อกติ๊กต๊อกติ๊กต๊อกออกมางานสัญญาหรือว่าขึ้นลงแหลมโค้งอะไรยืดยาวอะไรอยู่ถ้ามีมิเตอร์มีเครื่องในส่วนของหรือมีเครื่องอะไรก็ตามแต่นะที่เอามาวัดอยู่ตามนี้ก็จะได้รู้สัญญาของจิตเขาอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนี้เฉยๆรู้สึกเป็นอย่างนี้เฉยๆเรามันไม่มีประโยชน์อะไรแต่มันจะมีประโยชน์ตรงที่ว่าไม่รู้ คนนี้ก็เก่งเก่งตรงสามารถที่จะแปลสัญญาณนั้นออกมาเป็นภาษาได้ถ้าเป็นคนไทยก็แปลภาษาเป็นไทยได้ไม่จริงก็พูดได้คิดอย่างนี้เริ่มต้นขึ้นอย่างนี้มันก็มีสัญญาณมีอย่างนั้นน่ะขึ้นลงลงไปซื้อสัญญาอะไรเนี่ยสมมุติว่านะในการแสดงออกได้อย่างเครื่อง IS อะไรที่มันวัดออกมาเป็นเครื่องแสงๆๆคนนี้ก็อ่านรู้เลยแปลว่าอย่างนั้นเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดอยากจะรู้ว่าคำพูดเป็นอย่างไรจะบอกวิธีให้เพราะมันมีปุ่มปรับมีสั้นยาวมีตื้นลึกอะไรต่ออะไรบ้างนี่นะไปเอาแผ่นเสียงมาขยายขยายหลายหลายเท่านะ ณบัดนี้เธอทั้งหลายอะไรอย่างนี้นะอัดไว้โดยลงไปเสียงทำได้นี่ทำอยู่ในนั้นน่ะเป็นร่องๆๆแล้วก็ขยายรองนั่งดูก็จะเห็นพวกนี้ก็เหมือนกับเครื่องไฮโซเนี่ยขยายมากๆเลยเห็นความสูงต่ำให้เห็นความอะไรอะไรของมันให้ชัดๆนะเราก็จะเห็นได้ว่ามันก็คือคลื่นความสั่นสะเทือนของอากาศทางสั่นสะเทือนของสิ่งที่เป็นเหตุและปัจจัยเพิ่มขึ้นมากระทบกระเทือนขึ้นมาแล้วก็เป็นอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นแล้วแปลออกมาเป็นภาษาส่งเสียง เขาเอาไปทำความสะเทือนให้มันแปรรูปเป็นวิทยุทำวิทยุนี้มาใช้ให้ความกระเทือนอันนี้แปรรูปมาโดยทางด้านวิทยาศาสตร์เข้าเครื่องสะเทือนที่เป็นเสียงเสียงมันก็จะออกมาเป็นอย่างนั้นเลยทีเดียวตามเรื่องของมันจริงตามจริงเลยซึ่งไม่ใช่เรื่องประหลาดที่สุดคืออะไรเลยเป็นเรื่องของสสารกับวัตถุก่อให้เกิดการพัฒนาพลังงานและพลังงานนั้นก็กลายเป็นพลังงานเสียงออกมาเพราะฉะนั้นเองไม่ใช่เรื่องที่ลึกสุดคือไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนไม่มีเรื่องอะไรใหญ่โตเลยถ้าแม้ว่าเราไม่ใช้วิธีนี้ ไปใช้วิธีที่เป็นแม่เหล็กแล้วก็ให้มีการรวมแม่เหล็กแม่เหล็กก็เป็นพลังงานจำนวนหนึ่งที่ใช้แถบเทปแถบอะไรก็ตามแต่แล้วก็ทำงานให้หัวแม่เหล็กตรงนี้เปลี่ยนระบบแจ้งเปลี่ยนเป็นหนาบางบางหนาหนาบางซ้ายเหมือนกันนั่นแหละหนาบางบางนาๆเหมือนกันเสร็จแล้วก็ใช้แรงสะท้อนแสงแอคชั่นเกาหลี Action ต่อไปก็ออกมาแล้วกระจายสภาพเอาแรงอันนั้นแหละขยายขยายขยายออกไปให้มันมีเชื้อชาติต่างๆหลายๆอย่างค่อยขยายขยาย แปล มันหมายความว่าอย่างนี้คนนั้นก็เก่งเก่งนะเก่งคือไม่ต้องผ่านเครื่องไม่ต้องผ่านไอ้เครื่องวิทยาศาสตร์ใดๆเลยแต่เอาจิตของเราเองเนี่ยทำพลังงานของเราเนี่ยมีความถี่ที่สามารถจะมีแรงพอไปรับสัมผัสจะขึ้นจิตของเขาได้เพื่อไปรับผู้หญิงก็ใช้ได้แล้วกันเอามาเลยแต่มันเจ็บด้วยยิ่งกว่าพนักงานโทรศัพท์หรือโทรเลขจุดจุดจุดจุดจุดจุดจุดจุดจุดจุดจุดจุดจุดจุดจุดเดียวแหละเก่งทีเดียวแหละไม่ใช่ของง่ายๆเลยไม่ใช่ของง่าย แล้วเป็นไปได้ด้วยเป็นไปได้แต่เป็นไปจริงเลยอย่างนี้ก็เรียกว่าเจโตปริยญาณเหมือนกันเป็นทั้งด้านของวัตถุธรรมดาไม่มีธรรมะเข้าไปประกอบฟังให้ดีนะเรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมะก็ไปประกอบเลยสักนิดเดียวเจอปริญญาแบบนี้ไม่มีธรรมะก็ไปประกอบเพราะฉะนั้นใครสามารถที่จะนั่งรื้อว่าคนนี้กำลังด่าเราหรือเปล่าวันนี้กำลังชมเราหรือเปล่าเรื่องคนนี้พอเจอหน้าครับส่งเพื่อนจะไปวัดแล้วหรือไม่ต้องอยู่เนี่ยกำลังด่าเราอยู่บ้านโน้นไง อวัยวะฝากอวัยวะส่วนนี้ป้อนเสียงออกมาเพื่อขยายสัญญาณที่จิตบอกสิจิตมันบอกว่าให้พูดอย่างนี้นะให้บอกคนอื่นทำสัญญาอันนี้ให้คนอื่นเขารู้ว่าอย่างนี้นะแล้วเราค่อยขยายพูดนี่มันขยายออกมาจากจิตนะแล้วก็ขยายออกมาเป็นภาษาพูดกับคนอื่นรู้มันเกินหลังผิดน่ะเพราะฉะนั้นคนที่รู้ใจตัวมันยาวแล้วไม่จำเป็นต้องเกิดคิดก็ได้ยินแต่เสียงเสียงก็เป็นพลังงานที่เกิดทีหลัง เก่งกว่าโสดที่ติดและก็จริงถ้าเจอปริญญาเนี่ยอยู่ในอภิญญานี้ลึกขึ้นไปเป็นอภิญญาที่ 3 ส่วนอันที่ 2 อันที่ 1 และจิตวิทยาครั้งที่ 2 เป็นโสธรปฏิญาณแบบลูกโลกแบบพื้นฐานใช้ประโยชน์ในโลกเฉยๆถ้าด้านวิทยาศาสตร์ คลื่นพลังงานของเสียงเท่านั้นเองเท่านั้นเองไม่มีอะไรหรือจะเป็นสูงกว่าน่าจะเป็นกายกรรมไม่ต้องไม่ต้องเรียกว่าไม่ต้องพูดแต่ทำธุรกิจก็ได้คิดอะไรแล้วว่าจะทำไงจะเสร็จบอกว่าบอกสัญญาณเลยบอกว่าจะเสร็จแต่ก็ยกขาแหละยกขาแต่ตอนนี้รู้แล้วดูในใจก่อนแล้วสัญญาตัวนี้จะสั่งเอาไว้บอกว่าให้ดีครับถึงออกมาเลยนะปวดหน้าคนนั้นหมดตูดคนนี้อะไรก็ตามแต่ดูก่อนนะก็รู้เพราะฉะนั้นออกมากายกรรมหรือว่าพิธีกรรมก็ได้เกิดมา 80 มโนปุพพังก็มาทำมามโนเสฏฐามโนมยาเกิดมา 70 คิดก่อนคิดถึงก่อนจิตสำนึกผลก่อนจิตจิตสำนึกผลแล้วก็สร้างเป็นตัวตนแล้วก็โตขึ้นมาสั่งออกมาเป็นกายกรรมวจีกรรมได้ตามต้องการเพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องพูดเป็นเครื่องเสียงก็ได้หรือเป็นกายกรรมก็ได้เจ๊จงปริญญานั้นก็จึงรู้แต่เพียงเท่านี้เองมีแต่รูปกระทำมีแต่ออกมาขยายมาเป็นรูปธรรมอย่างนี้ได้เพราะเข้าไปรู้จิตเป็นนามธรรมแต่รู้นามธรรมนั้นแล้วก็ขยายออกมาเป็นคลื่นเป็นรูปสถาบันอยากๆอย่างนี้ความรู้อย่างนี้ผู้ที่ทำได้ถือว่าเป็นอภิญญาถือว่าเป็นความจริงเป็นความสามารถด้านนึง เดี๋ยวนี้ยังทำไม่ได้เหมือนกันที่เขาสามารถจะมีคลื่นมีเครื่องมือมีมิเตอร์เพื่อที่จะเอาไปจับคลื่นจิตของคนให้รู้สันดานแล้วก็แปลออกมาแบบนี้ให้รู้ก่อนคิดยังไงไม่ว่าจะพูดยังไงจะแสดงกายกรรมยังไงให้รู้ก่อนเขาจะทำแบบนี้ยังไม่ยังไม่สำเร็จทางวิทยาศาสตร์แบบนี้ยังทำไม่ได้แต่คนใช้ตัวเองเป็นมิเตอร์เป็นเครื่องยนต์เองเลยเป็นเครื่องมิเตอร์เองเลยแล้วก็สามารถหยั่งรู้ได้มีมาแต่โบราณอาจารย์มีมาแต่โบราณในการเดี๋ยวนี้ เพราะอะไรเดี๋ยวนี้ย่าก็เพราะว่าเครื่องมือสนิมมันเขรอะมากเครื่องมือมันสนิมเขรอะมากเครื่องมือนั้นคืออะไรจิตของคนนั่นแหละแกก็คนสมัยนี้เคยไปด้วยสนิมมากแต่เน้นคืออะไรกิเลสกิเลสแก้แพ้เพราะฉะนั้นเอาความละเอียดตรงนี้ยากมากแต่ก็เป็นไปได้ตามที่เคยได้ยินได้ฟังอยู่เสมอ สมัยนี้จะทำก็ต้องใช้เวลามากถ้าจะทำเจโจสุริยาแบบนี้ใช้เวลามากใช้เวลามากแต่วันนั้นก็ตามแม้ผู้ใดจะไปเรียนรู้วิชาเจโตปฏิกิริยาในประการอย่างนี้หรือนัยยะดังนี้ก็ไม่ใช่เรื่องของพุทธศาสนาที่ว่านี้ไม่ใช่พระพุทธศาสนานะไม่ใช่เรื่องพระพุทธศาสนา มันไม่มีนามธรรมที่เป็นอารมณ์ของจิตที่แสดงถึงความโลภความโกรธไม่รู้เรื่องไม่รู้เรื่องรู้แต่ว่าอารมณ์รู้สึกเหมือนกันแต่อารมณ์ของจิตที่สั่งส่งสัญญาณว่าจะแปลว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นเป็นภาษาโลกมันแปลออกมาเป็นภาษาโลกอาการของโรคอาการจะยกขาดีอย่างที่ว่าหรืออาการจะพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษมันเป็นอาการของโรคไม่มีอาการของธรรมะถ้าเราจะรู้อาการของธรรมะเราจะต้องรู้จิตใจจิตเหมือนกันอาการที่มันโลภ หรือมันไม่รู้เรื่องมันโง่โมหะโลภะโทสะโมหะเป็นอาการอย่างไรมันจะเป็นอาการที่ใฝ่ธรรมเป็นอาการที่จะพยาบาทหรือเป็นอาการที่จะตั้งต้นเบียดเบียนซะแล้วนะมีใจสู้ใจคนอย่างไรอยู่ในนั้นมีใจที่จะคิดอย่างไรอยู่ในนั้นอาการประสาทพวกนี้ไม่รู้อันนี้ไม่รู้เพราะฉะนั้นถ้าจะเข้าใจพยายามให้ถูกเรื่องของพุทธศาสนาหรือตามแนวทางของวิชาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราและเราก็คำว่าเจริญพระจิตมีโทสะก็รู้ว่า จิตมีโมหะกะรู้ว่าจิตมีโมหะจิตเป็นอย่างไรที่มันเป็นไปด้วยกันแต่รู้ว่าจิตเป็นไปด้วยการที่มันเป็นไปด้วยพยาบาทหรือจิตเป็นไปด้วยพยาบาทจิตเป็นไปได้เบียดเบียนคือรู้ว่าจิตเป็นไปได้เบียดเบียนจิตที่ว่างจากจิตนี้ลูกสาวนี้แล้วเป็นจิตลงไปเป็นอิทธิพลมลทินจัดการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงจัดการมันกินกับพยาบาลจิตที่กำลังเศรษฐีก็รู้ว่า 7 สีนั้นมีพระกิตติพ้นจากสีน้ำตาลก็รู้ว่าอิทธิพลจากจีนรามอินทรา 70 พ้นจากอุปสรรคเจริญกิจ 10 คนจากจตุจักร 70 พ้นจากวิกฤติอิจฉาจะรู้ว่าสิทธิผลจากวิกฤติอิจฉาผู้ใดสามารถรู้อารมณ์ของจิตและเข้าไปรู้จิตอย่างที่ว่านิสิตเข้าธรรม [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] รู้แล้วโทรสั่งแล้วไม่ติดเป้าหมายดูดีๆดูชัดๆไม่ได้แกล้งทำไม่รู้เลยแต่เดี๋ยวรู้แล้วเนี่ยโอ้โหนี่เกิดมาแต่มโนสุพรรณกำลังโทรศัพท์มูลนิธิเป็นต้นเหตุเป็นต้นเขาเป็นสังขารเป็นตัวต้นทางเลยบันดาลออกมาให้เกิดอาการอย่างนี้แหมโทรศัพท์มือถือที่ร้ายแรงเนี่ยดูฟันผู้ใหญ่เลยฟันยับเลยฟันด้วยคำพูดทุกวันด้วยอาวุธทุกวันด้วยอะไรก็ตามแต่ฟันขยับ [ไม่สามารถถอดข้อความได้] ดูแล้วรู้สึกว่ามันไม่เห็นจะเก่งเลยสู้ไปนั่งหลับตาแล้วก็ทำจิตให้บริสุทธิ์ผ่องใสแล้วก็สามารถฝึกจิตทำคลื่นจิตเข้าไปจริงๆแล้วก็เอาคืนจิตที่ไปวัดคนอื่นเขาแล้วก็ให้สัญญาณอ่านออกมาอย่างอธิบายตอนต้นเดือนนี้มันไม่เกะกะอีอย่างนั้นเลยใครอยู่อย่างนั้นแล้วก็เก่งกว่าจริงจริงเก่งกว่าแล้วมันน่ารำคาญที่เรียนรู้ขึ้นจิตเขาได้สามารถรับสัญญาณออกมาได้เขากำลังด่าเราในใจก็รู้เขาก็รับฟังว่าจะเนี่ยในใจมันก็สั่งมาก็กำลังจะแตกเราแล้วดูก่อนแล้วเนี่ยเก่งจริงๆเก่งกว่าแล้วทำได้ยากกว่าด้วยแต่ไม่อยู่ในทางธรรมะไม่เป็นประโยชน์ไม่เป็นไปเพื่อความหมายไม่เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ ไม่เป็นไปเพื่อการตรัสรู้และไม่เป็นไปเพื่อนิพพานถ้ามาเรียนรู้อย่างที่อาตมาว่าเนี่ยคอยสังเกตสังเกตกายกรรมสังเกตพฤติกรรมของผู้นั้นผู้นี้ถ้าเกิดคนอื่นนะเอาง่ายๆแต่สังเกตผู้อื่นสังเกตการณ์ไม่มีกรรมและก็ใช้การบัญชีการเป็นสื่อดังในที่อธิบายไม่ถูกถ้าทำแบบนี้แสดงว่าเขาไม่รู้สิ่งนี้ไม่รู้ตามที่คุณนี้เจตนาด้วยแล้วก็ทำอย่างนี้คนนี้ไม่รู้นี่แสดงว่าเขาไม่รู้เรื่องโมโหพระของคนได้ อย่างนี้ก็ยังเป็นกำไรได้กำไรได้กำไรเพราะเราจะได้ดูตัวอย่างว่าถ้าเขาหล่อพระแล้วเราจะได้รู้ว่าเป็นอย่างไรผลมันจะเป็นอย่างไรออกมาใครอยากจะทำกรรมอย่างไรอาการโรคโดยกายกรรมเป็นยังไงอาการโรคด้วยวิธีกรรมเป็นยังไงอาการโรคไม่กล้าทานและอาการโทรศัพท์ด้วยกายกรรมวจีกรรมเป็นยังไงจะได้รู้ได้ไม่รู้ได้จริงๆมาดูได้มันก็ทำลายทีนี้ถ้าผู้ใดมาฝึกตนเองบ้างเอาไอ้ที่รู้จักคนอื่นเนี่ยมองจากคนอื่นมากลับมาย้อนมาดูตัวเรามองตัวเองบ้าง เกิดขึ้นมาเลยทำหน้าเขียวหน้าแดงแบบนี้เชียวบางทีก็จะยกไม้ยกมือจะปัดจะตบจะอะไรต่ออะไรเข้าไปอย่างนี้มันเหมือนกันเลยจะทำไปอย่างที่มันไม่ค่อยสุภาพอะไรก็ทำได้ด้วยรู้เลยว่านี่เป็นโทรศัพท์หรือแม้แต่พระทำอาการอย่างนั้นอย่างนี้เลยพระออกมาอย่างนู้นอย่างนี้แล้วก็อาการกายอาการเมื่อกี้ออกมาอย่างโน้นอย่างนี้ถ้าเราจะเหมือนกันนะมันก็จะรู้ความจริงว่าอ๋อนี่เกิดจากจิตเกิดจากจิตทำอย่างนี้เพราะว่าเราก็ใช้สิทธิ์ของเรานี่แหละใช้ปัญญาของเราอ่านอาการกายของเราเป็นอย่างนี้เศรษฐกิจของเราเป็นอย่างนี้ใช่ไหมเข้าไปอย่างนี้เลยเป็นธุรกิจของเราถ้ามีสติพอ [ไม่สามารถถอดข้อความได้] โทรศัพท์อะไรนี่มันดูจิตเราเฉยๆอยู่เออมันสบายๆนี่มันตรงๆง่ายๆว่างๆเบาๆมันไม่ร้อนๆลมๆเข้าทีคุณจะเห็นความแตกต่างของจิตนี่พูดเป็นภาษาให้ฟังนะถ้าผู้ใดเคยเล่นก็คิดแบบนี้กันถ้าใครไม่เคยไม่เคยไม่เคยรู้ไม่เคยได้แก่จิตใจนี้ไม่เคยเล่นกับสิ่งแบบนี้นะก็ไม่รู้บอกมีการฟังแล้วก็ฟังแต่ภาษาไม่รู้เรื่องอะไรไม่มีอะไรจะให้รู้แต่ถ้าใครเคยสังเกตจิตตัวเองอย่างนี้นั่นแหละคุณกำลังเข้าไปรู้ในจิตใจโตแล้วก็เป็นกำไรเป็นธรรมะเป็นการฝึกวิชาหรือฝึก อภิญญาที่ถูกทานไม่ใช่อภิญญาอย่างที่เดี๋ยวนี้เขาร่ำลือกันแล้วก็แม้ทึ่งกันอีกแบบไม่รู้ญาณคนอื่นแต่ลุกขึ้นสัญญาณของจิตของคนอื่นคนที่จะพูดยังไงดักใจรู้เลยเป็นอาชีพโฆษณาปาฏิหาริย์เพราะฉะนั้นหนักใจรู้เลยคนนี้จะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้คิดอย่างโน้นจะปรุงอย่างนี้จะว่าอย่างนู้นอย่างนี้จับลูกก่อนเลยเก่งอาตมาไม่ใช่ว่าอาตมาไม่ยอมรับนะว่าไม่เก่งเก่งนะเจตนาปาฏิหาริย์เก่งเหมือนกันนะมันจะไม่ยอมรับแต่ฟังไม่ดีแยกออกว่ามันไม่เป็นไปเพื่อทำมามันไม่เป็นไปเพื่อความหมายคล้ายมันไม่เป็นไปนะมันไม่เป็นไรเพื่อความตรัสรู้เพื่อนิพพานเพราะงั้นถ้าเป็นแบบนั้นมันก็ได้แบบนั้นได้ก็เป็นแบบนั้นมันไม่เข้าทางธรรมทางธรรมต้องเป็นอย่างที่อาตมาว่า เมื่อเราเข้าใจตัวเราเองแล้วว่าจิตโลภะก็เป็นอย่างนี้จิตโทสะก็เป็นอย่างนี้จิตโมหาก็เป็นอย่างนี้ก็อ่านต่อจับติดต่อพยายามรื้อไปทีเดียวมันเลยพระนี่แหละมันเป็นรากเหง้าพ่อปลากระทบจากอะไรก็ตามแต่พอกระทบครับจิตมันก็ทำงานทีเดียวราวๆๆอย่าแหมอยากจะได้อยากจะมีอยากจะเป็นอยากจะเอาเจ็บอย่างนี้เกิดที่เราเลยเราก็ตามสิ่งที่เราเข้าไปแล้วอยากจะได้อยากจะมีอยากจะเอาอยากจะเป็นพิจารณาเลยชีวิตจำเป็นไหม มันเป็นแก่นสารของชีวิตเท่าไหร่เป็นแก่นสารของชีวิตเท่าไหร่ถ้ามันเป็นแก่นสารของชีวิตที่อยากได้เมื่อกี้เนี้ยสมมุติว่าไปเห็นข้าวสารโอ้ยงามเนาะเห็นข้าวสารอยู่ในปีสัมผัสตาชอบอยากได้พิจารณาเลยจ่ายไปนี่เป็นสาระไหมเพราะศาลเป็นสาระที่บ้านมีหน้าที่บ้านมีไว้ตั้งแต่กระสอบแล้วอยากได้สถานีอีกนาน ข้าวสารยิ่งขาวของยิ่งใสนี่ยิ่งวิตามินหายหมดได้ลงได้ธาตุแป้งกับน้ำตาลอยู่ข้าวสารอยู่แต่วิตามินต่างๆที่ครบหุ้มอยู่ในมันมีเม็ดข้าวสารยังมีผิวมีอะไรต่ออะไรที่มีวิตามินเพิ่มอยู่อีกเยอะแยะเลยยิ่งขัดออกมากยิ่งหมดได้แต่แป้งน้ำตาลแต่ถ้าใครไม่ขาดออกมากนะแต่น้ำตาลก็ยังอยู่เลยและยังแถมยังมีวิตามินหุ้มข้ออยู่ในเปลือกข้าวเนี่ยมันมีวิตามินอยู่ตั้งหลายอย่างอยู่ในเปลือกในร้านข้าว 10 บาทข้างนอก ฝีมือดีนะยอดมีคุณภาพอาหารมากกว่าเยอะเลยแต่ถ้าไม่ชอบสีม่วงๆหมองหมองไม่น่าซื้อบางสีแดงๆเป็นข้าวกล่องข้าวอะไรเป็นอะไรข้าวกล้องเขาเรียกข้าวกล่องไปดูเลยไม่น่ากินเลยสีเหลืองๆแดงๆหม่นๆยังไงไม่รู้สูตรสีมันใสแจ๋วไม่ได้แล้วมันย่องเลยมันก็จบป้าน่าซื้อไปกินอย่านะอย่าหลงลูกนะอย่าหลงลูกนะแบบนี้ใช้ภาษาคำพังเพยว่าสวยแต่รูปจูบไม่หอมนะครับ แม่งสิ่งที่ติดอยู่ในข้าวออกหมดอย่างนั้นได้คุณประโยชน์อาหารมากกว่าเอาทีนี้ขออันนี้อธิบายเลยเลยเถิดไปหน่อยกลับเข้าไปตอนนี้กลับเข้าไปหาเนื้อหาสาระเพราะถ้าพูดดังตาเห็นของตาเห็นรูปก็ได้เห็นสิ่งใดแล้วมันเกิดอยากได้ขึ้นมาเพื่อติดตามธุรกิจของเราทันทีเมื่อผู้ใดเห็นอะไรแล้วเสร็จแล้วก็รู้เท่าทันพิจารณาว่าเราอยากได้อยากมีอยากเป็นอยากเอาอะไรก็ตามแต่อย่างนั้นเราเรียกว่าครอบครัว มันมีอากัปกิริยาอาการอย่างไรเป็นกิเลสเป็นปัญหาหรือว่าเป็นจิตว่างจิตเบาหรือเป็นจิตที่มันดีสูงขึ้นอย่างไรจะรู้รอบจริงๆเมื่อเรารู้ได้อย่างนี้ว่านี่มันกำลังปรุงกำลังอยากได้และพิจารณาถึงความพอดีอยากจะอาตมายกตัวอย่างไม่เห็นข้าวสวยแค่ 3 สวยแล้วอยากได้อย่างนี้พิจารณาแล้วถามไปเลยว่าที่บ้านเรามีกี่ประเภทอย่าไปซื้อมามันสีมันหลอกเราได้รูปหลอกเราได้เหมือนกันบอกข้าวสารนี่ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ถ้าบอกว่าตอนนี้พอไปเจอเสื้อสวยเขาก็อยากได้พญานาคที่บ้านมีกี่ตัวแล้วไม่ถามอ่ะรับรองไม่เปลี่ยนรับที่ ทั้งแฟชั่นทั้งสีสันทั้งรูปร่างไม่ได้คิดแล้วที่บ้านมีกี่ตัวไม่รู้เมื่อกี้ยกตัวอย่างข้าวสารนั่งฟังได้ผมบอกว่าอย่างนี้เข้าเนื้อแล้วตอนนี้ฉันรู้ตัวจริงไหมคุณไม่ได้มีเจตนาอย่างเลยกูไม่มีจิตไม่มีปัญญารู้ถึงจิตของคุณเลยแล้วจิตของคุณเปิดโรงพักแล้วอย่างไรควรไหมพอเหมาะไหมคนดีไหมสมควรที่จะซื้อที่จะเปลืองหรือเปล่าอาตมาได้แปลภาษาบาลีคำหนึ่งมาเป็นภาษาไทยภาษาบาลีคำนั้นอ่านว่าไทยเรามาอ่านอย่างแจ๋วๆ อาตมาแปลเป็นไทยอย่างสั้นเป๊ะเลยเดี๋ยวนี้ว่ากิเลสแปลว่าได้ความแล้วไม่พยายามแปลมาเต็มทีแต่ก่อนนี้แปลว่าคือความคุ้มครองฟุ่มเฟือยที่เกินความความจำเป็นแห่งชีวิตแต่ก่อนที่แปลงยาวถึงขนาดนี้เพื่อคุณจะไม่รู้เดี๋ยวนี้ช่างบรรยายบรรยายไปคนชั้นรู้แล้วอ้าวเราจะมาพบกันแต่ก่อนจะมาแปลงนั้นจริงๆเลยแปลว่าความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยที่เกินความจำเป็นแห่งชีวิตที่แท้จริงแต่ก่อนเดี๋ยวนี้ขอแบบสั้นๆเลยกิเลสแปลว่าอะไร อาจารย์ไหนสอนไม่เอาด้วยอาตมาหรอกเพราะอาตมาเปิดตำราใหม่สอนเปิดตำราใหม่พูดเขาไม่เอาด้วยหรอกกิเลสเขาก็จะบอกว่าเครื่องเศร้าหมองเขาจะบอกว่าเครื่องเศร้าหมองก็แปลว่าเครื่องซ่อมมาก็ทุกข์ก็มองก็ถูกแต่คุณหารู้ไม่ว่าคุณเศร้าหมองอย่างไรในขณะที่คุณอยากได้เนี่ยเริ่มต้นอยากได้นี่นะเศร้าหมองนะเฝ้ามองนะคุณยังไม่ได้มาสนใจเมื่อไหร่มันไม่บานแข็งหรอก คือไม่ลงหรอก ถ้ามันไม่เหมาะสมพอควรก็อยากรู้เลยเอาลงขั้นซื้อไว้ก่อนกลับมาเป็นขั้นพื้นก่อนกลับมาขั้นพื้นฐานเพราะถ้าคุณกลับมาท่านซื้อได้คุณก็จะหัดเรียนโรงเรียนโรงเรียนโรงพยาบาลว่าเห็นเสื้อสวยแล้วคุณก็อยากได้ทั้งๆที่บ้านมีแล้วข้าหลวงคุณก็ไม่เคยคิดถึงแค่ไหนคุณก็ไม่รู้จักเธอทำจมูก ทางกายส่วนไหนๆเลยถ้ามันอยากได้อะไรหรือมันกำลังคิดปรุงอาจจะเอาอะไรถามมันดูว่ามันเพ้อหรือยังเอาแค่นี้ก่อนปฏิบัติธรรมแล้วเราจะรู้จิตของเราเข้าไปเรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆเราจะเห็นในพอเวลาเรารู้ว่ามันเจอแล้วนี่เราก็ไม่เอาไม่เอาแล้วคุณจะเห็นอีกอันนึงหรอกแหมไอ้ตัวอย่างมันยังดิ้นพลางๆเก่งเหลือเกินนะพอนึกทบทวนว่านี่เรามารู้ไม่เห็นแล้วเนี่ยเสื้อผ้าสวยอยากได้แล้วนึกไปถึงที่บ้านอย่างที่อาตมาแนะนำแพงมีตั้งร้อยกว่าชุดละ 10 บาท อาตมามีชุดเดียวเสร็จแล้วเมื่อคุณแม่คุณรู้ว่ามันพอเนี่ยแล้วคุณก็พยายามห้ามใจไม่เอานะไม่อยากได้ไม่ต้องจ่ายไม่ต้องรีบขนาดไหนถึงได้ระงับจิตคุณได้หยุดจิตอย่างนั้นนั่นแหละคุณได้ปฏิบัติธรรมห้ามไม่ให้มันสมในความโลภโดยรู้จิตของเราจริงๆแล้วก็มีเหตุผลด้วยมีเหตุผลในการศาสนาต้องมีเหตุผลมีเหตุผลเพราะอะไร ขาดซะมั่งอยากจะได้สะสมเขาเลยเอาเลยได้เลื่อยมีเลื่อยนักหนาศาสนาสอนอย่างนี้เพราะเมื่อคุณได้ทำจริงมันก็จะลดน้อยลงลดน้อยลงทำไปเรื่อยๆอย่างนี้ระดับง่ายและคุณจะรู้เจโตของคุณจริงๆเจโตปริยญาณของคุณจะเกิดมาเรื่อยๆๆๆๆมันมีกามฉันท์เท่าใดตาหูจมูกลิ้นกายมีความรักในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสคุณก็รู้มันได้ด้วยและผมก็พยายามรู้เท่าทันมันด้วยคุณก็ได้ตัดกิเลสมันด้วยๆๆเรื่องพยาบาลนั้นเกิดจากความไม่สนโลกโทรศัพท์นี่เกิดเพราะความไม่สนโลก พยาบาลหรือปฏิกะเนี่ยที่เรียกว่าเกิดจากความไม่สนโลกก็คือว่าคุณเองถ้าคุณชอบใจคุณก็จะเอามาไว้ใกล้ๆหรือว่าเห็นบ่อยๆมีมากๆอะไรก็ตามใจแต่ถ้าคุณไม่ชอบคุณชังคุณก็จะไปเอามันออกบีบมันไปไกลๆทางเว้นให้ได้หลายรอยย่นหรือไม่ก็ทำลายไปเลยให้มันสาบสูญไปกันหนูกับป่าเดี๋ยวนี้เองเรียกว่าฉันเลิกทำทีนี้เวลาคุณชอบคุณอยากได้ไอ้นี่ได้มาไม่สนใจอยากได้มาสักพันนึง ให้มาร้อยเดียวพอได้มาร้อยเดียวไม่สนโลกซะแล้วอะไรเกิดอะไรเกิดตามหลังโกรธโกรธตามหลังจากได้ทันได้มาร้อยเดียวไม่สนโลกไอ้ตัวไม่สนโลกนั่นแหละเราเรียกว่าปฏิกะหรือยังผูกพันอยู่เรียกว่าพยาบาทถ้ารอบแรกก็จะบอกว่าไม่ยากหรอกพวกคุณเข้าใจแล้วอาตมาไม่ต้องอธิบายพยาบาลคือการอาฆาตเข่นฆ่าไม่ต้องอธิบายพวกคุณเข้าใจแล้วทีนี้เรามาขายสวนเพราะอาตมาอธิบายพยาบาลที่สูงขึ้นอีกให้คุณเข้าใจพยาบาลมากขึ้นยังไม่ยอมปล่อยวาง [ไม่สามารถถอดข้อความได้] มันไม่สนใจอยู่อย่างนั้นมันไม่พอใจมันยังไม่ได้ตามใจมันได้ยังไม่สนใจมันยังใจของตัวเองยังไม่พอไม่รู้จะใช้ภาษายังไงนะฟังเอาใจมันยังไม่พอใจมันยังไม่พอไอ้ตัวใจที่มันยังไม่พอนี่แหละเราเรียกว่ามันยังอ่ะมันยังอะไรตัวนี้ไม่ใช่อะไรหรอกอะไรรักก็ยังมีอยู่เหมือนกัน มีการเก็บไว้ยังผูกพันอยู่ยังหวงแหนอยู่ยังรักษาเจ็บเจ้าอยู่ไม่ยอมให้ไปก็เรียกว่ายังผูกพัน เซ็งเลยนี่แน่ะจะเห็นโทรศัพท์ชัดเลยแต่ตอนนี้เป็นระบบไว้หมกไว้สมในโลกแต่ก็ยังไม่สมก็มันมีแล้วมันก็ควรจะหยุดจิตใจแล้วเพราะมันมีอยู่แล้วเนี่ยรักษาอยู่แล้วเดี๋ยวผู้สาวเอาใจไปเหมือนกับเลยทีเดียวเหมือนกับปู่ผมก็รับเลยทีเดียวก็ไม่มีแล้วก็แล้วไปสิแต่ไม่รู้แล้วไงยังหารับอาตมาอธิบายอาการของจิตนะจิตมันอารักไม่เหมือนกันไม่เหมือนกันแหละตำรวจเฝ้ายามเฝ้าของก็เหมือนกันนั่นแหละเหมือนกันนั่นแหละมันมีความ ทีนี้อารมณ์ก็เกิดจิตที่มันทำงานขึ้นมาแม้จิตที่เกิดอารมณ์อยู่จะเป็นอารมณ์อย่างไรทีนี้ก็ไม่พูดแล้วก็ยังเป็นพญาปาทะหรือยังผูกพันอยู่นั่นเองพระแม่ตัวพญาปากคาดตัวเดียวนี่ก็เหมือนกันมีโลภะโทสะโมหะเหมือนกันนั่นแหละถ้าเราไม่รู้จะเป็นโวหารถ้าเรารู้สึกของเราเริ่มรู้แล้วก็รู้ว่าการของมันถ้าอาการก็มันแรงจนกระทั่งเป็นความไม่สบายใจเราก็เรียกว่าไปในฝ่ายโทรศัพท์อย่างไรก็ตามใจจะเกิดผลักดันหรือว่าจะเกิดดูดไปก็ตามใจ เนี่ยอธิบายสั้นด้วยความผูกพันของจิตตลอดสุดยังมีเศษแก้วอีกเท่าใดอยู่ในจิตยังมีอารมณ์ปรุงอยู่แต่พยาบาทตัวเดียวนี่ก็จบอาตมาอธิบายตัวเดียวนี่ก็จบถ้าจิตจะมีอะไรอยู่ในเศษเสี้ยวของอาการน้อยนิดแค่ไหนก็ตามใจเรียกว่าอาภาพคือมันยังไม่มันยังมันยังไม่สงบแท้มันยังไม่สงบแท้มันยังมีปรุงแต่งอยู่เรียกว่าอาภาพคราวนี้ก็ขออธิบายให้ละเอียดๆให้ฟังเพราะฉะนั้นพวกใดท่านไม่รู้ตัวเองว่ายังมีพยาบาลหูจมูกลิ้นกาย เปรียบเสมือนๆแล้วเราจะเรียนรู้จิตอย่างนี้ไม่จำเป็นจะต้องไปนั่งหลับตาแล้วก็หลับตามาฉันทะดับพยาพยากรณ์ เลือดขาวเป็นโวทานขึ้นมาด้วยเรื่อยๆจิตเราก็จะมีพลังงานเก่งแต่คลื่นที่เป็นเครื่องที่สามารถรู้คนอื่นได้ด้วยเมื่อเรารู้เราเราจะรู้เขาได้ด้วยเพราะถ้ารู้อาการของจิตของเราเป็นอย่างนี้กามว่าฉันชอบเป็นอย่างนี้พยาบาทมันเป็นอย่างนี้แม้ที่สุดก็ไปถึงผีนะมีพระจิตร เมื่อมีสติรู้ตัวอย่างนี้ แต่ถ้าสติมันไม่ขึ้นเต็มรอบอย่างนี้ตกตะกอนลงมามันไม่ค่อยจะรู้เต็มที่และลดลงมา 99 98 97 แต่เดี๋ยวมันก็จะเหลือ 0 เอาเดี๋ยวมันก็จะเหลือ 0 ต่อเม็ดไม่รู้เรื่องเลยเงียบไปเลยอ่านิโรจน์เลยนิโรธเหลือเกินกว่า 50 ไม่รู้เรื่องแล้วปั๊มน้ำมันเครื่องจะ 50 ก็ไม่รู้เรื่องแล้วไม่มีความรู้สึกตกตะกอนมาเป็นจุดที่เข้ามาสู่จุดจุดจุด เพราะฉะนั้นคนที่นอนหลับหรือกำลังนอนหรือจะนอนก็คือคนที่ทำจิตของเราเนี่ยไม่รับรู้ว่าพักสักทีสิตาหูจมูกลิ้นกายนี่จะได้มารับรู้อยู่ที่ประตูนี้หน่อยประตูนี้หน่อยประตูนี้บ้างประตูนี้บังประตูไหนไหนบ้างตั้งแต่พื้นฐานไม่ต้องรู้ความรู้ซะบ้างเข้าไปอยู่ในจิตข้างในก็อยู่ในจิตใจจิตเสียเรียกว่าคนหลับหรือนอนหลับหรือคือทำให้จิตตกตะกอนไปหยุดทำงานหลายหน้าที่บ้างเป็นยามเฝ้าอยู่ตั้ง 6 ประตู 5 ประตูปิดไปอยู่ประตูเดียวคือจิตของตัวเองของตัวเองมันก็ทำ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน