170601 ปัจจุปปันนังสญาณ-พ่อท่าน-วัดนรนาถสุนทริการาม.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์145 KB
วันที่แก้ไข20 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปฉันจะได้รับฟังการบรรยายธรรมะเรื่องประจุการนางพญาซึ่งปัญญาโดยท่านพระโพธิรักษ์ได้บรรยายณวัดบรมราชเทวีแปลเป็นมหาเดชตั้งหัวข้ออาตมาพูดในวันนี้ซึ่งเป็นหัวข้อที่เราไม่พูดกันหรอกเพราะพูดไม่ได้ปัจจุบันมันไม่ใช่มันไม่ใช่เรื่องคู่แต่มันเป็นเรื่องเป็นเรื่องเป็นเรื่องได้สำเร็จ ปัจจุบันนางเนี่ยมันเป็นเรื่องเดี๋ยวนั้นผู้ใดจะเอาเดี๋ยวนั้นขนาดไหนก็แล้วแต่ภูมิปัญญาของแต่ละบุคคลบางคนก็จะเอาเดี๋ยวนั้นของตัวเองและอนาคต เมื่อใดจะเป็นอดีตเมื่อนั้นผู้ใดวางได้เร็วเท่าใดเท่าใดเท่าใดผู้นั้นก็ยิ่งเป็นผู้ที่เป็นอริยะสูงขึ้นสูงขึ้นเท่านั้นเท่านั้นอาตมาเคยพูดว่าปัจจุบันนั้นมันนิดเดียวนิดจนกระทั่งยิ่งกว่าควายเข็มที่เล็กที่สุดที่สิ้นสุดแล้วก็หายไปปัจจุบันมันเล็กมันน้อยมันปัจจุบันตั้งอยู่ที่ปลายเข็มทิศเดียวแล้วก็ผ่านไปทันทีความเร็วจะเอาอะไรเร็วก็ตามครับที่ตัวเองยึดเอาไว้ถ้ายึดเอาไว้ กำหนดรู้สิ่งที่เกิดอยู่นั้นเป็นปริญญากำหนดรู้รู้จริงๆกำหนดรู้อยู่เป็นปริญญาผู้ได้กำหนดรู้นั้นก็เป็นผู้ที่ยังค้นพบได้หรือว่าเป็นผู้ที่ยังดีส่วนใหญ่แล้วปัจจุบันเกิดมาและเราก็ไม่รู้ไม่กำหนดรู้ไม่รู้ตัวในขณะนี้เป็นแต่เพียงสภาวะธรรมมันไม่มีความจริงอะไรสักอย่างมันไม่มีความเที่ยงแท้อะไรสักอย่างเป็นแต่สมมุติฐานที่เรารับรู้แล้วก็ทรงอยู่กับสิ่งที่มันยังตั้งอยู่บนโลกเท่านั้นเองตัวเราเองไม่ได้สำคัญมั่นหมายไม่ได้สำคัญกับสิ่งนั้นเลยไม่ได้มั่นหมาย ซื้อมันอะไรกับสิ่งนั้นเลยผู้ใดมีอาการอย่างนี้มีจิตอย่างนี้มีความรู้จิตที่มันจะรู้แล้วมันรู้อยู่อย่างนี้คนนั้นก็เบาสบายถ้าผู้ใดเป็นไปโดยเก่งกาจสามารถเป็นไปโดยอย่างอัตโนมัติเป็นไปได้อย่างอัตโนมัติเป็นอย่างนั้นแหละเป็นปัจจุบันเฉยๆแล้วก็ไม่ต้องไปวุ่นวายอะไรคือนั้นก็สบายยิ่งขึ้นอันนี้เกมให้ฟังถึ

อ่านต่อ

งสภาพธรรมของปัจจุบัน ไปได้คิดเอาคะแนนเอาแล้วก็ลองสมมุติเอาตามใจถ้าใครทำจะทำได้แค่ไหนก็ลองๆอ่านจิตที่มันเป็นปัจจุบันแล้วเราจะวางจะปล่อยดูถ้าอะไรมันเกิดมันเป็นรถเป็นชาติของจิตเป็นรสสุขก็ตามเป็นรถทุกประการไม่เกิดมาแล้วเราก็จะวางจะปล่อยมันเนี่ยโดยเร็วโดยปัจจุบันทันด่วนเนี่ยมันจะปล่อยได้หรือไม่ในวันศุกร์ก็ดีทุกคดีที่เป็นอารมณ์อยู่ในจิตรู้เวทนาในเวทนาเป็นสุขเวทนาทุกขเวทนาของเราก็เกิดแล้วเราก็ปล่อยวางมันได้หรือไม่เจ้าตัวของทุกคนจะเป็นผู้รู้เมื่อวานได้หรือไม่ได้ถ้าผู้ใดไม่รู้เวทนาเลยอ่านเวทนาฉันไม่ออกจากเวทนาขันธ์ของตนเองไม่ได้ แน่นอนไม่รู้คนนั้นไม่มีปัจจุบันคนนั้นมีแต่อัตราไม่มีปัจจุบันนางนี่หมายความว่าเป็นผู้เข้าถึงซึ่งจะแปลเอาความชัดๆให้เป็นผู้เข้าถึงซึ่งแก่นอันนี้เป็นแก่นของอนัตตาแต่อันนี้เป็นแก่นของอนัตตาอนัตตาโดยสมมุติสมมุติอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าจริงมันเป็นอนัตตาเพราะฉะนั้นปัจจุบันจึงเป็นอนัตตาหรือเป็นอัตราโดยสมมุติโดยแท้จริงผู้เข้าถึงแก่นอันเป็นอนัตตาอันนี้ที่สุดในที่สุดที่จะเข้าถึงเวลาจะต้องเข้าถึงอนัตตาให้ได้ฉะนั้นจึงบอกว่าปัจจุบันเนี่ยเอามาพูดมันก็คือผู้บรรลุข้อความบรรลุฟันนำฟันนำแปลว่าความบรรลุถึงเป็นผู้บรรลุและเป็นผู้สำเร็จ อยากจะพูดรู้ยอดมีตัวรู้ยอดเกิดอยู่ในตนเรียกว่าปัจจุบันพระปัจเจกจะหมายความว่าเป็นผู้รู้ที่ตนนั่นแหละประจุเป็นความรู้ความรู้ยอดที่เกิดขึ้นที่เป็นสัจจะตัวนี้แปลว่าความรู้แปลว่าตัวแสงสว่างใหญ่สัจจะปัจเจกหมายความว่ารู้คนเดียวปัจเจกสัจจะบทเพลงที่เราเรียกกันว่าปัจเจกชนหรือปัจเจกบุคคลเนี่ยรู้คนเดียวส่วนคนเดียวเป็นส่วนของคนคนเดียวเป็นเรื่องของคนคนเดียวเป็นความรู้กับความรู้ของคนคนเดียวเรื่อยๆชัดเจน มันจะสว่างรู้มันรู้มันไม่ใช่มีภาษามันเป็นความรู้สว่างโพลงกว้างขวางอยู่อย่างนั้นบวกกับอัตก็เป็นปัจจัยอัตราอัตราการใช้หน่อยว่าไอ้สัตว์ต้องมีตัวตน แปลว่าน้อยนิดบางเบาตนเนี่ยภาษาไทยคำว่าเป็นตัวหรือเป็นภาษาไทยนี่ก็มาจากบาลีเป็นตัวตนตอนนี้มันมีสภาพน้อยนิดมันจึงรู้ยากแต่เราไม่เคยรู้ตัวไม่เคยรู้เต็มเพราะมันน้อยมันนิดมันบางมันเบามันไม่ใช่ขั้นตอนนี้แท่งก้อนนี้ไม่ใช่ตัวตนหรอกมันเป็นรูปกระทำเป็นวัตถุส่วนตัวตนนั้นน่ะมันเป็นนามธรรมมันน้อยมันนิดมันบางมันเบาไอ้เต็มคำว่าเป็นคำว่าตัวตนมันน้อยนิดบางเบา มาจากคำว่าอายัดตนอายัดหมายความว่าประโยชน์หรือผลที่ได้ขึ้นมาเรียกว่าอายัดถ้าผู้ใดเป็นหลงผลที่ได้ขึ้นมาแม้เพียงน้อยนิดหลงและใช้คำว่าหลงฟังให้ดีนะเราไปหลงส่วนที่ได้ขึ้นมาหรือส่วนที่เห็นและเป็นประโยชน์ส่วนที่เป็นประโยชน์หรือเป็นผลได้ขึ้นมาเนี่ยแต่หลงแน่นอน จึงเรียกว่าอายตนะคำว่าอายตนะตัวนี้ที่จริงเป็นความไม่รู้เป็นความไม่รู้เสร็จแล้วภาษาบาลีอายตนะมาแปลเป็นภาษาไทยอายตนะพบแลกันว่าตัวนี้มันรู้ในทวารใจรู้ในทวารกายรู้ในทวารหูตาจมูกลิ้นมันดูไปในช่วงนั้นที่จริงน่ะมันจะต้องรู้ที่จริงนะฟังให้ดีนะที่จริงบริษัท มันไม่รู้ตามเป็นจริงมันบังก็เสียมันจึงกลายเป็นคนไม่รู้ถึงรู้ก็รู้อย่างโมโหเพราะฉะนั้นอายัดตัวนี้ก็ถึงอายตนะตัวนี้ก็ที่แปลว่ารู้รู้โดยทวารตาหูจมูกลิ้นกายแต่รู้ไม่บริสุทธิ์สักทีถ้าผู้ใดรู้โดยอายตนะแพ้แล้วมันไม่มีอะไรมันเป็นความเป็นจริงตามอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นในความเป็นจริงตามอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นคนเราไม่รู้อย่างนี้จึงเรียกว่าเป็นตัวผู้ที่ยังงมงายจึงเรียกว่าอายตนะหรือชรา ศรายุทธชรายัตนะเนี่ยภาษาบาลีคำนี้มาเป็นคำไทยชลาตันนะเนี่ยมาเป็นคำไทยก็คือฉลาดฉลาดฉลาดแต่เดินภาษาไทยไม่มีหรอกคำว่าฉลาดโบราณ รู้ได้อย่างสบายใจได้ว่าผู้รู้มากหรือผู้รู้แบบทวารทั้ง 6 ก็เรียกทับศัพท์ว่าฉลาดชลอายตนะนั่นแหละจะพูดเพราะมากๆเข้ามันก็พูดสำเนียงไทยๆมันก็ฉลาดเลยไม่ฉลาดหรอกมันฉลาดเลยคำว่าฉลาดจึงเป็นภาษาไทยไปตีพิมพ์เป็นภาษาไทยแล้วก็แปลว่ารู้อยู่ด้วยเมื่อวานทั้งหมดจึงเรียกแบบฉลาดหรือฉลาดอย่างนี้เราก็ใช้คำว่าฉลาดฉลาดฉลาดฉลาดฉลาดฉลาดแต่ถ้าผู้ใดฉลาดไม่ใช่ฉลาดที่เป็นเป้าหมายจากเดิมแต่เดินตลาดที่ตรงเป้าหมายนั้นคือฉลาดเพราะรู้เท่าทันในทวารทั้งหมด มันไม่ใช่ฉลาดนะแต่กูว่าแล้วมันไม่รู้อายตนะมันก็ไม่รู้หูตาจมูกลิ้นกายมันรับมาพบสัมผัสมามันก็ไม่รู้เท่าทันมันหลงกลายเป็นหลงไปหมดมันไม่ใช่รู้นะมันหลงมันงมงายมันเป็นไปตามเขาปั่นหัวไปหมดถ้ารู้แล้วก็ถึงจะเอาคำว่าเธอไม่ใช้แท้ๆใครจะแพ้ได้เลยพูดได้รู้ฉลาดแพงหูจมูกลิ้นกายใจได้แล้วผู้นั้นก็เป็นผู้ที่มีความรู้แจ้งสว่างและเป็นปัจจุบัน รู้ว่าเด็กเต้นคู่กับคนอื่นไม่ได้ความรู้นี้ไม่ใช่ภาษาพูดออกมานี่เป็นเพียงสื่อเป็นแต่เพียงผู้แพ้รักภาษาออกมาปั้นเป็นคำพูดปั้นเป็นตัวอย่างปั้นเป็นอะไรเพื่อที่จะให้คุณฟังๆไปเท่านั้นเองมันไม่ใช่ความรู้ที่แท้ไม่ใช่ตัวรู้ตัวนั้นเธอรู้ตัวนั้นมันอยู่ในจิตของแต่ละบุคคลของใครของมันของใครของมันไม่เกี่ยวกับใครเลยใครรู้กับคนนั้นได้คนนั้นมีอันนั้นอยู่ในตัวเองจึงได้รับปัจจัยเป็นการรู้โดยเป็นอัตราอยู่ที่ต้นอยู่ที่ตนจริงจริงอาทิตย์นี้ก็ขอย้อนเรื่องปัจจุบันมันเกิดขึ้นได้เพราะเราได้เรียนรู้ ถึงสิ่งที่ได้รู้มาก่อนอย่างนึงเราเรียกว่ายานรู้ในสิ่งที่เป็นอดีตสิ่งที่เราเคยพบเคยเห็นเคยผ่านเคยพร้อมผ่านมาแล้วเรียกว่ารู้โดยเฉพาะผ่านผ่านมาแล้วเราก็ไปยึดมั่นถือมั่นเข้าไปจำได้ไปกำหนดหมายมาแล้วก็ไปรู้อย่างนั้นอย่างนั้นถ้าจำได้มากก็กำหนดหมายมามากแต่ยึดมามากถ้ายึดแล้วเป็นหลงทางก็จะต้องมาเป็นธุระหรือมาเป็นภาระที่เราจะต้องถ้าไปยึดเข้าก็อย่างนี้จะต้องเอาจะต้องมีจะต้องเป็นจะต้องได้ครับเราก็จะต้องแสวงหา แสวงหาเพราะว่าเราเองเราไปรับรู้กับโลกมาการไปรับรู้เป็นโรคมาจะรู้ได้ด้วยจริงถือว่ารู้ได้โดยไม่ได้จริงโดยได้ฟังข่าวเข้ามาก่อนก็ตามข่าวเข้ามาจนกระทั่งไปสัมผัสเข้ามาบ้างแล้วก็ไปยึดติดกับบ้านแต่ฟังข่าวก็มาแล้วก็มาหลงตามเขายินดีตามเขาแล้วก็ยึดมั่นถือมั่นเข้าให้ที่ได้ฟังข่าวเข้ามาเนี่ยยังไม่พบยังไม่เจอยังไม่ได้ยังไม่เห็นอันนี้เรียกว่าอนาคต ไปรู้มาจากไอ้ยักษ์มันเป็นอนาคตกะอยู่ยังเป็นของที่ไม่มียังไม่มาเราเองยังไม่เกิดผลสัมผัสรู้แต่เป็นแต่เพียงอนาคตยังไม่ถึงตัวยังไม่ผ่าตัดยังไม่ครบทวารที่เราจะสัมผัสรู้หมดเพราะว่าสิ่งที่เป็นได้ฟังได้ยินมานั้นจึงเป็นตัวกิเลสอนาคตจึงเป็นกิเลสมากที่สุดและกิเลสคือสิ่งที่หลอกมากที่สุดเป็นแต่เพียงได้ฟังได้ยินได้ฟังได้ยินเขาเล่ามากล่าวมาภาษาบาลีจึงเลือก ตัวนี้มันแปลว่าได้ยินได้ฟังมาจิรังได้ยินมาเคยได้ยินไหมที่รักเนี่ยจิระตัวนี้ตัวเดียวกันเหมือนกันภาษาบาลีสองคำแปลว่ามันได้ยินหูฟังมาแล้วแต่บุพเพสันนิวาส ตายเมื่อกี้มโนจำไว้จำได้ผู้ที่จำได้นะน่ะเป็นแต่เพียงจำได้แล้วจำได้แล้วก็ไม่มีจำได้แล้วก็ไม่มีไม่มีอะไรสิ่งนั้นไม่มีเป็นแต่เพียงรอยรอยจารึกเท่านั้นเองมันไม่มีแต่เราก็ไปยึดไปจำไปทำความหมายไปทำความสำคัญกับมันไม่เคยได้กินผลไม้อย่างนั้นเลยพอเขาเล่าเรื่องผลไม้อย่างนี้นี่เป็นผลไม้คิดนะเมืองไทยไม่มีขายหรอกเมืองอื่นสมมุติว่างั้นนะได้ยินข่าวว่าผลไม้นี้ก็ยอดกว่า Apple ที่ Apple ก็แล้วกัน ผลไม้ชนิดนี้ชื่อ Apple ยอดของ Apple เขาบอกว่าเนื้อมันดีกว่านะนี่มันดีกับ Apple ลูกมันสวยกว่ารถมันหอมอะไรต่างๆนานาว่าไปเลยคุณน่ะคุณสมบัติที่รักใหญ่เลยหมายความว่ากุ้งฝอยเล่าลือชมพ่อขึ้นมาให้ฟังตอนนี้ก็แสวงหาใหญ่เลยเออไอ้ที่เขาว่า Apple มันมีแอปเปิ้ลมันเป็นยังไงเนาะกิเลสใหญ่เลยเพราะได้รับแอคชั่นมา 1 ลูกเสมอแอปเปิ้ล แอปเปิ้ลอย่างนี้จริงๆแฮะคนนั้นก็ได้ผ่านสิ่งนี้แล้วสิ่งที่ว่ามาในอนาคตมันเป็นอดีตครับเพราะเป็นอดีตก็แล้วทีนี้มันไม่มีหรอกกินแล้วผ่านแล้วก็แล้วไปแล้วสัมผัสแล้วก็แล้วไปแล้วนะแต่ยังยกขึ้นมาอยู่นั่นเองฟังให้ดีนะเพราะนะยกความจำขึ้นมาคิดใหม่ทุกทีทุกทียกขึ้นมาคิดสิ่งใดก็เป็นอนาคตทุกทีฟังให้ดีนะตอนนี้อดีตเป็นอนาคตเคยได้ยินบ้างไหมในโลกด้วยความจำเป็น มันไม่ใช่ความจริงนะมันเป็นแต่เพียงจิตทำงานฟังดูดีๆมันเป็นแต่เพียงจิตทำงานหยุดทำงานทำงานมันไม่มีรถนะถ้าคุณคิดถึงรถ Aston อย่างที่ว่าเนี่ยเคยกินไปแล้วอาทิตย์ที่แล้วแล้วคุณกำลังนึกถึงรสชาติที่เคยชินไปแล้วไม่มีรถนั่งฟังดีไม่มีรถนั้นนะแต่คุณภาพไว้ที่จิตแบบตามความจำของคุณน่ะแหมแอปเปิ้ลมันลดอย่างเงี้ยแล้วมันเป็นยังไงถึงจะเทียบเคียงหา Apple Apple หน่อยๆเลือกใช้อะไรผิดก็แล้วแต่ที่คุณจะเอาองค์ประกอบหรือเปล่าของเหมือนกันแต่ดอกกุหลาบๆเหมือนกัน ต้มอะไรก็ตามแต่แล้วแต่สมมติสมมตินะสมมุติว่ามันมีอย่างเงี้ยกลิ่นมันคล้ายๆกับส้มรสมันคล้ายๆกับ Apple หอมบรรยายซึ่งเทียบเคียงทั้งนั้นเลยแท้จริงตัวนั้นไม่มีเพียงนั้นไม่มีหรอกคุณคิดคิดขึ้นมาแล้วคุณจะเอาความคิดของคุณเนี่ยเจาะลงไปที่ตรงนั้นน่ะโรงแรมสุดท้าย ที่จริงสิ่งนั้นยังไม่มีตัวจริงยังไม่มีตัวเลือกตั้งและยังไม่ได้แตะเข้าไปที่จิตหรือที่ปากคุณลิ้มก็ยังไม่ได้แตะมันไม่ใช่ของจริงไม่ใช่ปัจจุบันแล้วก็ปัจจุบันเลยเป็นแต่เพียงคุณไปคิดเอาความจำได้จำได้มันเป็นอย่างนี้แล้วคุณจะคิดแต่สิ่งที่คิดอันนั้นน่ะเป็นแต่ลมๆแล้งๆเป็นจิตที่คุณคิดไม่มีจริงเลยนะไม่จริงๆอ่ะปัจจุบันเหลือ Apple ก็ไม่มีแล้วคุณก็รอลงหน้าอันนี้เมื่อคุณยึดเข้าติดถ้ำ อดีตตัวที่จำได้เนี่ยยกขึ้นมาทีไรคิดทีใดเป็นอนาคตเธอเป็นของที่ไม่มีอนาคตปะทะหมายความว่าเป็นไปอนาคตไม่อนาตะมันไม่ได้ไปไหนมันไม่มีอะไรอนาคตปากมันไม่มีอะไรอนาคตป๋าไม่มีอะไรมันยังไม่เป็นตัวยังไม่เต็มๆยังไม่มีสภาวะธรรมที่จริงในปัจจุบันนั้นไม่มีเลยยังไม่รู้ถึงสิ่งนั้นยังไม่มีมีแต่สภาพอะไรก็ตามแต่เข้ามาใส่อันนั้นไว้เท่านั้น นันสปาเป็นอันบังคับตัดอนาตะเป็นอนาคตเพราะฉะนั้นการเกี่ยวพันกันระหว่างอดีตอนาคตเกี่ยวพันกันอยู่เสมอทีนี้เมื่อคุณไปแสวงหาแล้วจะได้แอปเปิ้ลมาได้แล้วแล้วคุณก็สัมผัสมันเข้าไปเลยทั้งหมดขณะที่สัมผัสได้เสร็จก็เกิดขึ้นตอนที่สัมผัสของสัมผัส ลืมหายไปไหนก็ไม่กลายเป็น Apple แล้วตอนนี้มันเป็นภาพข้างในนี้แล้วมันจะถูกพลังงานในนี้จะย่อยจากแปรสภาพอะไรต่ออะไรไปกันเรื่องของมันแล้วไปแล้วทีนี้มันก็จะแปลสภาพทำงานของมันจะมีปัญหาปัจจุบันก็มีอยู่แค่นั้นเองเสร็จแล้วเราก็ไปจำมันไว้อีกยิ่งทำบ่อยเสร็จปุ๊บก็เรื่อยๆเรียกว่าเสวนาเสพติดเข้าสำนักวาสนา ที่วาสนามีสติเสวนายิ่งไปซ้ำย้อนยันซ้ำกันครบการคุ้มกันพยายามทำกับมันให้ซ้ำแซะมากเท่าใดเราก็ยิ่งเกิดขึ้นเป็นตัวเป็นตนเป็นลูกเป็นแบบเราเป็นสิ่งนั้นมากขึ้นวาสนาเราเป็นสิ่งนั้นมากขึ้นมันอยู่กับเรามากขึ้นวาสนามันเป็นสิ่งนั้นมากขึ้นหรือเราอยู่กับมันมากขึ้นจะเป็นอย่างนั้นไปหมดเพราะเป็นอย่างนั้นก็ยิ่งต้องแสวงหาใหญ่เพราะฉะนั้นก็ยิ่งติดเสมอเสมอ สภาพที่อธิบายนี้อธิบายเพื่อที่จะใช้ภาษาคำภาษาอาตมาพูดเนี่ยฟังแล้วก็พยายามตะล่อมที่อาตมาพยายามชักจูงให้เข้าไปหาผู้เพื่อที่จะให้คุณมีความรู้สึกหรือความคิดเข้าไปสู่จุดที่อาตมาหมายจะให้คุณเข้าใจให้ดีนะอย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่าเออภาษานี่คือไม่เหมือนเขาไม่เหมือนคนนั้นคนนี้อย่าไปคิดอย่างนั้นถ้าคุณมัวแต่คิดว่าภาษาอังกฤษไม่ได้ไม่เข้าใจไม่ได้คุณก็ฟังไม่รู้เรื่องมันฟังไม่รู้เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวมันยิ่งไม่รู้เรื่องใหญ่เพราะมันเรื่องยาก ยังไม่รู้เท่าทันปัจจุบันก็คือผู้ที่ยังหลงในอดีตและอนาคตอยู่ตลอดกาลตลอดกาลผู้ใดจะเกิดปัจจุบันหรือในปัจจุบันองค์ของปัจจุบันอันนี้สภาพธรรมทั้งปัจจุบันอันนี้จริงๆแล้วเราก็เพราะฉะนั้นสบายมากแล้วมึงไม่พูดกันถ้าไม่ถูกกันกูจะได้ยินแต่อนาคตได้แต่นึกถึงปัจจุบันไม่พูดกันหรอก ระลึกถึงปัจจุบันได้นั้นหรือรู้จริงเป็นจริงในปัจจุบันนั้นเป็นคนที่เก่งเยี่ยมยอดกว่าคนที่ระลึกอดีตได้เป็นคนที่เก่งเยี่ยมยอดเป็นคนที่ระลึกถึงอนาคตว่าอนาคตหรือว่ารู้อนาคตได้แต่คนที่เก่งกว่าฟังดูดีๆนะเก่งกว่าเก่งเยี่ยมยอดเลยและเป็นประโยชน์ที่สุดด้วยเป็นพยานที่สุดด้วยปัจจุบัน ก็จะบอกว่าเป็นยังไงล่ะตอนนี้สบายดีไหมฟังดีๆนะเป็นไงตอนนี้สบายดีไหมไม่ดีนะครับไม่สบายแล้วดูปัจจุบันแล้วนะไม่สบายเป็นยังไงไม่สบายด้วยเรื่องอะไรมันเป็นยังไงเราบอกหัวใจว่าไม่สบายเป็นยังไงตอนนี้ก็จะบอกออกมาหัวใจตอนนี้มันถูกผ่าเป็น 8 ห้องซะแล้วห้องที่ 1 กันยายน ป้าก็จะบอกไม่ถูกไม่รู้สิครับทีนี้หมอที่เป็นผู้ชายปัจจุบันปัจจุบันก็จะถามต่อไปเรื่อยๆไอ้ไม่รู้ที่คุณว่าเนี่ยเมื่อวานนี้คุณไปกินข้าวไหมน่าจะถามถึงอดีตไม่ได้กินนะครับจึงจะเป็นข้อมูลคุณไม่กินข้าวแล้วคุณไม่สบายตอนนี้เมื่อวานนี้เจอใครบ้างล่ะคบกับคนนู้นคนนี้บ้างทะเลาะกันมันไม่ตกลงกันเลย พยายามบอกให้กลับกลายจะพยายามร่วมดีของเขาให้ได้หรือว่าอนาคตของเขาให้ได้เพื่อที่จะทำปัจจุบันให้แก่คนนี้เพื่อจะทำปัจจุบันให้แก่คนนี้เพราะปัจจุบันนี้แหละทุกข์กับปัจจุบันถ้าปัจจุบันนี้วางซะแล้วรู้เท่าทันจิตมันจิตมันทุกข์เพราะมันเป็นยึดจิตมันสุขเพราะมันวางมันปล่อยมันเฉยๆมันไม่มีตัว [ไม่สามารถถอดข้อความได้] เสร็จแล้วผ่านไปแล้วก็ยังสามารถคุมสบายนะชอบกินแต่ใน แต่ถ้าจะไปทำเป็นรถเป็นเรื่องเป็นกลิ่นเป็นสัมผัสอะไรก็ได้อยู่แล้วก็ติดจึงจะต้องมีภพติดตลอดเวลาเพราะไม่หายไปเพราะว่าปัญหาไม่หายไปจึงจะต้องพยายามฟื้นเขียดขึ้นมาให้เกิดชาติให้เกิดการแสวงหาให้เกิดการดิ้นรนไม่เกิดการมีความยินดีปรีดาหรือไม่ยินดีปรีดาขึ้นใหม่ในโอกาสข้างหน้าเพราะฉะนั้นพรุ่งนี้โลกได้พบหน้าจึงไม่เหมาะสมเพราะทางจากปัจจุบันไม่เข้าใจปัจจุบันไม่เข้าใจปัจจุบัน วันนี้กินไม่ได้ปัจจุบันสักทีแล้วไม่เข้าใจปัจจุบันสักทีแล้วปัจจุบันตัวใดตัวใดก็ต้องเกิดเดือนอะไรเดือนอะไรก็เลิกกันไม่มีอ่ะวันนี้พูดอย่าไปแล้วก็อย่าไปฟังผิดนะฟังไปแล้วก็อะไรๆก็ไม่มีก็หวานเลยวันนี้ก็เดี๋ยวจะไปฆ่าคนไม่มีปัจจุบันอย่างนั้นเราก็เลิกแล้วค่ะแต่ก็เลิกไม่มีไม่มีวันนี้ไม่มีครับ เลิกแล้วมาเย็ดอย่างเราเมื่อเราไม่รู้โลกด้วยไม่รู้สมมติของโลกด้วยแล้วเราก็จะไปเป็นอย่างนั้นถ้าขืนทำอย่างนั้นและเป็นไอ้โจรใหญ่ไม่รู้แม้แต่บาปแต่บุญไม่รู้แม้แต่สมมติของโลกไม่รู้แม้แต่สังคมของโลกถ้าจะเป็นยังไงเขาจะคิดยังไงจะยึดยังไงจะตามคนเขายังไงเราไม่รู้แล้วเราไปทำแบบนี้เข้าไปฆ่าเขาผิดคนนี้ก็จะต้องถูกโลกที่เป็นตัวชะมดนั่นแหละเขาเล่นงานเขาอยู่มันก็ไม่ได้ไปทำลายมนุษย์ ฉันไม่ได้วางได้เฉยๆพระอรหันต์ของพระพุทธเจ้าพระอริยมรรคของพระพุทธเจ้าวางได้คือใจของเราวางได้และรู้กรรมรู้กรรมรู้กายกรรมรู้ว่ากี่คำรู้มโนกรรมภาพกายกรรมมันจะทุจริตมันไม่เหมาะกับสังคมไม่เหมาะกับสังคมไม่ทำก็ทำแล้วมีผล สิ่งใดก็ยึดกันเราก็ต้องรู้หรอกเขายึดเพราะฉะนั้นจะทำกรรมใดจะต้องให้รู้ว่าเราทำกรรมใดก็จะต้องมีสุจริตไม่ให้ทุกคนได้ไม่ติดอะไรเลย ไม่มีลีลานี้เลยปัจจุบันมันไม่ยุ่งยากอย่างนี้เลยเพราะถ้าผู้ใดปัจจุบันพระพุทธเจ้าปัจจุบันยาวๆกันนั่นแหละจึงเป็นตัวตนเป็นความทุกข์เป็นความสั่งสมลงในจิตเป็นสิ่งที่สำคัญให้แก่ตนเองก็จะจำได้ตัวเองก็จะติดใจตัวเองก็จะสืบต่อไปเรื่อยๆเรื่อยๆวันนี้ปัจจุบัน ดังนั้นการทำปัจจุบันจึงเป็นผู้ที่จะต้องมีปัญญามีญาณท่านเรียกว่าจะต้องเกิดปฏิสัมพันธ์แต่ปัจจุบัน ดูมัน นามชนิดนั้นพบสิ่งที่มาในโลกและเราก็จะรู้แค่ว่าอ๋อ วันนี้ไม่รู้อาจทำให้มันแล้วน้ำชนิดนี้แล้วก็มาดูที่เป็นตัวเราเองน้ำจะไม่มีประโยชน์อย่างนี้แหละมีโทษอย่างนี้แหละตัวเราแต่เราไปไหมเราจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำมีไหมถ้าจำเป็นจะต้องใช้น้ำนี้พอสมควรครับถ้าไม่จำเป็นชอบมากกว่าคุณเราก็ไม่เอาเราไม่เอานะฟังดูดีๆเมื่อเรารู้แหล่งน้ำชนิดนี้มันมีโทษมากกว่าคุณเราไม่เอาเราก็ไม่เอาเพราะเราไม่เอาไม่เอาแต่คนอื่น น้ำอย่างนี้นี่นะฉันต้องเอาฉันต้องมีไม่เอาไม่ได้ฉันต้องเอาฉันต้องการเปิดฉันต้องดื่มฉันต้องกินน้ำอย่างนี้ผู้ที่รู้ว่าพระอริยวง พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตการที่รู้ถึงสาระแท้ที่เป็นอัตลักษณ์นิดหน่อยรู้ไปหมดอย่างนี้เราเรียกว่ารู้ธรรมะที่จริงทำไม สวดธรรมะปฏิบัติอาญาฟังดูดีๆนะฟังดูดีๆอย่าตีลังกานะคือสัมผัสสิ่งนั้นเลยรู้สาระเข้าใจแกล้งเลยเกิดความรู้แจ้งถึงสาระอย่างนี้ก็แน่นอนเลยทีนี้พอเป็นลูกของคนอื่นเขาก็เป็นธรรมะแทนทำไมเราต้องไปรู้กับคนอื่นว่าประยุทธ์เพราะเรายังไม่ตายเราจะอยู่กันสังคม ต้องยึดฉันต้องกินไม่กินไม่ได้หรอกมันมีคุณแต่ผมว่าถ้าผมไม่กินผมตายครับอยากขอบอกเนี่ยแม้สุดท้ายจะไปหาหมอหมอบอกว่าคุณต้องหยุดเลิกกินเหล้าถ้าคุณกินเหล้าอีกคุณจะตายยาแผลจะยิ้มให้หมอแล้วก็กลับไปบ้านเชื่อหมอก็หมอพูดถูกแต่หมอคนนั้นก็คือหมอเจ้าของก็คือยาของน้องก็คือตัวเองยิ่งกว่าเก่าอีกแล้วกินเหล้าเข้าไป ย่าขอโทษป๋าว่าตัวเองหรืออาจขับรถตัวเองว่าถ้าผมไม่กินเหล้าผมก็ตายเหมือนกันแต่หมอพยากรณ์ผมก็เลือกเอาของกินเหล้าดีกว่าเพราะตายตัวเดียวกันตายตัวเดียวกันก็หมอบอกว่าอยากกินเหล้านะกินเหล้าแล้วตายแล้วเป็นของหมอนะหมอดูหมอเข้าใจแต่ยาถอดเองอยากรู้ของตัวเองอย่างชัดเจนเลยว่าผมไม่กินเหล้าผมก็ตายเพราะผมคิดมากแต่เขาไม่รู้เย็ดกันเขาหลงหลงก็ไม่รู้ความจริงผมไม่กินผมก็ตายหมอบอกว่าไม่กินก็ตาย เป็นสรณะเป็นที่พึ่งเล่าเป็นสถานะเหล้าเป็นที่พึ่งเอาเหล้าเป็นภพเอาเหล้าเป็นชาติเอารถของเราเป็นสรณะเอารสชาติเอาสิ่งที่ตัวเองจะต้องได้รับไม่รู้ได้รับอะไรจากเรานี่แหละมันไม่ใช่มันไม่ใช่ภาพนะไม่ใช่ทาสเหล้าถ้าเหล้าหมอบอกแล้วถ้าเล่าเนี่ยเข้าไปในร่างกายแข็งแรงก็มาอีกเนี่ยตายถ้าเป็นภาพเหล้าเนี่ยเติมแอลกอฮอล์ต่างๆถ้าแอลกอฮอล์ต่างๆเข้าไปในร่างกายของเราตายหมอได้คำนวณแล้วเกิดร่างกายและสมองไม่มีความรู้เรื่องนี้แต่คิดถึงเพราะว่าปัญหา เราไม่ได้พบชาติเราไม่ได้กิเลสอันนี้เราตายเพราะปากตายถ้าไม่ได้เกลียดออกตายเพราะฉะนั้นยาวกว่าจึงยอมเสียสละชีวิตเพื่อกิเลสอันนี้คู่นี้จึงทำอัตวินิบาตอัตวินิบาตกรรมอยากถอดจิตสัมผัสมินิบาร์แปลว่าอะไรมินิบาร์แปลว่านรกแปลว่าอะไรทำตัวเองไปสู่นรกก็ตายต้องกินรสชาติอย่างนี้จะเติมค่าแอลกอฮอล์แต่ร่างกายต้องการ ย่าบอกไม่มีความรู้เลยรู้อรรถของตัวเองอรรถของตัวเองคืออะไรของตัวเองคือรสชาติเป็นภาวนาฟังดีๆหน่อยนะวันนี้อธิบายธรรมะกับตาลปัตรถือว่าอธิบายโยกย้อนหลังไร้เหลี่ยมฟังดูดีๆจะเข้าใจถ้าใครเข้าใจและเข้าใจอะไรลึกซึ้งขึ้นมาอีกหลายอย่างทีเดียวเพราะฉะนั้นยาขอบจีนตายอย่างวิธีนี้แหละเขาเรียกว่าตายอย่างอรรถวิทย์บาตรตายอย่างนี้แหละเขาเรียกว่าตายฆ่าตัวเองตายและทำตัวเองไปสู่นรก อยากผอมไม่เข้าใจอย่าแอบมีการยึดแบบนี้ทีนี้ผู้ที่เป็นพระอริยะจะต้องรู้สึกอยากออกก็ต้องรู้จักหมอรักษาร่างกายของยามคอร์ดตัวเต็ม 5 ตัวแต่แอลกอฮอล์ส่วนพระมหากษัตริย์ไม่ตรวจแอลกอฮอล์พยายามพูดลึกลับซับซ้อนอะไรตามแต่ เพื่อที่จะให้เขาเห็นจริงเห็นจังว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรไปผิดก็ไปติดลมๆแล้งๆจิตตัวเองเป็นรอยลมไปอะไรต่ออะไรต่างๆถ้ายาขอบโปรดเข้าใจได้อ๋อนี่เราติดความไม่มียิ่งกว่าเพราะว่าลมๆแล้งๆอารมณ์ที่ไปติดนั่นน่ะมันไม่มีเพราะมันไม่มีชาติมันไม่มีนะแต่ตัวเองไปขอชาติเอาเองจิตของตัวเองไปสร้างครอบครัวต้องเอาอันนี้ให้ได้ต้องยึดอันนี้ให้ได้จิตตัวเองไปยึดนะแล้วยิ่งทะเลาะกันจริงซะด้วยบุคลากรจริงซะด้วยเย็ดก็แล้วไม่มีทางหายเลยมันยึดโดยที่ว่ามันเป็นจริงนะไม่ใช่จริงๆเพราะฉะนั้น ปรับสภาพจิตที่เป็นจริงไม่เป็นตัวเดียวกันถ้ามันไม่ลงตัวกันว่าไม่จะไม่เหมือนกันสิยึดกับยึดเหมือนกันเข้าใจว่ายึดแล้วเราก็วางจริงแล้วก็ไม่เอาเพราะถ้าอยากเปิดฟังว่าจิตคุณเท่านั้นนะคุณไปติดรสชาติมันจะติดเพราะผิดชาติมันน่ะผิดคนคนนั้นน่ะขอให้คุณอย่าไปติดมันรสชาติมันจะมีอะไรมันไม่ได้รุ่งเรืองบันเทิงอะไรมันไม่มีความบันเทิงรุ่นเดิมไม่มีในโลกไม่มีความบันเทิงรุ่นเดิมมันไม่มีหรอกในโลกโลกสร้างขึ้นทั้งนั้นมันมีแต่การพักกับการทำงานในโลกพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้เมื่อใดครับ เรียกว่าเจริญไม่สบายทำให้ร่างกายมันไม่เสื่อมสูญขณะใดที่กำลังทำงานทุกอย่างก็เสื่อมสูงแคลอรี่เอนเนอร์จีพลังงานต่างๆจ่ายออกจ่ายออกถึงเรียกว่าเสื่อมถ้าเราไม่ได้จ่ายพลังงานออกจะหยุดก็ได้สะสมพลังงานแก่ตัวจึงแยกเจริญเรียกว่าสบายสบายเจริญพลังงานต่างๆก็เกิดจะสั่งสมขึ้นที่ตัวเองเจริญขึ้นเรื่อยๆจึงเรียกว่าสบายหรือเปล่าเพราะถ้าอยากจะเดินก็เป็นอย่างนี้ถ้าอยากจะเดินก็เป็นอย่างนี้ก็พยายามให้พลังงานมันไม่สูญเสียไปก็เจริญทีนี้เมื่อใดเราพักพลังงานเราก็เพิ่มเมื่อได้รับทำงานพลัง จ่ายออกแค่นั้นเองในโลกนี้มีความจริงอยู่ตรงนั้นทีนี้ยาผอมไม่เข้าใจคำนี้ก็ไปติดยึดในอารมณ์ก็ไปกินกินเนื้ออักเสบแอลกอฮอล์ในเผาผลาญพลังงานจะตายเผาผลาญอะไรต่ออะไรต่างๆนานาทั้งได้อารมณ์ใครเกิดอารมณ์ในขณะใดขณะนั้นก็กินพลังงานจริงๆดังนั้นถ้าผู้ใดไปติดเพราะว่าปัญหาอย่างที่ว่านี้ก็ต้องไปหาหมอหมอที่จะรักษาภาวะปัญหาหรือหมอรักษาทางจิตจิตซึ่งๆอารมณ์เหมือนกันจริงๆผู้รู้ความจริงอย่างนั้นไอ้สิ่งที่ไม่ดีอย่างนั้นดูจะเป็นจริงแล้วมันไม่ดี แล้วไม่ได้ติดรถไม่ได้ติดกลิ่นไม่ได้ปิดเสียงไม่ได้จิตสัมผัสอะไรไม่ได้มีเพราะว่าตัณหาไม่ได้ไปยึดถือเป็นอารมณ์ว่าจะต้องรับอารมณ์อย่างนี้อย่างนี้ไว้แล้วนะก็หมดเลิกไม่มีประจุไม่มีอนาคตไม่มีอดีตไม่จำจำได้แต่ไม่จำยุคจำได้แต่ไม่ได้จำยึดได้แต่ต้องเป็นต้องมีต้องได้ถ้าจำเยอะก็ต้องเป็นต้องมีต้องได้นั่นคือเพราะว่าปัญหาอาตมาพยายามใช้ภาษาเพื่อที่จะให้เข้าใจเป็นสื่อความหมายถ้าจำยึดว่าเราจะต้องมีต้องเป็นต้องได้ต้องเอานั่นแหละเพราะว่าปัญหาถ้าจำได้เป็นการจำได้แบบสัญญาจำได้เฉยๆดูความหมายของมันมันหมายถึงอย่างนี้อย่างนี้หรือจำได้เท่านั้นเองได้แต่ฉากไม่ได้ก็ช่างไม่เกี่ยว อยากได้แล้วก็ไม่ใช่ไม่อยากไม่อยากก็ไม่มีหยาบก็ไม่มีเฉยๆแต่รู้บอกเล่าจำได้ว่าทำไมอาตมาจะไม่รู้เคยกินไหมเคยกินรสเป็นยังไงรู้รสอยากได้ไหมก็ไม่อยากไม่อยากได้ไหมก็ไม่ๆเฉยๆเพราะเรามาที่นี่เป็นไงเพราะเราก็ต้องไปสิควรกินไหมตอนนี้แหละลูกก็ทำสาธุวันนี้ควรจะเอาเหล้านี่เข้าปากได้ไหมควรจะเอาข้าวไหมอยู่ดีๆอาตมาก็เอาเหล้ามากินโกโก้ดูนะพวกเธอจะกินเหล้าไปกินบ้านแล้วก็เอาเหล้ามาก่อนเฉยๆควรทำไหมกินได้แล้วอาตมาก็รู้ด้วยว่าธาตุอะไร เก่งเข้าไปในร่างกายมันก็เผาพลังงานต่างๆคือพลังงานต่างๆและยังแถมมีภาพที่มันเป็นอะไรต่างๆที่มันจะตกตะกอนที่จะทำลายร่างกายอีกตั้งเยอะแยะอาตมาก็เข้าใจเพราะว่าถ้าไม่มีความจำเป็นอะไรไม่มีเรื่องอะไรเลยมีอาตมาจะไปกินทำไมกินแล้วคนไม่เข้าใจก็รักตรงนี้นี่กินเหล้าโดยนิดหน่อยโดยสมมุติอีกอย่างหนึ่งก็บอกว่ากินเหล้าไม่ได้กินเหล้าบาปก็บาปถูกแล้วเพราะว่าสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่ควรกินเป็นยาเป็นของไม่ควรยิ่งเป็นพระแล้วไม่ควรแน่นอนไม่ต้องกินแล้วไม่มีความจำเป็นอะไรอาตมาก็ไม่กินอาตมาก็ไม่กินเอาเหล้ามาตั้งตรงนี้อยากก็ไม่อยาก ไม่อยากก็ไม่มีเฉยๆแต่จะกินไหมเห็นแล้วด้วยวินัยทักษิณไม่ควรกินก็ไม่กินถ้าเรารู้เหตุผลนะว่าทำไมไม่ควรกินเพราะมันไม่ใช่ปัจจัยอะไรเขาเรียนมาตั้งตรงนี้อาจจะมาอาตมาจะกินไหมอาตมากินได้ไหมก็ได้อีกแ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน