171005 มารผจญ-พ่อท่าน-วัดนรนาถสุนทริการาม.txt
เนื้อหาในไฟล์
ต่อจากนี้ไปท่านจะได้รับฟังการบรรยายธรรมะเรื่องมารผจญให้บรรยายโดยท่านผู้ที่รักและบรรยายณวัดนรนาถเทเวศเมื่อวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคมพุทธศักราช 2517 วันนี้ผู้ตั้งชื่อได้ตั้งชื่อเรื่องที่จะบรรยายเอาไว้ว่ามารผจญภัยซึ่งก็น่าฟังและก็เป็นเรื่องที่เราควรจะได้ทำความเข้าใจเพิ่มเติมขึ้นในคำว่ามาโดยที่เราเคยได้ฟังมาตามโบราณ ภาษาที่เล่ามาพูดกันมาคำว่ามารเราก็มักจะไปนึกถึงสภาพของผีของยักษ์ของอมนุษย์ของอะไรต่ออะไรนั่นไปนึกถึงสภาพสิ่งที่นอกจากคนนอกจากตัวหรือนอกจากสิ่งที่ตนเองไปเกี่ยวข้องแล้วก็เพราะตัวเองแต่ไม่รู้ว่าเพราะตัวเองจึงเรียกว่ามารคำว่ามารผจญโดยความหมายความหมายความว่ามีสิ่งหนึ่งมัน เรียกว่ามันต่อสู้มันต้องต่อสู้มันต้องประจัญบานกันมันจะต้องรบรากันมันจะต้องเอาแพ้เอาชนะกันอย่างนั้นเรียกว่ามารผจญทีนี้สิ่งหนึ่งสิ่งนั้นที่ว่านั้นคือคำว่ามารนั้นน่ะเราจะต้องมาแตกกันออกแล้วมันกระจายกันออกให้เข้าใจว่ามันคืออะไรอยู่ที่ไหนสำคัญอย่างไรแล้วเราจะชนะมารได้อย่างไรก็จะพยายามแจกแจงคำว่ามาเนี่ยให้เข้าใจกันให้ได้จนกระทั่งเราสามารถที่จะทำการทำการรบราฆ่าฟันหรือต่อสู้เอาชนะมันได้อย่างแท้จริงแม้ที่สุดมันมันจะเป็นมาร ละเอียดลึกซึ้งเป็นมารชั้นใหญ่เป็นมารชั้นมากมายขนาดสหัสมีพระหูสหัสมีมือพันมือเคยได้ยินสหัสขันธ์สะอาดสะอาด ทีเมฆมาทีเดียวนั่นลึกซึ้งเป็นมารชั้นละเอียดมารฉันละเอียดที่เอามากล่าวแล้วก็ยกให้เป็นขั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงจะเจอขนาดมารท่านมีเหมือนจะมีแขนพันแขนมือพันมือนาคีเมฆลอยฟ้ามาทีเดียวถ้าจะถึงประมาณขนาดนั้นแล้วก็เรายกให้พระพุทธเจ้าแต่กระนั้นก็ดีจะเป็นพระพุทธเจ้าหรือจะเป็นเราก็ตามเราก็จะต้องชนะมารทุกระดับที่เราควรจะเข้าใจควรจะรู้ถ้าเราไม่รู้ตัวมัน มันจะผจญมันจะประจานมันจะทำร้ายทำเลวยังไงกับเราอยู่มันจะขี่
อ่านต่อ
หัวขี่คออยู่ยังไงเราก็ไม่รู้เรื่องเราก็ปล่อยให้มันทุกข์มันตีมันฟาดมันฟันมันร้อนรานเอาแย่ไปอยู่ตลอดกาลเพราะเราไม่รู้ตัวมันคำว่ามารคำนี้มาจากรากศัพท์คำว่ามะรักมาจากรากศัพท์คำว่ามะระซึ่งหมายถึงจิตธรรมะฟังมานานแล้วหมายความว่าจิตถ้ามะระไปเลยติดตายถือว่ามะระมรณะแปลว่าตายเป็นจิตที่มันไม่ได้ มันตายคือมันไม่ทำงานมันไม่รู้เรื่องมันก็คือสิ่งที่มันมีบทบาทเหมือนมันทำให้เราตายแล้วแล้วมันก็มาทำงานแทนเราจึงเรียกว่ามาตัวเรานั้นมีจิตปัญญาเป็นของเราแต่เราเองไม่เป็นตัวของเราตัวเราเองมีจิตวิญญาณเป็นตัวของเราแต่เราถูกมาครอบงำจิตปัญญาของเราตัวเราจึงไม่ใช่ตัวของเราตัวเราจึงถูกมานั้นแหละมันมาครอบครองครอบงำตัวเราตัวเราจึงเป็นมารที่เองกลายเป็นคนที่เป็นมา เพราะตัวเราไม่รู้จิตก็ไม่รู้จิตแล้วก็ไม่รู้มารที่มันมาปรุงแต่งมันมาครอบงำมันมาบังคับใช้มันบังคับเรามันบังคับใช้เรามันมาเราทำให้เราตายไปเลยตายคำนี้อย่าคิดว่าตายเป็นแบบภาษาคนพูดหมดลมหายใจหมายคำว่าจิตปัญญาของเรามันเสื่อมโทรมมันดับไม่เป็นตัวของตัวเองเลยไม่มีจิตไม่มีปัญญาไม่มีความเข้าใจไม่มีความระลึกรู้ไม่มีอะไรที่จะเข้ามาแก้ไขไปในทางกลับไปในทางที่ดีไม่มีจึงเหมือนเราตายแล้วก็ถูกอีก 10 วิญญาณหนึ่งเข้ามาสิงสู่ครอบงำแล้วตัวเราเองก็กลายเป็นมาร กลายเป็นหมาเพราะฉะนั้นตัวมารทั้งหลายเหล่านี้ถ้าพูดเป็นคนๆเป็นตัวตนโดยตัวคนแล้วล่ะก็มันไม่เป็นเรื่องที่จะพูดกันได้มันไม่เป็นเรื่องเลยจะต้องเข้าใจให้ได้ว่ามันคำนี้ไม่ใช่คนแต่หมายถึงอารมณ์กิเลสอารมณ์สิ่งที่มันมันต่อต้านหรือมันต้านทานมันทำให้เราเลวมันทำให้เราไม่รู้เรื่องมันทำให้เราไม่สูงขึ้นอย่างนี้เราเรียกว่าสิ่งหนึ่งที่มันทำให้เราเร็วจึงเรียกว่าสิ่งนั้นออกมาท่านแดงมารออก เท่าที่ได้กระจายความกันมาอาตมาก็จะขอเอามากระจายถ้าเอามากระจายกันถ้าแดงมารออกเป็น 5 ชนิดหนึ่งกิเลสประมาณกิเลสประมาณเคยแปลให้ฟังคำว่ากิเลสกิเลสนั้นเป็นรูปธรรมอย่างหนึ่งที่เรารับมาจากข้างนอกเรารับมาจากข้างนอกโรคกระทำที่มันยังไม่แฝงไว้อยู่ด้วยสิ่งที่เป็นตัวตนใหญ่โตเป็นธาตุดินธาตุน้ำอะไรที่เป็นก้อนเป็นแท่งเป็นวัตถุถ้ามันไม่เป็นอย่างนั้นมันก็จะเป็นแค่คำพูด มันก็จะเป็นแค่ที่เล่าลือกันมาเพราะเล่าลือกันมาเข้าหูเราเสร็จเราก็เชื่อเขาเพราะเราเชื่อเขาแล้วเราก็แสวงหาตามที่เขาเป่าหูเราเห็นเขาบอกว่านี่แน่ะไอ้ก๋วยเตี๋ยวที่ฉะเชิงเทราอร่อยนะเขาบอกว่าเล่าเลยกำลังเหลือเกินก๋วยเตี๋ยวแปดริ้วอร่อยก๋วยเตี๋ยวหมูรสเด็ดขาดเหล้ารือกันมาเพราะเหล้าเลยกันมาเข้าหูบ่อยๆกิเลสก็ขึ้น [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] รอลิงหรือกสระอิรเรือเหมือนกันแปลเหมือนกันแปลว่าได้ฟังมาตามที่ได้ฟังเล่าลือมาเหมือนกันมาเป็นกิเลสนี่เขาเอาตัวรอดสระอิลลิงมาบุพเพสันนิวาสแสวงหาพอได้ยินแล้วก็เป็นอันอยู่ไม่ได้แล้วจะต้องแสวงหาตามที่เขาเล่าเขาลือมาตามที่เขาเป่าหูพวกนี้อ่อนไหวก็ต้องเอามาปั่นหัวนะแล้วก็ต้องเอาผมเส้นผมเข้าไปฟ้องคอแล้วก็หมุนปั่นนี้ให้มันเมามันถึงจะเรียกว่าสงสารเป็นอะไรก็ได้กัดกันก็ได้ตีกันก็ได้ส่วนคนนี้ ได้ยินแว่วๆแค่นั้นน่ะหมายความว่าก๋วยเตี๋ยวหมูที่ฉะเชิงเทราดีเหลือเกินเพราะว่าที่ร้านนู้นร้านนี้มีหรือเปล่าเขาว่าไอ้โน่นไอ้นี่มีอะไรก็ได้ที่จะดิบจะดีอะไรก็ตามแต่ถ้าเป่ากิเลสเขาเปล่าไอ้ๆเล่าๆอะไรมานิดหน่อยถ้าจะตามเขาล่ะได้ยินนิดได้ยินหน่อยก็ฉันจะต้องแสวงหาฉันจะต้องเอามั่งเขาบอกว่าเสื่อมที่นั่นน่ะราคาถูกเหลือเกินสวยซะด้วยไม่อยากได้ก็บอกว่าไอ้อย่างนู้นน่ะน่าเอาอย่างนั้นน่ะได้อย่างนั้นมีเขาพูดขึ้นมาอะไรก็ได้มานิดหน่อยก็เอาแล้วเมาตามที่เขากล่าวเมาตามที่เขาเล่าลืออยากได้อยากเป็นอยากมีตังค์เขาอย่างนั้นแหละทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีชีวิตอยู่เนี่ย เพียงพอแล้วหรือยังควรจะสันโดษแล้วหรือยังเออก็บอกว่าที่บ้านไม่มีข้าวสักเม็ดแล้วเขาก็เล่าลือว่าที่โน่นน่ะเขาแจกข้าวกันน่ะแล้วเราก็วิ่งไปเอาข้าวอย่างนี้ก็เพราะว่าไม่ว่ากระไรอย่างนี้แล้วก็ถูกรักเพราะเราต้องโดดไม่ได้เรายังไม่มีข้าวสักเม็ดเนี่ยข้าวมันจำเป็นข้าวจะต้องกินเมื่อขาดข้าวเขาบอกว่าที่นี่เขาแจกข้าวหรือที่โน่นเขาขายค่าราคาถูกเราก็วิ่งไปไปเอาหรือไปสอบแสวงหาสิ่งนั้นมาให้ต้นเอออย่างนี้ก็ยังเรียกว่ายังพอได้เป็นการแสวงหาที่ควรแก่เหตุผลถูกแต่ไอ้นี่พอ ได้ยินข่าวว่าไอ้นนท์ดีไอ้นี่ดีไอ้นนท์งามไอ้นั่นสวยไอ้นี่เด่นไอ้นั่นโก้ไอ้นนท์รู้ไอ้นั่นล่ะไอ้นั่นอย่างนู้นอย่างนี้เท่านั้นแหละไปทีเดียวจะต้องไปเสาะแสวงหามาให้แก่ตนให้ได้ไม่รู้จักประมาณไม่รู้ตนไม่รู้ว่าตัวเองนั่นน่ะควรจะหยุดหรือยังควรจะพอหรือยังชีวิตของตนดำเนินไปได้แล้วหรือยังทีนี้ชีวิตของตนน่ะพอดีแล้วหรือยังและกำหนดความพอแล้วให้ตนหรือยังไม่ได้คิดเมื่อไม่ได้คิดก็ได้ยินแว่วมาก็เป็นกิเลสทั้งนั้นจับแสวงหาตามที่ได้ยินมาทั้งนั้นนี่เรียกว่ากิเลสให้กินเลยตัวนี้แหละมันเป็นมารตัวร้ายที่จะต้องทำให้คนที่ไม่เข้าใจต้อง ต้องผจญต้องเรียกว่าต้องประจัญบานกันจะต้องพาเอาตัวเองนี่แหละเข้าไปเข้าไปหนักหนาเหน็ดเหนื่อยเข้าไปต่อสู้เข้าไปแสวงหาเข้าไปพยายามดิ้นรนที่จะเอาสิ่งนั้นมาให้แก่ตนเมื่อผู้ใดไม่มีวัตถุประสงค์ไม่รู้อัดขันก็ตามไม่รู้ทำไมหรือตาเมื่อไม่รู้แล้วใช้ได้ยินจากที่อื่นมาแล้วจะแสวงหาเสมอที่ไหนก็บอกว่าที่นี่เป็นบ่อที่จะเอาไปเก็บคอลัมน์รวยเอาลา ยศสรรเสริญแล้วก็ไม่ได้ละเป็นทางได้จะต้องไปเอามาหมดตัวเองจึงจะต้องแสวงหาไม่รู้เน็ตไม่รู้เหนื่อยเมื่อเวลาผู้ใดจะแสวงหาสิ่งใดจะต้องการสิ่งใดมาให้แก่ตนนั้นจะต้องลงทุนลงแรงทั้งกำลังปัญญาและกำลังสิ่งใดๆก็ตามแต่บางทีใช้วัตถุใช้ทรัพย์สินที่จะต้องลงทุนต้องใช้กำลังใช้กำลังกายกำลังใจให้กำลังปัญญาไอ้สิ่งที่ใช้มากที่สุดก็คือเวลาจะต้องใช้เวลามีทั้งวัตถุมีทั้งทุนรอนมีทั้งพลังงานมีทั้ง ยาแรงกายมีทั้งเวลาที่เราจะสูญเสียเพื่อที่จะไปได้สิ่งนั้นมาถ้าผู้ใดมีวัตถุอยู่ที่จะไปแลกเปลี่ยนหรือมีทุนรอนจะไปแลกเปลี่ยนก็ค่อยยังชั่วถ้าไม่มีก็ต้องไปหาไอ้นี่หนักละอย่างไรจะได้มาอีกจะต้องใช้ปัญญาใช้พลังงานต่อสู้เพราะโลกมันแย่งกันมันแย่งสิ่งเดียวกันโลกแย่งลาบยศสรรเสริญและสุขสิ่งเดียวกันนี่เรียกว่าโลกกระทำธรรมดาโลกมันแย่งอย่างนี้ทุกข์มนุษย์แสวงหารากแสวงหายศแสวงหาสรรเสริญแสวงหาศพใส่ตนเพราะฉะนั้นเมื่อมันแย่งสิ่งเดียวกันจึงต้องต่อสู้กันการต่อสู้กันนี่แหละเรียกว่าผจญหรือประจำบ้าน เรียกว่าตัวเราเองจะต้องขับเขี้ยวเอามาให้ได้เมื่อไปไปจนเราไม่ได้ไปผจญกับอะไรมากนักถ้าเราพอเราก็ไม่ต้องไปไปจนอะไรมากถ้าเราไม่พอเราก็จะต้องไปไปจนกันอย่างหนักทีเดียวแม้แต่มีพอแล้วก็ไม่รู้สันโดษไม่รู้ฉันสุดทีไม่รู้การพอแล้วไม่รู้ประมาณตนก็ยังจะเป็นโรคปากโรคมาอยู่แน่นอนผู้นั้นก็เบียดเบียนตนเองตัวคำว่าเบียดเบียนตนเองตัวนั้นแหละคือมันตัวนั่นแหละคือมาคือความคิดโลกพิจารณาก่อนเถอะถึงที่สุดแล้วตัวนั้นน่ะผมไม่รู้จัก ไม่รู้จักหยุดไม่รู้จักประมาณแล้วเราก็ไปแย่งเอาเพราะเพียงนิรันดร์ได้ยินมาแล้วก็แสวงหาไม่รู้จักจุดไม่รู้จักพอเป็นดังนี้ทุกสิ่งอย่างในโลกคำว่ากิเลสมาเป็นมารตัวเดียวถ้าจะพูดกันแล้วก็เป็นมารตัวเดียวที่อยู่ข้างนอกและมันก็เกี่ยวกับจิตของเราด้วยเพราะเราโง่จึงเรียกว่ามารถ้ามันเล่าลือกันอยู่ข้างนอกเราฉลาดเราไม่โง่ไม่เหมือนจิ้งหรีดถูกปั่นหัวถ้าจะเล่าหรืออะไรเขาจะอะไรต่ออะไรก็ช่างมันเราไม่มีความเดือดร้อนอะไรถ้าผู้ใดเข้าใจแล้วว่าชีวิตตั้งอยู่ได้ในปัจจัยเมื่อมีปัจจัยอย่างพอดีแล้วรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสความดีความลือกันว่าอย่างงดงาม แล้วแต่ว่าจะโทรประกันได้หรือว่าจะไปประชาสัมพันธ์กันโฆษณากันให้มันเลิศลอยอย่างไรก็ตามเราก็ไม่มีไม่มีการดิ้นรนเมื่อเรารู้ว่าชีวิตเราตั้งอยู่ได้แล้วด้วยปัจจัยอันเพียงพอดีปัจจัย 4 และบริหารประกอบเล็กน้อยเมื่อเราได้พอดีแล้วเราก็ไม่ต้องไปดิ้นรนและเราเข้าใจชีวิตที่แท้จริงแล้วไม่ดีแต่ผู้ที่ดินอยู่นั้นเกินกว่าปัจจัย 4 มีอะไรเข้าหูนิดมีอะไรผ่านตาหน่อยมีอะไรชอบทำจมูกทางลิ้นทางกายเป็นกฎไม่ได้เป็นคนไม่ได้จะต้องทดสอบจะต้องอยากจะได้อยู่ตลอดเวลาอยาก ลิ้นอยากจะได้ลิ้มอยากจะได้สัมผัสอยากจะได้มีอยากจะได้เป็นอยากจะได้มาเป็นของตัวอยู่ตลอดเวลาสิ่งนี้จึงเรียกว่ามารหรือกิเลสมารผู้ใดรู้เท่าทันจบกฎหมายผู้ใดรู้เท่าทันหมดมาจากข้างนอกมาไม่มีเลยเพราะฉะนั้นเมื่อภายนอกไม่มีมารอะไรเลยเราเองรู้เท่าทันข้างนอกหมดก็เกมเกมนิมานตัวที่ 1 เรียกว่ากิเลสมาตัวที่ 1 จบไปทีนี้จบกิเลสนี่มันเก่งมันก็จะไม่เป็นกิเลสอย่างที่ว่านี้แหละ ก็จะต้องพยายามปรุงแต่งเสริมสร้างพัฒนากิเลสมันพัฒนาขึ้นทุกวันมาพัฒนาตัวเองมันทุกวันมันหลอกไม่ได้เลยมันก็เอาได้คนต่อจากกิเลสมารมันก็แปลงตัวเป็นเทพบุตรทำงานเป็นงานตัวที่ 2 มาตัวที่ 2 นี้ก็คือกิเลสตัวเก่านั่นแหละกิเลสดังกล่าวนี้แหละจะอยู่ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสจะอยู่ในลาภวัตถุจะอยู่ในยศชั้นสรรเสริญจะอยู่ในความสุขใดๆก็ตามที่คนไปหลงมันถ้าใครยังเป็นทาสสิ่งเหล่านี้เรียกว่าโลกีย์หรือว่าเรียกว่าโลกเรียกว่าสิ่งที่ยังหลอกเราอยู่เราก็จะเป็นผู้ที่ตก แต่ถ้าพบผู้ใดรู้ทันไม่อยู่ใต้อำนาจโลกหรือโลกีย์ดังกล่าวนี้ไม่เป็นทาสลาภยศสรรเสริญแม้ที่สุดๆรูปเสียงกลิ่นรสสัมผัสอันใดไม่ได้เป็นภาพเลยเมื่อไม่เป็นทาสผู้นี้ก็สบายแต่เจ้ามาไม่ยอมหยุดกิเลสมาก็ปลอมตัวแต่ก่อนนี้รู้เท่าทันว่าฉันทำกลิ่นแค่นี้คุณก็รู้ทันซะแล้วว่าในกลิ่นแค่นี้หรอกรถแค่นี้หรอกคุณลูกแค่นี้หลอกคุณฉันก็ปรุงใหม่แต่งตัวปลอมตัวเป็นเทพบุตรเป็นสิ่งที่สวยงามเป็นสิ่งที่จะหลอกล่อเจ้าได้อีกมากยิ่งขึ้น จึงเรียกว่าการเกิดของคนตายคำว่าเทวบุตรเนี่ยแปลว่าการเกิดของคนตายเทวะแปลว่าตายปุตตะนี่แปลว่าคือการเกิดหรือแปลว่าลูกเป็นสิ่งที่คลอดตามมาเป็นสิ่งที่ได้เกิดมาใหม่หรือว่าเป็นสิ่งที่ได้ปรุงแต่งขึ้นมาใหม่อีกสิ่งหนึ่งแต่เป็นการปรุงแต่งขึ้นมาของคนตายของคนที่ไม่รู้เรื่องคนที่ไม่เข้าใจอะไรแล้วเขาก็แปลเป็นตัวขึ้นมาเพื่อที่จะหลอกคนเพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่ากิเลสทุกวันนี้สิ่งที่ประกอบไปด้วยสิ่งอยู่ด้วยวัตถุอยู่ด้วยอะไรต่ออะไรต่างๆนานาเนี่ยมันพยายามปรับปรุงขึ้นมาเรื่อยๆ ตกแต่งประดิดประดอยประดับบรรดาชักชวนชี้ชวนอะไรต่ออะไรต่างๆขึ้นมาเรื่อยๆหลอกกันไปวันยังค่ำผู้ใดไม่รู้ก็ถูกกิเลสนั่นแหละมันหลอกแล้วมันก็ตั้งชื่อของมันใหม่ว่าเทพบุตรเทพบุตรผู้หญิงจะเรียกว่าสวยๆว่าเทพธิดามารก็ตามใจก็เหมือนกันนั่นแหละคือหมายความว่าสิ่งที่เกิดมาใหม่ในการปรุงแต่งปรับปรุงดัดแปลงหลอกลวงให้หนักเข้าจนเห็นว่าเป็นเทวดาเห็นว่าเป็นเทวะเห็นว่าเป็นสิ่งที่สวยงามเป็นสิ่งที่คนเข้าใจว่านี่เป็นชาวสวรรค์แต่เป็นสวรรค์เกย์เป็นสวรรค์เกย์เยอะแยะมากมายเลยในโลกเดี๋ยวนี้สิ่งที่เป็นเรียกว่าเทพบุตร มันหลอกเราและเราก็ไม่รู้เมื่อเราไม่รู้เราก็ไปเป็นทาสมันอีกจิตของเราที่ตกไปเป็นทาสมันนั่นแหละเราเราไปติดมันเข้าสิ่งที่ไปติดไปยึดไปอยากได้ไปช่วยเอาไว้ภาษาบาลีจะเรียกว่าอะไรก็ได้จะเรียกว่าโลภะจะเรียกว่าปณิธานหวยเอาไว้เป็นของเป็นไปประยุทธ์เอาไว้อาจจะเรียกว่าอุปทานจะเรียกว่าอะไรก็ได้ไปยึดเอาไว้ไปถือเอาไว้ไปฉวยเอาไว้เป็นโรคเอาไว้ไปเป็นตัณหาอยากเอาไว้ก็ตามแต่ล้วนแล้วแต่อยู่ในลักษณะของมารทั้งนั้น อยู่ในลักษณะของมารร้อนเมื่อเราไปถูกอะไรหรอกเข้าแล้วเราไม่รู้เท่าทันพอสัมผัสมาแล้วเราก็เกิดปัญหาเกิดอยากได้นั่นแหละเรียกว่าถูกผีหลอกหรือว่าถูกมาหลอกนี่เรียกว่าเทพบุตรตำนานผู้ใดรู้เท่าทันกิเลสกิเลสประมาณก็เกมได้แต่ถ้ายังฉลาดไม่พอเมื่อกิเลสมันพยายามปรับปรุงตัวเองดังกล่าวแล้วพยายามที่จะพัฒนาตัวเองเป็นเทพบุตรหลอกลวงเราเพิ่มเติมถ้าเรารู้ไม่ทันอีกเราก็เสร็จให้แก่เทพบุรุษสมาน ถ้าเรารู้เท่าทันดาวก็ดีก็วางได้อีกก็จบอีกจบอีกเพราะฉะนั้นมารจะเป็นกิเลสมารหรือจะเป็นเทพบุตรมารถ้าเรารู้เท่าทันแล้วก็เผชิญเราไม่ได้บ้านเรานั้นก็มาผจญเราไม่ได้มารอนรานมาฟาดฟันมาข่มเหงมาอยู่เหนือหัวขี่หูขี่คอเราไม่ได้แล้วเมื่อกี้หัวขี่คอเราไม่ได้เด็ดขาดเลยพี่ก็เรียกว่าเรารู้เท่าทันงานและงานที่ว่านี้เป็นมาร 2 ชนิดเท่านั้นดังกล่าวแล้วมาเป็นลำดับคือกิเลสประมาณเทพบุตรสมาธิอาจารย์ เดี๋ยวจะกระจายให้มันละเอียดอีกรอบนึงตอนนี้ฟังคร่าวๆเป็นต้นๆไปก่อนเดี๋ยวจะย้อนกลับมาพูดทวนกิเลสประมาณย้อนชวนมาพูดเทพบุตรตำนานอีกทีนึงตอนนี้ขอกล่าวไปให้มันจบ 5 มารซะก่อนก็ขอเล่าต่อไปนิดนึงถ้าเผื่อผู้ใดได้เอาชนะมาร 2 อย่างนี้ได้ก็ยังมีสิ่งที่เป็นในตัวเมื่อกี้นี้บอกแล้วว่านอกครัวจิระศักดิ์ได้ยินมาหรือระบบแอร์สักอย่างว่าเนี่ยจากนอกตัวเข้ามาหาเราเมื่อพูดประมาณได้แล้วก็ยังเกี่ยวกับตัวเราเองอีก เรียกว่าขันธมารเรียกว่าฉันทำงานคือตัวเราเนี่ยไม่เดือดร้อนแล้วทางข้างนอกไม่เดือดร้อนแล้วทำข้างนอกแต่ตัวเราเองก็ยังเดือดร้อนตัวเราเพราะตัวเราด้วยความไม่แจ้งในขันธ์ทั้งหลายเข้ามาหาตัวคิดเลยทีเดียวฉันก็มามันมีตั้งแต่รูปขันนามขันต่างๆรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณล้วนแล้วแต่ใน 6 ขันรูปคนดีเวทนาก็ดีสัญญาก็ดีสังขารก็ดีวิญญาณก็ดี ถ้าเราไม่รู้เท่าทันมันมันก็ปั่นหัวเราได้อีกแม้แต่เนื้อหนังมังสาผิวพรรณผมเผ้าเนื้อตัวถ้าเราไม่รู้ว่านี่ก็คือสักแต่ว่าถ้าดินน้ำไฟลมที่มันมาเกาะกลุ่มกันมันมารวมตัวกันเข้าเพราะเหตุปัจจัยหลายๆอย่ามาทำการผลิตขึ้นมาจนกระทั่งรวมตัวกันเป็นอย่างนี้เราเรียกว่าบุคคลเราเรียกว่าคนเราเรียกว่าสัตว์มีชีวิตชนิดหนึ่งที่ประเสริฐที่สุดในโลกมนุษย์ตัวผู้ใดมีเนื้อกายก็เรียกว่ารูปกายของเราหรือว่าเนื้อตัวของเราถ้าเราไม่รู้มันว่าเป็นทาสสักแต่ว่าเป็นทาสมันไม่ใช่ของเราของเขาที่ไหนมันเป็น ตัวทากมันเป็นธาตุทั้งหลายแหล่มาทั้งหลายแหล่มารวมกันเข้ากันอยู่เท่านั้นเองเราไม่รู้อย่างนั้นเรารู้แต่ว่ามันแหมมันของของเรานี่ต้องสงวนต้องรักษาต้องประคบประหงมมีความหลงมีความรักมีความเอ็นดูมีความเรียกว่าจะต้องเป็นทาสไอ้รูปกายแท่งนี้ผสมกับคำเล่าลือข้างนอกว่าถ้ากายนี้แล้วก็ถ้ารักมันแล้วก็จะต้องสงวนนวลสงวนเนื้อจะต้องขัดจะต้องสีจะต้องทาจะต้องพ่อจะต้องหาอะไรมาให้มันสัมผัสดีที่สุดถ้าหลงมากที่สุดก็จะสัมผัสกายโดยส่วนใดก็จะต้อง สัมผัสแม้แต่ผ้าที่เอามานุ่งก็จะต้องให้แนบเนื้อเนียนใจหยาบกระด้างก็ไม่สบายไอ้ที่จะไปเอากายนี้ไปวางไว้บนที่ไหนก็จะต้องเลือกแล้วเลือกอีกที่จะต้องแข็งตามที่ชอบหนุ่มตามที่ชอบเย็นตามที่ชอบร้อนตามที่ชอบอุ่นตามที่ชอบจะสัมผัสอย่างไรก็เลือกแล้วเลือกเหล้าด้วยกายนี้สักพักที่ไหนก็รู้สึกมันมีความรู้สึกต่อทอดไปถึงจิตก็จะเลือกแล้วเลือกอีกกระทบต้นหอมแม้แต่ข้างนอกข้างนอกข้างนอกแท้ๆสีมันเขียวสีมันแดงสีมันเหลืองสีมันอย่างใดอย่างไรก็จะต้องทำตามที่ตัวเองไปโง่หลงตามคนอื่นเขาบอกหน้าตาดีๆไม่พอใจเอาสีเขียวสีแดงมาทาเข้าไปพ่อเขาไปตามที่เขาหลอกว่าอย่างนั้นงามอย่างนี้งามก็หลงไปตามเขา ปลาทอดปลั๊กเข้าไปเอาราคาแพงๆครับประดิษฐ์ประดอยมาหลอกขายยังไงยังไงก็ให้เขาตุ๋นเอาเงินไปเอามาพอกเข้าพาเข้าผมเผ้าไม่อยู่ตามธรรมดาไม่พอก็หาน้ำมูกน้ำมันเอาน้ำกลิ่นน้ำหอมอะไรมาลองผิวเนื้อพวกนี้ก็เอาเอาหนวดเอาอะไรมาทาเอาอะไรมานวดมาถูเอาอะไรมาชโลมเอาน้ำมันน้ำหอมน้ำเหม็นอะไรก็ไม่รู้ล่ะก็แล้วแต่จะเป็นหลงตามเขายังไงก็ตามจะต้องสัมผัสไปทั้งผิวทั้งผ่องทั้งทุกวันนะนี่ก็ข้างนอกถ่ายรูปเพราะฉะนั้นรูปทุกส่วนจะต้องปรับปรุงตกแต่งดัดแปลงแม้แต่เล็บไม้เล็บมือคิ้วข้างหน้าตาแขนขาไม่หมดจะต้อง ต้นสัปดาห์ประดิดประดอยตกแต่งขัดสีถูทาอะไรก็ไม่รู้อย่างนี้เรียกว่าไม่รู้จักฉันไม่รู้จักกองแห่งรูปขันที่เรียกว่ากายเท่านั้นเองกายก็สักแต่ว่าหมู่กองที่มีธาตุดินน้ำไฟลมมันรวมตัวกันเข้ามาก็เป็นอันนี้ตั้งอยู่ได้ในเหตุปัจจัยถ้าเราเอาธาตุที่มันตรงกันซึ่งมันจะปรุงเป็นสิ่งเหล่านี้ทดแทนกันไปอันไหนตั้งขึ้นได้แล้วมันก็จะเสื่อมพอเสื่อมแล้วไม่มีอะไรมาทดแทนมันก็จะไม่มีเพราะงั้นก็เราก็เอาไอ้สิ่งเหล่านี้เข้าไปให้มันปรุงข้างในนี่มันปรุงเองของมันโรงงานใหญ่กินธาตุโปรตีนคาร์โบไฮเดรตวิตามิน a b c และเมื่อผู้ใดรู้กับกินเหมือนกับไป ตั้งอยู่ก็เท่านั้นเองแม้แต่เสื้อผ้าหน้าแพรก็ใส่กาละสมัยก่อนโน้นจะดึกดำบรรพ์คนสมัยดึกดำบรรพ์ก่อนไม่ต้องใส่เสื้อแก้ผ้าโชว์ๆเพราะยังไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไรกิเลสตัณหาก็ยังไม่แรงจัดยังไม่มีจิตวิทยาเชิงหลอกมากนักเพราะฉะนั้นก็ไม่มีการหลอกกระตุ้นซับซ้อนกันก็มีความรู้สึกเท่าๆกันกับสัตว์แก้ผ้าโทงๆถึงเวลาเมื่อถึงระบบโคจรของร่างกายที่มันจะต้องปลอดภัยต่อเชื้อที่จะผสมพันธุ์มันก็จะเกิดการเร่งเร้าด้วยต่อด้วยอะไรต่ออะไรขึ้นมาก็จะผสมพันธุ์กันผสมพันธุ์ตามธรรมดา น้าเรียกว่าก็เหมือนกันคนสมัยดึกดำบรรพ์ก็คล้ายๆสัตว์ดำเนินมาคล้ายๆต่อมาคนมันยิ่งพัฒนาจิตใจพัฒนาการเร่งเร้าการพยายามเร่งเร้าน่ะคำว่าเร่งเราไม่รู้จะพูดว่ายังไงดีเร่งเราก็จนกระทั่งกลายเป็นกลับไปกลับมามีแต่จิตนี่แหละเร่งมากที่สุดจนกระทั่งกลายเป็นกิเลสตัณหาปัญหาจากเหตุสมสู่กันจนกระทั่งมากยิ่งกว่าสัตว์ไม่เป็นเวล่ำเวลาใครสุขใครไม่สุขจะเร่งเร้าด้วยความไม่ได้ต่อมันร้อนมันเร่งเหมือนเรามันจะต้องเสพกันไปตลอดทุกวันทุกคืนอย่างนี้ก็เรียกว่าไม่เข้าใจความเป็นจริงของโลกจึงจัดขึ้นเพราะอะไรเพราะความ มันหลอกกันใช่จิตวิทยานี่แหละจิตวิทยาเชิงหลอกเนี่ยหลอกกันอย่างนู้นอย่างนี้จนกระทั่งสุดท้ายหนักเท่าเปลือยกายให้เห็นไม่ได้ต้องมีผ้าผ่อนปิดต้องหาใบไม้มาปิดต้องเอาผ้าเอาผ่อนมาปิดต้องนุ่งต้องห่มผ้าร่างกายก็ต้องมีค่าก่อนปิดเข้าไปจนกระทั่งปัจจุบันนี้ไม่นุ่งผ้าก็ไม่ได้เลยก็เอาล่ะมันจะได้พัฒนากันมาจนขนาดนี้ก็เอากระดูกภาคกลางถ้าไม่นุ่งผ้าซะเลยมันก็เกินไปเพราะว่าสังคมทุกวันนี้ก็คือไม่นุ่งผ้าและยิ่งเจริญมากเหลือเกินมันฝังหัวชีวิตมนุษย์ซะแล้วเพราะชีวิตมนุษย์ที่เกิดมาแล้ว โครโมโซมไม่อะไรต่ออะไรต่างๆในร่างกายเนี่ยมันถูกจุดแล้วมันได้ปรับปรุงมีต่อมมีอะไรแล้วเพราะถูกต้องก็เกิดตรงตัวของมันถึงขนาดนั้นแล้วมันจะเจริญถึงขนาดนั้นแล้วเพราะงั้นทุกวันนี้ไม่นุ่งผ้าไม่ได้เอ้าก็ยอมแต่เมื่อเราเป็นคนฉลาดเรานุ่งผ้าว่าการวิจารณ์ปิดบางเครื่องอะไรที่มันทำให้กูจากเกินไปที่เราจะเป็นก่อในเรื่องกามารมณ์กันหนักข้อเกินไปแล้วก็ปิดเอาภาพปิดแล้วก็เอาผ้าสีไหนก็ได้ธรรมดาแล้วก็แล้วไปนอกนั้นก็บางนากันร้อนกันหนาวถ้าหน้าร้อนก็เอาใส่เสื้อบางหน่อยถ้าหน้าหนาวก็ใช้เสื้อหนาหน่อยก็เท่านั้นเองแต่คนก็ไม่พอจะต้องให้เลือกมาประดับขันเนี่ยไอ้ลูก แม้แต่ผ้าซื้อเอามาประดับขันก็จะต้องเอามาประดับรูปพรรณก็ให้เหลือเกินขนาดหลอกกันไปหลอกกันมาตั้งไม่รู้อะไรเป็นกิเลสมากมายเพราะฉะนั้นแม้คนไม่รู้แม้แต่รูปขันธ์ข้างนอกแค่นี้จึงกระทบของลูกขันเกินขอบเขตนี่เลือกเครื่องแต่งตัวเครื่องสัมผัสกายเพราะฉะนั้นการจะเอามาสัมผัสกายจึงถูกหลอกไปหมดตั้งแต่ทางตาหลอกไม่ได้รู้ไม่ชี้ทางหูก็หลอกไปด้วยการประชาสัมพันธ์และการโฆษณาเร่งเร้าจิตใจให้สร้างความอยากได้มากๆขึ้นเห็นดีเห็นชอบแม้แต่กลิ่นบางทีก็เสื้อผ้ากระดาษ ผมตบหน้าปกอบน้ำหอมอบปลาไหลกลิ่นทำให้หอมกว่านั้นเถอะแม้แต่ผงซักฟอกเดี๋ยวนี้เพื่อที่จะมาซักผ้าเขาก็เอาน้ำหอมใส่เข้าไปเชื้อน้ำหอมใส่เข้าไปในผงซักฟอกเพื่อที่จะซักผ้าแล้วก็ผ้าเสื้อมีกลิ่นหอมก็ทั้งนั้นทั้งนั้นแหละรุนแรงแต่เป็นเรื่องมากเรื่องไม้เรื่องทำให้หนักเรื่องทำให้เป็นภาระกันอยู่ยากมากมายขึ้นไปซึ่งคนก็ชอบเพราะหลงหมดตั้งแต่รูป 7 สีกลิ่นเสียงที่เขาว่าไปต่อไปนี้ถ้ามันต้องชิมด้วยนะใส่เสื้อเสื้อตัวนี้ไม่ใช่กลิ่นสะอาดหรอกรถสะอาดต่อไปถ้าใครจะเริ่มต้นก็เอาเดี๋ยวนี้กินสะอาดใช้กันแล้วกินสะอาดกลิ่นที่เรียกว่าชอบใจเพราะฉะนั้น ต่อไปให้มันหนักยิ่งขึ้นเสื้อผ้าของใครที่ประดิษฐ์ประดอยแล้วนี่โฆษณาใหม่เลยเสื้อผ้าที่นี่รถสะอาดรถน่าใช้หาสิหาวิธีล่อเข้าเป็นเทพบุตรตำมารถ้าจะเป็นนะเพราะว่าพัฒนาเหลือเกินโลกนี้มันพัฒนาแล้วแต่มันหลอกกันรอยสีพันอย่างมันหลอกกันจริงๆมันปรุงแต่งมันตกแต่งมันสร้างมันก่อนจะไม่รู้จักผลิตภัณฑ์ได้ยินมาดังนั้นดังนั้นก็ตามๆๆจนไม่รู้ว่ากิเลสมันมาจากไหนเป็นอย่างไรมันแปลงกายมาเป็นเทพบุตรจะมาอย่างไรไม่รู้สุดท้ายเราก็ไม่เข้าใจฉันทำงานของเราก็ไปช่วงเอาไปตามเอาไปยึด เอาไปพอกเอาไปหลงตามเขาจะสะสมจะหามาจะอยากได้อยากมีอยากเป็นอยู่ตลอดเวลาเพราะความไม่เข้าใจเพราะฉะนั้นแม้แต่เครื่องนุ่งห่มดังกล่าวนี้กำลังอธิบายอยู่แค่นี้นอกจากหลงรูปลงสีหลงกลิ่นหลงที่เขาเล่าลือมาแล้วสัมผัสใส่เนื้อเนียนตัวอะไรตายต่างๆนานาไปแล้วต่อไปในอนาคตก็เสื้อผ้าพวกนี้ยอดเยี่ยมเลยชิมแล้วก็หน้าใสหน้าใสซะด้วยหาแต่หาทางหลอกพวกคุณใครจะเป็นเทพบุตรสบายคนแรกก็เชิญเชิญนี่แหละเรื่องของการปรุงแต่งเรื่องของสังขารทั้งนั้นเรื่องของการก่อเกิดในโลกมีแต่สร้างกรอบกรอบ ไหลแล้วก็ติดยึดจนไม่รู้เมื่อไม่รู้เราก็ดับเพราะฉะนั้นถ้าใครเข้าใจขันธ์สมานรู้ว่ารูปกายนี้มันไม่ได้ใหญ่โตมันไม่ได้ต้องเป็นหลงสัมผัสไม่ว่าจะสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายอะไรมากมายนักไม่ต้องหลงมันมากนักสังคมขนาดนี้ด้วยความพอดีพอแค่ใส่เสื้อผ้าพร้อมกันร้อนกันหนาวกันแมลงสัตว์กัดต่อยกันกูจะใส่ไปคลองไปธรรมดาไม่ต้องลงสีลงรูปลงลดลงกลิ่นหลงอะไรมากมายนักเราก็ไม่มีอะไรมากในที่สุดเอามาทาเนื้อทาตัวเอามาทอดเอามาเพิ่มเป็นเนื้อที่ตัวเราก็ไม่ต้องไปหลงมัวเมาอะไรมากนักเราก็เข้าใจถึงรูปกายนี้หรือรูปขันนี้มันตัดแต่ว่าทรงมันไว้ด้วยอาหารรับปัจจัยจะอาบน้ำเพราะมีการขับถ่ายเหงื่อใครบ้างพอ หรือว่ามันสกปรกเลอะเทอะก็ให้มันมีความสะอาดพอสมควรก็พอแล้วพอเพียงจะนุ่งห่มก็นุ่งห่มเป็นความพอดีจะกินก็กินด้วยความพอดีจะพักจะวางจะรักษาความสะอาดสะอ้านกับเพียงแต่พอดีเล็กน้อยไม่จำเป็นต้องฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อให้มันมากมายก่ายกองเราก็รู้จักลูกฉันได้เมื่อรู้รูปขันเราไม่หลงลูกฉันก็ยังจะต้องเรียนฉันทำงานที่เป็นนามธรรมอีกฉันทำงานที่เป็นนามธรรมตั้งแต่เวทนาสัญญาสังขารวิญญาณละเอียดเข้าไปอีกเพราะอัจฉริยะพวกนี้ไม่มีตัวตนอัจฉริยะไม่มีรูปร่างจับต้องไม่ได้ไม่มีลูกไม่มีเวลา จับต้องไม่ได้รู้ยากเป็นสิ่งละเอียดจึงยากแต่มันมีสภาวะไม่รู้รู้ได้มันมีสภาวะรู้ได้มีทั้งสภาวะของอาการหรืออาการกิริยามีตั้งสภาวะของนิมิตตังคือสภาวะที่สามารถรู้ชัดเจนยิ่งขึ้นนิมิตแปลว่าสิ่งที่รู้ชัดเจนยิ่งขึ้นมาจากคำว่ามิตะซ้ำเข้าไปอีกทวนย้อนเติมลงไปให้ชัดเจนในวันนี้แต่ว่ารู้ยิ่งรู้จักรู้ได้ชัดกว่าอาการถ้าแค่อาการน่ะรู้ยังไม่ชัดเท่านิดๆเนี่ยรู้ชัดกว่าอาการรัก ถ้าพูดได้สามารถรู้นิมิตของเวทนารู้นิมิตของสัญญารู้นิมิตของสังขารรู้นิมิตของวิญญาณคือรู้สภาวะที่ชัดเจนได้คนนั้นก็สบายและคนนั้นก็จะจับรู้ได้ว่าอาการอย่างนี้นิมิตอย่างนี้สภาวะอย่างนี้เราเรียกว่าทุกขเวทนาอย่างนี้เรียกว่าสุขเวทนาหรืออย่างนี้เรียกว่ารักทุกคนประสบความเวทนาคือเป็นความรู้สึกที่เกิดที่จิตนี่มันทุกค
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive